Partager

บทที่18 รณพีร์

last update Date de publication: 2025-04-06 10:10:46

 

เป็นอีกครั้งที่แพรวารินทร์ต้องมานั่งรอโดยไร้วี่แววการปรากฎตัวของลูกค้าคนพิเศษ หญิงสาวยังคงนิ่งสงบแต่ก็มั่นดูเวลาเป็นระยะ...หวังว่าคราวนี้เธอจะไม่ต้องรอเก้ออีกนะ

ดวงตาคู่หวานละสายตาจากนาฬิกาข้อมือก่อนจะลอบถอนใจโล่งเมื่อเห็นร่างสูงก้าวลงมาจากบันได...ในที่สุดก็มาสักที

“ขอโทษนะครับคุณมัณฑนากร พอดีนอนดึกไปหน่อยเลยตื่นสาย” ทัศนะผู้บริหารหนุ่มเจ้าของตำแหน่งลูกค้าวีไอพีเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มชวนฝันหลังจากที่ตนปล่อยให้มัณฑนากรสาวนั่งรออยู่เกือบสามชั่วโมง แพรวารินทร์ควรให้อภัยกับคำขอโทษถ้าลูกค้าหนุ่มเอ่ยจากใจไม่ใช่ใบหน้ายิ้มแย้มไม่รู้สึกผิด

‘ชักจะทนไม่ไหวแล้วแฮะ คนอะไรกวนประสาทเหลือเกิน’ แพรวารินทร์คิดในใจอย่างสุดทน

“ไม่เป็นไรค่ะ งั้นเราก็เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า” แพรวารินทร์เอ่ยราวกับไม่ถือสาหาความ ใจจริงคือเธออยากจะออกไปจากบรรยากาศชวนโมโหนี่แล้ว

ทัศนะยิ้มมุมปากก่อนจะเอ่ยในสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่หญิงสาวต้องการ “คุณมัณฑนากร ผมยังไม่ได้ทานข้าวเลยนี่ก็เที่ยงแล้วขอผมทานข้าวก่อนนะครับ”

“ทานข้าว?...ได้ค่ะ” แม้จะไม่อยากยอมแต่เมื่อนึกถึงสีหน้าและท่าทางในวันที่บอสหนุ่มขอร้องแล้วก็ต้องตอบไปราวกับคนใจกว้าง

“ไหน ๆ ก็เที่ยงแล้วมาทานด้วยกันสิครับ รึว่ารังเกียจ” ทัศนะเอ่ยบอกก่อนจะเดินนำไปแพรวารินทร์ได้แต่นึกฉุนแต่ก็เดินตามไป 

หลายนาทีต่อมา   

“ทานอาหารเสร็จแล้วเราคุยงานกันได้รึยังค่ะ” แพรวารินทร์เอ่ยขึ้นหลังจากทานอาหารกับลูกค้าหนุ่มเป็นที่เรียบร้อย

ทัศนะมองหน้ามัณฑนากรสาวก่อนจะเอ่ยอย่างไม่เกรงใจ   “ผมขอทานของหวานก่อนนะ”

“ของหวาน... งั้นฉันไปรอที่เรือนหลังเล็กเลยดีกว่า” แพรวารินทร์รู้ดีว่าลูกค้าหนุ่มคิดถ่วงเวลาแกล้งเธอเล่นแต่หญิงสาวก็ไม่คิดที่จะอาละวาดอะไรให้คนเป็นเจ้านายต้องพลอยซวยไปด้วย

“งั้นก็ได้ “ทัศนะเอ่ยบอกก่อนยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์นิดๆ แพรวารินทร์ไม่มองกิริยานั้น หญิงสาวรีบเดินจากไปในทันที

“ชักสนุกแล้วสิ” ทัศนะพึมพำกับตัวเองก่อนจะหันมองมัณฑนากรสาวคงเพราะหญิงสาวไม่คิดทอดสะพานให้เขาเหมือนคนอื่น ๆ จึงดูน่าค้นหาทัศนะจึงอยากจะทำเป็นลองจีบหญิงสาวดูสักครั้ง

บริษัทตกแต่งภายในเกตรัตนากรณ์

หลังจากได้พูดคุยกับลูกค้าหนุ่มเป็นที่เรียบร้อยและเข้าใจตรงกันแล้วแพรวารินทร์ก็แวะเข้ามาเอาของที่ห้องทำงานในบริษัทก่อนจะเข้าไปพบท่านประธานสุดหล่อในห้องทำงานของชายหนุ่ม

“พี่ทอมว่ายังไงบ้างแพร” รณพีร์เอ่ยถามลูกน้องสาวทันทีที่หญิงสาวเข้ามาในห้องทำงานของเขา

“โอเคแล้วค่ะ เหลือในส่วนของเรือนอีกหลังที่เขาให้เอาแบบมาให้ดูหลังจากที่เขากลับจากต่างประเทศ” แพรวารินทร์เอ่ยบอกพอคิดถึงลูกค้าหนุ่มแล้วได้แต่หงุดหงุดสมุดโน้ตของเธอก็ยังคงนอนแน่นิ่งอยู่ในกำมือของทัศนะด้วยว่าชายหนุ่มมีธุระต้องไปต่อหลังจากคุยกันเรียบร้อยแล้ว ว่องไวจนเธอถามเรื่องสมุดโน้ตไม่ทันเชียวล่ะมันน่าเจ็บใจนัก

“โธ่แพร...อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ถือว่าช่วยผมอีกนิดนะทนเอาหน่อย” รณพีร์เอ่ยในแกมขอร้อง ญาติผู้พี่คนนี้เป็นคนเข้าถึงยากพอควรตอนให้เขาหามัณฑนากรไปตกแต่งเรือนหลังเล็กให้ยังกำชับมาตั้งหลายข้อไม่ว่าจะต้องมีความอดทนเป็นเลิศ ไม่เกี่ยงงาน ไม่สาย และที่สำคัญไม่ทอดสะพานให้ ซึ่งในบริษัทของเขาคนที่มีคุณสมบัตินี้มีแค่แพรวารินทร์และพิมพ์พิชชาเท่านั้นแต่พิมพ์พิชชาออกจะบ้าบิ่นไปนิดชายหนุ่มเกรงว่าจะมีปัญหากับทัศนะจึงเลือกให้แพรวารินทร์ที่ไม่ค่อยจะมีปัญหากลับใครแถมยังมีสมาธิในการทำงานกับลูกค้าชอบกวนประสาทกว่าพิมพ์พิชชาไปปทำ...แต่เหมือนว่าญาติผู้พี่คนนี้จะทำให้คนมีความอดทนเป็นเลิศอย่างแพรวารินทร์ฉุนได้ไม่น้อยเลย

“บอสคะ ทนไงไหวนัด9โมงพ่อคุณโพล่มาซะเที่ยงลงมาปุ๊บก็บอกขอทานข้าวก่อนพอทานเสร็จขอทานขนมหวานละเลียดเป็นชั่งโมง ควรทนต่อไหมคะบอส”

“ทน ๆ หน่อยนะครับเดี๋ยวเพิ่มโบนัสให้”

“แค่ครั้งนี้นะคะ...เฮ้อ ช่างเถอะฉันกลับก่อนตั้งแต่เช้ายังไม่ได้เจอยัยตัวแสบเลย” แพรวารินทร์เอ่ยบอกพลางคิดถึงเพื่อนรักเพื่อนซี้ที่ตนยังไม่ได้สำเร็จโทษที่ใจร้ายและเจ้าเล่ห์ที่สุด

