Share

บทที่ 5

last update Last Updated: 2026-01-10 18:39:57

ทางด้านเดช หลังจากหลบแสงไฟของรถของชยุตม์ได้แล้ว เขาก็ลัดเลาะซ่อนกายไปตามพุ่มไม้ จนกระทั่งไปใกล้ศาลาพักศพของเจ้านาย

“คุณหนู…”

เดชมองร่างโปร่งระหงของเวลัญจ์ที่ยืนอยู่เพียงลำพัง จึงตัดสินใจเตรียมจะก้าวเข้าไปหาแต่ก็ต้องชะงักเท้าเอาไว้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบเร้นกายกลับไปหลบซ่อนที่พุ่มไม้ตามเดิมเพราะเห็นณรงค์และเกศนีย์เดินออกมาจากศาลา

ณรงค์ยืนหรี่ตาลงแคบๆ มองไปรอบๆ บริเวณนั้นอย่างจับพิรุธ เมื่อไม่มีอะไรผิดสังเกตก็เดินตรงไปที่รถ แต่ก่อนจะไปก็สั่งงานชายกรรจ์ที่อยู่เฝ้าศาลาพักศพ

“จับตาดูให้ดี ฉันเชื่อว่าไอ้เดชมันต้องมาไหว้ศพเจ้านายมันแน่”

เวลัญจ์นั่งมองอยู่ในรถแวนกับเกศนีย์ ความเคร่งเครียดและการแสดงออกทำให้หญิงสาวไม่ได้คลางแคลงใจในตัวของเพื่อนรักบิดาแต่อย่างใด เมื่อณรงค์ขึ้นมานั่งในรถก็หันไปคุยกับเวลัญจ์และเกศนีย์ที่นั่งอยู่ด้านหลัง

“กลับไปพักก่อนนะลัญจ์ หลังงานศพของวสันต์ค่อยคุยกันอีกทีว่าจะเอายังไงกันต่อ ช่วงนี้อาจะเข้าไปดูแลเมกาให้ก่อน” ณรงค์บอกเสียงเรียบ แต่เวลัญจ์อยากดูแลงานแทนบิดาให้เร็วที่สุด เพราะเรือที่ขาดหางเสือจะระส่ำระสายมาก

“ลัญจ์อยากให้ปิดเมกาและกิจการต่างๆ ในเครือทั้งหมดจนกว่าจะเสร็จงานศพพ่อ เพราะพนักงานทุกคนคือครอบครัวของเรา พ่อคงอยากให้พวกเขาได้มาร่วมงานศพ”

“ถ้าปิดรายได้เราจะหายไปไม่รู้เท่าไหร่นะหลาน” ณรงค์ลืมตัวบอกเสียงแข็งกระด้างจนเวลัญจ์มองอย่างไม่ชอบใจนัก เกศนีย์จึงรีบเตือนณรงค์ด้วยสายตาอย่างรวดเร็วเพื่อให้รู้สึกตัว

“เงินไม่สำคัญเท่ากับทำเพื่อคุณพ่อเป็นครั้งสุดท้ายหรอกนะคะ พรุ่งนี้คุณอาประกาศให้พนักงานทุกคนรู้และให้รถรับส่งพนักงานมาร่วมพิธีเผาศพได้เลยค่ะ” หญิงสาวสั่งราวกับประกาศให้ณรงค์รู้ว่า เมื่อไม่มีบิดาหล่อนก็จะเข้ามานั่งบริหารงานด้วยตัวเองแทน ทำเอาณรงค์ไม่พอใจอยู่ลึกๆ เด็กเมื่อวานซืนจะทำอะไรได้ ทุกอย่างจะต้องเป็นของเขาทั้งหมด!

ที่โต๊ะอาหารในคฤหาสน์หลังใหญ่แถบชานเมือง ชยุตม์นั่งอ่านตัวหนังสือซึ่งถูกพาดเป็นหัวข้อข่าวของเช้าวันนี้ผ่านจอแท็บเล็ตด้วยสีหน้าเรียบนิ่งอย่างยากจะคาดเดาอารมณ์

“การตายของนายวสันต์เจ้าของเมกาผับ มีเจ้าพ่ออ่างชื่อดังเข้ามาเกี่ยวข้อง?” ราชิตซึ่งยืนอยู่ด้านหลังผู้เป็นนายพอเห็นการเต้าข่าวจากสื่อสังคมออนไลน์แบบนั้นก็ถึงกับหน้าเครียดลงฉับพลัน เพราะไม่คิดว่าพระเอกอย่างเจ้านายจะกลายเป็นผู้ร้ายไปดื้อๆ “ฮึ...พาดหัวข่าวอย่างนี้ มันแรงไปนะครับนาย”

