Partager

บทที่3 เหตุไม่คาดคิด

last update Date de publication: 2025-03-02 14:15:13

 

วันต่อมา...

บริษัทตกแต่งภายในเกตรัตนากรณ์

ภายในห้องประชุมที่ถูกออกแบบอย่างสวยงามละลานตาการประชุมอันเคร่งเครียดกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นก่อนที่จะหยุดลงเมื่อใบหน้าของบุคคลที่นั่งอยู่หัวโต๊ะดูเคร่งเครียดผิดปกติ

“เอาล่ะผมขอปิดการประชุมเพียงเท่านี้” รณพีร์ เกตรัตนากรณ์หรือบอสพีร์ประธานหนุ่มของบริษัทรับออกแบบและตกแต่งภายในชื่อดังแห่งนี้เอ่ยปิดการประชุมอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเมื่อเห็นอาการผิดปกติของหญิงสาวที่ตนแอบชอบ

“พิมพ์พิชชาคุณเป็นอะไรรึเปล่า ไม่สบายตรงไหน?” รณพีร์เอ่ยด้วยความเป็นห่วงหลังจากที่คนอื่น ๆ ในห้องประชุมออกไปแล้วเหลือเพียงคนที่เขาถามไถ่และเพื่อนสนิทของเธอ ชายหนุ่มสังเกตเห็นหญิงสาวเป็นแบบนี้มาพักใหญ่ ๆ แล้วจนอดเป็นห่วงไม่ได้

“นั่นสิทราย แกเป็นไรรึเปล่าปวดหัวเหรอ” แพรวารินทร์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เพื่อนสาวเอ่ยถามทันทีสภาพที่หญิงสาวได้เห็นคือพิมพ์พิชชาเพื่อนรักผู้พ่วงตำแหน่งน้องสาวสามีที่ยกมือนวดคลึงขมับอยู่ด้วยสีหน้าไม่ค่อยดี

“ไม่เป็นไรหรอก แค่ปวดหัวนิดหน่อยเอง” พิมพ์พิชชาเอ่ยพร้อมยิ้มส่งให้เพื่อนรักทั้งที่อาการปวดหัวอย่างหนักกำลังเล่นงานเธออยู่ “เลิกประชุมแล้ว งั้นเราไปหาลูกค้ากันเถอะแพร เสร็จแล้วจะได้ยิงยาวกลับบ้าน”

“โอเค ไปนะคะบอส” แม้จะไม่อยากเชื่อแต่แพรวารินทร์ก็ไม่เซ้าซี้ด้วยรู้ว่านั้นคือสิ่งที่พิมพ์พิชชาไม่ชอบ

“หวังว่าคุณสองคนจะไม่ทำให้ลูกค้าและผมผิดหวังนะ” รณพีร์เอ่ยบอก “เดี๋ยวผมให้โบนัสพิเศษ”

“ชิ โบนัสๆ ๆ เหอ พูดงี้ตลอดแต่บอสพีร์คะ...ดิฉันไม่ได้โบนัสมาสองปีได้แล้วมั้ง” พิมพ์พิชชาเอ่ยแทรกขึ้นอย่างหมั่นไส้

“เหอะ เดี๋ยวสิ้นเดือนนี้ล่ะผมจัดพิเศษให้คุณเลย ขอแค่คุณช่วยเคารพเจ้าของบริษัทอย่างผมหน่อย เรียกบอสแต่การกระทำตรงข้ามตลอด” ชายหนุ่มเอ่ย “ไม่ต้อง ๆ ผมรู้คุณจะเถียง ไปเลย รีบออกไปหาลูกค้าเลยผมก็มีนัดลูกค้าไม่อยากมาเสียเวลาฟังคุณเถียง”

“ชิ อย่าให้เถียงได้บ้างก็แล้วกันนะอิตาบอสพีร์” สะบัดผมใส่ก่อนที่จะเดินออกจากห้องประชุมไปโดยมีแพรวารินทร์เดินยิ้มขำขันตามไป รณพีร์ทอดสายตามองตามอย่างเป็นห่วง เขาตกหลุมรักพิมพ์พิชชามาหลายปีจึงเฝ้าสังเกตเธอตลอดและช่วงนี้เขาเห็นเธอนวดขมับบ่อยจนน่าสงสัย แต่ก็ได้แต่หวังว่าหญิงสาวจะไม่เป็นอันตรายร้ายแรงอะไร

