Compartilhar

บทที่ 4

Autor: มู่เฉิงซินสวี่
นางหานชำเลืองมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่ง

หางตาเจียงโย่วหนิงเห็นจ้าวหยวนเช่อเงยหน้า เหมือนจะมองมาทางนี้เช่นกัน

นางแสร้งทำใจเย็น คีบขนมพุทราขึ้นมาใหม่แล้ววางหน้าตัวเอง แล้วกัดคำเล็กไปหนึ่งคำ

จืดชืดราวกับเคี้ยวขี้ผึ้ง

เหตุใดนางหานจึงถามเช่นนี้กะทันหัน? ไม่ได้ตั้งใจหรือ? หรือดูบางอย่างออก จึงจงใจเหยียดหยามนาง?

แต่ไม่ว่าอย่างไร นางฟังออกว่านางหานไม่ชอบใจ

จ้าวหยวนเช่อสีหน้าเรียบเฉย “เหตุใดท่านแม่จึงกล่าวเช่นนี้?”

นางหานยื่นมือไปสัมผัสรอยฟันตรงลำคอของเขา ขมวดคิ้วกล่าว “สตรีที่ดี จะมีใครที่ไหนทิ้งร่องรอยเช่นนี้เอาไว้บนร่างกายบุรุษ?”

แม้ไม่เคยพบหน้า แต่นางไม่ชอบสตรีผู้นี้เอาเสียเลย ในตระกูลใหญ่ ต่อให้เป็นอนุที่ไม่มีความสำคัญ ก็ต้องเลือกเฟ้นอย่างดี

ใบหน้าเจียงโย่วหนิงร้อนผ่าวขึ้นมา ก้มหน้าต่ำลงมากขึ้น แล้วกัดขนมพุทราที่ไม่รู้ว่ารสชาติเป็นอย่างไรอีกหนึ่งคำ

ตอนนั้นนางปวดเกินไป อายเกินกว่าจะส่งเสียง นี่เป็นพฤติกรรมตามสัญชาตญาณ

ที่แท้นี่คือไม่ใช่คนดีหรอกหรือ?

จ้าวหยวนเช่อไม่พูดไม่จา หลบหลีกการสัมผัสจากนางหาน ม้วนแขนเสื้อรินชานมสองถ้วย วางไว้ตรงหน้าเจียงโย่วหนิงกับนางหานคนละหนึ่งถ้วย

เจียงโย่วหนิงกวาดมองชานมสีขาวนวล นางชอบกินหวาน แต่สถานการณ์เช่นนี้จะมีความอยากได้อย่างไร? แค่อยากรีบกินรีบกลับ

นางหานเห็นจ้าวหยวนเช่อไม่ตอบ จึงถามต่อ “สตรีผู้นั้นมีสถานะอย่างไร?”

“เหมือนเจียงโย่วหนิง” จ้าวหยวนเช่อเอ่ยเสียงเรียบ

หัวใจเจียงโย่วหนิงบีบรัด ตะเกียบในมือเกือบจับไม่อยู่ ขนลุกชันทั่วร่างพร้อมกันโดยพลัน

“ไม่มีผู้ใดให้พึ่งพิง”

จ้าวหยวนเช่อมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดเสริมด้วยสีหน้าเรียบเฉย

เจียงโย่วหนิงตกใจจนเหงื่อแตกไปทั้งตัว เวลาเช่นนี้เขาพูดถึงนางทำไม? ไม่กลัวนางหานพบพิรุธหรือ!

“โย่วหนิงจะไร้ที่พึ่งพิงได้อย่างไร? นางยังมีครอบครัวเรา” นางหานรีบกล่าว หยุดไปสักครู่ก็กล่าวต่อ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าคิดจะเลี้ยงดูนางไว้ข้างนอกตลอดหรือ?”

นางวางใจแล้ว ในเมื่อสตรีสาวผู้นั้นไร้ที่พึ่ง ถ้าอย่างนั้นก็แล้วแต่นางจะควบคุมสินะ?

“ท่านแม่จะจัดการหรือ?”

