Share

บทที่ 5

Author: มู่เฉิงซินสวี่
“โย่วหนิง? ไปไหนแล้วล่ะ?”

นางหานเดินมาหลังฉากกั้น

“ท่านแม่ ท่านอย่าเข้ามาเจ้าค่ะ ข้าไม่ระวังทำน้ำนมเลอะตัว กำลังเช็ดอยู่เจ้าค่ะ”

ภายใต้ความคับขัน เจียงโย่วหนิงรีบหาข้ออ้าง ฝ่ามือชื้นไปด้วยเหงื่อ

นางหานได้ยินดังนั้นจึงหยุดฝีเท้า ถามนาง “พี่ชายเจ้าล่ะ?”

เจียงโย่วหนิงหันมองจ้าวหยวนเช่อ ในดวงตาคือความตระหนกไร้กำลัง ดวงตาที่เปียกชื้นเหมือนไปแช่น้ำมา

ตอนนางร้องไห้วิงวอน ก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน

วินาทีต่อมา แขนแข็งแกร่งคู่หนึ่งโอบรัดเอวนาง ทำให้นางแนบชิดอยู่ในอ้อมกอดของเขา

มือใหญ่ของเขานวดคลึงตรงท้องน้อยที่ปวดร้าวของนาง ก้มลงกระซิบข้างหู สอนให้นางรับมือ

“ท่านพี่ไปว่าราชการเช้าแล้วเจ้าค่ะ”

เจียงโย่วหนิงทวนคำพูดของเขาซ้ำหนึ่งรอบ ใจเต้นดั่งรัวกลอง นางหดคอหลบหลีก หน้าแดงจนกลายเป็นคนสีชมพู

ใกล้เกินไปแล้ว

ริมฝีปากเขาแนบชิดกระดูกอ่อนของหูนาง ในช่วงลมหายใจคล้ายจะใกล้แต่ก็ห่าง นางกระทั่งรับรู้อุณหภูมิของริมฝีปากเขา ไม่รู้ว่าเพราะตื่นเต้นหรืออย่างไร ในสมองว่างเปล่านึกอะไรไม่ออก ร่างกายก็ชาไปครึ่งซีก

“เจ้าลูกคนนี้ จะไปก็ไม่บอกสักคำ” นางหานไม่สงสัย ตามด้วยกล่าวว่า “การหมั้นหมายของพี่ชายเจ้าอยู่ระหว่างดำเนินการ ต่อไปก็คือการหมั้นหมายของเจ้า ในใจเจ้ามีคนถูกใจหรือไม่?”

เจียงโย่วหนิงไม่รู้จะตอบอย่างไร ได้แต่รอจ้าวหยวนเช่อเอ่ยปาก

มือของจ้าวหยวนเช่อที่กำลังนวดท้องน้อยให้นางหยุด แต่กลับไม่ว่าอะไร

เจียงโย่วหนิงใจร้อนดั่งไฟ เตรียมจะตอบรับ นางกลัวนางหานจะเข้ามาถามนางถึงหลังฉากกั้นจริง ๆ

ขณะนี้ ได้ยินนางหานด้านนอกหัวเราะบอกว่า “แม่ลืมไป เจ้าเป็นสตรีย่อมหน้าบาง ยามปกติก็ไม่ค่อยออกไปที่ใด คิดว่าน่าจะไม่มี ถ้าเช่นนั้นข้ากับพ่อเจ้าจะจัดการตามความเหมาะสมแล้วกัน”

ที่ถามเจียงโย่วหนิงสักคำ ก็ตามมารยาทเท่านั้น เจียงโย่วหนิงจะแต่งกับใคร นางวางแผนไว้แต่แรกแล้ว เจิ้นกั๋วกงเลี้ยงเจียงโย่วหนิงมาหลายปี ไม่ได้เลี้ยงให้เสียเปล่าหรอกนะ

เจียงโย่วหนิงโล่งอก กำลังจะตอบรับ พลันได้ยินจ้าวหยวนเช่อข้างหูเอ่ยปาก

“ท่านแม่มีเรื่องต้องจัดการมากมาย ท่านแม่ยุ่งก่อนเถอะ เรื่องของข้าไม่รีบร้อน ต่อไปค่อยว่ากันเจ้าค่ะ”