“ตามไปดูหน่อยล่ะกัน ไหน ๆ ก็นัดที่เดียวกันนี่เนาะ”

เวลาต่อมา

บนท้องถนนที่เต็มไปด้วยยานพาหนะยี่ห้อและชนิดต่าง ๆ สองสาวเพื่อนซี้กำลังถอนหายใจนับครั้งไม่ถ้วนกับการจอดติดไฟแดง ไฟแดงเปลี่ยนเป็นเขียวไปแล้วแต่รถของพิมพ์พิชชากลับยังไม่ได้เคลื่อนที่ไปไหนไกล

“อยากรู้จริง ๆ ต่างจังหวัดจะติดขนาดนี้ไหม ติดอยู่แถวนี้นานแล้วนะจะทันนัดลูกค้าไหมเนี่ย”

“ใจเย็นแก ฉันไลน์บอกลูกค้าแล้วว่าอาจจะช้านิดหน่อยเพราะรถติด” แพรวารินทร์เอ่ยบอกก่อนที่จะทอดถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายก่อนที่จะยิ้มออกเมื่อรถสามารถเคลื่อนตัวไปได้ “กว่าจะหลุดออกมาได้”

“แพร...เช็คเวลาเลยแกเหลืออีกกี่นาทีจะถึงเวลานัด” หลังจากหลุดจากการจราจรที่ติดขัดพิมพ์พิชชาก็เอ่ยถามขึ้นถึงเวลานัดหมายที่นัดกับลูกค้าไว้

“20นาทีแก” คนถูกถามตอบแล้วก็เช็คเข็มขัดด้วยรู้นิสัยเพื่อนสาวตัวแสบดีว่าจะทำอะไร

“หาที่เกาะด้วยนะ พิมพ์พิชชาจะซิ่งแล้ว” พูดจบรถมินิสีสวยของพิมพ์พิชชาจะพุ่งทะยานไปด้วยความเร็วหลบหลีกรถคันอื่นได้อย่างมืออาชีพและถึงจุดหมายก่อนเวลานัดถึง10นาที

“เวียนหัวกับการขับรถของแกจริง ๆ บอกเลย” มันเป็นคำแรกที่แพรวารินทร์เอ่ยเมื่อรถของพิมพ์พิชชามาจอดยังลานจอดรถของสถานที่นัดหมาย หญิงสาวปลดเข็มขัดก่อนที่จะหยิบกระเป๋าก้าวลงจากรถโดยที่ไม่รู้สึกถึงความผิดปกติของเพื่อนสาวที่ยังคงนั่งอยู่ภายในรถ...

พิมพ์พิชชาเปิดประตูก้าวลงจากรถด้วยสภาพอ่อนแรง อยู่ดี ๆ อาการปวดหัวที่ทุเลาลงก่อนหน้านี้ก็รุนแรงขึ้นและกำลังจะทำให้เธอทนไม่ไหว...มันไม่ไหวแล้วจริง ๆ เหรอเนี่ย?

ดวงตาที่เคยเห็นชัดพร่าเบลอขึ้น มือบางยกขึ้นกุมศีรษะด้วยความเจ็บปวดจนดทำให้ผมเผ้ารุงรังไปหมด หญิงสาวสัมผัสได้ถึงกลิ่นเลือดที่ปลายจมูกทว่าด้วยความเจ็บปวดหญิงสาวไม่อาจจะยกมือมาแตะดูได้ว่าเป็นเลือดหรือไม่...และแล้วสติที่มีก็ดับวูบไปด้วยความเจ็บปวดที่ทนไม่ไหวอีกต่อไป แพรวารินทร์หันกลับมามองเพื่อนสาวก่อนจะอุทานลั่นเมื่อร่างบางทรุดลงไปในเวลาที่รถอีกคันแล่นมาพอดี

“ทราย!!!”

ขณะที่แพรวารินทร์ตกใจสุดขีดร่างสูงของใครคนนึงก็พุ่งเข้ามาหาพิมพ์พิชชาอย่างรวดเร็ว มือหนารวบเอาร่างอ่อนระทวยไร้เรี่ยวแรงไว้ได้ทันก่อนที่รถจะแล่นเข้ามาใกล้ แพรวารินทร์ที่เห็นเพื่อนปลอดภัยถึงกับเข่าอ่อนแต่แล้วเสียงของใครคนนึงก็เรียกสติของเธอกลับมาได้

“ทราย ทราย ตื่นสิทราย ทราย”

“บอสกับทรายเป็นอะ...” 

