Share

บทที่ 3

Author: มู่เฉิงซินสวี่
เมื่อเดินตามร่างสูงใหญ่ของจ้าวหยวนเช่อที่อยู่ข้างหน้าออกจากศาลบรรพบุรุษ นางถึงพบว่าด้านนอกฝนตกแล้ว

ฝนพรำโปรยปราย ความเปียกชื้นที่เจือความเย็นพัดมา ทำให้นางอดตัวสั่นไม่ได้

“นายท่าน”

ด้านข้าง ชิงเจี้ยนที่ติดตามจ้าวหยวนเช่อมาหลายปียื่นร่มกระดาษไขให้คันหนึ่ง

จ้าวหยวนเช่อกางร่มออก ปรายตาส่งสัญญาณให้เจียงโย่วหนิงตามมา

ฝีเท้าเจียงโย่วหนิงลังเล

“คุณหนูเจียง นายท่านจะไปส่งท่านขอรับ” ชิงเจี้ยนยิ้มบอก

“ขอบคุณท่านพี่เจ้าค่ะ”

เจียงโย่วหนิงนึกได้ว่ามีเรื่องต้องคุยกับจ้าวหยวนเช่อ จึงหลุบตาแล้วทำความเคารพเขา ก่อนจะตามย่างเท้าของเขาไป

ชิงเจี้ยนมองทั้งสองคนกางร่มเดินอยู่กลางฝนพรำ แผ่นหลังสมกัน ราวกับภาพวาดหมึกดำชั้นดี เขาส่ายหน้าแล้วลอบถอนหายใจ

“ท่านพี่ ข้าพักที่เรือนเสี่ยวอิ่นจนชินแล้ว ขอไม่ย้ายไปเรือนฝูหรงนะเจ้าคะ”

เจียงโย่วหนิงครุ่นคิดอยู่นานกว่าจะคิดได้ว่าควรพูดกับเขาอย่างไร

นางก้าวช้าไปครึ่งก้าว ถึงกล้ามองเขาอย่างเปิดเผย

เขาสูงกว่านางไปหนึ่งช่วงศีรษะ สันกรามโครงหน้าชัดเจนเส้นสายลื่นไหล มุมปากเม้มเล็กน้อยอย่างห่างเหิน ราวกับจันทร์บนท้องฟ้า มองเห็นแต่มิอาจเอื้อม

“อยู่เรือนฝูหรงไปนาน ๆ ก็จะชินเอง”

จ้าวหยวนเช่อไพล่มือไปด้านหลังหนึ่งข้าง น้ำเสียงราบเรียบแต่ไม่อนุญาตให้โต้แย้ง

เจียงโย่วหนิงกัดริมฝีปาก ไม่รู้ว่าควรหาข้ออ้างใดมาปฏิเสธอีก

เรือนฝูหรงอยู่ข้างเรือนใหญ่ เป็นใจกลางของหมู่เรือนหลัง

ยามนางจะออกไปทำงานที่โรงหมอ หากพักที่เรือนเล็กสามารถเข้าออกทางประตูตะวันตกเฉียงเหนือ แค่ติดสินบนยายเฒ่าที่เฝ้าประตูก็พอ ไม่มีใครรู้เรื่องนี้มาตลอด

หากพักที่เรือนฝูหรง หนทางยาวไกล คนเยอะพลุกพล่าน จะปิดความลับนี้ไว้ไม่อยู่

เมื่อสามปีก่อน จู่ ๆ อู๋มามาซึ่งเป็นแม่นมของนางก็เป็นอัมพาตติดเตียง ตาเขปากเบี้ยว พูดไม่ได้

อู๋มามาเลี้ยงนางมาจนเติบใหญ่ นางย่อมต้องเลี้ยงดูอีกฝ่ายจนสิ้นอายุขัย

เพราะไม่มีเงินรักษาอู๋มามา นางจึงแอบไปช่วยงานที่โรงหมอ พอได้เงินมาก็สามารถเอาไปซื้อยาให้อู๋มามา หลังเรียนกับหมอมาปีกว่า บัดนี้นางสามารถฝังเข็มให้อู๋มามาเองได้แล้ว