“คุณจะไปหาทรายเหรอ ผมไปด้วยสิ” รณพีร์เอ่ยบอกเมื่อนึกถึงหญิงสาวที่ตนแอบชอบเพราะงานทำให้ชายหนุ่มไม่ว่างไปเยี่ยมเธอเลย รณพีร์รีบลุกพลางมองหน้าแพรวารินทร์ที่จ้องอย่างจับผิดอยู่

“ผมแค่คิดว่าเจ้านายที่ดีควรไปเยี่ยมเยียนลูกน้องเวลาป่วยไข้มั่ง..ไม่ได้มีอะไรสักนิด จริงจริ้ง”

“หรา...เอาเป็นว่าฉันจะเชื่อละกันแต่ขอเตือนนะคะชอบก็บอกไปเก๊กแบบนี้คุณหมอไม่ชอบ ระวังนะคุณหมอไม่ปลื้มแล้วอย่าหาว่าลูกน้องคนนี้ไม่เตือน” แพรวารินทร์เอ่ยบอกถึงจะห่างเหินกันหลายปีแต่เธอก็รู้ว่าพงศ์พยัคฆ์หวงน้องสาวมากเธอจำได้ว่าช่วงขึ้นมัธยมปลายใหม่ ๆ มีคนมาจีบพิมพ์พิชชาเล่น ๆ หลังจากที่หมอหนุ่มรู้เรื่องแค่สามชั่วโมงเธอและพิมพ์พิชชาก็ได้ข่าวว่าชายคนนั้นอยู่ในสภาพสะบักสะบอมพอควรเลยเธอไม่อยากให้รณพีร์เป็นแบบนั้นจึงเตือนชายหนุ่มไว้

“หมอพงศ์พยัคฆ์โหดมากเหรอแพร  ผมเห็นเค้าดูแค่เย็นชาแล้วก็ขรึมๆ”รณพีร์ถามด้วยความสงสัย ตั้งแต่รู้จักกันโดยบังเอิญชายหนุ่มยังไม่เคยเห็นพงศ์พยัคฆ์เป็นแบบที่แพรวารินทร์บอกเลย

“นั่นไม่ใช่นิสัยแท้จริงของเขาหรอก คุณหมอตัวจริงน่ะโหด เจ้าเล่ห์ ร้ายลึกเป็นที่สุด” แพรวารินทร์เอ่ยบอกพลางยิ้มขำ ชายหนุ่มมักมีมุมอ่อนโยนกรุ้มกริ่มกับคนที่สนิทกันแต่ใครที่คิดมีเรื่องรับรองมีสภาพไม่ต่างกับคนที่มาจีบพิมพ์พิชชาแน่นอนแถมยังหาคนผิดไม่ได้อีกด้วยถือว่าร้ายลึกจนคนไม่สนิทหาไม่เจอเลยทีเดียว

“ไปกันเถอะค่ะ” แพรวารินทร์เอ่ยบอกเมื่อรู้สึกว่าเริ่มคิดถึงคนที่ไม่ควรถลำลึกมากเกินไปมัณฑนากรสาวเดินออกไปโดยไม่รอเจ้านายหนุ่มด้วยซ้ำ

โรงพยาบาลรักษ์บดินทร์

รณพีร์และแพรวารินทร์ที่มาถึงโรงพยาบาลเกือบบ่ายสี่โมงเย็นเข้าไปแล้วเพราะเจ้านายหนุ่มมัวแต่เลือกของเยี่ยมอยู่นานสองนานจนลูกน้องสาวถึงกับเอามือกุมขมับเพราะนอกจากของเยี่ยมแล้วประธานหนุ่มยังมีของติดไม้ติดมือไปฝากคุณสิงหาและคุณหญิงพราวกะรัตรวมไปถึงพงศ์พยัคฆ์ด้วย กะจะเอาใจคนทั้งบ้านไว้ก่อนเลยก็ว่าได้

“แพร คุณว่าหมอกับพยาบาลที่นี่แปลกๆมั้ย” รณพีร์เอ่ยถามหลังจากมองซ้ายมองขวาแล้วรู้สึกแปลกๆ

“ยังไงคะ แปลกตรงไหน” แพรวารินทร์เอ่ยถามถึงแม้จะรู้สึกว่าแปลกตั้งแต่วันที่พงศ์พยัคฆ์จูงมือเข้ามาแล้วก็ตาม

“พวกเขาจับกลุ่มคุยกันเป็นกลุ่มๆเลย” รณพีร์เอ่ยบอกก่อนจะเดินไปกดลิฟต์ แพรวารินทร์มองไปรอบ ๆก่อนจะเดินเข้าไปในลิฟต์หลังจากประตูลิฟต์เปิดออกรณพีร์รีบตามเข้าไป     

ในลิฟต์

แพรวารินทร์และรณพีร์ยืนอยู่มุมซ้ายของลิฟต์โดยมีนางพยาบาลสาวสองคนยืนคุยกันอยู่มุมขวาแพรวารินทร์เลือกจะไม่สนใจสิ่งที่สองคนพูดแต่ผลสุดท้ายก็ต้องฟังอย่างตั้งใจเมื่อชื่อของฟ้ารดา ลูกพี่ลูกน้องและสามีอยู่ในบทสนธนา

“นี่เธอได้ยินข่าวรึยังหมอฟ้าคบอยู่กับหมอปัญจ์แหนะ” นางพยาบาลสาวที่อยู่ข้างๆแพรวารินทร์เอ่ยขึ้น

“อ้าวไหนเมื่อตอนสายๆมีข่าวว่านางเป็นเมียน้อยหมอเสือไง แล้วอยู่ ๆมาคบกับหมอปัญจ์ได้ไง”

“ก็เพราะข่าวนี้แหละหมอเสือถึงได้ออกมาเคลียร์พร้อม ๆกันเลยว่าไม่ได้เป็นอะไรกับหมอฟ้า หมอปัญจ์ก็ช่วยยืนยันด้วย” นางพยาบาลคนแรกเล่าราวกับอยู่ในเหตุการณ์ทั้งที่ฟังมาอีกที

“แน่ใจเหรอว่าหมอปัญจ์นางไม่ได้แค่ปกป้องเพื่อนนางเห็นว่าสองคนนี้สนิทกันมาตั้งแต่เด็กๆนิ”

“ก็คนอื่นเค้าคิดแบบนั้นแหละแต่หมอปัญจ์ยืนยันว่าไม่ได้ปกป้องเพื่อนเพราะเมียหมอเสือเป็นลูกพี่ลูกน้องหมอปัญจ์ด้วยนะ” พยาบาลคนแรกเอ่ยบอก

“จริงอ่ะ มิน่าล่ะนางถึงตัวติดกับหมอเสือตลอด แล้วหมอเสือว่าไงอีกอ่ะเขาไม่โกรธเหรอที่เล่นข่าวแรงแบบนี้”

“โกรธสิน่ากลัวเลยแหละตีหน้าดุน้ำเสียงขุ่นมาเลยก็อย่างว่าล่ะนะเป็นฉันก็โกรธ พ่อแม่ก็เฝ้าน้องอยู่นี่ น้องสาวก็ป่วยอยู่ถ้าได้ยินข่าวแบบนี้คงแย่ ไหนจะเมียอีก หมอเสือไม่โกรธสิแปลก” นางพยาบาลคนแรกเอ่ยบอกประตูลิฟต์เปิดออกพอดีพยาบาลทั้งสองจึงเดินออกไป

