Share

บทที่ 3

Author: มู่เฉิงซินสวี่
เมื่อเดินตามร่างสูงใหญ่ของจ้าวหยวนเช่อที่อยู่ข้างหน้าออกจากศาลบรรพบุรุษ นางถึงพบว่าด้านนอกฝนตกแล้ว

ฝนพรำโปรยปราย ความเปียกชื้นที่เจือความเย็นพัดมา ทำให้นางอดตัวสั่นไม่ได้

“นายท่าน”

ด้านข้าง ชิงเจี้ยนที่ติดตามจ้าวหยวนเช่อมาหลายปียื่นร่มกระดาษไขให้คันหนึ่ง

จ้าวหยวนเช่อกางร่มออก ปรายตาส่งสัญญาณให้เจียงโย่วหนิงตามมา

ฝีเท้าเจียงโย่วหนิงลังเล

“คุณหนูเจียง นายท่านจะไปส่งท่านขอรับ” ชิงเจี้ยนยิ้มบอก

“ขอบคุณท่านพี่เจ้าค่ะ”

เจียงโย่วหนิงนึกได้ว่ามีเรื่องต้องคุยกับจ้าวหยวนเช่อ จึงหลุบตาแล้วทำความเคารพเขา ก่อนจะตามย่างเท้าของเขาไป

ชิงเจี้ยนมองทั้งสองคนกางร่มเดินอยู่กลางฝนพรำ แผ่นหลังสมกัน ราวกับภาพวาดหมึกดำชั้นดี เขาส่ายหน้าแล้วลอบถอนหายใจ

“ท่านพี่ ข้าพักที่เรือนเสี่ยวอิ่นจนชินแล้ว ขอไม่ย้ายไปเรือนฝูหรงนะเจ้าคะ”

เจียงโย่วหนิงครุ่นคิดอยู่นานกว่าจะคิดได้ว่าควรพูดกับเขาอย่างไร

นางก้าวช้าไปครึ่งก้าว ถึงกล้ามองเขาอย่างเปิดเผย

เขาสูงกว่านางไปหนึ่งช่วงศีรษะ สันกรามโครงหน้าชัดเจนเส้นสายลื่นไหล มุมปากเม้มเล็กน้อยอย่างห่างเหิน ราวกับจันทร์บนท้องฟ้า มองเห็นแต่มิอาจเอื้อม

“อยู่เรือนฝูหรงไปนาน ๆ ก็จะชินเอง”

จ้าวหยวนเช่อไพล่มือไปด้านหลังหนึ่งข้าง น้ำเสียงราบเรียบแต่ไม่อนุญาตให้โต้แย้ง

เจียงโย่วหนิงกัดริมฝีปาก ไม่รู้ว่าควรหาข้ออ้างใดมาปฏิเสธอีก

เรือนฝูหรงอยู่ข้างเรือนใหญ่ เป็นใจกลางของหมู่เรือนหลัง

ยามนางจะออกไปทำงานที่โรงหมอ หากพักที่เรือนเล็กสามารถเข้าออกทางประตูตะวันตกเฉียงเหนือ แค่ติดสินบนยายเฒ่าที่เฝ้าประตูก็พอ ไม่มีใครรู้เรื่องนี้มาตลอด

หากพักที่เรือนฝูหรง หนทางยาวไกล คนเยอะพลุกพล่าน จะปิดความลับนี้ไว้ไม่อยู่

เมื่อสามปีก่อน จู่ ๆ อู๋มามาซึ่งเป็นแม่นมของนางก็เป็นอัมพาตติดเตียง ตาเขปากเบี้ยว พูดไม่ได้

อู๋มามาเลี้ยงนางมาจนเติบใหญ่ นางย่อมต้องเลี้ยงดูอีกฝ่ายจนสิ้นอายุขัย

เพราะไม่มีเงินรักษาอู๋มามา นางจึงแอบไปช่วยงานที่โรงหมอ พอได้เงินมาก็สามารถเอาไปซื้อยาให้อู๋มามา หลังเรียนกับหมอมาปีกว่า บัดนี้นางสามารถฝังเข็มให้อู๋มามาเองได้แล้ว

