เข้าสู่ระบบฟ้าไม่เคยเมตตาเธอ ให้เธอทะลุมิติมาอยู่ในร่างที่โง่เขลาเบาปัญญา ครอบครัวโลภมากเห็นแก่ตัว แต่...ไม่เป็นไร เธอนี่แหละจะเป็นคนเปลี่ยนอนาคตของตัวเอง มีสามีดี เจ้าแฝดน่ารัก เธอจะท้อไม่ได้
ดูเพิ่มเติม“ตามฉันมาเร็ว ๆ ! อย่าขัดขืน !” หญิงวัยกลางคนหน้าตาดูดุดัน สวมเสื้อผ้าเก่า ๆ ออกแรงกระชากเด็กหญิงวัย 5 ขวบให้ตามตนไป
“ยาย ~ หนูไม่ไป แม่ไม่สบาย หนูไม่อยากทิ้งแม่ไป ฮือ ๆ ยายปล่อยหนูเถอะนะ”
‘เหยาเหยา’ ขอร้องทั้งน้ำตา พยายามป้องปัดมือหยาบกระด้างนั้นไปด้วย แต่...ก็ไม่เป็นผล ยิ่งเธอขัดขืน ผู้เป็นยายก็ยิ่งออกแรงกระชากลากถู ตอนนี้...เธอรู้สึกเจ็บบริเวณข้อมือแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว และตอนนั้นเอง เหยาเหยาก็เห็นแฝดผู้เป็นน้องเดินสะเปะสะปะออกมาด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล
“หยูหยู กลับเข้าไปข้างในเดี๋ยวนี้นะ อย่าออกมา”
“ยาย ~ ปล่อยพี่เหยาเหยาเถอะนะคะ ยายเอาหนูไปแทนเถอะนะ ฮึก ๆ”
‘หยูหยู’ แฝดน้องพยายามขอร้องยายปล่อยพี่สาวเธอไป แม้ว่าดวงตาจะมองไม่เห็นแสงสว่างแล้วก็ตาม แต่...เธอก็รับรู้ได้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับพี่สาว พี่สาวของเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย จะไม่ออกมาช่วยได้อย่างไร
“หุบปาก !! จะร้องทำไม ?!! ยังไงวันนี้แกก็ต้องไปอยู่ที่บ้านโจว !! ฉันรับเงินมาแล้ว !! แกจะมาขัดขืนแบบนี้ไม่ได้นะ !! ส่วนแกก็เหมือนกันนังเด็กตาบอด !! ถ้าไม่อยากถูกขายไปอีกคนก็รีบเข้าบ้านไปดูแลแม่แกซะ !!”
ว่าแล้ว...‘จางมู่หลาน’ ก็ออกแรงกระชากเหยาเหยาให้เดินตามตนไป อีกทางด้านหนึ่ง อยู่ภายในห้องพักไม้เก่า ๆ หญิงร่างผอมแห้ง ใบหน้าดูซีดเผือด สวมเสื้อผ้าเก่า ๆ ไร้สีสันนอนนิ่งไม่ได้สติอยู่บนเตียงไม้ไผ่ เปลือกตาคู่สวยขยับไปมาเมื่อได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากข้างนอก
‘เฝิงหยุนซิน’ พยายามรวบรวมสติ ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แสงสว่างที่ส่องกระทบใบหน้า ทำเอาเธอถึงกับขมวดคิ้วแน่น ครู่นั้น...ก็มีคำถามหนึ่งพลันผุดเข้ามาในหัว ที่นี่ที่ไหน ? เธอยังไม่ตายใช่ไหม ? เธอจำได้ว่า เธอออกไปดื่มกับเพื่อน หลังจากที่ดื่มกับเพื่อนเสร็จก็ขับรถกลับไปที่คอนโด ขณะที่กำลังขับรถกลับคอนโดนั้น เธอ...ดันประสบอุบัติเหตุตกสะพาน
จริงด้วย ! เธอประสบอุบัติเหตุขับรถตกสะพาน พอนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว หยุนซินก็ผุดลุกขึ้นนั่ง ภาพที่อยู่ตรงหน้า ทำเอาเธอตกตะลึง ดวงตาคู่สวยค่อย ๆ กวาดสำรวจดูรอบ ๆ ห้อง ข้าวของเครื่องใช้ดูเก่าแก่ทำเอาหยุนซินถึงกับขมวดคิ้วแน่น
“ที่นี่ที่ไหน ? ฉันมาทำอะไรที่นี่เนี่ย ?” เธอรู้สึกแปลกตาและไม่คุ้นชินกับภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้ามาก
นิ่งไปครู่หนึ่ง ก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เธอรีบก้มมองสำรวจดูเสื้อผ้าที่เธอกำลังสวมใส่อยู่ตอนนี้ทันที เสื้อผ้าที่อยู่บนร่างกายเธอตอนนี้ ทำเอาเธอสับสนไปหมด เธอควรจะอยู่ที่โรงพยาบาลไม่ใช่เหรอ ?
