เข้าสู่ระบบเผี๊ยะ!!!...
สิ้นเสียงเนื้อกระทบเนื้อ ร่างอรชรก็ลอยหวือเข้าไปปะทะอกกว้างซึ่งขวางเต็มไปด้วยลอนมัดกล้ามทันที ชยุญจ์เปิดฉากทะเลาะกันด้วยการฉกริมฝีปากหยักลงแนบกับกลีบปากอิ่มสีระเรื่ออย่างถึงพริกถึงขิง
“อื้อ...อื้อ...”
หญิงสาวตาเบิกกว้าง ยืนตัวแข็งอยู่กับที่เพราะไม่คาดคิดว่าจะเสีย ‘จูบแรก’ ให้กับฆาตกรที่ฆ่าบิดาตัวเองเช่นนี้ ในขณะที่ชยุตม์เองก็เพิ่มแรงบดจูบมากกว่าเดิม ลิ้นสากระคายร้อนๆ ตวัดซอกซอนไปตามช่องว่างของกระพุ้งแก้มนุ่มๆ สลับกับกวาดเซาะเลาะเล็มด้วยลีลาสุดเร่าร้อน จนเวลัญจ์แทบขาดใจตาย ร่างกายค่อยๆ อ่อนระทวย ทว่าก็ยังพยายามผลักไสเขาให้ออกห่างเพื่อที่หล่อนจะได้หลุดพ้นจากความวาบหวามนี้เสียที
แต่มีหรือที่ชยุตม์จะยอมให้ลูกกวางน้อยหลุดรอดได้ง่ายๆ มือหนาเลื่อนไปตรึงท้ายทอยเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างก็โอบกระชับเอวกิ่วแน่นหนึบ ทำเอาเวลัญจ์แทบหมดแรง แขนทั้งสองข้างร่วงพรูลงห้อยต่องแต่ง เวลานี้หล่อนถูกหลอกล่อให้ดำดิ่งลงสู่ห้วงสวาทราวกับต้องมนต์สะกดยังไงยังงั้น
“ปะ...ปล่อยฉัน…อ๊า...” เสียงหวานครางประท้วงเบาหวิวพร้อมกับเบือนหน้าหนีเพื่อสูดอากาศเข้าเต็มปอด หลังจากที่ชยุตม์ถ่ายถอนใบหน้าออกมาเพียงนิดเพื่อให้หล่อนได้หายใจ
“เก่งนักไม่ใช่เหรอ เห็นประกาศปาวๆ ว่าจะเอาผมเข้าคุกเข้าตารางให้ได้” เขากระตุกมุมปากยิ้มหยามหมิ่น ก่อนจะใช้ฝ่ามือบีบขย้ำบั้นท้ายกลมมนหมุบหมับราวกับก้อนเยลลี “แค่โดนจูบนิดๆ หน่อยๆ ก็ถึงกับเข่าทรุดลงแล้ว อ่อนหัดชะมัด”
คำพูดเชิงปรามาสนั้นยังผลให้เวลัญจ์ถึงกับย่นคิ้ว ก่อนจะทำท่าคล้ายจะอาเจียน “แหวะ! จูบห่วยๆ สิไม่ว่า” พูดจบก็รีบหุบปากฉับ และรักษาระยะห่างใบหน้าตนกับเขาให้มากที่สุด
“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า” ชยุตม์หัวเราะร่วนชอบใจ กลอกตาไปมาราวกับหมาป่าต้อนเหยื่อ “ผมล่ะสงสารคุณวสันต์จริงๆ เลย มีลูกคนเดียว แต่ก็เหมือนไม่มี แล้วแบบนี้เมกาผับจะไปรอดเหรอ”