อาการของอู๋มามาในตอนนี้ดีขึ้นกว่าตอนเริ่มป่วยมาก

ขณะที่นางกำลังครุ่นคิด ถนนก็เดินมาจนสุดทาง

จ้าวหยวนเช่อหยุดฝีเท้าตรงประตูเรือนหลังเล็ก

เจียงโย่วหนิงเดินออกจากร่มแล้วหันกลับไปย่อตัวให้จ้าวหยวนเช่อ ตามด้วยก้มหน้ากล่าว “ข้าเป็นอย่างตอนนี้ก็ดีมากแล้ว ต่อไปท่านพี่อย่าลำบากเพราะข้าเลยเจ้าค่ะ”

เมื่อนึกข้ออ้างดี ๆ ไม่ออกจริง ๆ จึงต้องปฏิเสธทั้งอย่างนี้

นางก้มหน้าลง ทั่วทั้งร่างแผ่ซ่านความห่างเหิน เห็นได้ชัดว่าต้องการขีดเส้นแบ่งกับเขา

จ้าวหยวนเช่อก้มหน้ามองนางแต่ไม่ตอบ

เจียงโย่วหนิงถูกเขามองจนรู้สึกอึดอัด ขณะลังเลว่าจะหันหลังจากไปหรือไม่นั้น

พลันได้ยินจ้าวหยวนเช่อกล่าว “ผ้าซับเหงื่อของเจ้าอยู่ที่ข้า จะไปเอาเมื่อใด?”

ใบหน้าเจียงโย่วหนิงร้อนผ่าวทันที ไม่สนอีกว่าจะห่างเหินกับเขาหรือไม่ หันหลังหนีไปทันที

ตอนเช้าลุกลี้ลุกลนกลับมาที่เรือน ถึงได้พบว่าลืมผ้าซับเหงื่อที่ผูกกับเสื้อชั้นในไว้ที่เขา

เขาโยนทิ้งก็สิ้นเรื่อง อยู่ดี ๆ ยังจงใจพูดถึงเรื่องนี้ทำไมกัน?

เจียงโย่วหนิงวิ่งเข้าไปในเรือนหลังเล็ก พลันเห็นเรือนในมีควันลอยขึ้น

สาวใช้ฟู่อวี้ถือพัดใบลาน กำลังเฝ้าเตาเคี่ยวยาอยู่ใต้ทางเดิน

เมื่อเห็นนางเข้ามา ฟู่อวี้จึงรีบลุกขึ้นทำความเคารพ “คุณหนู ท่านกลับมาแล้ว”

เจียงโย่วหนิงสำรวจนางอย่างสงสัย “ทำไมถึงลุกขึ้นมาทำงาน หรือจะกินเหล้าปลอมเข้าไป?”

ตอนนี้นางมีสาวใช้เพียงสองคนคือฟางเฟยกับฟู่อวี้

ฟางเฟยเป็นเด็กที่อู๋มามา แม่นมนางรับมาเลี้ยง ติดตามนางตั้งแต่เด็ก จงรักภักดีกับนาง ผูกพันฉันท์พี่น้อง

ส่วนฟู่อวี้คือเป็นลูกของบ่าวในจวน

หลังคุณหนูตัวจริงอย่างจ้าวเชียนหัวกลับจวน สถานะของเจียงโย่วหนิงในจวนก็ตกต่ำอย่างรวดเร็ว

พวกบ่าวรับใช้มักใหญ่ใฝ่สูง จึงสลายตัวทันที

มีเพียงฟู่อวี้คนเดียวที่อยู่ต่อ

แต่ฟู่อวี้ไม่ทำงาน

เจียงโย่วหนิงเคยแอบสังเกตนาง พบว่านางไม่ใช่คนของนางหาน แต่แค่ขี้เกียจเท่านั้น จึงแล้วแต่นาง

เพราะอย่างไรถ้าไล่ฟู่อวี้ไป นางหานอาจฉวยโอกาสส่งคนมา

วันนี้จู่ ๆ ฟู่อวี้ก็ขยันขึ้นมา จึงน่าประหลาดมาก

“คุณหนูกลับมาแล้ว” ฟางเฟยยิ้มแล้วออกเรือนมาต้อนรับ พร้อมถลึงตาใส่ฟู่อวี้ “ยังต้องให้ท่านซื่อจื่อกลับมาสินะ ถึงจะกำราบบ่าวชั่วบางคนได้”