จ้าวหยวนเช่อย้อนถาม

นางหานกล่าว “ข้าคิดว่า มอบนางให้ข้าเลี้ยงดูอยู่ข้างนอกแทนเจ้าไปก่อน พวกเจ้าอย่าเพิ่งพบกันชั่วคราว รอให้เจ้าแต่งงานแล้ว ค่อยใช้เกี้ยวหลังเล็ก ไปรับมาทางประตูเล็กให้เป็นอนุก็พอ อย่างไรบัดนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญในการทาบทามของเจ้า หากมีข่าวว่าเลี้ยงเมียนอกบ้าน เกรงว่าชื่อเสียงจะไม่ดี”

นางกลับไม่กลุ้มใจว่าลูกชายจะหาภรรยาไม่ได้ ลูกนางเพิ่งกลับเมืองหลวงแค่กี่วัน? แม่สื่อที่มาทาบทามก็มีมากกว่าสิบคนแล้ว

นางแค่ไม่อยากให้สตรีไม่รู้กาลเทศะข้างนอกนั่น ทำชื่อเสียงบุตรชายแปดเปื้อน

“เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”

จ้าวหยวนเช่อมองเจียงโย่วหนิง ดวงตาใสกระจ่าง ริมฝีปากเม้มเล็กน้อย ดูน่าเกรงขาม

ในใจเจียงโย่วหนิงลนลาน ลำคอเหมือนจุกจนพูดไม่ออก ทำไมเขาต้องลากนางเข้าไปเกี่ยวด้วยทุกที?

นี่ยังต้องถามหรือ? แน่นอนว่ามอบนางให้นางหานไม่ได้ นางยิ่งไม่ยอมเป็นอนุของเขา

นางเองก็ไม่ใช่เมียนอกบ้านของเขา

เรื่องในคืนนั้นเป็นอุบัติเหตุ ต่อไปจะไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก

รอให้เก็บเงินอีกสักหน่อย นางจะพาอู๋มามาย้ายออกจากจวนเจิ้นกั๋วกง ไปให้ไกลจากเขาและเรื่องวุ่นวายของครอบครัวนี้

“โย่วหนิงเป็นเพียงเด็กสาวคนหนึ่ง จะไปรู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร?” นางหานหัวเราะ นึกว่าจ้าวหยวนเช่อไม่อยากมอบคนให้ จึงไม่บังคับ แล้วเปลี่ยนหัวข้อ “แต่ว่า หากเจ้าอยากไปดูตัวแม่นางคนไหน โย่วหนิงสามารถช่วยเป็นหูเป็นตาได้”

เจียงโย่วหนิงหลุบตาลง เงียบเชียบไม่พูดจา คำพูดของนางหานให้เกียรตินางเกินไปแล้ว นางมีสิทธิ์อะไรไปช่วยจ้าวหยวนเช่อดูตัวกัน?

“ท่านแม่มีคนที่เหมาะสมแล้วหรือ?”

จ้าวหยวนเช่อถามเสียงเรียบ

“มีสิ” นางหานยิ้มแล้วกล่าว “คุณหนูจวนราชครูหวัง เจ้าคิดว่าอย่างไร?”

เจียงโย่วหนิงที่กำลังเคี้ยวขนมพุทราหยุดชะงัก แพขนตายาวหลุบต่ำ

คุณหนูจวนราชครูหวัง ย่อมต้องเป็นคุณหนูสามในภรรยาเอกเป็นแน่ ตอนสาว ๆ ฮูหยินราชครูหวังคือสตรีงามที่เลื่องชื่อ คุณหนูสามย่อมเป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

คุณชายตระกูลขุนนาง คุณหนูตระกูลใหญ่ ฐานะเหมาะสม กิ่งทองใบหยก

ก็ดีแล้วนี่

จ้าวหยวนเช่อมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่ง ไม่ได้ว่าอะไร

นางหานกล่าวอย่างดีใจ “หากเจ้ายินดีดูตัว งั้นพรุ่งนี้ดีหรือไม่?”

นางคาดหวังในการหมั้นหมายครั้งนี้มาก

ราชครูหวังเป็นอาจารย์ของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน บัดนี้เป็นสมุหกลาโหม ซึ่งก็คือประมุขแห่งสภากลาโหม คนในราชสำนักต่างเรียกเขาว่า ‘อัครมหาเสนาบดีฝ่ายทหาร’

หลังจ้าวหยวนเช่อชนะศึกกลับมา ได้รับพระกรุณาจากฮ่องเต้แต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการหน้าพระที่นั่ง เป็นขุนนางระดับสอง อายุยังน้อยเช่นนี้กลับได้รับตำแหน่งสูงสุดสายขุนนางบู้แล้ว มีเขาเพียงผู้เดียวในหมู่คนรุ่นใหม่

