เข้าสู่ระบบหย่าสามีชั่วแล้วไง! ลลินสลัดคราบแม่บ้านสู่การเป็นควีนที่ผู้ชายทุกคนต้องสยบ ข้อเสนออันตรายของเพื่อนสนิทสามีนำไปสู่สมรภูมิรักที่เกินควบคุม เมื่อรักเก่า น้องชายและอดีตสามีรุมแย่งชิง!
ดูเพิ่มเติมตอนที่ 1 หัวใจที่ไร้เจ้าของ
เสียงของนาฬิกาแขวนผนังเรือนโบราณที่แขวนอยู่ภายในห้องครัวดังก้องสะท้อนเสียงดัง ติก…ติก…ติก มันเป็นเสียงเดียวที่ทำลายความเงียบของบ้านหลังใหญ่ที่มีถึงหกห้องนอน ยิ่งเงียบเสียงของนาฬิกาก็ยิ่งดังมากขึ้นเท่านั้น
ลลิน เธอก้มมองสเต็กเนื้อริบอายในจาน มันเคยเป็นเนื้อเกรดพรีเมียมที่ส่งตรงจากออสเตรเลียที่เธอตั้งใจหมักและย่างด้วยระดับความสุกมีเดียมแรร์แบบที่ พีท สามีของเธอชอบ แต่ตอนนี้ไขมันสีขาวเริ่มจับตัวเป็นก้อนรอบขอบจาน ซอสเกรวี่ที่เคี่ยวจากน้ำสต็อกเนื้อและไวน์แดงจนหอมกรุ่นกลายเป็นแผ่นฟิล์มเหนียวหนืดหนาทึบอยู่ด้านบน ผักเคียงอย่างหน่อไม้ฝรั่งและมันฝรั่งอบเหี่ยวเฉาจนหมดความน่ารับประทาน
เธอนั่งอยู่ตรงนี้ ตั้งแต่แสงอาทิตย์ยามเย็นลับขอบฟ้าไป จนกระทั่งตอนนี้ที่ความมืดมิดของราตรีแผ่ซ่านเข้ามาครอบงำทุกตารางนิ้วของบ้าน แสงไฟสีวอร์มไลท์จากโคมระย้าเหนือโต๊ะอาหารไม่ได้ทำให้เธออบอุ่นหัวใจขึ้นเลย แต่ยิ่งกลับทำให้เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามมันว่างเปล่าและอ้างว้างมากขึ้น
เธอรอคอยเสียงรถสปอร์ตของสามีให้แล่นเข้ามาในบ้าน แต่ยิ่งรอก็ยิ่งไร้ความหวังมากขึ้น
ลลินถอนหายใจยาว แผ่นหลังที่เคยเหยียดตรงอย่างสง่างามค่อยๆ งอลงด้วยความล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน เธอยกมือขวาขึ้นลูบแหวนแต่งงานวงเกลี้ยงบนนิ้วนางข้างซ้ายเบาๆ วงแหวนทองคำขาวแท้ฝังเพชรน้ำร้อยเม็ดเล็กๆ แต่อยู่บนนิ้วของเธอมาสามปีจนมันเริ่มทิ้งรอยบุ๋มจางๆ ไว้บนผิวหนัง รอยบุ๋มที่ฝังลึกพอๆ กับความอึดอัดที่เธอต้องเผชิญในฐานะ สะใภ้รองตระกูลอัครเดชาเศรษฐ์
“ครบรอบสามปี เราจะกินข้าวด้วยกันที่บ้านนะลิน”
ประโยคของพีทสามีสุดที่รักของเธอเอ่ยขึ้นมาเมื่อต้นสัปดาห์ยังคงก้องอยู่ในหัว วันนั้นน้ำเสียงของเขายังดูอบอุ่นและเหมือนกำลังรู้สึกผิดที่เขาทำงานหนักมากเกินไปจนลืมใส่ใจภรรยา
เมื่อลลินได้ยินประโยคนี้ทำให้เธอตัดสินใจทิ้งงานที่ร้านเสื้อผ้าแบรนด์ของตัวเองเพื่อเข้าซุปเปอร์มาเก็ต ทั้งๆ ที่เธอมีงานต้องเคลียร์หลายอย่าง แต่เธอก็เลือกที่จะเข้าซุปเปอร์มาเก็ตเพื่อเลือกซื้อวัตถุดิบที่ดีที่สุดเพื่อนำมารังสรรค์เป็นมื้อพิเศษรอสามีของเธอ เธอบรรจงจัดโต๊ะด้วยผ้าปูโต๊ะลูกไม้ฝรั่งเศสที่ซักสะอาดเอี่ยม และอาบน้ำแต่งตัวด้วยเดรสสีครีมตัวโปรดที่เขาเคยชมว่าสวยเมื่อวันแต่งงาน
