Partager

บทที่ 3

Auteur: มู่เฉิงซินสวี่
เมื่อเดินตามร่างสูงใหญ่ของจ้าวหยวนเช่อที่อยู่ข้างหน้าออกจากศาลบรรพบุรุษ นางถึงพบว่าด้านนอกฝนตกแล้ว

ฝนพรำโปรยปราย ความเปียกชื้นที่เจือความเย็นพัดมา ทำให้นางอดตัวสั่นไม่ได้

“นายท่าน”

ด้านข้าง ชิงเจี้ยนที่ติดตามจ้าวหยวนเช่อมาหลายปียื่นร่มกระดาษไขให้คันหนึ่ง

จ้าวหยวนเช่อกางร่มออก ปรายตาส่งสัญญาณให้เจียงโย่วหนิงตามมา

ฝีเท้าเจียงโย่วหนิงลังเล

“คุณหนูเจียง นายท่านจะไปส่งท่านขอรับ” ชิงเจี้ยนยิ้มบอก

“ขอบคุณท่านพี่เจ้าค่ะ”

เจียงโย่วหนิงนึกได้ว่ามีเรื่องต้องคุยกับจ้าวหยวนเช่อ จึงหลุบตาแล้วทำความเคารพเขา ก่อนจะตามย่างเท้าของเขาไป

ชิงเจี้ยนมองทั้งสองคนกางร่มเดินอยู่กลางฝนพรำ แผ่นหลังสมกัน ราวกับภาพวาดหมึกดำชั้นดี เขาส่ายหน้าแล้วลอบถอนหายใจ

“ท่านพี่ ข้าพักที่เรือนเสี่ยวอิ่นจนชินแล้ว ขอไม่ย้ายไปเรือนฝูหรงนะเจ้าคะ”

เจียงโย่วหนิงครุ่นคิดอยู่นานกว่าจะคิดได้ว่าควรพูดกับเขาอย่างไร

นางก้าวช้าไปครึ่งก้าว ถึงกล้ามองเขาอย่างเปิดเผย

เขาสูงกว่านางไปหนึ่งช่วงศีรษะ สันกรามโครงหน้าชัดเจนเส้นสายลื่นไหล มุมปากเม้มเล็กน้อยอย่างห่างเหิน ราวกับจันทร์บนท้องฟ้า มองเห็นแต่มิอาจเอื้อม

“อยู่เรือนฝูหรงไปนาน ๆ ก็จะชินเอง”

จ้าวหยวนเช่อไพล่มือไปด้านหลังหนึ่งข้าง น้ำเสียงราบเรียบแต่ไม่อนุญาตให้โต้แย้ง

เจียงโย่วหนิงกัดริมฝีปาก ไม่รู้ว่าควรหาข้ออ้างใดมาปฏิเสธอีก

เรือนฝูหรงอยู่ข้างเรือนใหญ่ เป็นใจกลางของหมู่เรือนหลัง

ยามนางจะออกไปทำงานที่โรงหมอ หากพักที่เรือนเล็กสามารถเข้าออกทางประตูตะวันตกเฉียงเหนือ แค่ติดสินบนยายเฒ่าที่เฝ้าประตูก็พอ ไม่มีใครรู้เรื่องนี้มาตลอด

หากพักที่เรือนฝูหรง หนทางยาวไกล คนเยอะพลุกพล่าน จะปิดความลับนี้ไว้ไม่อยู่

เมื่อสามปีก่อน จู่ ๆ อู๋มามาซึ่งเป็นแม่นมของนางก็เป็นอัมพาตติดเตียง ตาเขปากเบี้ยว พูดไม่ได้

อู๋มามาเลี้ยงนางมาจนเติบใหญ่ นางย่อมต้องเลี้ยงดูอีกฝ่ายจนสิ้นอายุขัย

เพราะไม่มีเงินรักษาอู๋มามา นางจึงแอบไปช่วยงานที่โรงหมอ พอได้เงินมาก็สามารถเอาไปซื้อยาให้อู๋มามา หลังเรียนกับหมอมาปีกว่า บัดนี้นางสามารถฝังเข็มให้อู๋มามาเองได้แล้ว