แต่นางยังอยากให้ลูกชายที่อยู่จุดสูงสุดก้าวหน้าไปอีก แต่งกับบุตรสาวราชครูหวัง ลูกชายจะได้เข้าสภากลาโหม อนาคตภายหน้ายิ่งไม่อาจประเมิน

เจียงโย่วหนิงได้สติจากนิ้วมือที่ปวด ถึงได้พบว่าจับตะเกียบหยกแน่นเกินไป ทำให้บนนิ้วมือปรากฏรอยกดที่ลึกลงไป

นางคลายมือออก สิ่งที่ไม่ใช่ของนาง จับแน่นไปก็ไม่มีประโยชน์

“ท่านแม่จัดการเถอะ”

จ้าวหยวนเช่อพยักหน้า

เจียงโย่วหนิงจุกอกจนอึดอัด ยากจะกลืนลงคอ จึงวางตะเกียบลงแล้วพูดเหมือนไม่เป็นไร “ข้ากินอิ่มแล้ว ท่านแม่กับท่านพี่ค่อย ๆ รับประทานนะเจ้าคะ”

นางแอบถูรอยกดบนนิ้วมือ

พรุ่งนี้หรือ?

เร็วเสียจริง

หากไม่ใช่ว่าเสียมารยาทเกินไป นางอยากลุกขึ้นขอตัวเดี๋ยวนี้เลย

รู้สึกว่าตัวเองนั่งอยู่ตรงนี้เป็นการหาเรื่องให้ตัวเองอับอาย

“ฮูหยิน นายท่านอยู่ในห้องหนังสือ บอกว่ามีจดหมายสำคัญฉบับหนึ่ง ให้มาถามท่านว่าเก็บไว้ที่ใดเจ้าค่ะ”

เฝิงมามาเข้ามารายงาน

“ข้าจะไปเอาให้นายท่าน” นางหานลุกขึ้นเดินไปข้างนอก ปากก็สั่งการเจียงโย่วหนิงกับจ้าวหยวนเช่อ “พวกเจ้ากินกันก่อน”

เมื่อปิดประตู ภายในห้องก็เงียบสงัด

จ้าวหยวนเช่อนั่งอยู่ตรงข้าม

เขาพูดไม่เก่ง ไม่มีทางเอ่ยปากพูดก่อน

สองมือเจียงโย่วหนิงประสาน ก้มหน้านั่งไม่เป็นสุข เหมือนมีตาข่ายที่มองไม่เห็นกำลังปกคลุมนางไว้แน่นหนา ทำให้นางหายใจไม่ออก

“ท่านพี่ค่อย ๆ รับประทานนะเจ้าคะ ข้าจะกลับเรือนแล้ว”

ในที่สุดนางก็นั่งไม่ติด ทิ้งท้ายคำพูดไว้ก็รีบลุกขึ้นแล้วออกไปเหมือนกำลังหนีอะไรอยู่

น้ำเสียงคมกริบของจ้าวหยวนเช่อดังขึ้นด้านหลัง “ยังเจ็บอยู่หรือไม่?”

ร่างเจียงโย่วหนิงแข็งทื่อ รู้ดีว่าเขากำลังถามสิ่งใด เกือบจะพูดออกมาไม่ได้

นางกระทั่งรับรู้ได้ว่าเขากำลังจ้องนาง อึดอัดเหมือนหนามทิ่มหลัง

“ไม่ ไม่เจ็บแล้ว...”

“เอาสิ่งนี้ไป”

จ้าวหยวนเช่อเอ่ยปากอีกครั้ง

เจียงโย่วหนิงหันมองแวบหนึ่ง เป็นกล่องยาหยกขาวกะทัดรัดเมื่อวาน

“ไม่ต้อง ข้าทายาแล้ว”

ใบหน้านางแดงเถือก ปฏิเสธเสียงเบา

นางไม่มียาทา เพียงแค่ไม่อยากรับของจากเขา

คนที่เป็นไปไม่ได้ อย่าเกี่ยวข้องกันอีกจะดีกว่า

“ข้าขอดูหน่อย”

จ้าวหยวนเช่อลุกขึ้น

เจียงโย่วหนิงได้ยินเสียงเขาดันเก้าอี้ ก็ตกใจจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง ทันใดนั้นก็หมายจะวิ่งไปข้างนอกทันที