“ผมเพิ่งรู้นะว่าที่โรงพยาบาลนี้งานหลักคือช่วยคน งานอดิเรกคือการจับกลุ่มนินทา” รณพีร์เอ่ยขึ้นอย่างนึกขำทันทีที่อยู่กันเพียงสองคน

“ไม่ตลกนะบอส ฉันอยากรู้จริง ๆใครมันปล่อยข่าวลือแรงๆแบบนี้ สงสารหมอฟ้าที่ต้องเจอเรื่องแบบนี้จริง ๆ ” แพรวารินทร์พึมพำ ต่อมความขี้สงสัยของเธอมันเริ่มทำงานอีกแล้วเพราะนอกจากข่าวจะกระทบถึงฟ้ารดาที่เป็นคนที่หมายมั่นให้เป็นว่าที่พี่สะใภ้แล้วยังกระทบถึงคนในครอบครัวเธอโดยตรงเธอต้องหาคนปล่อยข่าวให้ได้แม้จะไม่ชอบยุ่งกับใครแต่ถ้าคิดมายุ่งกับครอบครัวของเธอเธอก็ไม่คิดอยู่เฉยแน่

ก็อกๆๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่ร่างของใครบางคนจะเปิดเข้ามาภาพที่ปรากฏในสายตาของคุณหญิงพราวกะรัตและคุณสิงหาคือลูกสะใภ้คนสวยกับเจ้านายของลูกสาวที่แค่มองทั้งคู่ก็รู้ว่าชายหนุ่มคิดอย่างไรกับพิมพ์พิชชา

“สวัสดีค่ะพ่อสิงห์ สวัสดีค่ะแม่พราว ยัยทรายยังไม่ตื่นเหรอคะ”

“ยังเลยลูก ตาเสือบอกว่าอยากให้หนูทรายพักเยอะๆเลยให้ยานอนหลับนะอีกสักพักก็คงตื่น หอบอะไรมาเยอะแยะน่ะพ่อคุณ” คุณหญิงพราวกะรัตเอ่ยบอกลูกสะใภ้ก่อนจะหันไปถามเจ้านายของลูกสาว

“นี่ของเยี่ยมทรายครับ ส่วนนี่ผมซื้อมาฝากคุณอาทั้งสองกับคุณหมอน่ะ” รณพีร์เอ่ยบอกก่อนจะยิ้มให้อย่างจริงใจ คุณสิงหามองร่างสูงด้วยสายตาดุขณะที่ภายในใจนึกชอบในนิสัยใจคอ...ไอ้หนุ่มนี่มันได้

“ขอบคุณมากนะคุณ แต่ทีหน้าทีหลังไม่ต้องเอามาเยอะแยะขนาดนี้ แค่จริงใจมาก็พอแล้ว”

“ครับ”

ในขณะที่ทั้งสี่ยืนคุยกันอยู่สาวสวยเจ้าของห้องก็รู้สึกตัวขึ้นมาพอดี “แพรมาแล้วเหรอ”

“มาแล้วซิยะ เป็นไงบ้างเอาน้ำมั้ย

“ไม่อ่ะ อยากกินขนมมากกว่า” พิมพ์พิชชาเอ่ยบอกพร้อมจ้องมองถุงขนมในมือของรณพีร์

“อันนี้ของคุณอา ของคุณน่ะงดของหวานประเภทนี้”รณพีร์ที่เห็นสายตาของหญิงสาวรีบเอ่ยปรามไว้ก่อน

“นิดหน่อยไม่ได้เหรอบอส”

“ไม่ได้ครับ” หากแต่คนตอบไม่ใช่รณพีร์กลับเป็นพงศ์พยัคฆ์ที่เดินเข้ามาในห้องโดยไม่ได้เคาะประตู พิมพ์พิชชามองตามเสียงไปที่ผู้เป็นพี่ก่อนจะเอ่ยแบบอ้อนๆ

“พี่เสือขา หนูทรายอยากกินขนมให้หนูทรายกินน๊า นะคะนะ นะนะนะ”

“ไว้หลังจากหายแล้วนะครับ พี่จะให้แม่อุ่นทำให้ทานนะ” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยบอกก่อนจะหันหลังให้พงศ์พยัคฆ์เป็นคนที่ใจแข็งได้กับทุกคนยกเว้นแต่พิมพ์พิชชา และอีกคนก็คงเป็นแพรวารินทร์ ซึ่งเขารู้จุดอ่อนข้อนี้ดีจึงเลี่ยงมันด้วยการไม่หันไปมองสายตาอ้อนๆแล้วหันไปคุยกับรณพีร์แทน

“อ่อจริงสิ คุณลัดดาเป็นอย่างไรบ้างครับคุณรณพีร์ ท่านสบายดีรึเปล่า” หมอหนุ่มเอ่ยถามถึงอดีตคนไข้ของตนซึ่งเป็นป้าของรณพีร์

“ท่านสบายดีครับ พอท่านทราบว่าทรายเป็นน้องสาวของคุณหมอท่านก็บอกว่าให้ผมหาโอกาสมาเยี่ยมคนโปรดของท่านให้ได้” รณพีร์เอ่ยบอก ลัดดาหรือป้าดาเป็นพี่สาวแท้ๆของบิดาที่เลี้ยงดูรณพีร์มาตั้งแต่พ่อแม่ของชายหนุ่มเสียชีวิตไปลัดดาชื่นชมและเอ็นดูสองลูกน้องสาวของตนมากโดยเฉพาะพิมพ์พิชชาที่เคยช่วยไว้จากโจรและลัดดาก็คือคนที่ทำให้เขาได้รู้จักกับพงศ์พยัคฆ์เนื่องจากคุณหมอหนุ่มเป็นผู้ผ่าตัดให้คุณป้าของเขาเมื่อครึ่งปีก่อน

“คนโปรด? มีดีจริง ๆนะเราขนาดคุณลัดดายังยกให้เป็นคนโปรด” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยบอกแก่น้องสาวก่อนหันกลับมาคุยกลับรณพีร์ต่อ “ฝากบอกคุณลัดดาด้วยนะครับว่าขอบคุณมากที่ห่วงใยน้องสาวผม นั่งก่อนสิครับคุณรณพีร์”

“เรียกผมว่าพีร์ดีกว่าครับไม่ต้องเรียกชื่อเต็มหรอก จริง ๆ เราน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกัน”

“ก็ได้ครับ...คุณเองก็เช่นกันเรียกผมว่าเสือดีกว่า” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยกลับรู้สึกถูกชะตาชายหนุ่มตั้งแต่รู้จักกันโดยบังเอิญและยิ่งเห็นความห่วงใยของชายหนุ่มที่มีต่อพิมพ์พิชชาหมอหนุ่มยิ่งถูกชะตาเข้าไปอีก...ถ้าตัดความขี้หวงของตัวเองไปผู้ชายตรงหน้าก็ถือว่าผ่านล่ะ

“โอเคครับคุณเสือ” รณพีร์เอ่ยบอกพร้อมยิ้มให้พลางคิดในใจ ‘รุกไปอีกขั้นแล้วไอ้พีร์เอ้ย ผูกมิตรสำเร็จ’