ฟู่อวี้รีบเอ่ยกับเจียงโย่วหนิง “คุณหนู ข้าสำนึกผิดแล้ว ท่านอย่าฟ้องท่านซื่อจื่อเลยนะเจ้าคะ”

เจียงโย่วหนิงถอดเสื้อตัวนอกออก แล้วก้าวเข้าไปข้างใน “ข้าไม่ได้ว่างขนาดนั้น”

ฟางเฟยรับเสื้อตัวนอกไป

“วันนี้อู๋มามาเป็นอย่างไรบ้าง?”

ปากเจียงโย่วหนิงสอบถาม มือก็ใช้หมอนนุ่มใบหนึ่งรองให้อู๋มามา แล้วนวดแขนให้อีกฝ่าย

“วันนี้กินได้มากหน่อย โจ๊กข้าวฟ่างถ้วยหนึ่งกินหมดเลยเจ้าค่ะ” ฟางเฟยยิ้มพร้อมนวดขาให้อู๋มามา “ตอนข้าพูดกับนางยังรู้จักกะพริบตาตอบข้าด้วยนะเจ้าคะ”

“อย่างนั้นหรือ มามา?”

เจียงโย่วหนิงมองอู๋มามา

อู๋มามากะพริบตาให้นางอย่างลำบาก

เจียงโย่วหนิงอดยิ้มไม่ได้ “ดีขึ้นทุกวันแล้วนะ มามาอย่าใจร้อน ต้องค่อย ๆ ดีขึ้นแน่นอน”

“คุณหนู ทำไมตัวท่านถึงมีกลิ่นหอมของสมุนไพรเจ้าคะ?”

ฟางเฟยถามอย่างไม่วางใจ

“เท้าแพลงน่ะ เลยทายา”

ใบหน้าเจียงโย่วหนิงเริ่มแดงระเรื่ออีกครั้ง

ยาทาของจ้าวหยวนเช่อ กลิ่นสมุนไพรเข้มข้นเกินไปหน่อย

“ตรงไหนเจ้าคะ? ให้ข้าดูหน่อยไหม?”

ฟางเฟยได้ยินพลันเป็นห่วง

เจียงโย่วหนิงจะให้นางดูได้อย่างไร รีบบอกว่า “ไม่เป็นไร อีกไม่กี่วันก็หายแล้ว”

“ข้าจะไปยกน้ำร้อนมาให้ ท่านรีบไปแช่น้ำแล้วพักสักหน่อย ข้าจะเฝ้ามามาเองเจ้าค่ะ”

ฟางเฟยสงสารนาง จึงให้นางรีบไปอาบน้ำพักผ่อน

เมื่อคืนเจียงโย่วหนิงไม่ได้นอนมาทั้งคืน ความปวดเมื่อยทั่วร่างยังอยู่ และเหนื่อยล้าจริง ๆ

หลังฉากกั้น

นางถอดเสื้อผ้า ก้มหน้ามองตัวเอง ความระบมบนร่างกายยังคงอยู่ ฝังลึกเข้ากระดูก ราวกับเสียงที่ยังวนเวียน ไม่จางหายไป

ตั้งแต่กระดูกไหปลาร้าลงไป จนถึงข้อเท้า เต็มไปด้วยรอยจูบเขียวม่วง

จ้าวหยวนเช่อจูบรุนแรงเกินไป

แต่ร่องรอยที่มากมายขนาดนี้กลับไม่ทิ้งไว้บนลำคอของนาง

กลับเป็นนาง ที่กัดเขาเพียงคำเดียว ก็เผยพิรุธออกไปแล้ว

นางแช่ตัวลงในถังอาบน้ำ สองมือวักน้ำสาดใส่ใบหน้าที่ร้อนผ่าว หลังอาบน้ำเสร็จ ร่างกายยิ่งอ่อนล้ากว่าเดิม

ตอนนอนลงบนเตียง ภายในหัวก็ยังคงยุ่งเหยิง นางกอดผ้าห่มแต่สิ่งที่คิดกลับเป็นเรื่องเมื่อคืน ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าใด ถึงได้ผล็อยหลับไป

“คุณหนู เฝิงมามามาเจ้าค่ะ ฮูหยินกั๋วกงเชิญท่านไปรับอาหารเช้า”

เสียงของฟางเฟยดังขึ้น

เจียงโย่วหนิงลืมตามองซ้ายขวา ท้องฟ้าข้างนอกเพิ่งสาง นางหลับตื่นเดียวยันเช้าเลยหรือเนี่ย?

