LOGINกลางดึกคืนนั้น คนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงก็เริ่มขยับตัวยุกยิก ก่อนจะค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้น กลิ่นหอมที่ไม่คุ้นเคยทำให้เวลัญจ์ต้องขมวดคิ้วมุ่น พร้อมกับมองไปรอบๆ สมองพยายามทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ภาพสุดท้ายคือหล่อนกำลังถูกยิง!
“นี่เรายังไม่ตายงั้นเหรอ...”
หญิงสาวก้มลงมองหาบาดแผลบนเรือนกาย ขณะที่มือบางยกขึ้นเกาะกุมที่หน้าอก และก็พบว่าชุดที่ตนใส่อยู่ได้ถูกถอดออกไป แล้วกลับกลายเป็นเสื้อเชิ้ตตัวหลวมโคร่งแทน
“เสื้อผ้าของเราหายไปไหน???”
ร่างอรชรรีบลุกขึ้นยืนสำรวจตัวเองทุกซอกทุกมุมแบบละเอียดยิบ แต่ก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ จึงถอนหายใจออกมายาวๆ อย่างโล่งอก
“เอ๊ะ...ที่นี่ที่ไหนกัน” เท้าเรียวเล็กก้าวไปแนบหูที่ประตูเพื่อฟังการเคลื่อนไหวด้านนอก เมื่อหัวสมองลื่นไหล เวลัญจ์ก็คิดหาทางหนีทันที
“ไม่มีใครอยู่หน้าห้องด้วย...” เสียงหวานพึมพำแล้วยิ้มอย่างดีใจ ดึกขนาดนี้พวกมันคงหลับกันหมดแล้ว มือบางรีบออกแรงผลักประตูให้เปิดออก
กึก…กึก…
ทว่าประตูกลับไม่ยอมขยับเลยสักนิด หญิงสาวจึงออกแรงผลักอีกหลายๆ ครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จ เม็ดเหงื่อใสๆ เริ่มซึมออกมาตามไรผม สุดท้ายได้แต่เอามือเท้าสะเอวมองดูประตูอย่างโมโห
“ไม่ออกใช่ไหม ก็ได้...ต้องเจอแบบนี้ล่ะกัน ฮึ!” เวลัญจ์กัดฟันกรอด แล้วค่อยๆ ถอยห่างออกมาสามสี่ก้าว ก่อนจะซอยเท้าวิ่งยิกๆ เข้าไปหมายจะกระแทกประตู แต่จู่ๆ ประตูก็ถูกเปิดออกเอาดื้อๆ หญิงสาวเบรกไม่ทันจึงวิ่งชนคนที่เปิดเข้ามาดังโครม!
“โอ้ยยย...”
เวลัญจ์จุกจนมึนซวนเซมองเห็นดาวระยิบระยับเต็มไปหมด หญิงสาวค่อยๆ ซุกหน้าลงกับแผงอกกว้างเพื่อปรับประสาทต่างๆ ให้เข้าสู่สภาวะปกติ ในขณะที่ชยุตม์เองก็ตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นหล่อนวิ่งมาชนเขาเต็มๆ แบบนี้ จากนั้นวงแขนแข็งแรงก็รีบโอบกอดเอวคอดเอาไว้อย่างรวดเร็วราวกับหนวดปลาหมึก ก่อนจะย่อตัวลงช้อนอุ้มเอาร่างอ้อนแอ้นลอยขึ้นมาแนบอก แล้วเดินไปทิ้งลงบนเตียงหนานุ่มตามเดิม
