登入เมื่อสาวออฟฟิศ ทะลุมิติมาเป็น -นางร้ายผู้ร่ำรวย -ต้องมาหนีตายจากนางเอกในนิยายไม่พอ ยังบังเอิญมารู้ความลับของตัวร้ายที่แสนจะโหดเหี้ยมอีก-แล้วนางจะรอดไปใช้สมบัติที่มีได้อย่างไร ไป๋หยา พนักงานออฟฟิศที่ทำงานตั้งแต่เช้ายันค่ำเพื่อหาเงินเลี้ยงตนเอง เพราะเป็นเด็กกำพร้า ความสุขเดียวของเธอก็คือการอ่านนิยายจีนโบราณที่เธอชอบเพราะเป็นโลกชวนฝัน เมื่อเธออ่านแล้วมักจะจิตนาการว่าตัวเองเป็นนางเอกในนิยาย…. จนวันหนึ่งขณะที่เธอกำลังจะไปทำงานก็โดนรถชนและทะลุมิติมาในนิยายที่เธอกำลังอ่าน แต่เวรกรรมอ่านนานแล้วจำรายละเอียดไม่ค่อยได้ เมื่อต้องมาเกิดใหม่ในร่างนางร้ายผู้ร่ำรวยที่หลงรักพระเอกในนิยาย ทางเดียวที่จะรอดจากการถูกฆ่าทั้งเป็นจากนางเอกในนิยายที่เจ้าเล่ห์มากแผนการนี้ก็คือยอมหย่าให้แต่โดยดี แล้วหอบสินเดิมอันมากมายไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในโลกนิยายนี้… แต่เวรกรรมช่างมากเหลือเกินเมื่อนางต้องมาพัวพันกับ ตัวร้ายอย่างอ๋องปีศาจเข้าจนได้ พระเอกในนิยายก็ทำท่าจะไม่ยอมหย่า นางที่ตั้งใจจะหอบสมบัติไปใช้ชีวิตสุขสบายจะทำเช่นไร….
查看更多ตอนที่1 ไป๋หยา
วังหลวง ณ ตำหนักกุ้ยเฟยซูเยี่ยน แสงแดดอุ่นแผ่วรินทอผ่านไหมบางเบา เงาแสงสะท้อนถ้วยชาหยกในมือของ กุ้ยเฟยซูเยี่ยนในอาภรณ์แพรบางสีฟ้าสง่างาม นางเอนกายพิงเบาะปักลายหงส์ มือเรียวยกถ้วยชาเล็กแนบริมฝีปากบาง จิบชาอย่างช้า ๆ ใบหน้างดงามราวนางล่มเมืองในตำนาน เสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ย่างก้าวเข้ามาทำลาย บรรยากาศที่เงียบสงบนั้นทันที พร้อมกับเสียงหวานอันคุ้นเคย “ท่านน้าเจ้าค่ะ” ร่างอรชรของไป๋ซูเหยา เยื้องย่างเข้ามาพร้อมกับ ถิงหลันสาวใช้คนสนิท กุ้ยเฟยซูเยี่ยนผินพระพักตร์ขึ้น รอยยิ้มผุดขึ้นบนเรียวปาก “เหยาเอ๋อร์” ไป๋ซูเหยารีบก้าวเข้าไปคุกเข่าข้างกาย โอบแขนกุ้ยเฟยซูเยี่ยนแนบแน่นดั่งเด็กน้อยออดอ้อนมารดา แววตาฉายประกายความตื่นเต้นดีใจ “ท่านพ่อบอกว่าท่านหาวิธีให้ข้าได้สมรสกับแม่ทัพเว่ยหยางได้แล้วหรือเจ้าคะ” เสียงของนางเต็มเปี่ยมไปด้วยความดีใจ กุ้ยเฟยพยักหน้าแผ่วเบา เผยรอยยิ้มอ่อนโยน “พรุ่งนี้ ในงานเฉลิมพระชนมพรรษา เจ้าตั้งแต่งตัวให้งดงามที่สุดแล้วร่ายรำในเพลงนางฟ้าประทานพร ถวายต่อหน้าพระพักตร์ ข้าจะกราบทูลให้ฝ่าบาทพระราชทานสมรสให้เจ้ากับแม่ทัพเว่ยหยาง” ไป๋ซูเหยาเบิกตากว้าง ใบหน้างามเปี่ยมไปด้วยความสุขที่เอ่อล้นจนสังเกตได้ “ท่านน้า…ท่านดีต่อข้าเสมอ” นางโผล่เข้ากอดผู้เป็นน้าสาว