“ชิ หมั่นไส้” พิมพ์พิชชาส่งเสียงขึ้นมาอย่างขัดใจก่อนจะถูกเพื่อนรักพ่วงตำแหน่งพี่สะใภ้ตีแขนดังเปี๊ยะ

“จะไปหมั่นไส้เขาทำไม”

“ก็หมั่นไส้อะ..ว่าแต่แกไปไหนมา”

“ก็งานอีตาคุณทอมน่ะสิ ว่างแค่วันนี้วันเดียว” แพรวารินทร์เอ่ยบอกอย่างหงุดหงิดเมื่อนึกถึงลูกค้าขี้แกล้ง

“อีตาคุณทอมอีกแล้วเหรอ แล้วคราวนี้นางแกล้งอะไรแกอีก”พิมพ์พิชชาเอ่ยถามอย่างใคร่รู้ เธอชักไม่ค่อยถูกชะตากับญาติผู้พี่คนนี้ของเจ้านายซะแล้วเหมือนจงใจแกล้งเพื่อนเธอตลอด

“แกล้งอะไรนะเหรอ นัด9โมงพ่อคุณโพล่มาซะเที่ยง พอขอคุยงาน พ่อคุณก็จะกินข้าวกินเสร็จยังละเลียดของหวานเป็นชั่งโมงกว่าจะได้คุยงานจริง ๆก็ปาเข้าไปบ่ายโมงครึ่งนี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นญาติบอสนะ ฉันเลิกทำแล้วไอ้งานนี้น่ะ ไม่รู้จะแกล้งอะไรกันหนักหนา” แพรวารินทร์เอ่ยบอกด้านพิมพ์พิชชาได้แต่ขบคิด เช่นเดียวกับรณพีร์ที่ไม่เข้าใจญาติผู้พี่คนนี้สักเท่าไหร ผิดกับคุณสิงหา คุณหญิงพราวกะรัตและพงศ์พยัคฆ์ที่เหมือนจะรู้ทั้งสามมองหน้ากันราวกับถามว่าทั้งสามคิดตรงกันหรือไม่จนในที่สุดพงศ์พยัคฆ์ก็นั่งเงียบในตาดูน่ากลัวจนน้องสาวสังเกตุเห็น

“พี่เสือทำไมทำหน้าแบบนั้นพี่รู้เหรอว่าอีตาคุณทอมต้องการอะไร” พิมพ์พิชชาถามขึ้นพร้อมหันมามองหน้ากับแพรวารินทร์ที่ยืนอยู่ข้างๆ

“ผู้ชายคนนั้นเรียกร้องความสนใจ อาจจะอยากจีบหนูแพร” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงขุ่นติดจะหงุดหงุดใครจะไปทนพูดหวานๆได้ล่ะมีผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้มาจีบเมียนิ แพรวารินทร์และพิมพ์พิชชามองตากันราวถามว่าจริงเหรอก่อนที่แพรวารินทร์จะเอ่ยขึ้น

“คนจะจีบกันเขาไม่แกล้งกันหรอก...เขาต้องเอาอกเอาใจกันสิ”

พงศ์พยัคฆ์มองหน้าภรรยาสาวก่อนจะอธิบายให้ฟังม“มันไม่ทุกคนหรอกหนูแพร ผู้ชายบางคนมักตีหน้าขรึมใส่คนที่ชอบ บ้างก็ต่อว่าสาระพัด บ้างก็ทำเป็นไม่ชอบขี้หน้า และบ้างก็กลั่นแกล้งสารพัด น้อยคนที่มักพูดตรง ๆหรือแสดงกริยาเอาอกเอาใจ”

“เพื่อ?” พิมพ์พิชชาเอ่ยถามอย่างสงสัยคนชอบกันจะทำแบบนั้นทำไม

“เพราะไม่กล้าพูดตรง ๆไงล่ะคุณทราย ผู้ชายส่วนใหญ่ที่ดูเก่งกล้ามักจะไม่กล้าแสดงออกว่าจีบผู้หญิงที่สนใจ กลัวเขาไม่เล่นด้วยแล้วจะขายหน้า” รณพีร์เอ่ยบอกเขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าญาติผู้พี่คิดอะไรอยู่ก่อนจะคิดได้อีกข้อ “พี่ทอมเจอผู้หญิงทอดสะพานให้มามากพอมาเจอคนที่เฉยๆไม่ทอดสะพานก็ทำให้เขาเริ่มสนใจ พี่ทอมเป็นพวกชอบความท้าทายซะด้วย”

“ใครจะยอมล่ะ พี่สะใภ้ฉันทั้งคนอีตาคุณทอมนั้นไม่ได้เข้าใกล้อีกแล้วคอยดู”พิมพ์พิชชาเอ่ยขึ้นใครจะยอมให้อีตานั้นได้มาใกล้พี่สะใภ้สุดที่รักได้พี่ชายเธอยังไม่รุกเต็มรูปแบบเลย

“นี่ยัยทรายแกไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงก็ใช่ว่าฉันจะชอบเขาตอบซะหน่อยแกไม่ต้องกลัวไป” แพรวารินทร์เอ่ยบอกพร้อมใช้มือซ้ายลูบไล้เพื่อนรักการกระทำของหญิงสาวอยู่ในสายตาของพงศ์พยัคฆ์ตลอดหมอหนุ่มจ้องมองนิ้วมือเรียวของภรรยาแล้วคิดอะไรขึ้นมาได้เหมือนมันจะขาดอะไรไป พลางนึกย้อนไปตอนสวมแหวนแต่งงานประจำตระกูลให้หญิงสาวในวันแต่งงาน

เมื่อ9ปีก่อน

“แพรขอไม่ใส่แหวนไว้นะคะ แพรไม่ชอบใส่เครื่องประดับอีกอย่างกลัวจะหาย” แพรวารินทร์เอ่ยบอกพรางมองแหวนแต่งงานที่นิ้วนางข้างซ้ายมันเป็นเพชรแท้ที่จะมอบต่อให้ลูกสะใภ้คนโตของตระกูลสัตยบดินทร์เป็นเพชรที่มีมูลค่ามหาศาลเธอเป็นแค่เด็กม.5จะรักษาของแบบนี้ได้อย่างไร

“ได้สิลูกแต่หนูต้องเก็บไว้ให้ดีนะอยากจะเอามาใส่ตอนไหนก็ได้”คุณหญิงพราวกะรัตเอ่ยบอกพรางลูบศีรษะลูกสะใภ้อย่างรักใคร่เอ็นดูนางทราบดีว่าลูกสะใภ้ไม่ชอบอะไรที่หรูหราและมีมูลค่าเกินที่เด็กวัยนี้จะสวมใส่  

จริงสิเรากับหนูแพรยังไม่มีแหวนคู่เลย ไม่แปลกที่ไอ้หมอนั้นจะคิดว่าหนูแพรไม่มีเจ้าของ’พงศ์พยัคฆ์คิดในใจก่อนจะคิดอะไรขึ้นมาได้ “ผมมีงานต่อขอตัวก่อนนะครับคุณพีร์ เดี๋ยวเสือมานะครับพ่อแม่ เดี๋ยวมานะครับหนูแพรหนูทราย”

การกระทำของพงศ์พยัคฆ์รวดเร็วมาก เขาพูดจบก็เดินจากออกมาเลย ชายหนุ่มเดินตรงไปยังห้องทำงานของตัวเองก่อนจะหยิบสมาร์ทโฟนหรูขึ้นมากดหาใครบางคน

