مشاركة

บทที่ 4

مؤلف: มู่เฉิงซินสวี่
นางหานชำเลืองมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่ง

หางตาเจียงโย่วหนิงเห็นจ้าวหยวนเช่อเงยหน้า เหมือนจะมองมาทางนี้เช่นกัน

นางแสร้งทำใจเย็น คีบขนมพุทราขึ้นมาใหม่แล้ววางหน้าตัวเอง แล้วกัดคำเล็กไปหนึ่งคำ

จืดชืดราวกับเคี้ยวขี้ผึ้ง

เหตุใดนางหานจึงถามเช่นนี้กะทันหัน? ไม่ได้ตั้งใจหรือ? หรือดูบางอย่างออก จึงจงใจเหยียดหยามนาง?

แต่ไม่ว่าอย่างไร นางฟังออกว่านางหานไม่ชอบใจ

จ้าวหยวนเช่อสีหน้าเรียบเฉย “เหตุใดท่านแม่จึงกล่าวเช่นนี้?”

นางหานยื่นมือไปสัมผัสรอยฟันตรงลำคอของเขา ขมวดคิ้วกล่าว “สตรีที่ดี จะมีใครที่ไหนทิ้งร่องรอยเช่นนี้เอาไว้บนร่างกายบุรุษ?”

แม้ไม่เคยพบหน้า แต่นางไม่ชอบสตรีผู้นี้เอาเสียเลย ในตระกูลใหญ่ ต่อให้เป็นอนุที่ไม่มีความสำคัญ ก็ต้องเลือกเฟ้นอย่างดี

ใบหน้าเจียงโย่วหนิงร้อนผ่าวขึ้นมา ก้มหน้าต่ำลงมากขึ้น แล้วกัดขนมพุทราที่ไม่รู้ว่ารสชาติเป็นอย่างไรอีกหนึ่งคำ

ตอนนั้นนางปวดเกินไป อายเกินกว่าจะส่งเสียง นี่เป็นพฤติกรรมตามสัญชาตญาณ

ที่แท้นี่คือไม่ใช่คนดีหรอกหรือ?

จ้าวหยวนเช่อไม่พูดไม่จา หลบหลีกการสัมผัสจากนางหาน ม้วนแขนเสื้อรินชานมสองถ้วย วางไว้ตรงหน้าเจียงโย่วหนิงกับนางหานคนละหนึ่งถ้วย

เจียงโย่วหนิงกวาดมองชานมสีขาวนวล นางชอบกินหวาน แต่สถานการณ์เช่นนี้จะมีความอยากได้อย่างไร? แค่อยากรีบกินรีบกลับ

นางหานเห็นจ้าวหยวนเช่อไม่ตอบ จึงถามต่อ “สตรีผู้นั้นมีสถานะอย่างไร?”

“เหมือนเจียงโย่วหนิง” จ้าวหยวนเช่อเอ่ยเสียงเรียบ

หัวใจเจียงโย่วหนิงบีบรัด ตะเกียบในมือเกือบจับไม่อยู่ ขนลุกชันทั่วร่างพร้อมกันโดยพลัน

“ไม่มีผู้ใดให้พึ่งพิง”

จ้าวหยวนเช่อมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดเสริมด้วยสีหน้าเรียบเฉย

เจียงโย่วหนิงตกใจจนเหงื่อแตกไปทั้งตัว เวลาเช่นนี้เขาพูดถึงนางทำไม? ไม่กลัวนางหานพบพิรุธหรือ!

“โย่วหนิงจะไร้ที่พึ่งพิงได้อย่างไร? นางยังมีครอบครัวเรา” นางหานรีบกล่าว หยุดไปสักครู่ก็กล่าวต่อ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าคิดจะเลี้ยงดูนางไว้ข้างนอกตลอดหรือ?”

นางวางใจแล้ว ในเมื่อสตรีสาวผู้นั้นไร้ที่พึ่ง ถ้าอย่างนั้นก็แล้วแต่นางจะควบคุมสินะ?

“ท่านแม่จะจัดการหรือ?”

