Share

บทที่ 5

Penulis: มู่เฉิงซินสวี่
“โย่วหนิง? ไปไหนแล้วล่ะ?”

นางหานเดินมาหลังฉากกั้น

“ท่านแม่ ท่านอย่าเข้ามาเจ้าค่ะ ข้าไม่ระวังทำน้ำนมเลอะตัว กำลังเช็ดอยู่เจ้าค่ะ”

ภายใต้ความคับขัน เจียงโย่วหนิงรีบหาข้ออ้าง ฝ่ามือชื้นไปด้วยเหงื่อ

นางหานได้ยินดังนั้นจึงหยุดฝีเท้า ถามนาง “พี่ชายเจ้าล่ะ?”

เจียงโย่วหนิงหันมองจ้าวหยวนเช่อ ในดวงตาคือความตระหนกไร้กำลัง ดวงตาที่เปียกชื้นเหมือนไปแช่น้ำมา

ตอนนางร้องไห้วิงวอน ก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน

วินาทีต่อมา แขนแข็งแกร่งคู่หนึ่งโอบรัดเอวนาง ทำให้นางแนบชิดอยู่ในอ้อมกอดของเขา

มือใหญ่ของเขานวดคลึงตรงท้องน้อยที่ปวดร้าวของนาง ก้มลงกระซิบข้างหู สอนให้นางรับมือ

“ท่านพี่ไปว่าราชการเช้าแล้วเจ้าค่ะ”

เจียงโย่วหนิงทวนคำพูดของเขาซ้ำหนึ่งรอบ ใจเต้นดั่งรัวกลอง นางหดคอหลบหลีก หน้าแดงจนกลายเป็นคนสีชมพู

ใกล้เกินไปแล้ว

ริมฝีปากเขาแนบชิดกระดูกอ่อนของหูนาง ในช่วงลมหายใจคล้ายจะใกล้แต่ก็ห่าง นางกระทั่งรับรู้อุณหภูมิของริมฝีปากเขา ไม่รู้ว่าเพราะตื่นเต้นหรืออย่างไร ในสมองว่างเปล่านึกอะไรไม่ออก ร่างกายก็ชาไปครึ่งซีก

“เจ้าลูกคนนี้ จะไปก็ไม่บอกสักคำ” นางหานไม่สงสัย ตามด้วยกล่าวว่า “การหมั้นหมายของพี่ชายเจ้าอยู่ระหว่างดำเนินการ ต่อไปก็คือการหมั้นหมายของเจ้า ในใจเจ้ามีคนถูกใจหรือไม่?”

เจียงโย่วหนิงไม่รู้จะตอบอย่างไร ได้แต่รอจ้าวหยวนเช่อเอ่ยปาก

มือของจ้าวหยวนเช่อที่กำลังนวดท้องน้อยให้นางหยุด แต่กลับไม่ว่าอะไร

เจียงโย่วหนิงใจร้อนดั่งไฟ เตรียมจะตอบรับ นางกลัวนางหานจะเข้ามาถามนางถึงหลังฉากกั้นจริง ๆ

ขณะนี้ ได้ยินนางหานด้านนอกหัวเราะบอกว่า “แม่ลืมไป เจ้าเป็นสตรีย่อมหน้าบาง ยามปกติก็ไม่ค่อยออกไปที่ใด คิดว่าน่าจะไม่มี ถ้าเช่นนั้นข้ากับพ่อเจ้าจะจัดการตามความเหมาะสมแล้วกัน”

ที่ถามเจียงโย่วหนิงสักคำ ก็ตามมารยาทเท่านั้น เจียงโย่วหนิงจะแต่งกับใคร นางวางแผนไว้แต่แรกแล้ว เจิ้นกั๋วกงเลี้ยงเจียงโย่วหนิงมาหลายปี ไม่ได้เลี้ยงให้เสียเปล่าหรอกนะ

เจียงโย่วหนิงโล่งอก กำลังจะตอบรับ พลันได้ยินจ้าวหยวนเช่อข้างหูเอ่ยปาก

“ท่านแม่มีเรื่องต้องจัดการมากมาย ท่านแม่ยุ่งก่อนเถอะ เรื่องของข้าไม่รีบร้อน ต่อไปค่อยว่ากันเจ้าค่ะ”

เจียงโย่วหนิงถูกเขากอดไว้ในอ้อมอก สมองป้ำๆ เป๋อๆ คิดไม่ออก ได้แต่พูดตามคำพูดเขาหนึ่งรอบ