“ยาย ~ ปล่อยหนู หนูจะไม่ไปไหนกับยายทั้งนั้น” ขณะที่หยุนซินกำลังสงสัยหาคำตอบให้กับตัวเองอยู่นั้น เธอก็ได้ยินเสียงของเด็กหญิงช่างดูคุ้นหูนักดังมาจากหน้าบ้าน ด้วยความสงสัย อยากจะรู้ว่าตัวเองกำลังอยู่ที่ไหนกันแน่ หยุนซิน จึงรีบลงจากเตียง ทว่า...เธอกำลังจะวิ่งออกจากห้องไปดูสักหน่อย เสี้ยววินาทีนั้น ก็มีความทรงจำของใครคนหนึ่งหลั่งไหลเข้ามาในห้วงความคิดเธอราวกับกระแสน้ำเชี่ยว
เมื่อความทรงจำของคนแปลกหน้ากับความทรงจำของเธอหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว หยุนซินถึงกับอ้าปากค้าง ก่อนจะหันขวับไปดูปฏิทินที่แขวนอยู่บนผนัง เธอแทบไม่อยากจะเชื่อสายตา เธอยังไม่ตาย ยังมีชีวิตอยู่ วิญญาณเธอทะลุมิติมาอยู่ในร่างของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งมีชื่อแซ่เหมือนกับเธอเป๊ะ
“ไม่จริงน่า ~ จะเป็นไปได้ยังไง ?” หยุนซินไม่อยากจะเชื่อกับเหตุการณ์ที่เหนือจินตนาการนี้ เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นกับเธอได้ยังไงกัน
“พี่เหยาเหยา รอก่อนนะ หนูจะไปตามพ่อมาช่วยพี่” ขณะที่หยุนซินกำลังตกตะลึงกับเรื่องที่เกิดขึ้น เธอก็ได้สติกลับคืนมาเพราะเสียงของหยูหยู พอรู้ว่าข้างนอกกำลังมีเรื่องวุ่นวาย เธอก็ไม่คิดอะไรมาก รีบผลักประตูวิ่งออกไปข้างนอกทันที หยุนซินวิ่งผ่านหยูหยูที่ยังคงเดินคลำทางเพื่อค่อย ๆ เดินกลับเข้าไปในบ้าน
หยุนซินมองหยูหยูสลับกับมองเหยาเหยาที่กำลังถูกหญิงวัยกลางร่างท้วมคนหนึ่งลากตัวออกจากบ้านไป ปฏิกิริยาของเหยาเหยาทำให้เธอรู้ว่าเจ้าตัวเล็กไม่เต็มใจที่จะตามหญิงวัยกลางไปเลยแม้แต่น้อย เมื่อเห็นเด็กทั้งสองมีใบหน้าเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียว เธอก็นึกขึ้นได้ว่านี่คือลูกสาวฝาแฝดของเจ้าของร่างเดิม
“แม่ ~ ช่วยหนูด้วย หนูไม่อยากไปอยู่ที่บ้านโจว” เสียงใสที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของเหยาเหยาเรียกสติหยุนซิน กลับมาอีกครั้ง วินาทีนั้น เธอไม่สนอะไรอีกแล้ว รีบวิ่งเข้าไปช่วยเหยาเหยา ไว้จัดการเรื่องนี้เสร็จ ค่อยกลับมาคิดหาวิธีกลับไปยังโลกเดิมก็แล้วกัน
หยุนซินไม่คิดอะไรมาก พาร่างอันอ่อนแรงวิ่งไปผลักหญิงวัยกลางคนนั้นออกห่าง ก่อนจะใช้ร่างอันผอมแห้งของตัวเองปกป้องลูกสาวไว้
“นังหยุนซิน !! แกทำอะไรของแก ?!! แกเสียสติไปแล้วเหรอ ?!! เมื่อเช้านี้แกคุยกับฉันว่ายังไง ?!! แกจะมาเปลี่ยนใจตอนนี้ไม่ได้นะ !! ฉันรับเงินจากบ้านโจวมาแล้ว !! ส่งเหยาเหยามาให้ฉันเดี๋ยวนี้ !!”
หยุนซินไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงกับนิ่งไป เมื่อกี้...เธอเพิ่งได้รับความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม แต่...ความทรงจำที่ได้รับนั้นยังไม่สมบูรณ์ ยังมีความทรงจำอีกหลายส่วนที่เธอยังไม่ได้รับ จึงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่
“ไม่รู้แหละ ป้าจะมาทำแบบนี้กับลูกสาวฉันไม่ได้นะ ฉันไม่อนุญาตให้ป้าพาลูกสาวฉันไปไหนทั้งนั้น ป้าทำแบบนี้ เข้าข่ายลักพาตัวเด็กไปขายนะ ฉันจะไปแจ้งตำรวจมาจับป้า”
“แกว่าอะไรนะ ?! แกเรียกใครว่าป้า ?! แกเป็นลมจนสมองเพี้ยนไปแล้วหรือไง ?! ฉันคือแม่แกนะ!”
ผ่าม !! คำพูดของอีกฝ่ายราวกับฟ้าผ่าตรงกลางอก หยุนซินอ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออก เธอหันขวับไปมองเด็กแฝดทั้งสอง ก่อนจะหันมามองหน้าของหญิงวัยกลางคนที่บอกว่าตัวเองเป็นแม่ ขณะที่เธอกำลังสับสนงุนงงอย่างหนักอยู่นั้น ความทรงจำอีกเสี้ยวหนึ่งก็ได้ผุดเข้ามาในหัว และตอนนั้นเอง เธอถึงได้รู้ว่า ทำไม...แม่ของเจ้าของร่างเดิมถึงอยากจะเอาหลานตัวเองไปขายให้กับตระกูลโจว
“มีแม่อย่างป้าฉันไม่มีดีกว่า ป้ากลับไปเถอะ แล้วอย่ากลับมาเหยียบที่นี่อีก เหยาเหยาคือลูกสาวของฉัน ฉันไม่ขายให้ใครทั้งนั้น ป้ารับเงินมาแล้วก็จัดการปัญหาเองก็แล้วกันนะ”
แล้วในที่สุด ประตูห้องคลอดก็เปิดออก ข่าวดีถูกส่งต่อออกมาด้วยรอยยิ้มของบุคลากรทางการแพทย์ ข่าวที่ทำให้ความตึงเครียดทั้งหมดสลายไปในพริบตา หยุนซินให้กำเนิดลูกแฝดอีกคู่ เด็กชายสองคนหน้าตาเหมือนกันมาก เหมือนกับหย่งคุนราวกับแกะพิมพ์เดียวกันชั่วขณะนั้น ทุกคนต่างอึ้งไป ก่อนที่ความดีใจจะถาโถมเข้ามาแทนที่ แม่สามีแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ พี่ชายของหย่งคุนยิ้มกว้างด้วยความดีใจ ความเงียบในทางเดินหน้าห้องคลอดถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวเราะและความปลื้มปิติหย่งคุนยืนอยู่นิ่ง ๆ หัวใจเหมือนถูกเติมเต็มจนล้น เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าชีวิตจะมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้เขาขนาดนี้ ลูกแฝดอีกคู่ หนึ่งครอบครัวที่สมบูรณ์ยิ่งกว่าเดิม ภาพของเจ้าแฝดสองคนที่บ้านผุดขึ้นมาในหัวของเขา เด็กหญิงสองคนที่กำลังจะได้เลื่อนขั้นเป็นพี่สาว ภาพของหยุนซินที่อดทนมาตลอดการตั้งครรภ์ ภาพของครอบครัวที่ค่อย ๆ สร้างขึ้นจากศูนย์ ทุกอย่างหลอมรวมกันเป็นความสุขที่ยากจะบรรยายเมื่อหยุนซินถูกเข็นออกมาจากห้องคลอด ใบหน้าซีดเซียวแต่สงบ ดวงตาอ่อนล้าแต่เต็มไปด้วยความสุข หย่งคุน มองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปตลอดกาล ไม่ใช่แค่ภรรยา ไม่ใช่แค่แม่ของลูก แต่…คือผู้หญิงที่แข็
