Share

บทที่ 4

Author: มู่เฉิงซินสวี่
นางหานชำเลืองมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่ง

หางตาเจียงโย่วหนิงเห็นจ้าวหยวนเช่อเงยหน้า เหมือนจะมองมาทางนี้เช่นกัน

นางแสร้งทำใจเย็น คีบขนมพุทราขึ้นมาใหม่แล้ววางหน้าตัวเอง แล้วกัดคำเล็กไปหนึ่งคำ

จืดชืดราวกับเคี้ยวขี้ผึ้ง

เหตุใดนางหานจึงถามเช่นนี้กะทันหัน? ไม่ได้ตั้งใจหรือ? หรือดูบางอย่างออก จึงจงใจเหยียดหยามนาง?

แต่ไม่ว่าอย่างไร นางฟังออกว่านางหานไม่ชอบใจ

จ้าวหยวนเช่อสีหน้าเรียบเฉย “เหตุใดท่านแม่จึงกล่าวเช่นนี้?”

นางหานยื่นมือไปสัมผัสรอยฟันตรงลำคอของเขา ขมวดคิ้วกล่าว “สตรีที่ดี จะมีใครที่ไหนทิ้งร่องรอยเช่นนี้เอาไว้บนร่างกายบุรุษ?”

แม้ไม่เคยพบหน้า แต่นางไม่ชอบสตรีผู้นี้เอาเสียเลย ในตระกูลใหญ่ ต่อให้เป็นอนุที่ไม่มีความสำคัญ ก็ต้องเลือกเฟ้นอย่างดี

ใบหน้าเจียงโย่วหนิงร้อนผ่าวขึ้นมา ก้มหน้าต่ำลงมากขึ้น แล้วกัดขนมพุทราที่ไม่รู้ว่ารสชาติเป็นอย่างไรอีกหนึ่งคำ

ตอนนั้นนางปวดเกินไป อายเกินกว่าจะส่งเสียง นี่เป็นพฤติกรรมตามสัญชาตญาณ

ที่แท้นี่คือไม่ใช่คนดีหรอกหรือ?

จ้าวหยวนเช่อไม่พูดไม่จา หลบหลีกการสัมผัสจากนางหาน ม้วนแขนเสื้อรินชานมสองถ้วย วางไว้ตรงหน้าเจียงโย่วหนิงกับนางหานคนละหนึ่งถ้วย

เจียงโย่วหนิงกวาดมองชานมสีขาวนวล นางชอบกินหวาน แต่สถานการณ์เช่นนี้จะมีความอยากได้อย่างไร? แค่อยากรีบกินรีบกลับ

นางหานเห็นจ้าวหยวนเช่อไม่ตอบ จึงถามต่อ “สตรีผู้นั้นมีสถานะอย่างไร?”

“เหมือนเจียงโย่วหนิง” จ้าวหยวนเช่อเอ่ยเสียงเรียบ

หัวใจเจียงโย่วหนิงบีบรัด ตะเกียบในมือเกือบจับไม่อยู่ ขนลุกชันทั่วร่างพร้อมกันโดยพลัน

“ไม่มีผู้ใดให้พึ่งพิง”

จ้าวหยวนเช่อมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดเสริมด้วยสีหน้าเรียบเฉย

เจียงโย่วหนิงตกใจจนเหงื่อแตกไปทั้งตัว เวลาเช่นนี้เขาพูดถึงนางทำไม? ไม่กลัวนางหานพบพิรุธหรือ!

“โย่วหนิงจะไร้ที่พึ่งพิงได้อย่างไร? นางยังมีครอบครัวเรา” นางหานรีบกล่าว หยุดไปสักครู่ก็กล่าวต่อ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าคิดจะเลี้ยงดูนางไว้ข้างนอกตลอดหรือ?”

นางวางใจแล้ว ในเมื่อสตรีสาวผู้นั้นไร้ที่พึ่ง ถ้าอย่างนั้นก็แล้วแต่นางจะควบคุมสินะ?

“ท่านแม่จะจัดการหรือ?”