“วิ่งออกกำลังกายกลางดึกหรือไง...” ชายหนุ่มประชดหลังจากถอยออกมายืนดูอีกฝ่ายด้วยประกายตาขบขัน เวลัญจ์มองเขาตาเขียวปั๊ดพร้อมทั้งสูดหายใจเข้าปอดยาวๆ
“อีตาบ้า ใครจะพิเรนออกกำลังกายตอนนี้ละยะ ฉันจะหนีจากฆาตกรโรคจิตอย่างนายต่างหาก ฆ่าพ่อฉันยังไม่พอ นี่คิดจะฆ่าฉันตามไปอีกคน ก็ลงมือจัดการซะเลยสิ รออะไรอยู่” หญิงสาวชูคอเชิดอย่างถือดี ชยุตม์เห็นท่าทางอวดเก่งก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมา
“ยัดเหยียดข้อหาให้กันแบบนี้ จับแก้ผ้าลงโทษเลยดีไหมน๊อ...” เขาทำสายตาหื่นๆ มองดูสัดส่วนโค้งเว้าต่างๆ ที่โผล่พ้นเสื้อเชิ้ตขึ้นมาให้เห็นเป็นเงาลางๆ เวลัญจ์หน้าแดงแปร๊ดรีบห่อไหล่ตัวเองอย่างว่องไว
“อย่ามาขู่เสียให้ยาก ฉันไม่กลัวหรอก ถ้าออกไปได้ฉันจะลากคอนายเข้าคุก รับรองได้เลยโทษของนายคือประหารสถานเดียว!” ด้วยศักดิ์ศรีค้ำคอและเป็นคนไม่ยอมคน หล่อนจึงลุกขึ้นจากเตียงไปเผชิญหน้ากับเขาแล้วชำเลืองมองประตูเป็นระยะ
“ป่านนี้ไอ้คนฆ่าพ่อของคุณคงได้นั่งหัวเราะเยาะอยู่เป็นแน่ ที่คุณออกมาเต้นแร้งเต้นกาแทนพวกมันแบบนี้” ชยุตม์แสยะยิ้ม
“พ่อฉันไม่เคยมีศัตรูที่ไหนนอกจากนายคนเดียว!”
“ถ้าผมคิดจะฆ่าพ่อของคุณ ผมคงไม่รอนานขนาดนี้หรอก อย่าปรักปรำกันให้มากนัก เดี๋ยวจะถูกปล้ำโดยไม่รู้ตัวแทน” เขาไม่ได้ขู่ แต่นี่เป็นวิธีเดียวที่จะหยุดคนแสนรั้นให้อ่อนข้อลง
“เป็นโจรค้ามนุษย์แล้วยังจะเป็นโจรปล้นสวาทอีก ไอ้คนหื่นกามบ้าตัณหา” หญิงสาวพยายามสรรหาคำแสบๆ คันๆ มาด่าทอเขาเป็นชุด
“คุกตารางน่ะ เขามีไว้ขังเฉพาะผู้ร้ายโน้น” ชยุตม์ยิ้มยั่ว ดวงตารี่ลงแคบๆ “ส่วนพระเอกอย่างผมต้องอยู่บนเตียงเท่านั้นจ้ะคนสวย”
“คิดจะเอาเงินสกปรกปิดความผิดของตัวเอง มันไม่มีทางสำเร็จหรอกนะ เพราะฉันนี่แหละที่จะไปยื่นหลักฐานกับดีเอสไอ ฟ้องว่านายทำชั่วอะไรไว้บ้าง” เวลัญจ์กำมือเล็กๆ เข้าหากันแน่น และเตรียมจะขยับไปยังเป้าหมายนั่นก็คือ...ประตู
“งั้นผมก็คงปล่อยคุณไปไหนไม่ได้ตอนนี้ อยู่นอนกับเจ้าพ่ออ่างอย่างผมสักอาทิตย์แล้วค่อยกลับไปเต้นแร้งเต้นกาต่อดีไหม...หึหึ” ชายหนุ่มแกล้งแลบลิ้นออกมาเลียรอบริมฝีปากจนมันวาว ทำเอาอีกฝ่ายถึงกับขนลุกซู่สุดสะท้านไปหมด
