Compartir

บทที่ 4

Autor: มู่เฉิงซินสวี่
นางหานชำเลืองมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่ง

หางตาเจียงโย่วหนิงเห็นจ้าวหยวนเช่อเงยหน้า เหมือนจะมองมาทางนี้เช่นกัน

นางแสร้งทำใจเย็น คีบขนมพุทราขึ้นมาใหม่แล้ววางหน้าตัวเอง แล้วกัดคำเล็กไปหนึ่งคำ

จืดชืดราวกับเคี้ยวขี้ผึ้ง

เหตุใดนางหานจึงถามเช่นนี้กะทันหัน? ไม่ได้ตั้งใจหรือ? หรือดูบางอย่างออก จึงจงใจเหยียดหยามนาง?

แต่ไม่ว่าอย่างไร นางฟังออกว่านางหานไม่ชอบใจ

จ้าวหยวนเช่อสีหน้าเรียบเฉย “เหตุใดท่านแม่จึงกล่าวเช่นนี้?”

นางหานยื่นมือไปสัมผัสรอยฟันตรงลำคอของเขา ขมวดคิ้วกล่าว “สตรีที่ดี จะมีใครที่ไหนทิ้งร่องรอยเช่นนี้เอาไว้บนร่างกายบุรุษ?”

แม้ไม่เคยพบหน้า แต่นางไม่ชอบสตรีผู้นี้เอาเสียเลย ในตระกูลใหญ่ ต่อให้เป็นอนุที่ไม่มีความสำคัญ ก็ต้องเลือกเฟ้นอย่างดี

ใบหน้าเจียงโย่วหนิงร้อนผ่าวขึ้นมา ก้มหน้าต่ำลงมากขึ้น แล้วกัดขนมพุทราที่ไม่รู้ว่ารสชาติเป็นอย่างไรอีกหนึ่งคำ

ตอนนั้นนางปวดเกินไป อายเกินกว่าจะส่งเสียง นี่เป็นพฤติกรรมตามสัญชาตญาณ

ที่แท้นี่คือไม่ใช่คนดีหรอกหรือ?

จ้าวหยวนเช่อไม่พูดไม่จา หลบหลีกการสัมผัสจากนางหาน ม้วนแขนเสื้อรินชานมสองถ้วย วางไว้ตรงหน้าเจียงโย่วหนิงกับนางหานคนละหนึ่งถ้วย

เจียงโย่วหนิงกวาดมองชานมสีขาวนวล นางชอบกินหวาน แต่สถานการณ์เช่นนี้จะมีความอยากได้อย่างไร? แค่อยากรีบกินรีบกลับ

นางหานเห็นจ้าวหยวนเช่อไม่ตอบ จึงถามต่อ “สตรีผู้นั้นมีสถานะอย่างไร?”

“เหมือนเจียงโย่วหนิง” จ้าวหยวนเช่อเอ่ยเสียงเรียบ

หัวใจเจียงโย่วหนิงบีบรัด ตะเกียบในมือเกือบจับไม่อยู่ ขนลุกชันทั่วร่างพร้อมกันโดยพลัน

“ไม่มีผู้ใดให้พึ่งพิง”

จ้าวหยวนเช่อมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดเสริมด้วยสีหน้าเรียบเฉย

เจียงโย่วหนิงตกใจจนเหงื่อแตกไปทั้งตัว เวลาเช่นนี้เขาพูดถึงนางทำไม? ไม่กลัวนางหานพบพิรุธหรือ!

“โย่วหนิงจะไร้ที่พึ่งพิงได้อย่างไร? นางยังมีครอบครัวเรา” นางหานรีบกล่าว หยุดไปสักครู่ก็กล่าวต่อ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าคิดจะเลี้ยงดูนางไว้ข้างนอกตลอดหรือ?”

นางวางใจแล้ว ในเมื่อสตรีสาวผู้นั้นไร้ที่พึ่ง ถ้าอย่างนั้นก็แล้วแต่นางจะควบคุมสินะ?

“ท่านแม่จะจัดการหรือ?”

