Share

บทที่ 5

Penulis: มู่เฉิงซินสวี่
“โย่วหนิง? ไปไหนแล้วล่ะ?”

นางหานเดินมาหลังฉากกั้น

“ท่านแม่ ท่านอย่าเข้ามาเจ้าค่ะ ข้าไม่ระวังทำน้ำนมเลอะตัว กำลังเช็ดอยู่เจ้าค่ะ”

ภายใต้ความคับขัน เจียงโย่วหนิงรีบหาข้ออ้าง ฝ่ามือชื้นไปด้วยเหงื่อ

นางหานได้ยินดังนั้นจึงหยุดฝีเท้า ถามนาง “พี่ชายเจ้าล่ะ?”

เจียงโย่วหนิงหันมองจ้าวหยวนเช่อ ในดวงตาคือความตระหนกไร้กำลัง ดวงตาที่เปียกชื้นเหมือนไปแช่น้ำมา

ตอนนางร้องไห้วิงวอน ก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน

วินาทีต่อมา แขนแข็งแกร่งคู่หนึ่งโอบรัดเอวนาง ทำให้นางแนบชิดอยู่ในอ้อมกอดของเขา

มือใหญ่ของเขานวดคลึงตรงท้องน้อยที่ปวดร้าวของนาง ก้มลงกระซิบข้างหู สอนให้นางรับมือ

“ท่านพี่ไปว่าราชการเช้าแล้วเจ้าค่ะ”

เจียงโย่วหนิงทวนคำพูดของเขาซ้ำหนึ่งรอบ ใจเต้นดั่งรัวกลอง นางหดคอหลบหลีก หน้าแดงจนกลายเป็นคนสีชมพู

ใกล้เกินไปแล้ว

ริมฝีปากเขาแนบชิดกระดูกอ่อนของหูนาง ในช่วงลมหายใจคล้ายจะใกล้แต่ก็ห่าง นางกระทั่งรับรู้อุณหภูมิของริมฝีปากเขา ไม่รู้ว่าเพราะตื่นเต้นหรืออย่างไร ในสมองว่างเปล่านึกอะไรไม่ออก ร่างกายก็ชาไปครึ่งซีก

“เจ้าลูกคนนี้ จะไปก็ไม่บอกสักคำ” นางหานไม่สงสัย ตามด้วยกล่าวว่า “การหมั้นหมายของพี่ชายเจ้าอยู่ระหว่างดำเนินการ ต่อไปก็คือการหมั้นหมายของเจ้า ในใจเจ้ามีคนถูกใจหรือไม่?”

เจียงโย่วหนิงไม่รู้จะตอบอย่างไร ได้แต่รอจ้าวหยวนเช่อเอ่ยปาก

มือของจ้าวหยวนเช่อที่กำลังนวดท้องน้อยให้นางหยุด แต่กลับไม่ว่าอะไร

เจียงโย่วหนิงใจร้อนดั่งไฟ เตรียมจะตอบรับ นางกลัวนางหานจะเข้ามาถามนางถึงหลังฉากกั้นจริง ๆ

ขณะนี้ ได้ยินนางหานด้านนอกหัวเราะบอกว่า “แม่ลืมไป เจ้าเป็นสตรีย่อมหน้าบาง ยามปกติก็ไม่ค่อยออกไปที่ใด คิดว่าน่าจะไม่มี ถ้าเช่นนั้นข้ากับพ่อเจ้าจะจัดการตามความเหมาะสมแล้วกัน”

ที่ถามเจียงโย่วหนิงสักคำ ก็ตามมารยาทเท่านั้น เจียงโย่วหนิงจะแต่งกับใคร นางวางแผนไว้แต่แรกแล้ว เจิ้นกั๋วกงเลี้ยงเจียงโย่วหนิงมาหลายปี ไม่ได้เลี้ยงให้เสียเปล่าหรอกนะ

เจียงโย่วหนิงโล่งอก กำลังจะตอบรับ พลันได้ยินจ้าวหยวนเช่อข้างหูเอ่ยปาก

“ท่านแม่มีเรื่องต้องจัดการมากมาย ท่านแม่ยุ่งก่อนเถอะ เรื่องของข้าไม่รีบร้อน ต่อไปค่อยว่ากันเจ้าค่ะ”

เจียงโย่วหนิงถูกเขากอดไว้ในอ้อมอก สมองป้ำๆ เป๋อๆ คิดไม่ออก ได้แต่พูดตามคำพูดเขาหนึ่งรอบ