อาการของอู๋มามาในตอนนี้ดีขึ้นกว่าตอนเริ่มป่วยมาก

ขณะที่นางกำลังครุ่นคิด ถนนก็เดินมาจนสุดทาง

จ้าวหยวนเช่อหยุดฝีเท้าตรงประตูเรือนหลังเล็ก

เจียงโย่วหนิงเดินออกจากร่มแล้วหันกลับไปย่อตัวให้จ้าวหยวนเช่อ ตามด้วยก้มหน้ากล่าว “ข้าเป็นอย่างตอนนี้ก็ดีมากแล้ว ต่อไปท่านพี่อย่าลำบากเพราะข้าเลยเจ้าค่ะ”

เมื่อนึกข้ออ้างดี ๆ ไม่ออกจริง ๆ จึงต้องปฏิเสธทั้งอย่างนี้

นางก้มหน้าลง ทั่วทั้งร่างแผ่ซ่านความห่างเหิน เห็นได้ชัดว่าต้องการขีดเส้นแบ่งกับเขา

จ้าวหยวนเช่อก้มหน้ามองนางแต่ไม่ตอบ

เจียงโย่วหนิงถูกเขามองจนรู้สึกอึดอัด ขณะลังเลว่าจะหันหลังจากไปหรือไม่นั้น

พลันได้ยินจ้าวหยวนเช่อกล่าว “ผ้าซับเหงื่อของเจ้าอยู่ที่ข้า จะไปเอาเมื่อใด?”

ใบหน้าเจียงโย่วหนิงร้อนผ่าวทันที ไม่สนอีกว่าจะห่างเหินกับเขาหรือไม่ หันหลังหนีไปทันที

ตอนเช้าลุกลี้ลุกลนกลับมาที่เรือน ถึงได้พบว่าลืมผ้าซับเหงื่อที่ผูกกับเสื้อชั้นในไว้ที่เขา

เขาโยนทิ้งก็สิ้นเรื่อง อยู่ดี ๆ ยังจงใจพูดถึงเรื่องนี้ทำไมกัน?

เจียงโย่วหนิงวิ่งเข้าไปในเรือนหลังเล็ก พลันเห็นเรือนในมีควันลอยขึ้น

สาวใช้ฟู่อวี้ถือพัดใบลาน กำลังเฝ้าเตาเคี่ยวยาอยู่ใต้ทางเดิน

เมื่อเห็นนางเข้ามา ฟู่อวี้จึงรีบลุกขึ้นทำความเคารพ “คุณหนู ท่านกลับมาแล้ว”

เจียงโย่วหนิงสำรวจนางอย่างสงสัย “ทำไมถึงลุกขึ้นมาทำงาน หรือจะกินเหล้าปลอมเข้าไป?”

ตอนนี้นางมีสาวใช้เพียงสองคนคือฟางเฟยกับฟู่อวี้

ฟางเฟยเป็นเด็กที่อู๋มามา แม่นมนางรับมาเลี้ยง ติดตามนางตั้งแต่เด็ก จงรักภักดีกับนาง ผูกพันฉันท์พี่น้อง

ส่วนฟู่อวี้คือเป็นลูกของบ่าวในจวน

หลังคุณหนูตัวจริงอย่างจ้าวเชียนหัวกลับจวน สถานะของเจียงโย่วหนิงในจวนก็ตกต่ำอย่างรวดเร็ว

พวกบ่าวรับใช้มักใหญ่ใฝ่สูง จึงสลายตัวทันที

มีเพียงฟู่อวี้คนเดียวที่อยู่ต่อ

แต่ฟู่อวี้ไม่ทำงาน

เจียงโย่วหนิงเคยแอบสังเกตนาง พบว่านางไม่ใช่คนของนางหาน แต่แค่ขี้เกียจเท่านั้น จึงแล้วแต่นาง

เพราะอย่างไรถ้าไล่ฟู่อวี้ไป นางหานอาจฉวยโอกาสส่งคนมา

วันนี้จู่ ๆ ฟู่อวี้ก็ขยันขึ้นมา จึงน่าประหลาดมาก

“คุณหนูกลับมาแล้ว” ฟางเฟยยิ้มแล้วออกเรือนมาต้อนรับ พร้อมถลึงตาใส่ฟู่อวี้ “ยังต้องให้ท่านซื่อจื่อกลับมาสินะ ถึงจะกำราบบ่าวชั่วบางคนได้”

ฟู่อวี้รีบเอ่ยกับเจียงโย่วหนิง “คุณหนู ข้าสำนึกผิดแล้ว ท่านอย่าฟ้องท่านซื่อจื่อเลยนะเจ้าคะ”

เจียงโย่วหนิงถอดเสื้อตัวนอกออก แล้วก้าวเข้าไปข้างใน “ข้าไม่ได้ว่างขนาดนั้น”

ฟางเฟยรับเสื้อตัวนอกไป

“วันนี้อู๋มามาเป็นอย่างไรบ้าง?”