“เช่นนั้นก็ได้” นางหานพอใจกับท่าทีของนางมาก “อีกเดี๋ยวเจ้าตามข้าไปที่คลังสมบัติ ไปดูสิว่าชอบเครื่องเรือนชิ้นไหน ข้าจะให้คนยกไปให้เจ้าที่เรือนฝูหรง”

พอจัดงานแต่งลูกชายเสร็จ ก็แต่งเจียงโย่วหนิงออกเรือน นี่เป็นเรื่องในอีกไม่กี่เดือน นางก็ไม่จำเป็นต้องตระหนี่อะไร ผิดใจกับลูกชายด้วยเรื่องนี้มันจะไม่คุ้มค่าเอาได้

“ย้ายไปเรือนฝูหรงคงไม่จำเป็น ข้าอยู่...”

เจียงโย่วหนิงปฏิเสธอย่างลืมตัว

ทว่าพูดไปได้ครึ่งเดียว คำพูดก็หยุดชะงัก

มือใหญ่ของจ้าวหยวนเช่อปิดปากนาง บังคับให้นางกลืนคำพูดที่หลุดออกมากลับไป

กลิ่นหอมของโกฏชฎามังสีเจือความอับชื้นเล็กน้อยแนบกับริมฝีปาก ริมฝีปากสัมผัสเส้นลายมือที่หยาบกระด้างในฝ่ามือของเขา ตาดำของเจียงโย่วหนิงเบิกกว้าง ชั่วขณะนั้นราวถูกฟ้าผ่า จึงดึงมือเขาอย่างไม่รู้ตัว

ความนุ่มนิ่มเปียกชื้นที่ฝ่ามือ ราวกับสัมผัสเมฆอ่อนนุ่ม จ้าวหยวนเช่อหยุดไปครู่หนึ่งถึงเก็บมือกลับมา

“เจ้าก็รู้นิสัยของพี่ชายเจ้า หากไม่ย้ายเขายังคงนึกว่าข้าใจร้ายกับเจ้า อีกอย่าง ต่อไปหากเจ้าออกเรือนจากเรือนฝูหรง อยู่บ้านสามีเจ้าเองก็มีความมั่นใจ”

สิ่งที่นางหานวางแผนไว้แล้ว ย่อมไม่ยอมให้เปลี่ยนแปลง

“ขานรับ”

จ้าวหยวนเช่อกอดนางไว้แน่น พูดเพียงคำเดียว

เจียงโย่วหนิงกลัวนางหานจะสังเกตเห็น คิดเพียงอยากไปจากที่นี่โดยเร็ว จึงพูดตาม “เช่นนั้นก็ตามความเห็นท่านแม่เจ้าค่ะ”

ระหว่างที่พูด นางดึงมือของจ้าวหยวนเช่อที่กำลังนวดท้องน้อยให้นาง

ความร้อนจากฝ่ามือแผ่ซ่านออกมาผ่านเสื้อผ้า การนวดเบา ๆ เช่นนี้ทำให้บรรเทาความเจ็บได้ไม่น้อย ได้ผลดีจริง

แต่เดิมทีนี่ไม่ใช่สิ่งที่นางควรได้รับ นางไม่ละโมบ เมื่อแรงตรงเอวคลายออก ท้องน้อยเย็นวาบ ใจนางก็พลันว่างเปล่าเช่นกัน

นางรีบเก็บความผิดหวังอย่างรวดเร็ว ก้มหน้ามองชายกระโปรงที่เรียบร้อยดี จึงทำเป็นใจเย็นเดินออกจากหลังฉากกั้น

“ไปเถอะ ไปคลังสมบัติกัน”

นางหานเรียกนาง

เจียงโย่วหนิงตามนางออกจากห้อง

......

