Share

บทที่ 4

last update Last Updated: 2026-01-10 18:39:19

ในขณะที่บรรยากาศด้านในศาลาพักศพยังคงตรึงเครียดอยู่นั้น รถยุโรปคันหรูสีดำวาวก็แล่นมาจอดเทียบที่บริเวณหน้างาน ราชิตรีบลงมาเปิดประตูให้ผู้เป็นนายทันที การปรากฎตัวของชยุตม์มาพร้อมกับสายลมที่พัดวูบไหวแรงกว่าเดิม ทำเอาคนที่ยืนอยู่แถวนั้นถึงกับขนลุกซู่ไปตามๆ กัน ยกเว้น...เวลัญจ์

“ไอ้ฆาตกร! ออกไป! ที่นี่ไม่ต้อนรับคนอย่างแก!” ณรงค์กระแทกเสียงใส่อีกฝ่ายดังลั่น เวลัญจ์จ้องมองร่างสูงสง่าไม่วางตา และก็เชื่อว่าดวงตาภายใต้แว่นสีดำกำลังมองหล่อนอยู่เช่นกัน

“คุณก็แค่เพื่อนคนตาย แต่เจ้าภาพตัวจริงเขายังไม่ได้ออกปากไล่ผมสักคำเลย” ชยุตม์บอกด้วยท่าทีเรียบนิ่ง ก่อนจะหันไปมองดวงหน้าสวยหวานราวกับตุ๊กตาบาร์บี้ เวลัญจ์ขยับกายเข้าไปยืนเผชิญหน้าผู้ต้องสงสัย หล่อนคิดว่าความสูงร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรของตัวเองนั้นสูงอยู่แล้ว แต่พอยืนเทียบกับชายหนุ่มกลับต้องแหงนเงยใบหน้าขึ้นมองเลยทีเดียว แถมยังรับรู้ถึงรังสีอะไรบางอย่างที่กำลังแผ่ไอร้อนซ่านออกมาลามเลียผิวกายจนสะเทิ้นสะท้านหวามไหวไปหมด บุรุษผู้นี้จะน่ากลัวมากเวลาที่ไม่ได้ดั่งใจ!

“ถ้ามาโดยไม่มีอะไรแอบแฝง ฉันก็ยินดีและขอบคุณค่ะ แต่ถ้าหากมาเพื่อดูผลงานของตัวเอง ฉันก็ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า พ่อฉันตาย แต่ฉันยังอยู่ ซึ่งฉันก็จะไม่ยอมปล่อยให้คนร้ายลอยนวลไปได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน” เมื่อพูดจบเวลัญจ์ก็ต้องขมวดคิ้วเข้าหากันมุ่น หลังจากเห็นเขากระตุกยิ้มมุมปากราวกับเรื่องที่หล่อนพูดเป็นเรื่องตลกพกลม ทำเอาหญิงสาวอารมณ์เดือดปุด

เจ้าพ่อหนุ่มยกมือขึ้นดึงแว่นตาสีดำที่สันจมูกโด่งออก ทำให้อีกฝ่ายเห็นใบหน้าของเขาได้อย่างชัดเจน สายตาคมกริบที่เพ่งมองมานั้น ไม่ต่างอะไรจากกระแสไฟฟ้าหลายหมื่นโวลต์ช็อตเข้าที่ร่างอรชรจนเป็นอัมพาตไปชั่วขณะ

“เข้มแข็งดีมากคุณผู้หญิง แต่สิ่งที่คุณจะต้องพึงกระทำในตอนนี้ก็คือ ขอความคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่เสีย ก่อนที่จะไปนอนในโลงศพแคบๆ อย่างพ่อของคุณ” ชยุตม์เอ่ยเตือน แต่เวลัญจ์เข้าใจว่าเขากำลังขู่ให้กลัว ยังผลให้หญิงสาวขยับตัวเข้าไปใกล้อีกนิดและก็ทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดแม้แต่ชยุตม์เอง ฝ่ามือเรียวงามตวัดขึ้นไปบนอากาศ แล้วฟาดเปรี้ยงลงมากระแทกกับโหนกแก้มสากจนใบหน้าคมคร้ามสะบัดหัน

