Masukเมื่อพี่ชายของ อคิน ถูกผู้หญิงในโลกออนไลน์หลอกลวงจนตรอมใจตาย เขาจึงพุ่งเป้าชำระแค้นไปที่ เพลงผ้า หญิงสาวในรูปถ่าย โดยไม่รู้เลยว่าตัวการที่แท้จริงคือ แพรไหม น้องสาวต่างแม่ของเธอที่สวมรอยไปหลอกเอาเงิน เพื่อปกป้องครอบครัวและต้องการเงินมารักษาแม่กับยายที่ป่วย เพลงผ้าจึงยอมรับผิดแทนและจำใจเซ็นสัญญาเป็น "ผู้หญิงของอคิน" นาน 1 ปี แลกกับเงินสิบล้านบาท เธอต้องย้ายเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์เพื่อรองรับอารมณ์แค้นของเขา ท่ามกลางการทารุณจิตใจและบททดสอบต่างๆ ไฟแค้นของซาตานหนุ่มกลับค่อยๆ หลอมละลายกลายเป็นความรักที่ผูกมัดหัวใจของเขาสะเอง
Lihat lebih banyakกลิ่นหอมของกาแฟคั่วสดอบอวลไปทั่วร้าน เสียงเครื่องบดกาแฟดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ผสานกับเสียงพูดคุยของลูกค้าที่นั่งอยู่ตามโต๊ะ
เพลงผ้ายืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ สวมผ้ากันเปื้อนสีดำสนิท เธอขยับมือหยิบแก้วกระดาษขึ้นมา ก่อนจะหันไปเติมน้ำแข็งลงในเครื่องดื่มที่เพิ่งเสร็จเรียบร้อย "เอสเปรสโซ่เย็น ไม่หวาน" เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นจากฝั่งตรงข้ามเคาน์เตอร์ หญิงสาวเหลือบตาขึ้นมองก่อนจะพยักหน้ารับโดยอัตโนมัติ "รับทราบค่ะ รอสักครู่นะคะ" เธอคุ้นเคยกับเสียงนี้ดี อธิป วราธิป นักธุรกิจหนุ่มในวัยสามสิบกลางๆ สวมสูทเรียบกริบ ดวงตาคมจับจ้องเธออย่างพินิจพิเคราะห์ "ดูคุณจะทำงานหนัก" เขาพูดขึ้น พลางมองนาฬิกาข้อมือของตนเอง แล้วพาดแขนไว้บนเคาน์เตอร์ เพลงผ้าไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากงาน เธอเพียงแค่ยิ้มสุภาพ ก่อนจะวางแก้วกาแฟตรงหน้าเขา "ขอบคุณค่ะ" แทนที่อธิปจะหยิบแก้วขึ้นมา เขาหยิบ นามบัตรสีทอง ออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท วางมันลงบนเคาน์เตอร์ช้าๆ "ผมสนใจคุณ" ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาขยับเลื่อนไปแตะนามบัตร ก่อนจะพลิกมันกลับด้านให้ตัวอักษรหันเข้าหาเพลงผ้า เธอชะงัก ดวงตาสีเข้มกวาดมองไปยังแผ่นกระดาษตรงหน้า ก่อนจะเลื่อนสายตากลับไปยังใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้า "ขอบคุณค่ะ แต่ฉันคงไม่มีเวลาติดต่อไป" เธอตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพและเรียบนิ่ง อธิปมองเธอครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย รอยยิ้มบางจางลงไปเล็กน้อย แต่ยังคงแฝงไว้ด้วยความมั่นใจ "เข้าใจครับ" เขาวางนามบัตรไว้ที่เดิมและคว้าแก้วกาแฟขึ้นเดินออกจากร้านขณะที่ทุกอย่างจบลง หญิงสาวอีกคนที่นั่งอยู่มุมร้าน มองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยแววตาสั่นระริก แพรไหม น้องสาวต่างแม่ของเพลงผ้าเธอขยับนิ้วลากไปตามขอบแก้วกาแฟที่ถืออยู่ในมือ ดวงตาเต็มไปด้วยความคุกรุ่น และริมฝีปากขยับเป็นรอยยิ้มมุมปาก "สนใจพี่สาวฉันงั้นเหรอ?" เธอพึมพำเบาๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสไลด์หน้าจอไปมา บางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นในหัวของเธอ ห้องของแพรไหม: จุดเริ่มต้นของแผนร้าย แสงจากหน้าจอโทรศัพท์ส่องกระทบใบหน้าของหญิงสาวในห้องมืดสลัว ร่างของแพรไหมนั่งเอนตัวพิงพนักเตียง ผ้าห่มสีเทาถูกร่นไปกองอยู่ที่ปลายเท้า มือเรียวค่อยๆ หมุน นามบัตรสีทอง ในมือ พลิกดูชื่อที่พิมพ์บนแผ่นการ์ดอย่างพิถีพิถัน อธิป วราธิป ริมฝีปากบางกระตุกเป็นรอยยิ้มมุมปาก ขณะที่ปลายนิ้วไล่ไปตามตัวอักษรสีทองประทับบนแผ่นกระดาษ "พี่สาวแสนดีของฉัน... เธอไม่ต้องการมันใช่ไหม?" เสียงแผ่วเบาหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากของเธอ ดวงตาสีเข้มเปล่งประกายบางอย่าง แพรไหมเห็นทุกอย่างตั้งแต่ต้น เห็นอธิปพยายามเข้าหาเพลงผ้า เห็นพี่สาวของเธอเมินเฉยต่อโอกาสทองที่หล่นลงมาตรงหน้า และสุดท้าย เพลงผ้าหยิบนามบัตรขึ้นมา ก่อนจะทิ้งมันลงถังขยะอย่างไม่ใยดี เธอยืนมองภาพนั้นอยู่ในมุมมืด ริมฝีปากเม้มแน่น เล็บจิกลงบนฝ่ามือของตัวเอง ทำไมเธอถึงทิ้งมันง่ายๆ แบบนั้นล่ะ คนอย่างเพลงผ้า ไม่คู่ควรกับโอกาสที่หล่นมาถึงมือ และคนอย่างแพรไหมไม่เคยปล่อยให้โอกาสดีๆ หลุดมือ เธอหยิบโทรศัพท์ กดค้นหาชื่อของ ‘อธิป วราธิป’ บนอินเทอร์เน็ต นิ้วเรียวพิมพ์ลงบนแป้นสัมผัสช้าๆ และกดค้นหา หน้าจอโทรศัพท์เต็มไปด้วยข้อมูลมากมายเกี่ยวกับชายหนุ่ม อธิป วราธิป ชายหนุ่มวัยสามสิบห้าปี ผู้บริหารระดับสูงของ กลุ่มบริษัทวราธิป อาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ในประเทศ เขามีทุกอย่าง ทั้งอำนาจ เงินทอง และชื่อเสียง ยังโสด ไม่เคยแต่งงาน ไม่เคยมีความสัมพันธ์ที่ยืนยาวกับผู้หญิงคนไหนเคยให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่เจอผู้หญิงที่ถูกใจ และถ้าเจอเขาจะเป็นฝ่ายเข้าหาเสมอไม่มีผู้หญิงคนไหนอยู่กับเขาได้นานเกินสามเดือน ใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่ออกสื่อมากนัก แพรไหมอ่านข้อมูลทั้งหมดด้วยสายตาที่เปล่งประกาย นี่มันไม่ใช่แค่ บ่อเงินบ่อทองแต่เป็นเหมือน บ่อเพชร บ่อน้ำมันหากเธอจับเขาได้... เธอจะมีทุกอย่างที่เธอต้องการ แพรไหมใช้เวลาหาข้อมูลอย่างละเอียด ยิ่งกว่าอ่านหนังสือสอบ ไม่ได้รีบร้อน เธอรู้ดีว่า เกมที่ดีต้องใช้เวลา กดเข้าไปที่โปรไฟล์ของอธิป ส่องทุกโพสต์ ทุกข่าว ทุกข้อมูลที่เกี่ยวข้องเธอใช้เวลาทั้งคืนในการไล่ดูโพสต์ที่เขาเคยแชร์ คอมเมนต์ของเขา ไลฟ์สไตล์ของเขาจนเริ่ม เข้าใจ ว่าเขาเป็นคนแบบไหน เขาชอบผู้หญิงที่มีความเป็นตัวของตัวเอง เธอจะไม่ทำ ให้ตัวเองดูเหมือนผู้หญิงที่ต้องการเขามากเกินไป เขาชอบคนที่พูดจาฉลาด เธอต้องทำให้เขารู้สึกว่าเธอ "น่าสนใจ" ไม่ใช่แค่ "น่ามอง" เขาไม่ชอบออกงานสังคม ไม่ชอบให้ผู้หญิงเข้าหาแบบจง ใจ เธอจะใช้วิธี ‘ทำให้เขาเข้าหาเธอเอง’ แพรไหมสร้าง "บัญชีโซเชียลใหม่" โดยใช้ชื่อว่า ‘PLANG PHA’ เธอเลือกรูปจากโปรไฟล์จริงของเพลงผ้า