“นี่! อย่ามาลามปามถึงพ่อของฉันนะ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นจ้องมอง ชยุตม์เห็นความมุ่งมั่นที่ส่งผ่านออกมาจากดวงตากลมโตก็ยิ่งเป็นห่วงหล่อนมากขึ้น
“บนเส้นทางสายโลกีย์นั้นสกปรกกว่าที่คุณคิดเอาไว้เยอะ บอบบางและอ่อนเดียงสาชนิดว่าจูบไม่เป็นจะไปทันเล่ห์เหลี่ยมพวกเสือสิงห์กระทิงเปลี่ยวได้ยังไง ต่อให้จบเมืองนอกเมืองนามาก็เถอะ”
“อย่ามาสบประมาทกันให้มากนัก” เวลัญจ์เค้นเสียงลอดไรฟันซี่เล็กๆ “ถึงจะไม่มีคุณพ่อแล้ว แต่เมกาก็ยังมีฉัน มีอาณรงค์ ที่คอยเป็นเสาหลักค้ำจุนต่อไป”
“อาณรงค์งั้นรึ?” เขาทำหน้าหยันๆ พร้อมยักไหล่ไม่ยีหระ “ผมจะบอกอะไรให้เอาบุญนะ หลังจากที่พ่อของคุณมีปัญหาเรื่องสุขภาพมาหลายปี งานทุกอย่างของเมกาก็ถูกถ่ายโอนไปให้นายณรงค์โดยมีพนักงานหลายคนรู้เห็นอีกด้วย”
“อาณรงค์เป็นเพื่อนรักที่เคียงบ่าเคียงไหล่กับพ่อฉันมาตลอด อย่าเอาคำพูดสกปรกของนายมาสร้างความร้าวฉานในครอบครัวของฉันนะ ไอ้คนเจ้าเล่ห์” หญิงสาวตวาดด่าดังลั่น ทั้งแค้นที่เขาฆ่าผู้เป็นบิดา ทั้งโมโหที่ถูกเขาฉุดมารังแกแบบนี้
“คำตอบทุกอย่างอยู่ที่นายเดชเท่านั้น แต่ตอนนี้คุณต้องใช้สมองคิดและใช้ตามองว่าคนรอบข้างของคุณเป็นยังไง และที่สำคัญอย่าให้คนอื่นรู้เท่าทันความคิดเรา เพราะมันอันตรายมาก อาจถึงชีวิตเลย”
ประโยคดังกล่าวทำเอาอาการเกรี้ยวกราดของเวลัญจ์สงบลงทันที หล่อนมองใบหน้าคมเข้มนั้นเนิ่นนานและจ้องลึกเข้าไปในดวงตายาวรีสีน้ำตาลเพื่อหวังจะเห็นสิ่งที่เขาคิด แม้จะสัมผัสถึงความจริงใจที่เหมือนจะส่งผ่านออกมา แต่หล่อนก็ไม่มีวันเชื่อเรื่องนี้เด็ดขาด เพราะหลักฐานหลายๆ อย่างนั้นชี้ชัดว่าเขาอยู่กับบิดาหล่อนเป็นคนสุดท้าย
“ฉันไม่มีวันเชื่อ ‘ฆาตกร’ อย่างนายเด็ดขาด!”
“แล้วคุณจะต้องเสียใจ จนรีบแจ้นมาซบอกผมพร้อมกับบอกว่า...ลัญจ์ขอโทษนะคะยอดรัก” ชายหนุ่มคลี่ยิ้มมุมปาก จงใจส่งสายตาเจ้าชู้หรี่มอง
“ให้ฉันตายเหมือนหมาข้างถนนยังจะดีกว่าที่จะต้อง...อุ๊บ!”
