Share

บทที่ 4

Penulis: มู่เฉิงซินสวี่
นางหานชำเลืองมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่ง

หางตาเจียงโย่วหนิงเห็นจ้าวหยวนเช่อเงยหน้า เหมือนจะมองมาทางนี้เช่นกัน

นางแสร้งทำใจเย็น คีบขนมพุทราขึ้นมาใหม่แล้ววางหน้าตัวเอง แล้วกัดคำเล็กไปหนึ่งคำ

จืดชืดราวกับเคี้ยวขี้ผึ้ง

เหตุใดนางหานจึงถามเช่นนี้กะทันหัน? ไม่ได้ตั้งใจหรือ? หรือดูบางอย่างออก จึงจงใจเหยียดหยามนาง?

แต่ไม่ว่าอย่างไร นางฟังออกว่านางหานไม่ชอบใจ

จ้าวหยวนเช่อสีหน้าเรียบเฉย “เหตุใดท่านแม่จึงกล่าวเช่นนี้?”

นางหานยื่นมือไปสัมผัสรอยฟันตรงลำคอของเขา ขมวดคิ้วกล่าว “สตรีที่ดี จะมีใครที่ไหนทิ้งร่องรอยเช่นนี้เอาไว้บนร่างกายบุรุษ?”

แม้ไม่เคยพบหน้า แต่นางไม่ชอบสตรีผู้นี้เอาเสียเลย ในตระกูลใหญ่ ต่อให้เป็นอนุที่ไม่มีความสำคัญ ก็ต้องเลือกเฟ้นอย่างดี

ใบหน้าเจียงโย่วหนิงร้อนผ่าวขึ้นมา ก้มหน้าต่ำลงมากขึ้น แล้วกัดขนมพุทราที่ไม่รู้ว่ารสชาติเป็นอย่างไรอีกหนึ่งคำ

ตอนนั้นนางปวดเกินไป อายเกินกว่าจะส่งเสียง นี่เป็นพฤติกรรมตามสัญชาตญาณ

ที่แท้นี่คือไม่ใช่คนดีหรอกหรือ?

จ้าวหยวนเช่อไม่พูดไม่จา หลบหลีกการสัมผัสจากนางหาน ม้วนแขนเสื้อรินชานมสองถ้วย วางไว้ตรงหน้าเจียงโย่วหนิงกับนางหานคนละหนึ่งถ้วย

เจียงโย่วหนิงกวาดมองชานมสีขาวนวล นางชอบกินหวาน แต่สถานการณ์เช่นนี้จะมีความอยากได้อย่างไร? แค่อยากรีบกินรีบกลับ

นางหานเห็นจ้าวหยวนเช่อไม่ตอบ จึงถามต่อ “สตรีผู้นั้นมีสถานะอย่างไร?”

“เหมือนเจียงโย่วหนิง” จ้าวหยวนเช่อเอ่ยเสียงเรียบ

หัวใจเจียงโย่วหนิงบีบรัด ตะเกียบในมือเกือบจับไม่อยู่ ขนลุกชันทั่วร่างพร้อมกันโดยพลัน

“ไม่มีผู้ใดให้พึ่งพิง”

จ้าวหยวนเช่อมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดเสริมด้วยสีหน้าเรียบเฉย

เจียงโย่วหนิงตกใจจนเหงื่อแตกไปทั้งตัว เวลาเช่นนี้เขาพูดถึงนางทำไม? ไม่กลัวนางหานพบพิรุธหรือ!

“โย่วหนิงจะไร้ที่พึ่งพิงได้อย่างไร? นางยังมีครอบครัวเรา” นางหานรีบกล่าว หยุดไปสักครู่ก็กล่าวต่อ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าคิดจะเลี้ยงดูนางไว้ข้างนอกตลอดหรือ?”

นางวางใจแล้ว ในเมื่อสตรีสาวผู้นั้นไร้ที่พึ่ง ถ้าอย่างนั้นก็แล้วแต่นางจะควบคุมสินะ?

“ท่านแม่จะจัดการหรือ?”