เจียงโย่วหนิงถูกเขากอดไว้ในอ้อมอก สมองป้ำๆ เป๋อๆ คิดไม่ออก ได้แต่พูดตามคำพูดเขาหนึ่งรอบ

“เช่นนั้นก็ได้” นางหานพอใจกับท่าทีของนางมาก “อีกเดี๋ยวเจ้าตามข้าไปที่คลังสมบัติ ไปดูสิว่าชอบเครื่องเรือนชิ้นไหน ข้าจะให้คนยกไปให้เจ้าที่เรือนฝูหรง”

พอจัดงานแต่งลูกชายเสร็จ ก็แต่งเจียงโย่วหนิงออกเรือน นี่เป็นเรื่องในอีกไม่กี่เดือน นางก็ไม่จำเป็นต้องตระหนี่อะไร ผิดใจกับลูกชายด้วยเรื่องนี้มันจะไม่คุ้มค่าเอาได้

“ย้ายไปเรือนฝูหรงคงไม่จำเป็น ข้าอยู่...”

เจียงโย่วหนิงปฏิเสธอย่างลืมตัว

ทว่าพูดไปได้ครึ่งเดียว คำพูดก็หยุดชะงัก

มือใหญ่ของจ้าวหยวนเช่อปิดปากนาง บังคับให้นางกลืนคำพูดที่หลุดออกมากลับไป

กลิ่นหอมของโกฏชฎามังสีเจือความอับชื้นเล็กน้อยแนบกับริมฝีปาก ริมฝีปากสัมผัสเส้นลายมือที่หยาบกระด้างในฝ่ามือของเขา ตาดำของเจียงโย่วหนิงเบิกกว้าง ชั่วขณะนั้นราวถูกฟ้าผ่า จึงดึงมือเขาอย่างไม่รู้ตัว

ความนุ่มนิ่มเปียกชื้นที่ฝ่ามือ ราวกับสัมผัสเมฆอ่อนนุ่ม จ้าวหยวนเช่อหยุดไปครู่หนึ่งถึงเก็บมือกลับมา

“เจ้าก็รู้นิสัยของพี่ชายเจ้า หากไม่ย้ายเขายังคงนึกว่าข้าใจร้ายกับเจ้า อีกอย่าง ต่อไปหากเจ้าออกเรือนจากเรือนฝูหรง อยู่บ้านสามีเจ้าเองก็มีความมั่นใจ”

สิ่งที่นางหานวางแผนไว้แล้ว ย่อมไม่ยอมให้เปลี่ยนแปลง

“ขานรับ”

จ้าวหยวนเช่อกอดนางไว้แน่น พูดเพียงคำเดียว

เจียงโย่วหนิงกลัวนางหานจะสังเกตเห็น คิดเพียงอยากไปจากที่นี่โดยเร็ว จึงพูดตาม “เช่นนั้นก็ตามความเห็นท่านแม่เจ้าค่ะ”

ระหว่างที่พูด นางดึงมือของจ้าวหยวนเช่อที่กำลังนวดท้องน้อยให้นาง

ความร้อนจากฝ่ามือแผ่ซ่านออกมาผ่านเสื้อผ้า การนวดเบา ๆ เช่นนี้ทำให้บรรเทาความเจ็บได้ไม่น้อย ได้ผลดีจริง

แต่เดิมทีนี่ไม่ใช่สิ่งที่นางควรได้รับ นางไม่ละโมบ เมื่อแรงตรงเอวคลายออก ท้องน้อยเย็นวาบ ใจนางก็พลันว่างเปล่าเช่นกัน

นางรีบเก็บความผิดหวังอย่างรวดเร็ว ก้มหน้ามองชายกระโปรงที่เรียบร้อยดี จึงทำเป็นใจเย็นเดินออกจากหลังฉากกั้น

“ไปเถอะ ไปคลังสมบัติกัน”

นางหานเรียกนาง

เจียงโย่วหนิงตามนางออกจากห้อง

......