จ้าวหยวนเช่อย้อนถาม

นางหานกล่าว “ข้าคิดว่า มอบนางให้ข้าเลี้ยงดูอยู่ข้างนอกแทนเจ้าไปก่อน พวกเจ้าอย่าเพิ่งพบกันชั่วคราว รอให้เจ้าแต่งงานแล้ว ค่อยใช้เกี้ยวหลังเล็ก ไปรับมาทางประตูเล็กให้เป็นอนุก็พอ อย่างไรบัดนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญในการทาบทามของเจ้า หากมีข่าวว่าเลี้ยงเมียนอกบ้าน เกรงว่าชื่อเสียงจะไม่ดี”

นางกลับไม่กลุ้มใจว่าลูกชายจะหาภรรยาไม่ได้ ลูกนางเพิ่งกลับเมืองหลวงแค่กี่วัน? แม่สื่อที่มาทาบทามก็มีมากกว่าสิบคนแล้ว

นางแค่ไม่อยากให้สตรีไม่รู้กาลเทศะข้างนอกนั่น ทำชื่อเสียงบุตรชายแปดเปื้อน

“เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”

จ้าวหยวนเช่อมองเจียงโย่วหนิง ดวงตาใสกระจ่าง ริมฝีปากเม้มเล็กน้อย ดูน่าเกรงขาม

ในใจเจียงโย่วหนิงลนลาน ลำคอเหมือนจุกจนพูดไม่ออก ทำไมเขาต้องลากนางเข้าไปเกี่ยวด้วยทุกที?

นี่ยังต้องถามหรือ? แน่นอนว่ามอบนางให้นางหานไม่ได้ นางยิ่งไม่ยอมเป็นอนุของเขา

นางเองก็ไม่ใช่เมียนอกบ้านของเขา

เรื่องในคืนนั้นเป็นอุบัติเหตุ ต่อไปจะไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก

รอให้เก็บเงินอีกสักหน่อย นางจะพาอู๋มามาย้ายออกจากจวนเจิ้นกั๋วกง ไปให้ไกลจากเขาและเรื่องวุ่นวายของครอบครัวนี้

“โย่วหนิงเป็นเพียงเด็กสาวคนหนึ่ง จะไปรู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร?” นางหานหัวเราะ นึกว่าจ้าวหยวนเช่อไม่อยากมอบคนให้ จึงไม่บังคับ แล้วเปลี่ยนหัวข้อ “แต่ว่า หากเจ้าอยากไปดูตัวแม่นางคนไหน โย่วหนิงสามารถช่วยเป็นหูเป็นตาได้”

เจียงโย่วหนิงหลุบตาลง เงียบเชียบไม่พูดจา คำพูดของนางหานให้เกียรตินางเกินไปแล้ว นางมีสิทธิ์อะไรไปช่วยจ้าวหยวนเช่อดูตัวกัน?

“ท่านแม่มีคนที่เหมาะสมแล้วหรือ?”

จ้าวหยวนเช่อถามเสียงเรียบ

“มีสิ” นางหานยิ้มแล้วกล่าว “คุณหนูจวนราชครูหวัง เจ้าคิดว่าอย่างไร?”

เจียงโย่วหนิงที่กำลังเคี้ยวขนมพุทราหยุดชะงัก แพขนตายาวหลุบต่ำ

คุณหนูจวนราชครูหวัง ย่อมต้องเป็นคุณหนูสามในภรรยาเอกเป็นแน่ ตอนสาว ๆ ฮูหยินราชครูหวังคือสตรีงามที่เลื่องชื่อ คุณหนูสามย่อมเป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

คุณชายตระกูลขุนนาง คุณหนูตระกูลใหญ่ ฐานะเหมาะสม กิ่งทองใบหยก

ก็ดีแล้วนี่

จ้าวหยวนเช่อมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่ง ไม่ได้ว่าอะไร

นางหานกล่าวอย่างดีใจ “หากเจ้ายินดีดูตัว งั้นพรุ่งนี้ดีหรือไม่?”