“สวัสดีครับอาสินี”

“ว่าไงจ๊ะหลานอา” สินีนาฏผู้เป็นอาเอ่ยถามหลายชายพร้อมเอ่ยอย่างน้อยใจ “อานึกว่าลืมอาคนนี้ซะแล้ว”

“โธ่อย่าน้อยใจสิครับ เสือไม่ลืมอาสินีหรอก” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยบอกอย่างอ้อนๆ

“จริงเหรอ อ่ะ...อาเชื่อก็ได้ว่าแต่โทรมาหาอาเนี่ยต้องการอะไรว่ามาเลย” สินีนาฏเอ่ยอย่างรู้ทันหลานชาย

“หว่ารู้ซะแล้ว คืองี้ครับเสือว่าเสือกับหนูแพรยังไม่มีแหวนคู่แต่งงานเลยอยากรบกวนอาสินีน่ะครับ” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยบอกตามความต้องการของตัวเอง สินีนาฏและสามีมีกิจการเกี่ยวกับการออกแบบและผลิตเครื่องประดับและอัญมณีจึงไม่แปลกที่ชายหนุ่มจะโทรศัพท์หาผู้เป็นอา

ด้านสินีนาฏยิ้มหวานก่อนจะเอ่ยตอบ “ใครบอกว่าไม่มีล่ะปู่เรานะช่วยกันออกแบบกับปู่พยัคฆ์แล้วให้อาจัดการให้ตั้งแต่ก่อนงานแต่งเดือนนึงแต่มันเสร็จไม่ทันงาน พอเสร็จเราก็ยุ่งจนไม่มีเวลาอาก็เลยเก็บไว้รอวันที่เจ้าของตัวจริงมาเอาคืน...แล้ววันนี้ก็มาถึง”

สินีนาฎอมยิ้ม...เธอรอวันนี้มา9ปีที่จะมอบแหวนคู่นี้ให้แก่เจ้าของตัวจริงหลังจากที่บิดาสั่งทำพิเศษคู่เดียวในโลกเมื่อ9ปีก่อน

“จริงเหรอครับ” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยถามอย่างไม่เชื่อหู พลางนึกถึงผู้เป็นปู่ที่ไม่ได้ติดต่อกันหลังจากวันแต่งงาน ท่านสัตยะเลือกไปอาศัยอยู่ที่เชียงใหม่และยกกิจการทั้งหมดให้ลูกหลานดูแลส่วนตัวกลับไปทำไร่กาแฟตามความฝันโดยมีพ่อเลี้ยงพยัคฆ์เป็นที่ปรึกษา ปู่หลานจึงยิ่งห่างกันไปจนตอนนี้หมอหนุ่มเริ่มสำนึกผิดขึ้นมาสุดหัวใจ

“จริงสิเย็นนี้ก็พาน้องมาดูที่ร้านสิ อาจะรอ” สินีนาฏเอ่ยบอกนอกจากมีบริษัทเกี่ยวกับการออกแบบและผลิตเครื่องประดับและอัญมณีแล้วนางยังมีร้านทอง ร้านเพชร และร้านจิลเวอรี่ที่เป็นที่รู้จักอีกด้วย

“โอเคครับงั้นหกโมงเย็นเสือจะเข้าไปที่ร้านนะครับ”พงศ์พยัคฆ์เอ่ยบอกก่อที่ทั้งคู่จะคุยกันอีกนิดหน่อยแล้วจบบทสนทนาลง พงศ์พยัคฆ์วางสมาร์ทโฟนลงก่อนจะเคลียร์งานอีกนิดหน่อย

ห้องพักพิมพ์พิชชา

หลังจากพงศ์พยัคฆ์ออกไปไม่นานรณพีร์ก็ขอตัวกลับเพราะมีธุระต่อ แพรวารินทร์ก็ขอตัวเอาดอกลิลลี่ที่เจ้านายหนุ่มซื้อมาเยี่ยมพิมพ์พิชชาเข้าไปจัดใส่แจกันในห้องน้ำ ส่วนพิมพ์พิชชากลับรู้สึกเหงาขึ้นมาเฉยๆเมื่อไม่มีเจ้านายหนุ่มคอยกวนประสาทห้ามนั่นห้ามนี้พลันขบคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองที่คิดถึงแต่หน้าตาของคนที่ไม่ชอบขี้หน้า ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นก่อนที่ร่างของสองพยาบาลสาวคนเมื่อเช้าจะเข้ามา

“ยานอนหลับหมดฤทธิ์แล้วรู้สึกยังไงบ้างคะน้องทราย” สิตาเอ่ยถามหลังจากเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้าเธอและพิมพ์ดาวก็ได้สนิทกับพิมพ์พิชชามากขึ้นจนกล้าเรียกชื่อเล่น

“ดีขึ้นกว่าเดิมค่ะพี่สิตาพี่พิมพ์...ว่าแต่มีอะไรจะเมาส์มั้ยคะ ทรายอยากจะเสพข่าว” พิมพ์พิชชาเอ่ยบอก สองพยาบาลสาวหันไปมองคุณสิงหาและคุณหญิงพราวกะรัตอย่างเกรงใจ...จะให้พูดตอนนี้เนี่ยนะ

“เม้าท์มาเถอะค่ะ พ่อกับแม่ไม่ว่าหรอก ไม่ต้องเกรงใจ” พิมพ์พิชชาเอ่ยบอกโดยไม่ต้องถามบิดามารดาสักคำ คุณสิงหามองหน้าบุตรสาวก่อนจะถอนหายใจยาวพลางส่ายหน้ากับนิสัยของบุตรสาวแต่ก็ไม่ได้ตำหนิหรือปฏิเสธสิตามองท่าทีตอบรับนั้นก่อนจะยอมเม้าท์ด้วยหน้าตาสดใส

“หลังจากหมอปัญจ์ประกาศว่าคบกับหมอฟ้าอยู่ทั้งคู่ก็หวานไร้ลิมิตลงไปทานข้าวด้วยกันแบบสุดสวีตก่อนจะพากันกลับมาทำงานจนทุกคนลืมเรื่องข่าวลือเก่าๆไปเลยค่ะ แถมบอกว่าเคมีหมอฟ้ากับหมอปัญจ์เข้ากันมากกกก”

“ใช่ค่ะ แต่ยังมีกระแสเปรียบเทียบหมอฟ้ากับเมียหมอเสืออยู่ล่ะค่ะ” พิมพ์ดาวเอ่ยบอกกับสิ่งที่ได้ยินมา “บางคนว่าเมียหมอเสือน่าจะสวยสู้หมอฟ้าไม่ได้”

“ทำไมต้องเอาไปเปรียบกันด้วยล่ะคะ” พิมพ์พิชชาเอ่ยถามอย่างโมโหยังมีคนเปรียบเทียบอยู่อีกเหรอทั้งที่เคลียร์ไปแล้วว่าฟ้ารดากับพี่ชายเธอเป็นแค่เพื่อน

“ก็ส่วนใหญ่ยังไม่มีใครเห็นหน้าเมียหมอเสือชัดๆเลยแม้แต่เราสองคนเลยมีพวกที่คิดว่าเมียหมอเสือสวยสู้หมอฟ้าไม่ได้เลยไม่เคยพามาเปิดตัว”

