Share

บทที่ 5

Author: มู่เฉิงซินสวี่
“โย่วหนิง? ไปไหนแล้วล่ะ?”

นางหานเดินมาหลังฉากกั้น

“ท่านแม่ ท่านอย่าเข้ามาเจ้าค่ะ ข้าไม่ระวังทำน้ำนมเลอะตัว กำลังเช็ดอยู่เจ้าค่ะ”

ภายใต้ความคับขัน เจียงโย่วหนิงรีบหาข้ออ้าง ฝ่ามือชื้นไปด้วยเหงื่อ

นางหานได้ยินดังนั้นจึงหยุดฝีเท้า ถามนาง “พี่ชายเจ้าล่ะ?”

เจียงโย่วหนิงหันมองจ้าวหยวนเช่อ ในดวงตาคือความตระหนกไร้กำลัง ดวงตาที่เปียกชื้นเหมือนไปแช่น้ำมา

ตอนนางร้องไห้วิงวอน ก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน

วินาทีต่อมา แขนแข็งแกร่งคู่หนึ่งโอบรัดเอวนาง ทำให้นางแนบชิดอยู่ในอ้อมกอดของเขา

มือใหญ่ของเขานวดคลึงตรงท้องน้อยที่ปวดร้าวของนาง ก้มลงกระซิบข้างหู สอนให้นางรับมือ

“ท่านพี่ไปว่าราชการเช้าแล้วเจ้าค่ะ”

เจียงโย่วหนิงทวนคำพูดของเขาซ้ำหนึ่งรอบ ใจเต้นดั่งรัวกลอง นางหดคอหลบหลีก หน้าแดงจนกลายเป็นคนสีชมพู

ใกล้เกินไปแล้ว

ริมฝีปากเขาแนบชิดกระดูกอ่อนของหูนาง ในช่วงลมหายใจคล้ายจะใกล้แต่ก็ห่าง นางกระทั่งรับรู้อุณหภูมิของริมฝีปากเขา ไม่รู้ว่าเพราะตื่นเต้นหรืออย่างไร ในสมองว่างเปล่านึกอะไรไม่ออก ร่างกายก็ชาไปครึ่งซีก

“เจ้าลูกคนนี้ จะไปก็ไม่บอกสักคำ” นางหานไม่สงสัย ตามด้วยกล่าวว่า “การหมั้นหมายของพี่ชายเจ้าอยู่ระหว่างดำเนินการ ต่อไปก็คือการหมั้นหมายของเจ้า ในใจเจ้ามีคนถูกใจหรือไม่?”

เจียงโย่วหนิงไม่รู้จะตอบอย่างไร ได้แต่รอจ้าวหยวนเช่อเอ่ยปาก

มือของจ้าวหยวนเช่อที่กำลังนวดท้องน้อยให้นางหยุด แต่กลับไม่ว่าอะไร

เจียงโย่วหนิงใจร้อนดั่งไฟ เตรียมจะตอบรับ นางกลัวนางหานจะเข้ามาถามนางถึงหลังฉากกั้นจริง ๆ

ขณะนี้ ได้ยินนางหานด้านนอกหัวเราะบอกว่า “แม่ลืมไป เจ้าเป็นสตรีย่อมหน้าบาง ยามปกติก็ไม่ค่อยออกไปที่ใด คิดว่าน่าจะไม่มี ถ้าเช่นนั้นข้ากับพ่อเจ้าจะจัดการตามความเหมาะสมแล้วกัน”

ที่ถามเจียงโย่วหนิงสักคำ ก็ตามมารยาทเท่านั้น เจียงโย่วหนิงจะแต่งกับใคร นางวางแผนไว้แต่แรกแล้ว เจิ้นกั๋วกงเลี้ยงเจียงโย่วหนิงมาหลายปี ไม่ได้เลี้ยงให้เสียเปล่าหรอกนะ

เจียงโย่วหนิงโล่งอก กำลังจะตอบรับ พลันได้ยินจ้าวหยวนเช่อข้างหูเอ่ยปาก

“ท่านแม่มีเรื่องต้องจัดการมากมาย ท่านแม่ยุ่งก่อนเถอะ เรื่องของข้าไม่รีบร้อน ต่อไปค่อยว่ากันเจ้าค่ะ”