วินาทีต่อมา สองขาของนางก็ลอยอยู่ในกลางอากาศ

จ้าวหยวนเช่อช้อนตัวอุ้มนางขึ้นจากด้านหลังอย่างง่ายดาย

เจียงโย่วหนิงตกใจลนลาน สองมือดันแผงอกเขา สองขาถีบสะเปะสะปะ ใบหน้าตื่นตระหนก “ท่านพี่ ทำเช่นนี้ไม่เหมาะสมเจ้าค่ะ”

นี่อยู่ในเรือนใหญ่นะ

นางหานอาจกลับมาได้ตลอดเวลา หากเห็นภาพนี้เข้า สำหรับนางคือฟ้าถล่มดินทลายเลย

จ้าวหยวนเช่อไม่สนใจนางที่ดิ้นรน อุ้มนางไปวางไว้หลังฉากกั้นไม้หนานมู่[1] แล้วแบมือให้นาง

ในฝ่ามือมีกล่องยาหยกขาววางไว้

เจียงโย่วหนิงเม้มปากไม่ยอมรับของ

“ต้องให้ข้าช่วยเจ้าหรือ?”

จ้าวหยวนเช่อมองนาง ดวงสีดำราวกับแอ่งน้ำเย็นล้ำลึก มืดลึกจนมองไม่เห็นก้น

“ข้าทำเอง”

เจียงโย่วหนิงคว้ากล่องยาในมือเขามา แล้วหันหลัง ปลดสายเสื้อ ลำคอด้านหลังที่ขาวผ่องกลายเป็นสีชมพูเพราะความอาย

จ้าวหยวนเช่อมองแผ่นหลังของนาง ดวงตาฉาบความมืด

เจียงโย่วหนิงอายสุดขีด ใบหูแดงเถือก นางทายาส่งเดชไปเล็กน้อย หันหลังวางกล่องยาเอาไว้ในมือจ้าวหยวนเช่อ

“ทำไมเลือดยังไหลอยู่อีก?”

จ้าวหยวนเช่อขมวดคิ้ว

เจียงโย่วหนิงถึงสังเกตเห็นมือตัวเองที่เปื้อนหยดเลือด

นางเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงมีเลือดไหลอย่างต่อเนื่อง คืนก่อนมี หลังอาบน้ำมี จนถึงตอนนี้ก็ยังมี

ยังดีที่เลือดไหลไม่มาก

ตอนนี้นางไม่มีเวลาสนใจ แค่อยากรีบจากไปเท่านั้น

กำลังจะหันหลังไปจัดแจงเสื้อผ้า มือก็ถูกจ้าวหยวนเช่อจับไว้กะทันหัน

เจียงโย่วหนิงตัวแข็งทื่อ พลันเห็นเขาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา จับมือนางแล้วเช็ดออกทีละนิ้ว

เขาที่สีหน้าจริงจังกำลังทำเรื่องเหลวไหลที่สุดในใต้หล้า ผ้าเช็ดหน้าสีขาวนวลถูกย้อมด้วยสีแดงเป็นจุด ๆ

บรรยากาศเงียบสงัด ความละมุนละไมค่อย ๆ เคลื่อนตัว

เจียงโย่วหนิงเบือนหน้าหนี ใบหน้าร้อนผ่าว ไม่กล้ามองตรง ๆ

กว่าจะรอให้เขาปล่อยมือได้ นางรีบหันหลังให้เขา ผูกผ้าคาดเอวอย่างลนลาน

จ้าวหยวนเช่อจ้องแผ่นหลังลนลานของนาง เก็บผ้าเช็ดหน้ากลับไปที่หน้าอกอย่างเชื่องช้า

“อวี้เหิง?”

ขณะนี้ ประตูเปิดออกกะทันหัน นางหานไปแล้วกลับมา

เจียงโย่วหนิงตกใจจนตัวสั่นสะท้าน หน้าขาวซีดทันใด กลั้นหายใจตามสัญชาตญาณ

_____________________

[1] ไม้หนานมู่ เป็นไม้เนื้อหอมหายากของจีน ลักษณะเด่นคือมีเนื้อไม้สีทองอร่าม
Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 30