“ทรายหมดสติไปแล้ว” ชายหนุ่มแทรกขึ้นก่อนที่แพรวารินทร์จะได้ถามจบ เป็นรณพีร์ที่ขับรถตามหลังมาเพราะมีนัดกับลูกค้าที่เดียวกันและเป็นห่วงสองสาวจึงรีบตามมาก่อนเวลานัดนั่นเองที่ช่วยหญิงสาวไว้ แพรวารินทร์มองสภาพของเพื่อนสาวที่ใบหน้างามมีเลือดไหลออกจากจมูกและมีคราบน้ำตาอยู่บนแก้มราวว่าก่อนจะหมดสติเธอจะทรมานมากก่อนจะออกความคิดเห็น

“ระ...รีบพาทรายไปโรงพยาบาลเถอะค่ะ”

“โอเค” รณพีร์ตอบตกลงแล้วเดินไปอุ้มร่างของมัณฑนากรสาวที่ตนแอบรักไว้แนบอกแล้วเดินพาร่างบางไปที่รถของตนโดยมีแพรวารินทร์เดินตามหลังมาด้วยความเป็นห่วงเพื่อนสนิทก่อนจะโทรศัพท์หาผู้เป็นแม่สามีหรือก็คือแม่ของหญิงสาวไร้สติเพื่อบอกอาการของเพื่อนสาว

โรงพยาบาลรักษ์บดินทร์

รณพีร์พาร่างไร้สติของพิมพ์พิชชามาที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดอาจเป็นเพราะโชคชะตาหรือแค่ทฤษฎีโลกกลมทำให้เป็นโรงพยาบาลในเครือธุรกิจของสัตยบดินทร์ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสาขาใหญ่ที่พงศ์พยัคฆ์ทำงานอยู่และรณพีร์เองก็จงใจที่จะให้ลูกน้องสาวเข้ารับการรักษาจากหมอหนุ่มที่เพิ่งผ่าตัดให้คุณป้าของเขาเมื่อไม่นานมานี้ด้วยความเชื่อมั่นว่าคุณหมอหนุ่มน่าจะเป็นคนที่มีความสามารถมากพอที่จะช่วยหญิงสาวที่เขาหลงรักได้...โดยหารู้ไม่ว่าพิมพ์พิชชาไม่ประสงค์จะให้หมอหนุ่มรับรู้สิ่งที่ตนเป็นมากที่สุดรวมไปถึงครอบครับและแพรวารินทร์ด้วย

“หมอพงศ์พยัคฆ์ครับ...ช่วยดูอาการของเธอให้หน่อยครับ” รณพีร์ที่เจอกับพงศ์พยัคฆ์ระหว่างทางไปห้องฉุกเฉินรีบเรียกหมอหนุ่มทันที ร่างคุ้นตาในอ้อมแขนของชายหนุ่มที่บังเอิญรู้จักและร่างคุ้นตาที่เดินตามหลังมาทำให้ชายหนุ่มชะงักฝีเท้าและรีบเดินเข้ามาใกล้

“เกิดอะไรขึ้น...ทำไมถึงเป็นแบบนี้” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยถามเมื่อเห็นสภาพอันน่าตกใจของน้องสาวเพียงคนเดียว ในชีวิตเขาไม่คิดไม่ฝันว่าจะต้องเห็นภาพแบบนี้เลย...ไม่เลย

“เธอน่าจะปวดหัวครับ แล้วจู่ ๆก็หมดสติไป” รณพีร์เอ่ยตอบเพราะแพรวารินทร์นั้นอยู่ในสภาพที่ห่วงเพื่อนจนพูดอะไรไม่ออก

“ปวดแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยถามคำถามที่คล้ายต้องการถามแพรวารินทร์มากกว่ารณพีร์แต่เหมือนจะไม่ได้คำตอบจากหญิงสาว