หญิงสาวพูดยังไม่ทันจบ สุ้มเสียงก็ถูกกลืนหายวับเข้าไปในลำคอทันที ร่างบางพยายามดีดดิ้นเท่าที่จะทำได้ จนชยุตม์ต้องจับกรอบหน้างามให้อยู่นิ่งๆ ก่อนจะล้วงลิ้นลงลึก พลิกเล่นเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นนุ่มลุ่นอย่างหยอกเอินระคนปลุกเร้าอยู่ในที ความหวานล้ำปานน้ำผึ้งป่าที่ได้ดื่มด่ำทำให้เจ้าพ่อหนุ่มอยากประกาศความเป็นเจ้าของให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ต้องยับยั้งชั่งใจเอาไว้เสียก่อน เพราะเขากับหล่อนยังมีเวลาสู้รบกันอีกหลายยก
“วันนี้เรียนเลิฟซีนพอเป็นออเดิฟก่อน...” ชยุตม์ใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยไปตามกลีบปากนุ่มหอมเบาๆ “...วันหลังค่อยเรียนในส่วนที่สำคัญของ ‘ตำรารักสวาท’ ชนิดที่คุณจะต้องร้องครวญครางกระเส่าอยู่ใต้ร่างบึกบึนของผมตลอดทั้งคืน”
“นายมันเลวที่สุด! ฉันจะไม่มีวันให้อภัยนายเลย! ไม่มีวัน!” เวลัญจ์ตะโกนใส่หน้าเขา จากนั้นก็รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดระดมกำปั้นน้อยๆ ทุบลงที่แผงอกแกร่งเพื่อระบายความคับแค้นใจ
ถึงแม้จะเจ็บอยู่บ้าง หากชายหนุ่มก็ไม่คิดจะปัดป้องใดๆ “ทุบอีก ทุกเข้าไป ทุกแรงๆ เลยนะคนสวย เวลาที่ผมถอนทุนกลับคืนจากคุณ มันจะได้ทบต้นทบดอกอย่างเต็มที่...” เขาก้มลงไปกระซิบพร่าที่ข้างหูเล็กๆ และมันก็ได้ผลทันที หญิงสาวหยุดอารมณ์เกรี้ยวกราดลงฉับพลันราวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าถูกถอดปลั๊ก ความหวาดหวั่นค่อยๆ ปรากฏอยู่ในแววตากลมแป๋วที่ตอนนี้เริ่มมีหยดใสๆ เป็นเงารื้นขึ้นมาคลอรอบเบ้า
“ไอ้คนบ้า! ไอ้คนเจ้าเล่ห์! ฮือๆๆๆ”
เมื่อไม่สามารถโต้ตอบหรือทำอะไรเขาได้ เวลัญจ์ก็ร้องไห้ระงมออกมาแทน ร่างบางค่อยๆ ทรุดตัวนั่งลงบนพื้น ชยุตม์ยืนมองภาพตรงหน้าด้วยท่าทีเรียบเฉย หากภายในใจนั้นกลับกระตุกวูบไหวอย่างอธิบายไม่ถูก ที่น่าแปลกคือเขาไม่เคยมีความรู้สึกเป็นห่วงผู้หญิงคนไหนมาก่อน แต่กับหล่อนนั้นไม่ใช่ ร่างสูงใหญ่จึงตัดสินใจเดินออกจากห้องเพื่อตัดปัญหาความฟุ้งซ่านในหัวและปล่อยให้อีกฝ่ายอยู่กับตัวเองลำพัง เพราะไม่เช่นนั้นเขาเสียเองที่จะกลายเป็นฝ่ายตกลงไปในกับดักที่ตนสร้างขึ้นมา...