“นั่นสิคะ...ว่าแต่เมียหมอเสือสวยรึเปล่าสู้หมอฟ้าได้ไหมคะน้องทราย” สิตาเอ่ยถามเธอยังไม่เคยมีโอกาสเห็นภรรยาของพงศ์พยัคฆ์เลยสักครั้ง

“สวยมากค่ะถึงทรายจะยังไม่เห็นหมอฟ้าแต่ทรายยืนยัน นั่งยัน นอนยันได้เลยว่าผู้ชายทั้งประเทศต้องอิจฉาพี่เสือที่มีเมียสวยอย่างกับนางเอกละคร”พิมพ์พิชชาเอ่ยบอกอย่างภาคภูมิใจ “สวยอยากกับหลุดออกมาจากภาพวาดแหน่ะ”

“เวอร์ไปแล้วย่ะ ฉันไม่ได้สวยแบบนางเอกละครขนาดมีคนมาอิจฉาขนานนั้นนะยะ” แพรวารินทร์ที่ถือแจกันดอกไม้ออกมาจากห้องน้ำเอ่ยขัด เธอได้ยินตั้งแต่ทั้งสามเริ่มคุยกันแล้วแต่ไม่ออกมาจนได้ยินเพื่อนรักเอ่ยประโยคสุดเวอร์ในความคิดเธอ

“ฉันไม่ได้เว่อร์นะ พี่สิตาพี่พิมพ์นี่แพรวารินทร์หรือแพรพี่สะใภ้ทรายเองสวยมั้ยคะสู้หมอฟ้าของพี่ๆได้มั้ย” พิมพ์พิชชาเอ่ยบอกแพรวารินทร์ก่อนจะหันมาถามสองพยาบาลสาว

“อุ๊ยตายแล้ว...สวยมากค่ะอย่างกับหลุดมาจากภาพวาดจริง ๆ”

“เห็นมั้ยล่า” พิมพ์พิชชายิ้มอย่างเหนือกว่าเมื่อมีคนเห็นด้วยขณะที่แพรวารินทร์นั้นได้แต่นึกระเหี่ยใจ

“อย่ายอกันนักเลยค่ะ แพรก็คนธรรมดานี่แหละอย่าไปเพ้อตามยัยทรายเลย”

“คุณสวยจริง ๆ นะคะ อ้อ...พี่ชื่อสิตานะคะ ถ้าพี่เป็นผู้ชายแล้วมีเมียสวยขนาดนี้ไม่ปล่อยให้ชายอื่นได้เห็นหรอกค่ะเอาไว้ดูคนเดียวดีกว่าเนอะพิมพ์” สิตาเอ่ยบอกก่อนจะถามความคิดเห็นเพื่อน

“ใช่ค่ะ พี่ว่าหมอฟ้าสวยมากแล้วนะแต่คุณน้องแพรสวยกว่าอีก พี่ชื่อพิมพ์ดาวค่ะยินดีที่ได้รู้จัก” พิมพ์ดาวเอ่ยบอก เธอพูดมันออกมาจากใจใช่ว่าจะเอาใจคนตรงหน้าฟ้ารดาสวยแต่เมื่อเทียบกับหญิงตรงหน้าเธอสวยและมีเสน่ห์เป็นอย่างมากแม้แต่ตนเป็นผู้หญิงยังรู้สึกหลงเลยนับประสาอะไรกับผู้ชายมิน่าล่ะหมอหนุ่มจึงไม่เคยพามาเพราะกลัวใครจีบเมียนี่เอย

ก็อกๆๆ

“คุยอะไรกันอยู่ครับ”พงศ์พยัคฆ์เดินเข้ามาในห้องก่อนจะเอ่ยขึ้น สิตาและพิมพ์ดาวยังคงมองหน้าแพรวารินทร์อย่างพินิจพิจารณ์จึงไม่ตอบหมอหนุ่มจึงเป็นพิมพ์พิชชาที่ตอบกลับ

“พี่เสือ ทรายบอกพี่สิตาพี่พิมพ์ว่ายัยแพรสวยอย่างกับนางเอกละครผู้ชายทั้งประเทศต้องอิจฉาพี่เสือแต่ยัยแพรว่าทรายเวอร์ พี่ช่วยยืนยันหน่อยว่านางสวยใครๆก็อิจฉาพี่”

“หนูแพรสวย และสวยที่สุดในสายตาพี่เลย”พงศ์พยัคฆ์เอ่ยบอกพร้อมมองไปที่หญิงสาวจนแพรวารินทร์รู้สึกเขินขึ้นมาจึงแกล้งไม่สนใจ พงศ์พยัคฆ์มองอย่างเอ็นดูก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าใกล้จะ5โมงครึ่งแล้ว

“จริงสิ เสือมีธุระต้องไปหาอาสินีพ่อกับแม่สั่งข้าวมาทานรึยังถ้ายังไม่ต้องเผื่อเสือกับหนูแพรนะครับเสือจะกลับไปทานที่บ้าน” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยบอกก่อนมองนาฬิกาอีกครั้ง

“มีธุระอะไรกับอาฮึเจ้าเสือ” คุณสิงหาเอ่ยถาม บุตรชายมีธุระอะไรกับน้องสาวเขากันเขาอยากจะรู้จริง ๆ

“ความลับครับไว้พรุ่งนี้ก็รู้ เสือว่าได้เวลาต้องไปแล้วขอตัวนะครับสวัสดีครับพ่อ สวัสดีครับแม่ พักผ่อนเยอะ ๆ ล่ะหนูทราย ผมไปนะครับคุณสิตาคุณพิมพ์” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยบอกก่อนจะมองของในมือของภรรยา

“เดี๋ยวพี่ถือเองครับ” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยบอกก่อนจะแย่งของทั้งหมดมาถือไว้ด้วยมือซ้าย แล้วยื่นมือขวามาจับมือซ้ายของหญิงสาวมันติดเป็นนิสัยไปซะแล้วที่จับมือเธอไว้แบบนี้ แพรวารินทร์กำลังจะเอ่ยถามแค่ถูกชายหนุ่มดึงออกไปจากห้องซะก่อน

“น่ารักจังเลยคู่นี้”สิ ตาเอ่ยบอก พร้อมมองไปที่ประตูแม้พงศ์พยัคฆ์และแพรวารินทร์จะออกไปแล้วก็ตาม

“นั่นสิไม่เคยเห็นหมอเสือในบุคลิกนี้เลย น่ารักเป็นบ้า”

“แน่นอน ลบภาพหมอเสือแสนเย็นชาไปเลยคนนี้ต่างหากพี่เสือตัวจริง”พิมพ์พิชชาเอ่ยบอกเธอยิ้มอย่างมีความสุขแค่เห็นพี่ชายกับเพื่อนพัฒนาขึ้นกว่าแต่ก่อนเธอก็โล่งใจแล้วเธอสามารถเข้ารับการผ่าตัดโดยไม่ต้องกังวลได้แล้วแต่พิมพ์พิชชาซะอย่างไม่ปล่อยให้พัฒนาไปแบบนี้หรอกเธอจะเป็นกามเทพให้สองคนนี้เองเพราะดูท่าเพื่อนเธอจะยังไม่เปิดใจเท่าที่ควร