อาการของอู๋มามาในตอนนี้ดีขึ้นกว่าตอนเริ่มป่วยมาก

ขณะที่นางกำลังครุ่นคิด ถนนก็เดินมาจนสุดทาง

จ้าวหยวนเช่อหยุดฝีเท้าตรงประตูเรือนหลังเล็ก

เจียงโย่วหนิงเดินออกจากร่มแล้วหันกลับไปย่อตัวให้จ้าวหยวนเช่อ ตามด้วยก้มหน้ากล่าว “ข้าเป็นอย่างตอนนี้ก็ดีมากแล้ว ต่อไปท่านพี่อย่าลำบากเพราะข้าเลยเจ้าค่ะ”

เมื่อนึกข้ออ้างดี ๆ ไม่ออกจริง ๆ จึงต้องปฏิเสธทั้งอย่างนี้

นางก้มหน้าลง ทั่วทั้งร่างแผ่ซ่านความห่างเหิน เห็นได้ชัดว่าต้องการขีดเส้นแบ่งกับเขา

จ้าวหยวนเช่อก้มหน้ามองนางแต่ไม่ตอบ

เจียงโย่วหนิงถูกเขามองจนรู้สึกอึดอัด ขณะลังเลว่าจะหันหลังจากไปหรือไม่นั้น

พลันได้ยินจ้าวหยวนเช่อกล่าว “ผ้าซับเหงื่อของเจ้าอยู่ที่ข้า จะไปเอาเมื่อใด?”

ใบหน้าเจียงโย่วหนิงร้อนผ่าวทันที ไม่สนอีกว่าจะห่างเหินกับเขาหรือไม่ หันหลังหนีไปทันที

ตอนเช้าลุกลี้ลุกลนกลับมาที่เรือน ถึงได้พบว่าลืมผ้าซับเหงื่อที่ผูกกับเสื้อชั้นในไว้ที่เขา

เขาโยนทิ้งก็สิ้นเรื่อง อยู่ดี ๆ ยังจงใจพูดถึงเรื่องนี้ทำไมกัน?

เจียงโย่วหนิงวิ่งเข้าไปในเรือนหลังเล็ก พลันเห็นเรือนในมีควันลอยขึ้น

สาวใช้ฟู่อวี้ถือพัดใบลาน กำลังเฝ้าเตาเคี่ยวยาอยู่ใต้ทางเดิน

เมื่อเห็นนางเข้ามา ฟู่อวี้จึงรีบลุกขึ้นทำความเคารพ “คุณหนู ท่านกลับมาแล้ว”

เจียงโย่วหนิงสำรวจนางอย่างสงสัย “ทำไมถึงลุกขึ้นมาทำงาน หรือจะกินเหล้าปลอมเข้าไป?”

ตอนนี้นางมีสาวใช้เพียงสองคนคือฟางเฟยกับฟู่อวี้

ฟางเฟยเป็นเด็กที่อู๋มามา แม่นมนางรับมาเลี้ยง ติดตามนางตั้งแต่เด็ก จงรักภักดีกับนาง ผูกพันฉันท์พี่น้อง

ส่วนฟู่อวี้คือเป็นลูกของบ่าวในจวน

หลังคุณหนูตัวจริงอย่างจ้าวเชียนหัวกลับจวน สถานะของเจียงโย่วหนิงในจวนก็ตกต่ำอย่างรวดเร็ว

พวกบ่าวรับใช้มักใหญ่ใฝ่สูง จึงสลายตัวทันที

มีเพียงฟู่อวี้คนเดียวที่อยู่ต่อ

แต่ฟู่อวี้ไม่ทำงาน

เจียงโย่วหนิงเคยแอบสังเกตนาง พบว่านางไม่ใช่คนของนางหาน แต่แค่ขี้เกียจเท่านั้น จึงแล้วแต่นาง

