Mag-log inแต่ในความจริง... เธอไม่ได้ทำอะไรเลย
หลังจากส่งคำขออุทธรณ์ไปไม่ถึง 24 ชั่วโมง เพลงผ้าก็ได้รับอีเมลแจ้งเตือนจากเฟซบุ๊กว่า บัญชีของเธอได้รับการกู้คืน เธอถอนหายใจอย่างโล่งอก ขณะที่รีบกดเข้าไปตรวจสอบ
เมื่อเธอเข้าสู่ระบบ เฟซบุ๊กของเธอกลับมาเป็นปกติ ไม่มีอะไรหายไป ยกเว้นบางโพสต์ที่ดูเหมือนจะถูกซ่อนไว้ชั่วคราวเพื่อรอการตรวจสอบเพิ่มเติม
แต่เพลงผ้าไม่ได้สนใจมากนัก
เธอลืมไปแล้วด้วยซ้ำ เรื่องเฟซปลอมที่อ้างเป็นเธอว่ายังคงอยู่ และยังคงตั้งค่าล็อกไว้เหมือนเดิม เธอไม่มีเวลามานั่งไล่ตามเรื่องนี้อีก เพราะชีวิตเธอเต็มไปด้วยสิ่งที่สำคัญกว่า
แม่ของเธอที่ยังต้องเข้ารับเคมีบำบัด
ยายของเธอที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
และงานที่ร้านกาแฟ รวมถึงงานที่บาร์ตอนกลางคืน ที่เธอต้องทำเพื่อหาเงิน
เวลาทุกวินาทีมีค่ากับชีวิตจริงของเธอมากกว่าการตามไล่จับใครบางคนในโลกออนไลน์
“ช่างมันเถอะ” เธอพึมพำกับตัวเอง ขณะปิดหน้าจอโทรศัพท์ และหันกลับไปสนใจตารางงานของเธอแทน
สถานที่: ร้านกาแฟที่เพลงผ้าทำงาน
สองวันผ่านไป อธิปกลับมาถึงกรุงเทพฯแต่สิ่งแรกที่เขาทำ ไม่ใช่กลับบ้าน…แต่เป็นมุ่งหน้าไปร้านกาแฟ
เสียงกระดิ่งหน้าประตูดังขึ้นเบาๆ เมื่อเขาเดินเข้ามา
สายตาของเขาก็ไล่หาหญิงสาวทันทีและเมื่อเธอหันมาเจอเขา เธอยิ้มให้
"สวัสดีค่ะวันนี้รับเครื่องดื่มอะไรดีคะ?" เพลงผ้าถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ เพราะเขาเป็นลูกค้าประจำ
แต่รอยยิ้มของอธิป บ่งบอกถึงความสุขของคนที่กำลังหลงรัก
เขารู้ดีว่า ที่ร้าน เขาเป็นแค่ลูกค้า
แต่ในช่องแชท... เขาคือคนรักของเธอภายในห้องที่มีเพียงแสงจากหน้าจอโทรศัพท์ส่องกระทบใบหน้าของหญิงสาว แพรไหมนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา มือเรียวเลื่อนไถ่หน้าจออย่างใจเย็น
"อีกไม่นาน... เขาจะต้องตกเป็นของฉันทั้งใจ"
ริมฝีปากบางกระตุกยิ้มเยือกเย็น จากแชตอธิปกำลังติดกับเธอมากขึ้นเรื่อยๆ เขาตอบข้อความของเธอเร็วขึ้น เขาเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาแทบทุกครั้ง เขาส่งรูปของตัวเองจากสถานที่ที่เขาไปเขาอยากให้เธอรู้ว่า… เธอสำคัญกับเขาแค่ไหน
แพรไหมนั่งเอนตัวพิงโซฟา ขาทอดยาวไปข้างหน้า มือเรียวเลื่อนดูบทสนทนาเก่าๆ ก่อนจะยกบุหรี่ขึ้นจรดริมฝีปาก สูดมันเข้าปอดอย่างพึงพอใจ
แพรไหมส่ง คลิปเสียงหวานๆ เสียงของเธอ ออดอ้อน นุ่มนวล และเต็มไปด้วยเสน่ห์ จากนั้นเธอเริ่มเล่าเรื่องส่วนตัวให้เขาฟัง
PLANG PHA: “พี่รู้ไหมคะ... หนูเคยกลัวการอยู่คนเดียวมากเลย แต่พอคุยกับพี่ หนูรู้สึกว่าหนูมีใครสักคนที่พร้อมอยู่ข้างๆ”
อธิปอ่านข้อความนั้นแล้ว…เขารู้สึกเหมือนมีคนที่รอเขา เป็นห่วงเขา