นางคาดหวังในการหมั้นหมายครั้งนี้มาก

ราชครูหวังเป็นอาจารย์ของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน บัดนี้เป็นสมุหกลาโหม ซึ่งก็คือประมุขแห่งสภากลาโหม คนในราชสำนักต่างเรียกเขาว่า ‘อัครมหาเสนาบดีฝ่ายทหาร’

หลังจ้าวหยวนเช่อชนะศึกกลับมา ได้รับพระกรุณาจากฮ่องเต้แต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการหน้าพระที่นั่ง เป็นขุนนางระดับสอง อายุยังน้อยเช่นนี้กลับได้รับตำแหน่งสูงสุดสายขุนนางบู้แล้ว มีเขาเพียงผู้เดียวในหมู่คนรุ่นใหม่

แต่นางยังอยากให้ลูกชายที่อยู่จุดสูงสุดก้าวหน้าไปอีก แต่งกับบุตรสาวราชครูหวัง ลูกชายจะได้เข้าสภากลาโหม อนาคตภายหน้ายิ่งไม่อาจประเมิน

เจียงโย่วหนิงได้สติจากนิ้วมือที่ปวด ถึงได้พบว่าจับตะเกียบหยกแน่นเกินไป ทำให้บนนิ้วมือปรากฏรอยกดที่ลึกลงไป

นางคลายมือออก สิ่งที่ไม่ใช่ของนาง จับแน่นไปก็ไม่มีประโยชน์

“ท่านแม่จัดการเถอะ”

จ้าวหยวนเช่อพยักหน้า

เจียงโย่วหนิงจุกอกจนอึดอัด ยากจะกลืนลงคอ จึงวางตะเกียบลงแล้วพูดเหมือนไม่เป็นไร “ข้ากินอิ่มแล้ว ท่านแม่กับท่านพี่ค่อย ๆ รับประทานนะเจ้าคะ”

นางแอบถูรอยกดบนนิ้วมือ

พรุ่งนี้หรือ?

เร็วเสียจริง

หากไม่ใช่ว่าเสียมารยาทเกินไป นางอยากลุกขึ้นขอตัวเดี๋ยวนี้เลย

รู้สึกว่าตัวเองนั่งอยู่ตรงนี้เป็นการหาเรื่องให้ตัวเองอับอาย

“ฮูหยิน นายท่านอยู่ในห้องหนังสือ บอกว่ามีจดหมายสำคัญฉบับหนึ่ง ให้มาถามท่านว่าเก็บไว้ที่ใดเจ้าค่ะ”

เฝิงมามาเข้ามารายงาน

“ข้าจะไปเอาให้นายท่าน” นางหานลุกขึ้นเดินไปข้างนอก ปากก็สั่งการเจียงโย่วหนิงกับจ้าวหยวนเช่อ “พวกเจ้ากินกันก่อน”

เมื่อปิดประตู ภายในห้องก็เงียบสงัด

จ้าวหยวนเช่อนั่งอยู่ตรงข้าม

เขาพูดไม่เก่ง ไม่มีทางเอ่ยปากพูดก่อน

สองมือเจียงโย่วหนิงประสาน ก้มหน้านั่งไม่เป็นสุข เหมือนมีตาข่ายที่มองไม่เห็นกำลังปกคลุมนางไว้แน่นหนา ทำให้นางหายใจไม่ออก

“ท่านพี่ค่อย ๆ รับประทานนะเจ้าคะ ข้าจะกลับเรือนแล้ว”

ในที่สุดนางก็นั่งไม่ติด ทิ้งท้ายคำพูดไว้ก็รีบลุกขึ้นแล้วออกไปเหมือนกำลังหนีอะไรอยู่

น้ำเสียงคมกริบของจ้าวหยวนเช่อดังขึ้นด้านหลัง “ยังเจ็บอยู่หรือไม่?”

ร่างเจียงโย่วหนิงแข็งทื่อ รู้ดีว่าเขากำลังถามสิ่งใด เกือบจะพูดออกมาไม่ได้

นางกระทั่งรับรู้ได้ว่าเขากำลังจ้องนาง อึดอัดเหมือนหนามทิ่มหลัง

“ไม่ ไม่เจ็บแล้ว...”

