로그인เมื่อสาวออฟฟิศ ทะลุมิติมาเป็น -นางร้ายผู้ร่ำรวย -ต้องมาหนีตายจากนางเอกในนิยายไม่พอ ยังบังเอิญมารู้ความลับของตัวร้ายที่แสนจะโหดเหี้ยมอีก-แล้วนางจะรอดไปใช้สมบัติที่มีได้อย่างไร ไป๋หยา พนักงานออฟฟิศที่ทำงานตั้งแต่เช้ายันค่ำเพื่อหาเงินเลี้ยงตนเอง เพราะเป็นเด็กกำพร้า ความสุขเดียวของเธอก็คือการอ่านนิยายจีนโบราณที่เธอชอบเพราะเป็นโลกชวนฝัน เมื่อเธออ่านแล้วมักจะจิตนาการว่าตัวเองเป็นนางเอกในนิยาย…. จนวันหนึ่งขณะที่เธอกำลังจะไปทำงานก็โดนรถชนและทะลุมิติมาในนิยายที่เธอกำลังอ่าน แต่เวรกรรมอ่านนานแล้วจำรายละเอียดไม่ค่อยได้ เมื่อต้องมาเกิดใหม่ในร่างนางร้ายผู้ร่ำรวยที่หลงรักพระเอกในนิยาย ทางเดียวที่จะรอดจากการถูกฆ่าทั้งเป็นจากนางเอกในนิยายที่เจ้าเล่ห์มากแผนการนี้ก็คือยอมหย่าให้แต่โดยดี แล้วหอบสินเดิมอันมากมายไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในโลกนิยายนี้… แต่เวรกรรมช่างมากเหลือเกินเมื่อนางต้องมาพัวพันกับ ตัวร้ายอย่างอ๋องปีศาจเข้าจนได้ พระเอกในนิยายก็ทำท่าจะไม่ยอมหย่า นางที่ตั้งใจจะหอบสมบัติไปใช้ชีวิตสุขสบายจะทำเช่นไร….
더 보기ตอนพิเศษ2สองปีต่อมา ณ ห้องหนังสือ จวนจิ้นอ๋องแสงแดดยามสายส่องลอดผ่านหน้าต่าง กระดาษโปร่งลงบนโต๊ะไม้ กลิ่นหมึกลอยคลุ้งในอากาศบนตั่งไม้ใกล้หน้าต่าง ไป๋ซูเหยานั่งถือตำราอยู่ข้างบุตรชายวัยสองขวบกว่า เด็กน้อยในอาภรณ์แพรสีเขียวอ่อนนั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะนุ่ม ตากลมใสกวาดมองตัวอักษรบนตำรา เส้นผมอ่อนยุ่งเล็กน้อยตามประสาเด็ก มืออ้วนกลมยกขึ้นลูบคิ้วตัวเอง“ท่านแม่ ข้าอยากออกไปเที่ยวข้างนอก ท่านพาข้าไปได้หรือไม่… ”เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นพร้อมดวงตากลมใสที่มองนางอย่างอ้อนวอน มืออ้วนกลมยื่นมาดึงแขนเสื้อนางเบา ๆ ไป๋ซูเหยามองดวงหน้ากลมเล็กที่แดงระเรื่อราวลูกพีชนก่อนจะหัวเราะแผ่ว ยิ้มบาง ดวงตาฉายแววซุกซน“แต่พ่อเจ้าสั่งให้เจ้าท่องตำราอยู่นี่นะ… ”เด็กน้อยเบะปากเล็กน้อย ตากลมใสยังมองไม่กระพริบ“แต่ไม่เป็นไร… ”ไป๋ซูเหยาก้มลงมากระซิบพร้อมยิ้มขำ“แม่จะพาเจ้าหนีเอง เด็กน้อยเพียงสองขวบกว่าจะต้องท่องตำรามากมายเช่นนี้ น่าเบื่อออก… ”เด็กน้อยพยักหน้างึก ๆ พร้อมรอยยิ้ม“ไปกัน!”“อื้ม!”มือเล็กยื่นออกมาอย่างเร่งรีบ ไป๋ซูเหยาจับมือกลมเล็กนั้นไว้ ก่อนจะย่องลงจากตั่งไม้เบา ๆ ชายกระโปรงผ้าโปร่งสีอ่อนสะบัดไหวไปตามจั