สัมภาระของเจียงโย่วหนิงมีไม่มาก

นางหานสั่งสาวใช้หลายคนให้ย้ายที่พักของเจียงโยว่หนิงไปที่เรือนฝูหรงวันนั้นเลย พร้อมสั่งให้คนซื้อเสื้อผ้าจากร้านขายเสื้อ และเลือกเครื่องประดับอีกหลายชิ้น ส่งไปให้เจียงโย่วหนิงพร้อมกัน

เจียงโย่วหนิงเข้าออกไม่สะดวก บวกกับไม่ค่อยสบายตัว เลยให้ฟางเฟยไปบอกโรงหมอสักคำ ว่าพรุ่งนี้ค่อยไปทำงาน

อาจเพราะเมื่อวานนอนมากไป คืนนี้ทำอย่างไรก็นอนไม่หลับ พอหลับตาลงก็นึกถึงเรื่องที่พรุ่งนี้จ้าวหยวนเช่อจะไปดูตัวกับคนอื่น

นางย้ำเตือนตัวเองซ้ำ ๆ ว่าเรื่องของจ้าวหยวนเช่อไม่เกี่ยวกับนาง ต้องทำใจอย่างแท้จริงว่าเรื่องนั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ก็ผล็อยหลับไปตอนฟ้าเพิ่งสาง

ระหว่างสะลึมสะลือ มีคนมาผลักนาง

“คุณหนู คุณหนู?”

เจียงโย่วหนิงลืมตาอย่างงัวเงีย ฟางเฟยนั่นเอง

“มีอะไร?”

ฟางเฟยโน้มลงมาข้างเตียง พูดเสียงค่อย “ชิงเจี้ยนข้างกายท่านซื่อจื่อมาหาเจ้าค่ะ กำลังรออยู่ตรงประตู”

“เขามาทำไม?”

เจียงโย่วหนิงได้ยินชื่อจ้าวหยวนเช่อ ตื่นขึ้นมาทันที พร้อมขมวดคิ้วถาม

ชิงเจี้ยนคือคนสนิทที่จ้าวหยวนเช่อไว้ใจที่สุด ไม่เคยอยู่ห่างจ้าวหยวนเช่อเลย

วันนี้จ้าวหยวนเช่อจะไปดูตัวคุณหนูสามสกุลหวังไม่ใช่หรือ? แล้วส่งชิงเจี้ยนมาหานางทำไม?

“ไม่ทราบเจ้าค่ะ” ฟางเฟยส่ายหน้า “ให้ข้าแต่งตัวให้ท่านหรือไม่?”

เจียงโย่วหนิงไม่ตอบ นางไม่อยากเจอชิงเจี้ยน

ใช่ว่านางจะไม่พอใจชิงเจี้ยน

ชิงเจี้ยนฝีมือดี นิสัยใจคอเองก็ดีมากเช่นกัน ทุกครั้งที่เจอนางมักจะทำความเคารพอย่างนอบน้อม พูดจาก็สุภาพเกรงใจ

นางเพียงแต่ไม่อยากเกี่ยวข้องกับจ้าวหยวนเช่ออีก

แต่หากไม่สนใจ ก็ไม่รู้ว่าจ้าวหยวนเช่อจะก่อเรื่องอะไรอีก ดูจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหลายวันที่ผ่านมา จ้าวหยวนเช่อไม่ได้นิ่งอย่างที่เห็นภายนอกเลย

นางลงจากเตียงอย่างครุ่นคิด ฟางเฟยรีบช่วยนางแต่งตัว

ด้านนอก แสงแดดหลังเที่ยงส่องลงบนบันไดหินหยกขาว

เจียงโย่วหนิงหรี่ตาลง เรือนฝูหรงยิ่งใหญ่กว่าเรือนเสี่ยวอิ่นมาก

“คุณหนูเจียง”

ชิงเจี้ยนประสานมือคารวะนอกทางเดิน

“มีเรื่องอันใด?”

เจียงโย่วหนิงยืนมองเขาตรงทางเดิน

“นายท่านสั่งให้ข้าน้อยเคี่ยวยาต้มมาให้ท่านขอรับ”

ชิงเจี้ยนโบกมือ

สาวใช้คนหนึ่งถือถาดสีดำลวดลายสีทองก้าวเข้ามา ในถ้วยกระเบื้องสีเขียวคือยาต้มสีน้ำตาล

“วางไว้ตรงนี้เถอะ”

เจียงโย่วหนิงอยากปฏิเสธ แต่นึกถึงสีหน้าเย็นชาของจ้าวหยวนเช่อแล้ว สิ่งที่จะพูดจึงกลายเป็นการให้เขาวางลง

ความสูงส่งสง่างามเป็นเรื่องโกหกทั้งนั้น หากนางไม่เชื่อฟังเขา อะไรเขาก็ทำได้ทั้งนั้น

แต่เขาจะไปดูตัวกับคนอื่น ก็ไปดูตัวดี ๆ สิ จะมายุ่งอะไรกับนางอีก?