การกระทำอันหาญกล้าเช่นนั้นของเวลัญจ์ หยุดให้ทุกคนที่อยู่ในศาลานิ่งงันราวกับถูกสาป เกศนีย์ถึงกับยกมือขึ้นปิดปากและรู้สึกกลัวแทนลูกเลี้ยงสาวยิ่งนัก เพราะกิตติศัพท์ของเจ้าพ่ออ่างผู้ทรงอิทธิพลนั้นมันน่าหวาดหวั่นมากแค่ไหน

“ความชั่วไม่เคยชนะความดี คนชั่วๆ อย่างคุณยังไงก็ไม่มีวันชนะความดีได้หรอก จำเอาไว้” เวลัญจ์บอกเสียงต่ำ ทำเอาใบหน้าของชยุตม์เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ

“หึหึ…สมกับเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของคุณวสันต์จริงๆ” ชายหนุ่มโต้ตอบเพียงเท่านั้นก็ย่างสามขุมเข้าไปคว้าเอามือบางของหญิงสาว แล้วพาเดินมาใกล้ๆ กับรูปผู้วายชนม์ “คุณไม่ต้องห่วงอะไรแล้วนะครับ ลูกสาวของคุณเก่งและร้ายกาจ สามารถเอาตัวรอดไว้แน่นอน” ชยุตม์บอกวสันต์แล้วหันไปมองคนข้างกาย

“ปล่อยฉันนะ…” เวลัญจ์บิดข้อมือออกแต่ไม่สำเร็จ

“คงไม่ได้แล้วล่ะ เพราะคุณได้ตีตราจองผมด้วยฝ่ามือเอาไว้แล้ว” มือแกร่งดั่งคีมเหล็กบีบข้อมมือเล็กแน่นขึ้นเรื่อยๆ หากไม่มีสายตาหลายคู่ของคนอื่นๆ มองอยู่ คงกระชากหล่อนเข้าบดจูบเพื่อเป็นการลงโทษที่บังอาจตบหน้าเขา

“หมายความว่ายังไง?”

“ผมไม่คิดจะปล่อยคนที่ทำร้ายผมให้ลอยนวลเช่นกัน” คราวนี้แววตาจริงจังและน้ำเสียงแข็งกระด้างทำเอาเวลัญจ์เริ่มเหงื่อซึม ชยุตม์ปล่อยมือบางแล้วไปยืนกุมมืออย่างสงบเพื่อระลึกถึงคนตาย ไม่นานก็หันไปมองหญิงสาวชั่วครู่ ก่อนจะเดินไปทักทายทรงยศ

“ผมพร้อมจะให้ความร่วมมือ ถ้าทางตำรวจสงสัยในตัวผม”

“ขอบคุณครับ ยังไงผมอยากให้คุณชยุตม์ไปให้ปากคำที่กองปราบอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ เพราะลูกน้องผมเพิ่งรายงานมาว่า เห็นคุณอยู่กับผู้ตาย ก่อนที่คุณวสันต์จะเสียชีวิต”

คำพูดของสารวัตรหนุ่มยิ่งตอกย้ำความเชื่อในหัวของเวลัญจ์ว่าเขาคือคนทำ ทว่าคนที่ถูกกล่าวหามีเพียงรอยยิ้มมุมปากซึ่งผุดขึ้นมาให้เห็นอย่างไม่เกรงกลัวอะไรเลยสักนิด นี่เขาคิดว่าตัวเองเป็นใครอยู่เหนือกฎหมายหรือยังไงกัน!

“ด้วยความยินดีครับ” ร่างสูงสมาร์ทเดินไปขึ้นรถด้วยท่าทางอันสง่าราวกับราชสีห์ที่สรรพสัตว์น้อยใหญ่ในป่าต้องยำเกรง ไม่นานรถยนต์คันหรูก็เคลื่อนออกไปจากบริเวณศาลาท่ามกลางสายตาที่มองตามด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน

ในขณะที่รถแล่นมาตามทางแคบๆ ในเขตอภัยทาน ชยุตม์นั่งอยู่เบาะหลัง สายตามองออกไปนอกตัวรถทำให้เห็นชายคนหนึ่งสวมใส่เสื้อหม้อห้อมสีเขียวขี้ม้ายืนหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ แม้คนผู้นั้นจะพยายามหลบมากแค่ไหน แต่รัศมีแสงไฟหน้ารถก็ทำให้เห็นใบหน้าแวบหนึ่ง ชยุตม์ขยับตัวเมื่อจำได้ว่าเป็นคนสนิทของวสันต์