“เท่าที่ผมเห็นก็พักใหญ่แล้วครับ ประมาณสองสามอาทิตย์ได้แต่ไม่รุนแรงจนน้ำตาไหลและหมดสติเหมือนครั้งนี้ แพรคุณใกล้ชิดทรายที่สุดคุณบอกหมอไปซิครับ” รณพีร์เอ่ยตอบก่อนหันไปเรียกสติหญิงสาวที่ยืนด้านหลังเสียงเรียกของรณพีร์ทำให้สติของแพรวารินทร์กลับมาหญิงสาวทบทวนความผิดปกติของเพื่อนก่อนตอบออกมา

“ทรายเป็นมาสักพักใหญ่ ๆ แล้วค่ะ  เธอบอกว่าไปหาหมอมาแล้วแค่เครียดมากไปหมอให้ยามากิน  แต่หลังจากนั้นเธอยังปวดหัวอีกแล้วเหมือนจะมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว พักหลัง ๆ เหมือนจะไม่มีแรงเพราะทำของหลุดมือบ่อย ๆ”

สิ่งที่ได้ยินสร้างความตกใจให้พงศ์พยัคฆ์ไม่น้อยเพราะไม่คิดว่าน้องสาวจะเป็นแบบนั้น

‘คงไม่ใช่’ หมอหนุ่มค้านความคิดของตนในใจก่อนจะเอ่ย “รามเตรียมทำMRI ด่วน ”

30นาทีต่อมา

“เสือ...น้องเป็นไงบ้างลูก” คุณหญิงพราวกะรัตเอ่ยถามบุตรชายคนโตทันทีที่ชายหนุ่มออกมาจากห้องหลังจากที่แพรวารินทร์โทรศัพท์มาบอกตนและผู้เป็นสามีอย่างคุณสิงหาก็รีบมาทันทีและได้ทราบหลังจากมาถึงว่าผู้เป็นลูกชายคือหมอที่ทำการวินิจฉัยก็เบาใจได้ ส่วนรณพีร์ที่เพิ่งรู้ว่าหญิงสาวที่ตนแอบรักเป็นน้องสาวของพงศ์พยัคฆ์ก็โล่งใจที่สาวที่ตนแอบรักอยู่ในมือหมอที่เก่งที่สุดในประเทศ

“ไปคุยกันที่ห้องทำงานของผมดีกว่าครับ” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยบอก ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงของบุตรชายสร้างความไม่สบายใจให้ผู้เป็นพ่อแม่ได้ไม่น้อย แพรวารินทร์กุมมือของแม่สามีและบีบเบา ๆ เพื่อให้กำลังใจก่อนที่ทั้งสี่จะตามหมอหนุ่มไปในห้องประจำของหมอหนุ่ม

“จากการทำMRI พบว่าหนูทรายมีเนื้องอกในสมองครับและมันก็ขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆทำให้หนูทรายปวดมาก จากผลตรวจที่หนูทรายไปตรวจที่โรงพยาบาลแถบชานเมืองมีการวินิจฉัยว่าเป็นเนื้อร้ายที่ลุกลามรวดเร็ว หมอที่นั่นบอกน้องว่าจะอยู่ได้อีกไม่ถึงปี” คำพูดของพงศ์พยัคฆ์สร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้เป็นพ่อและแม่รวมถึงอีกสองคนในห้องเป็นอย่างมากและมากขึ้นกับถ้อยคำต่อมา “น้องทรายเลื่อนการผ่าตัดและรักษาอย่างจริงจังมาแล้วหลายครั้งและดูเหมือนจะไม่ได้ไปหาหมอมาพักใหญ่แล้ว ทำให้ไม่รู้ว่ามีเลือดคั่งด้วยทำให้น้องปวดหัวมากกว่าเดิม”

“ยะ อย่างนี้เอง ผมถึงเห็นทรายปวดหัวบ่อย ๆ ” รณพีร์เอ่ยขึ้นก่อนจะเซไปพิงพนังห้องอย่างหมดแรง

“ไม่จริงใช่มั้ยเสือ น้องไม่ได้กำลังจะ...” คุณหญิงพราวกะรัตถามลูกชายด้วยน้ำเสียงจวนเจียนจะขาดใจทันทีที่ฟังจบ