“เช่นนั้นก็ได้” นางหานพอใจกับท่าทีของนางมาก “อีกเดี๋ยวเจ้าตามข้าไปที่คลังสมบัติ ไปดูสิว่าชอบเครื่องเรือนชิ้นไหน ข้าจะให้คนยกไปให้เจ้าที่เรือนฝูหรง”

พอจัดงานแต่งลูกชายเสร็จ ก็แต่งเจียงโย่วหนิงออกเรือน นี่เป็นเรื่องในอีกไม่กี่เดือน นางก็ไม่จำเป็นต้องตระหนี่อะไร ผิดใจกับลูกชายด้วยเรื่องนี้มันจะไม่คุ้มค่าเอาได้

“ย้ายไปเรือนฝูหรงคงไม่จำเป็น ข้าอยู่...”

เจียงโย่วหนิงปฏิเสธอย่างลืมตัว

ทว่าพูดไปได้ครึ่งเดียว คำพูดก็หยุดชะงัก

มือใหญ่ของจ้าวหยวนเช่อปิดปากนาง บังคับให้นางกลืนคำพูดที่หลุดออกมากลับไป

กลิ่นหอมของโกฏชฎามังสีเจือความอับชื้นเล็กน้อยแนบกับริมฝีปาก ริมฝีปากสัมผัสเส้นลายมือที่หยาบกระด้างในฝ่ามือของเขา ตาดำของเจียงโย่วหนิงเบิกกว้าง ชั่วขณะนั้นราวถูกฟ้าผ่า จึงดึงมือเขาอย่างไม่รู้ตัว

ความนุ่มนิ่มเปียกชื้นที่ฝ่ามือ ราวกับสัมผัสเมฆอ่อนนุ่ม จ้าวหยวนเช่อหยุดไปครู่หนึ่งถึงเก็บมือกลับมา

“เจ้าก็รู้นิสัยของพี่ชายเจ้า หากไม่ย้ายเขายังคงนึกว่าข้าใจร้ายกับเจ้า อีกอย่าง ต่อไปหากเจ้าออกเรือนจากเรือนฝูหรง อยู่บ้านสามีเจ้าเองก็มีความมั่นใจ”

สิ่งที่นางหานวางแผนไว้แล้ว ย่อมไม่ยอมให้เปลี่ยนแปลง

“ขานรับ”

จ้าวหยวนเช่อกอดนางไว้แน่น พูดเพียงคำเดียว

เจียงโย่วหนิงกลัวนางหานจะสังเกตเห็น คิดเพียงอยากไปจากที่นี่โดยเร็ว จึงพูดตาม “เช่นนั้นก็ตามความเห็นท่านแม่เจ้าค่ะ”

ระหว่างที่พูด นางดึงมือของจ้าวหยวนเช่อที่กำลังนวดท้องน้อยให้นาง

ความร้อนจากฝ่ามือแผ่ซ่านออกมาผ่านเสื้อผ้า การนวดเบา ๆ เช่นนี้ทำให้บรรเทาความเจ็บได้ไม่น้อย ได้ผลดีจริง

แต่เดิมทีนี่ไม่ใช่สิ่งที่นางควรได้รับ นางไม่ละโมบ เมื่อแรงตรงเอวคลายออก ท้องน้อยเย็นวาบ ใจนางก็พลันว่างเปล่าเช่นกัน

นางรีบเก็บความผิดหวังอย่างรวดเร็ว ก้มหน้ามองชายกระโปรงที่เรียบร้อยดี จึงทำเป็นใจเย็นเดินออกจากหลังฉากกั้น

“ไปเถอะ ไปคลังสมบัติกัน”

นางหานเรียกนาง

เจียงโย่วหนิงตามนางออกจากห้อง

......