จ้าวหยวนเช่อย้อนถาม

นางหานกล่าว “ข้าคิดว่า มอบนางให้ข้าเลี้ยงดูอยู่ข้างนอกแทนเจ้าไปก่อน พวกเจ้าอย่าเพิ่งพบกันชั่วคราว รอให้เจ้าแต่งงานแล้ว ค่อยใช้เกี้ยวหลังเล็ก ไปรับมาทางประตูเล็กให้เป็นอนุก็พอ อย่างไรบัดนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญในการทาบทามของเจ้า หากมีข่าวว่าเลี้ยงเมียนอกบ้าน เกรงว่าชื่อเสียงจะไม่ดี”

นางกลับไม่กลุ้มใจว่าลูกชายจะหาภรรยาไม่ได้ ลูกนางเพิ่งกลับเมืองหลวงแค่กี่วัน? แม่สื่อที่มาทาบทามก็มีมากกว่าสิบคนแล้ว

นางแค่ไม่อยากให้สตรีไม่รู้กาลเทศะข้างนอกนั่น ทำชื่อเสียงบุตรชายแปดเปื้อน

“เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”

จ้าวหยวนเช่อมองเจียงโย่วหนิง ดวงตาใสกระจ่าง ริมฝีปากเม้มเล็กน้อย ดูน่าเกรงขาม

ในใจเจียงโย่วหนิงลนลาน ลำคอเหมือนจุกจนพูดไม่ออก ทำไมเขาต้องลากนางเข้าไปเกี่ยวด้วยทุกที?

นี่ยังต้องถามหรือ? แน่นอนว่ามอบนางให้นางหานไม่ได้ นางยิ่งไม่ยอมเป็นอนุของเขา

นางเองก็ไม่ใช่เมียนอกบ้านของเขา

เรื่องในคืนนั้นเป็นอุบัติเหตุ ต่อไปจะไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก

รอให้เก็บเงินอีกสักหน่อย นางจะพาอู๋มามาย้ายออกจากจวนเจิ้นกั๋วกง ไปให้ไกลจากเขาและเรื่องวุ่นวายของครอบครัวนี้

“โย่วหนิงเป็นเพียงเด็กสาวคนหนึ่ง จะไปรู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร?” นางหานหัวเราะ นึกว่าจ้าวหยวนเช่อไม่อยากมอบคนให้ จึงไม่บังคับ แล้วเปลี่ยนหัวข้อ “แต่ว่า หากเจ้าอยากไปดูตัวแม่นางคนไหน โย่วหนิงสามารถช่วยเป็นหูเป็นตาได้”

เจียงโย่วหนิงหลุบตาลง เงียบเชียบไม่พูดจา คำพูดของนางหานให้เกียรตินางเกินไปแล้ว นางมีสิทธิ์อะไรไปช่วยจ้าวหยวนเช่อดูตัวกัน?

“ท่านแม่มีคนที่เหมาะสมแล้วหรือ?”

จ้าวหยวนเช่อถามเสียงเรียบ

“มีสิ” นางหานยิ้มแล้วกล่าว “คุณหนูจวนราชครูหวัง เจ้าคิดว่าอย่างไร?”

เจียงโย่วหนิงที่กำลังเคี้ยวขนมพุทราหยุดชะงัก แพขนตายาวหลุบต่ำ

คุณหนูจวนราชครูหวัง ย่อมต้องเป็นคุณหนูสามในภรรยาเอกเป็นแน่ ตอนสาว ๆ ฮูหยินราชครูหวังคือสตรีงามที่เลื่องชื่อ คุณหนูสามย่อมเป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

คุณชายตระกูลขุนนาง คุณหนูตระกูลใหญ่ ฐานะเหมาะสม กิ่งทองใบหยก

ก็ดีแล้วนี่

จ้าวหยวนเช่อมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่ง ไม่ได้ว่าอะไร

นางหานกล่าวอย่างดีใจ “หากเจ้ายินดีดูตัว งั้นพรุ่งนี้ดีหรือไม่?”