เมื่อกาลเวลาเดินเข้าสู่เดือนที่เก้าของการตั้งครรภ์ ร่างกายของหยุนซินก็เริ่มส่งสัญญาณชัดเจนว่าไม่อาจฝืนเหมือนเดิมได้อีกต่อไป ท้องที่ใหญ่ขึ้นทำให้การเคลื่อนไหวเชื่องช้าลง อาการเหนื่อยล้าเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เดินไม่กี่ก้าวก็ต้องพักหายใจ เธอจึงจำต้องยอมถอยออกจากแนวหน้าของร้านค้าอย่างเลี่ยงไม่ได้ภาระภายในร้านถูกส่งต่อให้แม่สามีและพี่สะใภ้ของหย่งคุนช่วยกันดูแลแทน ทั้งสองคนเข้ามารับหน้าที่แทนเธอ งานที่เคยอยู่ในมือของหยุนซินทุกขั้นตอน ถูกสานต่ออย่างไม่สะดุด ความเป็นระเบียบ ความซื่อสัตย์ และบรรยากาศอบอุ่นของร้านยังคงเหมือนเดิมราวกับเธอไม่เคยจากไปไหน เพียงแต่…ผู้หญิงตัวเล็กที่เคยยืนหลังเคาน์เตอร์ กลับต้องนั่งพักอยู่ในบ้าน เฝ้ามองชีวิตที่ตนสร้างขึ้นเดินหน้าต่อไปหย่งคุนในช่วงเวลานี้ต้องแบกรับบทบาทหลายอย่างพร้อมกัน ตารางชีวิตของเขาแน่นขนัดด้วยการเรียนในมหาวิทยาลัย การรับส่งเจ้าแฝด และการดูแลภรรยาที่กำลังจะคลอดในไม่ช้านี้ ทุกวันของเขาเต็มไปด้วยการวิ่งไปวิ่งมา แต่…ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่เคยปล่อยให้หน้าที่ใดหน้าที่หนึ่งขาดตกบกพร่อง ความเหนื่อยล้าถูกกลบไว้ด้วยความรับผิดชอบและความตั้งใจโชคยังดีที่แม่ของเ
แม่สามีแวะมาช่วยเป็นประจำ ช่วยจัดของ ดูแลหน้าร้าน และคอยมองเจ้าแฝดในยามที่หยุนซินต้องวุ่นกับงาน ความสัมพันธ์ระหว่างแม่สามีกับลูกสะใภ้ค่อย ๆ แน่นแฟ้นขึ้น ไม่ต้องมีคำพูดหวานหู แค่การช่วยเหลือและความเข้าใจซึ่งกันและกันก็เพียงพอแล้วหย่งคุนเริ่มใช้ชีวิตนักศึกษา ชีวิตของเขาถูกแบ่งออกเป็นเวลาเรียนและเวลาครอบครัว หากมีเวลาว่าง เขามักจะแวะมาที่ร้าน ช่วยยกของ จัดเรียงสินค้า หรือดูแลเด็ก ๆ แทนหยุนซินเป็นครั้งคราว การมีเขาอยู่ใกล้ ๆ ทำให้บรรยากาศในร้านอบอุ่นขึ้นในใจลึก ๆ ของหย่งคุน ยังคงมีความสงสัยเกี่ยวกับที่มาของสินค้าในร้าน บางอย่างหาได้ยาก บางอย่างมีปริมาณมากเกินกว่าร้านเล็ก ๆ จะสั่งมาได้ง่าย ๆ แต่…เขาเลือกที่จะไม่ถาม เพราะรู้ดีว่าหากหยุนซินยังไม่เปิดปากบอก นั่นย่อมหมายความว่าเธอมีเหตุผลของตนเองความเชื่อใจกลายเป็นสิ่งที่เขามอบให้เธอโดยไม่ต้องมีเงื่อนไข ชีวิตในปักกิ่งของพวกเขาไม่ได้หรูหรา ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่…ทุกวันเต็มไปด้วยการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ ที่มั่นคง หยุนซินยืนอยู่ตรงกลางของทุกสิ่ง เป็นทั้งแม่ เป็นทั้งภรรยา เป็นทั้งเสาหลักของบ้านและร้านค้าในความวุ่นวายอันเงียบงันนั้น เธอไม่เคยลื