สัมภาระของเจียงโย่วหนิงมีไม่มาก

นางหานสั่งสาวใช้หลายคนให้ย้ายที่พักของเจียงโยว่หนิงไปที่เรือนฝูหรงวันนั้นเลย พร้อมสั่งให้คนซื้อเสื้อผ้าจากร้านขายเสื้อ และเลือกเครื่องประดับอีกหลายชิ้น ส่งไปให้เจียงโย่วหนิงพร้อมกัน

เจียงโย่วหนิงเข้าออกไม่สะดวก บวกกับไม่ค่อยสบายตัว เลยให้ฟางเฟยไปบอกโรงหมอสักคำ ว่าพรุ่งนี้ค่อยไปทำงาน

อาจเพราะเมื่อวานนอนมากไป คืนนี้ทำอย่างไรก็นอนไม่หลับ พอหลับตาลงก็นึกถึงเรื่องที่พรุ่งนี้จ้าวหยวนเช่อจะไปดูตัวกับคนอื่น

นางย้ำเตือนตัวเองซ้ำ ๆ ว่าเรื่องของจ้าวหยวนเช่อไม่เกี่ยวกับนาง ต้องทำใจอย่างแท้จริงว่าเรื่องนั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ก็ผล็อยหลับไปตอนฟ้าเพิ่งสาง

ระหว่างสะลึมสะลือ มีคนมาผลักนาง

“คุณหนู คุณหนู?”

เจียงโย่วหนิงลืมตาอย่างงัวเงีย ฟางเฟยนั่นเอง

“มีอะไร?”

ฟางเฟยโน้มลงมาข้างเตียง พูดเสียงค่อย “ชิงเจี้ยนข้างกายท่านซื่อจื่อมาหาเจ้าค่ะ กำลังรออยู่ตรงประตู”

“เขามาทำไม?”

เจียงโย่วหนิงได้ยินชื่อจ้าวหยวนเช่อ ตื่นขึ้นมาทันที พร้อมขมวดคิ้วถาม

ชิงเจี้ยนคือคนสนิทที่จ้าวหยวนเช่อไว้ใจที่สุด ไม่เคยอยู่ห่างจ้าวหยวนเช่อเลย

วันนี้จ้าวหยวนเช่อจะไปดูตัวคุณหนูสามสกุลหวังไม่ใช่หรือ? แล้วส่งชิงเจี้ยนมาหานางทำไม?

“ไม่ทราบเจ้าค่ะ” ฟางเฟยส่ายหน้า “ให้ข้าแต่งตัวให้ท่านหรือไม่?”

เจียงโย่วหนิงไม่ตอบ นางไม่อยากเจอชิงเจี้ยน

ใช่ว่านางจะไม่พอใจชิงเจี้ยน

ชิงเจี้ยนฝีมือดี นิสัยใจคอเองก็ดีมากเช่นกัน ทุกครั้งที่เจอนางมักจะทำความเคารพอย่างนอบน้อม พูดจาก็สุภาพเกรงใจ

นางเพียงแต่ไม่อยากเกี่ยวข้องกับจ้าวหยวนเช่ออีก

แต่หากไม่สนใจ ก็ไม่รู้ว่าจ้าวหยวนเช่อจะก่อเรื่องอะไรอีก ดูจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหลายวันที่ผ่านมา จ้าวหยวนเช่อไม่ได้นิ่งอย่างที่เห็นภายนอกเลย

นางลงจากเตียงอย่างครุ่นคิด ฟางเฟยรีบช่วยนางแต่งตัว

ด้านนอก แสงแดดหลังเที่ยงส่องลงบนบันไดหินหยกขาว

เจียงโย่วหนิงหรี่ตาลง เรือนฝูหรงยิ่งใหญ่กว่าเรือนเสี่ยวอิ่นมาก

“คุณหนูเจียง”

ชิงเจี้ยนประสานมือคารวะนอกทางเดิน

“มีเรื่องอันใด?”

เจียงโย่วหนิงยืนมองเขาตรงทางเดิน

“นายท่านสั่งให้ข้าน้อยเคี่ยวยาต้มมาให้ท่านขอรับ”

ชิงเจี้ยนโบกมือ

สาวใช้คนหนึ่งถือถาดสีดำลวดลายสีทองก้าวเข้ามา ในถ้วยกระเบื้องสีเขียวคือยาต้มสีน้ำตาล

“วางไว้ตรงนี้เถอะ”

เจียงโย่วหนิงอยากปฏิเสธ แต่นึกถึงสีหน้าเย็นชาของจ้าวหยวนเช่อแล้ว สิ่งที่จะพูดจึงกลายเป็นการให้เขาวางลง

ความสูงส่งสง่างามเป็นเรื่องโกหกทั้งนั้น หากนางไม่เชื่อฟังเขา อะไรเขาก็ทำได้ทั้งนั้น

แต่เขาจะไปดูตัวกับคนอื่น ก็ไปดูตัวดี ๆ สิ จะมายุ่งอะไรกับนางอีก?