เพราะอย่างไรถ้าไล่ฟู่อวี้ไป นางหานอาจฉวยโอกาสส่งคนมา

วันนี้จู่ ๆ ฟู่อวี้ก็ขยันขึ้นมา จึงน่าประหลาดมาก

“คุณหนูกลับมาแล้ว” ฟางเฟยยิ้มแล้วออกเรือนมาต้อนรับ พร้อมถลึงตาใส่ฟู่อวี้ “ยังต้องให้ท่านซื่อจื่อกลับมาสินะ ถึงจะกำราบบ่าวชั่วบางคนได้”

ฟู่อวี้รีบเอ่ยกับเจียงโย่วหนิง “คุณหนู ข้าสำนึกผิดแล้ว ท่านอย่าฟ้องท่านซื่อจื่อเลยนะเจ้าคะ”

เจียงโย่วหนิงถอดเสื้อตัวนอกออก แล้วก้าวเข้าไปข้างใน “ข้าไม่ได้ว่างขนาดนั้น”

ฟางเฟยรับเสื้อตัวนอกไป

“วันนี้อู๋มามาเป็นอย่างไรบ้าง?”

ปากเจียงโย่วหนิงสอบถาม มือก็ใช้หมอนนุ่มใบหนึ่งรองให้อู๋มามา แล้วนวดแขนให้อีกฝ่าย

“วันนี้กินได้มากหน่อย โจ๊กข้าวฟ่างถ้วยหนึ่งกินหมดเลยเจ้าค่ะ” ฟางเฟยยิ้มพร้อมนวดขาให้อู๋มามา “ตอนข้าพูดกับนางยังรู้จักกะพริบตาตอบข้าด้วยนะเจ้าคะ”

“อย่างนั้นหรือ มามา?”

เจียงโย่วหนิงมองอู๋มามา

อู๋มามากะพริบตาให้นางอย่างลำบาก

เจียงโย่วหนิงอดยิ้มไม่ได้ “ดีขึ้นทุกวันแล้วนะ มามาอย่าใจร้อน ต้องค่อย ๆ ดีขึ้นแน่นอน”

“คุณหนู ทำไมตัวท่านถึงมีกลิ่นหอมของสมุนไพรเจ้าคะ?”

ฟางเฟยถามอย่างไม่วางใจ

“เท้าแพลงน่ะ เลยทายา”

ใบหน้าเจียงโย่วหนิงเริ่มแดงระเรื่ออีกครั้ง

ยาทาของจ้าวหยวนเช่อ กลิ่นสมุนไพรเข้มข้นเกินไปหน่อย

“ตรงไหนเจ้าคะ? ให้ข้าดูหน่อยไหม?”

ฟางเฟยได้ยินพลันเป็นห่วง

เจียงโย่วหนิงจะให้นางดูได้อย่างไร รีบบอกว่า “ไม่เป็นไร อีกไม่กี่วันก็หายแล้ว”

“ข้าจะไปยกน้ำร้อนมาให้ ท่านรีบไปแช่น้ำแล้วพักสักหน่อย ข้าจะเฝ้ามามาเองเจ้าค่ะ”

ฟางเฟยสงสารนาง จึงให้นางรีบไปอาบน้ำพักผ่อน

เมื่อคืนเจียงโย่วหนิงไม่ได้นอนมาทั้งคืน ความปวดเมื่อยทั่วร่างยังอยู่ และเหนื่อยล้าจริง ๆ

หลังฉากกั้น

นางถอดเสื้อผ้า ก้มหน้ามองตัวเอง ความระบมบนร่างกายยังคงอยู่ ฝังลึกเข้ากระดูก ราวกับเสียงที่ยังวนเวียน ไม่จางหายไป

ตั้งแต่กระดูกไหปลาร้าลงไป จนถึงข้อเท้า เต็มไปด้วยรอยจูบเขียวม่วง

จ้าวหยวนเช่อจูบรุนแรงเกินไป

แต่ร่องรอยที่มากมายขนาดนี้กลับไม่ทิ้งไว้บนลำคอของนาง

กลับเป็นนาง ที่กัดเขาเพียงคำเดียว ก็เผยพิรุธออกไปแล้ว

นางแช่ตัวลงในถังอาบน้ำ สองมือวักน้ำสาดใส่ใบหน้าที่ร้อนผ่าว หลังอาบน้ำเสร็จ ร่างกายยิ่งอ่อนล้ากว่าเดิม