สัมภาระของเจียงโย่วหนิงมีไม่มาก

นางหานสั่งสาวใช้หลายคนให้ย้ายที่พักของเจียงโยว่หนิงไปที่เรือนฝูหรงวันนั้นเลย พร้อมสั่งให้คนซื้อเสื้อผ้าจากร้านขายเสื้อ และเลือกเครื่องประดับอีกหลายชิ้น ส่งไปให้เจียงโย่วหนิงพร้อมกัน

เจียงโย่วหนิงเข้าออกไม่สะดวก บวกกับไม่ค่อยสบายตัว เลยให้ฟางเฟยไปบอกโรงหมอสักคำ ว่าพรุ่งนี้ค่อยไปทำงาน

อาจเพราะเมื่อวานนอนมากไป คืนนี้ทำอย่างไรก็นอนไม่หลับ พอหลับตาลงก็นึกถึงเรื่องที่พรุ่งนี้จ้าวหยวนเช่อจะไปดูตัวกับคนอื่น

นางย้ำเตือนตัวเองซ้ำ ๆ ว่าเรื่องของจ้าวหยวนเช่อไม่เกี่ยวกับนาง ต้องทำใจอย่างแท้จริงว่าเรื่องนั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ก็ผล็อยหลับไปตอนฟ้าเพิ่งสาง

ระหว่างสะลึมสะลือ มีคนมาผลักนาง

“คุณหนู คุณหนู?”

เจียงโย่วหนิงลืมตาอย่างงัวเงีย ฟางเฟยนั่นเอง

“มีอะไร?”

ฟางเฟยโน้มลงมาข้างเตียง พูดเสียงค่อย “ชิงเจี้ยนข้างกายท่านซื่อจื่อมาหาเจ้าค่ะ กำลังรออยู่ตรงประตู”

“เขามาทำไม?”

เจียงโย่วหนิงได้ยินชื่อจ้าวหยวนเช่อ ตื่นขึ้นมาทันที พร้อมขมวดคิ้วถาม

ชิงเจี้ยนคือคนสนิทที่จ้าวหยวนเช่อไว้ใจที่สุด ไม่เคยอยู่ห่างจ้าวหยวนเช่อเลย

วันนี้จ้าวหยวนเช่อจะไปดูตัวคุณหนูสามสกุลหวังไม่ใช่หรือ? แล้วส่งชิงเจี้ยนมาหานางทำไม?

“ไม่ทราบเจ้าค่ะ” ฟางเฟยส่ายหน้า “ให้ข้าแต่งตัวให้ท่านหรือไม่?”

เจียงโย่วหนิงไม่ตอบ นางไม่อยากเจอชิงเจี้ยน

ใช่ว่านางจะไม่พอใจชิงเจี้ยน

ชิงเจี้ยนฝีมือดี นิสัยใจคอเองก็ดีมากเช่นกัน ทุกครั้งที่เจอนางมักจะทำความเคารพอย่างนอบน้อม พูดจาก็สุภาพเกรงใจ

นางเพียงแต่ไม่อยากเกี่ยวข้องกับจ้าวหยวนเช่ออีก

แต่หากไม่สนใจ ก็ไม่รู้ว่าจ้าวหยวนเช่อจะก่อเรื่องอะไรอีก ดูจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหลายวันที่ผ่านมา จ้าวหยวนเช่อไม่ได้นิ่งอย่างที่เห็นภายนอกเลย

นางลงจากเตียงอย่างครุ่นคิด ฟางเฟยรีบช่วยนางแต่งตัว

ด้านนอก แสงแดดหลังเที่ยงส่องลงบนบันไดหินหยกขาว

เจียงโย่วหนิงหรี่ตาลง เรือนฝูหรงยิ่งใหญ่กว่าเรือนเสี่ยวอิ่นมาก

“คุณหนูเจียง”

ชิงเจี้ยนประสานมือคารวะนอกทางเดิน

“มีเรื่องอันใด?”

เจียงโย่วหนิงยืนมองเขาตรงทางเดิน

“นายท่านสั่งให้ข้าน้อยเคี่ยวยาต้มมาให้ท่านขอรับ”

ชิงเจี้ยนโบกมือ

สาวใช้คนหนึ่งถือถาดสีดำลวดลายสีทองก้าวเข้ามา ในถ้วยกระเบื้องสีเขียวคือยาต้มสีน้ำตาล

“วางไว้ตรงนี้เถอะ”

เจียงโย่วหนิงอยากปฏิเสธ แต่นึกถึงสีหน้าเย็นชาของจ้าวหยวนเช่อแล้ว สิ่งที่จะพูดจึงกลายเป็นการให้เขาวางลง

ความสูงส่งสง่างามเป็นเรื่องโกหกทั้งนั้น หากนางไม่เชื่อฟังเขา อะไรเขาก็ทำได้ทั้งนั้น

แต่เขาจะไปดูตัวกับคนอื่น ก็ไปดูตัวดี ๆ สิ จะมายุ่งอะไรกับนางอีก?