    จ้าวหยวนเช่อดึงลิ้นชักออกมา แล้วหยิบตำราเล่มหนึ่งส่งมาให้ตรงหน้านาง “กลับไปคัดบท 'วิญญูชน' มาสามจบ พรุ่งนี้เอามาส่งให้ข้า”เจียงโย่วหนิงเหลือบมองปกตำราอยู่ชั่วครู่ ด้านบนมีตัวอักษรที่งดงามทว่าซับซ้อนอยู่นางไม่รู้จักเลยสักตัว“ท่านพี่ ท่านลืมแล้วหรือว่าข้ารู้จักตัวอักษรแค่ไม่กี่ตัว...”นางหลุบขนตาสีดำขลับ ไม่ได้ไปรับเอาไว้จ้าวหยวนเช่อเริ่มศึกษาร่ำเรียนตั้งแต่อายุสามขวบ แต่เพราะตามความตั้งใจของนางหาน นางเพิ่งจะศึกษาร่ำเรียนตอนอายุหกขวบปีนั้นตอนอายุได้แปดขวบเชียนหัวกลับมา นางหานก็ไม่ได้ให้นางร่ำเรียนอีก บอกว่าสตรีไร้ความสามารถจึงจะนับว่าดีเวลาสั้น ๆ แค่สองปี นางยังเด็กขนาดนั้น จะรู้จักตัวอักษรสักกี่ตัวกัน?โชคดีที่หลังจากไปที่โรงหมอ ติดตามหมอจางจนพอจะรู้จักตัวหนังสือที่เกี่ยวกับสมุนไพรมาบ้าง ทว่าตัวอักษรพวกนั้นส่วนใหญ่เป็นตัวอักษรย่อ แตกต่างจากตัวอักษรที่อยู่บนตำราของจ้าวหยวนเช่อเล่มนี้นางเองก็ไม่อยากคัดลอกตำราตอนบ่ายยังต้องไปทำงานที่โรงหมออีก จะมีเวลาคัดตำราได้เช่นไร?เดิมทีนางคิดว่าเหตุผลนี้น่าจะหนักแน่นพอ จ้าวหยวนเช่อคงไม่ยืนกรานต่อไปคิดไม่ถึงว่าจ้าวหยวนเช่อกลับพูดว่

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 29

    จ้าวหยวนเช่อไม่ได้สนใจนาง ยกมือขึ้นยิงศรสัญญาณขึ้นไปในอากาศศรสัญญาณส่งเสียง “ฟิ้ว” แล้วทะยานไปบนท้องฟ้า แผดเสียงแหลมสูงออกมานี่ใช้สำหรับเรียกผู้ใต้บังคับบัญชาเจียงโย่วหนิงซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของเขา ค่อย ๆ เบาใจขึ้นขอเพียงชิงเจี้ยนมาถึง องค์หญิงจิ้งเหอย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้แน่นอน เมื่อถึงตอนนั้นจ้าวหยวนเช่อก็จะสามารถพานางออกไปจากจวนองค์หญิงได้อย่างราบรื่น“จ้าวหยวนเช่อ ข้าถามเจ้าอยู่นะ!”องค์หญิงจิ้งเหอสีหน้าย่ำแย่บนโลกนี้ คนที่กล้าไม่เห็นนางอยู่ในสายตาเช่นนี้สามารถนับได้ด้วยมือเพียงข้างเดียวน่าเสียดายที่จ้าวหยวนเช่อก็คือหนึ่งในนั้นพอผู้ใต้บังคับบัญชาของเขามาถึง นางขวางเขาเอาไว้ไม่อยู่แน่นอนจ้าวหยวนเช่อมองลงมา มองนางอย่างเย็นชา ไม่แยแสแม้แต่น้อยอยู่ ๆ องค์หญิงจิ้งเหอก็เปลี่ยนสีหน้า ยิ้มอย่างเอาใจพลางกล่าวว่า “วันนี้ข้าแค่ล้อเจ้าเล่นเท่านั้น เจ้าคงไม่คิดจริงจังหรอกกระมัง? ตอนนี้ข้าจะพาพวกเขาถอยไปเดี๋ยวนี้ เจ้าก็อย่าไปฟ้องเสด็จพ่อเลยนะ”ฝ่าบาทให้ความสำคัญกับจ้าวหยวนเช่อมาตลอดจ้าวหยวนเช่ออุปนิสัยซื่อตรง เกรงก็แต่ว่าเขาจะไปทูลฟ้องต่อหน้าเสด็จพ่อเดิมทีนางคิดว่าคนที่ยอดเย

