LOGIN“วันเกิดเหตุคุณชยุตม์ไปอยู่กับคุณวสันต์ได้ยังไงครับ” ทรงยศเริ่มเข้ากระบวนการสอบสวนหลังจากให้สัญญาณลูกน้องเตรียมบันทึกคำให้การของจำเลยเอาไว้
“ผมออกจากแฮปปีไนท์เพื่อจะกลับบ้าน ก็เห็นคนวิ่งออกมาจากเมกาผับ และมีกลุ่มชายฉกรรจ์อีกหลายคนวิ่งตามมา ก็เลยตามไปดู พอไปถึงก็เห็นคุณวสันต์ถูกยิงอาการสาหัส ส่วนนายเดชก็วิ่งหนีไปเสียก่อน”
“ไม่จริง ฉันไม่มีทางเชื่อคำพูดของคุณ น้าเดชไม่เคยทิ้งคุณพ่อ” เวลัญจ์แว้ดเสียงแทรก พร้อมกับลุกขึ้นยืนมองเขาอย่างไม่พอใจ
“อันนั้นผมไม่รู้ ความจริงคือพ่อของคุณถูกไล่ยิงออกมาจากเมกาผับ ไม่ใช่ผมเป็นคนไล่ยิง เข้าใจเสียใหม่ด้วย” ชยุตม์ยืนยันเสียงหนักแน่น
“ใครๆ ก็รู้ว่าคุณอยากได้เมกาผับมากแค่ไหน ถ้าไม่ใช่คุณแล้วจะเป็นใครได้ล่ะ???” เวลัญจ์ไม่ยอมหยุด ขณะที่ตาคมโตลุกวาวด้วยอาการโกรธกรุ่น
“หยุดพูด แล้วใช้สมองคิด ขืนใช้อารมณ์แบบนี้คุณก็จะเห็นดำเป็นขาว” คราวนี้ชายหนุ่มเริ่มเดือดขึ้นมาบ้าง ไม่ใช่ว่าโกรธที่ถูกกล่าวหาให้เสียหาย แต่โกรธเพราะห่วงความปลอดภัยของหล่อนมากว่า
“เอาล่ะครับ ใจเย็นๆ กันทั้งคู่ นั่งครับนั่ง...” ทรงยศรีบห้ามทัพเมื่อเห็นสงครามน้ำลายเริ่มปะทุขึ้นเรื่อยๆ
“สารวัตรดูกล้องวงจรปิดภายในเมกาหรือยัง” ชยุตม์ถามเพราะเชื่อว่าวสันต์น่าจะมีปัญหากับใครสักคนอย่างรุนแรงในเมกาผับ
“ผมเช็คแล้ว กล้องในห้องโถงกับหน้าผับเสีย ทำให้เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จากการสอบสวนพนักงานที่ทำงานในวันนั้น พวกเขาบอกว่า ไม่รู้ไม่เห็นอะไรเลยเพราะผับปิดก็พากันกลับบ้าน แต่คุณจัสมินให้การว่าวันนั้นมีแขกสองกลุ่มที่ไม่ยอมกลับทั้งๆ ที่ผับปิดแล้ว ทำให้คุณวสันต์ออกมาเตือนจนไม่พอใจชักปืนออกมายิงใส่ คุณวสันต์วิ่งหนีไปที่หน้าผับ จากนั้นก็พากันรีบแจ้งตำรวจ”
ทรงยศส่งรายละเอียดให้ชยุตม์และเวลัญจ์ดู แต่ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะเปิดอ่าน หญิงสาวก็รีบแย่งไปถือและสงสัยการกระทำของสารวัตรหนุ่ม ที่ดูจะเกรงอกเกรงใจเจ้าพ่อชื่อดังคนนี้ไม่น้อย หรือจะเป็นอย่างที่อาณรงค์พูดไว้ว่าเงินสามารถงัดกุญแจห้องขังได้
“สารวัตรให้ผู้ต้องสงสัยอ่านรายงานแบบนี้ก็เสียรูปคดีหมดสิคะ”
ชยุตม์เหยียดยิ้ม แล้วหันไปมองใบหน้าสวยหวานที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นนางยักษ์ไปแล้ว “หาหลักฐานมาเอาผมเข้าคุกให้ได้ก่อน ค่อยบอกว่าผมเป็นคนทำ”