สองเดือนต่อมา...ชยุตม์สั่งให้ทนายประจำตระกูลของเวลัญจ์เปิดพินัยกรรมซึ่งเป็นฉบับจริง แล้วจัดการถ่ายโอนทรัพย์สินทุกอย่างกลับคืนสู่เจ้าของคนเดิม หญิงสาวจัดการตกแต่งบ้านใหม่และพาพ่อกับแม่กลับมาอยู่ตามที่ตัวเองได้สัญญาเอาไว้“ลัญจ์พาพ่อกับแม่กลับมาอยู่บ้านของเราแล้วนะคะ เราได้ทุกอย่างกลับคืนมาทั้งหมด คนชั่วก็ได้รับผลกรรมไปแทน ลัญจ์เองก็อโหสิกรรมให้ทุกคนแล้วค่ะ จากนี้ลัญจ์จะสานต่องานทุกอย่างของพ่อเองนะคะ” เวลัญจ์น้ำตาซึม ขณะมองภาพผู้ให้กำเนิดที่ติดคู่กันอยู่บนผนังในห้องโถง“ถ้าลัญจ์มีหลานให้พวกท่าน ผมคงต้องให้หยุดทำงานทันที แต่ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะหาคนที่ไว้ใจที่สุดไปดูแลเมกาเอง” เสียงทุ้มดังมาจากด้านหลังพร้อมๆ กับที่ร่างสูงใหญ่เดินมายืนอยู่ข้างๆ สายตามองไปยังภาพบนผนัง“คงอีกนานค่ะพ่อขาแม่ขา เพราะลูกเขยคนนี้ไม่มีน้ำยาเอาเสียเลย” เวลัญจ์ย่นจมูกใส่ ชยุตม์หน้าตึงที่ถูกเมียรักท้าทายเช่นนั้น“ว่าผัวไม่มีน้ำยาแบบนี้ คงต้องจัดชุดใหญ่แล้วล่ะ” ชายหนุ่มเข่นเขี้ยวแล้วอุ้มร่างกลมกลึงลอยหวืดขึ้นจากพื้น หญิงสาวตาโต รีบยกมือขึ้นคล้องคอหนาอย่างรวดเร็ว“คนบ้า...นี่กลางวันแสกๆ นะ” หล่อนต่อว่าปอดแปด พวงแก้มเปลี
“มอบตัวเถอะคุณณรงค์ คุณไม่มีทางหนีอีกแล้ว” สารวัตรหนุ่มและตำรวจทุกนายเล็งปืนมาที่ร่างของณรงค์เป็นจุดเดียวกัน เมื่อหมดหนทางต่อสู้ณรงค์ถึงกับเหงื่อตกแล้วค่อยๆ ยกมือขึ้นเหนือศีรษะช้าๆ เพื่อที่จะมอบตัว แต่จัสมินก็ทำในสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิด หญิงสาววิ่งไปแย่งปืนจากมือเดชซึ่งกำลังเดินสวนเข้ามาในห้องโถงพอดี“อย่าอยู่เลยไอ้ผัวสารเลว” เสียงแหลมเต็มไปด้วยความเคียดแค้นดังขึ้นพร้อมกับเสียงปืน ณรงค์หันไปมองจัสมินซึ่งเป็นจังหวะที่กระสุนเจาะเข้าบริเวณอกด้านซ้ายตัดขั้วหัวใจจนเลือดพุ่งกระฉูดออกมาปัง!!!...“อ๊าก…” ณรงค์สะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกกว้าง ริมฝีปากอ้าค้าง แต่ยังไม่สิ้นใจ ร่างหนาค่อยๆ เดินลากเท้าไปหา ก่อนจะใช้มือประกบที่ปืนของหญิงสาวแล้วบังคับปลายกระบอกจี้เข้าที่บริเวณคอหอย จากนั้นกดลั่นไกทันทีปัง!!!...กระสุนเจาะทะลุคอของจัสมินจนร่างกระตุกตุบๆ ณรงค์เหยียดยิ้มมองไปที่ชยุตม์และเวลัญจ์ แล้วล้มลงพื้นด้วยลมหายใจสุดท้าย เลือดไหลนองพื้นคอนกรีต“เรียกรถพยาบาล” ทรงยศสั่งการด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ชยุตม์กอดเวลัญจ์แนบอกเพื่อไม่ให้ภรรยาเห็นภาพสะเทือนใจ จัสมินเอามือกุมที่ลำคอของตัวเองพร้อมกับทำปากขมุบขมิบเหมือนจะ