ตอนนอนลงบนเตียง ภายในหัวก็ยังคงยุ่งเหยิง นางกอดผ้าห่มแต่สิ่งที่คิดกลับเป็นเรื่องเมื่อคืน ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าใด ถึงได้ผล็อยหลับไป

“คุณหนู เฝิงมามามาเจ้าค่ะ ฮูหยินกั๋วกงเชิญท่านไปรับอาหารเช้า”

เสียงของฟางเฟยดังขึ้น

เจียงโย่วหนิงลืมตามองซ้ายขวา ท้องฟ้าข้างนอกเพิ่งสาง นางหลับตื่นเดียวยันเช้าเลยหรือเนี่ย?

ท่าทางที่นางหยัดกายลุกขึ้นหยุดชะงัก ใบหน้าดวงน้อยขมวดย่น ตรงท้องน้อยยังปวดร้าวอย่างรุนแรง

“คุณหนูปวดเท้าที่แพลงหรือเจ้าคะ?” ฟางเฟยยื่นมือไปประคองนาง “ถ้าอย่างไรข้าจะไปปฏิเสธเฝิงมามา อย่าไปเลยนะเจ้าคะ?”

เจียงโย่วหนิงส่ายหน้า “นาน ๆ ทีกว่าท่านแม่จะเรียกข้า ไม่ไปคงไม่เหมาะ”

นางลุกขึ้นมาล้างหน้าแต่งตัว พอแต่งตัวเรียบร้อย ก็ตามเฝิงมามาไปเรือนใหญ่

เฝิงมามาเปิดประตู “ฮูหยิน คุณหนูเจียงมาแล้วเจ้าค่ะ”

เจียงโย่วหนิงยกชายกระโปรงขึ้น ก้าวข้ามธรณีประตู พอเงยหน้าขึ้นหยุดหายใจทันใด

ร่างที่สูงใหญ่ตรงสง่าเข้าสู่สายตาของนางทันที คิดว่าอีกเดี๋ยวต้องไปว่าราชการแล้ว เขาสวมชุดขุนนางสีแดงสดแขนเล็ก ตรงเอวคาดเข็มขัดหนัง

ใบหน้าหล่อละมุนคู่กับสีแดงร้อนแรง ไม่เพียงไม่แปลกแยกแม้แต่น้อย กลับยิ่งโดดเด่นสะดุดตา

กระทั่งแสงเทียนที่ยังไม่ดับมอดในห้องก็ยังลำเอียงเขา รอบตัวเขาเหมือนปกคลุมด้วยแสงอ่อน ๆ

หัวใจเจียงโย่วหนิงกระตุก จ้าวหยวนเช่อก็อยู่ด้วยหรือเนี่ย

สีหน้าเขาขึงขัง สายตาเย็นชา เหมือนกับในอดีตที่ผ่านมา ไม่แม้แต่จะมองนางสักครั้ง

ยิ่งทำให้รู้สึกว่า ความผิดพลาดในคืนนั้นดั่งความฝันที่วุ่นวาย

เจียงโย่วหนิงก้มหน้าทำความเคารพ “คารวะท่านแม่ คารวะท่านพี่”

เขากับนาง แต่เดิมก็ไม่สนิทกันอยู่แล้ว

นอกจากอุบัติเหตุเรื่องนั้น

นางเคยได้รับอานิสงส์จากเขาไม่น้อย แต่สำหรับเขา ทุกอย่างเป็นไปตามหน้าที่เท่านั้น เพื่อหน้าตาของจวนเจิ้นกั๋วกงเฉย ๆ

เขาไม่เคยสังเกตนาง

จ้าวหยวนเช่อนั่งลง

นางหานยิ้มแล้วเรียก “โย่วหนิง มา มานั่งกับแม่ กินเถอะ ไม่ต้องเกรงใจ”

เจียงโย่วหนิงเดินไปนั่งลง หยิบตะเกียบขึ้นมองเพียงของว่างตรงหน้า ไม่มองจ้าวหยวนเช่ออีกต่อไป

นางเข้าใจเจตนาที่นางหานให้นางมา ก็เพื่อใช้การกระทำบอกจ้าวหยวนเช่อ ว่านางไม่ได้ใจร้ายกับตัวเอง

เมื่อนางหานเงยหน้าก็มองเห็นรอยฟันตรงลำคอจ้าวหยวนเช่อ นางคีบเสี่ยวหลงเปาวางไว้ในจานกระเบื้องสีชมพูใบเล็กตรงหน้าจ้าวหยวนเช่อ “อวี้เหิง สตรีข้างนอกของเจ้าคนนั้น คงไม่ใช่คนดีอะไรกระมัง?”