“ฉันทำแน่ เพราะเจ้าพ่ออ่างอย่างคุณ มันรวยบนความทุกข์ของคนอื่นมานานแล้ว คนอื่นกลัวคุณจนหัวหด แต่ไม่ใช่ฉัน และฉันนี่แหละจะเปิดโปงความชั่วของคุณให้คนได้รับรู้กัน ฮึ!” เวลัญจ์วางเอกสารลงบนโต๊ะแล้วเดินฉับๆ ออกจากห้องไป ชยุตม์ถึงกับถอนหายใจออกมายาวๆ ทำเอาทรงยศระบายยิ้ม
“ถึงกับถอนหายใจเลยเหรอเจ้าพ่อผู้ยิ่งใหญ่”
“แค่ห่วงเธอน่ะ เพราะดูจากคนที่ตายในวันเกิดเหตุ หากมองเผินๆ เหมือนนักเที่ยวแต่ฝีมือการต่อสู้ไม่ต่างอะไรจากมือปืนชัดๆ ยิ่งกล้องวงจรปิดจุดสำคัญเสียแบบนั้น ก็ยิ่งน่าสงสัยมากกว่าเดิมเพราะมันบังเอิญเกินไป”
“คิดเหมือนกัน นี่ก็กะว่าจะส่งสายเข้าไปทำงานในเมกาผับ เผื่อจะได้เบาะแสอะไรเพิ่มเติม” ทรงยศบอกแผนการ แต่ถึงตำรวจไม่ทำ ชยุตม์ก็ส่งคนไปที่นั่นทุกคืนอยู่แล้วตั้งแต่เกิดเรื่อง จากนั้นการสนทนาก็มีอันต้องหยุดลงเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือของราชิตดังขึ้น สีหน้าเคร่งเครียดของลูกน้องคนสนิททำให้เจ้าพ่อหนุ่มรู้ได้ทันทีว่าเกิดเรื่องไม่ดีแน่นอน
“คนของเรารายงานมาว่ามีบิ๊กไบค์คันหนึ่งกำลังขับตามรถของคุณเวลัญจ์ไปครับนาย”
“เดี๋ยวฉันจะให้ตั้งด่านสกัดไว้”
“ไม่ต้อง ฉันขอเป็นคนจัดการพวกมันเอง” ชยุตม์บอกเพื่อนเสร็จก็รีบตามไปช่วยหญิงสาวทันที
ด้านเวลัญจ์พอขับรถออกจากการจราจรที่แออัดไปยังโรงงานแปรรูปแถวๆ บางปะกง ด้วยความที่ไม่ชินกับถนนในเมืองไทยทำให้หล่อนต้องขับอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ แต่แล้วจู่ๆ ก็มีรถบิ๊กไบค์คันหนึ่งวิ่งแซงทะลุขึ้นมาจากฝั่งขวามือ ก่อนจะจอดขวางลำถนนเอาไว้ จนรถของเวลัญจ์ที่ขับมาในระยะกระชั้นชิดต้องรีบเบรกแทบหัวคะมำ
เอี๊ยดดด!!!...
หญิงสาวพยายามบังคับรถให้หยุดห่างเกือบสิบเมตร ชายฉกรรจ์ในชุดดำที่นั่งซ้อนท้ายมากับบิ๊กไบค์รีบตวัดเท้าลงมายืนมองรถของเป้าหมายตาเขม็ง จากนั้นก็สอดมือเข้าไปในเสื้อหนังช้าๆ สัญชาตญาณทำให้เวลัญจ์เย็นยะเยือกไปทั้งตัว และเมื่อสังเกตเห็นวัตถุดำเมี่ยมที่ชายคนนั้นหยิบออกมา หล่อนก็ถึงกับเบิกตาโพลง
“พระเจ้า…”
เสียงหวานอุทานอย่างหวาดหวั่น หัวใจเต้นแรงระรัว มือกำพวงมาลัยแน่น ในขณะที่กลุ่มนักฆ่าค่อยๆ เล็งปลายกระบอกปืนมายังหล่อน
ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!!