ท่าทางที่นางหยัดกายลุกขึ้นหยุดชะงัก ใบหน้าดวงน้อยขมวดย่น ตรงท้องน้อยยังปวดร้าวอย่างรุนแรง

“คุณหนูปวดเท้าที่แพลงหรือเจ้าคะ?” ฟางเฟยยื่นมือไปประคองนาง “ถ้าอย่างไรข้าจะไปปฏิเสธเฝิงมามา อย่าไปเลยนะเจ้าคะ?”

เจียงโย่วหนิงส่ายหน้า “นาน ๆ ทีกว่าท่านแม่จะเรียกข้า ไม่ไปคงไม่เหมาะ”

นางลุกขึ้นมาล้างหน้าแต่งตัว พอแต่งตัวเรียบร้อย ก็ตามเฝิงมามาไปเรือนใหญ่

เฝิงมามาเปิดประตู “ฮูหยิน คุณหนูเจียงมาแล้วเจ้าค่ะ”

เจียงโย่วหนิงยกชายกระโปรงขึ้น ก้าวข้ามธรณีประตู พอเงยหน้าขึ้นหยุดหายใจทันใด

ร่างที่สูงใหญ่ตรงสง่าเข้าสู่สายตาของนางทันที คิดว่าอีกเดี๋ยวต้องไปว่าราชการแล้ว เขาสวมชุดขุนนางสีแดงสดแขนเล็ก ตรงเอวคาดเข็มขัดหนัง

ใบหน้าหล่อละมุนคู่กับสีแดงร้อนแรง ไม่เพียงไม่แปลกแยกแม้แต่น้อย กลับยิ่งโดดเด่นสะดุดตา

กระทั่งแสงเทียนที่ยังไม่ดับมอดในห้องก็ยังลำเอียงเขา รอบตัวเขาเหมือนปกคลุมด้วยแสงอ่อน ๆ

หัวใจเจียงโย่วหนิงกระตุก จ้าวหยวนเช่อก็อยู่ด้วยหรือเนี่ย

สีหน้าเขาขึงขัง สายตาเย็นชา เหมือนกับในอดีตที่ผ่านมา ไม่แม้แต่จะมองนางสักครั้ง

ยิ่งทำให้รู้สึกว่า ความผิดพลาดในคืนนั้นดั่งความฝันที่วุ่นวาย

เจียงโย่วหนิงก้มหน้าทำความเคารพ “คารวะท่านแม่ คารวะท่านพี่”

เขากับนาง แต่เดิมก็ไม่สนิทกันอยู่แล้ว

นอกจากอุบัติเหตุเรื่องนั้น

นางเคยได้รับอานิสงส์จากเขาไม่น้อย แต่สำหรับเขา ทุกอย่างเป็นไปตามหน้าที่เท่านั้น เพื่อหน้าตาของจวนเจิ้นกั๋วกงเฉย ๆ

เขาไม่เคยสังเกตนาง

จ้าวหยวนเช่อนั่งลง

นางหานยิ้มแล้วเรียก “โย่วหนิง มา มานั่งกับแม่ กินเถอะ ไม่ต้องเกรงใจ”

เจียงโย่วหนิงเดินไปนั่งลง หยิบตะเกียบขึ้นมองเพียงของว่างตรงหน้า ไม่มองจ้าวหยวนเช่ออีกต่อไป

นางเข้าใจเจตนาที่นางหานให้นางมา ก็เพื่อใช้การกระทำบอกจ้าวหยวนเช่อ ว่านางไม่ได้ใจร้ายกับตัวเอง

เมื่อนางหานเงยหน้าก็มองเห็นรอยฟันตรงลำคอจ้าวหยวนเช่อ นางคีบเสี่ยวหลงเปาวางไว้ในจานกระเบื้องสีชมพูใบเล็กตรงหน้าจ้าวหยวนเช่อ “อวี้เหิง สตรีข้างนอกของเจ้าคนนั้น คงไม่ใช่คนดีอะไรกระมัง?”