อธิป: “พี่จะพยายามหาเวลาให้หนูนะครับ แต่ช่วงนี้พี่ต้องไปดูโรงแรมที่เปิดใหม่ที่ภูเก็ตไม่ค่อยว่างเลย”
แพรไหมพ่นควันบุหรี่ออกมาอย่างพึงพอใจ เธอรู้ว่า... ผู้ชายคนนี้กำลังกลายเป็นของเธอแต่เธอจะต้องทำให้ ทุกอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด เขาจะต้องเชื่ออย่างสนิทใจว่าเธอคือเพลงผ้าตัวจริง
เธอเปิดโทรศัพท์อีกเครื่องหนึ่งขึ้นมาเข้าไปที่โปรไฟล์เฟซบุ๊กของเพลงผ้า มือเรียวไล่ดูโพสต์ของพี่สาวบนเฟซบุ๊ก อย่างตั้งใจ เธอรู้เรื่องครอบครัวของเพลงผ้าดีที่สุด ดังนั้นการปลอมเป็นพี่สาว เป็นเรื่องที่ง่ายมาก
แพรไหมปิดหน้าจอ แล้วเอนตัวลงกับโซฟา เธอจะใช้ข้อมูลพวกนี้เพื่อสร้างตัวตนที่สมบูรณ์แบบ ตัวตนที่ อธิปไม่มีวันต้านทานได้
เธอเปิดโทรศัพท์ขึ้นมา พิมพ์ข้อความถึงอธิป
PLANG PHA: "พี่อธิป... หนูเล่าเรื่องครอบครัวของหนูให้พี่ฟังได้ไหมคะ..."
เธอส่ง รูปของแม่และยาย ที่ดึงมาจากเฟซบุ๊กของเพลงผ้า
PLANG PHA:"หนูรักแม่กับยายมากเลยค่ะ... พี่รู้ไหมว่าทุกครั้งที่หนูไปเยี่ยมยายที่บ้านพักคนชรา หนูร้องไห้ตลอดเลย..."
อธิป: "คนดีไม่ร้องไห้นะครับหนูยังมีพี่อยู่นะ"
แพรไหมกระตุกยิ้มเย็น เขาติดกับดักของเธอแล้ว
08:30 น. – คฤหาสน์วราธิปแสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านเนื้อดี อากาศยามเช้าสดชื่น ลมอ่อนพัดเข้ามาให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายเพลงผ้าขยับตัวเบา ๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ทุกอย่างรอบตัวดูปกติ แต่สิ่งที่ไม่ปกติคือ… ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมไว้ให้เธอเสร็จสรรพเสื้อผ้าถูกพับวางไว้อย่างเรียบร้อย อาหารเช้าที่จัดเตรียมมาอย่างพิถีพิถัน กลิ่นหอมของกาแฟและครัวซองต์ที่อบใหม่ยังคงลอยอวลไปทั่วและที่สำคัญที่สุดอคิน วราธิป กำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่ที่โต๊ะทำงานในห้องนอน ราวกับเป็นกิจวัตรประจำวันของเขาเพลงผ้าเลื่อนสายตาไปมองเขาด้วยความสับสน “นี่มัน… อะไรกันคะ”อคินวางเอกสารลง พลางยกกาแฟขึ้นจิบ ดวงตาคมจ้องมองเธอด้วยรอยยิ้มจาง ๆ“ดูแลเมียจ๋าไง”เธอสะดุ้ง หัวใจเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว “คุณ… ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้ค่ะ ฉันดูแลตัวเองได้นะ”“รู้” เขาตอบเรียบ ๆ ก่อนจะหยิบจานครัวซองต์ไปวางตรงหน้าเธอ “แต่ฉันอยากดูแล”เพลงผ้ากะพริบตาปริบ ๆ เธอไม่เคยชินกับการถูกเอาใจขนาดนี้เลยสักนิด12:00 น. – บริษัท วราธิป กรุ๊ปเมื่อถึงที่ทำงาน บรรยากาศในออฟฟิศดูเหมือนจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ทุกสายตาที่เคยมองเธออย่างสง