“นายท่านสั่งเอาไว้ ให้ข้าน้อยดูท่านดื่มเข้าไปขอรับ”

ชิงเจี้ยนสีหน้าลำบากใจ

เจียงโย่วหนิงเม้มปาก ไม่ว่าอะไร

นางพูดกับจ้าวหยวนเช่อชัดเจนแล้ว และเขาก็ใกล้จะมีคู่หมั้นของตัวเองแล้ว

บัดนี้พวกเขาไม่ติดค้างกันแล้วไม่ใช่หรือ? เขายังให้ชิงเจี้ยนนำยาต้มมา ตกลงต้องการทำสิ่งใดกันแน่?

“นายท่านว่า หากท่านไม่ยอมดื่ม ตอนค่ำท่านกลับมาจะไปหาด้วยตัวเอง คุณหนูเจียง ขอร้องท่านอย่าให้ข้าน้อยลำบากใจเลย...”

ชิงเจี้ยนเอ่ยอย่างวิงวอน

เจียงโย่วหนิงสูดหายใจเข้าลูก ๆ แล้วยื่นมือไปยกถ้วยขึ้นมาดื่มยาต้มในนั้นจนหมด นางแยกแยะได้จากรสยาที่ขมฝาดว่าในนั้นมีสมุนไพรจำพวกโสม แป๊ะตุ๊ก โป่งรากสนและอบเชย น่าจะเป็นยาต้มบำรุงเลือดน้ำแกงปาเจิน[1]

นางทำหน้าย่นวางถ้วยลง ในปากเต็มไปด้วยความขม

“นายท่านนำสิ่งนี้มาให้ท่าน” ชิงเจี้ยนก้าวไปข้างหน้ายื่นกล่องกระเบื้องลูกอมขนาดฝ่ามือเจียงโย่วหนิง พร้อมประสานมือคารวะ “พรุ่งนี้ข้าน้อยค่อยมาส่งยาต้มให้ท่านอีก”

เจียงโย่วหนิงยื่นกล่องลูกอมให้ฟางเฟย ลอบถอนหายใจ “ข้าจะไปโรงหมอ”

“คุณหนูนอนหลับไม่สนิทหรือเจ้าคะ?” ฟางเฟยเห็นสีหน้านางไม่ดีจึงเป็นห่วง “ถ้าอย่างไรวันนี้พักอีกสักวันดีหรือไม่เจ้าคะ?”

“ไม่ต้อง ดูแลอู๋มามาแทนข้าให้ดี”

เจียงโย่วหนิงก้าวเท้าออกไปข้างนอก

ถ้านางไม่ไปช่วยงานที่โรงหมอ เดือนหน้าอู๋มามาจะไม่มีเงินซื้อยา อีกอย่างนางไม่อยู่ ที่โรงหมอเองก็มีคนไม่พอ

เพิ่งจะถึงโรงหมอ พลันเห็นหมอจางสะพายล่วมยาเตรียมออกไปข้างนอก

“อาหนิงมาแล้วหรือ? พอดีเลยตามไปเป็นผู้ช่วยข้าที”

ผมหมอจางแซมสีขาว ไว้เคราแพะ เป็นคนโอบอ้อมอารี ฝีมือการแพทย์ก็เป็นอันดับต้น ๆ ในเมืองหลวง สำนักหมอหลวงเคยมาเชิญตัว แต่เขาปฏิเสธ

เจียงโย่วหนิงรับล่วมยามาแล้วตามไป คนไข้อยู่บนเรือสำราญที่ตกแต่งหรูหรา บอกว่าไม่สบายช่วงอก

ตรงทางเข้ามีคนมารับหมอจางเข้าไป

เจียงโย่วหนิงแอบสำรวจรอบด้าน เป็นครั้งแรกที่นางมาสถานที่เช่นนี้ ช่างหรูหราโอ่อ่าเหลือเกิน

“ลำบากหมอจางแล้ว”

เสียงนางหานดังขึ้น

เจียงโย่วหนิงสะดุ้งโหยง นางสงสัยว่าตัวเองหูฝาด แต่เมื่อเพ่งมอง เป็นนางหานที่นั่งอยู่ตำแหน่งหัวหน้า ยิ้มแย้มทักทายหมอจาง

เจียงโย่วหนิงอยากหันหลังจากไป ทว่าไม่ทันเสียแล้ว

“โย่วหนิง จู่ ๆ เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร?”