เจียงโย่วหนิงได้ยินแบบนั้นก็มือกระตุก ขนมพุทราจีนที่คีบอยู่หล่นกลับไปที่จาน ในใจเกิดคลื่นถาโถม

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 228

    นางไม่เพียงกังวลว่านางหานจะย้อนกลับมา ทว่ายังเกรงจะพบพานคนคุ้นเคยจนยากจะอธิบายจ้าวหยวนเช่อประคองใบหน้านางให้หันมาหาตน พลางช่วยจัดปอยผมที่ข้างแก้มให้เข้าที่ ครั้นเห็นนางชะเง้อชะแง้มองด้วยท่าทางมีชีวิตชีวา นัยน์ตาที่ดำขลับพลันปรากฏรอยยิ้มพาดผ่าน“นายท่าน”มีคนผู้หนึ่งเดินมาจากเบื้องหน้าเจียงโย่วหนิงรีบดึงผ้าโปร่งลงมาปิดบังใบหน้าตามสัญชาตญาณ“อย่ากลัวไปเลย เป็นชิงเจี้ยน”จ้าวหยวนเช่อเอ่ยปลอบขวัญนางเจียงโย่วหนิงทอดสายตามองไป ก็พบว่าเป็นชิงเจี้ยนจริง ๆ ในมือของเขายังหิ้วกล่องอาหารใบเล็กมาด้วยชิงเจี้ยนเดินเข้ามาใกล้ คารวะพวกเขาก่อนคราหนึ่ง จากนั้นจึงหยิบถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวใบเล็กออกจากกล่องอาหาร แล้วส่งให้จ้าวหยวนเช่อด้วยสองมือรอจนจ้าวหยวนเช่อรับไปแล้ว เขาจึงก้มหน้าถอยออกไปเจียงโย่วหนิงชะโงกมองเข้าไปในถ้วยใบนั้นขนมหยวนเซียวเนื้อนุ่มนิ่มอวบอ้วนสี่ลูกนอนเบียดกันอยู่ในถ้วย ควันร้อนกรุ่นลอยล่อง คล้ายจะมีกลิ่นหอมหวานโชยออกมาเทศกาลหยวนเซียวต้องกินขนมหยวนเซียว นี่คือธรรมเนียมปฏิบัตินางอดมิได้ที่จะกลืนน้ำลาย ตั้งแต่ออกจากเรือนตอนย่ำค่ำจนถึงยามนี้ เพิ่งจะได้กินถังหูลู่ไปเพีย

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 227

    จ้าวเชียนหัวเบะปาก ในใจรู้สึกริษยาปูตัวนั้นนางยังมิได้ลิ้มรส จวบจนบัดนี้นางก็ยังคงนึกถึงไม่คลาย วันนี้เขายังจะมอบโคมรูปปูให้นางอีก สตรีผู้นั้นดีแต่คอยแย่งชิงของดีของนางไป“เจ้าล่วงรู้ได้อย่างไรว่านางเป็นคนกินปู?”นางหานอดมิได้ที่จะขมวดคิ้วมองนาง“ข้าไปที่เรือนของพี่ใหญ่จึงได้เห็นมาเจ้าค่ะ” จ้าวเชียนหัวเอ่ย “ครานั้น พี่ใหญ่ถึงกับพานางกลับไปพักอยู่ที่เรือนอวี้ชิงด้วยซ้ำ”“เรื่องเกิดขึ้นเมื่อใดกัน เหตุใดเจ้าจึงไม่บอกข้าให้เร็วกว่านี้?”นางหานฟังแล้วโทสะพลุ่งพล่านดังไฟสุมจ้าวหยวนเช่อเหตุใดจึงได้เลอะเลือนถึงเพียงนี้? สตรีผู้หนึ่งต่อให้ดีงามเพียงไรจะดีได้สักแค่ไหนเชียว? ก็เป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่ง เลี้ยงดูทิ้งขว้างประการใดก็ย่อมได้ ไฉนเลยจึงคุ้มค่าให้ต้องทะนุถนอมประคองไว้กลางฝ่ามือถึงเพียงนี้?“ครานั้นข้าก็คิดจะบอกกล่าวแก่ท่านแม่ ทว่าภายหลังกลับลืมเลือนไป” จ้าวเชียนหัวแค่นเสียง “ถึงอย่างไร สตรีผู้นั้นทำให้พี่ใหญ่ลุ่มหลงได้ถึงเพียงนี้ ย่อมมิใช่คนดีอะไรเป็นแน่”หากไม่มีสตรีผู้นั้น ของดีเหล่านี้ของพี่ใหญ่จะไม่ตกเป็นของนางทั้งหมดหรอกหรือ?สตรีผู้นั้นช่างน่ารังเกียจเฉกเช่นเดียวกับเจีย