ความหวาน แผ่ซ่านไปถึงที่ทำงาน08:30 น. – บริษัท วราธิป กรุ๊ปเช้าวันใหม่มาถึงพร้อมกับบรรยากาศคึกคักภายในตึกสูงระฟ้าของ วราธิป กรุ๊ป พนักงานแต่ละคนกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมและภารกิจของวันใหม่แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปในวันนี้คือ…เจ้านายของพวกเขาเปลี่ยนไปอคิน วราธิป ชายผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนักธุรกิจหนุ่มหล่อมาดขรึม เคร่งขรึม และเย็นชา เดินเข้ามาในออฟฟิศพร้อมกับ รอยยิ้มมุมปาก ที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อนพนักงานที่นั่งอยู่แอบเหลือบมองกันไปมา ก่อนที่เสียงกระซิบจะเริ่มกระจายไปทั่วออฟฟิศ"คุณพระ บอสของเรายิ้ม ยิ้มจริง ๆ""ฉันเห็นกับตา เมื่อเช้าแก้วกาแฟที่คุณแอนนาเอาไปเสิร์ฟ… บอสพูดว่า 'ขอบคุณ' ด้วยนะ""เวรแล้ว โลกจะแตกไหมเนี่ย""หรือว่าบอสของเราจะ… มีความรัก?"เสียงซุบซิบยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีใครรู้เลยว่า ต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงนี้ กำลังเดินเข้ามาในตึกพร้อมกับเจ้านายของพวกเขาเพลงผ้า เดินตามหลังอคินเข้ามา ใบหน้าของเธอยังคงเรียบนิ่ง พยายามทำตัวปกติให้มากที่สุด เพราะรู้ดีว่าทุกสายตาจับจ้องมาแต่ปัญหาคือ…อคินไม่ได้ช่วยให้ทุกอย่าง 'ปกติ' เลยสักนิด เขาเดินช้าลงก่อนจะหันไปมองเธอเต็ม
– ผัวจ๋า~ เมียจ๋า~ หวานให้โลกอิจฉา11:30 น. – ชายหาดส่วนตัวลมทะเลพัดเอื่อย หอบเอาความเย็นสบายมากระทบผิวกาย แสงแดดอ่อน ๆ กระทบผืนน้ำสีฟ้าใสระยิบระยับ คลื่นทะเลซัดเข้าฝั่งเป็นระยะ พาเสียงหัวเราะแผ่วเบาดังแว่วมาจากใต้ร่มไม้ริมชายหาดเพลงผ้านั่งอยู่บนเสื่อผืนใหญ่ ร่างบอบบางในชุดเดรสผ้าฝ้ายสีขาวปล่อยชายยาวสะบัดไหวตามสายลม ดวงตาสดใสจดจ่ออยู่กับเปลือกหอยที่เธอเรียงไว้บนตัก นิ้วเรียวสัมผัสมันอย่างระมัดระวัง พลางพยายามร้อยเชือกเส้นเล็กให้ทะลุผ่านรูของเปลือกหอยแต่ละชิ้นอคินเอนตัวนอนหนุนตักเธอ ร่างสูงใหญ่ทอดกายอย่างสบายใจ ใบหน้าแหงนมองท้องฟ้า มือข้างหนึ่งยกขึ้นมากั้นแสงแดดที่ส่องกระทบใบหน้า ส่วนมืออีกข้างวางไว้บนเอวเธอเบา ๆ“เธอกำลังทำอะไร” เขาถามด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย“ก็… เก็บเปลือกหอยมาทำสร้อยไง” เธอตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้น“ทำสร้อย?” เขาทวนคำ พลางหรี่ตามองเธอ“อืม… อยากได้สร้อยเปลือกหอยเป็นที่ระลึกไง”“แล้วทำให้ฉันด้วยหรือเปล่า”เพลงผ้าชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มขำ “คุณจะใส่จริงเหรอ”“ถ้าเธอทำให้ ฉันจะใส่” เขายืนยันเสียงหนักแน่น ดวงตาคมกริบจับจ้องเธอไม่วางเธอใจเต้นแปลก ๆ กับคำพูดข