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่45 ภัยร้ายรอบตัว

    สายตาคมมองโต๊ะทำงานที่มีร่องรอยของการกรีดอย่างขบคิดว่าใครกันที่ทำแบบนี้ ใครที่เกลียดเธอถึงขนาดนี้ ใครกัน? ฟ้ารดาเฝ้าถามตัวเองโดยไม่รู้สึกถึงการมาของใครบางคน“ทำอะไรอยู่คะพี่ฟ้า ตายแล้วนี่เกิดอะไรขึ้นคะพี่ฟ้า ทำไมโต๊ะถึงได้เป็นแบบนี้” เสียงร้องอย่างตกใจของคนข้างหลังทำให้ฟ้ารดาถึงกับสะดุ้ง คนที่ยืนอยู่หลังเธอคือสุนิสาหรือนิดพยาบาลสาวรุ่นน้องที่ดีกับเธอคนนึงแต่เมื่อเกิดข่าวลือเรื่องเธอกับพงศ์พยัคฆ์เมื่อสามเดือนก่อนทำให้เธอเปลี่ยนความคิดในทันทีเพราะสุนิสาเป็นคนนึงที่เอาข่าวลือไปใส่สีตีไข่จนไม่เหลือเค้าความจริงเธอจึงหลีกเลี่ยงที่จะคบค้ากับคนหน้าซื่อใจคดหน้าไหว้หลังหลอก“มีอะไรเหรอคะคุณนิด” ฟ้ารดาเอ่ยตอบเสียงเรียบราวกับไม่รู้สิ่งที่พยาบาลสาวเคยทำแต่ก็ไม่ได้ยินดีที่จะคุยด้วย“ทำไมพี่ฟ้าทำเสียงแบบนั้นล่ะคะน่ากลัวมากเลย”สุนิสาแกล้งใสซื่อจนถ้าเธอไม่รู้มาก่อนคงคิดว่าผู้หญิงตรงหน้านั้นใสซื่อจริง ๆ“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พี่แค่ตกใจไปหน่อยคุณนิดมีอะไรก็พูดมาเถ

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่44 ตัวป่วน  

    ร่างสูงของอัคนีเดินเข้ามาในโรงพยาบาลด้วยใบหน้านิ่งก่อนจะเผยยิ้มออกมาเมื่อเห็นร่างของคนที่ทาบทามเขามาทำงานที่นี่“สวัสดีครับอาจารย์” อัคนีเอ่ยทักอีกฝ่ายอย่างสนิทสนม เขานนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นผู้บริหารโรงพยาบาลแห่งนี้นั่นเอง เขาได้รู้จักกับแดนสรวงเมื่อ7ปีก่อนสมัยเรียนแพทย์ปี1แดนสรวงเป็นอาจารย์หมอที่เขาสนิทด้วยที่สุดหลังจากเรียนจบอาจารย์หมอหนุ่มทาบทามเขาให้มาทำงานที่นี่หลายครั้งแต่เพราะอยากอยู่ใกล้ครอบครัวทำให้ปฏิเสธไปจนในช่วง2ปีมานี้ที่ฟ้ารดาย้ายมาทำงานที่นี่ทำให้เขาลังเลอยากตามมาอยู่หลายครั้งจนกระทั่งปัญจวัตรโผล่เข้ามาทำให้เขาติดต่ออาจารย์หมอคนสนิทอย่างรวดเร็ว“ไงอัคนี นึกยังไงถึงอยากย้ายมา หวงพี่สาวเหรอ?”แดนสรวงเอ่ยถามลูกศิษย์คนสนิทอย่างขบขัน ไม่คิดว่าที่เคยพูดว่าหวงพี่สาวมากจะหวงขนาดยอมย้ายตามมาขัดขวางเลยทีเดียว สงสารก็เเต่เพื่อนรักของญาติผู้น้องป่านนี้จะรู้รึยังว่าตัวป่วนมาถึงถิ่นแล้ว“หวงมากครับจารย์ ว่าแต่จารย์รู้จักไอ้หน้าจืดปัญญาอ่อนที่มาป้วนเปี้ยนเกาะเกะพี่สาวผมแค่ไหน” อัคนีเอ่ยถามแดนสรวงถึงปัญจวัตร

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่43 เอาใจใส่

    หลังจากที่พิมพ์พิชชาวางสายจากปลายสายหญิงสาวก็ยืนมองบรรยากาศอย่างมีความสุขกับแผนการทำให้สองสาวขี้อิจฉาหน้าแตกกับใครบางคน“ทำแบบนี้ไม่กลัวแพรโกรธเหรอครับทราย”เสียงที่ดังมาจากด้านหลังทำให้พิมพ์พิชชาต้องสะดุ้ง คนที่ยืนอยู่ด้านหลังเธอคือรณพีร์นั่นเองเขายืนฟังเธอตั้งแต่แรกแล้วแต่ไม่ได้แสดงตัวเท่านั้นพิมพ์พิชชาหันมามองก่อนจะเอ่ยบอก“ความลับนะคุณพีร์อย่าให้ยัยแพรรู้เชียว”“มันก็ต้องมีอะไรมาแลกกันสิ แบบเงินมาผ้าหลุดอะไรประมาณเนี่ย” รณพีร์เอ่ยบอกพร้อมยิ้มอย่างมีเลศนัย“ก็ได้คุณอยากได้อะไร”พิมพ์พิชชาเอ่ยถามอย่างเป็นรอง“ดินเนอร์กันสักมื้อ เสาร์นี้” รณพีร์เอ่ยบอกและลุ้นรอคำตอบจากหญิงสาว“ก็ได้เสาร์นี้” หญิงสาวตอบรับอย่างว่าง่ายก่อนจะถามต่อ “วันศุกร์คุณว่างมั้ยถ้าว่างมาแจมกับแผนของฉันหน่อยนะ”“ได้สิ ผมก็เบื่อที่จะต้องถูกคนโยงไปทำร้ายคนอื่นแล้ว ถ้าเรื่องไม่จบผมคงต้องไล่พวกเธอออก”รณพีร์เอ่ยบอกตามใจคิดปัญหานี้บานปลายมานานแล้วเขาเองก็ควรทำอะไร

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่42 ยัยตัวแสบ

    รุ่งเช้าวันจันทร์ที่แสนสดใสพิมพ์พิชชาเดินยิ้มน่าระรื่นเข้ามาในบริษัทพร้อมแพรวารินทร์ด้วยกิริยาอาการที่บ่งบอกว่ามีความสุขมากมายหลังจากพักผ่อนมาหนึ่งอาทิตย์วันนี้เป็นวันที่หญิงสาวจะได้กลับไปทำงานที่รักอีกครั้งหลังจากหยุดไป1เดือนเต็มๆและที่ทำให้ดีใจยิ่งกว่าคือจะได้ไปเจอหน้าใครบางคนที่หายหน้าไปทั้งอาทิตย์แต่ยังส่งดอกไม้มาเยี่ยมทุกวันอย่างเจ้านายสุดหล่อด้วย“นี่เลิกยิ้มได้แล้วแก ฉันนึกว่าเดินกับคนบ้า” แพรวารินทร์ออกเสียงปรามอย่างไม่จริงจัง ตั้งแต่เช้าที่ผ่านมาเพื่อนรักเอาแต่ยิ้มกว้างจนเธอได้แต่งง นางจะดีใจอะไรขนาดนั้นเล่นใหญ่จริง ๆ“ก็คนมันดีใจอ่า เดือนนึงแล้วน๊าที่ฉันไม่ได้มาทำงานคิดถึงงานแล้วก็เพื่อนร่วมงานจะแย่”“หรา ไม่ใช่คิดถึงคนที่หายไปหนึ่งอาทิตย์เหรอจ๊ะ”แพรวารินทร์ถามกลับอย่างรู้ทัน ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าเพื่อนเธอคิดอย่างไรอยู่“รู้มากไปแล้วยะ ไปเข้าไปทำงานกันได้แล้ว”พิมพ์พิชชาว่าให้ก่อนจะดึงเพื่อนรักเข้าไปทำงาน“อ้าว ยัยทรายดูดมาทำงานแล้วเหรอนึกว่าชาตินี้จะไม่ได้เจอหล่อนซะแล้