“เอาสิ่งนี้ไป”

จ้าวหยวนเช่อเอ่ยปากอีกครั้ง

เจียงโย่วหนิงหันมองแวบหนึ่ง เป็นกล่องยาหยกขาวกะทัดรัดเมื่อวาน

“ไม่ต้อง ข้าทายาแล้ว”

ใบหน้านางแดงเถือก ปฏิเสธเสียงเบา

นางไม่มียาทา เพียงแค่ไม่อยากรับของจากเขา

คนที่เป็นไปไม่ได้ อย่าเกี่ยวข้องกันอีกจะดีกว่า

“ข้าขอดูหน่อย”

จ้าวหยวนเช่อลุกขึ้น

เจียงโย่วหนิงได้ยินเสียงเขาดันเก้าอี้ ก็ตกใจจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง ทันใดนั้นก็หมายจะวิ่งไปข้างนอกทันที

วินาทีต่อมา สองขาของนางก็ลอยอยู่ในกลางอากาศ

จ้าวหยวนเช่อช้อนตัวอุ้มนางขึ้นจากด้านหลังอย่างง่ายดาย

เจียงโย่วหนิงตกใจลนลาน สองมือดันแผงอกเขา สองขาถีบสะเปะสะปะ ใบหน้าตื่นตระหนก “ท่านพี่ ทำเช่นนี้ไม่เหมาะสมเจ้าค่ะ”

นี่อยู่ในเรือนใหญ่นะ

นางหานอาจกลับมาได้ตลอดเวลา หากเห็นภาพนี้เข้า สำหรับนางคือฟ้าถล่มดินทลายเลย

จ้าวหยวนเช่อไม่สนใจนางที่ดิ้นรน อุ้มนางไปวางไว้หลังฉากกั้นไม้หนานมู่[1] แล้วแบมือให้นาง

ในฝ่ามือมีกล่องยาหยกขาววางไว้

เจียงโย่วหนิงเม้มปากไม่ยอมรับของ

“ต้องให้ข้าช่วยเจ้าหรือ?”

จ้าวหยวนเช่อมองนาง ดวงสีดำราวกับแอ่งน้ำเย็นล้ำลึก มืดลึกจนมองไม่เห็นก้น

“ข้าทำเอง”

เจียงโย่วหนิงคว้ากล่องยาในมือเขามา แล้วหันหลัง ปลดสายเสื้อ ลำคอด้านหลังที่ขาวผ่องกลายเป็นสีชมพูเพราะความอาย

จ้าวหยวนเช่อมองแผ่นหลังของนาง ดวงตาฉาบความมืด

เจียงโย่วหนิงอายสุดขีด ใบหูแดงเถือก นางทายาส่งเดชไปเล็กน้อย หันหลังวางกล่องยาเอาไว้ในมือจ้าวหยวนเช่อ

“ทำไมเลือดยังไหลอยู่อีก?”

จ้าวหยวนเช่อขมวดคิ้ว

เจียงโย่วหนิงถึงสังเกตเห็นมือตัวเองที่เปื้อนหยดเลือด

นางเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงมีเลือดไหลอย่างต่อเนื่อง คืนก่อนมี หลังอาบน้ำมี จนถึงตอนนี้ก็ยังมี

ยังดีที่เลือดไหลไม่มาก

ตอนนี้นางไม่มีเวลาสนใจ แค่อยากรีบจากไปเท่านั้น

กำลังจะหันหลังไปจัดแจงเสื้อผ้า มือก็ถูกจ้าวหยวนเช่อจับไว้กะทันหัน

เจียงโย่วหนิงตัวแข็งทื่อ พลันเห็นเขาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา จับมือนางแล้วเช็ดออกทีละนิ้ว

เขาที่สีหน้าจริงจังกำลังทำเรื่องเหลวไหลที่สุดในใต้หล้า ผ้าเช็ดหน้าสีขาวนวลถูกย้อมด้วยสีแดงเป็นจุด ๆ

บรรยากาศเงียบสงัด ความละมุนละไมค่อย ๆ เคลื่อนตัว

เจียงโย่วหนิงเบือนหน้าหนี ใบหน้าร้อนผ่าว ไม่กล้ามองตรง ๆ

กว่าจะรอให้เขาปล่อยมือได้ นางรีบหันหลังให้เขา ผูกผ้าคาดเอวอย่างลนลาน

จ้าวหยวนเช่อจ้องแผ่นหลังลนลานของนาง เก็บผ้าเช็ดหน้ากลับไปที่หน้าอกอย่างเชื่องช้า

“อวี้เหิง?”