จ้าวหยวนเช่อย้อนถาม

นางหานกล่าว “ข้าคิดว่า มอบนางให้ข้าเลี้ยงดูอยู่ข้างนอกแทนเจ้าไปก่อน พวกเจ้าอย่าเพิ่งพบกันชั่วคราว รอให้เจ้าแต่งงานแล้ว ค่อยใช้เกี้ยวหลังเล็ก ไปรับมาทางประตูเล็กให้เป็นอนุก็พอ อย่างไรบัดนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญในการทาบทามของเจ้า หากมีข่าวว่าเลี้ยงเมียนอกบ้าน เกรงว่าชื่อเสียงจะไม่ดี”

นางกลับไม่กลุ้มใจว่าลูกชายจะหาภรรยาไม่ได้ ลูกนางเพิ่งกลับเมืองหลวงแค่กี่วัน? แม่สื่อที่มาทาบทามก็มีมากกว่าสิบคนแล้ว

นางแค่ไม่อยากให้สตรีไม่รู้กาลเทศะข้างนอกนั่น ทำชื่อเสียงบุตรชายแปดเปื้อน

“เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”

จ้าวหยวนเช่อมองเจียงโย่วหนิง ดวงตาใสกระจ่าง ริมฝีปากเม้มเล็กน้อย ดูน่าเกรงขาม

ในใจเจียงโย่วหนิงลนลาน ลำคอเหมือนจุกจนพูดไม่ออก ทำไมเขาต้องลากนางเข้าไปเกี่ยวด้วยทุกที?

นี่ยังต้องถามหรือ? แน่นอนว่ามอบนางให้นางหานไม่ได้ นางยิ่งไม่ยอมเป็นอนุของเขา

นางเองก็ไม่ใช่เมียนอกบ้านของเขา

เรื่องในคืนนั้นเป็นอุบัติเหตุ ต่อไปจะไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก

รอให้เก็บเงินอีกสักหน่อย นางจะพาอู๋มามาย้ายออกจากจวนเจิ้นกั๋วกง ไปให้ไกลจากเขาและเรื่องวุ่นวายของครอบครัวนี้

“โย่วหนิงเป็นเพียงเด็กสาวคนหนึ่ง จะไปรู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร?” นางหานหัวเราะ นึกว่าจ้าวหยวนเช่อไม่อยากมอบคนให้ จึงไม่บังคับ แล้วเปลี่ยนหัวข้อ “แต่ว่า หากเจ้าอยากไปดูตัวแม่นางคนไหน โย่วหนิงสามารถช่วยเป็นหูเป็นตาได้”

เจียงโย่วหนิงหลุบตาลง เงียบเชียบไม่พูดจา คำพูดของนางหานให้เกียรตินางเกินไปแล้ว นางมีสิทธิ์อะไรไปช่วยจ้าวหยวนเช่อดูตัวกัน?

“ท่านแม่มีคนที่เหมาะสมแล้วหรือ?”

จ้าวหยวนเช่อถามเสียงเรียบ

“มีสิ” นางหานยิ้มแล้วกล่าว “คุณหนูจวนราชครูหวัง เจ้าคิดว่าอย่างไร?”

เจียงโย่วหนิงที่กำลังเคี้ยวขนมพุทราหยุดชะงัก แพขนตายาวหลุบต่ำ

คุณหนูจวนราชครูหวัง ย่อมต้องเป็นคุณหนูสามในภรรยาเอกเป็นแน่ ตอนสาว ๆ ฮูหยินราชครูหวังคือสตรีงามที่เลื่องชื่อ คุณหนูสามย่อมเป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

คุณชายตระกูลขุนนาง คุณหนูตระกูลใหญ่ ฐานะเหมาะสม กิ่งทองใบหยก

ก็ดีแล้วนี่

จ้าวหยวนเช่อมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่ง ไม่ได้ว่าอะไร

นางหานกล่าวอย่างดีใจ “หากเจ้ายินดีดูตัว งั้นพรุ่งนี้ดีหรือไม่?”