“มีอะไรเหรอครับนาย”

“คนสนิทของคุณวสันต์น่ะ คงแอบมาไหว้ศพเจ้านาย” ชยุตม์มีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาทันที ในหัวคิดถึงคนที่ตีตราจองตนเองด้วยฝ่ามืออรหันต์อันแสบซ่าน

“หาเรื่องตายแท้ๆ จะให้คนเอาตัวมาไหมครับ” ราชิตหันไปถามผู้เป็นนาย แต่ชยุตม์ยกมือห้ามไว้เสียก่อน

“ไม่ต้อง สั่งให้คนของเราตามไปช่วยก่อนจะถูกฆ่าปิดปาก เมื่อไหร่ที่นายเดชไว้ใจเรา เขาจะเข้ามาหาเราเอง” เจ้าพ่อหนุ่มเชื่อว่าความจริงใจจะทำให้เขารู้อะไรมากกว่าที่ไปบังคับเอาตัวมา

“แล้วข้อกล่าวหาที่นายเจอละครับ”

“ปล่อยไปตามกฎหมาย เพราะฉันเชื่อว่าคนทำไม่ได้ต้องการแค่เมกาผับเท่านั้น แต่มันต้องการที่จะล้มพวกเราด้วย” ชยุตม์มั่นใจว่าคนที่อยู่เบื้องหลังต้องการจะโยนความผิดมาให้ตน และนั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะเรื่องแค่นี้เขาเอาอยู่สบายมาก แต่ปัญหาอยู่ที่เวลัญจ์ต่างหากเพราะหล่อนคงไม่รู้เรื่องของบิดาตัวเองเลย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการยอดรัก   บทที่ 5

    ทางด้านเดช หลังจากหลบแสงไฟของรถของชยุตม์ได้แล้ว เขาก็ลัดเลาะซ่อนกายไปตามพุ่มไม้ จนกระทั่งไปใกล้ศาลาพักศพของเจ้านาย“คุณหนู…”เดชมองร่างโปร่งระหงของเวลัญจ์ที่ยืนอยู่เพียงลำพัง จึงตัดสินใจเตรียมจะก้าวเข้าไปหาแต่ก็ต้องชะงักเท้าเอาไว้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบเร้นกายกลับไปหลบซ่อนที่พุ่มไม้ตามเดิมเพราะเห็นณรงค์และเกศนีย์เดินออกมาจากศาลาณรงค์ยืนหรี่ตาลงแคบๆ มองไปรอบๆ บริเวณนั้นอย่างจับพิรุธ เมื่อไม่มีอะไรผิดสังเกตก็เดินตรงไปที่รถ แต่ก่อนจะไปก็สั่งงานชายกรรจ์ที่อยู่เฝ้าศาลาพักศพ“จับตาดูให้ดี ฉันเชื่อว่าไอ้เดชมันต้องมาไหว้ศพเจ้านายมันแน่”เวลัญจ์นั่งมองอยู่ในรถแวนกับเกศนีย์ ความเคร่งเครียดและการแสดงออกทำให้หญิงสาวไม่ได้คลางแคลงใจในตัวของเพื่อนรักบิดาแต่อย่างใด เมื่อณรงค์ขึ้นมานั่งในรถก็หันไปคุยกับเวลัญจ์และเกศนีย์ที่นั่งอยู่ด้านหลัง“กลับไปพักก่อนนะลัญจ์ หลังงานศพของวสันต์ค่อยคุยกันอีกทีว่าจะเอายังไงกันต่อ ช่วงนี้อาจะเข้าไปดูแลเมกาให้ก่อน” ณรงค์บอกเสียงเรียบ แต่เวลัญจ์อยากดูแลงานแทนบิดาให้เร็วที่สุด เพราะเรือที่ขาดหางเสือจะระส่ำระสายมาก“ลัญจ์อยากให้ปิดเมกาและกิจการต่างๆ ในเครือทั้งหมดจนกว่าจะเ