จ้าวหยวนเช่อย้อนถาม

นางหานกล่าว “ข้าคิดว่า มอบนางให้ข้าเลี้ยงดูอยู่ข้างนอกแทนเจ้าไปก่อน พวกเจ้าอย่าเพิ่งพบกันชั่วคราว รอให้เจ้าแต่งงานแล้ว ค่อยใช้เกี้ยวหลังเล็ก ไปรับมาทางประตูเล็กให้เป็นอนุก็พอ อย่างไรบัดนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญในการทาบทามของเจ้า หากมีข่าวว่าเลี้ยงเมียนอกบ้าน เกรงว่าชื่อเสียงจะไม่ดี”

นางกลับไม่กลุ้มใจว่าลูกชายจะหาภรรยาไม่ได้ ลูกนางเพิ่งกลับเมืองหลวงแค่กี่วัน? แม่สื่อที่มาทาบทามก็มีมากกว่าสิบคนแล้ว

นางแค่ไม่อยากให้สตรีไม่รู้กาลเทศะข้างนอกนั่น ทำชื่อเสียงบุตรชายแปดเปื้อน

“เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”

จ้าวหยวนเช่อมองเจียงโย่วหนิง ดวงตาใสกระจ่าง ริมฝีปากเม้มเล็กน้อย ดูน่าเกรงขาม

ในใจเจียงโย่วหนิงลนลาน ลำคอเหมือนจุกจนพูดไม่ออก ทำไมเขาต้องลากนางเข้าไปเกี่ยวด้วยทุกที?

นี่ยังต้องถามหรือ? แน่นอนว่ามอบนางให้นางหานไม่ได้ นางยิ่งไม่ยอมเป็นอนุของเขา

นางเองก็ไม่ใช่เมียนอกบ้านของเขา

เรื่องในคืนนั้นเป็นอุบัติเหตุ ต่อไปจะไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก

รอให้เก็บเงินอีกสักหน่อย นางจะพาอู๋มามาย้ายออกจากจวนเจิ้นกั๋วกง ไปให้ไกลจากเขาและเรื่องวุ่นวายของครอบครัวนี้

“โย่วหนิงเป็นเพียงเด็กสาวคนหนึ่ง จะไปรู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร?” นางหานหัวเราะ นึกว่าจ้าวหยวนเช่อไม่อยากมอบคนให้ จึงไม่บังคับ แล้วเปลี่ยนหัวข้อ “แต่ว่า หากเจ้าอยากไปดูตัวแม่นางคนไหน โย่วหนิงสามารถช่วยเป็นหูเป็นตาได้”

เจียงโย่วหนิงหลุบตาลง เงียบเชียบไม่พูดจา คำพูดของนางหานให้เกียรตินางเกินไปแล้ว นางมีสิทธิ์อะไรไปช่วยจ้าวหยวนเช่อดูตัวกัน?

“ท่านแม่มีคนที่เหมาะสมแล้วหรือ?”

จ้าวหยวนเช่อถามเสียงเรียบ

“มีสิ” นางหานยิ้มแล้วกล่าว “คุณหนูจวนราชครูหวัง เจ้าคิดว่าอย่างไร?”

เจียงโย่วหนิงที่กำลังเคี้ยวขนมพุทราหยุดชะงัก แพขนตายาวหลุบต่ำ

คุณหนูจวนราชครูหวัง ย่อมต้องเป็นคุณหนูสามในภรรยาเอกเป็นแน่ ตอนสาว ๆ ฮูหยินราชครูหวังคือสตรีงามที่เลื่องชื่อ คุณหนูสามย่อมเป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

คุณชายตระกูลขุนนาง คุณหนูตระกูลใหญ่ ฐานะเหมาะสม กิ่งทองใบหยก

ก็ดีแล้วนี่

จ้าวหยวนเช่อมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่ง ไม่ได้ว่าอะไร

นางหานกล่าวอย่างดีใจ “หากเจ้ายินดีดูตัว งั้นพรุ่งนี้ดีหรือไม่?”