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่41 น้องชายขี้หวง

    “สวัสดีครับคุณพิชชา อาการเป็นยังไงบ้างครับ” เสียงทรงเสน่ห์เอ่ยทักทายไถ่ถามอาการทำให้คนไข้วัยทำงานถึงกับใจละลายความจริงเธอไม่ได้ป่วยแต่แค่อยากจะเห็นหน้าหมอหนุ่มเท่านั้นนายแพทย์อัคนี อัครวิทย์ อายุรแพทย์หนุ่มสุดหล่อวัย25ปีขวัญใจสาวน้อยสาวใหญ่ในแถบนี้ยิ้มให้คนไข้อย่างเป็นมิตรแม้จะรู้ดีว่าสาวน้อยสาวใหญ่ทั้งหลายแค่อยากมาเห็นหน้าเขาเท่านั้นบ้างก็เอาของมาเยี่ยมเป็นประจำจนเป็นที่ชินตาของบุคลากรคนอื่นในโรงพยาบาล“วันนี้พิชชาจะเป็นอะไรดีเอ๋ย” อัคนีเอ่ยถามพร้อมยิ้มเอาใจอย่างน่ารักในสายตาเพื่อนหลายคนเขาเป็นคนกระล่อนและกวนประสาทสุดๆแต่สำหรับสาวน้อยสาวใหญ่ที่มาปลาบปลื้มเขากลับเป็นคนปากหวานและเอาใจเก่งเป็นอย่างมาก“วันนี้พิชชี่ปวดหัว ตัวร้อน ใจเต้นแรงมั๊กมากเลยค่ะหมอไฟขา” คนไข้สาวเอ่ยบอกทำท่าให้สมจริงจนหมอหนุ่มแอบขำ“แบบนี้คุณพิชชี่คงต้องมาหาหมอบ่อย ๆแล้วล่ะครับ หมอไฟว่าคุณพิชชี่เป็นโรครักหมอไฟแน่เลย” หมอหนุ่มเอ่ยหยอดพร้อมยิ้มแพรวพราว คนไข้สาวได้แต่เขินม้วนกับคำหยอดของหมอหนุ่ม&n

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่40 พาผู้ชายเข้าบ้าน

    บ้านอัครวิทย์เพราะเกมพนันที่เคยพนันเดตแรกไว้กับฟ้ารดาที่ไร่พยัคฆ์ทำให้ปัญจวัตรต้องมาที่บ้านของฟ้ารดาในวันนี้หมอหนุ่มหายใจเข้าปอดเพื่อเรียกความมั่นใจ ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ทำให้น้องชายฟ้ารดากลับมาบ้านเพื่อเดตแต่เพื่อเอาชนะใจพ่อแม่ของหญิงสาวด้วยและที่ปรึกษาหมายเลขหนึ่งในครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อนรักแต่เป็นผู้เป็นพ่อแทนจากข้อมูลที่ได้รับทำให้หมอหนุ่มมั่นใจเกือบ90%ว่าจะได้ใจของว่าที่แม่แฟนในอนาคตส่วนอีก10%คือพ่อและน้องชายที่เขาไม่มีความมั่นใจเลยว่าทั้งสองจะยอมให้เขาคบกับฟ้ารดา“เข้าไปข้างในกันคุณ” ฟ้ารดาเอ่ยบอกก่อนจะเดินนำเข้าไปในบ้านหมอหนุ่มเดินตามอย่างมั่นคงและมั่นใจทุกสรรพสิ่งในบ้านอัครวิทย์เหมือนจะหยุดเคลื่อนไหวทันทีเมื่อลูกสาวคนโตของบ้านเดินนำผู้ชายเข้ามาในตัวบ้านนายแพทย์หมออาศิระยืนมองชายหนุ่มรุ่นลูกอย่างไม่วางตาส่วนคุณนายฝนนภากลับมองอย่างตกใจไม่น้อยที่ลูกสาวคนเดียวพาชายหนุ่มที่หน้าคล้ายอดีตคนรักเข้ามาที่บ้านและแนะนำว่าเป็นแฟนหนุ่ม“สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่ ผมปัญจ์ครับ”ปัญจวัตรเอ่ยทักทายอย่างเ

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่17 เราเป็นแฟนกันครับ

    กว่าชั่วโมงต่อมาและแล้วสิ่งที่พิมพ์พิชชาคาดไว้ก็เป็นจริงเมื่อมีข่าวลือดังกระฉ่อนไปทั่วโรงพยาบาลแถมไวยิ่งกว่า4Gเพราะข่าวนี้เกิดขึ้นหลังมีข่าวพงศ์พยัคฆ์แต่งงานแล้วไม่ถึงสองชั่วโมงแถมรู้กันเร็วกว่าข่าวแรกเสียอีก“พี่เสือครับแย่แล้วล่ะ มีคนปล่อยข่าวว่าหมอฟ้าเป็นเมียน้อยพี่อ่ะ&rdq

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่16 ข่าวลือ

    บทที่17 เหตุการณ์สร้างพระเอก“ยัยทรายร้ายกาจและใจร้ายที่สุด สงสารหมอฟ้าจัง” แพรวารินทร์เอ่ยต่อว่าเพื่อนก่อนจะเดินนำหน้าออกไป พงศ์พยัคฆ์รีบเดินตามไปอย่างช้า ๆก่อนที่ทั้งคู่จะต้องหยุดชะงักเมื่อเดินมาถึงหน้าสระน้ำพุภาพที่ปรากฏในสายตาของท

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่15 แผนที่ไม่ได้บอกกล่าว

    โต๊ะอาหารหลังจากที่ทุกคนย้ายสถานที่จากห้องรับแขกมาเป็นห้องอาหารพงศ์พยัคฆ์ก็เลื่อนเก้าอี้ให้แพรวารินทร์นั่งโดยจงใจให้ที่นั่งของตนและภรรยาสาวอยู่ตรงข้ามกับฟ้ารดา แพรวารินทร์มองชายผู้เป็นสามีอย่างไม่เข้าใจแต่ก็ไม่เอ่ยอะไรด้านพงศ์พยัคฆ์ก็รู้ว่าภรรยาไม่เข้าใจแต่ก็ไม่อธิบายได้แต่ตักปูมาแกะก่อนจ

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่14 แผนของพิมพ์พิชชา

    เสียงเครื่องยนต์ของรถที่คุ้นหูทำให้ปัญจวัตรรีบเดินออกมาหน้าบ้านด้วยความแปลกใจทันที เขาจำได้เสียงนี้เป็นเสียงรถพงศ์พยัคฆ์อย่างแน่นอน และก็เป็นไปตามคาดรถหรูของพงศ์พยัคฆ์จอดอยู่ตรงหน้าจริง ๆหลังจากนั้นไม่นานรถของปรียาภัทรก็ขับมาจอดใกล้ๆกัน ปัญจวัตรมองผู้มาเยือนที่ไม่ได

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status