LOGIN" ผมไม่ได้สนใจรอบข้าง " เขาหันหน้ากลับมาเลือกดูของต่อซึ่งอาการกังวลยังคงอยู่
" ยี่ห้อฝั่งขวามือคุณเป็นยี่ห้อที่ขายดีที่สุด มีทั้งแบบปีกและไร้ปีก "
" มีปีกก็ใส่ลำบากสิ " เขาพับใบในมือใส่กระเป๋าเสื้อเชิ๊ตสีดำของตน เมื่อมันไม่จำเป็นอีกต่อไปเพราะ ณ จุดนี้เขาได้มาถึงรายการแรกที่ต้องซื้อแล้ว
" ป้องกันการเลอะหนะค่ะ... เธอตอบด้วยสีหน้าที่เริ่มเขินอายไม่รู้ว่าเขาโยนมุขใส่เธอหรือแกล้งตีหน้าไม่รู้จริงๆ กันแน่... แนะนำแบบมีปีก " เธอเอ่ยราวกับเป็นพนักงานแนะนำสินค้าเสียเอง
" มันดีที่สุดใช่ไหม " เขาถามด้วยแววตาจริงจังและรอคำตอบที่ต้องมั่นใจหากจะเอ่ยออกมา เพราะถ้าครึ่งๆ กลางๆ เขาจะเลิกสนทนาอันเป็นประโยชน์ต่อเขาทันที
" ฉันพอรู้เหตุผลที่คุณยืนงมนานๆ แล้ว... เสียงหวานพูดขึ้นพลางเอี้ยวตัวผ่านหน้าเขาไปหยิบห่อยี่ห้อที่เธอเพิ่งบอกเขาเมื่อครู่ ทว่ากลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายเธอ ทั้งแป้งและน้ำหอมพรมคงจะพอดีสำหรับผู้เดินผ่านไปมา แต่สำหรับเขาที่เป็นหมาป่าแทบจะเบือนหน้าหนี... ลองเลือกดูแล้วกัน... เธอส่งแบบมีปีกให้เขา... ลองอ่านคุณสมบัติมันดูค่ะ แล้วก็ยี่ห้อนี้ดีที่สุดสำหรับภรรยาคุณแน่นอน... เธอส่งห่อนั่นวางบนมือของเขาก่อนจะพยักหน้าลงนิดเชิงขอตัว แต่ไม่ทันจะพ้นสองสามก้าวหญิงสาวได้หันกลับมาหาเขาอีกครั้ง... ฉันไลลา ถ้าคุณเจอฉันในเวลาแบบนี้อีกเรียกได้นะ " ชายหนุ่มเพียงพยักหน้าขอไปทีและละจากใบหน้าหวานที่ไม่ได้ดึงดูดคนที่ภักดีต่อภรรยายิ่งชีพแบบเขา หากเป็นคนอื่นคงเสน่หาในตัวเธออย่างไม่ต้องลังเล... ไม่นานสเวนได้เข้าใจความหมายของรูปแบบผ้าอนามัย เพราะเขายืนศึกษาเป็นชั่วโมงก่อนจะโกยห่อหลากสีเหล่านั้นลงรถเข็ญ เมื่อวิเคราะห์แล้วว่ามันดีต่อเธอที่สุด และถอยจากแผนกส่วนนั้นมายังโซนขนมกรุบกรอบแบบที่เนราชอบนั่งกินบนเตียงตอนนั่งอ่านหนังสือ
" ช่วงเป็นประจำเดือนจะมูมมามเหมือนยักษ์มาร " เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่หลังจากนึกถึงหน้ากระดาษอันมีข้อมูลลักษณะนิสัยช่วงผู้หญิงนั้นมีรอบเดือน เขาเชื่อมโยงไปถึงเนราในลักษณะกลายร่างใหญ่โตกำลังเขมือบกองขนมอย่างสำราญใจ และจึงโกยขนมในแบบที่เนราชอบลงรถเข็ญทันที มาถึงตู้ไอศกรีมแบบถังเล็กถังน้อยรสวานิลลา จริงอยู่เนราชอบกินของหวานโดยเฉพาะไอศกรีมเย็นๆ เขายืนอยู่หน้าตู้แช่ลังเลใจอยู่นานว่าจะหยิบลงรถเข็ญดีไหมจนคนที่จะเข้ามาซื้อต้องเอ่ยทักให้ร่างสูงหลีกทาง แต่ในที่สุดเขาก็ตัดสินไม่ซื้อ พลางคิดถึงเหตุที่ว่าหากโมโหหิวแล้วไม่ได้กินเธออาจจะตะคอกใส่คุณด้วยความหงุดหงิด เขาถอนหายใจพลางส่ายหัวเล็กเพราะสเวนได้ศึกษาผลตามมามันมีโทษเสียมากกว่า ดังนั้นของเย็นไม่ควร...