นางคาดหวังในการหมั้นหมายครั้งนี้มาก

ราชครูหวังเป็นอาจารย์ของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน บัดนี้เป็นสมุหกลาโหม ซึ่งก็คือประมุขแห่งสภากลาโหม คนในราชสำนักต่างเรียกเขาว่า ‘อัครมหาเสนาบดีฝ่ายทหาร’

หลังจ้าวหยวนเช่อชนะศึกกลับมา ได้รับพระกรุณาจากฮ่องเต้แต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการหน้าพระที่นั่ง เป็นขุนนางระดับสอง อายุยังน้อยเช่นนี้กลับได้รับตำแหน่งสูงสุดสายขุนนางบู้แล้ว มีเขาเพียงผู้เดียวในหมู่คนรุ่นใหม่

แต่นางยังอยากให้ลูกชายที่อยู่จุดสูงสุดก้าวหน้าไปอีก แต่งกับบุตรสาวราชครูหวัง ลูกชายจะได้เข้าสภากลาโหม อนาคตภายหน้ายิ่งไม่อาจประเมิน

เจียงโย่วหนิงได้สติจากนิ้วมือที่ปวด ถึงได้พบว่าจับตะเกียบหยกแน่นเกินไป ทำให้บนนิ้วมือปรากฏรอยกดที่ลึกลงไป

นางคลายมือออก สิ่งที่ไม่ใช่ของนาง จับแน่นไปก็ไม่มีประโยชน์

“ท่านแม่จัดการเถอะ”

จ้าวหยวนเช่อพยักหน้า

เจียงโย่วหนิงจุกอกจนอึดอัด ยากจะกลืนลงคอ จึงวางตะเกียบลงแล้วพูดเหมือนไม่เป็นไร “ข้ากินอิ่มแล้ว ท่านแม่กับท่านพี่ค่อย ๆ รับประทานนะเจ้าคะ”

นางแอบถูรอยกดบนนิ้วมือ

พรุ่งนี้หรือ?

เร็วเสียจริง

หากไม่ใช่ว่าเสียมารยาทเกินไป นางอยากลุกขึ้นขอตัวเดี๋ยวนี้เลย

รู้สึกว่าตัวเองนั่งอยู่ตรงนี้เป็นการหาเรื่องให้ตัวเองอับอาย

“ฮูหยิน นายท่านอยู่ในห้องหนังสือ บอกว่ามีจดหมายสำคัญฉบับหนึ่ง ให้มาถามท่านว่าเก็บไว้ที่ใดเจ้าค่ะ”

เฝิงมามาเข้ามารายงาน

“ข้าจะไปเอาให้นายท่าน” นางหานลุกขึ้นเดินไปข้างนอก ปากก็สั่งการเจียงโย่วหนิงกับจ้าวหยวนเช่อ “พวกเจ้ากินกันก่อน”

เมื่อปิดประตู ภายในห้องก็เงียบสงัด

จ้าวหยวนเช่อนั่งอยู่ตรงข้าม

เขาพูดไม่เก่ง ไม่มีทางเอ่ยปากพูดก่อน

สองมือเจียงโย่วหนิงประสาน ก้มหน้านั่งไม่เป็นสุข เหมือนมีตาข่ายที่มองไม่เห็นกำลังปกคลุมนางไว้แน่นหนา ทำให้นางหายใจไม่ออก

“ท่านพี่ค่อย ๆ รับประทานนะเจ้าคะ ข้าจะกลับเรือนแล้ว”

ในที่สุดนางก็นั่งไม่ติด ทิ้งท้ายคำพูดไว้ก็รีบลุกขึ้นแล้วออกไปเหมือนกำลังหนีอะไรอยู่

น้ำเสียงคมกริบของจ้าวหยวนเช่อดังขึ้นด้านหลัง “ยังเจ็บอยู่หรือไม่?”

ร่างเจียงโย่วหนิงแข็งทื่อ รู้ดีว่าเขากำลังถามสิ่งใด เกือบจะพูดออกมาไม่ได้

นางกระทั่งรับรู้ได้ว่าเขากำลังจ้องนาง อึดอัดเหมือนหนามทิ่มหลัง

“ไม่ ไม่เจ็บแล้ว...”