เพื่อให้ดูสมจริงที่สุด ค่อยๆคัดเลือกภาพที่ดู อ่อนโยนแต่มีเสน่ห์ ต้องเป็นภาพที่ทำให้ผู้ชายสนใจ แต่ไม่ดูจงใจล่อลวง เธอโพสต์เนื้อหาที่ดู มีรสนิยม ให้เหมือนผู้หญิงฉลาดและมีระดับ จากนั้นค่อยๆ ไลก์โพสต์เก่าๆ ของอธิป อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ให้ดูเหมือนตั้งใจเกินไป และกดขอเขาเป็นเพื่อน แลเธอวางโทรศัพท์ลง รอคอยการตอบรับอย่างใจเย็น แพรไหมยกขาขึ้นไขว้กัน มือเรียวเอื้อมไปหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด สูดมันเข้าปอดช้าๆ ก่อนจะพ่นควันออกมาไม่ได้ร้อนรน ไม่ได้รีบเร่ง เธอรู้ดีว่า นักล่าที่แท้จริง ต้องเฝ้ารอเหยื่อให้ติดกับดักด้วยความใจเย็น เขาจะต้องกดตอบรับแน่นอนเธอไม่สงสัยเรื่องนั้นเลยแม้แต่น้อย ริมฝีปากบางขยับเป็นรอยยิ้มเยือกเย็น "เกมเริ่มแล้ว อธิป วราธิป..."ห้องพักส่วนตัวของอคินเสียงประตูห้องปิดลงเบา ๆ ขณะที่ เพลงผ้าเดินตามอคินเข้ามาเธอไม่เคยเข้ามาในห้องของเขามาก่อนบรรยากาศของห้อง… แตกต่างจากที่เธอจินตนาการเอาไว้มันไม่ได้หรูหราหรือโอ่อ่าเหมือนห้องของเจ้าพ่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบบที่คนอื่นคิดห้องของเขาเป็นสีโทนเข้ม ขรึม และเงียบสงบ ไม่มีของตกแต่งมากมาย ทุกอย่างถูกจัดไว้อย่างเรียบง่ายและเป็นระเบียบ…เหมือนเจ้าของห้อง“ตรงนี้”เสียงทุ้มต่ำของอคินดังขึ้นขณะที่เขานั่งลงบนเตียงกว้างเพลงผ้าลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปยืนข้างหลังเขา วางมือบนไหล่กว้าง และเริ่มนวดให้ตอนแรก…เพลงผ้าคิดว่าเขาแค่ต้องการจะออกคำสั่งเธอเหมือนทุกครั้งแต่เพียงไม่นาน…เธอรู้ว่า เขาเหนื่อยจริง ๆอคินไม่ได้พูดอะไรเลย ขณะที่เธอใช้มือบีบนวดไหล่และต้นคอของเขา เธอสัมผัสได้ถึง ความตึงเครียดที่สะสมมานาน ของเขาเขาอาจจะเป็นผู้ชายที่แข็งแกร่งที่สุดที่เธอเคยเจอ…แต่สุดท้าย เขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกันผ่านไปไม่กี่นาที…เสียงลมหายใจของเขาก็เริ่มสม่ำเสมอ…เขาหลับไปแล้วเธอมองเขา…อคินที่หลับอยู่ตรงหน้าเธอ ดูแตกต่างจากตอนที่เขาตื่นมากไม่มีดวงตาคมกริบที่มักจะจ้องเธอจนแทบลุกเป็นไฟไม่มีริมฝีปากที่
19:30 น. – คฤหาสน์วราธิป เสียงล้อรถแล่นเข้ามาในเขตรั้วคฤหาสน์วราธิป ร่างสูงโปร่งของ ดาด้า ก้าวลงจากรถสปอร์ตหรู ชุดเดรสสีดำขับเน้นรูปร่างอันเย้ายวนของเธอ รองเท้าส้นสูงสีแดงกระทบพื้นกระเบื้องหินอ่อนเป็นจังหวะมั่นใจเธอสวมแว่นกันแดด แม้ว่าฟ้ายามค่ำคืนจะไม่มีแสงแดดแม้แต่นิดเดียว…เธอถอดมันออกช้า ๆ … เผยดวงตาคมกริบราวนักล่า เธอไม่ได้มาเพราะคิดถึงอคิน…แต่มา ‘ดู’ ผู้หญิงที่อยู่ในบ้านของเขา“คุณดาด้า” เสียงของสมชาย พ่อบ้านของอคินดังขึ้น เมื่อเห็นเธอก้าวเข้ามาโดยไม่บอกกล่าว“คุณอคินอยู่ที่ไหน?” ดาด้าถามทันที น้ำเสียงแข็งกร้าว แสดงให้เห็นถึงอารมณ์ที่ถูกกดดันมาตลอดวันสมชายอ้ำอึ้งไปเล็กน้อย “เอ่อ… คุณอคิน”แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดจบ ประตูบ้านก็ถูกผลักเปิดออก และ ภาพที่เธอเห็นก็ทำให้เธอแทบระเบิดเป็นเสี่ยงๆเพลงผ้า…ผู้หญิงคนนั้น… ในบ้านของอคินเพลงผ้าเดินลงมาจากชั้นสองของคฤหาสน์ เสียงส้นสูงที่ดังขึ้นในห้องโถงทำให้เธอชะงัก เธอเงยหน้าขึ้น… และพบว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้นเธอรู้จักผู้หญิงคนนี้…ดาด้า ดาราสาวที่เป็นข่าวกับอคินแต่เธอไม่เคยคิดว่าจะต