นางคาดหวังในการหมั้นหมายครั้งนี้มาก

ราชครูหวังเป็นอาจารย์ของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน บัดนี้เป็นสมุหกลาโหม ซึ่งก็คือประมุขแห่งสภากลาโหม คนในราชสำนักต่างเรียกเขาว่า ‘อัครมหาเสนาบดีฝ่ายทหาร’

หลังจ้าวหยวนเช่อชนะศึกกลับมา ได้รับพระกรุณาจากฮ่องเต้แต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการหน้าพระที่นั่ง เป็นขุนนางระดับสอง อายุยังน้อยเช่นนี้กลับได้รับตำแหน่งสูงสุดสายขุนนางบู้แล้ว มีเขาเพียงผู้เดียวในหมู่คนรุ่นใหม่

แต่นางยังอยากให้ลูกชายที่อยู่จุดสูงสุดก้าวหน้าไปอีก แต่งกับบุตรสาวราชครูหวัง ลูกชายจะได้เข้าสภากลาโหม อนาคตภายหน้ายิ่งไม่อาจประเมิน

เจียงโย่วหนิงได้สติจากนิ้วมือที่ปวด ถึงได้พบว่าจับตะเกียบหยกแน่นเกินไป ทำให้บนนิ้วมือปรากฏรอยกดที่ลึกลงไป

นางคลายมือออก สิ่งที่ไม่ใช่ของนาง จับแน่นไปก็ไม่มีประโยชน์

“ท่านแม่จัดการเถอะ”

จ้าวหยวนเช่อพยักหน้า

เจียงโย่วหนิงจุกอกจนอึดอัด ยากจะกลืนลงคอ จึงวางตะเกียบลงแล้วพูดเหมือนไม่เป็นไร “ข้ากินอิ่มแล้ว ท่านแม่กับท่านพี่ค่อย ๆ รับประทานนะเจ้าคะ”

นางแอบถูรอยกดบนนิ้วมือ

พรุ่งนี้หรือ?

เร็วเสียจริง

หากไม่ใช่ว่าเสียมารยาทเกินไป นางอยากลุกขึ้นขอตัวเดี๋ยวนี้เลย

รู้สึกว่าตัวเองนั่งอยู่ตรงนี้เป็นการหาเรื่องให้ตัวเองอับอาย

“ฮูหยิน นายท่านอยู่ในห้องหนังสือ บอกว่ามีจดหมายสำคัญฉบับหนึ่ง ให้มาถามท่านว่าเก็บไว้ที่ใดเจ้าค่ะ”

เฝิงมามาเข้ามารายงาน

“ข้าจะไปเอาให้นายท่าน” นางหานลุกขึ้นเดินไปข้างนอก ปากก็สั่งการเจียงโย่วหนิงกับจ้าวหยวนเช่อ “พวกเจ้ากินกันก่อน”

เมื่อปิดประตู ภายในห้องก็เงียบสงัด

จ้าวหยวนเช่อนั่งอยู่ตรงข้าม

เขาพูดไม่เก่ง ไม่มีทางเอ่ยปากพูดก่อน

สองมือเจียงโย่วหนิงประสาน ก้มหน้านั่งไม่เป็นสุข เหมือนมีตาข่ายที่มองไม่เห็นกำลังปกคลุมนางไว้แน่นหนา ทำให้นางหายใจไม่ออก

“ท่านพี่ค่อย ๆ รับประทานนะเจ้าคะ ข้าจะกลับเรือนแล้ว”

ในที่สุดนางก็นั่งไม่ติด ทิ้งท้ายคำพูดไว้ก็รีบลุกขึ้นแล้วออกไปเหมือนกำลังหนีอะไรอยู่

น้ำเสียงคมกริบของจ้าวหยวนเช่อดังขึ้นด้านหลัง “ยังเจ็บอยู่หรือไม่?”

ร่างเจียงโย่วหนิงแข็งทื่อ รู้ดีว่าเขากำลังถามสิ่งใด เกือบจะพูดออกมาไม่ได้

นางกระทั่งรับรู้ได้ว่าเขากำลังจ้องนาง อึดอัดเหมือนหนามทิ่มหลัง

“ไม่ ไม่เจ็บแล้ว...”