06:30 น. – บ้านพักริมทะเล เกาะส่วนตัวของอคินลมทะเลพัดเอื่อย แสงแดดยามเช้าสาดส่องกระทบผืนน้ำสีฟ้าใสเป็นประกายระยิบระยับ แต่ตอนนี้… ทะเลทั้งผืนน่าจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูไปแล้ว เพราะบรรยากาศภายในบ้านพักมันหวานเกินจะบรรยายเพลงผ้านอนซุกอยู่ในอ้อมกอดของอคิน ร่างกายเธอยังคงระทวยจากเหตุการณ์ ‘ซ้ำแล้วซ้ำเล่า’ ทั้งเมื่อคืน… และเช้านี้ มือแกร่งของเขาลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธออย่างแผ่วเบา ดวงตาคมกริบมองหญิงสาวที่หลับตาพริ้ม ริมฝีปากเผยอเล็กน้อยราวกับยังหลงเหลืออยู่ในภวังค์ความฝันแห่งค่ำคืนที่ผ่านไปอคินมองเธอและยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวเธอ… เป็นของเขาแล้วเพลงผ้าขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น“อรุณสวัสดิ์ เมียจ๋า” เขาเอ่ยทักเสียงเจ้าเล่ห์เธอสะดุ้งเฮือก ดวงตากลมเบิกกว้าง ก่อนจะรีบซุกหน้าลงกับอกเขาเขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะโอบรัดเธอแน่นขึ้น“ยังจะเขินอะไรอีก ก็ดูสิ… เธออยู่ในอ้อมกอดฉันแบบนี้แล้วนะ”“อคิน หยุดพูดเลยนะ” เธอทุบอกเขาเบา ๆ ใบหน้าร้อนวูบจนแทบไหม้ แต่เขากลับโน้มตัวลงกระซิบข้างหู“เมื่อคืนเธอเรียกฉันว่าอะไรนะ… พูดอีกทีสิ”“ฉันไม่พูดแล้ว!”“ไม่พูดเหรอ งั้นฉันก็ต้องหาวิธีให้เธอพูด…”“อคิน
02:30 น. – ห้องนอนริมทะเล บ้านไม้บนเกาะส่วนตัวเสียงลมพัดแผ่วไหว ผ้าม่านสีขาวบางสะบัดเบา ๆ ตามจังหวะลมทะเลยามค่ำคืน แสงจันทร์ลอดผ่านช่องหน้าต่าง กระทบลงบนเตียงที่มีร่างสองร่างโอบกอดกันแน่นเพลงผ้าหอบหายใจแผ่วเบา ผิวกายของเธออุ่นร้อนดวงตาพร่าเลือน ความรู้สึกปั่นป่วนในร่างกายยังไม่จางหาย“อคิน…” เธอพึมพำเสียงเบา ขณะที่มือเรียวขยับขึ้นแตะลาดไหล่กว้างของเขาเขาก้มลงมองเธอ ดวงตาทอประกายร้อนแรงแต่ยังคงไว้ซึ่งความอ่อนโยนนี่เป็นครั้งแรกของเธอ… และเขาก็รู้ อคินเคลื่อนไหวอย่างอ่อนโยน จูบของเขาแนบลงบนไหล่เปลือยของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนทำให้เธอสั่นไหวทุกสัมผัสของเขา ปลุกให้เธอรับรู้ถึงความปรารถนาที่ลึกซึ้ง ทุกจังหวะของเขาทำให้เธอรับรู้ถึงความอ่อนโยนที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนเขาไม่ได้ต้องการเพียงร่างกายของเธอ แต่เขาต้องการครอบครองหัวใจของเธอด้วยจนกระทั่งแสงอาทิตย์แรกของวันใหม่เริ่มสาดส่องผ่านม่านสีขาวเพลงผ้าซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของเขา ดวงตาหลับพริ้ม ร่างกายที่อ่อนล้าทำให้เธอไม่อาจลืมตาขึ้นได้อีกแต่อ้อมแขนของอคิน… ยังคงโอบรัดเธอไว้แน่นคืนนี้… เขาไม่มีวันปล่อยเธอไปอีกแล้ว07:15 น. – บ้านไม้ริมทะเล เกาะส