นางหานมองเห็นนางแล้ว จึงขมวดคิ้วถาม

“ข้า...ข้าเดินผ่านโรงหมอ บังเอิญได้ยินว่าท่านแม่ไม่สบาย ไม่วางใจจึงมาดูเจ้าค่ะ”

ความคิดในใจเจียงโย่วหนิงแล่นฉับไว ระหว่างลนลานจึงหาเหตุผลส่งเดช

ขณะหันมองโดยไม่ตั้งใจ พลันเห็นใบหน้าอันเคร่งขรึมสง่างามของจ้าวหยวนเช่อด้านหลังฉากกั้นลายฉลุ

นัยน์ตานางหดวูบ หัวใจกระตุกวาบ ขณะนี้ถึงได้รู้สึกตัวทีหลัง ตอนนี้นางหานกำลังมาดูตัวคุณหนูสามสกุลหวังเป็นเพื่อนจ้าวหยวนเช่อ

_______________________

[1] น้ำแกงปาเจิน ตำรับยาบำรุงเลือด ตำรับนี้เกิดจากการรวมกันของยาบำรุงพลัง 4 ชนิด (โสม แป๊ะตุ๊ก หกเหล็ง ชะเอมเทศ) และยาบำรุงเลือด 4 ชนิด (เส็กตี่ ตังกุย แปะเจียก ชวงเกียง)

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
Panisa
เป็นนิยายที่น่าอ่านอีกเรืองหนึ่งให้ความรู้ด้านสมุนไพรด้วย
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 426

    “ข้าบอกแล้วว่าเขาไม่เป็นอะไร เหตุใดเจ้าจึงไม่เชื่อข้าบ้างเล่า?”เซี่ยหวยอวี่หันกายกลับมา น้ำเสียงเจือความจนใจอยู่บ้าง“ท่านให้คนตั้งมากมายไปรุมล้อมโจมตีเขาเช่นนั้น ยังจะกล้าพูดอีกหรือว่าเขาจะไม่เป็นอะไร?”เจียงโย่วหนิงไม่มีทางเชื่อคำพูดของเขาเลยแม้แต่น้อย“โธ่ แม่ทูนหัวของข้า คนของข้ารวมตัวข้าด้วยมีเพียงสี่คนเท่านั้น พอข้าจากมาพวกเขาก็ถอยร่นกันหมดแล้ว ส่วนคนที่เหลือที่ล้อมเขาเอาไว้ล้วนเป็นคนขององค์รัชทายาทต่างหาก ข้าถูกปรักปรำนะ”เซี่ยหวยอวี่เอ่ยอธิบายกับนางด้วยความระอาใจเล็กน้อย“ข้าไม่สน ข้าจะกลับไป”ไม่ว่าเขาจะพูดสิ่งใด เจียงโย่วหนิงก็มีเพียงประโยคนี้ตอกกลับไปเท่านั้น“บนร่างข้ามีบาดแผลใกล้จะทนไม่ไหวแล้ว ไปทำแผลในถ้ำกันก่อนเถิด จากนั้นข้าค่อยไปส่งเจ้ากลับ ดีหรือไม่?”เซี่ยหวยอวี่เอ่ยเกลี้ยกล่อมนาง พลางฉวยโอกาสคว้าข้อมือของนางเอาไว้“ท่านเลิกหลอกลวงผู้คนได้แล้ว!”เจียงโย่วหนิงสะบัดมือกลับอย่างแรง ทว่ากลับไม่อาจสลัดหลุดจากเขาได้อย่างที่คิด“ข้าจะหลอกเจ้าไปทำไมกัน เจ้าลองคลำบาดแผลของข้าดูสิ”เซี่ยหวยอวี่ดึงมือของนางเข้าไปหา ก่อนจะกดลงบนเอวของตนเองสัมผัสที่ปลายนิ้วชื้นแฉะ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 425