ตอนพิเศษจวนแม่ทัพเว่ยหยางกลิ่นสุราอบอวลในห้องนอนที่หน้าต่างถูกเปิดแง้มรับลมยามเช้า แสงแดดอ่อนลอดผ่านระแนงไม้ ส่องลงบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยไหสุราที่ถูกทิ้งระเกะระกะร่างสูงในชุดชั้นในสีดำหม่นนอนฟุบอยู่บนโต๊ะ ผมยาวสีดำกระจายคลอแก้มซีด เส้นผมเปียกชื้นเพราะเหงื่อและสุราที่กระเด็นเลอะเสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมเสียงเรียกขององค์รักษ์คนสนิท“ท่านแม่ทัพ! ท่านแม่ทัพ!”เปลือกตาหนักอึ้งของเว่ยหยางกระตุก ดวงตาแดงก่ำจากฤทธิ์สุราเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า คิ้วเข้มขมวดแน่น เขาใช้มือยันโต๊ะ ลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า ก่อนจะก้าวอย่างไร้เรี่ยวแรงไปเปิดประตูออกช้า ๆ ดวงตาคมหรี่ลง มององค์รักษ์คนสนิทของตนที่ยืนรออยู่หน้าห้อง ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มแหบด้วยฤทธิ์สุรา“อะไร…”องค์รักษ์ก้มศีรษะต่ำ เอ่ยขึ้น“ฝูกงกงจากวังหลวงมาส่งเทียบเชิญให้ท่าน… ตอนนี้รออยู่ที่ห้องโถงใหญ่ขอรับ”“อืม… ”เสียงตอบรับเบาราวสายลม เว่ยหยางหมุนตัวกลับเข้าไป หยิบเสื้อคลุมสีดำสนิทที่พาดบนเตียงมาสวมทับ ก่อนจะก้าวออกจากห้องตรงไปยังห้องโถงใหญ่ณ ห้องโถงใหญ่ประดับด้วยม่านสีเข้มและแจกันที่มีดอกโบตั๋นประดับอยู่ ฝูกงกงยืนรออยู่ด้านหน้า พอเห็นร่างสูงของแม
ตอนที่30จบสายลมยามรุ่งสางพัดแผ่วลอดหน้าต่างรถม้ากระทบใบหน้าคมเข้มของจิ้นอ๋อง เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น กวาดสายตามองรอบกายอย่างงุนงงบัดนี้ เขามิได้อยู่ในห้องลับอับชื้นอีกต่อไป แต่กลับพบว่าตนอยู่ภายในรถม้าที่กำลังเคลื่อนตัวไปบนถนนเมื่อสายตาหันไปด้านข้าง เขาเห็นร่างบอบบางที่ซิบพิงอยู่ใกล้กัน ดวงหน้าที่คุ้นเคย แม้ซีดเผือด แต่ยังคงความงดงามราวภาพวาดมือใหญ่สั่นเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมไปคว้าร่างบางของไป๋ซูเหยาเข้ามากอดแน่น ดวงตาคมเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาที่รั้งไว้ไม่อยู่ไป๋ซูเหยารู้สึกถึงแรงกอดอันแน่นหนา ความเจ็บเล็ก ๆ ทำให้นางค่อย ๆ ลืมตาขึ้นสบตากับเขาอย่างอ่อนแรง“ท่านอ๋อง… เพคะ”เสียงแผ่วเบาของนาง ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาสั่นสะท้านขึ้นมาอีกครั้ง จิ้นอ๋องก้มลงมองนางในอ้อมแขน สายตาเต็มไปด้วยความดีใจและห่วงใย“เจ้า… เจ็บตรงไหนหรือไม่”นางส่ายศีรษะเบา ๆ ริมฝีปากเผยรอยยิ้มบาง จิ้นอ๋องกระซับอ้อมแขนแน่นขึ้น ซบใบหน้าลงบนเรือนผมของนาง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของนางทำให้หัวใจของเขาอบอุ่นเสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้นช้า ๆ แผ่วเบาราวสายลม“ข้าคิดว่าต้องเสียเจ้าไปเสียแล้ว… ดี… ดีจริง ๆ ”น้ำเสียงนั้นทั้งสั่นทั้งอ่อนโยน ค