เจียงโย่วหนิงได้ยินแบบนั้นก็มือกระตุก ขนมพุทราจีนที่คีบอยู่หล่นกลับไปที่จาน ในใจเกิดคลื่นถาโถม

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 236

    “นายท่านของท่านไม่อนุญาตให้ท่านออกมาใช่หรือไม่?”เจียงโย่วหนิงเอียงคอพิจารณาเขา พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบานางคิดมาตลอดว่า เซี่ยหวยอวี่คงไปรับใช้ในจวนของขุนนางผู้ใหญ่ท่านใดในราชสำนัก ดูจากการแต่งกายของเขา อย่างน้อยก็ต้องเป็นจวนอัครมหาเสนาบดีชาติตระกูลสูงส่งถึงเพียงนั้น กฎระเบียบในจวนจะเคร่งครัดมากมายก็เป็นเรื่องธรรมดานางจึงมิได้เกิดความระแวงสงสัยอันใด“อืม ก็นับว่าใช่กระมัง” เซี่ยหวยอวี่ขยับเข้าไปใกล้เล็กน้อย ยกมุมปากขึ้น รอยยิ้มชวนให้ผู้คนหวั่นไหว “เจ้าตามหาข้ามีเรื่องอันใดหรือ?”“ข้า...”เจียงโย่วหนิงไม่ค่อยคุ้นชินกับการที่เขาขยับมาใกล้ชิดถึงเพียงนี้ จึงถอยหลังหลบเล็กน้อย รู้สึกกระดากอายเกินกว่าจะเอ่ยปาก“เจ้าทำไมหรือ? พูดมาตามตรงเถิด ขอเพียงเป็นเรื่องที่ข้าทำได้ ย่อมต้องช่วยเหลือเจ้าอย่างแน่นอน งานของข้าในยามนี้ ก็นับว่าเป็นผู้มีอำนาจบารมีอยู่บ้างแล้ว”เซี่ยหวยอวี่รวบรัดยอมรับเรื่องที่ตนรับใช้ในจวนของบุคคลสำคัญท่านหนึ่งไปเสียเลย“คือว่า...ยามนี้ข้าจำเป็นต้องใช้เงิน...”เจียงโย่วหนิงก้มหน้าลง น้ำเสียงแผ่วเบาราวกับยุงบินในครานั้น เป็นนางเองที่เสนอตัวให้เซี่ยหวยอวี่ย

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 235

    เอ่ยคำเหล่านี้ออกมา ก็เพื่อดับความโอหังของเจียงโย่วหนิง ให้นางยอมไปเป็นอนุที่จวนรุ่ยอ๋องแต่โดยดี มิใช่เอาแต่เพ้อฝันลม ๆ แล้ง ๆ“ข้าทราบแล้ว”เจียงโย่วหนิงพยักหน้ารับคำ มองดูเฝิงมามาเดินจากไป ใบหน้าก็ค่อย ๆ ซีดเผือดลง“คุณหนู ไม่เป็นไรใช่หรือไม่เจ้าคะ?”ฟางเฟยมองนางด้วยความห่วงใย แววตาเปี่ยมไปด้วยความปวดใจ“ข้าจะเป็นอันใดได้เล่า?”เจียงโย่วหนิงส่งยิ้มให้นาง ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าเรือน กลางอกรู้สึกปวดหนึบ กระเพาะอาหารคล้ายกับบีบรัดตามไปด้วยจนรู้สึกอยากอาเจียนเล็กน้อยฟางเฟยส่ายหน้าพลางทอดถอนใจคุณหนูมักจะเป็นเช่นนี้เสมอ กลืนกินทุกความขมขื่นปวดร้าวลงสู่ท้อง ไม่เคยยอมปริปากบอกกล่าวผู้ใดแม้แต่ครึ่งคำเก็บงำเอาไว้ในใจเช่นนี้ตลอดไป คงได้ล้มหมอนนอนเสื่อเป็นแน่……งานเลี้ยงในวังหลวงจัดขึ้นที่หอเซิงผิงจากชั้นสองสามารถมองเห็นอุทยานหลวงได้ทั่วทั้งบริเวณทว่า ยามนี้เป็นเวลาค่ำคืน จึงมองเห็นเพียงแสงตะเกียงที่จุดสว่างไสวตามจุดต่าง ๆ ในอุทยานเท่านั้นเจียงโย่วหนิงเดินตามหลังนางหานและจ้าวเชียนหัว มิกล้าสอดส่ายสายตามองไปรอบ ๆ อย่างพลการฮ่องเต้ยังเสด็จมาไม่ถึงนางหานกำลังทักทายปราศรั