นางคาดหวังในการหมั้นหมายครั้งนี้มาก

ราชครูหวังเป็นอาจารย์ของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน บัดนี้เป็นสมุหกลาโหม ซึ่งก็คือประมุขแห่งสภากลาโหม คนในราชสำนักต่างเรียกเขาว่า ‘อัครมหาเสนาบดีฝ่ายทหาร’

หลังจ้าวหยวนเช่อชนะศึกกลับมา ได้รับพระกรุณาจากฮ่องเต้แต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการหน้าพระที่นั่ง เป็นขุนนางระดับสอง อายุยังน้อยเช่นนี้กลับได้รับตำแหน่งสูงสุดสายขุนนางบู้แล้ว มีเขาเพียงผู้เดียวในหมู่คนรุ่นใหม่

แต่นางยังอยากให้ลูกชายที่อยู่จุดสูงสุดก้าวหน้าไปอีก แต่งกับบุตรสาวราชครูหวัง ลูกชายจะได้เข้าสภากลาโหม อนาคตภายหน้ายิ่งไม่อาจประเมิน

เจียงโย่วหนิงได้สติจากนิ้วมือที่ปวด ถึงได้พบว่าจับตะเกียบหยกแน่นเกินไป ทำให้บนนิ้วมือปรากฏรอยกดที่ลึกลงไป

นางคลายมือออก สิ่งที่ไม่ใช่ของนาง จับแน่นไปก็ไม่มีประโยชน์

“ท่านแม่จัดการเถอะ”

จ้าวหยวนเช่อพยักหน้า

เจียงโย่วหนิงจุกอกจนอึดอัด ยากจะกลืนลงคอ จึงวางตะเกียบลงแล้วพูดเหมือนไม่เป็นไร “ข้ากินอิ่มแล้ว ท่านแม่กับท่านพี่ค่อย ๆ รับประทานนะเจ้าคะ”

นางแอบถูรอยกดบนนิ้วมือ

พรุ่งนี้หรือ?

เร็วเสียจริง

หากไม่ใช่ว่าเสียมารยาทเกินไป นางอยากลุกขึ้นขอตัวเดี๋ยวนี้เลย

รู้สึกว่าตัวเองนั่งอยู่ตรงนี้เป็นการหาเรื่องให้ตัวเองอับอาย

“ฮูหยิน นายท่านอยู่ในห้องหนังสือ บอกว่ามีจดหมายสำคัญฉบับหนึ่ง ให้มาถามท่านว่าเก็บไว้ที่ใดเจ้าค่ะ”

เฝิงมามาเข้ามารายงาน

“ข้าจะไปเอาให้นายท่าน” นางหานลุกขึ้นเดินไปข้างนอก ปากก็สั่งการเจียงโย่วหนิงกับจ้าวหยวนเช่อ “พวกเจ้ากินกันก่อน”

เมื่อปิดประตู ภายในห้องก็เงียบสงัด

จ้าวหยวนเช่อนั่งอยู่ตรงข้าม

เขาพูดไม่เก่ง ไม่มีทางเอ่ยปากพูดก่อน

สองมือเจียงโย่วหนิงประสาน ก้มหน้านั่งไม่เป็นสุข เหมือนมีตาข่ายที่มองไม่เห็นกำลังปกคลุมนางไว้แน่นหนา ทำให้นางหายใจไม่ออก

“ท่านพี่ค่อย ๆ รับประทานนะเจ้าคะ ข้าจะกลับเรือนแล้ว”

ในที่สุดนางก็นั่งไม่ติด ทิ้งท้ายคำพูดไว้ก็รีบลุกขึ้นแล้วออกไปเหมือนกำลังหนีอะไรอยู่

น้ำเสียงคมกริบของจ้าวหยวนเช่อดังขึ้นด้านหลัง “ยังเจ็บอยู่หรือไม่?”

ร่างเจียงโย่วหนิงแข็งทื่อ รู้ดีว่าเขากำลังถามสิ่งใด เกือบจะพูดออกมาไม่ได้

นางกระทั่งรับรู้ได้ว่าเขากำลังจ้องนาง อึดอัดเหมือนหนามทิ่มหลัง

“ไม่ ไม่เจ็บแล้ว...”