แต่ดูเหมือนคนที่ถูกกล่าวหาจะไม่เดือดร้อนเลยด้วยซ้ำ ชยุตม์บุ้ยปากพร้อมกับพยักหน้าขึ้นลงช้าๆ แล้วยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบ ก่อนจะวางลงบนจานรองตามเดิม

“ช้าเร็วยังไงฉันก็ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องอยู่ดี สืบให้หน่อยว่าใครเป็นผู้ให้ข่าว” เจ้าพ่อหนุ่มบอกเสียงเรียบๆ ขณะลุกจากเก้าอี้เดินตรงไปที่รถซึ่งติดเครื่องรออยู่ก่อนแล้ว ส่วนราชิตค้อมศีรษะลงเพียงนิด จากนั้นก็รีบจัดการโทร.สั่งลูกน้องต่ออีกทอด

รถเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์มุ่งหน้าสู่ถนนสายหลักไม่ถึงครึ่งชั่วโมง โทรศัพท์ของราชิตก็ดังขึ้น และเมื่อเห็นเบอร์ลูกน้องโชว์อยู่หน้าจอก็รีบกดรับสายทันที

“ได้เรื่องว่ายังไงบ้าง…”

“คนที่ให้ข่าวเป็นหลานสาวของนายณรงค์ครับ เธอทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายการเงินของเมกาผับ”

ราชิตฟังรายละเอียดต่ออีกไม่นานก็วางสายแล้วหันไปมองเจ้านายที่เบาะหลัง “คนให้ข่าวเป็นหลานสาวของนายณรงค์ครับนาย ชื่อ...จัสมิน”

ชยุตม์ขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นเป็นปมเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว และมั่นใจว่าลูกน้องคนสนิทของตนยังรายงานไม่หมดเสียทีเดียว

“มีอะไรที่มากกว่านั้นใช่ไหม?”

“ใช่ครับ เธอเป็นผู้จัดการฝ่ายการเงินแถมประวัติไม่ธรรมดา เคยเป็นผู้ต้องสงสัยในการลักลอบจัดหาสาวๆ ไปทำงานแบบผิดกฏหมายยังต่างประเทศอีกด้วยครับ”

“เวลัญจ์เจอพวก เสือ-สิงห์-กระทิง-แรด เข้าแล้วล่ะ” ชยุตม์กระตุกมุมปาก ยิ้มนิดๆ แล้วยกมือลูบแก้มข้างที่ถูกหญิงสาวตีตราด้วยฝ่ามือ ราชิตรอฟังคำสั่งจากเจ้านายแต่ก็ไม่มีเสียงใดๆ หลุดออกมาจากปากหยัก จนกระทั่งถึงสถานีตำรวจ

เมื่อรถจอดสนิทและชยุตม์เพียงแค่เปิดประตูก้าวเท้าลงมาเท่านั้น กองทัพนักข่าวจากหลายสำนักก็ต่างกรูเข้ามาขอสัมภาษณ์กันจ้าละหวั่น ราชิตและการ์ดอีกสี่คนที่มาด้วยรีบปรี่เข้าไปกันนักข่าวออกอย่างรวดเร็ว

“คุณชยุตม์จะแก้ต่างเรื่องนี้ยังไงครับ”

ชยุตม์ยิ้มให้กับทุกคนอย่างเปิดเผย ก่อนจะตอบคำถามนักข่าวด้วยท่าทีสบายๆ “ผมคงไม่ต้องแก้ต่างอะไร เพราะผมไม่ใช่คนทำ รอให้ความจริงปรากฎดีกว่านะครับทุกคน” เจ้าพ่อหนุ่มพูดเพียงแค่นั้นก็หันไปมองเวลัญจ์ซึ่งกำลังเดินมาอีกทาง ทั้งสองสบตากันในระยะไกลจนนักข่าวต้องมองตาม เมื่อเห็นการปรากฏตัวของบุตรสาวเจ้าของเมกาผับ กลุ่มนักข่าวก็รีบเปลี่ยนเป้าหมายทันที เวลัญจ์เดินมาหากองทัพนักข่าวและเว้นระยะห่างจากคู่กรณีของหล่อนเพียงสองเมตร ทำให้เป็นการเผชิญหน้าระหว่างโจทย์และจำเลยโดยไม่ได้นัดหมายล่วงหน้า

“คุณเวลัญจ์จะทำยังไงต่อไปกับอนาคตของเมกาคะ”