ขณะนี้ ประตูเปิดออกกะทันหัน นางหานไปแล้วกลับมา

เจียงโย่วหนิงตกใจจนตัวสั่นสะท้าน หน้าขาวซีดทันใด กลั้นหายใจตามสัญชาตญาณ

_____________________

[1] ไม้หนานมู่ เป็นไม้เนื้อหอมหายากของจีน ลักษณะเด่นคือมีเนื้อไม้สีทองอร่าม

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 256

    “พวกเรากินมื้อเช้ากันเถิด”เทศกาลหยวนเซียวจ้าวหยวนเช่อให้นางกินโคมหัวผักกาด ที่แท้ก็มีความหมายเช่นนี้นี่เองหากนางรู้แต่แรก ย่อมไม่มีทางกินโคมหัวผักกาดนั่นแน่ผู้ใดอยากมีลูกกับเขากัน?ช่างหน้าไม่อายเสียจริงเขาช่างน่ารังเกียจนัก ดีแต่รังแกที่นางไม่รู้ประสีประสา หลอกล่อให้นางทำเรื่องพรรค์นี้“คุณหนู ข้าทำเองเจ้าค่ะ”ฟางเฟยรีบก้าวเข้าไปรับงานในมือนางมาฟู่อวี้ก็เข้าไปช่วยด้วยอู๋มามาดึงมือเจียงโย่วหนิงเบา ๆเจียงโย่วหนิงขยับเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยถามเสียงเบา “มีอันใดหรือมามา?”“ท่านคิดดีแล้วจริง ๆ หรือ ว่าจะไป?” อู๋มามาลดเสียงต่ำถามนาง“อืม” เจียงโย่วหนิงพยักหน้าอย่างแรง แววตาแน่วแน่อู๋มามาพยักหน้าเช่นกัน “ดี ที่มามายังมีเงินอยู่อีกเล็กน้อย ท่านรับไปจัดการเถิด”“มามา เงินของท่านท่านเก็บไว้ก่อนเถิด หากข้าไม่พอใช้แล้วค่อยมาเอาที่ท่าน”เจียงโย่วหนิงรั้งตัวนางไว้อู๋มามาจะมีเงินสักเท่าไรกันเชียว? ก็แค่เบี้ยหวัดรายเดือนเมื่อหลายปีก่อน และเป็นส่วนที่เหลือจากการใช้จ่ายเพื่อตัวนางทั้งสิ้นนางทำใจหยิบฉวยเงินของอู๋มามาไม่ได้จริง ๆ“เช่นนั้นก็ได้ หากท่านไม่พอใช้ก็บอกข้า”อู๋มามามองนา

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 255

    ……เรือนราคาถูกหลังนี้ อิฐสีเขียวล้วนซีดจางลงไปหมดแล้วอู๋มามากำลังอาบแดดอยู่ริมกำแพง พลางพูดคุยกับหญิงชราเพื่อนบ้านอีกสองสามคนดูเหมือนพวกนางจะพูดคุยถึงเรื่องน่ายินดีอันใดสักอย่าง จึงพากันหัวเราะร่วนขึ้นมาพร้อมกัน“มามา”เจียงโย่วหนิงร้องทักทายขึ้นประโยคหนึ่งเมื่อเห็นว่าอู๋มามามีสีหน้าแดงปลั่งเปล่งปลั่ง กิริยาวาจากระฉับกระเฉงกว่าแต่ก่อนมาก ในใจก็ปลาบปลื้มยิ่งนักร่างกายของมามาฟื้นฟูขึ้นไม่น้อย เช่นนี้ยามที่พวกนางจากไปก็จะสะดวกขึ้นบ้าง“โอ้!”อู๋มามาเห็นนางก็รีบหยัดกายลุกขึ้นนางมิกล้าเอ่ยเรียกเปิดเผยฐานะของอีกฝ่าย จึงหันไปเอ่ยทักทายหญิงชราเหล่านั้น แล้วเดินเข้าไปจูงมือเจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปในเรือน“มามา ยามนี้ท่านเดินได้เร็วมากแล้ว”เจียงโย่วหนิงทั้งประหลาดใจและดีใจ นางควงแขนอีกฝ่ายเอาไว้อู๋มามาฟื้นตัวได้ดีกว่าที่นางคาดไว้เสียอีก“มิใช่เพราะท่านดูแลเป็นอย่างดีหรอกหรือ? ท่านหมอจางยังแวะเวียนมาฝังเข็มให้ข้าอยู่บ่อย ๆ ยามนี้ดีขึ้นมากแล้ว” อู๋มามาจูงมือนางเข้าไปในเรือน “รีบนั่งลงเถิด เหตุใดท่านจึงมาที่นี่ได้เล่าเจ้าคะ?”“ข้ามาเยี่ยมท่าน” เจียงโย่วหนิงนั่งลงเคียงข้างนาง “