“เอาสิ่งนี้ไป”

จ้าวหยวนเช่อเอ่ยปากอีกครั้ง

เจียงโย่วหนิงหันมองแวบหนึ่ง เป็นกล่องยาหยกขาวกะทัดรัดเมื่อวาน

“ไม่ต้อง ข้าทายาแล้ว”

ใบหน้านางแดงเถือก ปฏิเสธเสียงเบา

นางไม่มียาทา เพียงแค่ไม่อยากรับของจากเขา

คนที่เป็นไปไม่ได้ อย่าเกี่ยวข้องกันอีกจะดีกว่า

“ข้าขอดูหน่อย”

จ้าวหยวนเช่อลุกขึ้น

เจียงโย่วหนิงได้ยินเสียงเขาดันเก้าอี้ ก็ตกใจจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง ทันใดนั้นก็หมายจะวิ่งไปข้างนอกทันที

วินาทีต่อมา สองขาของนางก็ลอยอยู่ในกลางอากาศ

จ้าวหยวนเช่อช้อนตัวอุ้มนางขึ้นจากด้านหลังอย่างง่ายดาย

เจียงโย่วหนิงตกใจลนลาน สองมือดันแผงอกเขา สองขาถีบสะเปะสะปะ ใบหน้าตื่นตระหนก “ท่านพี่ ทำเช่นนี้ไม่เหมาะสมเจ้าค่ะ”

นี่อยู่ในเรือนใหญ่นะ

นางหานอาจกลับมาได้ตลอดเวลา หากเห็นภาพนี้เข้า สำหรับนางคือฟ้าถล่มดินทลายเลย

จ้าวหยวนเช่อไม่สนใจนางที่ดิ้นรน อุ้มนางไปวางไว้หลังฉากกั้นไม้หนานมู่[1] แล้วแบมือให้นาง

ในฝ่ามือมีกล่องยาหยกขาววางไว้

เจียงโย่วหนิงเม้มปากไม่ยอมรับของ

“ต้องให้ข้าช่วยเจ้าหรือ?”

จ้าวหยวนเช่อมองนาง ดวงสีดำราวกับแอ่งน้ำเย็นล้ำลึก มืดลึกจนมองไม่เห็นก้น

“ข้าทำเอง”

เจียงโย่วหนิงคว้ากล่องยาในมือเขามา แล้วหันหลัง ปลดสายเสื้อ ลำคอด้านหลังที่ขาวผ่องกลายเป็นสีชมพูเพราะความอาย

จ้าวหยวนเช่อมองแผ่นหลังของนาง ดวงตาฉาบความมืด

เจียงโย่วหนิงอายสุดขีด ใบหูแดงเถือก นางทายาส่งเดชไปเล็กน้อย หันหลังวางกล่องยาเอาไว้ในมือจ้าวหยวนเช่อ

“ทำไมเลือดยังไหลอยู่อีก?”

จ้าวหยวนเช่อขมวดคิ้ว

เจียงโย่วหนิงถึงสังเกตเห็นมือตัวเองที่เปื้อนหยดเลือด

นางเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงมีเลือดไหลอย่างต่อเนื่อง คืนก่อนมี หลังอาบน้ำมี จนถึงตอนนี้ก็ยังมี

ยังดีที่เลือดไหลไม่มาก

ตอนนี้นางไม่มีเวลาสนใจ แค่อยากรีบจากไปเท่านั้น

กำลังจะหันหลังไปจัดแจงเสื้อผ้า มือก็ถูกจ้าวหยวนเช่อจับไว้กะทันหัน

เจียงโย่วหนิงตัวแข็งทื่อ พลันเห็นเขาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา จับมือนางแล้วเช็ดออกทีละนิ้ว

เขาที่สีหน้าจริงจังกำลังทำเรื่องเหลวไหลที่สุดในใต้หล้า ผ้าเช็ดหน้าสีขาวนวลถูกย้อมด้วยสีแดงเป็นจุด ๆ

บรรยากาศเงียบสงัด ความละมุนละไมค่อย ๆ เคลื่อนตัว

เจียงโย่วหนิงเบือนหน้าหนี ใบหน้าร้อนผ่าว ไม่กล้ามองตรง ๆ

กว่าจะรอให้เขาปล่อยมือได้ นางรีบหันหลังให้เขา ผูกผ้าคาดเอวอย่างลนลาน

จ้าวหยวนเช่อจ้องแผ่นหลังลนลานของนาง เก็บผ้าเช็ดหน้ากลับไปที่หน้าอกอย่างเชื่องช้า

“อวี้เหิง?”