“นายท่านสั่งเอาไว้ ให้ข้าน้อยดูท่านดื่มเข้าไปขอรับ”

ชิงเจี้ยนสีหน้าลำบากใจ

เจียงโย่วหนิงเม้มปาก ไม่ว่าอะไร

นางพูดกับจ้าวหยวนเช่อชัดเจนแล้ว และเขาก็ใกล้จะมีคู่หมั้นของตัวเองแล้ว

บัดนี้พวกเขาไม่ติดค้างกันแล้วไม่ใช่หรือ? เขายังให้ชิงเจี้ยนนำยาต้มมา ตกลงต้องการทำสิ่งใดกันแน่?

“นายท่านว่า หากท่านไม่ยอมดื่ม ตอนค่ำท่านกลับมาจะไปหาด้วยตัวเอง คุณหนูเจียง ขอร้องท่านอย่าให้ข้าน้อยลำบากใจเลย...”

ชิงเจี้ยนเอ่ยอย่างวิงวอน

เจียงโย่วหนิงสูดหายใจเข้าลูก ๆ แล้วยื่นมือไปยกถ้วยขึ้นมาดื่มยาต้มในนั้นจนหมด นางแยกแยะได้จากรสยาที่ขมฝาดว่าในนั้นมีสมุนไพรจำพวกโสม แป๊ะตุ๊ก โป่งรากสนและอบเชย น่าจะเป็นยาต้มบำรุงเลือดน้ำแกงปาเจิน[1]

นางทำหน้าย่นวางถ้วยลง ในปากเต็มไปด้วยความขม

“นายท่านนำสิ่งนี้มาให้ท่าน” ชิงเจี้ยนก้าวไปข้างหน้ายื่นกล่องกระเบื้องลูกอมขนาดฝ่ามือเจียงโย่วหนิง พร้อมประสานมือคารวะ “พรุ่งนี้ข้าน้อยค่อยมาส่งยาต้มให้ท่านอีก”

เจียงโย่วหนิงยื่นกล่องลูกอมให้ฟางเฟย ลอบถอนหายใจ “ข้าจะไปโรงหมอ”

“คุณหนูนอนหลับไม่สนิทหรือเจ้าคะ?” ฟางเฟยเห็นสีหน้านางไม่ดีจึงเป็นห่วง “ถ้าอย่างไรวันนี้พักอีกสักวันดีหรือไม่เจ้าคะ?”

“ไม่ต้อง ดูแลอู๋มามาแทนข้าให้ดี”

เจียงโย่วหนิงก้าวเท้าออกไปข้างนอก

ถ้านางไม่ไปช่วยงานที่โรงหมอ เดือนหน้าอู๋มามาจะไม่มีเงินซื้อยา อีกอย่างนางไม่อยู่ ที่โรงหมอเองก็มีคนไม่พอ

เพิ่งจะถึงโรงหมอ พลันเห็นหมอจางสะพายล่วมยาเตรียมออกไปข้างนอก

“อาหนิงมาแล้วหรือ? พอดีเลยตามไปเป็นผู้ช่วยข้าที”

ผมหมอจางแซมสีขาว ไว้เคราแพะ เป็นคนโอบอ้อมอารี ฝีมือการแพทย์ก็เป็นอันดับต้น ๆ ในเมืองหลวง สำนักหมอหลวงเคยมาเชิญตัว แต่เขาปฏิเสธ

เจียงโย่วหนิงรับล่วมยามาแล้วตามไป คนไข้อยู่บนเรือสำราญที่ตกแต่งหรูหรา บอกว่าไม่สบายช่วงอก

ตรงทางเข้ามีคนมารับหมอจางเข้าไป

เจียงโย่วหนิงแอบสำรวจรอบด้าน เป็นครั้งแรกที่นางมาสถานที่เช่นนี้ ช่างหรูหราโอ่อ่าเหลือเกิน

“ลำบากหมอจางแล้ว”

เสียงนางหานดังขึ้น

เจียงโย่วหนิงสะดุ้งโหยง นางสงสัยว่าตัวเองหูฝาด แต่เมื่อเพ่งมอง เป็นนางหานที่นั่งอยู่ตำแหน่งหัวหน้า ยิ้มแย้มทักทายหมอจาง

เจียงโย่วหนิงอยากหันหลังจากไป ทว่าไม่ทันเสียแล้ว

“โย่วหนิง จู่ ๆ เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร?”