หัวใจเต้นรัวเมื่อจิตนาการถึงภาพวันแต่งงานกับแม่ทัพหนุ่มที่ตนเองหลงรักมาตั้งแต่เด็ก “อืม…นางก็รักของนางนะเนี่ย แม้จะเป็นได้แค่นางร้ายตัวประกอบก็เถอะ” ไป๋หยาพึมพำพยางยกหนังสือนิยายขึ้นแนบอก ดวงตาทอดมองตัวละครในหน้ากระดาษอย่างเข้าอกเข้าใจ เธอนั่งอยู่หน้ากระจกเล็ก ๆ ภายในห้องเช่าขนาดพอเหมาะ เสียงนาฬิกาปลุกเงียบไปนานแล้วแต่เธอยังไม่รู้ตัว จนเมื่อเหลือบสายตาไปมองเห็นนาฬิกาดิจิทัลตรงมุมโต๊ะ “แปดโมงแล้ว?! สายแล้ว ๆ ” ว่าจบก็รีบยัดหนังสือนิยายกับเครื่องสำอางลงกระเป๋าผ้าอย่างลวก ๆ ผมเผ้ายังไม่เรียบร้อยดี แต่เจ้าตัวก็ไม่สน รีบก้าวออกจากห้องพร้อมเสียงปิดประตูดังปัง! เธอวิ่งไปริมถนนสายคุ้นเคย หน้าอพาร์ตเมนต์ในย่านฝูเฉิง ตาเหลือบเห็นรถแท็กซี่สีเหลืองกำลังผ่านมา เธอรีบโบกทันที “ลุงคะ ไปบริษัทเทียนอวี่กรุ๊ปค่ะ!” ชายชรารูปร่างผอมสูงที่นั่งอยู่เบาะคนขับ หันมาพยักหน้าให้เล็กน้อย ไม่นานรถก็เคลื่อนตัวออกไปตามถนน ไป๋หยาเอนหลังพิงเบาะ ถอนหายใจยาว ก่อนจะหันไปหยิบหนังสือนิยายออกมาเปิดอ่านเนื้อหาข้างในเพื่อฆ่าเวลา สาวพนักงานออฟฟิศอย่างเธอนั้นแทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง เข้างานแปดโมงครึ่ง เล็กหกมงเย็นบางทีงานไม่เสร็จต้องอยู่ยาวจนดึกดื่น ความสุขอย่างเดียวของเธอคือการอ่านนิยายแล้วจิตนาการว่าตนเองเป็นนางเอก…. ทันใดนั้น…. รถสิบล้อที่กำลังเสียหลักพุ่งเข้ามา… เสียงแตรดังสนั่นขึ้นจากทิศทางตรงกันข้ามในเสี้ยววินาทีที่รถแท็กซี่กำลังเลี้ยวเข้าสี่แยก บี๊บ!! เสียงโครมสนั่นดังขึ้นพร้อมแรงกระแทกมหาศาลจากด้านข้าง ปังงง!!! รถแท็กซี่สั่นสะเทือนทั้งคัน กระจกด้ายซ้ายแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ ตัวเธอถูแรงกระแทกเหวี่ยงเข้ากับประตูรถอีกฝั่งอย่างรุนแรง ร่างบางกระเด็นไปข้างหน้าก่อนถูกสายรัดเข็มดึงกลับ พริบตาต่อมาโลกทั้งใบก็ดับวูบไปทันที… ….. จวนแม่ทัพเว่ยหยาง ภายในเรือนฮูหยินแม่ทัพที่เงียบสงบ สายลมเย็นพัดโชย ผ้าแพรบางเบาไหวปลิวไปตามแรงลม ในห้องที่ตกแต่งเครื่องเรือนหรูหรา กลิ่นหอมของกำยานลอยอบอวลทั่วห้อง ไป๋ซูเหยานั่งอยู่เบื้องหน้ากระจกทองเหลือง ขนนกขาวแตะขี้ผึ้งแต่งคิ้วเบาบาง มือเรียวค่อย ๆ ลากเส้นคิ้วโค้งงามอย่างพิถีพิถัน ขณะนั้น ลี่อิง สาวใช้คนสนิทก็ก้าวเข้ามาในห้อง ในมือประคองถาดเงินที่วางกาน้ำชา กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของชาฮวาเหมยลอยอบอวลทั่วห้อง