อคินยกโทรศัพท์ขึ้นกดโทรออก เสียงเรียกสายดังขึ้นเพียงครั้งเดียว ก่อนที่ปลายสายจะรับทันที"บอส มีอะไรให้แอนนาทำคะ?"เสียงของ แอนนา เลขาสาวสองที่รู้ใจเขา เสียงของเธอสดใสเหมือนทุกครั้ง แต่ก็เต็มไปด้วยความเป็นมืออาชีพอคินเปิดลำโพง สปีคเกอร์โฟน มือข้างหนึ่งยังคงจับพวงมาลัยแน่น ขณะที่อีกมือยันกับที่พักแขน รถแล่นไปบนท้องถนนอย่างมั่นคงเพลงผ้านั่งนิ่งอยู่ข้าง ๆ เธอไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง แต่บทสนทนาของอคินก็ชัดเจนจนเลี่ยงไม่ได้"บอสจะให้จัดการเรื่องประชุมบ่ายนี้ยังไงดีคะ?"“ส่งเอกสารให้รองประธาน ผมไม่เข้าออฟฟิศ”เสียงของอคินเรียบนิ่ง แต่หนักแน่นแอนนาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ ราวกับเดาเหตุการณ์นี้ได้"คุณดาด้ามารอคุณตั้งแต่บ่ายนะคะ"เสียงถอนหายใจของอคินดังขึ้นในห้องโดยสาร"บอกเธอว่าผมไม่เข้า"เสียงของเขาติดจะรำคาญนิด ๆ แต่ก็ยังคงนิ่งเฉียบเหมือนทุกครั้งเพลงผ้าเหลือบมองเขาเล็กน้อย เธอแปลกใจที่เขาปฏิเสธดาด้าอย่างง่ายดายแอนนาเงียบไปเพียงชั่วครู่ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย"ช่วงบ่าย คุณเพลงผ้ายังไม่เข้าบริษัทเลยนะคะ"อคินไม่ได้ลังเลเลยแม้แต่วินาทีเดียว"เธออยู่กับผม"เธ
บ่ายคล้อย รถหรูสีดำเคลื่อนตัวไปอย่างช้า ๆ ท่ามกลางการจราจรที่หนาแน่นยามบ่าย เพลงผ้านั่งนิ่งอยู่ที่เบาะข้างคนขับ สายตาของเธอทอดมองออกไปนอกหน้าต่างรถขณะที่รถแล่นผ่านถนนเส้นเก่าที่เธอคุ้นเคย ภาพของตึกแถวสองคูหาหน้าร้านทองแห่งหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในสายตาเธอไม่ได้ผ่านมาแถวนี้นานแค่ไหนแล้วนะ...ร้านข้าวมันไก่ลุงชิตเปิดมานานหลายสิบปีตั้งอยู่บนฟุตบาทแคบ ๆ หน้าร้านทอง เป็นร้านข้าวมันไก่ที่ไม่ได้หรูหรา เป็นเพียงร้านรถเข็นธรรมดาที่มีโต๊ะนั่งอยู่ริมถนนแต่ถึงอย่างนั้น... กลับมีลูกค้าต่อคิวยาวไม่ขาดสาย เสียงสับไก่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอกลิ่นหอมของข้าวมันที่หุงด้วยน้ำซุปลอยอบอวลไปทั่วบริเวณแม้จะเป็นเพียงร้านข้างถนน แต่ก็ขายดีจนคนแน่นทุกวัน โต๊ะสแตนเลสไม่กี่ตัว ตั้งเรียงกันบนฟุตบาท มีเก้าอี้พลาสติกสีแดงกับสีน้ำเงินให้ลูกค้านั่ง มีไก่ต้มตัวใหญ่แขวนเรียงกันอยู่ในตู้กระจกใส ข้าง ๆ รถเข็น มีหม้อข้าวใบใหญ่ที่ยังอุ่นอยู่ เมื่อเปิดฝาออกมา ไอร้อนจากข้าวมันหอม ๆ ก็โชยขึ้นมาลูกค้าหลากหลายวัย ทั้งนักศึกษา พนักงานออฟฟิศ คนทำงาน ผู้สูงอายุ ต่างนั่งกินกันอย่างเอร็ดอร่อยเสียงพูดคุยจอแจ สลับกับเสียงช้อนกระทบจาน เสียง