นางหานมองเห็นนางแล้ว จึงขมวดคิ้วถาม

“ข้า...ข้าเดินผ่านโรงหมอ บังเอิญได้ยินว่าท่านแม่ไม่สบาย ไม่วางใจจึงมาดูเจ้าค่ะ”

ความคิดในใจเจียงโย่วหนิงแล่นฉับไว ระหว่างลนลานจึงหาเหตุผลส่งเดช

ขณะหันมองโดยไม่ตั้งใจ พลันเห็นใบหน้าอันเคร่งขรึมสง่างามของจ้าวหยวนเช่อด้านหลังฉากกั้นลายฉลุ

นัยน์ตานางหดวูบ หัวใจกระตุกวาบ ขณะนี้ถึงได้รู้สึกตัวทีหลัง ตอนนี้นางหานกำลังมาดูตัวคุณหนูสามสกุลหวังเป็นเพื่อนจ้าวหยวนเช่อ

_______________________

[1] น้ำแกงปาเจิน ตำรับยาบำรุงเลือด ตำรับนี้เกิดจากการรวมกันของยาบำรุงพลัง 4 ชนิด (โสม แป๊ะตุ๊ก หกเหล็ง ชะเอมเทศ) และยาบำรุงเลือด 4 ชนิด (เส็กตี่ ตังกุย แปะเจียก ชวงเกียง)

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 228

    นางไม่เพียงกังวลว่านางหานจะย้อนกลับมา ทว่ายังเกรงจะพบพานคนคุ้นเคยจนยากจะอธิบายจ้าวหยวนเช่อประคองใบหน้านางให้หันมาหาตน พลางช่วยจัดปอยผมที่ข้างแก้มให้เข้าที่ ครั้นเห็นนางชะเง้อชะแง้มองด้วยท่าทางมีชีวิตชีวา นัยน์ตาที่ดำขลับพลันปรากฏรอยยิ้มพาดผ่าน“นายท่าน”มีคนผู้หนึ่งเดินมาจากเบื้องหน้าเจียงโย่วหนิงรีบดึงผ้าโปร่งลงมาปิดบังใบหน้าตามสัญชาตญาณ“อย่ากลัวไปเลย เป็นชิงเจี้ยน”จ้าวหยวนเช่อเอ่ยปลอบขวัญนางเจียงโย่วหนิงทอดสายตามองไป ก็พบว่าเป็นชิงเจี้ยนจริง ๆ ในมือของเขายังหิ้วกล่องอาหารใบเล็กมาด้วยชิงเจี้ยนเดินเข้ามาใกล้ คารวะพวกเขาก่อนคราหนึ่ง จากนั้นจึงหยิบถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวใบเล็กออกจากกล่องอาหาร แล้วส่งให้จ้าวหยวนเช่อด้วยสองมือรอจนจ้าวหยวนเช่อรับไปแล้ว เขาจึงก้มหน้าถอยออกไปเจียงโย่วหนิงชะโงกมองเข้าไปในถ้วยใบนั้นขนมหยวนเซียวเนื้อนุ่มนิ่มอวบอ้วนสี่ลูกนอนเบียดกันอยู่ในถ้วย ควันร้อนกรุ่นลอยล่อง คล้ายจะมีกลิ่นหอมหวานโชยออกมาเทศกาลหยวนเซียวต้องกินขนมหยวนเซียว นี่คือธรรมเนียมปฏิบัตินางอดมิได้ที่จะกลืนน้ำลาย ตั้งแต่ออกจากเรือนตอนย่ำค่ำจนถึงยามนี้ เพิ่งจะได้กินถังหูลู่ไปเพีย