“นายท่านสั่งเอาไว้ ให้ข้าน้อยดูท่านดื่มเข้าไปขอรับ”

ชิงเจี้ยนสีหน้าลำบากใจ

เจียงโย่วหนิงเม้มปาก ไม่ว่าอะไร

นางพูดกับจ้าวหยวนเช่อชัดเจนแล้ว และเขาก็ใกล้จะมีคู่หมั้นของตัวเองแล้ว

บัดนี้พวกเขาไม่ติดค้างกันแล้วไม่ใช่หรือ? เขายังให้ชิงเจี้ยนนำยาต้มมา ตกลงต้องการทำสิ่งใดกันแน่?

“นายท่านว่า หากท่านไม่ยอมดื่ม ตอนค่ำท่านกลับมาจะไปหาด้วยตัวเอง คุณหนูเจียง ขอร้องท่านอย่าให้ข้าน้อยลำบากใจเลย...”

ชิงเจี้ยนเอ่ยอย่างวิงวอน

เจียงโย่วหนิงสูดหายใจเข้าลูก ๆ แล้วยื่นมือไปยกถ้วยขึ้นมาดื่มยาต้มในนั้นจนหมด นางแยกแยะได้จากรสยาที่ขมฝาดว่าในนั้นมีสมุนไพรจำพวกโสม แป๊ะตุ๊ก โป่งรากสนและอบเชย น่าจะเป็นยาต้มบำรุงเลือดน้ำแกงปาเจิน[1]

นางทำหน้าย่นวางถ้วยลง ในปากเต็มไปด้วยความขม

“นายท่านนำสิ่งนี้มาให้ท่าน” ชิงเจี้ยนก้าวไปข้างหน้ายื่นกล่องกระเบื้องลูกอมขนาดฝ่ามือเจียงโย่วหนิง พร้อมประสานมือคารวะ “พรุ่งนี้ข้าน้อยค่อยมาส่งยาต้มให้ท่านอีก”

เจียงโย่วหนิงยื่นกล่องลูกอมให้ฟางเฟย ลอบถอนหายใจ “ข้าจะไปโรงหมอ”

“คุณหนูนอนหลับไม่สนิทหรือเจ้าคะ?” ฟางเฟยเห็นสีหน้านางไม่ดีจึงเป็นห่วง “ถ้าอย่างไรวันนี้พักอีกสักวันดีหรือไม่เจ้าคะ?”

“ไม่ต้อง ดูแลอู๋มามาแทนข้าให้ดี”

เจียงโย่วหนิงก้าวเท้าออกไปข้างนอก

ถ้านางไม่ไปช่วยงานที่โรงหมอ เดือนหน้าอู๋มามาจะไม่มีเงินซื้อยา อีกอย่างนางไม่อยู่ ที่โรงหมอเองก็มีคนไม่พอ

เพิ่งจะถึงโรงหมอ พลันเห็นหมอจางสะพายล่วมยาเตรียมออกไปข้างนอก

“อาหนิงมาแล้วหรือ? พอดีเลยตามไปเป็นผู้ช่วยข้าที”

ผมหมอจางแซมสีขาว ไว้เคราแพะ เป็นคนโอบอ้อมอารี ฝีมือการแพทย์ก็เป็นอันดับต้น ๆ ในเมืองหลวง สำนักหมอหลวงเคยมาเชิญตัว แต่เขาปฏิเสธ

เจียงโย่วหนิงรับล่วมยามาแล้วตามไป คนไข้อยู่บนเรือสำราญที่ตกแต่งหรูหรา บอกว่าไม่สบายช่วงอก

ตรงทางเข้ามีคนมารับหมอจางเข้าไป

เจียงโย่วหนิงแอบสำรวจรอบด้าน เป็นครั้งแรกที่นางมาสถานที่เช่นนี้ ช่างหรูหราโอ่อ่าเหลือเกิน

“ลำบากหมอจางแล้ว”

เสียงนางหานดังขึ้น

เจียงโย่วหนิงสะดุ้งโหยง นางสงสัยว่าตัวเองหูฝาด แต่เมื่อเพ่งมอง เป็นนางหานที่นั่งอยู่ตำแหน่งหัวหน้า ยิ้มแย้มทักทายหมอจาง

เจียงโย่วหนิงอยากหันหลังจากไป ทว่าไม่ทันเสียแล้ว

“โย่วหนิง จู่ ๆ เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร?”