“เอาสิ่งนี้ไป”

จ้าวหยวนเช่อเอ่ยปากอีกครั้ง

เจียงโย่วหนิงหันมองแวบหนึ่ง เป็นกล่องยาหยกขาวกะทัดรัดเมื่อวาน

“ไม่ต้อง ข้าทายาแล้ว”

ใบหน้านางแดงเถือก ปฏิเสธเสียงเบา

นางไม่มียาทา เพียงแค่ไม่อยากรับของจากเขา

คนที่เป็นไปไม่ได้ อย่าเกี่ยวข้องกันอีกจะดีกว่า

“ข้าขอดูหน่อย”

จ้าวหยวนเช่อลุกขึ้น

เจียงโย่วหนิงได้ยินเสียงเขาดันเก้าอี้ ก็ตกใจจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง ทันใดนั้นก็หมายจะวิ่งไปข้างนอกทันที

วินาทีต่อมา สองขาของนางก็ลอยอยู่ในกลางอากาศ

จ้าวหยวนเช่อช้อนตัวอุ้มนางขึ้นจากด้านหลังอย่างง่ายดาย

เจียงโย่วหนิงตกใจลนลาน สองมือดันแผงอกเขา สองขาถีบสะเปะสะปะ ใบหน้าตื่นตระหนก “ท่านพี่ ทำเช่นนี้ไม่เหมาะสมเจ้าค่ะ”

นี่อยู่ในเรือนใหญ่นะ

นางหานอาจกลับมาได้ตลอดเวลา หากเห็นภาพนี้เข้า สำหรับนางคือฟ้าถล่มดินทลายเลย

จ้าวหยวนเช่อไม่สนใจนางที่ดิ้นรน อุ้มนางไปวางไว้หลังฉากกั้นไม้หนานมู่[1] แล้วแบมือให้นาง

ในฝ่ามือมีกล่องยาหยกขาววางไว้

เจียงโย่วหนิงเม้มปากไม่ยอมรับของ

“ต้องให้ข้าช่วยเจ้าหรือ?”

จ้าวหยวนเช่อมองนาง ดวงสีดำราวกับแอ่งน้ำเย็นล้ำลึก มืดลึกจนมองไม่เห็นก้น

“ข้าทำเอง”

เจียงโย่วหนิงคว้ากล่องยาในมือเขามา แล้วหันหลัง ปลดสายเสื้อ ลำคอด้านหลังที่ขาวผ่องกลายเป็นสีชมพูเพราะความอาย

จ้าวหยวนเช่อมองแผ่นหลังของนาง ดวงตาฉาบความมืด

เจียงโย่วหนิงอายสุดขีด ใบหูแดงเถือก นางทายาส่งเดชไปเล็กน้อย หันหลังวางกล่องยาเอาไว้ในมือจ้าวหยวนเช่อ

“ทำไมเลือดยังไหลอยู่อีก?”

จ้าวหยวนเช่อขมวดคิ้ว

เจียงโย่วหนิงถึงสังเกตเห็นมือตัวเองที่เปื้อนหยดเลือด

นางเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงมีเลือดไหลอย่างต่อเนื่อง คืนก่อนมี หลังอาบน้ำมี จนถึงตอนนี้ก็ยังมี

ยังดีที่เลือดไหลไม่มาก

ตอนนี้นางไม่มีเวลาสนใจ แค่อยากรีบจากไปเท่านั้น

กำลังจะหันหลังไปจัดแจงเสื้อผ้า มือก็ถูกจ้าวหยวนเช่อจับไว้กะทันหัน

เจียงโย่วหนิงตัวแข็งทื่อ พลันเห็นเขาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา จับมือนางแล้วเช็ดออกทีละนิ้ว

เขาที่สีหน้าจริงจังกำลังทำเรื่องเหลวไหลที่สุดในใต้หล้า ผ้าเช็ดหน้าสีขาวนวลถูกย้อมด้วยสีแดงเป็นจุด ๆ

บรรยากาศเงียบสงัด ความละมุนละไมค่อย ๆ เคลื่อนตัว

เจียงโย่วหนิงเบือนหน้าหนี ใบหน้าร้อนผ่าว ไม่กล้ามองตรง ๆ

กว่าจะรอให้เขาปล่อยมือได้ นางรีบหันหลังให้เขา ผูกผ้าคาดเอวอย่างลนลาน

จ้าวหยวนเช่อจ้องแผ่นหลังลนลานของนาง เก็บผ้าเช็ดหน้ากลับไปที่หน้าอกอย่างเชื่องช้า

“อวี้เหิง?”