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 234

    ทว่าฝีมือการเกล้าผมของนางมิได้เรื่องนัก จึงทำได้เพียงเกล้ามวยต่ำแบบเรียบง่ายที่สุดเท่านั้นแต่นางก็มิได้ใส่ใจเท่าใดนัก ขอเพียงมิได้ดูแปลกประหลาดจนสะดุดตาผู้คนก็พอแล้ว“คุณหนูจะไปที่ใดเจ้าคะ?”ฟู่อวี้เอ่ยถามนางจากเบื้องหลัง“ไปหาเซี่ยหวยอวี่”เจียงโย่วหนิงตอบนางขณะที่มือยังคงวุ่นวายอยู่“ท่านอย่าไปเลยเจ้าค่ะ และก็ไปเยี่ยมอู๋มามามิได้ด้วย”ฟู่อวี้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ทว่าก็ยังคงเอ่ยออกมาคุณหนูเคยช่วยชีวิตนางเอาไว้ นางตั้งใจแน่วแน่แล้วว่าจะจงรักภักดีต่อคุณหนู เช่นนั้นก็ต้องทำให้ได้ดั่งที่คิดส่วนทางด้านนายท่านนั้น นางไม่อาจสนใจได้อีกแล้ว“เหตุใดกัน?”เจียงโย่วหนิงหันกลับไปมองนางด้วยความงุนงง“เมื่อวานซื่อจื่อส่งคนมาอารักขาท่านที่หน้าประตู หากท่านออกไป พวกเขาจะคอยตามติดเจ้าค่ะ”ฟู่อวี้อธิบายเจียงโย่วหนิงพลันกระจ่างแจ้ง นางมองอีกฝ่ายแล้วเอ่ยด้วยความจริงใจว่า “ขอบใจเจ้ามาก”ฟู่อวี้ถูกจ้าวหยวนเช่อซื้อตัวไปแล้ว แต่ยังอุตส่าห์ยอมพูดความจริงกับนางช่างเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่งนักหากคนของจ้าวหยวนเช่อคอยตามติด นางย่อมไปพบอู๋มามามิได้ มิเช่นนั้นแผนการหลบหนีของนางย่อมถูกจับได้เขา