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 227

    จ้าวเชียนหัวเบะปาก ในใจรู้สึกริษยาปูตัวนั้นนางยังมิได้ลิ้มรส จวบจนบัดนี้นางก็ยังคงนึกถึงไม่คลาย วันนี้เขายังจะมอบโคมรูปปูให้นางอีก สตรีผู้นั้นดีแต่คอยแย่งชิงของดีของนางไป“เจ้าล่วงรู้ได้อย่างไรว่านางเป็นคนกินปู?”นางหานอดมิได้ที่จะขมวดคิ้วมองนาง“ข้าไปที่เรือนของพี่ใหญ่จึงได้เห็นมาเจ้าค่ะ” จ้าวเชียนหัวเอ่ย “ครานั้น พี่ใหญ่ถึงกับพานางกลับไปพักอยู่ที่เรือนอวี้ชิงด้วยซ้ำ”“เรื่องเกิดขึ้นเมื่อใดกัน เหตุใดเจ้าจึงไม่บอกข้าให้เร็วกว่านี้?”นางหานฟังแล้วโทสะพลุ่งพล่านดังไฟสุมจ้าวหยวนเช่อเหตุใดจึงได้เลอะเลือนถึงเพียงนี้? สตรีผู้หนึ่งต่อให้ดีงามเพียงไรจะดีได้สักแค่ไหนเชียว? ก็เป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่ง เลี้ยงดูทิ้งขว้างประการใดก็ย่อมได้ ไฉนเลยจึงคุ้มค่าให้ต้องทะนุถนอมประคองไว้กลางฝ่ามือถึงเพียงนี้?“ครานั้นข้าก็คิดจะบอกกล่าวแก่ท่านแม่ ทว่าภายหลังกลับลืมเลือนไป” จ้าวเชียนหัวแค่นเสียง “ถึงอย่างไร สตรีผู้นั้นทำให้พี่ใหญ่ลุ่มหลงได้ถึงเพียงนี้ ย่อมมิใช่คนดีอะไรเป็นแน่”หากไม่มีสตรีผู้นั้น ของดีเหล่านี้ของพี่ใหญ่จะไม่ตกเป็นของนางทั้งหมดหรอกหรือ?สตรีผู้นั้นช่างน่ารังเกียจเฉกเช่นเดียวกับเจีย

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 226

    “อวี้เหิง เจ้ามานี่...”นางหานคิดจะดึงจ้าวหยวนเช่อไปพูดคุยที่ด้านข้าง“โคมปูอันนี้ ข้าก็เล็งไว้ก่อนหน้านี้เหมือนกัน คิดไม่ถึงเลยว่า...”ส่วนจ้าวเชียนหัวนั้นเอาแต่จ้องมองเจียงโย่วหนิง แววตาเต็มไปด้วยความใคร่รู้นางอยากรู้เหลือเกินว่าภรรยานอกสมรสของพี่ใหญ่ผู้นี้ จะมีรูปโฉมงดงามปานใดกัน ถึงกับทำให้คนเคร่งครัดในกฎระเบียบอย่างพี่ใหญ่ละทิ้งสายตาผู้คน แล้วประคับประคองไว้กลางฝ่ามือทะนุถนอมถึงเพียงนี้?เจียงโย่วหนิงคว้ามือของจ้าวหยวนเช่อเอาไว้ แล้วสอดประสานสิบนิ้วยามนี้นางหวาดกลัวเหลือเกินว่าเขาจะปล่อยมือนาง ไม่กล้าเผชิญหน้ากับจ้าวเชียนหัวตามลำพังจริง ๆด้วยนิสัยของจ้าวเชียนหัว ขอเพียงจ้าวหยวนเช่อเดินจากไป นางย่อมต้องถอดหมวกคลุมหน้าของอีกฝ่ายเพื่อดูให้แน่ชัดเป็นแน่ไม่กล้าคิดเลยว่าหากจ้าวเชียนหัวพบว่าคนใต้หมวกคลุมหน้าคือนาง สถานการณ์จะวุ่นวายโกลาหลเพียงใด“ท่านแม่มีคำพูดใดก็กล่าวมาตามตรงเถิด”จ้าวหยวนเช่อกุมมือที่ชื้นเหงื่อของเจียงโย่วหนิงไว้แน่น บีบเบา ๆ คล้ายดั่งจะปลอบประโลมหัวใจของเจียงโย่วหนิงเต้นระรัว ปลายจมูกเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อนางหานยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม พินิจพิเคราะห์นางอยู่