ปากเจียงโย่วหนิงสอบถาม มือก็ใช้หมอนนุ่มใบหนึ่งรองให้อู๋มามา แล้วนวดแขนให้อีกฝ่าย

“วันนี้กินได้มากหน่อย โจ๊กข้าวฟ่างถ้วยหนึ่งกินหมดเลยเจ้าค่ะ” ฟางเฟยยิ้มพร้อมนวดขาให้อู๋มามา “ตอนข้าพูดกับนางยังรู้จักกะพริบตาตอบข้าด้วยนะเจ้าคะ”

“อย่างนั้นหรือ มามา?”

เจียงโย่วหนิงมองอู๋มามา

อู๋มามากะพริบตาให้นางอย่างลำบาก

เจียงโย่วหนิงอดยิ้มไม่ได้ “ดีขึ้นทุกวันแล้วนะ มามาอย่าใจร้อน ต้องค่อย ๆ ดีขึ้นแน่นอน”

“คุณหนู ทำไมตัวท่านถึงมีกลิ่นหอมของสมุนไพรเจ้าคะ?”

ฟางเฟยถามอย่างไม่วางใจ

“เท้าแพลงน่ะ เลยทายา”

ใบหน้าเจียงโย่วหนิงเริ่มแดงระเรื่ออีกครั้ง

ยาทาของจ้าวหยวนเช่อ กลิ่นสมุนไพรเข้มข้นเกินไปหน่อย

“ตรงไหนเจ้าคะ? ให้ข้าดูหน่อยไหม?”

ฟางเฟยได้ยินพลันเป็นห่วง

เจียงโย่วหนิงจะให้นางดูได้อย่างไร รีบบอกว่า “ไม่เป็นไร อีกไม่กี่วันก็หายแล้ว”

“ข้าจะไปยกน้ำร้อนมาให้ ท่านรีบไปแช่น้ำแล้วพักสักหน่อย ข้าจะเฝ้ามามาเองเจ้าค่ะ”

ฟางเฟยสงสารนาง จึงให้นางรีบไปอาบน้ำพักผ่อน

เมื่อคืนเจียงโย่วหนิงไม่ได้นอนมาทั้งคืน ความปวดเมื่อยทั่วร่างยังอยู่ และเหนื่อยล้าจริง ๆ

หลังฉากกั้น

นางถอดเสื้อผ้า ก้มหน้ามองตัวเอง ความระบมบนร่างกายยังคงอยู่ ฝังลึกเข้ากระดูก ราวกับเสียงที่ยังวนเวียน ไม่จางหายไป

ตั้งแต่กระดูกไหปลาร้าลงไป จนถึงข้อเท้า เต็มไปด้วยรอยจูบเขียวม่วง

จ้าวหยวนเช่อจูบรุนแรงเกินไป

แต่ร่องรอยที่มากมายขนาดนี้กลับไม่ทิ้งไว้บนลำคอของนาง

กลับเป็นนาง ที่กัดเขาเพียงคำเดียว ก็เผยพิรุธออกไปแล้ว

นางแช่ตัวลงในถังอาบน้ำ สองมือวักน้ำสาดใส่ใบหน้าที่ร้อนผ่าว หลังอาบน้ำเสร็จ ร่างกายยิ่งอ่อนล้ากว่าเดิม

ตอนนอนลงบนเตียง ภายในหัวก็ยังคงยุ่งเหยิง นางกอดผ้าห่มแต่สิ่งที่คิดกลับเป็นเรื่องเมื่อคืน ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าใด ถึงได้ผล็อยหลับไป

“คุณหนู เฝิงมามามาเจ้าค่ะ ฮูหยินกั๋วกงเชิญท่านไปรับอาหารเช้า”

เสียงของฟางเฟยดังขึ้น

เจียงโย่วหนิงลืมตามองซ้ายขวา ท้องฟ้าข้างนอกเพิ่งสาง นางหลับตื่นเดียวยันเช้าเลยหรือเนี่ย?