“สิ้นคุณพ่อก็ไม่ใช่ว่าเมกาจะสิ้นชื่อด้วยนี่คะ ฉันจะสานต่องานทุกอย่างทั้งหมดเอง และขอฝากบอกคนที่อยากได้เมกาด้วยนะคะว่าเตรียมอกหักได้เลย เพราะเมกาจะต้องยิ่งใหญ่เหมือนกับวันที่คุณพ่อยังมีชิวิตอยู่” หญิงสาวชี้แจงนักข่าวเป็นข้อๆ ขณะสบประสานสายตากับเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลอย่างหาญกล้า ชยุตม์เห็นท่าทีแข็งกร้าวของลูกกวางน้อยแสนดื้อที่ประกาศก้องว่าจะเข้ามาบริหารเมกาเองนั้นก็รู้สึกเป็นกังวลไม่น้อย เพราะคนที่อยู่เบื้องหลังในการตายของบิดาหล่อนคงจะไม่ต้องการเสียผลประโยชน์เป็นแน่ งานนี้คงต้องเหนื่อยกันอีกพักใหญ่ๆ เลย

“พูดอย่างนั้นเท่ากับท้าทายคนทำนะคะ คุณไม่กลัวเหรอคะ” นักข่าวถามต่อ เวลัญจ์คลี่ยิ้มให้กับชยุตม์ แต่เป็นยิ้มที่ทำเอาชายหนุ่มนิ่งไป ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ทรงยศเดินเข้ามาห้ามศึกเสียก่อน

“บ้านเมืองมีกฎหมายนะครับ ยังไงผมคงไม่ปล่อยให้ใครทำอะไรได้ตามอำเภอใจเป็นแน่” ทุกคนเบนสายตาไปมองเจ้าของเสียงและเปิดทางให้เดินเข้ามาในวงล้อม “เชิญที่ห้องทำงานผมดีกว่าครับ” สารวัตรหนุ่มอนาคตไกลผายมือเชิญชยุตม์และเวลัญจ์ ทั้งสองจึงเดินตามเข้าไป โดยที่นักข่าวยังคงปักหลักรออยู่ด้านนอกกันเหนียวแน่น

“ฉันมาฟังการสอบสวนค่ะ”

ชยุตม์กระตุกยิ้มแล้วเดินเฉียดร่างอรชรไปนั่งหน้าโต๊ะทำงานของทรงยศ เวลัญจ์เบี่ยงตัวหลบแทบไม่ทันและเดินหน้าบึ้งไปนั่งข้างเขา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการยอดรัก   บทที่ 5

    ทางด้านเดช หลังจากหลบแสงไฟของรถของชยุตม์ได้แล้ว เขาก็ลัดเลาะซ่อนกายไปตามพุ่มไม้ จนกระทั่งไปใกล้ศาลาพักศพของเจ้านาย“คุณหนู…”เดชมองร่างโปร่งระหงของเวลัญจ์ที่ยืนอยู่เพียงลำพัง จึงตัดสินใจเตรียมจะก้าวเข้าไปหาแต่ก็ต้องชะงักเท้าเอาไว้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบเร้นกายกลับไปหลบซ่อนที่พุ่มไม้ตามเดิมเพราะเห็นณรงค์และเกศนีย์เดินออกมาจากศาลาณรงค์ยืนหรี่ตาลงแคบๆ มองไปรอบๆ บริเวณนั้นอย่างจับพิรุธ เมื่อไม่มีอะไรผิดสังเกตก็เดินตรงไปที่รถ แต่ก่อนจะไปก็สั่งงานชายกรรจ์ที่อยู่เฝ้าศาลาพักศพ“จับตาดูให้ดี ฉันเชื่อว่าไอ้เดชมันต้องมาไหว้ศพเจ้านายมันแน่”เวลัญจ์นั่งมองอยู่ในรถแวนกับเกศนีย์ ความเคร่งเครียดและการแสดงออกทำให้หญิงสาวไม่ได้คลางแคลงใจในตัวของเพื่อนรักบิดาแต่อย่างใด เมื่อณรงค์ขึ้นมานั่งในรถก็หันไปคุยกับเวลัญจ์และเกศนีย์ที่นั่งอยู่ด้านหลัง“กลับไปพักก่อนนะลัญจ์ หลังงานศพของวสันต์ค่อยคุยกันอีกทีว่าจะเอายังไงกันต่อ ช่วงนี้อาจะเข้าไปดูแลเมกาให้ก่อน” ณรงค์บอกเสียงเรียบ แต่เวลัญจ์อยากดูแลงานแทนบิดาให้เร็วที่สุด เพราะเรือที่ขาดหางเสือจะระส่ำระสายมาก“ลัญจ์อยากให้ปิดเมกาและกิจการต่างๆ ในเครือทั้งหมดจนกว่าจะเ