“ใจเย็น ๆ ครับแม่ ผมตรวจอย่างละเอียดแล้วครับ มันไม่ใช่เนื้อร้ายเพียงแต่จากขนาดและตำแหน่งของเนื้องอกอันตรายมาก เพราะอยู่ใกล้กับเส้นประสาท ต้องทำการรักษาด้วยวิธีผ่าตัด และอาจมีผลข้างเคียงหลังผ่าตัดนิดหน่อย แต่น้องจะหายครับ เชื่อผมสิ” พงศ์พยัคฆ์ถอนหายใจก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะมากอดปลอบใจมารดา “คิดในแง่ดีสิครับแม่เนื้องอกที่พบไม่ได้เป็นเนื้อร้ายก็ดีแค่ไหนแล้ว”

พงศ์พยัคฆ์ได้แต่ปลอบมารดาที่เอาแต่ร่ำไห้ตรงหน้าของหมอหนุ่มคือมารดาที่ซุกอยู่ในอกแกร่งด้านหลังของผู้เป็นแม่คือภรรยาสาวของตนที่ร้องไห้ไม่มีเสียงสะอื้นอยู่ ผู้เป็นบิดาได้แต่โอบลูกสะใภ้ที่อาการแย่เอามาก ๆเพราะคุณสิงหารู้ดีหากถ้าเสียใจหนักมากจริง ๆหญิงสาวจะเงียบปล่อยให้น้ำตาไหลทะลักดั่งเขื่อนน้ำตาแตกเช่นครั้งนี้มือหนาลูบไล้ปลอบใจลูกสะใภ้ที่ตนรักดั่งลูกสาวอีกคนตลอดเก้าปีที่แพรวารินททร์เข้ามาอยู่ในครอบครัวหญิงสาวไม่เคยร้องไห้ไร้เสียงสะอื้นเช่นวันนี้เลย...ไม่เคยเลยสักครั้ง

รณพีร์มองบรรยากาศภายในห้องด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทำไมเขาไม่สังเกตเธอให้เร็วกว่านี้ ทำไมเขาได้แค่คิดที่จะปรึกษาพี่ชายเธอแต่ยังไม่ได้ปรึกษาสักทีจนมาถึงวันนี้...เขาน่าจะทำอะไรให้เร็วกว่านี้

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่45 ภัยร้ายรอบตัว

    สายตาคมมองโต๊ะทำงานที่มีร่องรอยของการกรีดอย่างขบคิดว่าใครกันที่ทำแบบนี้ ใครที่เกลียดเธอถึงขนาดนี้ ใครกัน? ฟ้ารดาเฝ้าถามตัวเองโดยไม่รู้สึกถึงการมาของใครบางคน“ทำอะไรอยู่คะพี่ฟ้า ตายแล้วนี่เกิดอะไรขึ้นคะพี่ฟ้า ทำไมโต๊ะถึงได้เป็นแบบนี้” เสียงร้องอย่างตกใจของคนข้างหลังทำให้ฟ้ารดาถึงกับสะดุ้ง คนที่ยืนอยู่หลังเธอคือสุนิสาหรือนิดพยาบาลสาวรุ่นน้องที่ดีกับเธอคนนึงแต่เมื่อเกิดข่าวลือเรื่องเธอกับพงศ์พยัคฆ์เมื่อสามเดือนก่อนทำให้เธอเปลี่ยนความคิดในทันทีเพราะสุนิสาเป็นคนนึงที่เอาข่าวลือไปใส่สีตีไข่จนไม่เหลือเค้าความจริงเธอจึงหลีกเลี่ยงที่จะคบค้ากับคนหน้าซื่อใจคดหน้าไหว้หลังหลอก“มีอะไรเหรอคะคุณนิด” ฟ้ารดาเอ่ยตอบเสียงเรียบราวกับไม่รู้สิ่งที่พยาบาลสาวเคยทำแต่ก็ไม่ได้ยินดีที่จะคุยด้วย“ทำไมพี่ฟ้าทำเสียงแบบนั้นล่ะคะน่ากลัวมากเลย”สุนิสาแกล้งใสซื่อจนถ้าเธอไม่รู้มาก่อนคงคิดว่าผู้หญิงตรงหน้านั้นใสซื่อจริง ๆ“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พี่แค่ตกใจไปหน่อยคุณนิดมีอะไรก็พูดมาเถ