" ฮัลโหล... ชายผู้กำลังเพลิดเพลินกับการออกมาจ่ายตลาดเพียงลำพังโทรเข้ามือถือส่วนตัวของเพื่อนชายรุ่นพี่ที่สนิท... นายไปเช็คให้ทีสิว่าในตู้เย็นมีปลากับพวกผลไม้หดลงไปเยอะหรือยัง "
" นายอยู่ไหน ฉันเห็นนายพุ่งรถออกไปเหมือนเกิดเรื่องอะไรขึ้น "
" ไม่มีอะไร สรุปว่าไงที่ฉันถาม " คนถามเร่งน้ำเสียงเมื่อไม่ได้คำตอบ
" ตอนฉันหยิบเบียร์ออกมา เห็นปลาอยู่ในตู้อีก 3 ตัว ผลไม้เหลือกล้วยหอมกับส้มนอกนั้นหมดแล้ว "
" ผักโปรดของเนหละ นายเห็นหรือเปล่า " เขาพูดพลางหยิบองุ่นสีดำเม็ดโตโดยคำนึงจากช่อน่ากินที่สุด สดที่สุด และน่าจะหวานที่สุด
" รู้สึกว่าจะเอามาใส่ซุปหมดแล้วนะ เอ้อนี่ซุปวันนี้อร่อยดี พวกเราที่ไม่ชอบกินผักนี่กินกันหมดเลย "
" งั้นเหรอ... เขาพูดพลางเลือกหยิบผักใบเขียวอีกทางโยนเข้ารถเข็ญก่อนหยิบคืนที่เดิม และหยิบห่อใหม่ แต่ครั้งนี้เขากลับค่อยๆ วางลงราวกับกลัวจะช้ำเหมือนที่เพิ่งเผลอโยนเข้าไป ใช่สำหรับเนราเขาต้องทำให้ดีที่สุด... แค่นี้ละกันขอบใจมาก "
" เอ้า ถ้าจะซื้อของโปรดเนเข้าบ้านก็ไม่ใช่จะคว้าแต่ผักผลไม้นะ นายอย่าลืมเนื้อของพวกเรา และเบียร์..." ดูเหมือนคำพูดโครว์จะไม่ได้ส่งไปถึงผู้ที่เขาต้องการจะสื่อสาร โครว์ส่ายหัวก่อนปิดโทรศัพท์ลง ด้านเคธี่หันมามองอาการสามีของตนถอนหายใจจนต้องถาม...
" มีอะไรหรอ "
" สงสัยสเวนอยากทำตัวเป็นพ่อบ้านออกไปช้อปปิ้ง ฉันกลัวว่าจะซื้อแต่ผักผลไม้ของยัยเนมาไม่ได้ซื้อเนื้อหนะสิ "
" คนที่ไม่เคยออกไปซื้อของเองแบบสเวนหนะนะ ออกไปจ่ายตลาด? " เคธี่แสดงสีหน้าแปลกใจปนตกใจออกมาชัดเจน
" ทำตัวอย่างกับพ่อลูกอ่อนที่ต้องออกไปล่าอาหาร " เขาเอนตัวลงทิ้งหัวบนตักเคธี่ต่อหลังจากที่เพื่อนรุ่นน้องโทรมาขัดจังหวะการปั่นหูยามเขากำลังเพลิดเพลินอยู่ในห้องนั่งเล่นชั้นล่าง...
" สวัสดีค่ะคุณลุง " ปลายสายเอ่ยทัก ยามเห็นชื่อขึ้นบนหน้าจอ ยามนั่งคิดถึงเรื่องของชายผู้นอนห้องเดียวกัน เขาหายไปไหนตั้ง 3 ชั่วโมงกว่ากับท่าทีลุกลนพรวดพราดออกไป ทำให้เธอคิดไปว่าสเวนอาจจะโกรธ หรือน้อยใจเมื่อเธอตีตัวหนีห่างมากกว่าปกติจนดูเป็นรังเกียจมิหนำซ้ำยังตะคอกมากกว่าที่เคย
" หนูเนหรอลูก เป็นไงบ้างสบายดีไหมเขาดูแลหนูดีหรือเปล่า " ต้นสายถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยเนื่องเห็นด้วยเป็นลูกหลานคนหนึ่งแม้จะไม่มีสายเลือดเกี่ยวพัน
" ค่ะ ดีจนบรรยายไม่ถูก " ต้นสายหัวเราะเขารู้ได้โดยไม่ต้องให้เธออธิบาย
" จริงๆ ลุงไม่อยากโทรมารบกวนแต่ว่าเรื่องมรดกที่เหลือไว้ในพินัยกรรมมันเป็นชื่อหนู และยังมีจดหมายหนึ่งฉบับภายในเซฟธนาคาร "
" จดหมายเหรอคะ ของคุณพ่อคุณแม่? "