นางหานมองเห็นนางแล้ว จึงขมวดคิ้วถาม

“ข้า...ข้าเดินผ่านโรงหมอ บังเอิญได้ยินว่าท่านแม่ไม่สบาย ไม่วางใจจึงมาดูเจ้าค่ะ”

ความคิดในใจเจียงโย่วหนิงแล่นฉับไว ระหว่างลนลานจึงหาเหตุผลส่งเดช

ขณะหันมองโดยไม่ตั้งใจ พลันเห็นใบหน้าอันเคร่งขรึมสง่างามของจ้าวหยวนเช่อด้านหลังฉากกั้นลายฉลุ

นัยน์ตานางหดวูบ หัวใจกระตุกวาบ ขณะนี้ถึงได้รู้สึกตัวทีหลัง ตอนนี้นางหานกำลังมาดูตัวคุณหนูสามสกุลหวังเป็นเพื่อนจ้าวหยวนเช่อ

_______________________

[1] น้ำแกงปาเจิน ตำรับยาบำรุงเลือด ตำรับนี้เกิดจากการรวมกันของยาบำรุงพลัง 4 ชนิด (โสม แป๊ะตุ๊ก หกเหล็ง ชะเอมเทศ) และยาบำรุงเลือด 4 ชนิด (เส็กตี่ ตังกุย แปะเจียก ชวงเกียง)

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 256

    “พวกเรากินมื้อเช้ากันเถิด”เทศกาลหยวนเซียวจ้าวหยวนเช่อให้นางกินโคมหัวผักกาด ที่แท้ก็มีความหมายเช่นนี้นี่เองหากนางรู้แต่แรก ย่อมไม่มีทางกินโคมหัวผักกาดนั่นแน่ผู้ใดอยากมีลูกกับเขากัน?ช่างหน้าไม่อายเสียจริงเขาช่างน่ารังเกียจนัก ดีแต่รังแกที่นางไม่รู้ประสีประสา หลอกล่อให้นางทำเรื่องพรรค์นี้“คุณหนู ข้าทำเองเจ้าค่ะ”ฟางเฟยรีบก้าวเข้าไปรับงานในมือนางมาฟู่อวี้ก็เข้าไปช่วยด้วยอู๋มามาดึงมือเจียงโย่วหนิงเบา ๆเจียงโย่วหนิงขยับเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยถามเสียงเบา “มีอันใดหรือมามา?”“ท่านคิดดีแล้วจริง ๆ หรือ ว่าจะไป?” อู๋มามาลดเสียงต่ำถามนาง“อืม” เจียงโย่วหนิงพยักหน้าอย่างแรง แววตาแน่วแน่อู๋มามาพยักหน้าเช่นกัน “ดี ที่มามายังมีเงินอยู่อีกเล็กน้อย ท่านรับไปจัดการเถิด”“มามา เงินของท่านท่านเก็บไว้ก่อนเถิด หากข้าไม่พอใช้แล้วค่อยมาเอาที่ท่าน”เจียงโย่วหนิงรั้งตัวนางไว้อู๋มามาจะมีเงินสักเท่าไรกันเชียว? ก็แค่เบี้ยหวัดรายเดือนเมื่อหลายปีก่อน และเป็นส่วนที่เหลือจากการใช้จ่ายเพื่อตัวนางทั้งสิ้นนางทำใจหยิบฉวยเงินของอู๋มามาไม่ได้จริง ๆ“เช่นนั้นก็ได้ หากท่านไม่พอใช้ก็บอกข้า”อู๋มามามองนา