เจียงโย่วหนิงถูกเขากอดไว้ในอ้อมอก สมองป้ำๆ เป๋อๆ คิดไม่ออก ได้แต่พูดตามคำพูดเขาหนึ่งรอบ

“เช่นนั้นก็ได้” นางหานพอใจกับท่าทีของนางมาก “อีกเดี๋ยวเจ้าตามข้าไปที่คลังสมบัติ ไปดูสิว่าชอบเครื่องเรือนชิ้นไหน ข้าจะให้คนยกไปให้เจ้าที่เรือนฝูหรง”

พอจัดงานแต่งลูกชายเสร็จ ก็แต่งเจียงโย่วหนิงออกเรือน นี่เป็นเรื่องในอีกไม่กี่เดือน นางก็ไม่จำเป็นต้องตระหนี่อะไร ผิดใจกับลูกชายด้วยเรื่องนี้มันจะไม่คุ้มค่าเอาได้

“ย้ายไปเรือนฝูหรงคงไม่จำเป็น ข้าอยู่...”

เจียงโย่วหนิงปฏิเสธอย่างลืมตัว

ทว่าพูดไปได้ครึ่งเดียว คำพูดก็หยุดชะงัก

มือใหญ่ของจ้าวหยวนเช่อปิดปากนาง บังคับให้นางกลืนคำพูดที่หลุดออกมากลับไป

กลิ่นหอมของโกฏชฎามังสีเจือความอับชื้นเล็กน้อยแนบกับริมฝีปาก ริมฝีปากสัมผัสเส้นลายมือที่หยาบกระด้างในฝ่ามือของเขา ตาดำของเจียงโย่วหนิงเบิกกว้าง ชั่วขณะนั้นราวถูกฟ้าผ่า จึงดึงมือเขาอย่างไม่รู้ตัว

ความนุ่มนิ่มเปียกชื้นที่ฝ่ามือ ราวกับสัมผัสเมฆอ่อนนุ่ม จ้าวหยวนเช่อหยุดไปครู่หนึ่งถึงเก็บมือกลับมา

“เจ้าก็รู้นิสัยของพี่ชายเจ้า หากไม่ย้ายเขายังคงนึกว่าข้าใจร้ายกับเจ้า อีกอย่าง ต่อไปหากเจ้าออกเรือนจากเรือนฝูหรง อยู่บ้านสามีเจ้าเองก็มีความมั่นใจ”

สิ่งที่นางหานวางแผนไว้แล้ว ย่อมไม่ยอมให้เปลี่ยนแปลง

“ขานรับ”

จ้าวหยวนเช่อกอดนางไว้แน่น พูดเพียงคำเดียว

เจียงโย่วหนิงกลัวนางหานจะสังเกตเห็น คิดเพียงอยากไปจากที่นี่โดยเร็ว จึงพูดตาม “เช่นนั้นก็ตามความเห็นท่านแม่เจ้าค่ะ”

ระหว่างที่พูด นางดึงมือของจ้าวหยวนเช่อที่กำลังนวดท้องน้อยให้นาง

ความร้อนจากฝ่ามือแผ่ซ่านออกมาผ่านเสื้อผ้า การนวดเบา ๆ เช่นนี้ทำให้บรรเทาความเจ็บได้ไม่น้อย ได้ผลดีจริง

แต่เดิมทีนี่ไม่ใช่สิ่งที่นางควรได้รับ นางไม่ละโมบ เมื่อแรงตรงเอวคลายออก ท้องน้อยเย็นวาบ ใจนางก็พลันว่างเปล่าเช่นกัน

นางรีบเก็บความผิดหวังอย่างรวดเร็ว ก้มหน้ามองชายกระโปรงที่เรียบร้อยดี จึงทำเป็นใจเย็นเดินออกจากหลังฉากกั้น

“ไปเถอะ ไปคลังสมบัติกัน”

นางหานเรียกนาง

เจียงโย่วหนิงตามนางออกจากห้อง

......