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 254

    “วันนี้คุณหนูจะไปเยี่ยมอู๋มามาหรือเจ้าคะ?” ฟางเฟยประหลาดใจ นางเหลียวมองออกไปด้านนอกแล้วลดเสียงลงเอ่ยว่า “มิใช่ว่าท่านซื่อจื่อส่งคนมาเฝ้าอยู่หน้าประตูหรือเจ้าคะ?”นางรู้ถึงแผนการของคุณหนูมาโดยตลอด อีกทั้งยังสนับสนุนให้คุณหนูจากจวนเจิ้นกั๋วกงไปให้ไกลจากเมืองหลวงซื่อจื่อเป็นคนดีทว่าคุณหนูจะติดตามเขาไปอย่างไร้สถานะเช่นนี้มิได้อีกอย่าง ความสัมพันธ์ของพวกเขาตามผังตระกูล หากยังคงพัวพันกันต่อไปย่อมไม่มีจุดจบที่ดีแน่มิสู้จากไปเสียให้พ้น เจ็บสั้นดีกว่าเจ็บยาว“เมื่อวานข้าขอร้องเขาแล้ว” เจียงโย่วหนิงนึกถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วหลุบตาลง ใบหน้าแดงเรื่อขึ้นเล็กน้อย “เขาบอกว่าจะให้ข้ายืมคน ข้าเพียงส่งพวกเขาออกไปทำธุระก็พอแล้ว”นางมิได้พบอู๋มามาหลายวันแล้ว ในใจนึกเป็นห่วงยิ่งนักวันนี้ประจวบเหมาะได้ส่งคนของจ้าวหยวนเช่อออกไปทำงานจนหมด นางจึงไปเยี่ยมอู๋มามาได้“เช่นนั้นก็ดีเจ้าค่ะ” ฟางเฟยยิ้ม “ข้าจะไปกับคุณหนูด้วย”เมื่อนางแต่งกายเรียบร้อย นายบ่าวทั้งสองก็พากันเดินออกจากห้องไปฟู่อวี้รออยู่ใต้ระเบียง พอเห็นนางก็รีบย่อกายทำความเคารพ “คุณหนู”คนทั้งสี่ที่อยู่ด้านนอกระเบียงต่างทำความเคารพพร้อมเ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 253