“ฝันไปเถอะ เพราะคนชั่วอย่างนายไม่มีสิทธิ์ลอยนวล” พูดจบเวลัญจ์ก็ตัดสินใจวิ่งตรงไปที่ประตู แต่ขาเล็กๆ ขยับได้เพียงสองสามก้าวก็ถูกมือหนาแกร่งคว้าหมับที่ไหล่กลมกลึงไว้ได้ หล่อนออกแรงสะบัดด้วยความตกใจ พลางรีบหันมาเตรียมทำท่าจะตบเขา
“อ๊ะ...อ๊ะ..อย่าเชียวนะ ถ้าคุณตบมา! ผมก็จะจูบกลับ! ถ้าตบเกินสามครั้ง! ผมจะไม่จูบปากคุณ! แต่ผมจะจูบตรงนั้นของคุณแทน! รับรองว่าคุณได้ชักดิ้นชักงอไม่ต่างจากปลาถูกทุบหัวแน่ๆ” ชายหนุ่มขยิบตาให้และทำเสียงจิ๊กจั๊กในลำคอ
“ไอ้...” เวลัญจ์ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นจนทรวงอกพองขยาย “ฉันไม่กลัวหรอก อย่ามาใช้ลูกไม้ไก่กาแบบนี้กับฉัน”
“ผมทำจริงๆ จะลองดูก็ได้นะ” ว่าแล้วชยุตม์ก็ยื่นใบหน้าเข้าไปท้าทายโดยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นเอาจริง และในที่สุดความอดทนอดกลั้นของเวลัญจ์ก็ขาดสะบั้น มือเรียวสะบัดมาตามอากาศฟาดเปรี้ยงเข้ากระทบบริเวณโหนกแก้มของเขาอย่างจัง
สองเดือนต่อมา...ชยุตม์สั่งให้ทนายประจำตระกูลของเวลัญจ์เปิดพินัยกรรมซึ่งเป็นฉบับจริง แล้วจัดการถ่ายโอนทรัพย์สินทุกอย่างกลับคืนสู่เจ้าของคนเดิม หญิงสาวจัดการตกแต่งบ้านใหม่และพาพ่อกับแม่กลับมาอยู่ตามที่ตัวเองได้สัญญาเอาไว้“ลัญจ์พาพ่อกับแม่กลับมาอยู่บ้านของเราแล้วนะคะ เราได้ทุกอย่างกลับคืนมาทั้งหมด คนชั่วก็ได้รับผลกรรมไปแทน ลัญจ์เองก็อโหสิกรรมให้ทุกคนแล้วค่ะ จากนี้ลัญจ์จะสานต่องานทุกอย่างของพ่อเองนะคะ” เวลัญจ์น้ำตาซึม ขณะมองภาพผู้ให้กำเนิดที่ติดคู่กันอยู่บนผนังในห้องโถง“ถ้าลัญจ์มีหลานให้พวกท่าน ผมคงต้องให้หยุดทำงานทันที แต่ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะหาคนที่ไว้ใจที่สุดไปดูแลเมกาเอง” เสียงทุ้มดังมาจากด้านหลังพร้อมๆ กับที่ร่างสูงใหญ่เดินมายืนอยู่ข้างๆ สายตามองไปยังภาพบนผนัง“คงอีกนานค่ะพ่อขาแม่ขา เพราะลูกเขยคนนี้ไม่มีน้ำยาเอาเสียเลย” เวลัญจ์ย่นจมูกใส่ ชยุตม์หน้าตึงที่ถูกเมียรักท้าทายเช่นนั้น“ว่าผัวไม่มีน้ำยาแบบนี้ คงต้องจัดชุดใหญ่แล้วล่ะ” ชายหนุ่มเข่นเขี้ยวแล้วอุ้มร่างกลมกลึงลอยหวืดขึ้นจากพื้น หญิงสาวตาโต รีบยกมือขึ้นคล้องคอหนาอย่างรวดเร็ว“คนบ้า...นี่กลางวันแสกๆ นะ” หล่อนต่อว่าปอดแปด พวงแก้มเปลี