สัมภาระของเจียงโย่วหนิงมีไม่มาก

นางหานสั่งสาวใช้หลายคนให้ย้ายที่พักของเจียงโยว่หนิงไปที่เรือนฝูหรงวันนั้นเลย พร้อมสั่งให้คนซื้อเสื้อผ้าจากร้านขายเสื้อ และเลือกเครื่องประดับอีกหลายชิ้น ส่งไปให้เจียงโย่วหนิงพร้อมกัน

เจียงโย่วหนิงเข้าออกไม่สะดวก บวกกับไม่ค่อยสบายตัว เลยให้ฟางเฟยไปบอกโรงหมอสักคำ ว่าพรุ่งนี้ค่อยไปทำงาน

อาจเพราะเมื่อวานนอนมากไป คืนนี้ทำอย่างไรก็นอนไม่หลับ พอหลับตาลงก็นึกถึงเรื่องที่พรุ่งนี้จ้าวหยวนเช่อจะไปดูตัวกับคนอื่น

นางย้ำเตือนตัวเองซ้ำ ๆ ว่าเรื่องของจ้าวหยวนเช่อไม่เกี่ยวกับนาง ต้องทำใจอย่างแท้จริงว่าเรื่องนั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ก็ผล็อยหลับไปตอนฟ้าเพิ่งสาง

ระหว่างสะลึมสะลือ มีคนมาผลักนาง

“คุณหนู คุณหนู?”

เจียงโย่วหนิงลืมตาอย่างงัวเงีย ฟางเฟยนั่นเอง

“มีอะไร?”

ฟางเฟยโน้มลงมาข้างเตียง พูดเสียงค่อย “ชิงเจี้ยนข้างกายท่านซื่อจื่อมาหาเจ้าค่ะ กำลังรออยู่ตรงประตู”

“เขามาทำไม?”

เจียงโย่วหนิงได้ยินชื่อจ้าวหยวนเช่อ ตื่นขึ้นมาทันที พร้อมขมวดคิ้วถาม

ชิงเจี้ยนคือคนสนิทที่จ้าวหยวนเช่อไว้ใจที่สุด ไม่เคยอยู่ห่างจ้าวหยวนเช่อเลย

วันนี้จ้าวหยวนเช่อจะไปดูตัวคุณหนูสามสกุลหวังไม่ใช่หรือ? แล้วส่งชิงเจี้ยนมาหานางทำไม?

“ไม่ทราบเจ้าค่ะ” ฟางเฟยส่ายหน้า “ให้ข้าแต่งตัวให้ท่านหรือไม่?”

เจียงโย่วหนิงไม่ตอบ นางไม่อยากเจอชิงเจี้ยน

ใช่ว่านางจะไม่พอใจชิงเจี้ยน

ชิงเจี้ยนฝีมือดี นิสัยใจคอเองก็ดีมากเช่นกัน ทุกครั้งที่เจอนางมักจะทำความเคารพอย่างนอบน้อม พูดจาก็สุภาพเกรงใจ

นางเพียงแต่ไม่อยากเกี่ยวข้องกับจ้าวหยวนเช่ออีก

แต่หากไม่สนใจ ก็ไม่รู้ว่าจ้าวหยวนเช่อจะก่อเรื่องอะไรอีก ดูจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหลายวันที่ผ่านมา จ้าวหยวนเช่อไม่ได้นิ่งอย่างที่เห็นภายนอกเลย

นางลงจากเตียงอย่างครุ่นคิด ฟางเฟยรีบช่วยนางแต่งตัว

ด้านนอก แสงแดดหลังเที่ยงส่องลงบนบันไดหินหยกขาว

เจียงโย่วหนิงหรี่ตาลง เรือนฝูหรงยิ่งใหญ่กว่าเรือนเสี่ยวอิ่นมาก

“คุณหนูเจียง”

ชิงเจี้ยนประสานมือคารวะนอกทางเดิน

“มีเรื่องอันใด?”

เจียงโย่วหนิงยืนมองเขาตรงทางเดิน

“นายท่านสั่งให้ข้าน้อยเคี่ยวยาต้มมาให้ท่านขอรับ”

ชิงเจี้ยนโบกมือ

สาวใช้คนหนึ่งถือถาดสีดำลวดลายสีทองก้าวเข้ามา ในถ้วยกระเบื้องสีเขียวคือยาต้มสีน้ำตาล

“วางไว้ตรงนี้เถอะ”

เจียงโย่วหนิงอยากปฏิเสธ แต่นึกถึงสีหน้าเย็นชาของจ้าวหยวนเช่อแล้ว สิ่งที่จะพูดจึงกลายเป็นการให้เขาวางลง

ความสูงส่งสง่างามเป็นเรื่องโกหกทั้งนั้น หากนางไม่เชื่อฟังเขา อะไรเขาก็ทำได้ทั้งนั้น

แต่เขาจะไปดูตัวกับคนอื่น ก็ไปดูตัวดี ๆ สิ จะมายุ่งอะไรกับนางอีก?