“แต่อาก็กำลังได้รับผลกรรมที่ทำเอาไว้” หญิงสาวจ้องมองกลับอย่างไม่เกรงกลัว ณรงค์จึงสะบัดมือออกจากกรามเรียวจนร่างระหงถอยหลังไปชนกับพนักพิงโซฟา “อาทำกับพ่อได้ยังไง ทั้งๆ ที่พ่อเห็นอาเหมือนคนในครอบครัว”“พ่อแกไม่ยอมยกเมกาผับให้ฉัน ทั้งๆ ที่ฉันขอดีๆ มันหวงเอาไว้ให้แก ในขณะที่ฉันทำมันใหญ่โตเกือบจะเท่ากับแฮปปีไนท์ของไอ้ชยุตม์ด้วยช้ำ” ณรงค์พูดตาแทบถลนออกจากเบ้าด้วยความคับแค้น “ฉันก็เลยต้องฆ่ามัน แล้วจัดการโอนเมกามาเป็นของฉัน”“ฉันไม่คิดเลยว่าอาจะโหดร้ายได้ถึงขนาดนี้ แถมยังส่งคนไล่ฆ่าฉันอีกด้วย” เวลัญจ์ตอบโต้กลับไปด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด จัสมินเห็นอีกฝ่ายเริ่มทำตัวฉุนเฉียวก็รีบเข้าไปจิกทึ้งผมแล้วออกแรงกระชากไปข้างหลังจนหน้าหงาย “โอ้ย…ฉันคิดว่าเธอจะสำนึกได้แล้วนะจัสมิน แต่เธอก็เลือกที่จะเดินในความมืดอีก”“เพราะคนที่จะให้ชีวิตใหม่ฉันได้ก็มีแค่คุณรงค์คนเดียวเท่านั้น ส่วนแกอีนังหน้าโง่ ปากก็บอกว่าจะช่วย แต่พอเสร็จคดีก็รีบไปนอนกกผัวเหมือนไก่ในเล้ากกไข่จนไม่เห็นหัวคนอย่างฉัน” จัสมินยื่นหน้าไปบอกใกล้ๆ“เธอแน่ใจเหรอจัสมิน ผู้ชายคนนี้ไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง เธอดูน้าเกศเป็นตัวอย่างสิ ต้องเป็นคนส่งยาจ
เวลัญจ์ขับรถมาจอดต่อท้ายรถตำรวจและมองไปรอบๆ บริเวณบ้าน คนรับใช้พักงานเพราะตำรวจขออำนาจศาลปิดจนกว่าจะสอบสวนคดีเสร็จ หญิงสาวรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีจึงโทร.ไปหาชยุตม์ รอสายไม่นานเสียงทุ้มก็ทักทายมา“ว่าไงครับที่รัก”“เอ่อ ตอนนี้ฉันมาหาจัสมินที่บ้านนะคะ แต่คุณไม่ต้องเป็นห่วงนะมีตำรวจอยู่ด้วย” เวลัญจ์บอกเสียงหวานเพราะกลัวเขาโกรธ“ให้ตายสิลัญจ์ คุณออกไปคนเดียวได้ยังไง ผมอยากจะจับคุณขังในห้องจริงๆ เลย” ชยุตม์สบถอย่างหัวเสีย อุตส่าห์กำชับแล้วเชียวว่าอย่าออกไปไหนลำพังจนกว่าเขาจะกลับมา นี่ถ้าไม่ติดธุระกับคนมีสีเขาคงต้องหิ้วตัวหล่อนมาด้วย“ขอโทษค่ะ กลับไปจะให้ลงโทษเต็มที่เลย โอเคป๊ะ” หล่อนบอกเสียงหวานแล้วส่งจูบดังจุ๊บๆๆ ผ่านโทรศัพท์เพราะรู้ดีว่าเวลานี้ชยุตม์คงแทบคลั่ง“ไม่ต้องมาหวาน ยังไงคืนนี้คุณโดนหนักแน่ลัญจ์ ผมจะรีบไปหานะ เปิดเครื่องไว้ผมจะได้รู้ว่าคุณไม่เป็นไร” เขาสั่งเสียงเข้ม เวลัญจ์ย่นจมูกใส่โทรศัพท์ ก่อนจะหย่อนมันลงในกระเป๋าสะพาย แล้วลงจากรถเดินเข้าไปในบ้าน แต่หญิงสาวไม่รู้หรอกว่าชยุตม์ได้โทร.หาทรงยศหลังวางสายจากหล่อน“จัสมิน…” เวลัญจ์เดินเข้าไปในห้องโถงขณะมองหาจัสมิน เมื่อไม่เจอก็เรียกหาอี
เจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานก็เข้าตรวจสอบแล้วเดินมารายงานทรงยศ “ผงขาวเกรดพรีเมียมครับสารวัตร ถ้าหลุดออกไปได้ มูลค่าของมันไม่น่าจะต่ำกว่าสามร้อยล้านบาทครับ”“ไอ้พวกชั่ว ร่ำรวยบนความทุกข์ของคนอื่น ฉันจะจัดการพวกมันให้หมดทั้งแก๊งค์เลยคอยดู” พูดจบทรงยศก็เดินองอาจไปที่รถตำรวจซึ่งมีจอนนีและจัสมินนั่งอยู่ท้ายกระบะ จากนั้นก็ลากตัวต้นเรื่องลงมา“ไงมึง คราวนี้มีอะไรจะแก้ตัวอีกไหม” สารวัตรหนุ่มบอกเสียงต่ำ แต่กลับถูกจอนนีเหยียดยิ้มใส่ จนทรงยศแทบจะสะกดอารมณ์ไว้ไม่ไหว โชคดีที่ชยุตม์ตามมาทันและจับเพื่อนรักออกห่างจากผู้ต้องหา“มันไม่ใช่ของฉัน มันอยู่ในเมกาก็ต้องเป็นของณรงค์ ไม่เกี่ยวกับฉัน” จอนนีไปได้น้ำขุ่นๆ จัสมินกลัวตัวเองจะมีความผิดไปด้วย จึงรีบแฉทุกอย่างหมดเปลือก“ไม่จริงค่ะคุณตำรวจ ไอ้ฝรั่งคนนี้แหละเป็นคนชวนคุณณรงค์ค้ายา ฉันเป็นพยานได้”จอนนีตวัดสายตามองจัสมินอย่างโมโหแล้วปรี่ไปที่ท้ายกระบะ จัสมินเห็นท่าไม่ดีจึงรีบกระโดดลงจากรถไปหลบอยู่ด้านหลังชยุตม์อย่างกลัวๆ“งานนี้โดนหนักแน่มึง” ทรงยศบอกอย่างสะใจแล้วให้สัญญาณลูกน้องพาผู้ต้องหาไปสอบสวน“เสียดายนายณรงค์หนีไปได้ ยังไงคุณลัญจ์ก็ต้องระวังตัวด้วยนะครับ
“ผมมั่นใจว่าของยังอยู่ที่เมกาครับ และที่สำคัญมันซ่อนอยู่ในน้ำ” ทรงยศพูดออกมาอย่างมั่นใจและบอกจุดซ่อนของยาเสพติด “ให้นักดำน้ำลงไปตรวจใต้สระหน้าเมกาผับด้วยครับ” สิ้นคำสั่งดังกล่าว สารวัตรหนุ่มก็รีบขับรถกลับไปสมทบเพื่อปิดบัญชีพ่อค้ายารายใหญ่อย่างจอนนีและพวกพ้องของมัน“แกเสร็จฉันแน่ไอ้จอนนี ไอ้นายณรงค์” ทรงยศบดกรามเข้าหากันแน่นทางด้านณรงค์และจอนนีรู้ว่าสินค้าที่เกศนีย์เอาไปส่งนั้นถูกเจ้าหน้าที่จับกุม คนรับของถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญทั้งหมด ส่วนเกศนีย์ถูกฆ่าปิดปากเพื่อป้องกันความลับเอาไว้“พวกมันรู้ได้ยังไงว่าเราจะขนของคืนนี้”“งานนี้ขาดทุนย่อยยับ ผมไม่น่ามาลงทุนกับคุณเลยจริงๆ” จอนนีเริ่มออกลายเพื่อเอาตัวรอด ณรงค์ตวัดสายตาไปมองอย่างไม่พอใจ ประจวบกับเหมาะกับที่จัสมินเปิดประตูเข้ามาพอดี“คุณณรงค์ฉันดูข่าวเรื่องเกศนีย์ นังนั่นค้ายาเสตติดตั้งแต่เมื่อไหร่” จัสมินถามด้วยสีหน้าร้อนรน และมองณรงค์กับจอนนีสลับกันไปมาขณะรอคำตอบ“ไม่รู้ มันคงอยากรวยถึงทำเรื่องพวกนี้” ณรงค์บอกปัดๆ เป็นเชิงรำคาญ จัสมินจึงขยับมาใกล้อย่างคลางแคลงใจ เพราะคนอย่างเกศนีย์ไม่น่าจะกล้าค้ายาเองถ้าไม่มีคนบงการ“คุณไม่ได้อยู่เบื้องห