    ท่ามกลางความมืดมิด เจียงโย่วหนิงถูกคนอุ้มเดินลัดเลาะไปตามป่ารกชัฏ เสียงการต่อสู้ถูกผืนป่าทึบสกัดกั้นเอาไว้จนหมดสิ้นยามที่คนผู้นั้นอุ้มนางเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ เสียงปะทะห้ำหั่นก็ค่อย ๆ เลือนหายไปจากโสตประสาทลูกธนูในมือถูกคนผู้นี้แย่งชิงไปนานแล้ว ไม่รู้ว่าถูกโยนทิ้งไปที่ใด“ปล่อยข้านะ...”นางกัดฟันดิ้นรนสุดชีวิต สองมือข่วนเปะปะ หมายจะตะปบเข้าที่ใบหน้าของเขาเวลานี้ความหวาดกลัวเกาะกุมจิตใจนางจนแทบสิ้นหวัง ไม่มีแก่ใจแม้แต่จะร้องไห้ ในหัวคิดเพียงหาวิธีดิ้นหลุดจากคนผู้นี้ เพื่อกลับไปดูว่าจ้าวหยวนเช่อเป็นอย่างไรบ้างนางรู้ดีว่าดวงตาคือจุดที่เปราะบางที่สุดของมนุษย์ ขอเพียงข่วนตาคนผู้นี้จนบอด เขาย่อมต้องปล่อยนางอย่างแน่นอน“ซี๊ด…”จังหวะก้าวเดินที่ราบรื่นแต่เดิมของเซี่ยหวยอวี่ พลันปั่นป่วนเพราะการดิ้นรนขัดขืนอย่างไม่ยอมลดละของนาง จนเกือบจะสะดุดรากไม้ที่คดเคี้ยวล้มคว่ำเขาซวนเซไปหลายก้าว เหยียบย่ำลงบนกิ่งไม้แห้งและใบไม้ผุพังบนพื้นจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบ ฝีเท้าที่เคยก้าวฉับไวก็พลันช้าลง“อาหนิง ข้าเอง! อย่าลงมือหนักนักสิ”เขาแหงนหน้าหลบกรงเล็บของเจียงโย่วหนิงที่ตวัดมาอีกระลอก ก่อนจะเอ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 424

    ไม่ใช่ว่าชอบจูบอาหนิงของเขาหรืออย่างไร?ไฉนจึงไม่จูบต่อเล่า?คนในมือของพี่สะใภ้องค์รัชทายาทผู้นี้มีไม่น้อย จู่โจมเข้ามาพร้อมกันมากมายเพียงนี้ มากพอที่จะทำให้จ้าวหยวนเช่อต้องรับมือไปพักใหญ่เลยทีเดียวจ้าวหยวนเช่อมีวรยุทธ์ล้ำเลิศแม้จะต้องคอยปกป้องเจียงโย่วหนิงที่อยู่เบื้องหลัง ทว่าคนทั้งเจ็ดแปดคนนั้นก็ยังมิใช่คู่ต่อสู้ของเขาอยู่ดีผ่านไปเพียงชั่วจิบชา ก็มีคนล้มลงไปแล้วสองสามคน“ร้ายกาจไม่เบา ข้าจะไปลองเชิงเขาสักหน่อย”เซี่ยหวยอวี่ดึงผ้าคาดสีดำที่ห้อยอยู่ตรงอกขึ้นมาปิดบังใบหน้า“องค์ชาย ข้าน้อยพากำลังคนไปเองก็พอแล้วขอรับ ท่านอย่าไปเลย อันตรายเกินไป!”หนานเฟิงรีบดึงเขาเอาไว้ กระบี่ไร้ตา เขาไม่กล้าปล่อยให้องค์ชายของตนไปเสี่ยงอันตรายเป็นแน่เขาสวมผ้าปิดหน้าสีดำเช่นเดียวกัน การแต่งกายล้วนดูไม่ต่างจากกลุ่มคนที่กำลังลงมือกับจ้าวหยวนเช่อเลยแม้แต่น้อยระหว่างที่จ้าวหยวนเช่อกำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับคนกลุ่มนั้น หางตาก็เหลือบไปเห็นอีกสี่คนถืออาวุธแหลมคมพุ่งเข้ามาร่วมวงต่อสู้เจียงโย่วหนิงหลบอยู่ด้านหลังจ้าวหยวนเช่อ นางเห็นเพียงคมมีดปลิวว่อนอยู่เบื้องหน้า กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเตะจมูกน

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 423

    “ข้าทำเอง…”ร่างของเจียงโย่วหนิงเกร็งเขม็ง นางยกมือขึ้นอย่างไม่เป็นธรรมชาติ หมายจะผลักเขาออกไปจ้าวหยวนเช่อพลันก้มศีรษะลงมา ประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากของนางแผ่วเบา“ข้าจะให้ชิงหลิวพาคนจำนวนหนึ่งมาคอยคุ้มกันเจ้าอยู่ที่ตีนเขา เจ้าอย่าได้เดินเพ่นพ่านไปทั่ว”เขากำชับนาง“ไม่เป็นไร ข้าอยู่คนเดียวได้”เจียงโย่วหนิงเบือนใบหน้าที่แดงก่ำหนี เอ่ยปฏิเสธเสียงเบาเรื่องของเหมืองแร่มิใช่เรื่องเล็กน้อยคนขององค์รัชทายาทย่อมต้องทุ่มสุดกำลัง และต่อสู้อย่างถวายหัวเป็นแน่เดิมทีกำลังคนข้างกายจ้าวหยวนเช่อก็มีไม่มากพออยู่แล้ว หากนางยังแบ่งตัวชิงหลิวมาอีก เขาจะต้องตกอยู่ในอันตรายหลายวันมานี้ พวกเขาใช้เวลาอยู่ด้วยกันทุกวันทว่าเขากลับไม่เคยแสดงท่าทีใกล้ชิดกับนางถึงเพียงนี้มาก่อนบัดนี้เมื่อถึงคราวต้องแยกจากกัน เขากลับจุมพิตนางกะทันหัน นี่... นี่แปลว่าเขาก็รู้สึกอาลัยอาวรณ์เหมือนนางอย่างนั้นหรือ?เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ นางก็ส่ายหน้าเบา ๆ เพื่อไม่ให้ตนเองคิดฟุ้งซ่านไปไกลจะเป็นไปได้อย่างไร?ในเมื่อทุกถ้อยคำของเขาล้วนมีแต่ซูอวิ๋นชิงเซี่ยหวยอวี่คาบก้านหญ้าเส้นเล็กไว้ในปาก เร้นกายอยู่หลังพุ่มไม้ เขา

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 422

    เสียงนั้นคล้ายกับเสียงร้องของนกชนิดใดชนิดหนึ่ง แหลมเล็กจนสามารถดังกังวานออกไปได้ไกลลิบเจียงโย่วหนิงกินเนื้อกระต่ายตากแห้งหมดไปสองชิ้น ชิงเจี้ยนก็มาถึงพอดี“นายท่าน คุณหนู”ชิงเจี้ยนประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม“ยามค่ำคืนหากแนบหูฟังที่โขดหิน จะได้ยินเสียงเคาะสะท้อนมา เหมืองแร่ไม่น่าจะอยู่ไกลจากที่นี่นัก” จ้าวหยวนเช่อเอ่ยสั่งการเขาโดยตรง “เจ้าจงนำคนตามรอยเสียงนั้นไปสืบดูเถิด ว่าเหมืองแร่นั้นอยู่ที่ใดกันแน่ ภายในมีสถานการณ์เป็นเช่นไร หากได้เบาะแสให้รีบมารายงานทันที นอกจากนี้จงส่งสาส์นกลับไปกราบทูลฝ่าบาทถึงเรื่องราวทางนี้ เพื่อให้พระองค์ทรงส่งกำลังคนมาเพิ่ม”มังกรที่ว่าเก่งกาจ ก็ยังไม่อาจข่มงูเจ้าถิ่นได้กำลังคนที่เขาพามาด้วยนั้นมีไม่เพียงพอ“ขอรับ”ชิงเจี้ยนก้มหน้ารับคำ ก่อนที่ร่างจะเร้นกายหายลับเข้าไปในพงไพรในชั่วพริบตาช่วงหลายวันหลังจากนั้น จ้าวหยวนเช่อพาเจียงโย่วหนิงเดินลัดเลาะไปตามหุบเขา คอยสอนนางยิงธนูและล่าสัตว์อยู่เสมอเจียงโย่วหนิงเองก็โยนความกลัดกลุ้มทิ้งไปชั่วคราว และเพลิดเพลินไปกับช่วงเวลาเหล่านั้นกระทั่งถึงยามโพล้เพล้ของวันหนึ่ง“มือยังเจ็บอยู่หรือไม่?”จ้าวหยวนเ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 421