ตอนที่29เลือกณ แคว้นฉงฉิ่งห้องลับสายลมเย็นจากหน้าต่างเล็ก ๆ พัดต้องร่างบางที่นอนอยู่บนพื้นห้องเย็นเฉียบ ความหนาวปลุกให้ไป๋ซูเหยาค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นนางกวาดสายตามองรอบตัว เห็นแท่งเหล็กสีดำเรียงราย เมื่อลองขยับตัวก็พบว่าถูกมัดมือมัดเท้าไว้แน่น อยู่ในกรงเหล็กที่มีกุญแจล็อกไว้อย่างแน่นหนา“กรงเหล็ก… ?”นางพึมพำเสียงแผ่ว ก่อนจะพยายามขยับเชือกแต่ไม่สำเร็จ ได้แต่ถอนหายใจ ในขณะที่นางกำลังพยายามตั้งสติ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังขึ้น ในความเงียบของห้องไป๋ซูเหยากันไปตามเสียง ประตูไม้ถูกเปิดออกอย่างช้า ๆ ชายสูงวัยผู้หนึ่งก้าวเข้ามา ในอาภรณ์สีเข้มปักลายมังกรเงิน ผมยาวสีดำแซมขาว ใบหน้าแม้มีรอยวัย แต่ยังคงแฝงด้วยอำนาจด้านหลังมีขันทีร่างอ้วนเดินตามมา และองค์รักษ์ในชุดดำอีกสองคนก้าวตามอย่างเงียบงันไป๋ซูเหยาเงยหน้ามองชายสูงวัยผู้นั้น พลันครุ่นคิดในใจ เขาดูทรงคล้ายฮ่องเต้ แต่องค์ทรงเครื่องต่างออกไปนิดหน่อย หรือว่าข้าจะถูกจับมาที่แคว้นฉงฉิ่งเสียแล้วนางสูดลมหายใจลึก เอ่ยถามด้วยเสียงหนักแน่น“พวกเจ้าจับข้ามาที่นี่ทำไม?”ชายสูงวัยไม่ได้ตอบทันที เขาเหลือบสายตามองนางอย่างพิจารณา ก่อนจะเอ่ยถามขันทีข้างก
ตอนที่4ขอบคุณน่ายไน่(ท่านย่า)ณ เรือนพักด้านในของจวนแม่ทัพลี่อิงเดินนำมาหยุดหน้าห้องหนึ่ง ไป๋ซูเหยาก้าวตามมาช้า ๆ สายตากวาดมองเรือนไม้ที่บรรจงตกแต่งอย่างหรูหรา“โอ้โห…จวนแม่ทัพนี่ไม่ธรรมดาเลยนะ”ไป๋ซูเหยาพึมพำเบา ๆ พลางก้าวเข้าไปด้านในจนพ้นขอบประตู ลี่อิงก็หมุนตัวกลับมา…เสียงกลอนประตูถูกปิดลงโดยไม
ตอนที่3 ข้าคือไป๋ซูเหยาจวนแม่ทัพเว่ยหยางกลิ่นหอมอ่อนจางของสมุนไพรลอยอบอวล ปลุกร่างบางที่นอนหมดสติอยู่บนเตียง ไป๋หยาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เปลือกตาหนักอึ้ง นางกระพริบตาถี่ ๆ พลางกวาดตามองไปรอบห้องที่เต็มไปด้วยเครื่องเรือนยุคโบราณสลักลายอย่างประณีต ม่านบางสีอ่อนที่ไหวตามแรงลม“ไม่ใช่ฝัน….ยังอยู่ที่เดิมเ
ตอนที่2 ที่ไหนจวนแม่ทัพเว่ยหยางสายลมเย็นพัดโชยเข้ามาภายในห้องที่อบอวลไปด้วยกำยานหอมกรุ่น ม่านแพรพลิ้วไหวตามแรงลมแผ่วเบา ไป๋หยาสะดุ้งเฮือกลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ ลมหายใจขาดช่วง ใจเต้นรัว มือเล็กรีบยกขึ้นกุมอกตนเองแน่น ก่อนจะรู้สึกได้ถึงเนื้อผ้าแปลกไปจากชุดยูนิฟอร์มบริษัท!“…หะ?”เธออึ้งไปสองวินาที
ตอนที่1 ไป๋หยาวังหลวงณ ตำหนักกุ้ยเฟยซูเยี่ยนแสงแดดอุ่นแผ่วรินทอผ่านไหมบางเบา เงาแสงสะท้อนถ้วยชาหยกในมือของ กุ้ยเฟยซูเยี่ยนในอาภรณ์แพรบางสีฟ้าสง่างามนางเอนกายพิงเบาะปักลายหงส์ มือเรียวยกถ้วยชาเล็กแนบริมฝีปากบาง จิบชาอย่างช้า ๆ ใบหน้างดงามราวนางล่มเมืองในตำนานเสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ย่างก้าวเข้ามาท












리뷰