  • พันธนาการยอดรัก   บทที่ 4

    ในขณะที่บรรยากาศด้านในศาลาพักศพยังคงตรึงเครียดอยู่นั้น รถยุโรปคันหรูสีดำวาวก็แล่นมาจอดเทียบที่บริเวณหน้างาน ราชิตรีบลงมาเปิดประตูให้ผู้เป็นนายทันที การปรากฎตัวของชยุตม์มาพร้อมกับสายลมที่พัดวูบไหวแรงกว่าเดิม ทำเอาคนที่ยืนอยู่แถวนั้นถึงกับขนลุกซู่ไปตามๆ กัน ยกเว้น...เวลัญจ์“ไอ้ฆาตกร! ออกไป! ที่นี่ไม่ต้อนรับคนอย่างแก!” ณรงค์กระแทกเสียงใส่อีกฝ่ายดังลั่น เวลัญจ์จ้องมองร่างสูงสง่าไม่วางตา และก็เชื่อว่าดวงตาภายใต้แว่นสีดำกำลังมองหล่อนอยู่เช่นกัน“คุณก็แค่เพื่อนคนตาย แต่เจ้าภาพตัวจริงเขายังไม่ได้ออกปากไล่ผมสักคำเลย” ชยุตม์บอกด้วยท่าทีเรียบนิ่ง ก่อนจะหันไปมองดวงหน้าสวยหวานราวกับตุ๊กตาบาร์บี้ เวลัญจ์ขยับกายเข้าไปยืนเผชิญหน้าผู้ต้องสงสัย หล่อนคิดว่าความสูงร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรของตัวเองนั้นสูงอยู่แล้ว แต่พอยืนเทียบกับชายหนุ่มกลับต้องแหงนเงยใบหน้าขึ้นมองเลยทีเดียว แถมยังรับรู้ถึงรังสีอะไรบางอย่างที่กำลังแผ่ไอร้อนซ่านออกมาลามเลียผิวกายจนสะเทิ้นสะท้านหวามไหวไปหมด บุรุษผู้นี้จะน่ากลัวมากเวลาที่ไม่ได้ดั่งใจ!“ถ้ามาโดยไม่มีอะไรแอบแฝง ฉันก็ยินดีและขอบคุณค่ะ แต่ถ้าหากมาเพื่อดูผลงานของตัวเอง ฉันก็ขอบอกไว้

  • พันธนาการยอดรัก   บทที่ 3

    “รีบไปจากที่นี่เถอะครับนาย เสียงปืนดังขนาดนี้ อีกไม่นานตำรวจก็คงแห่มาทั้งโรงพักเป็นแน่” ราชิตพูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงหวอรถตำรวจก็ดังแว่วมาแต่ไกล ชยุตม์มองร่างวสันต์ด้วยใบหน้าเคร่งเครียดก่อนจะรีบออกจากจุดเกิดเหตุไปในทันทีเมื่อบทสวดอภิธรรมในงานศพของวสันต์จบลง แขกเหรื่อจากหลากหลายวงการที่มาร่วมพิธีต่างก็ทยอยกลับ เกศนีย์ยืนส่งแขกที่ประตูในฐานะภรรยาของวสันต์พร้อมกับณรงค์ จนกระทั่งแขกกลุ่มสุดท้ายออกจากศาลา ทั้งเกศนีย์และณรงค์ก็ถอนหายใจออกมายาวๆ“วันแรกแขกก็จะเยอะแบบนี้แหละเกศ ทนเหนื่อยอีกไม่กี่วันหรอก” ณรงค์พูดปลอบเสียงเบาๆ แต่ในระหว่างที่ทั้งคู่ยืนคุยกันอยู่นั้นก็มีหญิงสาวรูปร่างโปร่งระหงภายใต้ชุดเดรสสีดำ สวมแว่นกันแดดอันใหญ่ปิดบังใบหน้าขาวเนียนไปกว่าครึ่งเดินตรงมาที่ศาลา ดึงความสนใจของทั้งสองหันไปมองอย่างรวดเร็ว “วะ...เวลัญจ์…” เกศนีย์และณรงค์อุทานขึ้นแทบจะพร้อมๆ กัน เวลัญจ์ทายาทเพียงคนเดียวของวสันต์พนมมือไหว้ภรรยาใหม่ของบิดาและณรงค์“สวัสดีค่ะคุณน้า คุณอา” หญิงสาวทำความเคารพเสร็จก็เดินเข้าไปข้างใน ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นนั้นแดงก่ำเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักมองภาพที่ตั้งอยู่ท่ามกลางด