แต่ตอนนี้เดรสราคาแพงตัวนั้นกลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวตลกที่แต่งตัวเก้อ รอสามีที่ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน
มือเรียวบางหยิบสมาร์ตโฟนที่วางอยู่ข้างแจกันดอกกุหลาบสีขาวขึ้นมา หน้าจอแสดงเวลาเที่ยงคืนสิบสี่นาที ไม่มีสายเรียกเข้า ไม่มีข้อความใหม่ ลลินเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความเงียบภายในบ้านหลังใหญ่บีบคั้นให้เธอตัวเล็กลงเรื่อยๆ เธอรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง เธอตัดสินใจกดโทรออกเป็นครั้งที่ห้าของคืนนี้
เสียงสัญญาณรอสายดังขึ้น หนึ่งครั้ง…สองครั้งและในวินาทีที่สาม มันถูกตัดฉับกลายเป็นระบบฝากข้อความ
หัวใจของลลินกระตุกวูบ ความรู้สึกหน่วงเหนี่ยวแล่นพล่านจากอกไปถึงปลายนิ้วจนเย็นเยียบ เธอยังไม่ทันจะได้วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ หน้าจอก็สว่างวาบพร้อมข้อความสั้นๆ จากแอฟพลิเคชันไลน์ของพีท
Pete: ติดงานด่วน นอนก่อนได้เลย ไม่ต้องรอ
ประโยคเดิม คำเดิม เหมือนมันเป็นข้อความอัตโนมัติที่ไร้หัวใจ ไม่มีแม้แต่คำขอโทษ ไม่มีไอคอนแสดงความรู้สึก ไม่มีคำอธิบายใดๆ ว่างานด่วนที่ว่านั้นคืออะไร ในเวลาเที่ยงคืนกว่าเช่นนี้ ลลินมองข้อความนั้นอยู่เนิ่นนาน ราวกับหวังว่าจะมีประโยคถัดไปเด้งขึ้นมา แต่จนแล้วจนรอด หน้าจอก็ดับลง สะท้อนเงาใบหน้าของตัวเธอเองในความมืด ใบหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนมันเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความชินชา
เธอสลัดความรู้สึกนั้นทิ้งไป ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติก่อนจะลุกขึ้นยืน
“นอนก่อนเลยงั้นเหรอ” ลลินพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอแหบแห้งและเบาหวิวในความมืด
แทนที่จะเดินขึ้นชั้นบน ลลินกลับหยิบจานสเต็กตรงหน้าขึ้น ก่อนจะเดินตรงไปที่ถังขยะสเตนเลสในครัวอย่างช้าๆ เธอยกจานขึ้นมาแล้วเทเนื้อราคาแพงรวมถึงอาหารทั้งหมดที่เธอใช้เวลาเตรียมเกือบห้าชั่วโมงลงถังขยะไปอย่างไม่เสียดาย เสียงเนื้อกระทบก้นถังขยะดัง
‘ตุบ’
เธอล้างมือเปิดน้ำไหลผ่านนิ้วมืออย่างใจลอย เช็ดมือกับผ้าขนหนู แล้วเดินไปปิดไฟในห้องครัว ปล่อยให้บ้านทั้งหลังจมลงสู่ความมืดมิด มีเพียงแสงไฟจากภายนอกตัวบ้านเท่านั้นที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในตัวบ้าน ทำให้พอมองเห็นร่างบางที่เดินขึ้นบันไดไปเพียงลำพัง