ท่าทางที่นางหยัดกายลุกขึ้นหยุดชะงัก ใบหน้าดวงน้อยขมวดย่น ตรงท้องน้อยยังปวดร้าวอย่างรุนแรง

“คุณหนูปวดเท้าที่แพลงหรือเจ้าคะ?” ฟางเฟยยื่นมือไปประคองนาง “ถ้าอย่างไรข้าจะไปปฏิเสธเฝิงมามา อย่าไปเลยนะเจ้าคะ?”

เจียงโย่วหนิงส่ายหน้า “นาน ๆ ทีกว่าท่านแม่จะเรียกข้า ไม่ไปคงไม่เหมาะ”

นางลุกขึ้นมาล้างหน้าแต่งตัว พอแต่งตัวเรียบร้อย ก็ตามเฝิงมามาไปเรือนใหญ่

เฝิงมามาเปิดประตู “ฮูหยิน คุณหนูเจียงมาแล้วเจ้าค่ะ”

เจียงโย่วหนิงยกชายกระโปรงขึ้น ก้าวข้ามธรณีประตู พอเงยหน้าขึ้นหยุดหายใจทันใด

ร่างที่สูงใหญ่ตรงสง่าเข้าสู่สายตาของนางทันที คิดว่าอีกเดี๋ยวต้องไปว่าราชการแล้ว เขาสวมชุดขุนนางสีแดงสดแขนเล็ก ตรงเอวคาดเข็มขัดหนัง

ใบหน้าหล่อละมุนคู่กับสีแดงร้อนแรง ไม่เพียงไม่แปลกแยกแม้แต่น้อย กลับยิ่งโดดเด่นสะดุดตา

กระทั่งแสงเทียนที่ยังไม่ดับมอดในห้องก็ยังลำเอียงเขา รอบตัวเขาเหมือนปกคลุมด้วยแสงอ่อน ๆ

หัวใจเจียงโย่วหนิงกระตุก จ้าวหยวนเช่อก็อยู่ด้วยหรือเนี่ย

สีหน้าเขาขึงขัง สายตาเย็นชา เหมือนกับในอดีตที่ผ่านมา ไม่แม้แต่จะมองนางสักครั้ง

ยิ่งทำให้รู้สึกว่า ความผิดพลาดในคืนนั้นดั่งความฝันที่วุ่นวาย

เจียงโย่วหนิงก้มหน้าทำความเคารพ “คารวะท่านแม่ คารวะท่านพี่”

เขากับนาง แต่เดิมก็ไม่สนิทกันอยู่แล้ว

นอกจากอุบัติเหตุเรื่องนั้น

นางเคยได้รับอานิสงส์จากเขาไม่น้อย แต่สำหรับเขา ทุกอย่างเป็นไปตามหน้าที่เท่านั้น เพื่อหน้าตาของจวนเจิ้นกั๋วกงเฉย ๆ

เขาไม่เคยสังเกตนาง

จ้าวหยวนเช่อนั่งลง

นางหานยิ้มแล้วเรียก “โย่วหนิง มา มานั่งกับแม่ กินเถอะ ไม่ต้องเกรงใจ”

เจียงโย่วหนิงเดินไปนั่งลง หยิบตะเกียบขึ้นมองเพียงของว่างตรงหน้า ไม่มองจ้าวหยวนเช่ออีกต่อไป

นางเข้าใจเจตนาที่นางหานให้นางมา ก็เพื่อใช้การกระทำบอกจ้าวหยวนเช่อ ว่านางไม่ได้ใจร้ายกับตัวเอง

เมื่อนางหานเงยหน้าก็มองเห็นรอยฟันตรงลำคอจ้าวหยวนเช่อ นางคีบเสี่ยวหลงเปาวางไว้ในจานกระเบื้องสีชมพูใบเล็กตรงหน้าจ้าวหยวนเช่อ “อวี้เหิง สตรีข้างนอกของเจ้าคนนั้น คงไม่ใช่คนดีอะไรกระมัง?”