“นายท่านสั่งเอาไว้ ให้ข้าน้อยดูท่านดื่มเข้าไปขอรับ”

ชิงเจี้ยนสีหน้าลำบากใจ

เจียงโย่วหนิงเม้มปาก ไม่ว่าอะไร

นางพูดกับจ้าวหยวนเช่อชัดเจนแล้ว และเขาก็ใกล้จะมีคู่หมั้นของตัวเองแล้ว

บัดนี้พวกเขาไม่ติดค้างกันแล้วไม่ใช่หรือ? เขายังให้ชิงเจี้ยนนำยาต้มมา ตกลงต้องการทำสิ่งใดกันแน่?

“นายท่านว่า หากท่านไม่ยอมดื่ม ตอนค่ำท่านกลับมาจะไปหาด้วยตัวเอง คุณหนูเจียง ขอร้องท่านอย่าให้ข้าน้อยลำบากใจเลย...”

ชิงเจี้ยนเอ่ยอย่างวิงวอน

เจียงโย่วหนิงสูดหายใจเข้าลูก ๆ แล้วยื่นมือไปยกถ้วยขึ้นมาดื่มยาต้มในนั้นจนหมด นางแยกแยะได้จากรสยาที่ขมฝาดว่าในนั้นมีสมุนไพรจำพวกโสม แป๊ะตุ๊ก โป่งรากสนและอบเชย น่าจะเป็นยาต้มบำรุงเลือดน้ำแกงปาเจิน[1]

นางทำหน้าย่นวางถ้วยลง ในปากเต็มไปด้วยความขม

“นายท่านนำสิ่งนี้มาให้ท่าน” ชิงเจี้ยนก้าวไปข้างหน้ายื่นกล่องกระเบื้องลูกอมขนาดฝ่ามือเจียงโย่วหนิง พร้อมประสานมือคารวะ “พรุ่งนี้ข้าน้อยค่อยมาส่งยาต้มให้ท่านอีก”

เจียงโย่วหนิงยื่นกล่องลูกอมให้ฟางเฟย ลอบถอนหายใจ “ข้าจะไปโรงหมอ”

“คุณหนูนอนหลับไม่สนิทหรือเจ้าคะ?” ฟางเฟยเห็นสีหน้านางไม่ดีจึงเป็นห่วง “ถ้าอย่างไรวันนี้พักอีกสักวันดีหรือไม่เจ้าคะ?”

“ไม่ต้อง ดูแลอู๋มามาแทนข้าให้ดี”

เจียงโย่วหนิงก้าวเท้าออกไปข้างนอก

ถ้านางไม่ไปช่วยงานที่โรงหมอ เดือนหน้าอู๋มามาจะไม่มีเงินซื้อยา อีกอย่างนางไม่อยู่ ที่โรงหมอเองก็มีคนไม่พอ

เพิ่งจะถึงโรงหมอ พลันเห็นหมอจางสะพายล่วมยาเตรียมออกไปข้างนอก

“อาหนิงมาแล้วหรือ? พอดีเลยตามไปเป็นผู้ช่วยข้าที”

ผมหมอจางแซมสีขาว ไว้เคราแพะ เป็นคนโอบอ้อมอารี ฝีมือการแพทย์ก็เป็นอันดับต้น ๆ ในเมืองหลวง สำนักหมอหลวงเคยมาเชิญตัว แต่เขาปฏิเสธ

เจียงโย่วหนิงรับล่วมยามาแล้วตามไป คนไข้อยู่บนเรือสำราญที่ตกแต่งหรูหรา บอกว่าไม่สบายช่วงอก

ตรงทางเข้ามีคนมารับหมอจางเข้าไป

เจียงโย่วหนิงแอบสำรวจรอบด้าน เป็นครั้งแรกที่นางมาสถานที่เช่นนี้ ช่างหรูหราโอ่อ่าเหลือเกิน

“ลำบากหมอจางแล้ว”

เสียงนางหานดังขึ้น

เจียงโย่วหนิงสะดุ้งโหยง นางสงสัยว่าตัวเองหูฝาด แต่เมื่อเพ่งมอง เป็นนางหานที่นั่งอยู่ตำแหน่งหัวหน้า ยิ้มแย้มทักทายหมอจาง

เจียงโย่วหนิงอยากหันหลังจากไป ทว่าไม่ทันเสียแล้ว

“โย่วหนิง จู่ ๆ เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร?”