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 225

    เจียงโย่วหนิงปรายตามองเนื้อผ้าของเสื้อคลุมตัวนี้ดูประหลาดนัก มีผ้าหลากหลายชนิด ทั้งยังเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยขนาดไม่เท่ากัน คล้ายนำมาเย็บปะติดปะต่อ ทว่าฝีมือการตัดเย็บกลับประณีตบรรจงยิ่งนัก ดูไม่เข้ากับเนื้อผ้าเอาเสียเลยจ้าวหยวนเช่อมิได้อธิบายอันใด เขาหยิบหมวกคลุมหน้าประดับผ้าโปร่งบางอีกใบขึ้นมาสวมลงบนศีรษะของนาง“หากกลัวผู้อื่นมาพบเห็นถึงเพียงนี้ มิสู้ปล่อยข้ากลับไปเถิด”เจียงโย่วหนิงมองลอดหมวกคลุมหน้าไปยังเขาผ้าโปร่งบางบดบังสายตาไปกึ่งหนึ่ง ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาหมดจดของเขาดูเลือนรางไปบ้างนางจึงมิได้หวาดกลัวเขาเท่าใดนักแล้ว“เช่นนั้นก็ถอดออกดีหรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อหันกลับมามองนางเจียงโย่วหนิงรีบก้มหน้าลงทันที พลางเม้มปากแน่นมิเอื้อนเอ่ยสิ่งใดอีกนางหวาดกลัวการถูกผู้อื่นพบเห็นยิ่งกว่าเขาเสียอีกสุดท้ายจ้าวหยวนเช่อก็หยิบโคมไฟออกมาหนึ่งดวง ก่อนจะยัดก้านไม้เล็ก ๆ สำหรับถือโคมใส่มือนางเจียงโย่วหนิงอดมิได้ที่จะมองลอดช่องว่างของหมวกคลุมหน้าเพื่อพินิจโคมไฟดวงนั้นมันคือโคมไฟรูปปูตัวใหญ่สีแดงสดกระดองปูดูสมจริงราวกับมีชีวิต ก้ามปูยังขยับไปมาได้อย่างคล่องแคล่ว ท่าทางชูก้ามอ้าปากร

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 224

    ชิงหลิวอธิบายด้วยความรู้สึกผิดเรื่องที่นายท่านเพิ่งกระทำลงไปกลางตลาดเมื่อครู่ เขายังมิกล้ามองแล้วคุณหนูจะไม่โกรธได้อย่างไร?ทว่า นายท่านเองก็คงจะโกรธมากเช่นกัน ในเมื่อโคมไฟนั่นใต้เท้าตู้เป็นผู้มอบให้คุณหนูแถมคุณหนูยังอาลัยอาวรณ์ไม่ยอมปล่อยมือนายท่านไม่โกรธถึงจะแปลก“เจ้าหยุดรถเดี๋ยวนี้!”เจียงโย่วหนิงเกิดความขุ่นเคืองในใจ จึงเอ่ยปากสั่งเขาจ้าวหยวนเช่อเพิ่งจะแย่งโคมดอกบัวของนางไปเอาใจซูอวิ๋นชิง ยามนี้กลับให้คนพานางไปที่ตลาดอีกไปทำสิ่งใดกัน?ไม่ว่าเขาจะทำสิ่งใด นางก็ไม่ไปเด็ดขาด!“คุณหนู ท่านอย่าโกรธเลยขอรับ ข้าไม่รู้เรื่องอันใด เป็นเพียงผู้รับใช้ทำตามคำสั่ง ท่านอย่าทำให้ข้าลำบากใจเลย...”ชิงหลิวร้องขอความเห็นใจไปพลาง เร่งม้าให้วิ่งเร็วขึ้นไปพลางในใจของเจียงโย่วหนิงยิ่งขุ่นเคืองนัก นางลุกขึ้นชะโงกหน้ามองเบื้องล่าง ก้าวเท้าออกจากรถม้าแล้วกระโดดลงไปยามนี้มาถึงบริเวณที่มีผู้คนสัญจรพลุกพล่าน รถม้าจึงวิ่งไม่เร็วนักนางกระโดดลงไปย่อมไม่เป็นอันตรายจ้าวหยวนเช่อเห็นนางเป็นสิ่งของไร้ค่าอันใดกัน ถึงได้ทำตามอำเภอใจ นึกอยากรังแกก็รังแก นึกอยากให้มาตลาดก็บังคับให้มาแต่นางไม่