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 28

    เจียงโย่วหนิงได้ยินคำพูดที่หยาบโลนขององค์หญิงจิ้งเหอก็ใบหน้าแดงก่ำ ขนตายาวดุจปีกผีเสื้อหลุบลงในทันที ทว่าสายตากลับไปสบเข้ากับบริเวณหน้าท้องส่วนล่างของจ้าวหยวนเช่อพอดีจิตใจของนางว้าวุ่นจนทำอันใดไม่ถูก รู้สึกโดยสัญชาตญาณว่ามันไม่เหมาะสม ไม่มองและรีบเบือนหน้าไปทางอื่น แต่ไม่รู้ว่าจะมองไปทางใด ปลายนิ้วบิดชายเสื้อโดยไม่รู้ตัว คำพูดขององค์หญิงจิ้งเหอสะท้อนอยู่ภายในสมองโดยไม่รู้ตัวนางไม่เคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับบุรุษอื่น ยังคิดว่าบุรุษทุกคนต่างก็เหมือนกันกับจ้าวหยวนเช่อเสียอีกที่แท้ก็มีเล็กมีใหญ่อย่างนั้นหรือ?เมื่อเทียบกับคนอื่นแล้วจ้าวหยวนเช่อ...มิน่าเล่าถึงได้เจ็บถึงเพียงนี้สายตาขององค์หญิงจิ้งเหอ เป็นสายวัดจริง ๆแต่นางบอกว่าไม่นานจ้าวหยวนเช่อก็จะเป็นของซูอวิ๋นชิงแล้วงั้นหรือ? จิ้งเหอเป็นองค์หญิง ถึงแม้เสเพลไม่ยึดประเพณี แต่กลับไม่เคยลดตัวลงไปโกหกคิดดูแล้ว ที่ฝ่าบาทประสงค์จะพระราชทานสมรสให้จ้าวหยวนเช่อกับซูอวิ๋นชิงเป็นเรื่องจริงสินะ“ลุกขึ้น”จ้าวหยวนเช่อประคองเอวบางไม่ถึงหนึ่งกำมือของนางไว้ชั่วครู่น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย จะเหลือก็เพียงแหบพร่าเล็กน้อยเพิ่งจะผ่านไปชั่วครู่

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 27

    มีสาวใช้เข้ามาทูลรายงาน“แถว ๆ นี้? อยู่ที่ใดเล่า? ไร้ประโยชน์กันทั้งหมดจริง ๆ คนที่ถูกวางยายังจับตาเอาไว้ไม่ได้!”องค์หญิงจิ้งเหอตำหนิ แต่กลับไม่ได้โกรธมากมายนัก ฟังดูแล้วในน้ำเสียงแฝงไปด้วยความเสียดายมากกว่า“องค์หญิงไม่ต้องกังวล หม่อมฉันจะส่งคนไปค้นหาเพคะ”สาวใช้ผู้นี้แย้มยิ้มพลางเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมนาง“เฝ้าทางเข้าไว้ให้ดี ค้นหาให้ละเอียด ยาของข้ามีฤทธิ์แรงนัก แม้ว่าเขาจะมีวรยุทธ์ลึกล้ำ ถ้าไม่ระบายออกมาก็แก้พิษไม่ได้หรอก เขาหนีไม่พ้นกำมือของข้าแน่”องค์หญิงจิ้งเหอยกมือขึ้นสั่งการ มีแผนการในใจอยู่แล้วเจียงโย่วหนิงได้ยินก็ยิ่งลนลาน หดกายถอยหนีแล้วซุกศีรษะเข้าไปในอ้อมแขนของจ้าวหยวนเช่อราวกับนกกระทาที่กำลังหวาดกลัวทำเช่นนี้ อย่างน้อยยามที่องค์หญิงจิ้งเหอเงยหน้าขึ้นมามองก็จะเห็นแผ่นหลังของจ้าวหยวนเช่อ ไม่ใช่ใบหน้าของนางจ้าวหยวนเช่อบีบลำคอระหงของนาง พลางโน้มกายลงจุมพิต ไล่ต้อนริมฝีปากของนางริมฝีปากร้อนผ่าวแนบชิดลงมาเขาไม่ได้ช่ำชองมากนัก จุมพิตทั้งรีบร้อนและหนักหน่วง งุ่มง่ามบุ่มบ่าม ไม่มีแบบแผนแม้แต่น้อยเจียงโย่วหนิงยิ่งอ่อนประสบการณ์ ถูกเขาจูบจนริมฝีปากชา ลมหายใจร้อนระอุ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 26