นางเดินเข้ามาวางถาดลงบนโต๊ะไม้หอมเบื้องข้าง ก่อนจะย่อตัวอย่างนอบน้อมเมื่อก้าวมาหยุดอยู่ข้าง ๆ ไป๋ซูเหยา “คุณหนูเจ้าค่ะ น้ำนมแพะสด และครีมน้ำนมผสมไข่มุกบดจากแดนใต้ มาถึงแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้บ่าวให้พ่อบ้านซุนเก็บไว้ที่เรือนรับรองเจ้าค่ะ” “อืม” ไป๋ซูเหยาเงยหน้าขึ้นจากกระจก ทอดสายตามองเงาสะท้อนของตนในกระจกทองเหลือง แล้วจึงหันมาทางลี่อิง เอ่ยเสียงเรียบ “เที่ยงนี้…ให้ห้องครัวปรุงไป๋ซือถังที่ท่านน้าประทานมาให้ข้าด้วย” “เจ้าค่ะ” ลี่อิงประสานมือรับคำอย่างนอบน้อม ไป๋ซูเหยาหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนเอ่ยถาม “วันนี้ ใบหน้าข้าเป็นอย่างไรบ้าง” ลี่อิงชำเหลืองมองชั่วครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “วันนี้ผิวของคุณหนูเปล่งปลั่งนัก งามราวนางล่มเมือง หากท่านแม่ทัพเว่ยกลับมาคงมิอาจละสายตาได้เป็นแน่เจ้าค่ะ” ไป๋ซูเหยายิ้มบางอย่างพึงพอใจ ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ “ไปเถอะ ข้าจะไปดูเสียหน่อย” “เจ้าค่ะ” กล่าวจบ ไป๋ซูเหยาก็ก้าวนำ ลี่อิงก้าวเดินตามอย่างสุภาพ ขณะที่ทั้งสองก้าวผ่านสะพานไม้ซึ่งทอดตัวเหนือสระกลางสวน ทว่าเพียงไม่กี่ก้าว ฝ่าเท้าของไป๋ซูเหยากลับเหยียบลงบนคราบลื่นบนสะพานไม้ นางเซถลาไปด้านข้าง แขนขาวพุ่งไปคว้าขอบสะพานไม้ แต่ขอบสะพานไม้ที่ดูเหมือนจะแข็งแรงก็หักกระจาย ก่อนร่างบางจะร่วงลงสู่ผืนน้ำเบื้องล่างทันที ตูม!!! เสียงสายน้ำสาดกระจายดังลั่น ลี่อิงกรีดร้องตกใจ “คุณหนู!!” นางวิ่งไปยังขอบสระอย่างลนลาน ก้มลงชะโงกมองแล้วตะโกนเสียงสั่น “ช่วยด้วย! คุณหนูตกน้ำ! ช่วยด้วย!!” เสียงฝีเท้าของบ่าวไพร่ดังวุ่นวายเร่งรุดเข้ามา ทุกคนกรูกันเข้าช่วยเหลือ จนในที่สุดก็สามารถพาร่างของไป๋ซูเหยาขึ้นจากน้ำได้ “ไป…ไปตามหมอมาเดี๋ยวนี้! คุณหนู…ท่านอย่าเป็นอะไรนะเจ้าค่ะ” ลี่อิงเอ่ยเสียงสั่น ขณะประคองร่างเปียกชื้นที่หมดสติ ของไป๋ซูเหยาแนบอก ดวงตาแดงก่ำหยดน้ำตาไหลริน ……..ตอนพิเศษ2สองปีต่อมา ณ ห้องหนังสือ จวนจิ้นอ๋องแสงแดดยามสายส่องลอดผ่านหน้าต่าง กระดาษโปร่งลงบนโต๊ะไม้ กลิ่นหมึกลอยคลุ้งในอากาศบนตั่งไม้ใกล้หน้าต่าง ไป๋ซูเหยานั่งถือตำราอยู่ข้างบุตรชายวัยสองขวบกว่า เด็กน้อยในอาภรณ์แพรสีเขียวอ่อนนั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะนุ่ม ตากลมใสกวาดมองตัวอักษรบนตำรา เส้นผมอ่อนยุ่งเล็กน้อยตามประสาเด็ก มืออ้วนกลมยกขึ้นลูบคิ้วตัวเอง“ท่านแม่ ข้าอยากออกไปเที่ยวข้างนอก ท่านพาข้าไปได้หรือไม่… ”เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นพร้อมดวงตากลมใสที่มองนางอย่างอ้อนวอน มืออ้วนกลมยื่นมาดึงแขนเสื้อนางเบา ๆ ไป๋ซูเหยามองดวงหน้ากลมเล็กที่แดงระเรื่อราวลูกพีชนก่อนจะหัวเราะแผ่ว ยิ้มบาง ดวงตาฉายแววซุกซน“แต่พ่อเจ้าสั่งให้เจ้าท่องตำราอยู่นี่นะ… ”เด็กน้อยเบะปากเล็กน้อย ตากลมใสยังมองไม่กระพริบ“แต่ไม่เป็นไร… ”ไป๋ซูเหยาก้มลงมากระซิบพร้อมยิ้มขำ“แม่จะพาเจ้าหนีเอง เด็กน้อยเพียงสองขวบกว่าจะต้องท่องตำรามากมายเช่นนี้ น่าเบื่อออก… ”เด็กน้อยพยักหน้างึก ๆ พร้อมรอยยิ้ม“ไปกัน!”“อื้ม!”มือเล็กยื่นออกมาอย่างเร่งรีบ ไป๋ซูเหยาจับมือกลมเล็กนั้นไว้ ก่อนจะย่องลงจากตั่งไม้เบา ๆ ชายกระโปรงผ้าโปร่งสีอ่อนสะบัดไหวไปตามจั
ตอนพิเศษจวนแม่ทัพเว่ยหยางกลิ่นสุราอบอวลในห้องนอนที่หน้าต่างถูกเปิดแง้มรับลมยามเช้า แสงแดดอ่อนลอดผ่านระแนงไม้ ส่องลงบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยไหสุราที่ถูกทิ้งระเกะระกะร่างสูงในชุดชั้นในสีดำหม่นนอนฟุบอยู่บนโต๊ะ ผมยาวสีดำกระจายคลอแก้มซีด เส้นผมเปียกชื้นเพราะเหงื่อและสุราที่กระเด็นเลอะเสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมเสียงเรียกขององค์รักษ์คนสนิท“ท่านแม่ทัพ! ท่านแม่ทัพ!”เปลือกตาหนักอึ้งของเว่ยหยางกระตุก ดวงตาแดงก่ำจากฤทธิ์สุราเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า คิ้วเข้มขมวดแน่น เขาใช้มือยันโต๊ะ ลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า ก่อนจะก้าวอย่างไร้เรี่ยวแรงไปเปิดประตูออกช้า ๆ ดวงตาคมหรี่ลง มององค์รักษ์คนสนิทของตนที่ยืนรออยู่หน้าห้อง ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มแหบด้วยฤทธิ์สุรา“อะไร…”องค์รักษ์ก้มศีรษะต่ำ เอ่ยขึ้น“ฝูกงกงจากวังหลวงมาส่งเทียบเชิญให้ท่าน… ตอนนี้รออยู่ที่ห้องโถงใหญ่ขอรับ”“อืม… ”เสียงตอบรับเบาราวสายลม เว่ยหยางหมุนตัวกลับเข้าไป หยิบเสื้อคลุมสีดำสนิทที่พาดบนเตียงมาสวมทับ ก่อนจะก้าวออกจากห้องตรงไปยังห้องโถงใหญ่ณ ห้องโถงใหญ่ประดับด้วยม่านสีเข้มและแจกันที่มีดอกโบตั๋นประดับอยู่ ฝูกงกงยืนรออยู่ด้านหน้า พอเห็นร่างสูงของแม