“เอาสิ่งนี้ไป”

จ้าวหยวนเช่อเอ่ยปากอีกครั้ง

เจียงโย่วหนิงหันมองแวบหนึ่ง เป็นกล่องยาหยกขาวกะทัดรัดเมื่อวาน

“ไม่ต้อง ข้าทายาแล้ว”

ใบหน้านางแดงเถือก ปฏิเสธเสียงเบา

นางไม่มียาทา เพียงแค่ไม่อยากรับของจากเขา

คนที่เป็นไปไม่ได้ อย่าเกี่ยวข้องกันอีกจะดีกว่า

“ข้าขอดูหน่อย”

จ้าวหยวนเช่อลุกขึ้น

เจียงโย่วหนิงได้ยินเสียงเขาดันเก้าอี้ ก็ตกใจจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง ทันใดนั้นก็หมายจะวิ่งไปข้างนอกทันที

วินาทีต่อมา สองขาของนางก็ลอยอยู่ในกลางอากาศ

จ้าวหยวนเช่อช้อนตัวอุ้มนางขึ้นจากด้านหลังอย่างง่ายดาย

เจียงโย่วหนิงตกใจลนลาน สองมือดันแผงอกเขา สองขาถีบสะเปะสะปะ ใบหน้าตื่นตระหนก “ท่านพี่ ทำเช่นนี้ไม่เหมาะสมเจ้าค่ะ”

นี่อยู่ในเรือนใหญ่นะ

นางหานอาจกลับมาได้ตลอดเวลา หากเห็นภาพนี้เข้า สำหรับนางคือฟ้าถล่มดินทลายเลย

จ้าวหยวนเช่อไม่สนใจนางที่ดิ้นรน อุ้มนางไปวางไว้หลังฉากกั้นไม้หนานมู่[1] แล้วแบมือให้นาง

ในฝ่ามือมีกล่องยาหยกขาววางไว้

เจียงโย่วหนิงเม้มปากไม่ยอมรับของ

“ต้องให้ข้าช่วยเจ้าหรือ?”

จ้าวหยวนเช่อมองนาง ดวงสีดำราวกับแอ่งน้ำเย็นล้ำลึก มืดลึกจนมองไม่เห็นก้น

“ข้าทำเอง”

เจียงโย่วหนิงคว้ากล่องยาในมือเขามา แล้วหันหลัง ปลดสายเสื้อ ลำคอด้านหลังที่ขาวผ่องกลายเป็นสีชมพูเพราะความอาย

จ้าวหยวนเช่อมองแผ่นหลังของนาง ดวงตาฉาบความมืด

เจียงโย่วหนิงอายสุดขีด ใบหูแดงเถือก นางทายาส่งเดชไปเล็กน้อย หันหลังวางกล่องยาเอาไว้ในมือจ้าวหยวนเช่อ

“ทำไมเลือดยังไหลอยู่อีก?”

จ้าวหยวนเช่อขมวดคิ้ว

เจียงโย่วหนิงถึงสังเกตเห็นมือตัวเองที่เปื้อนหยดเลือด

นางเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงมีเลือดไหลอย่างต่อเนื่อง คืนก่อนมี หลังอาบน้ำมี จนถึงตอนนี้ก็ยังมี

ยังดีที่เลือดไหลไม่มาก

ตอนนี้นางไม่มีเวลาสนใจ แค่อยากรีบจากไปเท่านั้น

กำลังจะหันหลังไปจัดแจงเสื้อผ้า มือก็ถูกจ้าวหยวนเช่อจับไว้กะทันหัน

เจียงโย่วหนิงตัวแข็งทื่อ พลันเห็นเขาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา จับมือนางแล้วเช็ดออกทีละนิ้ว

เขาที่สีหน้าจริงจังกำลังทำเรื่องเหลวไหลที่สุดในใต้หล้า ผ้าเช็ดหน้าสีขาวนวลถูกย้อมด้วยสีแดงเป็นจุด ๆ

บรรยากาศเงียบสงัด ความละมุนละไมค่อย ๆ เคลื่อนตัว

เจียงโย่วหนิงเบือนหน้าหนี ใบหน้าร้อนผ่าว ไม่กล้ามองตรง ๆ

กว่าจะรอให้เขาปล่อยมือได้ นางรีบหันหลังให้เขา ผูกผ้าคาดเอวอย่างลนลาน

จ้าวหยวนเช่อจ้องแผ่นหลังลนลานของนาง เก็บผ้าเช็ดหน้ากลับไปที่หน้าอกอย่างเชื่องช้า

“อวี้เหิง?”