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 233

    เจียงโย่วหนิงพิงร่างกับกำแพงริมประตู ค่อย ๆ หลับตาลงแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกเรื่องราวล้วนเป็นนางหานที่ก่อขึ้น และซูอวิ๋นชิงเป็นผู้ส่งคนมาลงมือนางมิต้องไตร่ตรองให้มากความก็รู้ได้ว่า จ้าวหยวนเช่อย่อมไม่มีทางเอาผิดพวกนางอย่างแน่นอนนางหานคือมารดาของเขา เขาไม่อาจไต่สวนเอาความได้ซูอวิ๋นชิงคือสตรีที่เขารักใคร่ ทั้งยังเป็นภรรยาที่เขากำลังจะแต่งเข้าเรือน เขายิ่งไม่มีทางแตะต้องนางแม้แต่น้อยนางขบเม้มริมฝีปาก ข่มความปวดร้าวในก้นบึ้งหัวใจลงไปโชคดีที่ครานี้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บคือตัวเขาเอง เขาจะไม่เอาความก็เป็นเรื่องของเขา มิได้เกี่ยวอันใดกับนางและแล้ว หลังจากความเงียบงันเนิ่นนาน นางก็ได้ยินจ้าวหยวนเช่อเอ่ยออกมาสองคำ“ปล่อยไป”เจียงโย่วหนิงแค่นยิ้มรันทด แม้จะรู้อยู่ก่อนแล้วว่าต้องเป็นเช่นนี้ ทว่ายามได้ยินคำพูดของเขา นางก็ยังรู้สึกราวกับถูกคนสาดน้ำเย็นจัดรดศีรษะในฤดูเหมันต์ หนาวเหน็บไปตั้งแต่หัวจรดเท้านางคิดไม่ผิด สิ่งต่าง ๆ ที่เขาทำเพื่อนาง ล้วนเป็นเพียงการแสวงหาความตื่นเต้นเร้าใจ เขามีเพียงตัณหาราคะต่อนาง หาได้มีความปรารถนาดีแม้แต่น้อยเมื่อครู่นางช่างหน้ามืดตามัว เลอะเลือนไปแล้วจริง

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 232

    ภายในห้องนอนเงียบสงัดแสงสีเหลืองนวลสาดส่องใบหน้าหล่อเหลาเกลี้ยงเกลาของจ้าวหยวนเช่อ ความห้าวหาญดุดันของชายหนุ่มถูกแสงเทียนอาบย้อมจนดูอ่อนโยนลงอย่างหาได้ยาก หางตาเจือสีแดงระเรื่อจาง ๆ ขนตายาวทอดเงาเป็นแพหนา เขาทอดสายตามองนาง นัยน์ตาสีดำขลับมีระลอกคลื่นสีเข้มซัดสาดแววตาของเขาร้อนแรงเกินไป ราวกับเปลวเพลิงที่แผดเผาใบหน้าของเจียงโย่วหนิงร้อนผ่าว หัวใจสั่นสะท้านดั่งรัวกลอง กลิ่นหอมของโกฐชฎามังสีผสานกับกลิ่นยาโชยมาตลบอบอวล ราวกับตาข่ายที่มองไม่เห็นครอบคลุมกักขังร่างนางเอาไว้จนแทบหายใจไม่ออกนางเบิกตากว้างที่เคลือบแคลงไปด้วยม่านหมอก ศีรษะวิงเวียนตาลาย มองดูเขาที่ก้มหน้าลงมาอีกครั้ง วงหน้าหล่อเหลาดั่งภาพวาดค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้ในหัวเหลือสติสัมปชัญญะเพียงน้อยนิด นางเกร็งร่างแน่น หันหน้าหลบเขาตามสัญชาตญาณดูเหมือนจะทำเช่นนี้มิได้…“นายท่าน มือสังหารผู้นั้นยอมสารภาพแล้วขอรับ”ด้านนอกพลันมีเสียงของชิงเจี้ยนดังขึ้นมาริมฝีปากที่เกือบจะสัมผัสกันทำให้รู้สึกจั๊กจี้ เจียงโย่วหนิงขนลุกซู่ไปทั้งตัว พอได้ยินเสียงของชิงเจี้ยนอย่างกะทันหันก็สะดุ้งตกใจ ราวกับเพิ่งตื่นจากภวังค์แววตาของจ้าวหยวนเช่