“มอบตัวเถอะคุณณรงค์ คุณไม่มีทางหนีอีกแล้ว” สารวัตรหนุ่มและตำรวจทุกนายเล็งปืนมาที่ร่างของณรงค์เป็นจุดเดียวกัน เมื่อหมดหนทางต่อสู้ณรงค์ถึงกับเหงื่อตกแล้วค่อยๆ ยกมือขึ้นเหนือศีรษะช้าๆ เพื่อที่จะมอบตัว แต่จัสมินก็ทำในสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิด หญิงสาววิ่งไปแย่งปืนจากมือเดชซึ่งกำลังเดินสวนเข้ามาในห้องโถงพอดี“อย่าอยู่เลยไอ้ผัวสารเลว” เสียงแหลมเต็มไปด้วยความเคียดแค้นดังขึ้นพร้อมกับเสียงปืน ณรงค์หันไปมองจัสมินซึ่งเป็นจังหวะที่กระสุนเจาะเข้าบริเวณอกด้านซ้ายตัดขั้วหัวใจจนเลือดพุ่งกระฉูดออกมาปัง!!!...“อ๊าก…” ณรงค์สะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกกว้าง ริมฝีปากอ้าค้าง แต่ยังไม่สิ้นใจ ร่างหนาค่อยๆ เดินลากเท้าไปหา ก่อนจะใช้มือประกบที่ปืนของหญิงสาวแล้วบังคับปลายกระบอกจี้เข้าที่บริเวณคอหอย จากนั้นกดลั่นไกทันทีปัง!!!...กระสุนเจาะทะลุคอของจัสมินจนร่างกระตุกตุบๆ ณรงค์เหยียดยิ้มมองไปที่ชยุตม์และเวลัญจ์ แล้วล้มลงพื้นด้วยลมหายใจสุดท้าย เลือดไหลนองพื้นคอนกรีต“เรียกรถพยาบาล” ทรงยศสั่งการด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ชยุตม์กอดเวลัญจ์แนบอกเพื่อไม่ให้ภรรยาเห็นภาพสะเทือนใจ จัสมินเอามือกุมที่ลำคอของตัวเองพร้อมกับทำปากขมุบขมิบเหมือนจะ
“แต่อาก็กำลังได้รับผลกรรมที่ทำเอาไว้” หญิงสาวจ้องมองกลับอย่างไม่เกรงกลัว ณรงค์จึงสะบัดมือออกจากกรามเรียวจนร่างระหงถอยหลังไปชนกับพนักพิงโซฟา “อาทำกับพ่อได้ยังไง ทั้งๆ ที่พ่อเห็นอาเหมือนคนในครอบครัว”“พ่อแกไม่ยอมยกเมกาผับให้ฉัน ทั้งๆ ที่ฉันขอดีๆ มันหวงเอาไว้ให้แก ในขณะที่ฉันทำมันใหญ่โตเกือบจะเท่ากับแฮปปีไนท์ของไอ้ชยุตม์ด้วยช้ำ” ณรงค์พูดตาแทบถลนออกจากเบ้าด้วยความคับแค้น “ฉันก็เลยต้องฆ่ามัน แล้วจัดการโอนเมกามาเป็นของฉัน”“ฉันไม่คิดเลยว่าอาจะโหดร้ายได้ถึงขนาดนี้ แถมยังส่งคนไล่ฆ่าฉันอีกด้วย” เวลัญจ์ตอบโต้กลับไปด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด จัสมินเห็นอีกฝ่ายเริ่มทำตัวฉุนเฉียวก็รีบเข้าไปจิกทึ้งผมแล้วออกแรงกระชากไปข้างหลังจนหน้าหงาย “โอ้ย…ฉันคิดว่าเธอจะสำนึกได้แล้วนะจัสมิน แต่เธอก็เลือกที่จะเดินในความมืดอีก”“เพราะคนที่จะให้ชีวิตใหม่ฉันได้ก็มีแค่คุณรงค์คนเดียวเท่านั้น ส่วนแกอีนังหน้าโง่ ปากก็บอกว่าจะช่วย แต่พอเสร็จคดีก็รีบไปนอนกกผัวเหมือนไก่ในเล้ากกไข่จนไม่เห็นหัวคนอย่างฉัน” จัสมินยื่นหน้าไปบอกใกล้ๆ“เธอแน่ใจเหรอจัสมิน ผู้ชายคนนี้ไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง เธอดูน้าเกศเป็นตัวอย่างสิ ต้องเป็นคนส่งยาจ
เวลัญจ์ขับรถมาจอดต่อท้ายรถตำรวจและมองไปรอบๆ บริเวณบ้าน คนรับใช้พักงานเพราะตำรวจขออำนาจศาลปิดจนกว่าจะสอบสวนคดีเสร็จ หญิงสาวรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีจึงโทร.ไปหาชยุตม์ รอสายไม่นานเสียงทุ้มก็ทักทายมา“ว่าไงครับที่รัก”“เอ่อ ตอนนี้ฉันมาหาจัสมินที่บ้านนะคะ แต่คุณไม่ต้องเป็นห่วงนะมีตำรวจอยู่ด้วย” เวลัญจ์บอกเสียงหวานเพราะกลัวเขาโกรธ“ให้ตายสิลัญจ์ คุณออกไปคนเดียวได้ยังไง ผมอยากจะจับคุณขังในห้องจริงๆ เลย” ชยุตม์สบถอย่างหัวเสีย อุตส่าห์กำชับแล้วเชียวว่าอย่าออกไปไหนลำพังจนกว่าเขาจะกลับมา นี่ถ้าไม่ติดธุระกับคนมีสีเขาคงต้องหิ้วตัวหล่อนมาด้วย“ขอโทษค่ะ กลับไปจะให้ลงโทษเต็มที่เลย โอเคป๊ะ” หล่อนบอกเสียงหวานแล้วส่งจูบดังจุ๊บๆๆ ผ่านโทรศัพท์เพราะรู้ดีว่าเวลานี้ชยุตม์คงแทบคลั่ง“ไม่ต้องมาหวาน ยังไงคืนนี้คุณโดนหนักแน่ลัญจ์ ผมจะรีบไปหานะ เปิดเครื่องไว้ผมจะได้รู้ว่าคุณไม่เป็นไร” เขาสั่งเสียงเข้ม เวลัญจ์ย่นจมูกใส่โทรศัพท์ ก่อนจะหย่อนมันลงในกระเป๋าสะพาย แล้วลงจากรถเดินเข้าไปในบ้าน แต่หญิงสาวไม่รู้หรอกว่าชยุตม์ได้โทร.หาทรงยศหลังวางสายจากหล่อน“จัสมิน…” เวลัญจ์เดินเข้าไปในห้องโถงขณะมองหาจัสมิน เมื่อไม่เจอก็เรียกหาอี
เจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานก็เข้าตรวจสอบแล้วเดินมารายงานทรงยศ “ผงขาวเกรดพรีเมียมครับสารวัตร ถ้าหลุดออกไปได้ มูลค่าของมันไม่น่าจะต่ำกว่าสามร้อยล้านบาทครับ”“ไอ้พวกชั่ว ร่ำรวยบนความทุกข์ของคนอื่น ฉันจะจัดการพวกมันให้หมดทั้งแก๊งค์เลยคอยดู” พูดจบทรงยศก็เดินองอาจไปที่รถตำรวจซึ่งมีจอนนีและจัสมินนั่งอยู่ท้ายกระบะ จากนั้นก็ลากตัวต้นเรื่องลงมา“ไงมึง คราวนี้มีอะไรจะแก้ตัวอีกไหม” สารวัตรหนุ่มบอกเสียงต่ำ แต่กลับถูกจอนนีเหยียดยิ้มใส่ จนทรงยศแทบจะสะกดอารมณ์ไว้ไม่ไหว โชคดีที่ชยุตม์ตามมาทันและจับเพื่อนรักออกห่างจากผู้ต้องหา“มันไม่ใช่ของฉัน มันอยู่ในเมกาก็ต้องเป็นของณรงค์ ไม่เกี่ยวกับฉัน” จอนนีไปได้น้ำขุ่นๆ จัสมินกลัวตัวเองจะมีความผิดไปด้วย จึงรีบแฉทุกอย่างหมดเปลือก“ไม่จริงค่ะคุณตำรวจ ไอ้ฝรั่งคนนี้แหละเป็นคนชวนคุณณรงค์ค้ายา ฉันเป็นพยานได้”จอนนีตวัดสายตามองจัสมินอย่างโมโหแล้วปรี่ไปที่ท้ายกระบะ จัสมินเห็นท่าไม่ดีจึงรีบกระโดดลงจากรถไปหลบอยู่ด้านหลังชยุตม์อย่างกลัวๆ“งานนี้โดนหนักแน่มึง” ทรงยศบอกอย่างสะใจแล้วให้สัญญาณลูกน้องพาผู้ต้องหาไปสอบสวน“เสียดายนายณรงค์หนีไปได้ ยังไงคุณลัญจ์ก็ต้องระวังตัวด้วยนะครับ
“ผมมั่นใจว่าของยังอยู่ที่เมกาครับ และที่สำคัญมันซ่อนอยู่ในน้ำ” ทรงยศพูดออกมาอย่างมั่นใจและบอกจุดซ่อนของยาเสพติด “ให้นักดำน้ำลงไปตรวจใต้สระหน้าเมกาผับด้วยครับ” สิ้นคำสั่งดังกล่าว สารวัตรหนุ่มก็รีบขับรถกลับไปสมทบเพื่อปิดบัญชีพ่อค้ายารายใหญ่อย่างจอนนีและพวกพ้องของมัน“แกเสร็จฉันแน่ไอ้จอนนี ไอ้นายณรงค์” ทรงยศบดกรามเข้าหากันแน่นทางด้านณรงค์และจอนนีรู้ว่าสินค้าที่เกศนีย์เอาไปส่งนั้นถูกเจ้าหน้าที่จับกุม คนรับของถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญทั้งหมด ส่วนเกศนีย์ถูกฆ่าปิดปากเพื่อป้องกันความลับเอาไว้“พวกมันรู้ได้ยังไงว่าเราจะขนของคืนนี้”“งานนี้ขาดทุนย่อยยับ ผมไม่น่ามาลงทุนกับคุณเลยจริงๆ” จอนนีเริ่มออกลายเพื่อเอาตัวรอด ณรงค์ตวัดสายตาไปมองอย่างไม่พอใจ ประจวบกับเหมาะกับที่จัสมินเปิดประตูเข้ามาพอดี“คุณณรงค์ฉันดูข่าวเรื่องเกศนีย์ นังนั่นค้ายาเสตติดตั้งแต่เมื่อไหร่” จัสมินถามด้วยสีหน้าร้อนรน และมองณรงค์กับจอนนีสลับกันไปมาขณะรอคำตอบ“ไม่รู้ มันคงอยากรวยถึงทำเรื่องพวกนี้” ณรงค์บอกปัดๆ เป็นเชิงรำคาญ จัสมินจึงขยับมาใกล้อย่างคลางแคลงใจ เพราะคนอย่างเกศนีย์ไม่น่าจะกล้าค้ายาเองถ้าไม่มีคนบงการ“คุณไม่ได้อยู่เบื้องห