นางหานมองเห็นนางแล้ว จึงขมวดคิ้วถาม

“ข้า...ข้าเดินผ่านโรงหมอ บังเอิญได้ยินว่าท่านแม่ไม่สบาย ไม่วางใจจึงมาดูเจ้าค่ะ”

ความคิดในใจเจียงโย่วหนิงแล่นฉับไว ระหว่างลนลานจึงหาเหตุผลส่งเดช

ขณะหันมองโดยไม่ตั้งใจ พลันเห็นใบหน้าอันเคร่งขรึมสง่างามของจ้าวหยวนเช่อด้านหลังฉากกั้นลายฉลุ

นัยน์ตานางหดวูบ หัวใจกระตุกวาบ ขณะนี้ถึงได้รู้สึกตัวทีหลัง ตอนนี้นางหานกำลังมาดูตัวคุณหนูสามสกุลหวังเป็นเพื่อนจ้าวหยวนเช่อ

_______________________

[1] น้ำแกงปาเจิน ตำรับยาบำรุงเลือด ตำรับนี้เกิดจากการรวมกันของยาบำรุงพลัง 4 ชนิด (โสม แป๊ะตุ๊ก หกเหล็ง ชะเอมเทศ) และยาบำรุงเลือด 4 ชนิด (เส็กตี่ ตังกุย แปะเจียก ชวงเกียง)

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 240

    ยามเลิกงานเลี้ยง ดวงจันทร์ก็ลอยเด่นเหนือยอดไม้เสียแล้วเมื่อออกจากวังเจียงโย่วหนิงเพิ่งจะขึ้นรถม้า ก็ได้ยินเสียงคนเรียกนางจากด้านหลัง“คุณหนูเจียง”ชิงเจี้ยนเดินมาที่ข้างรถม้า“มีเรื่องอันใดหรือ?”เจียงโย่วหนิงนั่งถามอยู่ภายในรถม้า มิได้เลิกม่านขึ้นมองเขาชิงเจี้ยนนับว่าเป็นคนดีผู้หนึ่งทว่าเพราะเหตุอันเกี่ยวเนื่องกับจ้าวหยวนเช่อ ยามนี้นางจึงไม่อยากเห็นหน้าชิงเจี้ยนแม้แต่น้อย“นายท่านให้ผู้น้อยนำมามอบให้ท่านขอรับ”ชิงเจี้ยนยื่นกล่องอาหารเข้ามา“ข้าไม่เอา เจ้าเอากลับไปเถิด”เจียงโย่วหนิงรู้สึกอึดอัดในอก ปฏิเสธไปโดยมิต้องคิดเขากับซูอวิ๋นชิงอีกเพียงสิบสี่วันก็จะแต่งงานกันแล้ว ยังจะมาสนใจนางอีกทำไมกัน?ต่อให้นางต้องอดตาย ก็มิได้เกี่ยวอันใดกับเขาชิงเจี้ยนลังเลเล็กน้อย ก่อนจะขยิบตาให้ฟู่อวี้ที่กำลังบังคับรถม้าฟู่อวี้ชะงักไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “คุณหนู เมื่อครู่ในงานเลี้ยงพระราชวังท่านแทบจะมิได้ทานสิ่งใดเลยมิใช่หรือเจ้าคะ? อย่างไรเสียสุขภาพก็สำคัญที่สุด ท่านยังมีเรื่องต้องทำอีกมากนะเจ้าคะ”ยามนี้นางย่อมรู้ดีว่า หากคุณหนูทุกข์ใจเมื่อใดก็จะทานสิ่งใดไม่ลงในวังมีข่าวลือออก