ค่ำคืนที่ผ่านไปอย่างเชื่องช้า ลลินไม่ได้นอนหลับเต็มตานัก เธอนอนอยู่บนเตียงนอนขนาดคิงไซส์ฝั่งของตัวเอง ปล่อยให้อีกครึ่งหนึ่งของเตียงว่างเปล่าและเย็นเฉียบ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงลมพัดโดนกิ่งไม้ข้างหน้าต่าง หัวใจของเธอก็จะสะดุ้งตื่นเพราะคิดว่าเป็นเสียงรถของเขา จนกระทั่งเข็มสั้นของนาฬิกาบนโต๊ะข้างเตียงชี้ที่เลขห้า
บทที่ 4 เปลือกหอยที่แตกสลายเด็กสาวคนนั้นปะปนอยู่ในงานในฐานะทีมงานฝ่ายการตลาด คอยต้อนรับแขกและส่งแก้วแชมเปญ เมจิไม่ได้มีท่าทีเจียมเนื้อเจียมตัวเลยสักนิด ยามที่สายตาของเด็กสาวสบเข้ากับลลิน นัยน์ตาคู่นั้นกลับฉายแววเยาะเย้ยและท้าทายอย่างปิดไม่มิด เมจิแสร้งเดินถือถาดเครื่องดื่มเฉียดเข้ามาใกล้พีทตลอดเวลา และทุกครั้งที่เดินผ่าน พีทเองก็แอบเหลือบสายตามองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยความเสน่หา โดยคิดว่าลลินไม่มีทางสังเกตเห็นในความมืดสลัวของงานเลี้ยง"คุณแม่ขา กาแฟร้อนที่สั่งได้แล้วค่ะ" เสียงหวานใสของเมจิดังขึ้นข้างกายคุณหญิงประภา เด็กสาวประคองแก้วส่งให้ด้วยท่าทางนอบน้อมอ่อนหวานอ่อนช้อยเกินหน้าที่พนักงานพาร์ทไทม์"อุ๊ย ขอบใจมากจ้ะหนูเมจิ แหม!!! เด็กคนนี้รู้ใจฉันจริง ๆ คอยดูแลแขกในงานก็เหนื่อยแย่แล้ว ยังอุตส่าห์จำได้อีกว่าฉันชอบทานกาแฟรสไหน" คุณหญิงประภาเอ่ยชมออกนอกหน้า แววตาที่มองเมจิเต็มไปด้วยความเอ็นดู ต่างจากสายตาที่มองลลินราวฟ้ากับเหว"ตาพีทแกลุกไปดูตรงนู้นหน่อยสิ เห็นว่าประธานแบงก์มาถึงแล้ว พาหนูเมจิไปด้วยล่ะ แกจะได้ช่วยแนะนำข้อมูลโปรเจกต์ใหม่ให้ท่านฟัง""ครับคุณแม่" พีทรับคำอย่างรวดเร็ว แววตาฉา
บทที่ 4 เปลือกหอยที่แตกสลายความตึงเครียดหลังจากการปะทะคารมในห้องครัวไม่ได้จางหายไปพร้อมกับเสียงฝีเท้าของแม่สามีที่เดินกระแทกส้นออกไปจากบ้าน ตรงกันข้าม มันกลับกลายเป็นความอึดอัดที่ทึบตัน ลอยอวลอยู่ทุกตารางนิ้วในบ้านหลังใหญ่ ลลินขังตัวเองอยู่ในห้องนอนหลังจากวางสายจากชิชา เธอนั่งนิ่งปล่อยให้เข็มนาฬิกาเดินผ่านไปชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่าโดยไม่ขยับเขยื้อน ก้อนสะอื้นที่เคยจุกอยู่ที่คอหอยมลายหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงความนิ่งชันและแผนการมากมายที่เริ่มตกผลึกในสมองเมื่อคืนเธอเพิ่งเจอข้อความในมือถือของสามี แชตสั้น ๆ จากผู้หญิงที่ใช้ชื่อโปรไฟล์ว่าเมจิ ข้อความออดอ้อนระคนนัดแนะที่ทำเอาหัวใจของคนเป็นภรรยาชาหนึบ และในเช้าวันนี้เธอก็เพิ่งฟาดฝีปากกับคุณหญิงประภาจนบ้านแทบแตก ผลลัพธ์ที่ตามมาคือความห่างเหินอย่างสิ้นเชิงของพีทแทนที่พีทจะรู้สึกผิดหรือเข้ามาขอโทษที่ปล่อยให้แม่ของตัวเองมาด่าทอภรรยาแต่ง เขากลับเลือกที่จะแสดงท่าทีฮึดฮัด ขนหมอนและผ้าห่มย้ายเข้าไปนอนในห้องทำงานส่วนตัวที่อยู่อีกฝั่งของตัวบ้านอย่างประชดประชัน ตอนที่เดินสวนกันที่โถงทางเดิน พีทไม่แม้แต่จะมองหน้าลลินตรง ๆ เขาทำเพียงแค่ปัดเสียงรำคาญใส่เธอ