ขณะนี้ ประตูเปิดออกกะทันหัน นางหานไปแล้วกลับมา

เจียงโย่วหนิงตกใจจนตัวสั่นสะท้าน หน้าขาวซีดทันใด กลั้นหายใจตามสัญชาตญาณ

_____________________

[1] ไม้หนานมู่ เป็นไม้เนื้อหอมหายากของจีน ลักษณะเด่นคือมีเนื้อไม้สีทองอร่าม

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 260

    “ถูกต้อง”แม่นางเซี่ยพยักหน้า“ข้าอยากรู้ว่า โรงรับจำนำเป่าซิงควรจะเป็นของข้าใช่หรือไม่?”เจียงโย่วหนิงลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามออกไปตามตรงแม่นางเซี่ยย่อมต้องรู้ตื้นลึกหนาบางทั้งหมด“ควรจะกล่าวเช่นนั้น” แม่นางเซี่ยครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วเอ่ย “คำไหว้วานที่ข้าได้รับมาก็คือ ยามที่แม่นางแต่งงาน ฮูหยินกั๋วกงจะต้องมอบโรงรับจำนำให้เป็นสินเดิมติดตัวท่านไป”“เป็นท่านพ่อท่านแม่ของข้าที่ไหว้วานท่านหรือ? พวกเขาอยู่ที่ใด? เหตุใดจึงไม่ต้องการข้า?”เจียงโย่วหนิงตื่นเต้นอยู่บ้าง จึงถามข้อสงสัยในใจออกไปรวดเดียวมือทั้งสองข้างใต้โต๊ะของนางกำแน่นขึ้นไปอีกชาติกำเนิดของนางอยู่ตรงหน้านี้แล้ว อีกไม่ช้าก็จะได้รู้ถึงฐานะของท่านพ่อท่านแม่ และรู้ว่าเหตุใดตนเองจึงถูกทิ้งไว้ที่จวนเจิ้นกั๋วกง“แม่นางเจียง ข้าเข้าใจดีว่าท่านอยากรู้ชาติกำเนิดของตนเองเพียงไร” แม่นางเซี่ยทอดมองนางด้วยความเห็นใจ “ทว่าเรื่องนี้ข้าไม่รู้จริง ๆ สมาคมการค้าของพวกเรารับเพียงคำไหว้วาน มีหน้าที่ดูแลเรื่องที่ผู้ว่าจ้างสั่งความมา ข้าบังเอิญรับผิดชอบโรงรับจำนำเป่าซิง ไม่เคยพบหน้าผู้ว่าจ้าง จึงไม่รู้เรื่องราวที่ท่านถามมาเหล่านี้”“ท่า