“กรี๊ดดด…”
หญิงสาวหลับตาและกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ จากนั้นสติก็ล่องลอยดับวูบลงเพราะคิดว่าตัวเองคงไม่รอดแล้ว
ส่วนคนขับรถบิ๊กไบค์เมื่อเห็นเพื่อนถูกยิงตายก็รีบบึ่งรถหนีไปอย่างรวดเร็ว ชยุตม์เปิดประตูรถฝั่งคนขับออก เห็นเวลัญจ์นอนไร้สติด้วยใบหน้าซีดเซียวก็จัดการช้อนอุ้มเอาร่างบางมาไว้ที่รถของตนแทน ราชิตเดินไปดูนักฆ่าที่นอนตายจมกองเลือดและมองปืนที่มันใช้
“Kimber CDP ขนาด 9 มม.” ราชิตหน้าเครียด เพราะปืนพวกนี้มีเพียงมือปืนในซุ้มดังทางปักษ์ใต้เท่านั้นที่ใช้ พวกนี้จะรับงานก็ต่อเมื่อได้ค่าจ้างเป็นเงินดอลลาร์เท่านั้น “เก็บหลักฐานให้เกลี้ยง ฉันไม่อยากมีปัญหากับพวกตำรวจ” ราชิตสั่งการ์ดที่มาด้วย แล้วจึงไปทำหน้าที่ขับรถแทนการ์ดด้วยตัวเอง “ไปโรงพยาบาลไหนครับนาย”
“ฉันว่าไปที่บ้านดีกว่า คงตกใจเท่านั้นเอง ตามหมอวิรุณมาดูก็พอ” ชยุตม์มองคนในอ้อมกอด มือปัดปรอยผมที่ละอยู่ข้างแก้มออกเบาๆ เผยให้เห็นดวงหน้าสวยหวานชัดเจนกว่าเดิม
สองเดือนต่อมา...ชยุตม์สั่งให้ทนายประจำตระกูลของเวลัญจ์เปิดพินัยกรรมซึ่งเป็นฉบับจริง แล้วจัดการถ่ายโอนทรัพย์สินทุกอย่างกลับคืนสู่เจ้าของคนเดิม หญิงสาวจัดการตกแต่งบ้านใหม่และพาพ่อกับแม่กลับมาอยู่ตามที่ตัวเองได้สัญญาเอาไว้“ลัญจ์พาพ่อกับแม่กลับมาอยู่บ้านของเราแล้วนะคะ เราได้ทุกอย่างกลับคืนมาทั้งหมด คนชั่วก็ได้รับผลกรรมไปแทน ลัญจ์เองก็อโหสิกรรมให้ทุกคนแล้วค่ะ จากนี้ลัญจ์จะสานต่องานทุกอย่างของพ่อเองนะคะ” เวลัญจ์น้ำตาซึม ขณะมองภาพผู้ให้กำเนิดที่ติดคู่กันอยู่บนผนังในห้องโถง“ถ้าลัญจ์มีหลานให้พวกท่าน ผมคงต้องให้หยุดทำงานทันที แต่ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะหาคนที่ไว้ใจที่สุดไปดูแลเมกาเอง” เสียงทุ้มดังมาจากด้านหลังพร้อมๆ กับที่ร่างสูงใหญ่เดินมายืนอยู่ข้างๆ สายตามองไปยังภาพบนผนัง“คงอีกนานค่ะพ่อขาแม่ขา เพราะลูกเขยคนนี้ไม่มีน้ำยาเอาเสียเลย” เวลัญจ์ย่นจมูกใส่ ชยุตม์หน้าตึงที่ถูกเมียรักท้าทายเช่นนั้น“ว่าผัวไม่มีน้ำยาแบบนี้ คงต้องจัดชุดใหญ่แล้วล่ะ” ชายหนุ่มเข่นเขี้ยวแล้วอุ้มร่างกลมกลึงลอยหวืดขึ้นจากพื้น หญิงสาวตาโต รีบยกมือขึ้นคล้องคอหนาอย่างรวดเร็ว“คนบ้า...นี่กลางวันแสกๆ นะ” หล่อนต่อว่าปอดแปด พวงแก้มเปลี