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 239

    “ท่านพ่อ ท่านจะรีบร้อนไปไยเจ้าคะ?”ซูอวิ๋นชิงหน้าแดงก่ำ เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงแผ่วเบานางดูราวกับกำลังเอียงอาย ทว่าแท้จริงแล้วภายในใจกลับประหม่ายิ่งนักนางรู้ดีว่าฝ่าบาททรงให้ความสำคัญกับท่านพ่อเป็นพิเศษ แต่ท่านพ่อก็ไม่ควรหยิ่งผยองเพราะความโปรดปรานเช่นนี้การกล่าววาจาเช่นนี้ต่อหน้าพระพักตร์ท่ามกลางผู้คนมากมาย เกรงว่าฝ่าบาทคงจะไม่พอพระทัยเป็นแน่เมื่อหันไปมองพระชายาหวยหนาน กลับพบว่านางยังมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า ราวกับคุ้นชินที่หวยหนานอ๋องเป็นเช่นนี้ไปเสียแล้วเจียงโย่วหนิงอดมิได้ที่จะปรายตามองจ้าวหยวนเช่อคราหนึ่งทว่ากลับเห็นเพียงใบหน้าเรียบเฉย เขาก้มมองอาหารเบื้องหน้า ไม่รู้ว่ากำลังครุ่นคิดสิ่งใดอยู่เจียงโย่วหนิงมองเพียงแวบเดียว ก็ชักสายตากลับมาเขาจะเป็นเช่นไร แล้วเกี่ยวอันใดกับนางเล่า?นางไม่ควรใส่ใจเขาบรรยากาศภายในตำหนักหนักอึ้งตึงเครียดหวยหนานอ๋องจ้องมองเฉียนเจิ้งตี้โดยมิได้เอ่ยสิ่งใดครู่ต่อมา เฉียนเจิ้งตี้พลันแย้มพระสรวล “หวยหนานอ๋องช่างใจร้อนเสียจริง”เมื่อพระองค์ตรัสขึ้น ทุกคนก็พลันผ่อนคลายลง ต่างหัวเราะผสมโรงตามไปด้วย“โดยหลักเป็นเพราะชายแดนใต้ยังมีกิจธุระอีกมาก

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 238

    เจียงโย่วหนิงผู้นี้ ภายนอกดูขลาดเขลา ทว่าแท้จริงแล้วกลับทำได้ทุกเรื่อง นี่คงเห็นว่าปีนป่ายจ้าวหยวนเช่อไม่สำเร็จ จึงเปลี่ยนเป้าหมายใหม่กระมังยามนี้จิตใจของนางมิได้จดจ่ออยู่กับเจียงโย่วหนิงอีกแล้ว ทว่าต้องการสืบหาตัวตนของภรรยานอกสมรสของจ้าวหยวนเช่อผู้นั้น การที่สามารถทำให้จ้าวหยวนเช่อออกรับคมดาบแทนได้ ภรรยานอกสมรสผู้นั้นย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนน่าเสียดายที่นางส่งคนออกไปมิใช่น้อย ทว่ากลับมิได้เบาะแสอันใดเลยแม้แต่น้อยเรื่องนี้นับว่าประหลาดนัก ตามหลักแล้วหากเป็นคนเป็น ย่อมต้องทิ้งร่องรอยเอาไว้บ้างภรรยานอกสมรสผู้นั้น ไฉนจึงหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยถึงเพียงนี้? จ้าวหยวนเช่อนำคนไปซ่อนไว้ที่ใดกันแน่?เจียงโย่วหนิงเม้มริมฝีปากก่อนจะเดินตามไปนางมองดูคนทั้งสองที่ดูเหมาะสมกันเป็นอย่างยิ่งเบื้องหน้า ข่มความขื่นขมในใจลงไป แล้วฝืนยิ้มที่มุมปากทุกสิ่งกำลังจะจบสิ้นลงแล้วยังมีอันใดให้ต้องเศร้าเสียใจอีกเล่า?ฮ่องเต้เฉียนเจิ้งเสด็จมาพร้อมกับหวยหนานอ๋องทุกคนต่างถวายพระพรโดยพร้อมเพรียงกัน“พวกท่านลุกขึ้นเถิด” ฮ่องเต้เฉียนเจิ้งดูเหมือนจะทรงพระเกษมสำราญยิ่งนัก หลังจากประทับนั่งบนตำแหน่งประธานแ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 237

    “เหตุใดกัน? การแต่งเข้าจวนรุ่ยอ๋อง มีหญิงสาวในเมืองหลวงมากมายเพียงไรที่ปรารถนาแต่กลับมิอาจครอบครองได้?”เซี่ยหวยอวี่หรี่ตาลงจ้องมองนาง“ข้าไม่อยากออกเรือน”น้ำเสียงของเจียงโย่วหนิงนั้นกระจ่างใสและอ่อนหวาน ทว่ากลับหนักแน่นเด็ดขาด“แล้วภายภาคหน้าเล่า?”เซี่ยหวยอวี่ซักไซ้“เรื่องในภายภาคหน้า ผู้ใดจะล่วงรู้ได้เล่า?”ในน้ำเสียงของเจียงโย่วหนิงมีความสับสนเจืออยู่จาง ๆในยามนี้ นางมิได้อยากออกเรือนแต่อย่างใดในภายภาคหน้า นางอาจจะได้พบคนที่ดีสักคน คนที่ไม่ใส่ใจอดีตของนาง และยินดีที่จะอยู่เคียงข้างคอยเป็นความอบอุ่นให้แก่กันทว่าในโลกหล้าจะมีคนเช่นนั้นอยู่ที่ใดกันเล่า?“วางใจเถิด” เซี่ยหวยอวี่พลันหัวเราะออกมาเบา ๆ “ข้าจะไม่บอกกล่าวแก่ผู้ใดทั้งสิ้น”หากปล่อยให้จ้าวหยวนเช่อล่วงรู้ข่าวนี้เข้า นางจะยังจากไปได้อย่างไร?แล้วเขาจะฉวยโอกาสแทรกซึมเข้าไปในใจนางได้อย่างไรเล่า?“มาเถิด ตั๋วเงินนี่ รับเอาไว้”เขาหยิบตั๋วเงินออกมาแล้วยัดใส่มือของนาง“ขอบใจท่าน...”เจียงโย่วหนิงเอ่ยได้เพียงครึ่งประโยคก็พลันชะงักไปนางเหลือบเห็นปึกตั๋วเงินในมือ ใบที่อยู่บนสุดคือตั๋วเงินมูลค่าหนึ่งร้อยตำลึง เงิ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 236

    “นายท่านของท่านไม่อนุญาตให้ท่านออกมาใช่หรือไม่?”เจียงโย่วหนิงเอียงคอพิจารณาเขา พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบานางคิดมาตลอดว่า เซี่ยหวยอวี่คงไปรับใช้ในจวนของขุนนางผู้ใหญ่ท่านใดในราชสำนัก ดูจากการแต่งกายของเขา อย่างน้อยก็ต้องเป็นจวนอัครมหาเสนาบดีชาติตระกูลสูงส่งถึงเพียงนั้น กฎระเบียบในจวนจะเคร่งครัดมากมายก็เป็นเรื่องธรรมดานางจึงมิได้เกิดความระแวงสงสัยอันใด“อืม ก็นับว่าใช่กระมัง” เซี่ยหวยอวี่ขยับเข้าไปใกล้เล็กน้อย ยกมุมปากขึ้น รอยยิ้มชวนให้ผู้คนหวั่นไหว “เจ้าตามหาข้ามีเรื่องอันใดหรือ?”“ข้า...”เจียงโย่วหนิงไม่ค่อยคุ้นชินกับการที่เขาขยับมาใกล้ชิดถึงเพียงนี้ จึงถอยหลังหลบเล็กน้อย รู้สึกกระดากอายเกินกว่าจะเอ่ยปาก“เจ้าทำไมหรือ? พูดมาตามตรงเถิด ขอเพียงเป็นเรื่องที่ข้าทำได้ ย่อมต้องช่วยเหลือเจ้าอย่างแน่นอน งานของข้าในยามนี้ ก็นับว่าเป็นผู้มีอำนาจบารมีอยู่บ้างแล้ว”เซี่ยหวยอวี่รวบรัดยอมรับเรื่องที่ตนรับใช้ในจวนของบุคคลสำคัญท่านหนึ่งไปเสียเลย“คือว่า...ยามนี้ข้าจำเป็นต้องใช้เงิน...”เจียงโย่วหนิงก้มหน้าลง น้ำเสียงแผ่วเบาราวกับยุงบินในครานั้น เป็นนางเองที่เสนอตัวให้เซี่ยหวยอวี่ย