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 226

    “อวี้เหิง เจ้ามานี่...”นางหานคิดจะดึงจ้าวหยวนเช่อไปพูดคุยที่ด้านข้าง“โคมปูอันนี้ ข้าก็เล็งไว้ก่อนหน้านี้เหมือนกัน คิดไม่ถึงเลยว่า...”ส่วนจ้าวเชียนหัวนั้นเอาแต่จ้องมองเจียงโย่วหนิง แววตาเต็มไปด้วยความใคร่รู้นางอยากรู้เหลือเกินว่าภรรยานอกสมรสของพี่ใหญ่ผู้นี้ จะมีรูปโฉมงดงามปานใดกัน ถึงกับทำให้คนเคร่งครัดในกฎระเบียบอย่างพี่ใหญ่ละทิ้งสายตาผู้คน แล้วประคับประคองไว้กลางฝ่ามือทะนุถนอมถึงเพียงนี้?เจียงโย่วหนิงคว้ามือของจ้าวหยวนเช่อเอาไว้ แล้วสอดประสานสิบนิ้วยามนี้นางหวาดกลัวเหลือเกินว่าเขาจะปล่อยมือนาง ไม่กล้าเผชิญหน้ากับจ้าวเชียนหัวตามลำพังจริง ๆด้วยนิสัยของจ้าวเชียนหัว ขอเพียงจ้าวหยวนเช่อเดินจากไป นางย่อมต้องถอดหมวกคลุมหน้าของอีกฝ่ายเพื่อดูให้แน่ชัดเป็นแน่ไม่กล้าคิดเลยว่าหากจ้าวเชียนหัวพบว่าคนใต้หมวกคลุมหน้าคือนาง สถานการณ์จะวุ่นวายโกลาหลเพียงใด“ท่านแม่มีคำพูดใดก็กล่าวมาตามตรงเถิด”จ้าวหยวนเช่อกุมมือที่ชื้นเหงื่อของเจียงโย่วหนิงไว้แน่น บีบเบา ๆ คล้ายดั่งจะปลอบประโลมหัวใจของเจียงโย่วหนิงเต้นระรัว ปลายจมูกเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อนางหานยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม พินิจพิเคราะห์นางอยู่