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 255

    ……เรือนราคาถูกหลังนี้ อิฐสีเขียวล้วนซีดจางลงไปหมดแล้วอู๋มามากำลังอาบแดดอยู่ริมกำแพง พลางพูดคุยกับหญิงชราเพื่อนบ้านอีกสองสามคนดูเหมือนพวกนางจะพูดคุยถึงเรื่องน่ายินดีอันใดสักอย่าง จึงพากันหัวเราะร่วนขึ้นมาพร้อมกัน“มามา”เจียงโย่วหนิงร้องทักทายขึ้นประโยคหนึ่งเมื่อเห็นว่าอู๋มามามีสีหน้าแดงปลั่งเปล่งปลั่ง กิริยาวาจากระฉับกระเฉงกว่าแต่ก่อนมาก ในใจก็ปลาบปลื้มยิ่งนักร่างกายของมามาฟื้นฟูขึ้นไม่น้อย เช่นนี้ยามที่พวกนางจากไปก็จะสะดวกขึ้นบ้าง“โอ้!”อู๋มามาเห็นนางก็รีบหยัดกายลุกขึ้นนางมิกล้าเอ่ยเรียกเปิดเผยฐานะของอีกฝ่าย จึงหันไปเอ่ยทักทายหญิงชราเหล่านั้น แล้วเดินเข้าไปจูงมือเจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปในเรือน“มามา ยามนี้ท่านเดินได้เร็วมากแล้ว”เจียงโย่วหนิงทั้งประหลาดใจและดีใจ นางควงแขนอีกฝ่ายเอาไว้อู๋มามาฟื้นตัวได้ดีกว่าที่นางคาดไว้เสียอีก“มิใช่เพราะท่านดูแลเป็นอย่างดีหรอกหรือ? ท่านหมอจางยังแวะเวียนมาฝังเข็มให้ข้าอยู่บ่อย ๆ ยามนี้ดีขึ้นมากแล้ว” อู๋มามาจูงมือนางเข้าไปในเรือน “รีบนั่งลงเถิด เหตุใดท่านจึงมาที่นี่ได้เล่าเจ้าคะ?”“ข้ามาเยี่ยมท่าน” เจียงโย่วหนิงนั่งลงเคียงข้างนาง “

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 254

    “วันนี้คุณหนูจะไปเยี่ยมอู๋มามาหรือเจ้าคะ?” ฟางเฟยประหลาดใจ นางเหลียวมองออกไปด้านนอกแล้วลดเสียงลงเอ่ยว่า “มิใช่ว่าท่านซื่อจื่อส่งคนมาเฝ้าอยู่หน้าประตูหรือเจ้าคะ?”นางรู้ถึงแผนการของคุณหนูมาโดยตลอด อีกทั้งยังสนับสนุนให้คุณหนูจากจวนเจิ้นกั๋วกงไปให้ไกลจากเมืองหลวงซื่อจื่อเป็นคนดีทว่าคุณหนูจะติดตามเขาไปอย่างไร้สถานะเช่นนี้มิได้อีกอย่าง ความสัมพันธ์ของพวกเขาตามผังตระกูล หากยังคงพัวพันกันต่อไปย่อมไม่มีจุดจบที่ดีแน่มิสู้จากไปเสียให้พ้น เจ็บสั้นดีกว่าเจ็บยาว“เมื่อวานข้าขอร้องเขาแล้ว” เจียงโย่วหนิงนึกถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วหลุบตาลง ใบหน้าแดงเรื่อขึ้นเล็กน้อย “เขาบอกว่าจะให้ข้ายืมคน ข้าเพียงส่งพวกเขาออกไปทำธุระก็พอแล้ว”นางมิได้พบอู๋มามาหลายวันแล้ว ในใจนึกเป็นห่วงยิ่งนักวันนี้ประจวบเหมาะได้ส่งคนของจ้าวหยวนเช่อออกไปทำงานจนหมด นางจึงไปเยี่ยมอู๋มามาได้“เช่นนั้นก็ดีเจ้าค่ะ” ฟางเฟยยิ้ม “ข้าจะไปกับคุณหนูด้วย”เมื่อนางแต่งกายเรียบร้อย นายบ่าวทั้งสองก็พากันเดินออกจากห้องไปฟู่อวี้รออยู่ใต้ระเบียง พอเห็นนางก็รีบย่อกายทำความเคารพ “คุณหนู”คนทั้งสี่ที่อยู่ด้านนอกระเบียงต่างทำความเคารพพร้อมเ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 253