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 231

    ขนตายาวของเจียงโย่วหนิงเปียกชุ่มจนจับตัวเป็นก้อนด้วยหยาดน้ำตา หลุบต่ำลงอย่างน่าสงสาร“อย่าได้เอาแต่ร้องไห้ น้ำตาคือสิ่งที่ไร้ค่าที่สุดในใต้หล้า”จ้าวหยวนเช่อทอดมองนาง นัยน์ตาดำขลับซุกซ่อนความเวทนาสงสารเอาไว้หลายส่วน“อืม”เจียงโย่วหนิงขบเม้มริมฝีปากพลางพยักหน้าสิ่งที่เขาเคยสั่งสอนก่อนหน้านี้ นางจดจำได้แล้วนางพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ร้องไห้ออกมา เพียงแต่บางคราก็สุดจะกลั้นไว้ได้จริง ๆ“คิดจะปล่อยข้าทิ้งไว้เช่นนี้ตลอดไปหรือ?”จ้าวหยวนเช่อเอียงศีรษะมองบาดแผลบนหัวไหล่ของตนเองเจียงโย่วหนิงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า บาดแผลของเขายังมิได้ใส่ยาและพันแผลนางรีบขยับกายลุกขึ้น“อยู่เช่นนี้ก็ใส่ยาได้”จ้าวหยวนเช่อกดรั้งตัวนางเอาไว้อีกคราเจียงโย่วหนิงลังเลเล็กน้อย หยิบขวดยาแล้วขยับเข้าไปใส่ยาให้เขาช่างเถิด ในเมื่อเขาได้รับบาดเจ็บ ก็ตามใจเขาเสียหน่อยแล้วกันเสื้อผ้าของเขาเปิดอ้าออกครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นลาดไหล่กว้างขาวซีดนางนั่งอยู่บนตักของเขา คอยใส่ยาให้จากทางด้านหน้า จึงหลีกเลี่ยงมิได้ที่จะต้องโอบรอบลำคอของเขา ในยามหายใจ ล้วนได้กลิ่นหอมของโกฐชฎามังสีบนกายเขาผสมผสานกับกลิ่นยา นางตั้งสมาธิจ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 7

    เจียงโย่วหนิงไม่มีเวลาคิดว่าเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ยื่นมือคิดจะปิดประตูแล้ววิ่งหนี แต่ช่วยไม่ได้ขาสองข้างไม่เอาไหน ไม่ฟังคำสั่งนางสักนิด ก้าวไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียว“เข้ามา”จ้าวหยวนเช่อไม่หันหลัง แต่เหมือนมองเห็นการกระทำของนางเจียงโย่วหนิงกลัวถูกคนจับได้ เลยก้มหน้าเดินเข้าห้องด้านใน แล้วถามเสียง

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 6

    “เจ้าช่างมีน้ำใจ มานั่งกับข้าตรงนี้มา”นางหานยิ้มพร้อมกวักมือเรียกเจียงโย่วหนิง ส่งสัญญาณให้นางมานั่งลงข้างตัวเองตอนนี้อยู่ข้างนอก ต้องดีกับเจียงโย่วหนิงหน่อย จะได้สร้างชื่อเสียงดีงามให้ตัวเองด้วยเจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย แล้วยื่นล่วมยาให้หมอจางหมอจางสบตากับนางแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 5

    “โย่วหนิง? ไปไหนแล้วล่ะ?”นางหานเดินมาหลังฉากกั้น“ท่านแม่ ท่านอย่าเข้ามาเจ้าค่ะ ข้าไม่ระวังทำน้ำนมเลอะตัว กำลังเช็ดอยู่เจ้าค่ะ”ภายใต้ความคับขัน เจียงโย่วหนิงรีบหาข้ออ้าง ฝ่ามือชื้นไปด้วยเหงื่อนางหานได้ยินดังนั้นจึงหยุดฝีเท้า ถามนาง “พี่ชายเจ้าล่ะ?”เจียงโย่วหนิงหันมองจ้าวหยวนเช่อ ในดวงตาคือค

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 4

    นางหานชำเลืองมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่งหางตาเจียงโย่วหนิงเห็นจ้าวหยวนเช่อเงยหน้า เหมือนจะมองมาทางนี้เช่นกันนางแสร้งทำใจเย็น คีบขนมพุทราขึ้นมาใหม่แล้ววางหน้าตัวเอง แล้วกัดคำเล็กไปหนึ่งคำจืดชืดราวกับเคี้ยวขี้ผึ้งเหตุใดนางหานจึงถามเช่นนี้กะทันหัน? ไม่ได้ตั้งใจหรือ? หรือดูบางอย่างออก จึงจงใจเหยียด

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status