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 225

    เจียงโย่วหนิงปรายตามองเนื้อผ้าของเสื้อคลุมตัวนี้ดูประหลาดนัก มีผ้าหลากหลายชนิด ทั้งยังเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยขนาดไม่เท่ากัน คล้ายนำมาเย็บปะติดปะต่อ ทว่าฝีมือการตัดเย็บกลับประณีตบรรจงยิ่งนัก ดูไม่เข้ากับเนื้อผ้าเอาเสียเลยจ้าวหยวนเช่อมิได้อธิบายอันใด เขาหยิบหมวกคลุมหน้าประดับผ้าโปร่งบางอีกใบขึ้นมาสวมลงบนศีรษะของนาง“หากกลัวผู้อื่นมาพบเห็นถึงเพียงนี้ มิสู้ปล่อยข้ากลับไปเถิด”เจียงโย่วหนิงมองลอดหมวกคลุมหน้าไปยังเขาผ้าโปร่งบางบดบังสายตาไปกึ่งหนึ่ง ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาหมดจดของเขาดูเลือนรางไปบ้างนางจึงมิได้หวาดกลัวเขาเท่าใดนักแล้ว“เช่นนั้นก็ถอดออกดีหรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อหันกลับมามองนางเจียงโย่วหนิงรีบก้มหน้าลงทันที พลางเม้มปากแน่นมิเอื้อนเอ่ยสิ่งใดอีกนางหวาดกลัวการถูกผู้อื่นพบเห็นยิ่งกว่าเขาเสียอีกสุดท้ายจ้าวหยวนเช่อก็หยิบโคมไฟออกมาหนึ่งดวง ก่อนจะยัดก้านไม้เล็ก ๆ สำหรับถือโคมใส่มือนางเจียงโย่วหนิงอดมิได้ที่จะมองลอดช่องว่างของหมวกคลุมหน้าเพื่อพินิจโคมไฟดวงนั้นมันคือโคมไฟรูปปูตัวใหญ่สีแดงสดกระดองปูดูสมจริงราวกับมีชีวิต ก้ามปูยังขยับไปมาได้อย่างคล่องแคล่ว ท่าทางชูก้ามอ้าปากร

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 224

    ชิงหลิวอธิบายด้วยความรู้สึกผิดเรื่องที่นายท่านเพิ่งกระทำลงไปกลางตลาดเมื่อครู่ เขายังมิกล้ามองแล้วคุณหนูจะไม่โกรธได้อย่างไร?ทว่า นายท่านเองก็คงจะโกรธมากเช่นกัน ในเมื่อโคมไฟนั่นใต้เท้าตู้เป็นผู้มอบให้คุณหนูแถมคุณหนูยังอาลัยอาวรณ์ไม่ยอมปล่อยมือนายท่านไม่โกรธถึงจะแปลก“เจ้าหยุดรถเดี๋ยวนี้!”เจียงโย่วหนิงเกิดความขุ่นเคืองในใจ จึงเอ่ยปากสั่งเขาจ้าวหยวนเช่อเพิ่งจะแย่งโคมดอกบัวของนางไปเอาใจซูอวิ๋นชิง ยามนี้กลับให้คนพานางไปที่ตลาดอีกไปทำสิ่งใดกัน?ไม่ว่าเขาจะทำสิ่งใด นางก็ไม่ไปเด็ดขาด!“คุณหนู ท่านอย่าโกรธเลยขอรับ ข้าไม่รู้เรื่องอันใด เป็นเพียงผู้รับใช้ทำตามคำสั่ง ท่านอย่าทำให้ข้าลำบากใจเลย...”ชิงหลิวร้องขอความเห็นใจไปพลาง เร่งม้าให้วิ่งเร็วขึ้นไปพลางในใจของเจียงโย่วหนิงยิ่งขุ่นเคืองนัก นางลุกขึ้นชะโงกหน้ามองเบื้องล่าง ก้าวเท้าออกจากรถม้าแล้วกระโดดลงไปยามนี้มาถึงบริเวณที่มีผู้คนสัญจรพลุกพล่าน รถม้าจึงวิ่งไม่เร็วนักนางกระโดดลงไปย่อมไม่เป็นอันตรายจ้าวหยวนเช่อเห็นนางเป็นสิ่งของไร้ค่าอันใดกัน ถึงได้ทำตามอำเภอใจ นึกอยากรังแกก็รังแก นึกอยากให้มาตลาดก็บังคับให้มาแต่นางไม่