    เจียงโย่วหนิงอดมิได้ที่จะเหลียวมองออกไปด้านนอกในยามปกติ ชิงเจี้ยนมิได้ร้อนรนถึงเพียงนี้ นี่ก็เร่งเร้ามาสองคราแล้ว ด้านหน้าคงมิใช่มีเรื่องด่วนอันใดรอให้เขาไปจัดการกระมัง?“รอประเดี๋ยว”จ้าวหยวนเช่อตอบกลับชิงเจี้ยนไปประโยคหนึ่ง สายตาพลันตกลงบนร่างของนางอีกครา“เจ้ารู้หรือไม่ว่าสถานการณ์ในโรงรับจำนำยามนี้เป็นเช่นไร?”เขาเอ่ยถามนางเสียงเบา“ไม่รู้เจ้าค่ะ รู้เพียงว่ามีพนักงานสามคน ผู้ประเมินราคาหนึ่งคน และยังมีคนทำบัญชีอีกหนึ่งคน คนทำบัญชีแม่นางหลิ่วกับท่านแม่คือ... นางเป็นคนของท่านแม่”ยามเอ่ยถึงนางหาน นางรู้สึกลังเลอยู่บ้าง ทว่าก็ยังคงเอ่ยออกมาจ้าวหยวนเช่อก็ใช่ว่าจะไม่รู้หากนางปิดบัง ซ้ำร้ายจะยิ่งอธิบายให้กระจ่างมิได้“หากกล่าวถึงคนเหล่านี้ เจ้าคิดว่าเป็นผู้ใดที่ขัดขวางมิให้เจ้าสืบเรื่องนี้?”จ้าวหยวนเช่อช่วยจัดปอยผมให้นาง พลางเอ่ยชี้แนะอย่างใจเย็นเจียงโย่วหนิงกะพริบตา ครุ่นคิดครู่หนึ่งจึงเอ่ยว่า “คือแม่นางหลิ่วเจ้าค่ะ ข้ากลัวว่าหากผลีผลามไปสืบสาว จะเป็นการทำให้ศัตรูไหวตัวทัน จนพาลสืบอันใดมิได้เลย”“อืม” จ้าวหยวนเช่อพยักหน้า “พักเรื่องแม่นางหลิ่วไว้ก่อน เจ้าคิดว่าคนอื่น ๆ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 252

    เหตุใดเขามักจะจดจำได้ทุกครา! พอจุมพิตนาง มือไม้ก็เริ่มอยู่ไม่สุขขึ้นมาทันทีจ้าวหยวนเช่อเม้มริมฝีปาก แผงอกกระเพื่อมไหวเล็กน้อย นิ้วมือม้วนงอเข้าหากัน ลูบไล้ความนุ่มนวลหอมกรุ่นที่ยังหลงเหลืออยู่ที่ปลายนิ้วราวกับหยกอุ่น“พอหรือยัง?”เจียงโย่วหนิงจัดระเบียบชายเสื้อผ้า พลางเอ่ยถามเขาเสียงเบา“อืม”จ้าวหยวนเช่อขานรับคำหนึ่งเจียงโย่วหนิงกำลังจะเอ่ยปากทว่าด้านนอกพลันมีเสียงของชิงเจี้ยนดังขึ้น “นายท่าน ด้านหน้ากำลังรอท่านอยู่นะขอรับ”จ้าวหยวนเช่อมิได้ตอบกลับไปสายตาของเขาจับจ้องลงบนใบหน้าของเจียงโย่วหนิงอีกครา ยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำบนริมฝีปากให้นาง พลางเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “พวกเขาทั้งสี่คน ล้วนฟังคำสั่งเจ้า”เขากล่าวจบ ก็เตรียมจะลุกขึ้นและปล่อยตัวนางลง“ท่านอย่าเพิ่งไป!”ท่อนแขนเรียวเล็กของเจียงโย่วหนิงสวมกอดลำคอของเขาไว้แน่น โผเข้าสู่อ้อมอกของเขา ไม่ยอมให้เขาจากไปนางยังมีเรื่องที่เอ่ยถามไม่หมดมีเพียงลูกน้องแล้วจะไปมีประโยชน์อันใด? นางไม่รู้จะลงมือเช่นไร ยังคงต้องถามเขา ว่าสมควรเริ่มต้นจากที่ใดหากพึ่งพาเพียงตัวนางเอง คงต้องใช้เวลาเนิ่นนานกว่าจะคิดหาวิธีได้ นางมิอาจปล่อยให้ล่าช้าไ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 251