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่44 ตัวป่วน  

    ร่างสูงของอัคนีเดินเข้ามาในโรงพยาบาลด้วยใบหน้านิ่งก่อนจะเผยยิ้มออกมาเมื่อเห็นร่างของคนที่ทาบทามเขามาทำงานที่นี่“สวัสดีครับอาจารย์” อัคนีเอ่ยทักอีกฝ่ายอย่างสนิทสนม เขานนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นผู้บริหารโรงพยาบาลแห่งนี้นั่นเอง เขาได้รู้จักกับแดนสรวงเมื่อ7ปีก่อนสมัยเรียนแพทย์ปี1แดนสรวงเป็นอาจารย์หมอที่เขาสนิทด้วยที่สุดหลังจากเรียนจบอาจารย์หมอหนุ่มทาบทามเขาให้มาทำงานที่นี่หลายครั้งแต่เพราะอยากอยู่ใกล้ครอบครัวทำให้ปฏิเสธไปจนในช่วง2ปีมานี้ที่ฟ้ารดาย้ายมาทำงานที่นี่ทำให้เขาลังเลอยากตามมาอยู่หลายครั้งจนกระทั่งปัญจวัตรโผล่เข้ามาทำให้เขาติดต่ออาจารย์หมอคนสนิทอย่างรวดเร็ว“ไงอัคนี นึกยังไงถึงอยากย้ายมา หวงพี่สาวเหรอ?”แดนสรวงเอ่ยถามลูกศิษย์คนสนิทอย่างขบขัน ไม่คิดว่าที่เคยพูดว่าหวงพี่สาวมากจะหวงขนาดยอมย้ายตามมาขัดขวางเลยทีเดียว สงสารก็เเต่เพื่อนรักของญาติผู้น้องป่านนี้จะรู้รึยังว่าตัวป่วนมาถึงถิ่นแล้ว“หวงมากครับจารย์ ว่าแต่จารย์รู้จักไอ้หน้าจืดปัญญาอ่อนที่มาป้วนเปี้ยนเกาะเกะพี่สาวผมแค่ไหน” อัคนีเอ่ยถามแดนสรวงถึงปัญจวัตร

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่43 เอาใจใส่

    หลังจากที่พิมพ์พิชชาวางสายจากปลายสายหญิงสาวก็ยืนมองบรรยากาศอย่างมีความสุขกับแผนการทำให้สองสาวขี้อิจฉาหน้าแตกกับใครบางคน“ทำแบบนี้ไม่กลัวแพรโกรธเหรอครับทราย”เสียงที่ดังมาจากด้านหลังทำให้พิมพ์พิชชาต้องสะดุ้ง คนที่ยืนอยู่ด้านหลังเธอคือรณพีร์นั่นเองเขายืนฟังเธอตั้งแต่แรกแล้วแต่ไม่ได้แสดงตัวเท่านั้นพิมพ์พิชชาหันมามองก่อนจะเอ่ยบอก“ความลับนะคุณพีร์อย่าให้ยัยแพรรู้เชียว”“มันก็ต้องมีอะไรมาแลกกันสิ แบบเงินมาผ้าหลุดอะไรประมาณเนี่ย” รณพีร์เอ่ยบอกพร้อมยิ้มอย่างมีเลศนัย“ก็ได้คุณอยากได้อะไร”พิมพ์พิชชาเอ่ยถามอย่างเป็นรอง“ดินเนอร์กันสักมื้อ เสาร์นี้” รณพีร์เอ่ยบอกและลุ้นรอคำตอบจากหญิงสาว“ก็ได้เสาร์นี้” หญิงสาวตอบรับอย่างว่าง่ายก่อนจะถามต่อ “วันศุกร์คุณว่างมั้ยถ้าว่างมาแจมกับแผนของฉันหน่อยนะ”“ได้สิ ผมก็เบื่อที่จะต้องถูกคนโยงไปทำร้ายคนอื่นแล้ว ถ้าเรื่องไม่จบผมคงต้องไล่พวกเธอออก”รณพีร์เอ่ยบอกตามใจคิดปัญหานี้บานปลายมานานแล้วเขาเองก็ควรทำอะไร