“มอบตัวเถอะคุณณรงค์ คุณไม่มีทางหนีอีกแล้ว” สารวัตรหนุ่มและตำรวจทุกนายเล็งปืนมาที่ร่างของณรงค์เป็นจุดเดียวกัน เมื่อหมดหนทางต่อสู้ณรงค์ถึงกับเหงื่อตกแล้วค่อยๆ ยกมือขึ้นเหนือศีรษะช้าๆ เพื่อที่จะมอบตัว แต่จัสมินก็ทำในสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิด หญิงสาววิ่งไปแย่งปืนจากมือเดชซึ่งกำลังเดินสวนเข้ามาในห้องโถงพอดี“อย่าอยู่เลยไอ้ผัวสารเลว” เสียงแหลมเต็มไปด้วยความเคียดแค้นดังขึ้นพร้อมกับเสียงปืน ณรงค์หันไปมองจัสมินซึ่งเป็นจังหวะที่กระสุนเจาะเข้าบริเวณอกด้านซ้ายตัดขั้วหัวใจจนเลือดพุ่งกระฉูดออกมาปัง!!!...“อ๊าก…” ณรงค์สะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกกว้าง ริมฝีปากอ้าค้าง แต่ยังไม่สิ้นใจ ร่างหนาค่อยๆ เดินลากเท้าไปหา ก่อนจะใช้มือประกบที่ปืนของหญิงสาวแล้วบังคับปลายกระบอกจี้เข้าที่บริเวณคอหอย จากนั้นกดลั่นไกทันทีปัง!!!...กระสุนเจาะทะลุคอของจัสมินจนร่างกระตุกตุบๆ ณรงค์เหยียดยิ้มมองไปที่ชยุตม์และเวลัญจ์ แล้วล้มลงพื้นด้วยลมหายใจสุดท้าย เลือดไหลนองพื้นคอนกรีต“เรียกรถพยาบาล” ทรงยศสั่งการด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ชยุตม์กอดเวลัญจ์แนบอกเพื่อไม่ให้ภรรยาเห็นภาพสะเทือนใจ จัสมินเอามือกุมที่ลำคอของตัวเองพร้อมกับทำปากขมุบขมิบเหมือนจะ
“แต่อาก็กำลังได้รับผลกรรมที่ทำเอาไว้” หญิงสาวจ้องมองกลับอย่างไม่เกรงกลัว ณรงค์จึงสะบัดมือออกจากกรามเรียวจนร่างระหงถอยหลังไปชนกับพนักพิงโซฟา “อาทำกับพ่อได้ยังไง ทั้งๆ ที่พ่อเห็นอาเหมือนคนในครอบครัว”“พ่อแกไม่ยอมยกเมกาผับให้ฉัน ทั้งๆ ที่ฉันขอดีๆ มันหวงเอาไว้ให้แก ในขณะที่ฉันทำมันใหญ่โตเกือบจะเท่ากับแฮปปีไนท์ของไอ้ชยุตม์ด้วยช้ำ” ณรงค์พูดตาแทบถลนออกจากเบ้าด้วยความคับแค้น “ฉันก็เลยต้องฆ่ามัน แล้วจัดการโอนเมกามาเป็นของฉัน”“ฉันไม่คิดเลยว่าอาจะโหดร้ายได้ถึงขนาดนี้ แถมยังส่งคนไล่ฆ่าฉันอีกด้วย” เวลัญจ์ตอบโต้กลับไปด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด จัสมินเห็นอีกฝ่ายเริ่มทำตัวฉุนเฉียวก็รีบเข้าไปจิกทึ้งผมแล้วออกแรงกระชากไปข้างหลังจนหน้าหงาย “โอ้ย…ฉันคิดว่าเธอจะสำนึกได้แล้วนะจัสมิน แต่เธอก็เลือกที่จะเดินในความมืดอีก”“เพราะคนที่จะให้ชีวิตใหม่ฉันได้ก็มีแค่คุณรงค์คนเดียวเท่านั้น ส่วนแกอีนังหน้าโง่ ปากก็บอกว่าจะช่วย แต่พอเสร็จคดีก็รีบไปนอนกกผัวเหมือนไก่ในเล้ากกไข่จนไม่เห็นหัวคนอย่างฉัน” จัสมินยื่นหน้าไปบอกใกล้ๆ“เธอแน่ใจเหรอจัสมิน ผู้ชายคนนี้ไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง เธอดูน้าเกศเป็นตัวอย่างสิ ต้องเป็นคนส่งยาจ
เวลัญจ์ขับรถมาจอดต่อท้ายรถตำรวจและมองไปรอบๆ บริเวณบ้าน คนรับใช้พักงานเพราะตำรวจขออำนาจศาลปิดจนกว่าจะสอบสวนคดีเสร็จ หญิงสาวรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีจึงโทร.ไปหาชยุตม์ รอสายไม่นานเสียงทุ้มก็ทักทายมา“ว่าไงครับที่รัก”“เอ่อ ตอนนี้ฉันมาหาจัสมินที่บ้านนะคะ แต่คุณไม่ต้องเป็นห่วงนะมีตำรวจอยู่ด้วย” เวลัญจ์บอกเสียงหวานเพราะกลัวเขาโกรธ“ให้ตายสิลัญจ์ คุณออกไปคนเดียวได้ยังไง ผมอยากจะจับคุณขังในห้องจริงๆ เลย” ชยุตม์สบถอย่างหัวเสีย อุตส่าห์กำชับแล้วเชียวว่าอย่าออกไปไหนลำพังจนกว่าเขาจะกลับมา นี่ถ้าไม่ติดธุระกับคนมีสีเขาคงต้องหิ้วตัวหล่อนมาด้วย“ขอโทษค่ะ กลับไปจะให้ลงโทษเต็มที่เลย โอเคป๊ะ” หล่อนบอกเสียงหวานแล้วส่งจูบดังจุ๊บๆๆ ผ่านโทรศัพท์เพราะรู้ดีว่าเวลานี้ชยุตม์คงแทบคลั่ง“ไม่ต้องมาหวาน ยังไงคืนนี้คุณโดนหนักแน่ลัญจ์ ผมจะรีบไปหานะ เปิดเครื่องไว้ผมจะได้รู้ว่าคุณไม่เป็นไร” เขาสั่งเสียงเข้ม เวลัญจ์ย่นจมูกใส่โทรศัพท์ ก่อนจะหย่อนมันลงในกระเป๋าสะพาย แล้วลงจากรถเดินเข้าไปในบ้าน แต่หญิงสาวไม่รู้หรอกว่าชยุตม์ได้โทร.หาทรงยศหลังวางสายจากหล่อน“จัสมิน…” เวลัญจ์เดินเข้าไปในห้องโถงขณะมองหาจัสมิน เมื่อไม่เจอก็เรียกหาอี
เจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานก็เข้าตรวจสอบแล้วเดินมารายงานทรงยศ “ผงขาวเกรดพรีเมียมครับสารวัตร ถ้าหลุดออกไปได้ มูลค่าของมันไม่น่าจะต่ำกว่าสามร้อยล้านบาทครับ”“ไอ้พวกชั่ว ร่ำรวยบนความทุกข์ของคนอื่น ฉันจะจัดการพวกมันให้หมดทั้งแก๊งค์เลยคอยดู” พูดจบทรงยศก็เดินองอาจไปที่รถตำรวจซึ่งมีจอนนีและจัสมินนั่งอยู่ท้ายกระบะ จากนั้นก็ลากตัวต้นเรื่องลงมา“ไงมึง คราวนี้มีอะไรจะแก้ตัวอีกไหม” สารวัตรหนุ่มบอกเสียงต่ำ แต่กลับถูกจอนนีเหยียดยิ้มใส่ จนทรงยศแทบจะสะกดอารมณ์ไว้ไม่ไหว โชคดีที่ชยุตม์ตามมาทันและจับเพื่อนรักออกห่างจากผู้ต้องหา“มันไม่ใช่ของฉัน มันอยู่ในเมกาก็ต้องเป็นของณรงค์ ไม่เกี่ยวกับฉัน” จอนนีไปได้น้ำขุ่นๆ จัสมินกลัวตัวเองจะมีความผิดไปด้วย จึงรีบแฉทุกอย่างหมดเปลือก“ไม่จริงค่ะคุณตำรวจ ไอ้ฝรั่งคนนี้แหละเป็นคนชวนคุณณรงค์ค้ายา ฉันเป็นพยานได้”จอนนีตวัดสายตามองจัสมินอย่างโมโหแล้วปรี่ไปที่ท้ายกระบะ จัสมินเห็นท่าไม่ดีจึงรีบกระโดดลงจากรถไปหลบอยู่ด้านหลังชยุตม์อย่างกลัวๆ“งานนี้โดนหนักแน่มึง” ทรงยศบอกอย่างสะใจแล้วให้สัญญาณลูกน้องพาผู้ต้องหาไปสอบสวน“เสียดายนายณรงค์หนีไปได้ ยังไงคุณลัญจ์ก็ต้องระวังตัวด้วยนะครับ
“ผมมั่นใจว่าของยังอยู่ที่เมกาครับ และที่สำคัญมันซ่อนอยู่ในน้ำ” ทรงยศพูดออกมาอย่างมั่นใจและบอกจุดซ่อนของยาเสพติด “ให้นักดำน้ำลงไปตรวจใต้สระหน้าเมกาผับด้วยครับ” สิ้นคำสั่งดังกล่าว สารวัตรหนุ่มก็รีบขับรถกลับไปสมทบเพื่อปิดบัญชีพ่อค้ายารายใหญ่อย่างจอนนีและพวกพ้องของมัน“แกเสร็จฉันแน่ไอ้จอนนี ไอ้นายณรงค์” ทรงยศบดกรามเข้าหากันแน่นทางด้านณรงค์และจอนนีรู้ว่าสินค้าที่เกศนีย์เอาไปส่งนั้นถูกเจ้าหน้าที่จับกุม คนรับของถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญทั้งหมด ส่วนเกศนีย์ถูกฆ่าปิดปากเพื่อป้องกันความลับเอาไว้“พวกมันรู้ได้ยังไงว่าเราจะขนของคืนนี้”“งานนี้ขาดทุนย่อยยับ ผมไม่น่ามาลงทุนกับคุณเลยจริงๆ” จอนนีเริ่มออกลายเพื่อเอาตัวรอด ณรงค์ตวัดสายตาไปมองอย่างไม่พอใจ ประจวบกับเหมาะกับที่จัสมินเปิดประตูเข้ามาพอดี“คุณณรงค์ฉันดูข่าวเรื่องเกศนีย์ นังนั่นค้ายาเสตติดตั้งแต่เมื่อไหร่” จัสมินถามด้วยสีหน้าร้อนรน และมองณรงค์กับจอนนีสลับกันไปมาขณะรอคำตอบ“ไม่รู้ มันคงอยากรวยถึงทำเรื่องพวกนี้” ณรงค์บอกปัดๆ เป็นเชิงรำคาญ จัสมินจึงขยับมาใกล้อย่างคลางแคลงใจ เพราะคนอย่างเกศนีย์ไม่น่าจะกล้าค้ายาเองถ้าไม่มีคนบงการ“คุณไม่ได้อยู่เบื้องห