หยุนซินยืนอยู่หน้าห้องน้ำนั้น เงียบไปครู่หนึ่ง หัวใจเหมือนถูกบางอย่างกระทบเบา ๆ ห้องน้ำเล็ก ๆ ที่มีประตูปิดมิดชิด มีอ่างล้างหน้าและพื้นที่อาบน้ำเป็นสัดส่วน นี่คือสิ่งที่เธอไม่เคยมีมาก่อน เหยาเหยาวิ่งเข้ามาจับแขนแม่แล้วเอ่ยขึ้นว่า“แม่ ~ บ้านสวยมากเลย หนูอยากอยู่ที่นี่” หยูหยูพยักหน้าตามแล้วเอ่ยเสริมอีกคน“หนูด้วย หนูอยากอยู่ที่นี่กับพี่เหยาเหยา” เสียงเด็ก ๆ ทำให้บรรยากาศในบ้านมีชีวิตขึ้นมา อวี้หลานหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดกับเด็ก ๆ ว่า“ชอบก็ดีแล้ว ย่าจัดห้องไว้ให้พวกหนูด้วยนะ” หยุนซินหันไปมองรอบ ๆ อีกครั้ง ยิ่งมองยิ่งรู้ว่า ทุกอย่างในบ้านหลังนี้ไม่ได้จัดมาแบบลวก ๆ แต่…เป็นการเตรียมพร้อมอย่างตั้งใจ เครื่องครัวในห้องครัว ผ้าม่าน โต๊ะกินข้าว แม้แต่รองเท้าแตะหน้าห้องน้ำ ล้วนถูกเลือกมาอย่างดี ทั้งหมดนี้คือความรักหย่งคุนยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่ได้แสดงสีหน้าตื่นเต้นหรือดีใจออกมาเหมือนคนอื่น เขาแค่ยืนเงียบ ๆ มองภาพตรงหน้า ดวงตาลึกนิ่ง แต่…ในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกอัดแน่น เขาโชคดีเหลือเกิน แม้พ่อจะยังไม่เปิดใจยอมรับหยุนซินกับลูก แต่…แม่กับพี่ชายก็ไม่เคยทอดทิ้งเขาขณะที่ทุกคนกำลังเดินดูบ้าน หยุนซินกลั
หย่งคุนล้างจานเก็บกวาดห้องครัวเสร็จ เขาก็สะพายกระบุงไม้ไผ่เดินออกจากบ้านไป หยุนซินมองตามแผ่นหลังกว้างไปจนหายลับตาเธอถึงกลับมาดูเจ้าแฝด ตอนนี้...เธอถึงมั่นใจและยอมรับความจริงว่าเธอกลายเป็นแม่ของเจ้าแฝดแล้วจริง ๆ เธอไม่มีโอกาสได้ย้อนกลับไปในยุคที่เธอจากมาแล้วหยุนซินขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปดูป
จวิ้นหาวเดือดพล่านตบโต๊ะอย่างแรงเมื่อได้ยินอย่างนั้น พี่รองของเขามีสิทธิ์อะไรมาขู่แม่แบบนี้ ดูเหมือน...ครั้งก่อนเขาจะออมมือไปหน่อย พี่สาวถึงไม่เกรงกลัวเขา ถ้าไม่มีเงินก้อนนั้น เขาจะไปหาเงินจากที่ไหนมาทำทุน“แม่ เดี๋ยวผมไปจัดการพี่รองแทนแม่เอง” พูดจบ...จวิ้นหาวก็ตั้งท่าจะเดินออกจากบ้านไป ทว่า...มู่ห
“แกว่าอะไรนะ ?! ฉันเป็นแม่แกนะ! แกคิดจะจับฉันส่งตำรวจงั้นเหรอ ?! แกฝันไปเถอะ! คนอย่างแกทำอะไรฉันไม่ได้หรอก! เอาเงินมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!”มู่หลานตั้งท่าจะบุกเข้าไปในบ้านค้นของ แต่…ยังไม่ทันจะได้ก้าวขา หยุนซินก็มาขวางหน้าไว้ สายตาที่มองมาทำเอามู่หลานถึงกับสั่นสะท้าน“นี่…ป้าคิดจะทำอะไร ? จะบุกเข้าไปในบ
หลังจากที่เหยาเหยาจูงมือหยูหยูออกจากครัวไป หยุนซินก็ได้หันมาสนใจกับข้าวตรงหน้าต่อ พอนึกถึงอาการป่วยของหยูหยูแล้ว เธอก็รีบวางตะเกียบในมือลง ก่อนจะเดินไปปิดประตูห้องครัวให้สนิท จากนั้น…เธอก็นึกถึงมิติย่อส่วนที่ปรากฏเมื่อครู่ และวินาทีนั้น มิติก็ปรากฏต่อหน้าเธออีกครั้งหยุนซินไม่คิดอะไร รีบเดินไปที่ชั