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่42 ยัยตัวแสบ

    รุ่งเช้าวันจันทร์ที่แสนสดใสพิมพ์พิชชาเดินยิ้มน่าระรื่นเข้ามาในบริษัทพร้อมแพรวารินทร์ด้วยกิริยาอาการที่บ่งบอกว่ามีความสุขมากมายหลังจากพักผ่อนมาหนึ่งอาทิตย์วันนี้เป็นวันที่หญิงสาวจะได้กลับไปทำงานที่รักอีกครั้งหลังจากหยุดไป1เดือนเต็มๆและที่ทำให้ดีใจยิ่งกว่าคือจะได้ไปเจอหน้าใครบางคนที่หายหน้าไปทั้งอาทิตย์แต่ยังส่งดอกไม้มาเยี่ยมทุกวันอย่างเจ้านายสุดหล่อด้วย“นี่เลิกยิ้มได้แล้วแก ฉันนึกว่าเดินกับคนบ้า” แพรวารินทร์ออกเสียงปรามอย่างไม่จริงจัง ตั้งแต่เช้าที่ผ่านมาเพื่อนรักเอาแต่ยิ้มกว้างจนเธอได้แต่งง นางจะดีใจอะไรขนาดนั้นเล่นใหญ่จริง ๆ“ก็คนมันดีใจอ่า เดือนนึงแล้วน๊าที่ฉันไม่ได้มาทำงานคิดถึงงานแล้วก็เพื่อนร่วมงานจะแย่”“หรา ไม่ใช่คิดถึงคนที่หายไปหนึ่งอาทิตย์เหรอจ๊ะ”แพรวารินทร์ถามกลับอย่างรู้ทัน ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าเพื่อนเธอคิดอย่างไรอยู่“รู้มากไปแล้วยะ ไปเข้าไปทำงานกันได้แล้ว”พิมพ์พิชชาว่าให้ก่อนจะดึงเพื่อนรักเข้าไปทำงาน“อ้าว ยัยทรายดูดมาทำงานแล้วเหรอนึกว่าชาตินี้จะไม่ได้เจอหล่อนซะแล้

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่41 น้องชายขี้หวง

    “สวัสดีครับคุณพิชชา อาการเป็นยังไงบ้างครับ” เสียงทรงเสน่ห์เอ่ยทักทายไถ่ถามอาการทำให้คนไข้วัยทำงานถึงกับใจละลายความจริงเธอไม่ได้ป่วยแต่แค่อยากจะเห็นหน้าหมอหนุ่มเท่านั้นนายแพทย์อัคนี อัครวิทย์ อายุรแพทย์หนุ่มสุดหล่อวัย25ปีขวัญใจสาวน้อยสาวใหญ่ในแถบนี้ยิ้มให้คนไข้อย่างเป็นมิตรแม้จะรู้ดีว่าสาวน้อยสาวใหญ่ทั้งหลายแค่อยากมาเห็นหน้าเขาเท่านั้นบ้างก็เอาของมาเยี่ยมเป็นประจำจนเป็นที่ชินตาของบุคลากรคนอื่นในโรงพยาบาล“วันนี้พิชชาจะเป็นอะไรดีเอ๋ย” อัคนีเอ่ยถามพร้อมยิ้มเอาใจอย่างน่ารักในสายตาเพื่อนหลายคนเขาเป็นคนกระล่อนและกวนประสาทสุดๆแต่สำหรับสาวน้อยสาวใหญ่ที่มาปลาบปลื้มเขากลับเป็นคนปากหวานและเอาใจเก่งเป็นอย่างมาก“วันนี้พิชชี่ปวดหัว ตัวร้อน ใจเต้นแรงมั๊กมากเลยค่ะหมอไฟขา” คนไข้สาวเอ่ยบอกทำท่าให้สมจริงจนหมอหนุ่มแอบขำ“แบบนี้คุณพิชชี่คงต้องมาหาหมอบ่อย ๆแล้วล่ะครับ หมอไฟว่าคุณพิชชี่เป็นโรครักหมอไฟแน่เลย” หมอหนุ่มเอ่ยหยอดพร้อมยิ้มแพรวพราว คนไข้สาวได้แต่เขินม้วนกับคำหยอดของหมอหนุ่ม&n