    เจียงโย่วหนิงอดมิได้ที่จะเหลียวมองออกไปด้านนอกในยามปกติ ชิงเจี้ยนมิได้ร้อนรนถึงเพียงนี้ นี่ก็เร่งเร้ามาสองคราแล้ว ด้านหน้าคงมิใช่มีเรื่องด่วนอันใดรอให้เขาไปจัดการกระมัง?“รอประเดี๋ยว”จ้าวหยวนเช่อตอบกลับชิงเจี้ยนไปประโยคหนึ่ง สายตาพลันตกลงบนร่างของนางอีกครา“เจ้ารู้หรือไม่ว่าสถานการณ์ในโรงรับจำนำยามนี้เป็นเช่นไร?”เขาเอ่ยถามนางเสียงเบา“ไม่รู้เจ้าค่ะ รู้เพียงว่ามีพนักงานสามคน ผู้ประเมินราคาหนึ่งคน และยังมีคนทำบัญชีอีกหนึ่งคน คนทำบัญชีแม่นางหลิ่วกับท่านแม่คือ... นางเป็นคนของท่านแม่”ยามเอ่ยถึงนางหาน นางรู้สึกลังเลอยู่บ้าง ทว่าก็ยังคงเอ่ยออกมาจ้าวหยวนเช่อก็ใช่ว่าจะไม่รู้หากนางปิดบัง ซ้ำร้ายจะยิ่งอธิบายให้กระจ่างมิได้“หากกล่าวถึงคนเหล่านี้ เจ้าคิดว่าเป็นผู้ใดที่ขัดขวางมิให้เจ้าสืบเรื่องนี้?”จ้าวหยวนเช่อช่วยจัดปอยผมให้นาง พลางเอ่ยชี้แนะอย่างใจเย็นเจียงโย่วหนิงกะพริบตา ครุ่นคิดครู่หนึ่งจึงเอ่ยว่า “คือแม่นางหลิ่วเจ้าค่ะ ข้ากลัวว่าหากผลีผลามไปสืบสาว จะเป็นการทำให้ศัตรูไหวตัวทัน จนพาลสืบอันใดมิได้เลย”“อืม” จ้าวหยวนเช่อพยักหน้า “พักเรื่องแม่นางหลิ่วไว้ก่อน เจ้าคิดว่าคนอื่น ๆ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 252

    เหตุใดเขามักจะจดจำได้ทุกครา! พอจุมพิตนาง มือไม้ก็เริ่มอยู่ไม่สุขขึ้นมาทันทีจ้าวหยวนเช่อเม้มริมฝีปาก แผงอกกระเพื่อมไหวเล็กน้อย นิ้วมือม้วนงอเข้าหากัน ลูบไล้ความนุ่มนวลหอมกรุ่นที่ยังหลงเหลืออยู่ที่ปลายนิ้วราวกับหยกอุ่น“พอหรือยัง?”เจียงโย่วหนิงจัดระเบียบชายเสื้อผ้า พลางเอ่ยถามเขาเสียงเบา“อืม”จ้าวหยวนเช่อขานรับคำหนึ่งเจียงโย่วหนิงกำลังจะเอ่ยปากทว่าด้านนอกพลันมีเสียงของชิงเจี้ยนดังขึ้น “นายท่าน ด้านหน้ากำลังรอท่านอยู่นะขอรับ”จ้าวหยวนเช่อมิได้ตอบกลับไปสายตาของเขาจับจ้องลงบนใบหน้าของเจียงโย่วหนิงอีกครา ยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำบนริมฝีปากให้นาง พลางเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “พวกเขาทั้งสี่คน ล้วนฟังคำสั่งเจ้า”เขากล่าวจบ ก็เตรียมจะลุกขึ้นและปล่อยตัวนางลง“ท่านอย่าเพิ่งไป!”ท่อนแขนเรียวเล็กของเจียงโย่วหนิงสวมกอดลำคอของเขาไว้แน่น โผเข้าสู่อ้อมอกของเขา ไม่ยอมให้เขาจากไปนางยังมีเรื่องที่เอ่ยถามไม่หมดมีเพียงลูกน้องแล้วจะไปมีประโยชน์อันใด? นางไม่รู้จะลงมือเช่นไร ยังคงต้องถามเขา ว่าสมควรเริ่มต้นจากที่ใดหากพึ่งพาเพียงตัวนางเอง คงต้องใช้เวลาเนิ่นนานกว่าจะคิดหาวิธีได้ นางมิอาจปล่อยให้ล่าช้าไ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 251