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 223

    แผ่นหลังบอบบางแลดูอ้างว้างน่าเวทนา ราวกับสูญเสียที่พึ่งพิงไปในชั่วพริบตา ถูกสูบเรี่ยวแรงและจิตวิญญาณไปจนสิ้น“พี่หญิงเจียง...”จ้าวเยว่ไป๋รีบวิ่งตามไป ก่อนจะหันขวับกลับมาแอบถลึงตาใส่ซูอวิ๋นชิงและพี่ใหญ่ของตนเองซูอวิ๋นชิงช่างร้ายกาจนัก พี่ใหญ่ก็เลวทราม! ภายนอกร่ำลือกันว่าพี่ใหญ่เป็นผู้ที่เที่ยงธรรมที่สุดในเมืองหลวง ทว่าการกระทำกลับไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย!“ขอบคุณซื่อจื่อเจ้าค่ะ”ซูอวิ๋นชิงรับโคมไฟมาจากมือของจ้าวหยวนเช่อ ปรายตามองแผ่นหลังของเจียงโย่วหนิงที่เดินจากไป ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเจิดจ้าครานี้เจียงโย่วหนิงคงประจักษ์แล้วกระมัง ว่าในสายตาของจ้าวหยวนเช่อนั้นผู้ใดสำคัญกว่ากัน? ช่างไม่เจียมตัวเอาเสียเลย ความคิดเล็กคิดน้อยที่ไม่ควรมีเหล่านั้น เจียงโย่วหนิงควรจะรีบเก็บพับไปเสียแต่เนิ่น ๆจ้าวหยวนเช่อเพียงแต่นิ่งเงียบไม่พูดจา“พี่หญิงเจียง ท่านอย่าได้โกรธเคืองไปเลย ข้ามอบโคมไฟลูกท้อให้ท่านดีหรือไม่?”จ้าวเยว่ไป๋ประคองโคมไฟลูกท้อสุดหวงแหนของตนไปตรงหน้าเจียงโย่วหนิง“ข้าไม่เอา เจ้าเล่นเถิด”เจียงโย่วหนิงคลี่ยิ้มบาง ๆ ทำทีประหนึ่งไม่มีอันใดเกิดขึ้น ทว่ากลับต้องข่มความปวดหนึบในใจ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 95

    จ้าวหยวนเช่อทำเหมือนไม่มีอะไร หยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวมา จับนิ้วมือนาง แล้วค่อย ๆ เช็ดทีละนิ้วอย่างใจเย็นนิ้วมือดุจดั่งต้นหอม เรียวยาว อ่อนนุ่ม ขาวเนียนละเอียดเหมือนไร้กระดูก เหมือนหยกมันแพะชั้นดี เขาหลุบมองด้วยขนตางอนยาว อดทนเช็ดรอบแล้วรอบเล่าจนกระทั่งมือข้างนั้นถูกถูจนเริ่มแดง โดยเฉพาะนิ้วหัวแม่

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 20

    หลังจากเจียงโย่วหนิงรับปาก ก็คิดจะลุกขึ้นแล้วขอตัวนางหานลุกขึ้นแล้วหยิบเครื่องประดับสองสามชิ้นออกมา “เจียงโย่วหนิงเป็นผู้หญิงที่คนแรกในครอบครัวพวกเราที่ไปดูตัว เลือกมาสักชิ้นไว้ใส่พรุ่งนี้เถิด”เจียงโยว่หนิงหลุบตามองปิ่นปักผมที่อยู่บนโต๊ะ กล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ที่เรือนของข้ามี”

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 18

    หวังเยี่ยนหลิงร้องไห้อย่างน่าเวทนา คิดว่าคงล้มลงมาอย่างแรงจ้าวหยวนเช่อลงมาจากม้า ทุกคนก็ลงจากม้าตามเขาด้วยเจียงโย่วหนิงก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง นางรู้วิชาแพทย์เล็กน้อย เดิมทีคิดจะไปข้างหน้าเพื่อดูตรวจดูทว่าคิดอยู่ชั่วครู่ สุดท้ายก็ชะงักฝีเท้าหวังเยี่ยนหลิงคงไม่เชื่อนาง หากนางไปเร็วเกินไป ในทา

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 8

    “ไม่กลัวถูกขังในศาลบรรพบุรุษ แล้วกลัวไม้ตีมือหรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อมือไพล่หลังเดินออกมาจากหลังฉากกั้น ดวงตาใสกระจ่างจ้องจ้าวเชียนหัว แววตาแผ่ซ่านความเยือกเย็น“ท่านซื่อจื่อ!”สาวใช้บ่าวหญิงเฒ่าคุกเข่าเต็มพื้นเจียงโย่วหนิงหน้าซีดจ้องมองจ้าวหยวนเช่อ ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้เขาจะไม่อยู่ในต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status