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่40 พาผู้ชายเข้าบ้าน

    บ้านอัครวิทย์เพราะเกมพนันที่เคยพนันเดตแรกไว้กับฟ้ารดาที่ไร่พยัคฆ์ทำให้ปัญจวัตรต้องมาที่บ้านของฟ้ารดาในวันนี้หมอหนุ่มหายใจเข้าปอดเพื่อเรียกความมั่นใจ ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ทำให้น้องชายฟ้ารดากลับมาบ้านเพื่อเดตแต่เพื่อเอาชนะใจพ่อแม่ของหญิงสาวด้วยและที่ปรึกษาหมายเลขหนึ่งในครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อนรักแต่เป็นผู้เป็นพ่อแทนจากข้อมูลที่ได้รับทำให้หมอหนุ่มมั่นใจเกือบ90%ว่าจะได้ใจของว่าที่แม่แฟนในอนาคตส่วนอีก10%คือพ่อและน้องชายที่เขาไม่มีความมั่นใจเลยว่าทั้งสองจะยอมให้เขาคบกับฟ้ารดา“เข้าไปข้างในกันคุณ” ฟ้ารดาเอ่ยบอกก่อนจะเดินนำเข้าไปในบ้านหมอหนุ่มเดินตามอย่างมั่นคงและมั่นใจทุกสรรพสิ่งในบ้านอัครวิทย์เหมือนจะหยุดเคลื่อนไหวทันทีเมื่อลูกสาวคนโตของบ้านเดินนำผู้ชายเข้ามาในตัวบ้านนายแพทย์หมออาศิระยืนมองชายหนุ่มรุ่นลูกอย่างไม่วางตาส่วนคุณนายฝนนภากลับมองอย่างตกใจไม่น้อยที่ลูกสาวคนเดียวพาชายหนุ่มที่หน้าคล้ายอดีตคนรักเข้ามาที่บ้านและแนะนำว่าเป็นแฟนหนุ่ม“สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่ ผมปัญจ์ครับ”ปัญจวัตรเอ่ยทักทายอย่างเ

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่18 รณพีร์

    เป็นอีกครั้งที่แพรวารินทร์ต้องมานั่งรอโดยไร้วี่แววการปรากฎตัวของลูกค้าคนพิเศษ หญิงสาวยังคงนิ่งสงบแต่ก็มั่นดูเวลาเป็นระยะ...หวังว่าคราวนี้เธอจะไม่ต้องรอเก้ออีกนะดวงตาคู่หวานละสายตาจากนาฬิกาข้อมือก่อนจะลอบถอนใจโล่งเมื่อเห็นร่างสู

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่17 เราเป็นแฟนกันครับ

    กว่าชั่วโมงต่อมาและแล้วสิ่งที่พิมพ์พิชชาคาดไว้ก็เป็นจริงเมื่อมีข่าวลือดังกระฉ่อนไปทั่วโรงพยาบาลแถมไวยิ่งกว่า4Gเพราะข่าวนี้เกิดขึ้นหลังมีข่าวพงศ์พยัคฆ์แต่งงานแล้วไม่ถึงสองชั่วโมงแถมรู้กันเร็วกว่าข่าวแรกเสียอีก“พี่เสือครับแย่แล้วล่ะ มีคนปล่อยข่าวว่าหมอฟ้าเป็นเมียน้อยพี่อ่ะ&rdq

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่16 ข่าวลือ

    บทที่17 เหตุการณ์สร้างพระเอก“ยัยทรายร้ายกาจและใจร้ายที่สุด สงสารหมอฟ้าจัง” แพรวารินทร์เอ่ยต่อว่าเพื่อนก่อนจะเดินนำหน้าออกไป พงศ์พยัคฆ์รีบเดินตามไปอย่างช้า ๆก่อนที่ทั้งคู่จะต้องหยุดชะงักเมื่อเดินมาถึงหน้าสระน้ำพุภาพที่ปรากฏในสายตาของท

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่15 แผนที่ไม่ได้บอกกล่าว

    โต๊ะอาหารหลังจากที่ทุกคนย้ายสถานที่จากห้องรับแขกมาเป็นห้องอาหารพงศ์พยัคฆ์ก็เลื่อนเก้าอี้ให้แพรวารินทร์นั่งโดยจงใจให้ที่นั่งของตนและภรรยาสาวอยู่ตรงข้ามกับฟ้ารดา แพรวารินทร์มองชายผู้เป็นสามีอย่างไม่เข้าใจแต่ก็ไม่เอ่ยอะไรด้านพงศ์พยัคฆ์ก็รู้ว่าภรรยาไม่เข้าใจแต่ก็ไม่อธิบายได้แต่ตักปูมาแกะก่อนจ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status