    แพขนตาดำขลับของเจียงโย่วหนิงสั่นระริกแผ่วเบา นัยน์ตาดำขลับมีหยาดน้ำคลอหน่วย ราวกับถูกปกคลุมด้วยม่านหมอก จ้องมองเขาด้วยแววตาพร่ามัวปลายนิ้วของเขาที่มีรอยด้านบาง ๆ ลูบไล้ลงบนริมฝีปากจนก่อให้เกิดความรู้สึกคันยุบยิบ ความรู้สึกชาซ่านทำให้นางเผลอเกร็งเรือนร่างขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวนางปัดมือของเขาออกไปตามสัญชาตญาณจ้าวหยวนเช่อจ้องมองนางด้วยแววตาลึกล้ำเจียงโย่วหนิงเงยหน้าขึ้นมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขาภายในแววตาดำขลับกระจ่างใสคู่นั้นสะท้อนภาพของนางที่กำลังหน้าแดงซ่านและกระวนกระวายใจนางเบือนหน้าหลบสายตาเขาอย่างลุกลี้ลุกลน หัวใจเต้นกระหน่ำระรัว ราวกับว่าวินาทีต่อมามันจะทะลุหลุดออกมานอกร่างอันที่จริง นางรู้ดีว่ายามนี้ตนเองสมควรทำสิ่งใดนั่นคือการเป็นฝ่ายริเริ่มจุมพิตเขามิใช่เพียงการประทับริมฝีปากลงบนมุมปากของเขาอย่างแผ่วเบาดุจสองคราก่อน แต่เป็นการจุมพิตอย่างดูดดื่มลึกซึ้ง เฉกเช่นที่เขาเคยกระทำต่อนางทว่านางกลับทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มเช่นไรดีที่ผ่านมาล้วนเป็นเขาที่เป็นฝ่ายริเริ่ม นางไม่สันทัดเรื่องพรรค์นี้เลยจริง ๆ“ช่างเถิด”จ้าวหยวนเช่อทำท่าจะลุกขึ้น“ท่านช้าก่อน”เจียงโ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 2

    “ลองเปิดประตูดูสิ”เสียงของนางหานดังขึ้นอีกครั้งได้ยินแบบนั้นในหัวของเจียงโย่วหนิงก็ดังหึ่ง หัวใจหยุดเต้นในพริบตา หนังหัวชาวาบ ชั่วขณะนั้นแทบจะเป็นลมหมดสตินางแทบจะคิดอะไรไม่ได้ ในสมองมีเพียงความคิดเดียว... ถ้าประตูเปิดก็คือหายนะ ทั่วทั้งร่างเหมือนถูกยึดตรึงเอาไว้ขยับไม่ได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือย

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 1

    เช้าตรู่ต้นฤดูร้อน ศาลบรรพบุรุษแห่งจวนเจิ้นกั๋วกงในเมืองหลวง ถูกปกคลุมด้วยหมอกชั้นบางภายในศาลบรรพบุรุษมีเสียงสวดมนต์ของนักบวชดังขึ้นราง ๆ ภายในเรือน เตาหลอมสัมฤทธิ์ที่มีความสูงครึ่งคนมีควันพวยพุ่ง สาวใช้และบ่าวชายกำลังวิ่งวุ่นเจียงโย่วหนิงถือชายกระโปรงเดินมาจากด้านหลังทางเดิน ความปวดร้าวทั่วร่าง

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 8

    “ไม่กลัวถูกขังในศาลบรรพบุรุษ แล้วกลัวไม้ตีมือหรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อมือไพล่หลังเดินออกมาจากหลังฉากกั้น ดวงตาใสกระจ่างจ้องจ้าวเชียนหัว แววตาแผ่ซ่านความเยือกเย็น“ท่านซื่อจื่อ!”สาวใช้บ่าวหญิงเฒ่าคุกเข่าเต็มพื้นเจียงโย่วหนิงหน้าซีดจ้องมองจ้าวหยวนเช่อ ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้เขาจะไม่อยู่ในต

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 7

    เจียงโย่วหนิงไม่มีเวลาคิดว่าเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ยื่นมือคิดจะปิดประตูแล้ววิ่งหนี แต่ช่วยไม่ได้ขาสองข้างไม่เอาไหน ไม่ฟังคำสั่งนางสักนิด ก้าวไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียว“เข้ามา”จ้าวหยวนเช่อไม่หันหลัง แต่เหมือนมองเห็นการกระทำของนางเจียงโย่วหนิงกลัวถูกคนจับได้ เลยก้มหน้าเดินเข้าห้องด้านใน แล้วถามเสียง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status