  • พันธนาการยอดรัก   บทที่ 2

    บนฟากฟ้าสีดำที่พร่างพรายไปด้วยดาวนับล้านๆ ดวง ซึ่งกำลังพากันอวดความงดงามในคืนเดือนดับ หากบนพื้นดินเบื้องล่างกลับมีแสงระยิบระยับจากไฟดวงเล็กๆ หลากหลายสีสันที่เปล่งประกายไล่ระดับตามมุมต่างๆ ของสถานเริงรมย์ที่ตั้งอยู่บนถนนโลกีย์ในเขตกรุงเทพมหานครสถานบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดและแขกเต็มทุกวันก็คือ แฮปปีไนท์ของ ‘ชยุตม์ เทวัญ’ หรือฉายาเจ้าพ่ออ่างชื่อดัง แฮปปีไนท์ทุกสาขาเป็นสถานบันเทิงแบบครบวงจร มีทั้งคลับ บาร์ เธค และคาราโอเกะ โดยสิ่งที่ทำให้แขกติดใจเป็นพิเศษก็คือ ‘อาบ-อบ-นวด’ ซึ่งใครที่เคยไปใช้บริการเป็นต้องพูดเสียงเดียวกันว่า นี่แหละคือ ‘สวรรค์ของภมร’ แฮปปีไนท์ไม่ได้มีแค่ในเมืองกรุง หากแต่ยังมีสาขาตามหัวเมืองท่องเที่ยวเช่น พัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต และอีกหลายจังหวัดใหญ่ๆ ในเมืองไทยชยุตม์ทายาทสิวารีกรุ๊ป ที่แยกตัวออกจากปีกของตระกูลมาสร้างอาณาจักรของตนเอง จนแฮปปีไนท์เป็นดั่งสรวงสวรรค์ของหมู่ภมรกระเป๋าหนัก เพราะสถานที่แห่งนี้บริการทุกอย่างแบบมีระดับ ซึ่งลูกค้าทุกคนก็พร้อมที่จะจ่ายแม้จะแพงแค่ไหนก็ตามเมื่อได้เวลาปิดสถานบันเทิง แสงสีต่างๆ ก็ค่อยๆ ดับลง บ่งบอกว่าความสุขแห่งค่ำคืนได้ปิดฉากแล้ว นักเที่ย

  • พันธนาการยอดรัก   บทที่ 1

    ท่ามกลางความมืดมิดในยามราตรีกาล ขาเรียวขาวของอิสตรีนางหนึ่งค่อยๆ เดินย่ำไปตามพื้นหญ้าหนานุ่ม มุ่งหน้าสู่บ้านอีกหลังซึ่งอยู่ละแวกเดียวกัน ใบหน้าของเจ้าหล่อนถูกแต่งแต้มด้วยโทนสีบางๆ ขณะเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม เสมือนว่าจุดหมายปลายทางเบื้องหน้านั้นเป็นดั่งสวรรค์ที่กำลังรออยู่ก็ไม่ปาน ความเร่งรีบบวกกับความเผลอเรอที่ไม่ทันได้สังเกตว่ามีใครอีกคนเดินตามมาห่างๆ และเฝ้ามองทุกย่างก้าวอย่างปวดร้าวสุดจะบรรยาย“คุณณรงค์ นี่เกศเองนะคะ” เสียงหวานๆ เอ่ยเรียกเจ้าของบ้านเบาๆ ราวกับกลัวคนอื่นจะได้ยิน ไม่ถึงเสี้ยววินาทีประตูก็เปิดออกคล้ายกับกำลังรอการมาหาของหล่อนอยู่ก่อนแล้ว“ทำไมมาช้าจังเลยเกศ...” ณรงค์ดึงเกศนีย์เข้าไปข้างในบ้าน และทันทีที่ประตูปิดลง ร่างหนาก็รวบร่างอวบอิ่มเข้ามากอดจูบอย่างเร่าร้อนราวกับว่าตัวเองห่างหายเรื่องบนเตียงมาแสนนาน ทั้งๆ ที่ทั้งสองนั้นลักลอบพบกันแทบจะทุกคืน“อูย…อ๊า...แบบนี้สิเกศถึงรักคุณมากกว่าสามีที่จืดชืดอย่างคุณวสันต์” เกศนีย์ลูบไล้ฝ่ามือบางไปตามแผงอกของชายวัยห้าสิบปีแต่ไม่ได้แก่ตามอายุด้วยความหลงใหระคนเชื้อเชิญภาพเงาของสองร่างที่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างนัวเนียกันชนิดถึงพริกถึง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status