ขณะนี้ ประตูเปิดออกกะทันหัน นางหานไปแล้วกลับมา

เจียงโย่วหนิงตกใจจนตัวสั่นสะท้าน หน้าขาวซีดทันใด กลั้นหายใจตามสัญชาตญาณ

_____________________

[1] ไม้หนานมู่ เป็นไม้เนื้อหอมหายากของจีน ลักษณะเด่นคือมีเนื้อไม้สีทองอร่าม

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 240

    ยามเลิกงานเลี้ยง ดวงจันทร์ก็ลอยเด่นเหนือยอดไม้เสียแล้วเมื่อออกจากวังเจียงโย่วหนิงเพิ่งจะขึ้นรถม้า ก็ได้ยินเสียงคนเรียกนางจากด้านหลัง“คุณหนูเจียง”ชิงเจี้ยนเดินมาที่ข้างรถม้า“มีเรื่องอันใดหรือ?”เจียงโย่วหนิงนั่งถามอยู่ภายในรถม้า มิได้เลิกม่านขึ้นมองเขาชิงเจี้ยนนับว่าเป็นคนดีผู้หนึ่งทว่าเพราะเหตุอันเกี่ยวเนื่องกับจ้าวหยวนเช่อ ยามนี้นางจึงไม่อยากเห็นหน้าชิงเจี้ยนแม้แต่น้อย“นายท่านให้ผู้น้อยนำมามอบให้ท่านขอรับ”ชิงเจี้ยนยื่นกล่องอาหารเข้ามา“ข้าไม่เอา เจ้าเอากลับไปเถิด”เจียงโย่วหนิงรู้สึกอึดอัดในอก ปฏิเสธไปโดยมิต้องคิดเขากับซูอวิ๋นชิงอีกเพียงสิบสี่วันก็จะแต่งงานกันแล้ว ยังจะมาสนใจนางอีกทำไมกัน?ต่อให้นางต้องอดตาย ก็มิได้เกี่ยวอันใดกับเขาชิงเจี้ยนลังเลเล็กน้อย ก่อนจะขยิบตาให้ฟู่อวี้ที่กำลังบังคับรถม้าฟู่อวี้ชะงักไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “คุณหนู เมื่อครู่ในงานเลี้ยงพระราชวังท่านแทบจะมิได้ทานสิ่งใดเลยมิใช่หรือเจ้าคะ? อย่างไรเสียสุขภาพก็สำคัญที่สุด ท่านยังมีเรื่องต้องทำอีกมากนะเจ้าคะ”ยามนี้นางย่อมรู้ดีว่า หากคุณหนูทุกข์ใจเมื่อใดก็จะทานสิ่งใดไม่ลงในวังมีข่าวลือออก

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 239

    “ท่านพ่อ ท่านจะรีบร้อนไปไยเจ้าคะ?”ซูอวิ๋นชิงหน้าแดงก่ำ เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงแผ่วเบานางดูราวกับกำลังเอียงอาย ทว่าแท้จริงแล้วภายในใจกลับประหม่ายิ่งนักนางรู้ดีว่าฝ่าบาททรงให้ความสำคัญกับท่านพ่อเป็นพิเศษ แต่ท่านพ่อก็ไม่ควรหยิ่งผยองเพราะความโปรดปรานเช่นนี้การกล่าววาจาเช่นนี้ต่อหน้าพระพักตร์ท่ามกลางผู้คนมากมาย เกรงว่าฝ่าบาทคงจะไม่พอพระทัยเป็นแน่เมื่อหันไปมองพระชายาหวยหนาน กลับพบว่านางยังมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า ราวกับคุ้นชินที่หวยหนานอ๋องเป็นเช่นนี้ไปเสียแล้วเจียงโย่วหนิงอดมิได้ที่จะปรายตามองจ้าวหยวนเช่อคราหนึ่งทว่ากลับเห็นเพียงใบหน้าเรียบเฉย เขาก้มมองอาหารเบื้องหน้า ไม่รู้ว่ากำลังครุ่นคิดสิ่งใดอยู่เจียงโย่วหนิงมองเพียงแวบเดียว ก็ชักสายตากลับมาเขาจะเป็นเช่นไร แล้วเกี่ยวอันใดกับนางเล่า?นางไม่ควรใส่ใจเขาบรรยากาศภายในตำหนักหนักอึ้งตึงเครียดหวยหนานอ๋องจ้องมองเฉียนเจิ้งตี้โดยมิได้เอ่ยสิ่งใดครู่ต่อมา เฉียนเจิ้งตี้พลันแย้มพระสรวล “หวยหนานอ๋องช่างใจร้อนเสียจริง”เมื่อพระองค์ตรัสขึ้น ทุกคนก็พลันผ่อนคลายลง ต่างหัวเราะผสมโรงตามไปด้วย“โดยหลักเป็นเพราะชายแดนใต้ยังมีกิจธุระอีกมาก