เจียงโย่วหนิงได้ยินแบบนั้นก็มือกระตุก ขนมพุทราจีนที่คีบอยู่หล่นกลับไปที่จาน ในใจเกิดคลื่นถาโถม
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 30

    จ้าวหยวนเช่อดึงลิ้นชักออกมา แล้วหยิบตำราเล่มหนึ่งส่งมาให้ตรงหน้านาง “กลับไปคัดบท 'วิญญูชน' มาสามจบ พรุ่งนี้เอามาส่งให้ข้า”เจียงโย่วหนิงเหลือบมองปกตำราอยู่ชั่วครู่ ด้านบนมีตัวอักษรที่งดงามทว่าซับซ้อนอยู่นางไม่รู้จักเลยสักตัว“ท่านพี่ ท่านลืมแล้วหรือว่าข้ารู้จักตัวอักษรแค่ไม่กี่ตัว...”นางหลุบขนตาสีดำขลับ ไม่ได้ไปรับเอาไว้จ้าวหยวนเช่อเริ่มศึกษาร่ำเรียนตั้งแต่อายุสามขวบ แต่เพราะตามความตั้งใจของนางหาน นางเพิ่งจะศึกษาร่ำเรียนตอนอายุหกขวบปีนั้นตอนอายุได้แปดขวบเชียนหัวกลับมา นางหานก็ไม่ได้ให้นางร่ำเรียนอีก บอกว่าสตรีไร้ความสามารถจึงจะนับว่าดีเวลาสั้น ๆ แค่สองปี นางยังเด็กขนาดนั้น จะรู้จักตัวอักษรสักกี่ตัวกัน?โชคดีที่หลังจากไปที่โรงหมอ ติดตามหมอจางจนพอจะรู้จักตัวหนังสือที่เกี่ยวกับสมุนไพรมาบ้าง ทว่าตัวอักษรพวกนั้นส่วนใหญ่เป็นตัวอักษรย่อ แตกต่างจากตัวอักษรที่อยู่บนตำราของจ้าวหยวนเช่อเล่มนี้นางเองก็ไม่อยากคัดลอกตำราตอนบ่ายยังต้องไปทำงานที่โรงหมออีก จะมีเวลาคัดตำราได้เช่นไร?เดิมทีนางคิดว่าเหตุผลนี้น่าจะหนักแน่นพอ จ้าวหยวนเช่อคงไม่ยืนกรานต่อไปคิดไม่ถึงว่าจ้าวหยวนเช่อกลับพูดว่

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 29

    จ้าวหยวนเช่อไม่ได้สนใจนาง ยกมือขึ้นยิงศรสัญญาณขึ้นไปในอากาศศรสัญญาณส่งเสียง “ฟิ้ว” แล้วทะยานไปบนท้องฟ้า แผดเสียงแหลมสูงออกมานี่ใช้สำหรับเรียกผู้ใต้บังคับบัญชาเจียงโย่วหนิงซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของเขา ค่อย ๆ เบาใจขึ้นขอเพียงชิงเจี้ยนมาถึง องค์หญิงจิ้งเหอย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้แน่นอน เมื่อถึงตอนนั้นจ้าวหยวนเช่อก็จะสามารถพานางออกไปจากจวนองค์หญิงได้อย่างราบรื่น“จ้าวหยวนเช่อ ข้าถามเจ้าอยู่นะ!”องค์หญิงจิ้งเหอสีหน้าย่ำแย่บนโลกนี้ คนที่กล้าไม่เห็นนางอยู่ในสายตาเช่นนี้สามารถนับได้ด้วยมือเพียงข้างเดียวน่าเสียดายที่จ้าวหยวนเช่อก็คือหนึ่งในนั้นพอผู้ใต้บังคับบัญชาของเขามาถึง นางขวางเขาเอาไว้ไม่อยู่แน่นอนจ้าวหยวนเช่อมองลงมา มองนางอย่างเย็นชา ไม่แยแสแม้แต่น้อยอยู่ ๆ องค์หญิงจิ้งเหอก็เปลี่ยนสีหน้า ยิ้มอย่างเอาใจพลางกล่าวว่า “วันนี้ข้าแค่ล้อเจ้าเล่นเท่านั้น เจ้าคงไม่คิดจริงจังหรอกกระมัง? ตอนนี้ข้าจะพาพวกเขาถอยไปเดี๋ยวนี้ เจ้าก็อย่าไปฟ้องเสด็จพ่อเลยนะ”ฝ่าบาทให้ความสำคัญกับจ้าวหยวนเช่อมาตลอดจ้าวหยวนเช่ออุปนิสัยซื่อตรง เกรงก็แต่ว่าเขาจะไปทูลฟ้องต่อหน้าเสด็จพ่อเดิมทีนางคิดว่าคนที่ยอดเย