ขณะนี้ ประตูเปิดออกกะทันหัน นางหานไปแล้วกลับมา

เจียงโย่วหนิงตกใจจนตัวสั่นสะท้าน หน้าขาวซีดทันใด กลั้นหายใจตามสัญชาตญาณ

_____________________

[1] ไม้หนานมู่ เป็นไม้เนื้อหอมหายากของจีน ลักษณะเด่นคือมีเนื้อไม้สีทองอร่าม

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 244

    ช่างเถิด รอให้นางแต่งออกไปแล้ว การจะจัดการเจียงโย่วหนิงยังจะยากเย็นอันใดอีก?เจียงโย่วหนิงตามนางหานขึ้นรถม้าไปอีกครั้งนางนั่งอยู่ด้านข้าง ใบหน้าหันตรงไปเบื้องหน้า เม้มริมฝีปากไม่เอ่ยวาจาใดเบื้องหน้าปรากฏใบหน้าอันเย็นชาของจ้าวหยวนเช่อ ภาพความไร้เยื่อใยของเขาวนเวียนไปมาอยู่ร่ำไปนางพยายามห้ามมิให้ตนเองคิดถึงเขาทว่าเพียงชั่วลมหายใจที่ข่มกลั้นความคิดไว้ได้ ลมหายใจถัดมากลับหวนนึกถึงเขาอย่างมิอาจห้ามใจไม่อาจควบคุมตนเองได้เลยแม้แต่น้อยส่วนนางหานก็ลอบสำรวจนางเงียบ ๆ อยู่ด้านข้างปิ่นปักผมที่เพิ่งเลือกไปเมื่อครู่หล่อหลอมขึ้นจากทองคำบริสุทธิ์ทั้งอัน ส่วนยอดสลักเป็นรูปดอกโบตั๋น วันนี้เจียงโย่วหนิงแต่งกายมิได้ดูซอมซ่อ เมื่อจับคู่กันแล้วจึงดูมีสง่าราศีอยู่บ้างนางเอนกายพิงผนังรถม้า พลางครุ่นคิดถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อไป“ฮูหยิน ถึงแล้วเจ้าค่ะ”เมื่อรถม้าหยุดลง เสียงของเฝิงมามาก็ดังขึ้นเจียงโย่วหนิงก้าวลงจากรถม้า กวาดสายตามองซ้ายขวาโรงรับจำนำเป่าซิงนางรู้จักโรงรับจำนำแห่งนี้ดี สำหรับเมืองหลวงแล้วนับว่าเป็นโรงรับจำนำระดับกลางค่อนไปทางสูง ทว่าสำหรับนางหานแล้ว นี่คือกิจการที่ทำกำ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 243

    ซูอวิ๋นชิงปักปิ่นระย้าลงบนมวยผมของตน จงใจยืนเคียงข้างเจียงโย่วหนิง แล้วหันไปมองจ้าวหยวนเช่ออีกคราว่ากันตามตรง กลิ่นอายของนางเหนือกว่าเจียงโย่วหนิงอยู่มากโข อย่างไรเสียในฐานะบุตรีเพียงคนเดียวของหวยหนานอ๋อง นางย่อมเป็นที่โปรดปรานรักใคร่มาตั้งแต่เล็กความเย่อหยิ่งเอาแต่ใจของนาง เป็นสิ่งที่เจียงโย่วหนิงมิอาจเลียนแบบได้เลยทว่ารูปโฉมของเจียงโย่วหนิงนั้นงดงามถึงขีดสุด ผิวพรรณขาวกระจ่างใสดุจหยกมันแกะชั้นดี ดวงหน้ายิ่งดูผุดผ่องพิลาสล้ำ ราวกับถูกปกคลุมด้วยหมอกควันบางเบา ดูหลุดพ้นจากโลกีย์ แม้สตรีบอบบางขี้อายผู้นี้จะไร้ซึ่งกลิ่นอายข่มขวัญ ทว่ากลับมีท่วงทีที่เหนือกว่าซูอวิ๋นชิงอยู่ขั้นหนึ่งยามยืนหยัดเคียงข้างซูอวิ๋นชิง นางกลับมิได้ดูด้อยกว่าแม้แต่น้อยตรงกันข้าม ยิ่งพิศมองนานเพียงไร ยิ่งทำให้ผู้คนไม่อาจละสายตาได้เลย“ย่อมต้องเป็นเจ้า”น้ำเสียงของจ้าวหยวนเช่อเยือกเย็น สายตาจับจ้องเพียงซูอวิ๋นชิงโดยมิได้มองไปทางอื่นถ้อยคำทั้งสี่คำนี้ราวกับก้อนหินก้อนใหญ่ ที่หล่นทุบลงบนศีรษะของเจียงโย่วหนิงทีละก้อนกระแทกจนนางหน้ามืดตาลาย หัวใจปวดแปลบขึ้นมาเป็นระลอกนางสมควรโดนแล้วผู้ใดใช้ให้นางไม่เจี