    แพขนตาดำขลับของเจียงโย่วหนิงสั่นระริกแผ่วเบา นัยน์ตาดำขลับมีหยาดน้ำคลอหน่วย ราวกับถูกปกคลุมด้วยม่านหมอก จ้องมองเขาด้วยแววตาพร่ามัวปลายนิ้วของเขาที่มีรอยด้านบาง ๆ ลูบไล้ลงบนริมฝีปากจนก่อให้เกิดความรู้สึกคันยุบยิบ ความรู้สึกชาซ่านทำให้นางเผลอเกร็งเรือนร่างขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวนางปัดมือของเขาออกไปตามสัญชาตญาณจ้าวหยวนเช่อจ้องมองนางด้วยแววตาลึกล้ำเจียงโย่วหนิงเงยหน้าขึ้นมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขาภายในแววตาดำขลับกระจ่างใสคู่นั้นสะท้อนภาพของนางที่กำลังหน้าแดงซ่านและกระวนกระวายใจนางเบือนหน้าหลบสายตาเขาอย่างลุกลี้ลุกลน หัวใจเต้นกระหน่ำระรัว ราวกับว่าวินาทีต่อมามันจะทะลุหลุดออกมานอกร่างอันที่จริง นางรู้ดีว่ายามนี้ตนเองสมควรทำสิ่งใดนั่นคือการเป็นฝ่ายริเริ่มจุมพิตเขามิใช่เพียงการประทับริมฝีปากลงบนมุมปากของเขาอย่างแผ่วเบาดุจสองคราก่อน แต่เป็นการจุมพิตอย่างดูดดื่มลึกซึ้ง เฉกเช่นที่เขาเคยกระทำต่อนางทว่านางกลับทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มเช่นไรดีที่ผ่านมาล้วนเป็นเขาที่เป็นฝ่ายริเริ่ม นางไม่สันทัดเรื่องพรรค์นี้เลยจริง ๆ“ช่างเถิด”จ้าวหยวนเช่อทำท่าจะลุกขึ้น“ท่านช้าก่อน”เจียงโ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 6

    “เจ้าช่างมีน้ำใจ มานั่งกับข้าตรงนี้มา”นางหานยิ้มพร้อมกวักมือเรียกเจียงโย่วหนิง ส่งสัญญาณให้นางมานั่งลงข้างตัวเองตอนนี้อยู่ข้างนอก ต้องดีกับเจียงโย่วหนิงหน่อย จะได้สร้างชื่อเสียงดีงามให้ตัวเองด้วยเจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย แล้วยื่นล่วมยาให้หมอจางหมอจางสบตากับนางแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 4

    นางหานชำเลืองมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่งหางตาเจียงโย่วหนิงเห็นจ้าวหยวนเช่อเงยหน้า เหมือนจะมองมาทางนี้เช่นกันนางแสร้งทำใจเย็น คีบขนมพุทราขึ้นมาใหม่แล้ววางหน้าตัวเอง แล้วกัดคำเล็กไปหนึ่งคำจืดชืดราวกับเคี้ยวขี้ผึ้งเหตุใดนางหานจึงถามเช่นนี้กะทันหัน? ไม่ได้ตั้งใจหรือ? หรือดูบางอย่างออก จึงจงใจเหยียด

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 3

    เมื่อเดินตามร่างสูงใหญ่ของจ้าวหยวนเช่อที่อยู่ข้างหน้าออกจากศาลบรรพบุรุษ นางถึงพบว่าด้านนอกฝนตกแล้วฝนพรำโปรยปราย ความเปียกชื้นที่เจือความเย็นพัดมา ทำให้นางอดตัวสั่นไม่ได้“นายท่าน”ด้านข้าง ชิงเจี้ยนที่ติดตามจ้าวหยวนเช่อมาหลายปียื่นร่มกระดาษไขให้คันหนึ่งจ้าวหยวนเช่อกางร่มออก ปรายตาส่งสัญญาณให้เ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 2

    “ลองเปิดประตูดูสิ”เสียงของนางหานดังขึ้นอีกครั้งได้ยินแบบนั้นในหัวของเจียงโย่วหนิงก็ดังหึ่ง หัวใจหยุดเต้นในพริบตา หนังหัวชาวาบ ชั่วขณะนั้นแทบจะเป็นลมหมดสตินางแทบจะคิดอะไรไม่ได้ ในสมองมีเพียงความคิดเดียว... ถ้าประตูเปิดก็คือหายนะ ทั่วทั้งร่างเหมือนถูกยึดตรึงเอาไว้ขยับไม่ได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status