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 28

    เจียงโย่วหนิงได้ยินคำพูดที่หยาบโลนขององค์หญิงจิ้งเหอก็ใบหน้าแดงก่ำ ขนตายาวดุจปีกผีเสื้อหลุบลงในทันที ทว่าสายตากลับไปสบเข้ากับบริเวณหน้าท้องส่วนล่างของจ้าวหยวนเช่อพอดีจิตใจของนางว้าวุ่นจนทำอันใดไม่ถูก รู้สึกโดยสัญชาตญาณว่ามันไม่เหมาะสม ไม่มองและรีบเบือนหน้าไปทางอื่น แต่ไม่รู้ว่าจะมองไปทางใด ปลายนิ้วบิดชายเสื้อโดยไม่รู้ตัว คำพูดขององค์หญิงจิ้งเหอสะท้อนอยู่ภายในสมองโดยไม่รู้ตัวนางไม่เคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับบุรุษอื่น ยังคิดว่าบุรุษทุกคนต่างก็เหมือนกันกับจ้าวหยวนเช่อเสียอีกที่แท้ก็มีเล็กมีใหญ่อย่างนั้นหรือ?เมื่อเทียบกับคนอื่นแล้วจ้าวหยวนเช่อ...มิน่าเล่าถึงได้เจ็บถึงเพียงนี้สายตาขององค์หญิงจิ้งเหอ เป็นสายวัดจริง ๆแต่นางบอกว่าไม่นานจ้าวหยวนเช่อก็จะเป็นของซูอวิ๋นชิงแล้วงั้นหรือ? จิ้งเหอเป็นองค์หญิง ถึงแม้เสเพลไม่ยึดประเพณี แต่กลับไม่เคยลดตัวลงไปโกหกคิดดูแล้ว ที่ฝ่าบาทประสงค์จะพระราชทานสมรสให้จ้าวหยวนเช่อกับซูอวิ๋นชิงเป็นเรื่องจริงสินะ“ลุกขึ้น”จ้าวหยวนเช่อประคองเอวบางไม่ถึงหนึ่งกำมือของนางไว้ชั่วครู่น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย จะเหลือก็เพียงแหบพร่าเล็กน้อยเพิ่งจะผ่านไปชั่วครู่

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 27

    มีสาวใช้เข้ามาทูลรายงาน“แถว ๆ นี้? อยู่ที่ใดเล่า? ไร้ประโยชน์กันทั้งหมดจริง ๆ คนที่ถูกวางยายังจับตาเอาไว้ไม่ได้!”องค์หญิงจิ้งเหอตำหนิ แต่กลับไม่ได้โกรธมากมายนัก ฟังดูแล้วในน้ำเสียงแฝงไปด้วยความเสียดายมากกว่า“องค์หญิงไม่ต้องกังวล หม่อมฉันจะส่งคนไปค้นหาเพคะ”สาวใช้ผู้นี้แย้มยิ้มพลางเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมนาง“เฝ้าทางเข้าไว้ให้ดี ค้นหาให้ละเอียด ยาของข้ามีฤทธิ์แรงนัก แม้ว่าเขาจะมีวรยุทธ์ลึกล้ำ ถ้าไม่ระบายออกมาก็แก้พิษไม่ได้หรอก เขาหนีไม่พ้นกำมือของข้าแน่”องค์หญิงจิ้งเหอยกมือขึ้นสั่งการ มีแผนการในใจอยู่แล้วเจียงโย่วหนิงได้ยินก็ยิ่งลนลาน หดกายถอยหนีแล้วซุกศีรษะเข้าไปในอ้อมแขนของจ้าวหยวนเช่อราวกับนกกระทาที่กำลังหวาดกลัวทำเช่นนี้ อย่างน้อยยามที่องค์หญิงจิ้งเหอเงยหน้าขึ้นมามองก็จะเห็นแผ่นหลังของจ้าวหยวนเช่อ ไม่ใช่ใบหน้าของนางจ้าวหยวนเช่อบีบลำคอระหงของนาง พลางโน้มกายลงจุมพิต ไล่ต้อนริมฝีปากของนางริมฝีปากร้อนผ่าวแนบชิดลงมาเขาไม่ได้ช่ำชองมากนัก จุมพิตทั้งรีบร้อนและหนักหน่วง งุ่มง่ามบุ่มบ่าม ไม่มีแบบแผนแม้แต่น้อยเจียงโย่วหนิงยิ่งอ่อนประสบการณ์ ถูกเขาจูบจนริมฝีปากชา ลมหายใจร้อนระอุ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 26