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 259

    ยามนี้นางเพียงต้องการช่วยบุตรชายออกมา จึงยอมบอกเล่าทุกสิ่งที่ตนรู้จนหมดสิ้นเจียงโย่วหนิงได้ฟังเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วแน่นต้องรู้ก่อนว่า นางหานมิได้มีเพียงโรงรับจำนำแห่งนี้ร้านเดียว ยังมีร้านค้าอื่นอีกเจ็ดแปดแห่ง เมื่อรวมกันแล้วกำไรในหนึ่งปีก็นับว่ามากมายมหาศาลทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสินทรัพย์ส่วนตัวของนางหาน มิได้นับรวมในบัญชีของจวนเจิ้นกั๋วกงอีกทั้งหลายปีมานี้จวนเจิ้นกั๋วกงก็มิได้จัดงานอันใดที่จำต้องใช้เงินทองเป็นพิเศษแต่ละปีมีรายรับมากมายถึงเพียงนั้น เงินของนางหานกลับยังไม่พอใช้อีกหรือ? เงินมากมายปานนั้น ถูกนำไปใช้จ่ายที่ใดหมดกัน?หากนางคิดจะทวงเงินของตนคืน นางหานจะมิใช่ไม่มีให้หรอกหรือ?“ในนามของนางหานยังมีร้านค้าอื่นที่อยู่ภายใต้การดูแลของสมาคมการค้าจิ่นซิ่วอีกหรือไม่?”ชิงหลานชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยถามขึ้นมาอีกประโยคเจียงโย่วหนิงได้ยินคำถามนั้นก็ราวกับตื่นรู้ในทันทีไฉนนางถึงคิดไม่ถึงกัน? ในเมื่อโรงรับจำนำเป็นของนาง เช่นนั้นร้านค้าอื่น ๆ ในนามของนางหานจะเป็นของนางด้วยหรือไม่?ช่างน่าละอายใจนักจ้าวหยวนเช่อสั่งสอนนางมาเนิ่นนานถึงเพียงนี้ แต่นางกลับยังสู้ผู้ใต้บังคับบัญชาธร

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 258

    คนส่งจดหมายบอกกับนางแล้วว่า หากไปแจ้งทางการก็จะสังหารตัวประกันทิ้งเสียนางมิกล้าเอาชีวิตของบุตรชายตนเองไปเดิมพันเจียงโย่วหนิงลอบมองอยู่หลังฉากกั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วนนางไม่เคยพานพบเรื่องราวเช่นนี้มาก่อน การได้มองดูให้มากเข้าไว้ย่อมเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์“ข้าขอถามเจ้า เถ้าแก่โรงรับจำนำเป่าซิงคือผู้ใด?”ชิงหลานเอ่ยถามเจียงโย่วหนิงอดมิได้ที่จะเงี่ยหูฟังแม่นางหลิ่วได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง “นั่นมิใช่... เป็นสินเดิมของฮูหยินเจิ้นกั๋วกงหรอกหรือ ข้าเป็นเพียงพนักงานบัญชีคนหนึ่งในนั้นเท่านั้น...”นางคิดไม่ถึงเลยว่าพวกโจรลักพาตัวจะเอ่ยถามเรื่องนี้ขึ้นมาอย่างกะทันหันนางเกิดความระแวงสงสัยขึ้นมาในทันทีหรือว่าโจรลักพาตัวผู้นี้จะล่วงรู้ตื้นลึกหนาบางอันใด? มิเช่นนั้น คนทั่วไปที่ใดจะถามเช่นนี้เล่า?“หากไม่ยอมพูดความจริง คือไม่อยากได้ชีวิตบุตรชายของเจ้าแล้วใช่หรือไม่?”น้ำเสียงของชิงหลานเย็นเยียบลงกว่าเดิมเจียงโย่วหนิงจ้องมองใบหน้าของแม่นางหลิ่วเขม็งโดยไม่แม้แต่จะกะพริบตาแม่นางหลิ่วผู้นี้ช่างซื่อสัตย์ต่อนางหานเสียจริง บุตรชายถูกลักพาตัวไปแล้ว ยังคงไม่ยอมเอ่ยความจริงออกมาอี