    ยามที่นางกำลังง่วนอยู่กับงาน เขาก็นำกิ่งไม้สดมาปิดบังปากถ้ำเอาไว้เรียบร้อยแล้ว“นอนเถิด พรุ่งนี้เช้าก็ดีขึ้นแล้ว”จ้าวหยวนเช่อนั่งพิงผนังถ้ำ ด้านล่างปูรองด้วยใบไม้อ่อนนุ่ม ก่อนจะส่งสายตาเรียกให้นางเข้าไปหาเจียงโย่วหนิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ทว่าสุดท้ายก็ยอมเดินเข้าไปนั่งพิงแนบชิดข้างกายเขาภายในใจนางนึกค่อนขอดตนเองพอเขาเรียกนางก็รีบมา ช่างไม่เอาไหนเลยจริง ๆทว่าเมื่ออยู่กลางป่าเขาเยี่ยงนี้ หากไม่ได้อิงแอบเขา นางก็มิกล้าข่มตาหลับลงเลยแม้แต่น้อยจ้าวหยวนเช่อวาดวงแขนโอบกอดนางเอาไว้อย่างเป็นธรรมชาติ แล้วพานางล้มตัวลงนอนนางหนุนท่อนแขนของเขา สัมผัสได้ว่าเขานำเสื้อคลุมตัวนอกมาห่มคลุมร่างกายนางไว้เจียงโย่วหนิงหลับตาลงอย่างช้า ๆข้างหูแว่วเพียงเสียงกองไฟแตกปะทุแผ่วเบาผสานกับเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของเขา บรรยากาศช่างเงียบสงบและอบอุ่นภาพบรรยากาศเช่นนี้เป็นสิ่งที่นางแม้แต่ในความฝันก็ยังมิกล้าคิดฝัน ทว่าบัดนี้กลับเกิดขึ้นจริงเสียแล้วนางถึงขั้นเกิดความคิดเพ้อฝันขึ้นมาวูบหนึ่งหากกาลเวลาสามารถหยุดนิ่งอยู่เพียงชั่วขณะนี้ ให้พวกเขาสองคนได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในป่าเขานี้ตลอดไป มิต

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 8

    “ไม่กลัวถูกขังในศาลบรรพบุรุษ แล้วกลัวไม้ตีมือหรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อมือไพล่หลังเดินออกมาจากหลังฉากกั้น ดวงตาใสกระจ่างจ้องจ้าวเชียนหัว แววตาแผ่ซ่านความเยือกเย็น“ท่านซื่อจื่อ!”สาวใช้บ่าวหญิงเฒ่าคุกเข่าเต็มพื้นเจียงโย่วหนิงหน้าซีดจ้องมองจ้าวหยวนเช่อ ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้เขาจะไม่อยู่ในต

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 7

    เจียงโย่วหนิงไม่มีเวลาคิดว่าเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ยื่นมือคิดจะปิดประตูแล้ววิ่งหนี แต่ช่วยไม่ได้ขาสองข้างไม่เอาไหน ไม่ฟังคำสั่งนางสักนิด ก้าวไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียว“เข้ามา”จ้าวหยวนเช่อไม่หันหลัง แต่เหมือนมองเห็นการกระทำของนางเจียงโย่วหนิงกลัวถูกคนจับได้ เลยก้มหน้าเดินเข้าห้องด้านใน แล้วถามเสียง

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 6

    “เจ้าช่างมีน้ำใจ มานั่งกับข้าตรงนี้มา”นางหานยิ้มพร้อมกวักมือเรียกเจียงโย่วหนิง ส่งสัญญาณให้นางมานั่งลงข้างตัวเองตอนนี้อยู่ข้างนอก ต้องดีกับเจียงโย่วหนิงหน่อย จะได้สร้างชื่อเสียงดีงามให้ตัวเองด้วยเจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย แล้วยื่นล่วมยาให้หมอจางหมอจางสบตากับนางแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 4

    นางหานชำเลืองมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่งหางตาเจียงโย่วหนิงเห็นจ้าวหยวนเช่อเงยหน้า เหมือนจะมองมาทางนี้เช่นกันนางแสร้งทำใจเย็น คีบขนมพุทราขึ้นมาใหม่แล้ววางหน้าตัวเอง แล้วกัดคำเล็กไปหนึ่งคำจืดชืดราวกับเคี้ยวขี้ผึ้งเหตุใดนางหานจึงถามเช่นนี้กะทันหัน? ไม่ได้ตั้งใจหรือ? หรือดูบางอย่างออก จึงจงใจเหยียด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status