    จ้าวหยวนเช่อหายใจหนัก หางตาแดงก่ำ นัยน์ตาดำขลับไม่เย็นชาและเฉียบคมอีกต่อไปแล้ว แต่กลับปกคลุมไปด้วยความพร่าเลือนลุ่มหลงอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็น“อย่าขยับ ข้าถูกวางยา”ความเจ็บปวดที่ส่งผ่านมาจากปลายนิ้วชี้ช่วยดึงสติของเขากลับมาได้หลายส่วน เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบ ๆ เหงื่อเย็นไหลลงมาตามข้างแก้ม กำหมัดทั้งสองข้างแน่นพยายามควบคุมตัวเองอย่างสุดกำลังเจียงโย่วหนิงคลายปากออก นัยน์ตาที่เปียกชื้นเบิกกว้างมองไปทางเขาอย่างตกตะลึงนางไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน เปราะบาง ดูคล้ายคนป่วย ไม่มีความเฉียบคมและเย็นชาเหมือนยามปกติอีกต่อไป ริมฝีปากแดงราวกับโลหิต อ่อนแอและงดงาม ดึงดูดให้ผู้คนคิดไปไกลตัวของเขาร้อนผ่าว ราวกับภายในกายเก็บซ่อนเปลวไฟที่ลุกโชนเอาไว้ แผดเผาจากภายในสู่ภายนอก จนเกือบจะทำให้นางหลอมละลายเขาแนบชิดนางตลอดเวลานางเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าหากไม่ฟังคำพูดเขาอีกจะเกิดผลลัพธ์เช่นไร ขนตาเพรียวยาวสั่วไหวอยู่ชั่วครู่ ร่างกายแข็งค้างไม่กล้าขยับมั่วซั่วอีกเมื่อครู่อยู่ที่งานเลี้ยงยังดี ๆ อยู่เลย อยู่ ๆ ทำไมเขาถึงเป็นเช่นนี้ได้? หรือว่า มีคนเล่นตุกติกกับสุราของเขากระนั้นหรือ?แผ่นอกของจ้าวหยวนเ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 25

    เจียงโย่วหนิงกล่าวกับตู้จิ่งเฉินด้วยเสียงแผ่วเบา แล้วลุกขึ้นออกจากโถงหลักไปนางไม่อยากเห็นทุกฉากทุกตอนที่จ้าวหยวนเช่อกับซูอวิ๋นชิงอยู่ด้วยกัน นางไม่ได้ริษยา แล้วก็ไม่ได้หวังสูงเกินตัวด้วยแต่ว่านางเจ็บปวดใจ และอึดอัดในอกตาไม่เห็นก็ใจสงบนางเดินไปตามทางเดินเล็ก ๆ ในสวน พลางครุ่นคิดถึงเส้นทางที่จะออกจากจวนองค์หญิง มิสู้กลับไปที่โรงหมอเสียเลยจะดีกว่าอยู่ ๆ ด้านหลังก็มีเสียงฝีเท้าแว่วมาเจียงโย่วหนิงหันหน้ากลับไป ก็พบกับจ้าวหยวนเช่อสาวเท้ามา ด้วยฝีเท้าเร่งรีบ คิ้วขมวดมุ่นเจียงโย่วหนิงไม่เคยเห็นสีหน้าเขาย่ำแย่ขนาดนี้มาก่อน จึงรู้สึกแปลกใจ“เจียงโย่วหนิง”จ้าวหยวนเช่อเรียกนางเจียงโย่วหนิงแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน ไม่เพียงแต่ไม่หยุดฝีเท้า แต่กลับวิ่งเร็วขึ้นด้วยไม่ว่าเขาจะมีธุระอันใด นางก็ไม่อยากข้องแวะกับเขาแล้วหากมีเรื่องอันใดจริง ๆ ก็ไม่ถึงคราวที่นางจะต้องกังวล มีซูอวิ๋นชิงช่วยเขาอยู่แล้วจ้าวหยวนเช่อไม่ได้ส่งเสียงอีก ทว่าเขาถึงขนาดไล่ตามมาทันแล้วทางเดินมาถึงจุดสิ้นสุด ด้านหน้าคือถ้ำแห่งหนึ่งเจียงโย่วหนิงไม่มีที่ให้หนีแล้ว จึงได้มุดเข้าไปจ้าวหยวนเช่อไล่ตามนาง เป็นเรื่อง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status