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 257

    “คุณหนู บุตรชายของแม่นางหลิ่วตกอยู่ในมือของข้าน้อยแล้ว ท่านต้องการไปไต่สวนแม่นางหลิ่วด้วยตนเองหรือไม่ขอรับ?”ดวงตะวันเพิ่งคล้อยต่ำไปทางทิศตะวันตก เจียงโย่วหนิงเอนกายหลับตาพักผ่อนอยู่บนตั่งนุ่ม พลางขบคิดว่าต่อไปจะหลบหนีออกไปอย่างราบรื่นได้อย่างไรพลันได้ยินเสียงชิงหลานรายงานอยู่ด้านนอกนางตกใจ ลืมตาขึ้นมาทันทีเดิมทีคิดว่าการลักพาตัวเด็กคนนั้นคงต้องใช้เวลาจัดการอยู่บ้าง ต่อให้รวดเร็วเพียงไรก็คงต้องเป็นวันพรุ่งนี้คิดไม่ถึงว่าชิงหลานจะจัดการจนเสร็จสิ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วยามนางลุกขึ้นเปิดประตู ชะโงกหน้ามองออกไปด้านนอก“คุณหนู”ชิงหลานก้มศีรษะทำความเคารพ“ข้าไม่ไปแล้ว พวกเจ้าไต่สวนเสร็จค่อยนำผลลัพธ์มาบอกข้า”เจียงโย่วหนิงเอ่ยสั่งการประโยคหนึ่งด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาสำหรับเรื่องลักพาตัวในครั้งนี้ ความจริงแล้วนางมิได้เป็นฝ่ายผิดนางหานคิดร้ายต่อนางมาหลายปี แม่นางหลิ่วในฐานะคนของนางหานก็มิใช่ผู้บริสุทธิ์แต่อย่างใดยามนี้นางต้องการสืบความจริงให้กระจ่าง การเริ่มจากแม่นางหลิ่วก็เป็นสิ่งที่แม่นางหลิ่วสมควรได้รับแล้วทว่านางเพียงแค่ไม่ค่อยกล้าเผชิญหน้าเท่านั้นในใจรู้สึกเสมอว่ากา

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 256

    “พวกเรากินมื้อเช้ากันเถิด”เทศกาลหยวนเซียวจ้าวหยวนเช่อให้นางกินโคมหัวผักกาด ที่แท้ก็มีความหมายเช่นนี้นี่เองหากนางรู้แต่แรก ย่อมไม่มีทางกินโคมหัวผักกาดนั่นแน่ผู้ใดอยากมีลูกกับเขากัน?ช่างหน้าไม่อายเสียจริงเขาช่างน่ารังเกียจนัก ดีแต่รังแกที่นางไม่รู้ประสีประสา หลอกล่อให้นางทำเรื่องพรรค์นี้“คุณหนู ข้าทำเองเจ้าค่ะ”ฟางเฟยรีบก้าวเข้าไปรับงานในมือนางมาฟู่อวี้ก็เข้าไปช่วยด้วยอู๋มามาดึงมือเจียงโย่วหนิงเบา ๆเจียงโย่วหนิงขยับเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยถามเสียงเบา “มีอันใดหรือมามา?”“ท่านคิดดีแล้วจริง ๆ หรือ ว่าจะไป?” อู๋มามาลดเสียงต่ำถามนาง“อืม” เจียงโย่วหนิงพยักหน้าอย่างแรง แววตาแน่วแน่อู๋มามาพยักหน้าเช่นกัน “ดี ที่มามายังมีเงินอยู่อีกเล็กน้อย ท่านรับไปจัดการเถิด”“มามา เงินของท่านท่านเก็บไว้ก่อนเถิด หากข้าไม่พอใช้แล้วค่อยมาเอาที่ท่าน”เจียงโย่วหนิงรั้งตัวนางไว้อู๋มามาจะมีเงินสักเท่าไรกันเชียว? ก็แค่เบี้ยหวัดรายเดือนเมื่อหลายปีก่อน และเป็นส่วนที่เหลือจากการใช้จ่ายเพื่อตัวนางทั้งสิ้นนางทำใจหยิบฉวยเงินของอู๋มามาไม่ได้จริง ๆ“เช่นนั้นก็ได้ หากท่านไม่พอใช้ก็บอกข้า”อู๋มามามองนา