ตอนที่ 3 ชีวิตคู่ที่แสนห่วยแตก “อ้าว!!! ตื่นแล้วเหรอ นึกว่านอนกินบ้านกินเมืองอยู่จนสายโด่ง” เสียงแหลมสูงและเจือความเหยียดหยามดังขึ้นทันทีโดยไม่มีการทักทายที่ดีกว่านี้ “สวัสดีค่ะคุณแม่ ลินเพิ่งลงมาเตรียมกาแฟให้พีทค่ะ พีทเพิ่งกลับมาตอนตีห้า เลยยังไม่ตื่น” ลลินยกมือไหว้พยายามรักษามารยาทและน้ำเสียงให้นิ่งที่สุด คุณหญิงประภาแค่นหัวเราะในลำคอ เดินเข้ามาใกล้เคียงโต๊ะอาหารแล้วเอานิ้วชี้กรีดไปตามของเคาน์เตอร์ครัวหรู ก่อนจะยกขึ้นมาดูแล้วทำท่าทางสะอิดสะเอียน “กาแฟเหรอ งานบ้านงานเรือนแค่นี้ยังทำไม่ได้ ปล่อยให้บ้านฝุ่นจับอย่างนี้ได้ยังไง” “ขอโทษค่ะคุณแม่ พอดีว่าแม่บ้านลางานกระทันหันสามวัน อีกอย่างลินก็ไม่ได้มีเวลามาทำงานบ้านขนาดนั้นหรอกนะคะ ลินก็มีงานที่ร้านให้ต้องทำทุกวัน” “ทำไมเรื่องแค่นี้เธอทำไม่ได้หรือไง ต้องรอแม่บ้านอย่างเดียวเลย แต่งงานเข้ามาสามปีแล้ว แทรที่จะทำตัวให้เป็นประโยชน์ คอยปรนนิบัติผัวให้ดี นี่อะไร วันๆ เอาแต่แต่งสวยเดินไปเดินมาที่ร้านเสื้อผ้าเล็กๆ ของเธอ เงินทองก็หาได้หยิบมือเดียวเมื่อเทียบกับที่ตาพีทหาได้” ลลินเม้มปากแน่น คำพูดของคุ
ตอนที่ 2 วันครบรอบวันแต่งงาน เสียงเครื่องยนต์รถซุปเปอร์คาร์คำรามต่ำภายนอกบ้าน ตามด้วยเสียงปิดประตูรถที่ดังแว่วเข้ามา ลลินลืมตาขึ้นมาในความมืด ความง่วงงันมลายหายไปในพริบตา หัวใจของเธอเต้นรัวไม่ใช่เพราะความตื่นเต้นหรืออะไร แต่เป็นเพราะความสงสัยที่ล้นอกของเธอ ลลินลุกขึ้นจากเตียง จัดเสื้อคลุมให้เรียบร้อยก่อนจะเดินลงบันไดไปด้านล่าง ประตูบ้านถูกเปิดออก พีทเดินเข้ามาในสภาพที่เนกไทถูกคลายออกหลวมๆ ผมเผ้าที่เคยเซ็ตทรงอย่างดีดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย ใบหน้าของเขาดูอิดโรยและเคร่งเครียด แต่สิ่งที่สะดุดใจลลินทันทีที่เขาเดินเข้ามาใกล้ ไม่ใช่ท่าทางเหนื่อยล้าของเขา หากแต่เป็นกลิ่น กลิ่นที่เธอไม่คุ้นเคย แต่เธอก็พอจะรู้ว่ามันคือกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิง และที่สำคัญมันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมที่เธอใช้ “กลับมาแล้วเหรอคะพีท” ลลินเอ่ยทักทายสามี น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าสายตากลับจับจ้องไปที่เขาไม่วางตา พีทชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นภรรยายืนอยู่ตรงโถงทางเดิน เขามีท่าทีลนลานอยู่เสี้ยววินาทีก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว “อืม ลินลุกขึ้นมาทำไมแต่เช้าเนี่ย พีทบอกให้นอนก่อนไ