ตอนที่30จบสายลมยามรุ่งสางพัดแผ่วลอดหน้าต่างรถม้ากระทบใบหน้าคมเข้มของจิ้นอ๋อง เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น กวาดสายตามองรอบกายอย่างงุนงงบัดนี้ เขามิได้อยู่ในห้องลับอับชื้นอีกต่อไป แต่กลับพบว่าตนอยู่ภายในรถม้าที่กำลังเคลื่อนตัวไปบนถนนเมื่อสายตาหันไปด้านข้าง เขาเห็นร่างบอบบางที่ซิบพิงอยู่ใกล้กัน ดวงหน้าที่คุ้นเคย แม้ซีดเผือด แต่ยังคงความงดงามราวภาพวาดมือใหญ่สั่นเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมไปคว้าร่างบางของไป๋ซูเหยาเข้ามากอดแน่น ดวงตาคมเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาที่รั้งไว้ไม่อยู่ไป๋ซูเหยารู้สึกถึงแรงกอดอันแน่นหนา ความเจ็บเล็ก ๆ ทำให้นางค่อย ๆ ลืมตาขึ้นสบตากับเขาอย่างอ่อนแรง“ท่านอ๋อง… เพคะ”เสียงแผ่วเบาของนาง ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาสั่นสะท้านขึ้นมาอีกครั้ง จิ้นอ๋องก้มลงมองนางในอ้อมแขน สายตาเต็มไปด้วยความดีใจและห่วงใย“เจ้า… เจ็บตรงไหนหรือไม่”นางส่ายศีรษะเบา ๆ ริมฝีปากเผยรอยยิ้มบาง จิ้นอ๋องกระซับอ้อมแขนแน่นขึ้น ซบใบหน้าลงบนเรือนผมของนาง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของนางทำให้หัวใจของเขาอบอุ่นเสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้นช้า ๆ แผ่วเบาราวสายลม“ข้าคิดว่าต้องเสียเจ้าไปเสียแล้ว… ดี… ดีจริง ๆ ”น้ำเสียงนั้นทั้งสั่นทั้งอ่อนโยน ค
ตอนที่29เลือกณ แคว้นฉงฉิ่งห้องลับสายลมเย็นจากหน้าต่างเล็ก ๆ พัดต้องร่างบางที่นอนอยู่บนพื้นห้องเย็นเฉียบ ความหนาวปลุกให้ไป๋ซูเหยาค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นนางกวาดสายตามองรอบตัว เห็นแท่งเหล็กสีดำเรียงราย เมื่อลองขยับตัวก็พบว่าถูกมัดมือมัดเท้าไว้แน่น อยู่ในกรงเหล็กที่มีกุญแจล็อกไว้อย่างแน่นหนา“กรงเหล็ก… ?”นางพึมพำเสียงแผ่ว ก่อนจะพยายามขยับเชือกแต่ไม่สำเร็จ ได้แต่ถอนหายใจ ในขณะที่นางกำลังพยายามตั้งสติ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังขึ้น ในความเงียบของห้องไป๋ซูเหยากันไปตามเสียง ประตูไม้ถูกเปิดออกอย่างช้า ๆ ชายสูงวัยผู้หนึ่งก้าวเข้ามา ในอาภรณ์สีเข้มปักลายมังกรเงิน ผมยาวสีดำแซมขาว ใบหน้าแม้มีรอยวัย แต่ยังคงแฝงด้วยอำนาจด้านหลังมีขันทีร่างอ้วนเดินตามมา และองค์รักษ์ในชุดดำอีกสองคนก้าวตามอย่างเงียบงันไป๋ซูเหยาเงยหน้ามองชายสูงวัยผู้นั้น พลันครุ่นคิดในใจ เขาดูทรงคล้ายฮ่องเต้ แต่องค์ทรงเครื่องต่างออกไปนิดหน่อย หรือว่าข้าจะถูกจับมาที่แคว้นฉงฉิ่งเสียแล้วนางสูดลมหายใจลึก เอ่ยถามด้วยเสียงหนักแน่น“พวกเจ้าจับข้ามาที่นี่ทำไม?”ชายสูงวัยไม่ได้ตอบทันที เขาเหลือบสายตามองนางอย่างพิจารณา ก่อนจะเอ่ยถามขันทีข้างก