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 255

    ……เรือนราคาถูกหลังนี้ อิฐสีเขียวล้วนซีดจางลงไปหมดแล้วอู๋มามากำลังอาบแดดอยู่ริมกำแพง พลางพูดคุยกับหญิงชราเพื่อนบ้านอีกสองสามคนดูเหมือนพวกนางจะพูดคุยถึงเรื่องน่ายินดีอันใดสักอย่าง จึงพากันหัวเราะร่วนขึ้นมาพร้อมกัน“มามา”เจียงโย่วหนิงร้องทักทายขึ้นประโยคหนึ่งเมื่อเห็นว่าอู๋มามามีสีหน้าแดงปลั่งเปล่งปลั่ง กิริยาวาจากระฉับกระเฉงกว่าแต่ก่อนมาก ในใจก็ปลาบปลื้มยิ่งนักร่างกายของมามาฟื้นฟูขึ้นไม่น้อย เช่นนี้ยามที่พวกนางจากไปก็จะสะดวกขึ้นบ้าง“โอ้!”อู๋มามาเห็นนางก็รีบหยัดกายลุกขึ้นนางมิกล้าเอ่ยเรียกเปิดเผยฐานะของอีกฝ่าย จึงหันไปเอ่ยทักทายหญิงชราเหล่านั้น แล้วเดินเข้าไปจูงมือเจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปในเรือน“มามา ยามนี้ท่านเดินได้เร็วมากแล้ว”เจียงโย่วหนิงทั้งประหลาดใจและดีใจ นางควงแขนอีกฝ่ายเอาไว้อู๋มามาฟื้นตัวได้ดีกว่าที่นางคาดไว้เสียอีก“มิใช่เพราะท่านดูแลเป็นอย่างดีหรอกหรือ? ท่านหมอจางยังแวะเวียนมาฝังเข็มให้ข้าอยู่บ่อย ๆ ยามนี้ดีขึ้นมากแล้ว” อู๋มามาจูงมือนางเข้าไปในเรือน “รีบนั่งลงเถิด เหตุใดท่านจึงมาที่นี่ได้เล่าเจ้าคะ?”“ข้ามาเยี่ยมท่าน” เจียงโย่วหนิงนั่งลงเคียงข้างนาง “

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 1

    เช้าตรู่ต้นฤดูร้อน ศาลบรรพบุรุษแห่งจวนเจิ้นกั๋วกงในเมืองหลวง ถูกปกคลุมด้วยหมอกชั้นบางภายในศาลบรรพบุรุษมีเสียงสวดมนต์ของนักบวชดังขึ้นราง ๆ ภายในเรือน เตาหลอมสัมฤทธิ์ที่มีความสูงครึ่งคนมีควันพวยพุ่ง สาวใช้และบ่าวชายกำลังวิ่งวุ่นเจียงโย่วหนิงถือชายกระโปรงเดินมาจากด้านหลังทางเดิน ความปวดร้าวทั่วร่าง

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 8

    “ไม่กลัวถูกขังในศาลบรรพบุรุษ แล้วกลัวไม้ตีมือหรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อมือไพล่หลังเดินออกมาจากหลังฉากกั้น ดวงตาใสกระจ่างจ้องจ้าวเชียนหัว แววตาแผ่ซ่านความเยือกเย็น“ท่านซื่อจื่อ!”สาวใช้บ่าวหญิงเฒ่าคุกเข่าเต็มพื้นเจียงโย่วหนิงหน้าซีดจ้องมองจ้าวหยวนเช่อ ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้เขาจะไม่อยู่ในต

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 3

    เมื่อเดินตามร่างสูงใหญ่ของจ้าวหยวนเช่อที่อยู่ข้างหน้าออกจากศาลบรรพบุรุษ นางถึงพบว่าด้านนอกฝนตกแล้วฝนพรำโปรยปราย ความเปียกชื้นที่เจือความเย็นพัดมา ทำให้นางอดตัวสั่นไม่ได้“นายท่าน”ด้านข้าง ชิงเจี้ยนที่ติดตามจ้าวหยวนเช่อมาหลายปียื่นร่มกระดาษไขให้คันหนึ่งจ้าวหยวนเช่อกางร่มออก ปรายตาส่งสัญญาณให้เ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 2

    “ลองเปิดประตูดูสิ”เสียงของนางหานดังขึ้นอีกครั้งได้ยินแบบนั้นในหัวของเจียงโย่วหนิงก็ดังหึ่ง หัวใจหยุดเต้นในพริบตา หนังหัวชาวาบ ชั่วขณะนั้นแทบจะเป็นลมหมดสตินางแทบจะคิดอะไรไม่ได้ ในสมองมีเพียงความคิดเดียว... ถ้าประตูเปิดก็คือหายนะ ทั่วทั้งร่างเหมือนถูกยึดตรึงเอาไว้ขยับไม่ได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status