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 238

    เจียงโย่วหนิงผู้นี้ ภายนอกดูขลาดเขลา ทว่าแท้จริงแล้วกลับทำได้ทุกเรื่อง นี่คงเห็นว่าปีนป่ายจ้าวหยวนเช่อไม่สำเร็จ จึงเปลี่ยนเป้าหมายใหม่กระมังยามนี้จิตใจของนางมิได้จดจ่ออยู่กับเจียงโย่วหนิงอีกแล้ว ทว่าต้องการสืบหาตัวตนของภรรยานอกสมรสของจ้าวหยวนเช่อผู้นั้น การที่สามารถทำให้จ้าวหยวนเช่อออกรับคมดาบแทนได้ ภรรยานอกสมรสผู้นั้นย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนน่าเสียดายที่นางส่งคนออกไปมิใช่น้อย ทว่ากลับมิได้เบาะแสอันใดเลยแม้แต่น้อยเรื่องนี้นับว่าประหลาดนัก ตามหลักแล้วหากเป็นคนเป็น ย่อมต้องทิ้งร่องรอยเอาไว้บ้างภรรยานอกสมรสผู้นั้น ไฉนจึงหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยถึงเพียงนี้? จ้าวหยวนเช่อนำคนไปซ่อนไว้ที่ใดกันแน่?เจียงโย่วหนิงเม้มริมฝีปากก่อนจะเดินตามไปนางมองดูคนทั้งสองที่ดูเหมาะสมกันเป็นอย่างยิ่งเบื้องหน้า ข่มความขื่นขมในใจลงไป แล้วฝืนยิ้มที่มุมปากทุกสิ่งกำลังจะจบสิ้นลงแล้วยังมีอันใดให้ต้องเศร้าเสียใจอีกเล่า?ฮ่องเต้เฉียนเจิ้งเสด็จมาพร้อมกับหวยหนานอ๋องทุกคนต่างถวายพระพรโดยพร้อมเพรียงกัน“พวกท่านลุกขึ้นเถิด” ฮ่องเต้เฉียนเจิ้งดูเหมือนจะทรงพระเกษมสำราญยิ่งนัก หลังจากประทับนั่งบนตำแหน่งประธานแ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 237