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 235

    เอ่ยคำเหล่านี้ออกมา ก็เพื่อดับความโอหังของเจียงโย่วหนิง ให้นางยอมไปเป็นอนุที่จวนรุ่ยอ๋องแต่โดยดี มิใช่เอาแต่เพ้อฝันลม ๆ แล้ง ๆ“ข้าทราบแล้ว”เจียงโย่วหนิงพยักหน้ารับคำ มองดูเฝิงมามาเดินจากไป ใบหน้าก็ค่อย ๆ ซีดเผือดลง“คุณหนู ไม่เป็นไรใช่หรือไม่เจ้าคะ?”ฟางเฟยมองนางด้วยความห่วงใย แววตาเปี่ยมไปด้วยความปวดใจ“ข้าจะเป็นอันใดได้เล่า?”เจียงโย่วหนิงส่งยิ้มให้นาง ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าเรือน กลางอกรู้สึกปวดหนึบ กระเพาะอาหารคล้ายกับบีบรัดตามไปด้วยจนรู้สึกอยากอาเจียนเล็กน้อยฟางเฟยส่ายหน้าพลางทอดถอนใจคุณหนูมักจะเป็นเช่นนี้เสมอ กลืนกินทุกความขมขื่นปวดร้าวลงสู่ท้อง ไม่เคยยอมปริปากบอกกล่าวผู้ใดแม้แต่ครึ่งคำเก็บงำเอาไว้ในใจเช่นนี้ตลอดไป คงได้ล้มหมอนนอนเสื่อเป็นแน่……งานเลี้ยงในวังหลวงจัดขึ้นที่หอเซิงผิงจากชั้นสองสามารถมองเห็นอุทยานหลวงได้ทั่วทั้งบริเวณทว่า ยามนี้เป็นเวลาค่ำคืน จึงมองเห็นเพียงแสงตะเกียงที่จุดสว่างไสวตามจุดต่าง ๆ ในอุทยานเท่านั้นเจียงโย่วหนิงเดินตามหลังนางหานและจ้าวเชียนหัว มิกล้าสอดส่ายสายตามองไปรอบ ๆ อย่างพลการฮ่องเต้ยังเสด็จมาไม่ถึงนางหานกำลังทักทายปราศรั

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 6

    “เจ้าช่างมีน้ำใจ มานั่งกับข้าตรงนี้มา”นางหานยิ้มพร้อมกวักมือเรียกเจียงโย่วหนิง ส่งสัญญาณให้นางมานั่งลงข้างตัวเองตอนนี้อยู่ข้างนอก ต้องดีกับเจียงโย่วหนิงหน่อย จะได้สร้างชื่อเสียงดีงามให้ตัวเองด้วยเจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย แล้วยื่นล่วมยาให้หมอจางหมอจางสบตากับนางแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 4

    นางหานชำเลืองมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่งหางตาเจียงโย่วหนิงเห็นจ้าวหยวนเช่อเงยหน้า เหมือนจะมองมาทางนี้เช่นกันนางแสร้งทำใจเย็น คีบขนมพุทราขึ้นมาใหม่แล้ววางหน้าตัวเอง แล้วกัดคำเล็กไปหนึ่งคำจืดชืดราวกับเคี้ยวขี้ผึ้งเหตุใดนางหานจึงถามเช่นนี้กะทันหัน? ไม่ได้ตั้งใจหรือ? หรือดูบางอย่างออก จึงจงใจเหยียด

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 8

    “ไม่กลัวถูกขังในศาลบรรพบุรุษ แล้วกลัวไม้ตีมือหรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อมือไพล่หลังเดินออกมาจากหลังฉากกั้น ดวงตาใสกระจ่างจ้องจ้าวเชียนหัว แววตาแผ่ซ่านความเยือกเย็น“ท่านซื่อจื่อ!”สาวใช้บ่าวหญิงเฒ่าคุกเข่าเต็มพื้นเจียงโย่วหนิงหน้าซีดจ้องมองจ้าวหยวนเช่อ ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้เขาจะไม่อยู่ในต

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 7

    เจียงโย่วหนิงไม่มีเวลาคิดว่าเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ยื่นมือคิดจะปิดประตูแล้ววิ่งหนี แต่ช่วยไม่ได้ขาสองข้างไม่เอาไหน ไม่ฟังคำสั่งนางสักนิด ก้าวไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียว“เข้ามา”จ้าวหยวนเช่อไม่หันหลัง แต่เหมือนมองเห็นการกระทำของนางเจียงโย่วหนิงกลัวถูกคนจับได้ เลยก้มหน้าเดินเข้าห้องด้านใน แล้วถามเสียง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status