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 242

    ก่อนหน้านี้ นางหานเคยมอบเครื่องประดับให้นางสองสามชิ้น ทว่าหากมิใช่ดูแก่เกินวัยก็หรูหราจนเกินงาม นางล้วนไม่ชอบเลยสักชิ้นส่วนของที่จ้าวหยวนเช่อมอบให้ นางย่อมไม่สวมใส่เช่นกันดังนั้น นางจึงหยิบปิ่นเงินอันเดิมกลับมาปักไว้การเก็บกวาดข้าวของในครานี้ นางได้จัดเตรียมของที่นางหานมอบให้แยกเอาไว้ต่างหาก โดยวางทิ้งไว้ในเรือนเยาเยว่ นางมิได้ตั้งใจจะนำมันติดตัวไปด้วย“สิ้นเปลืองอันใดกัน? เจ้าลองดูเถิดว่าชอบชิ้นไหน แม่จะซื้อให้เจ้าเอง”ขณะที่เอ่ยปาก นางหานก็พานางมาถึงหน้าตู้จัดแสดงสินค้าแล้วหากจะว่าไปแล้ว เจียงโย่วหนิงเคยมาที่หอเป่าชุ่ยแห่งนี้เพียงไม่กี่ครั้งตู้จัดแสดงด้านในทำจากเปลือกหอยมุกโปร่งใส ภายในประดับประดาด้วยเครื่องประดับงดงามวิจิตรหลากชนิด ละลานตาจนผู้คนมองดูแทบลายตาเหล่าผู้ดูแลร้านล้วนเป็นสตรีหน้าตาพริ้มเพรา ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม ชวนให้ผู้คนรู้สึกประทับใจ“ฮูหยินเจิ้นกั๋วกง ท่านนี้คือ...”มีพนักงานหญิงเดินเข้ามาต้อนรับเห็นได้ชัดว่า นางหานเป็นลูกค้าประจำของที่นี่ เหล่าพนักงานล้วนจดจำนางได้“บุตรสาวของข้าเอง” นางหานดันตัวเจียงโย่วหนิงไปด้านหน้าเล็กน้อย “เจ้าช่วยเลือกปิ่นให้น