บนเรือส่วนตัวของอคินทะเลสีครามกว้างใหญ่ทอดยาวสุดสายตา เรือยอชต์ส่วนตัวแล่นตัดผ่านคลื่น ลมทะเลพัดเอื่อย ๆ ทำให้บรรยากาศสงบเงียบเกินคาดเพลงผ้ามองออกไปยังเส้นขอบฟ้า น้ำทะเลสะท้อนแสงแดดยามบ่ายเป็นประกายระยิบระยับ เธอมองเกาะเล็ก ๆ ที่กำลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ อย่างสงสัย"เราจะไปที่นั่นเหรอคะ?" เธอเอ่ยถามเสียงเบา พลางหันไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้าง ๆอคินยกมุมปากเล็กน้อย มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง ในขณะที่อีกข้างจับราวเรือไว้หลวม ๆ สายตาคมกริบทอดมองไปยังเกาะที่อยู่ตรงหน้า"ใช่"เพลงผ้ากะพริบตา เธอรู้ว่าเขามีทรัพย์สินมากมาย แต่ไม่คิดว่าเขาจะมีเกาะส่วนตัวด้วย"ที่นี่ไกลเกินกว่าจะเปิดให้ลูกค้าเข้าพัก"เขาหันกลับมามองเธอ ดวงตาสะท้อนแววบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก"ใช่""อะไรนะคะ"เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่แน่ใจว่าคำพูดของเขาหมายถึงอะไร มีเพียงเธอ เขา และลูกเรือไม่กี่คนบนเรือลำนี้ "หรือเธอคิดว่าฉันพาเธอไปกักขังไว้บนเกาะ?"น้ำเสียงของเขาทำให้เพลงผ้าชะงัก ก่อนจะรีบส่ายหน้า "ไม่ค่ะ ฉันแค่สงสัยว่าถ้าคุณต้องมาดูเกาะที่จะเปิดให้ลูกค้ามาพักทำไมพาฉันมาคนเดียว คุณแอนนาทำไมไม่มาด้วย"อคินไม่ได้ตอบในทันที แต่
นี่อาจเป็นโอกาสของเธอ08.45 น. – หน้าบริษัทวราธิปกรุ๊ปรถยนต์อีกคันแล่นมาจอดที่อาคารสูงระฟ้าใจกลางเมือง เพลงผ้าก้าวลงจากรถ พลางสูดหายใจเข้าลึก ๆเธอเดินผ่านพนักงานต้อนรับ พร้อมทักทายพวกเขาตามมารยาท แม้ภายในใจจะไม่ได้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่เลยแม้แต่น้อยเมื่อเธอเดินไปถึงห้องทำงานของอคิน เธออดไม
เพลงผ้ากลืนน้ำลายลงคอช้าๆ คำพูดนั้นราวกับโซ่ตรวนอีกเส้นที่รัดแน่นเข้าไปในชีวิตของเธอทำงานที่นี่… อยู่ในสายตาของเขาตลอด 24 ชั่วโมง…"มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?" อคินถามเสียงเรียบเพลงผ้าเงยหน้าขึ้น สบตากับดวงตาคมเข้มที่จ้องมองเธออย่างกดดัน"ไม่ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว"เธอไม่มีทางเลือกอยู่แล้ว ต่อให้เธอจะปฏิเส
รถแล่นเข้าสู่คฤหาสน์วราธิปเพลงผ้าก้าวลงจากรถอย่างช้าๆ เธอรู้สึกเหมือนร่างกายหมดแรง ดวงตาของเธอฉายแววสิ้นหวังอคินเดินเข้าไปใกล้ โน้มตัวลงกระซิบที่ข้างหูเธออีกครั้ง“คืนนี้… หลับให้สบาย”เขายิ้มมุมปาก ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะที่แก้มของเธอเบาๆ“เพราะพรุ่งนี้… เธอจะได้เข้าสู่โลกของฉันจริงๆ”เสียงของเขาต่
เธอคิดว่าแค่กดวางสายแล้วปิดเครื่อง... เธอจะหนีฉันพ้นเหรอ?อคินละสายตาจากมือถือ ก่อนหันไปหยิบรีโมตที่วางอยู่ข้าง ๆปลายนิ้วกดปุ่มหนึ่งเบา ๆหน้าจอแสดงผลของระบบรักษาความปลอดภัยปรากฏขึ้นตำแหน่งของโทรศัพท์เธอ... ยังคงแสดงอยู่บนแผนที่เขาเอนกายลงบนเก้าอี้ ยกขาขึ้นไขว้ หัวเราะในลำคอ“ไปให้สุดเลย เพลงผ้า”“แต