  • พันธนาการยอดรัก   บทที่ 4

    ในขณะที่บรรยากาศด้านในศาลาพักศพยังคงตรึงเครียดอยู่นั้น รถยุโรปคันหรูสีดำวาวก็แล่นมาจอดเทียบที่บริเวณหน้างาน ราชิตรีบลงมาเปิดประตูให้ผู้เป็นนายทันที การปรากฎตัวของชยุตม์มาพร้อมกับสายลมที่พัดวูบไหวแรงกว่าเดิม ทำเอาคนที่ยืนอยู่แถวนั้นถึงกับขนลุกซู่ไปตามๆ กัน ยกเว้น...เวลัญจ์“ไอ้ฆาตกร! ออกไป! ที่นี่ไม่ต้อนรับคนอย่างแก!” ณรงค์กระแทกเสียงใส่อีกฝ่ายดังลั่น เวลัญจ์จ้องมองร่างสูงสง่าไม่วางตา และก็เชื่อว่าดวงตาภายใต้แว่นสีดำกำลังมองหล่อนอยู่เช่นกัน“คุณก็แค่เพื่อนคนตาย แต่เจ้าภาพตัวจริงเขายังไม่ได้ออกปากไล่ผมสักคำเลย” ชยุตม์บอกด้วยท่าทีเรียบนิ่ง ก่อนจะหันไปมองดวงหน้าสวยหวานราวกับตุ๊กตาบาร์บี้ เวลัญจ์ขยับกายเข้าไปยืนเผชิญหน้าผู้ต้องสงสัย หล่อนคิดว่าความสูงร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรของตัวเองนั้นสูงอยู่แล้ว แต่พอยืนเทียบกับชายหนุ่มกลับต้องแหงนเงยใบหน้าขึ้นมองเลยทีเดียว แถมยังรับรู้ถึงรังสีอะไรบางอย่างที่กำลังแผ่ไอร้อนซ่านออกมาลามเลียผิวกายจนสะเทิ้นสะท้านหวามไหวไปหมด บุรุษผู้นี้จะน่ากลัวมากเวลาที่ไม่ได้ดั่งใจ!“ถ้ามาโดยไม่มีอะไรแอบแฝง ฉันก็ยินดีและขอบคุณค่ะ แต่ถ้าหากมาเพื่อดูผลงานของตัวเอง ฉันก็ขอบอกไว้

  • พันธนาการยอดรัก   บทที่ 3

    “รีบไปจากที่นี่เถอะครับนาย เสียงปืนดังขนาดนี้ อีกไม่นานตำรวจก็คงแห่มาทั้งโรงพักเป็นแน่” ราชิตพูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงหวอรถตำรวจก็ดังแว่วมาแต่ไกล ชยุตม์มองร่างวสันต์ด้วยใบหน้าเคร่งเครียดก่อนจะรีบออกจากจุดเกิดเหตุไปในทันทีเมื่อบทสวดอภิธรรมในงานศพของวสันต์จบลง แขกเหรื่อจากหลากหลายวงการที่มาร่วมพิธีต่างก็ทยอยกลับ เกศนีย์ยืนส่งแขกที่ประตูในฐานะภรรยาของวสันต์พร้อมกับณรงค์ จนกระทั่งแขกกลุ่มสุดท้ายออกจากศาลา ทั้งเกศนีย์และณรงค์ก็ถอนหายใจออกมายาวๆ“วันแรกแขกก็จะเยอะแบบนี้แหละเกศ ทนเหนื่อยอีกไม่กี่วันหรอก” ณรงค์พูดปลอบเสียงเบาๆ แต่ในระหว่างที่ทั้งคู่ยืนคุยกันอยู่นั้นก็มีหญิงสาวรูปร่างโปร่งระหงภายใต้ชุดเดรสสีดำ สวมแว่นกันแดดอันใหญ่ปิดบังใบหน้าขาวเนียนไปกว่าครึ่งเดินตรงมาที่ศาลา ดึงความสนใจของทั้งสองหันไปมองอย่างรวดเร็ว “วะ...เวลัญจ์…” เกศนีย์และณรงค์อุทานขึ้นแทบจะพร้อมๆ กัน เวลัญจ์ทายาทเพียงคนเดียวของวสันต์พนมมือไหว้ภรรยาใหม่ของบิดาและณรงค์“สวัสดีค่ะคุณน้า คุณอา” หญิงสาวทำความเคารพเสร็จก็เดินเข้าไปข้างใน ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นนั้นแดงก่ำเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักมองภาพที่ตั้งอยู่ท่ามกลางด