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 241

    หากเผยพิรุธออกไป นางย่อมไม่อาจล่วงรู้เจตนาที่แท้จริงของนางหานได้ทว่านางมิใช่คู่ต่อกรของนางหานเลยแม้แต่น้อย ต่อให้ล่วงรู้จุดประสงค์ของอีกฝ่ายแล้ว เกรงว่าก็คงมิอาจขัดขืนได้อยู่ดีแต่นางยังคงต้องลงมือทำตามที่จ้าวหยวนเช่อสอนสั่ง เช่นนี้จึงจะไม่ทำให้นางหานเกิดความระแวดระวังนางได้ง่าย ๆ ซึ่งย่อมดีกว่ามิได้ทำสิ่งใดเลย“ไม่ต้องนั่งหรอก” นางหานกุมมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน พลางเอ่ยกลั้วรอยยิ้มว่า “ข้าทำเรื่องผิดพลาดไปเรื่องหนึ่ง โย่วหนิง เจ้าอย่าได้โทษข้าเลยนะ”นางจ้องมองเจียงโย่วหนิง ในใจลอบดีดลูกคิดรางแก้วอย่างเงียบ ๆนังเด็กชั้นต่ำผู้นี้ถูกนางเลี้ยงดูจนกลายเป็นคนไร้ค่า ต่อให้ไปแล้วก็คงจะดูไม่ออกว่ามีสิ่งใดผิดปกติ“ท่านแม่กล่าวเช่นนี้ ช่างบั่นทอนอายุขัยข้าแล้ว” เจียงโย่วหนิงรีบโบกมือปฏิเสธ “ท่านมีเรื่องอันใด ไยไม่กล่าวมาตามตรงเล่าเจ้าคะ?”ทั้งนางและนางหานต่างรู้ดีแก่ใจ ว่าความผูกพันฉันแม่ลูกระหว่างพวกเขานั้นเป็นเพียงเรื่องจอมปลอมนางหานกำลังเล่นงิ้วฉากใดอยู่อีกเล่า?“ต้องโทษข้าเอง ที่หลายปีมานี้ละเลยเจ้าไป” นางหานทอดถอนใจ “วันนี้พ่อของเจ้าตำหนิข้า ว่าหลายปีมานี้กระทั่งเรื่องดูแลร้านค

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 240

    ยามเลิกงานเลี้ยง ดวงจันทร์ก็ลอยเด่นเหนือยอดไม้เสียแล้วเมื่อออกจากวังเจียงโย่วหนิงเพิ่งจะขึ้นรถม้า ก็ได้ยินเสียงคนเรียกนางจากด้านหลัง“คุณหนูเจียง”ชิงเจี้ยนเดินมาที่ข้างรถม้า“มีเรื่องอันใดหรือ?”เจียงโย่วหนิงนั่งถามอยู่ภายในรถม้า มิได้เลิกม่านขึ้นมองเขาชิงเจี้ยนนับว่าเป็นคนดีผู้หนึ่งทว่าเพราะเหตุอันเกี่ยวเนื่องกับจ้าวหยวนเช่อ ยามนี้นางจึงไม่อยากเห็นหน้าชิงเจี้ยนแม้แต่น้อย“นายท่านให้ผู้น้อยนำมามอบให้ท่านขอรับ”ชิงเจี้ยนยื่นกล่องอาหารเข้ามา“ข้าไม่เอา เจ้าเอากลับไปเถิด”เจียงโย่วหนิงรู้สึกอึดอัดในอก ปฏิเสธไปโดยมิต้องคิดเขากับซูอวิ๋นชิงอีกเพียงสิบสี่วันก็จะแต่งงานกันแล้ว ยังจะมาสนใจนางอีกทำไมกัน?ต่อให้นางต้องอดตาย ก็มิได้เกี่ยวอันใดกับเขาชิงเจี้ยนลังเลเล็กน้อย ก่อนจะขยิบตาให้ฟู่อวี้ที่กำลังบังคับรถม้าฟู่อวี้ชะงักไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “คุณหนู เมื่อครู่ในงานเลี้ยงพระราชวังท่านแทบจะมิได้ทานสิ่งใดเลยมิใช่หรือเจ้าคะ? อย่างไรเสียสุขภาพก็สำคัญที่สุด ท่านยังมีเรื่องต้องทำอีกมากนะเจ้าคะ”ยามนี้นางย่อมรู้ดีว่า หากคุณหนูทุกข์ใจเมื่อใดก็จะทานสิ่งใดไม่ลงในวังมีข่าวลือออก

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 239

    “ท่านพ่อ ท่านจะรีบร้อนไปไยเจ้าคะ?”ซูอวิ๋นชิงหน้าแดงก่ำ เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงแผ่วเบานางดูราวกับกำลังเอียงอาย ทว่าแท้จริงแล้วภายในใจกลับประหม่ายิ่งนักนางรู้ดีว่าฝ่าบาททรงให้ความสำคัญกับท่านพ่อเป็นพิเศษ แต่ท่านพ่อก็ไม่ควรหยิ่งผยองเพราะความโปรดปรานเช่นนี้การกล่าววาจาเช่นนี้ต่อหน้าพระพักตร์ท่ามกลางผู้คนมากมาย เกรงว่าฝ่าบาทคงจะไม่พอพระทัยเป็นแน่เมื่อหันไปมองพระชายาหวยหนาน กลับพบว่านางยังมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า ราวกับคุ้นชินที่หวยหนานอ๋องเป็นเช่นนี้ไปเสียแล้วเจียงโย่วหนิงอดมิได้ที่จะปรายตามองจ้าวหยวนเช่อคราหนึ่งทว่ากลับเห็นเพียงใบหน้าเรียบเฉย เขาก้มมองอาหารเบื้องหน้า ไม่รู้ว่ากำลังครุ่นคิดสิ่งใดอยู่เจียงโย่วหนิงมองเพียงแวบเดียว ก็ชักสายตากลับมาเขาจะเป็นเช่นไร แล้วเกี่ยวอันใดกับนางเล่า?นางไม่ควรใส่ใจเขาบรรยากาศภายในตำหนักหนักอึ้งตึงเครียดหวยหนานอ๋องจ้องมองเฉียนเจิ้งตี้โดยมิได้เอ่ยสิ่งใดครู่ต่อมา เฉียนเจิ้งตี้พลันแย้มพระสรวล “หวยหนานอ๋องช่างใจร้อนเสียจริง”เมื่อพระองค์ตรัสขึ้น ทุกคนก็พลันผ่อนคลายลง ต่างหัวเราะผสมโรงตามไปด้วย“โดยหลักเป็นเพราะชายแดนใต้ยังมีกิจธุระอีกมาก

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 1

    เช้าตรู่ต้นฤดูร้อน ศาลบรรพบุรุษแห่งจวนเจิ้นกั๋วกงในเมืองหลวง ถูกปกคลุมด้วยหมอกชั้นบางภายในศาลบรรพบุรุษมีเสียงสวดมนต์ของนักบวชดังขึ้นราง ๆ ภายในเรือน เตาหลอมสัมฤทธิ์ที่มีความสูงครึ่งคนมีควันพวยพุ่ง สาวใช้และบ่าวชายกำลังวิ่งวุ่นเจียงโย่วหนิงถือชายกระโปรงเดินมาจากด้านหลังทางเดิน ความปวดร้าวทั่วร่าง

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 8

    “ไม่กลัวถูกขังในศาลบรรพบุรุษ แล้วกลัวไม้ตีมือหรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อมือไพล่หลังเดินออกมาจากหลังฉากกั้น ดวงตาใสกระจ่างจ้องจ้าวเชียนหัว แววตาแผ่ซ่านความเยือกเย็น“ท่านซื่อจื่อ!”สาวใช้บ่าวหญิงเฒ่าคุกเข่าเต็มพื้นเจียงโย่วหนิงหน้าซีดจ้องมองจ้าวหยวนเช่อ ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้เขาจะไม่อยู่ในต

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 7

    เจียงโย่วหนิงไม่มีเวลาคิดว่าเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ยื่นมือคิดจะปิดประตูแล้ววิ่งหนี แต่ช่วยไม่ได้ขาสองข้างไม่เอาไหน ไม่ฟังคำสั่งนางสักนิด ก้าวไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียว“เข้ามา”จ้าวหยวนเช่อไม่หันหลัง แต่เหมือนมองเห็นการกระทำของนางเจียงโย่วหนิงกลัวถูกคนจับได้ เลยก้มหน้าเดินเข้าห้องด้านใน แล้วถามเสียง

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 6

    “เจ้าช่างมีน้ำใจ มานั่งกับข้าตรงนี้มา”นางหานยิ้มพร้อมกวักมือเรียกเจียงโย่วหนิง ส่งสัญญาณให้นางมานั่งลงข้างตัวเองตอนนี้อยู่ข้างนอก ต้องดีกับเจียงโย่วหนิงหน่อย จะได้สร้างชื่อเสียงดีงามให้ตัวเองด้วยเจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย แล้วยื่นล่วมยาให้หมอจางหมอจางสบตากับนางแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status