    “เหตุใดกัน? การแต่งเข้าจวนรุ่ยอ๋อง มีหญิงสาวในเมืองหลวงมากมายเพียงไรที่ปรารถนาแต่กลับมิอาจครอบครองได้?”เซี่ยหวยอวี่หรี่ตาลงจ้องมองนาง“ข้าไม่อยากออกเรือน”น้ำเสียงของเจียงโย่วหนิงนั้นกระจ่างใสและอ่อนหวาน ทว่ากลับหนักแน่นเด็ดขาด“แล้วภายภาคหน้าเล่า?”เซี่ยหวยอวี่ซักไซ้“เรื่องในภายภาคหน้า ผู้ใดจะล่วงรู้ได้เล่า?”ในน้ำเสียงของเจียงโย่วหนิงมีความสับสนเจืออยู่จาง ๆในยามนี้ นางมิได้อยากออกเรือนแต่อย่างใดในภายภาคหน้า นางอาจจะได้พบคนที่ดีสักคน คนที่ไม่ใส่ใจอดีตของนาง และยินดีที่จะอยู่เคียงข้างคอยเป็นความอบอุ่นให้แก่กันทว่าในโลกหล้าจะมีคนเช่นนั้นอยู่ที่ใดกันเล่า?“วางใจเถิด” เซี่ยหวยอวี่พลันหัวเราะออกมาเบา ๆ “ข้าจะไม่บอกกล่าวแก่ผู้ใดทั้งสิ้น”หากปล่อยให้จ้าวหยวนเช่อล่วงรู้ข่าวนี้เข้า นางจะยังจากไปได้อย่างไร?แล้วเขาจะฉวยโอกาสแทรกซึมเข้าไปในใจนางได้อย่างไรเล่า?“มาเถิด ตั๋วเงินนี่ รับเอาไว้”เขาหยิบตั๋วเงินออกมาแล้วยัดใส่มือของนาง“ขอบใจท่าน...”เจียงโย่วหนิงเอ่ยได้เพียงครึ่งประโยคก็พลันชะงักไปนางเหลือบเห็นปึกตั๋วเงินในมือ ใบที่อยู่บนสุดคือตั๋วเงินมูลค่าหนึ่งร้อยตำลึง เงิ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 236

    “นายท่านของท่านไม่อนุญาตให้ท่านออกมาใช่หรือไม่?”เจียงโย่วหนิงเอียงคอพิจารณาเขา พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบานางคิดมาตลอดว่า เซี่ยหวยอวี่คงไปรับใช้ในจวนของขุนนางผู้ใหญ่ท่านใดในราชสำนัก ดูจากการแต่งกายของเขา อย่างน้อยก็ต้องเป็นจวนอัครมหาเสนาบดีชาติตระกูลสูงส่งถึงเพียงนั้น กฎระเบียบในจวนจะเคร่งครัดมากมายก็เป็นเรื่องธรรมดานางจึงมิได้เกิดความระแวงสงสัยอันใด“อืม ก็นับว่าใช่กระมัง” เซี่ยหวยอวี่ขยับเข้าไปใกล้เล็กน้อย ยกมุมปากขึ้น รอยยิ้มชวนให้ผู้คนหวั่นไหว “เจ้าตามหาข้ามีเรื่องอันใดหรือ?”“ข้า...”เจียงโย่วหนิงไม่ค่อยคุ้นชินกับการที่เขาขยับมาใกล้ชิดถึงเพียงนี้ จึงถอยหลังหลบเล็กน้อย รู้สึกกระดากอายเกินกว่าจะเอ่ยปาก“เจ้าทำไมหรือ? พูดมาตามตรงเถิด ขอเพียงเป็นเรื่องที่ข้าทำได้ ย่อมต้องช่วยเหลือเจ้าอย่างแน่นอน งานของข้าในยามนี้ ก็นับว่าเป็นผู้มีอำนาจบารมีอยู่บ้างแล้ว”เซี่ยหวยอวี่รวบรัดยอมรับเรื่องที่ตนรับใช้ในจวนของบุคคลสำคัญท่านหนึ่งไปเสียเลย“คือว่า...ยามนี้ข้าจำเป็นต้องใช้เงิน...”เจียงโย่วหนิงก้มหน้าลง น้ำเสียงแผ่วเบาราวกับยุงบินในครานั้น เป็นนางเองที่เสนอตัวให้เซี่ยหวยอวี่ย