  • พันธนาการยอดรัก   บทที่ 2

    บนฟากฟ้าสีดำที่พร่างพรายไปด้วยดาวนับล้านๆ ดวง ซึ่งกำลังพากันอวดความงดงามในคืนเดือนดับ หากบนพื้นดินเบื้องล่างกลับมีแสงระยิบระยับจากไฟดวงเล็กๆ หลากหลายสีสันที่เปล่งประกายไล่ระดับตามมุมต่างๆ ของสถานเริงรมย์ที่ตั้งอยู่บนถนนโลกีย์ในเขตกรุงเทพมหานครสถานบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดและแขกเต็มทุกวันก็คือ แฮปปีไนท์ของ ‘ชยุตม์ เทวัญ’ หรือฉายาเจ้าพ่ออ่างชื่อดัง แฮปปีไนท์ทุกสาขาเป็นสถานบันเทิงแบบครบวงจร มีทั้งคลับ บาร์ เธค และคาราโอเกะ โดยสิ่งที่ทำให้แขกติดใจเป็นพิเศษก็คือ ‘อาบ-อบ-นวด’ ซึ่งใครที่เคยไปใช้บริการเป็นต้องพูดเสียงเดียวกันว่า นี่แหละคือ ‘สวรรค์ของภมร’ แฮปปีไนท์ไม่ได้มีแค่ในเมืองกรุง หากแต่ยังมีสาขาตามหัวเมืองท่องเที่ยวเช่น พัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต และอีกหลายจังหวัดใหญ่ๆ ในเมืองไทยชยุตม์ทายาทสิวารีกรุ๊ป ที่แยกตัวออกจากปีกของตระกูลมาสร้างอาณาจักรของตนเอง จนแฮปปีไนท์เป็นดั่งสรวงสวรรค์ของหมู่ภมรกระเป๋าหนัก เพราะสถานที่แห่งนี้บริการทุกอย่างแบบมีระดับ ซึ่งลูกค้าทุกคนก็พร้อมที่จะจ่ายแม้จะแพงแค่ไหนก็ตามเมื่อได้เวลาปิดสถานบันเทิง แสงสีต่างๆ ก็ค่อยๆ ดับลง บ่งบอกว่าความสุขแห่งค่ำคืนได้ปิดฉากแล้ว นักเที่ย

  • พันธนาการยอดรัก   บทที่ 1

    ท่ามกลางความมืดมิดในยามราตรีกาล ขาเรียวขาวของอิสตรีนางหนึ่งค่อยๆ เดินย่ำไปตามพื้นหญ้าหนานุ่ม มุ่งหน้าสู่บ้านอีกหลังซึ่งอยู่ละแวกเดียวกัน ใบหน้าของเจ้าหล่อนถูกแต่งแต้มด้วยโทนสีบางๆ ขณะเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม เสมือนว่าจุดหมายปลายทางเบื้องหน้านั้นเป็นดั่งสวรรค์ที่กำลังรออยู่ก็ไม่ปาน ความเร่งรีบบวกกับความเผลอเรอที่ไม่ทันได้สังเกตว่ามีใครอีกคนเดินตามมาห่างๆ และเฝ้ามองทุกย่างก้าวอย่างปวดร้าวสุดจะบรรยาย“คุณณรงค์ นี่เกศเองนะคะ” เสียงหวานๆ เอ่ยเรียกเจ้าของบ้านเบาๆ ราวกับกลัวคนอื่นจะได้ยิน ไม่ถึงเสี้ยววินาทีประตูก็เปิดออกคล้ายกับกำลังรอการมาหาของหล่อนอยู่ก่อนแล้ว“ทำไมมาช้าจังเลยเกศ...” ณรงค์ดึงเกศนีย์เข้าไปข้างในบ้าน และทันทีที่ประตูปิดลง ร่างหนาก็รวบร่างอวบอิ่มเข้ามากอดจูบอย่างเร่าร้อนราวกับว่าตัวเองห่างหายเรื่องบนเตียงมาแสนนาน ทั้งๆ ที่ทั้งสองนั้นลักลอบพบกันแทบจะทุกคืน“อูย…อ๊า...แบบนี้สิเกศถึงรักคุณมากกว่าสามีที่จืดชืดอย่างคุณวสันต์” เกศนีย์ลูบไล้ฝ่ามือบางไปตามแผงอกของชายวัยห้าสิบปีแต่ไม่ได้แก่ตามอายุด้วยความหลงใหระคนเชื้อเชิญภาพเงาของสองร่างที่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างนัวเนียกันชนิดถึงพริกถึง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status