    จ้าวหยวนเช่อหายใจหนัก หางตาแดงก่ำ นัยน์ตาดำขลับไม่เย็นชาและเฉียบคมอีกต่อไปแล้ว แต่กลับปกคลุมไปด้วยความพร่าเลือนลุ่มหลงอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็น“อย่าขยับ ข้าถูกวางยา”ความเจ็บปวดที่ส่งผ่านมาจากปลายนิ้วชี้ช่วยดึงสติของเขากลับมาได้หลายส่วน เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบ ๆ เหงื่อเย็นไหลลงมาตามข้างแก้ม กำหมัดทั้งสองข้างแน่นพยายามควบคุมตัวเองอย่างสุดกำลังเจียงโย่วหนิงคลายปากออก นัยน์ตาที่เปียกชื้นเบิกกว้างมองไปทางเขาอย่างตกตะลึงนางไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน เปราะบาง ดูคล้ายคนป่วย ไม่มีความเฉียบคมและเย็นชาเหมือนยามปกติอีกต่อไป ริมฝีปากแดงราวกับโลหิต อ่อนแอและงดงาม ดึงดูดให้ผู้คนคิดไปไกลตัวของเขาร้อนผ่าว ราวกับภายในกายเก็บซ่อนเปลวไฟที่ลุกโชนเอาไว้ แผดเผาจากภายในสู่ภายนอก จนเกือบจะทำให้นางหลอมละลายเขาแนบชิดนางตลอดเวลานางเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าหากไม่ฟังคำพูดเขาอีกจะเกิดผลลัพธ์เช่นไร ขนตาเพรียวยาวสั่วไหวอยู่ชั่วครู่ ร่างกายแข็งค้างไม่กล้าขยับมั่วซั่วอีกเมื่อครู่อยู่ที่งานเลี้ยงยังดี ๆ อยู่เลย อยู่ ๆ ทำไมเขาถึงเป็นเช่นนี้ได้? หรือว่า มีคนเล่นตุกติกกับสุราของเขากระนั้นหรือ?แผ่นอกของจ้าวหยวนเ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 25

    เจียงโย่วหนิงกล่าวกับตู้จิ่งเฉินด้วยเสียงแผ่วเบา แล้วลุกขึ้นออกจากโถงหลักไปนางไม่อยากเห็นทุกฉากทุกตอนที่จ้าวหยวนเช่อกับซูอวิ๋นชิงอยู่ด้วยกัน นางไม่ได้ริษยา แล้วก็ไม่ได้หวังสูงเกินตัวด้วยแต่ว่านางเจ็บปวดใจ และอึดอัดในอกตาไม่เห็นก็ใจสงบนางเดินไปตามทางเดินเล็ก ๆ ในสวน พลางครุ่นคิดถึงเส้นทางที่จะออกจากจวนองค์หญิง มิสู้กลับไปที่โรงหมอเสียเลยจะดีกว่าอยู่ ๆ ด้านหลังก็มีเสียงฝีเท้าแว่วมาเจียงโย่วหนิงหันหน้ากลับไป ก็พบกับจ้าวหยวนเช่อสาวเท้ามา ด้วยฝีเท้าเร่งรีบ คิ้วขมวดมุ่นเจียงโย่วหนิงไม่เคยเห็นสีหน้าเขาย่ำแย่ขนาดนี้มาก่อน จึงรู้สึกแปลกใจ“เจียงโย่วหนิง”จ้าวหยวนเช่อเรียกนางเจียงโย่วหนิงแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน ไม่เพียงแต่ไม่หยุดฝีเท้า แต่กลับวิ่งเร็วขึ้นด้วยไม่ว่าเขาจะมีธุระอันใด นางก็ไม่อยากข้องแวะกับเขาแล้วหากมีเรื่องอันใดจริง ๆ ก็ไม่ถึงคราวที่นางจะต้องกังวล มีซูอวิ๋นชิงช่วยเขาอยู่แล้วจ้าวหยวนเช่อไม่ได้ส่งเสียงอีก ทว่าเขาถึงขนาดไล่ตามมาทันแล้วทางเดินมาถึงจุดสิ้นสุด ด้านหน้าคือถ้ำแห่งหนึ่งเจียงโย่วหนิงไม่มีที่ให้หนีแล้ว จึงได้มุดเข้าไปจ้าวหยวนเช่อไล่ตามนาง เป็นเรื่อง

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status