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 235

    เอ่ยคำเหล่านี้ออกมา ก็เพื่อดับความโอหังของเจียงโย่วหนิง ให้นางยอมไปเป็นอนุที่จวนรุ่ยอ๋องแต่โดยดี มิใช่เอาแต่เพ้อฝันลม ๆ แล้ง ๆ“ข้าทราบแล้ว”เจียงโย่วหนิงพยักหน้ารับคำ มองดูเฝิงมามาเดินจากไป ใบหน้าก็ค่อย ๆ ซีดเผือดลง“คุณหนู ไม่เป็นไรใช่หรือไม่เจ้าคะ?”ฟางเฟยมองนางด้วยความห่วงใย แววตาเปี่ยมไปด้วยความปวดใจ“ข้าจะเป็นอันใดได้เล่า?”เจียงโย่วหนิงส่งยิ้มให้นาง ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าเรือน กลางอกรู้สึกปวดหนึบ กระเพาะอาหารคล้ายกับบีบรัดตามไปด้วยจนรู้สึกอยากอาเจียนเล็กน้อยฟางเฟยส่ายหน้าพลางทอดถอนใจคุณหนูมักจะเป็นเช่นนี้เสมอ กลืนกินทุกความขมขื่นปวดร้าวลงสู่ท้อง ไม่เคยยอมปริปากบอกกล่าวผู้ใดแม้แต่ครึ่งคำเก็บงำเอาไว้ในใจเช่นนี้ตลอดไป คงได้ล้มหมอนนอนเสื่อเป็นแน่……งานเลี้ยงในวังหลวงจัดขึ้นที่หอเซิงผิงจากชั้นสองสามารถมองเห็นอุทยานหลวงได้ทั่วทั้งบริเวณทว่า ยามนี้เป็นเวลาค่ำคืน จึงมองเห็นเพียงแสงตะเกียงที่จุดสว่างไสวตามจุดต่าง ๆ ในอุทยานเท่านั้นเจียงโย่วหนิงเดินตามหลังนางหานและจ้าวเชียนหัว มิกล้าสอดส่ายสายตามองไปรอบ ๆ อย่างพลการฮ่องเต้ยังเสด็จมาไม่ถึงนางหานกำลังทักทายปราศรั

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 6

    “เจ้าช่างมีน้ำใจ มานั่งกับข้าตรงนี้มา”นางหานยิ้มพร้อมกวักมือเรียกเจียงโย่วหนิง ส่งสัญญาณให้นางมานั่งลงข้างตัวเองตอนนี้อยู่ข้างนอก ต้องดีกับเจียงโย่วหนิงหน่อย จะได้สร้างชื่อเสียงดีงามให้ตัวเองด้วยเจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย แล้วยื่นล่วมยาให้หมอจางหมอจางสบตากับนางแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 5

    “โย่วหนิง? ไปไหนแล้วล่ะ?”นางหานเดินมาหลังฉากกั้น“ท่านแม่ ท่านอย่าเข้ามาเจ้าค่ะ ข้าไม่ระวังทำน้ำนมเลอะตัว กำลังเช็ดอยู่เจ้าค่ะ”ภายใต้ความคับขัน เจียงโย่วหนิงรีบหาข้ออ้าง ฝ่ามือชื้นไปด้วยเหงื่อนางหานได้ยินดังนั้นจึงหยุดฝีเท้า ถามนาง “พี่ชายเจ้าล่ะ?”เจียงโย่วหนิงหันมองจ้าวหยวนเช่อ ในดวงตาคือค

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 3

    เมื่อเดินตามร่างสูงใหญ่ของจ้าวหยวนเช่อที่อยู่ข้างหน้าออกจากศาลบรรพบุรุษ นางถึงพบว่าด้านนอกฝนตกแล้วฝนพรำโปรยปราย ความเปียกชื้นที่เจือความเย็นพัดมา ทำให้นางอดตัวสั่นไม่ได้“นายท่าน”ด้านข้าง ชิงเจี้ยนที่ติดตามจ้าวหยวนเช่อมาหลายปียื่นร่มกระดาษไขให้คันหนึ่งจ้าวหยวนเช่อกางร่มออก ปรายตาส่งสัญญาณให้เ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 2

    “ลองเปิดประตูดูสิ”เสียงของนางหานดังขึ้นอีกครั้งได้ยินแบบนั้นในหัวของเจียงโย่วหนิงก็ดังหึ่ง หัวใจหยุดเต้นในพริบตา หนังหัวชาวาบ ชั่วขณะนั้นแทบจะเป็นลมหมดสตินางแทบจะคิดอะไรไม่ได้ ในสมองมีเพียงความคิดเดียว... ถ้าประตูเปิดก็คือหายนะ ทั่วทั้งร่างเหมือนถูกยึดตรึงเอาไว้ขยับไม่ได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือย

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status