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 223

    แผ่นหลังบอบบางแลดูอ้างว้างน่าเวทนา ราวกับสูญเสียที่พึ่งพิงไปในชั่วพริบตา ถูกสูบเรี่ยวแรงและจิตวิญญาณไปจนสิ้น“พี่หญิงเจียง...”จ้าวเยว่ไป๋รีบวิ่งตามไป ก่อนจะหันขวับกลับมาแอบถลึงตาใส่ซูอวิ๋นชิงและพี่ใหญ่ของตนเองซูอวิ๋นชิงช่างร้ายกาจนัก พี่ใหญ่ก็เลวทราม! ภายนอกร่ำลือกันว่าพี่ใหญ่เป็นผู้ที่เที่ยงธรรมที่สุดในเมืองหลวง ทว่าการกระทำกลับไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย!“ขอบคุณซื่อจื่อเจ้าค่ะ”ซูอวิ๋นชิงรับโคมไฟมาจากมือของจ้าวหยวนเช่อ ปรายตามองแผ่นหลังของเจียงโย่วหนิงที่เดินจากไป ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเจิดจ้าครานี้เจียงโย่วหนิงคงประจักษ์แล้วกระมัง ว่าในสายตาของจ้าวหยวนเช่อนั้นผู้ใดสำคัญกว่ากัน? ช่างไม่เจียมตัวเอาเสียเลย ความคิดเล็กคิดน้อยที่ไม่ควรมีเหล่านั้น เจียงโย่วหนิงควรจะรีบเก็บพับไปเสียแต่เนิ่น ๆจ้าวหยวนเช่อเพียงแต่นิ่งเงียบไม่พูดจา“พี่หญิงเจียง ท่านอย่าได้โกรธเคืองไปเลย ข้ามอบโคมไฟลูกท้อให้ท่านดีหรือไม่?”จ้าวเยว่ไป๋ประคองโคมไฟลูกท้อสุดหวงแหนของตนไปตรงหน้าเจียงโย่วหนิง“ข้าไม่เอา เจ้าเล่นเถิด”เจียงโย่วหนิงคลี่ยิ้มบาง ๆ ทำทีประหนึ่งไม่มีอันใดเกิดขึ้น ทว่ากลับต้องข่มความปวดหนึบในใจ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 20

    หลังจากเจียงโย่วหนิงรับปาก ก็คิดจะลุกขึ้นแล้วขอตัวนางหานลุกขึ้นแล้วหยิบเครื่องประดับสองสามชิ้นออกมา “เจียงโย่วหนิงเป็นผู้หญิงที่คนแรกในครอบครัวพวกเราที่ไปดูตัว เลือกมาสักชิ้นไว้ใส่พรุ่งนี้เถิด”เจียงโยว่หนิงหลุบตามองปิ่นปักผมที่อยู่บนโต๊ะ กล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ที่เรือนของข้ามี”

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 18

    หวังเยี่ยนหลิงร้องไห้อย่างน่าเวทนา คิดว่าคงล้มลงมาอย่างแรงจ้าวหยวนเช่อลงมาจากม้า ทุกคนก็ลงจากม้าตามเขาด้วยเจียงโย่วหนิงก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง นางรู้วิชาแพทย์เล็กน้อย เดิมทีคิดจะไปข้างหน้าเพื่อดูตรวจดูทว่าคิดอยู่ชั่วครู่ สุดท้ายก็ชะงักฝีเท้าหวังเยี่ยนหลิงคงไม่เชื่อนาง หากนางไปเร็วเกินไป ในทา

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 8

    “ไม่กลัวถูกขังในศาลบรรพบุรุษ แล้วกลัวไม้ตีมือหรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อมือไพล่หลังเดินออกมาจากหลังฉากกั้น ดวงตาใสกระจ่างจ้องจ้าวเชียนหัว แววตาแผ่ซ่านความเยือกเย็น“ท่านซื่อจื่อ!”สาวใช้บ่าวหญิงเฒ่าคุกเข่าเต็มพื้นเจียงโย่วหนิงหน้าซีดจ้องมองจ้าวหยวนเช่อ ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้เขาจะไม่อยู่ในต

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 7

    เจียงโย่วหนิงไม่มีเวลาคิดว่าเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ยื่นมือคิดจะปิดประตูแล้ววิ่งหนี แต่ช่วยไม่ได้ขาสองข้างไม่เอาไหน ไม่ฟังคำสั่งนางสักนิด ก้าวไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียว“เข้ามา”จ้าวหยวนเช่อไม่หันหลัง แต่เหมือนมองเห็นการกระทำของนางเจียงโย่วหนิงกลัวถูกคนจับได้ เลยก้มหน้าเดินเข้าห้องด้านใน แล้วถามเสียง

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status