" ใช่แล้ว จากทนายบอกมาหนะนะ "
" เนไม่สนใจเรื่องมรดกอยู่แล้วแต่จดหมาย ถ้ามีจดหมายในเซฟ แสดงว่ามันต้องสำคัญมากๆ "
" ลุงก็ว่าแบบนั้นเหมือนกัน "
" งั้นเนจะลงไปค่ะ ขอคุยกับสเวนก่อนนะคะว่าเขาจะอนุญาตให้เนลงไปวันไหนได้ " เธอพูดพลางละจากต้นไม้ขนาดเท่าตัวที่ชูช่อดอกสะพรั่งชวนให้เอาหน้าเข้าไปใกล้เพื่อดอมดมเพราะหันมาให้ความสนใจกับเสียงรถของชายที่กลับมาจากที่ใดที่หนึ่ง ซึ่งเธอเองก็ไม่ทราบ สองขาก้าวยาวจากข้างบ้านไปยังหน้าบ้านบริเวณพื้นที่จอดรถ เป็นครั้งแรกที่เขาอมยิ้มมาตลอดทางแม้สายตายังคง คงความคมเข้มไม่แสดงอารมณ์ จนเมื่อถึงยามจอดรถลงและมองไปยังกระจก หญิงสาวผู้มีอิทธิพลต่อทุกอิริยาบถทำให้เขาพรวดพราดลงจากรถมายืนตรงหน้าเธอทันที ทว่าท่าทีของเขากลับทำให้เธอผวาแทบจะหงายหลังลงไปนอน
" ออกมารอผมหรอ " เช่นเดิม อย่างเคย แววตาคู่คมคายดูดุนั่นเปลี่ยนเป็นในแบบที่ใครคงไม่ได้พบเจอ เขาดีใจเหลือเกินเมื่อเห็นเนราออกมารับ
" เปล่า... เนอยู่ข้างบ้าน คุณดันเข้ามาตอนที่มีเรื่องด่วนพอดี " คำตอบแสนริดรอนความรู้สึกก่อนหน้า ส่งผลให้ตัวเขาสตั้น ราวกับถูกเหวี่ยงลงจากที่สูง ทว่าประโยคหลังกลับดึงสติเพราะแววตามุ่งมันของเนราบ่งบอกว่าสำคัญจริงๆ
" เรื่องด่วน? "
" ไปคุยกันในบ้านเถอะค่ะ " เธอเดินนำเขาไปโดยไม่ไถ่ถามถึงการหายไปของเขาสามชั่วโมงกว่า ด้านสเวนหยิบของลงมาจากรถเกือบสิบถุงใหญ่ความหนักไม่ได้มีผลต่อเขานักแต่ความลำบากคือการที่เขาจะหอบมันเข้าไปยังไงทีเดียวโดยไม่ต้องออกมารอบสอง...
ภายในบ้าน... เนราเดินถือน้ำหนึ่งแก้วมาให้เขาพอเป็นพิธีหรืออาจเป็นเพราะหากทำให้เขารู้สึกดีการที่เธอจะได้กลับไปยังประเทศที่จากมามันจะง่ายขึ้น ร่างสูงค่อยๆ ทิ้งของในมือลงบนโต๊ะใหญ่ภายในห้องครัวโดยแยกของใช้ออกมาวางข้างตัวเนราที่นั่งรอเขาอยู่บนโซฟาแสนนุ่ม
" เน..."
" สเวน... ทั้งคู่หยุดนิ่งลงเมื่อมีความต้องการจะเปิดประเด็นพร้อม ฝ่ายชายนั้นนิ่งลงใบหน้าบ่งบอกให้เธอพูดก่อนเนราผู้รับรู้คำตอบนั้นดีไม่รอช้าอักอ่วน... เนจะขอกลับบ้านหนะค่ะ "
" กลับบ้าน? " ชายหนุ่มใบหน้ามีคำถามทันที ในเมื่อที่ที่เธอนั่งอยู่นี้เป็นบ้านของเธอ แม้จะเป็นเชิงนามธรรมแต่หากอยากที่จะได้เห็นเป็นรูปธรรมเขาจะเรียกทนายมาเปลี่ยนโฉนดที่ดินเสียตั้งแต่ตอนนี้ก็ย่อมได้ให้เป็นนามของเนราซะเลย
" พอดีคุณลุงคาร์สันโทรมาบอกเนเรื่องจดหมายในเซฟที่ธนาคารค่ะ มีแค่เนผู้ถูกลงนามอยู่ในพินัยกรรมจะเปิดได้ "
" มันสำคัญขนาดต้องกลับเลยหรอ " เขาตอบกลับราวกับเป็นเรื่องไม่จำเป็น ครอบครัวที่จางหายไปไม่จำเป็นสำหรับเนรา ที่นี่ต่างหากคือครอบครัวปัจจุบันของเธอ
" นั่นมันจดหมายคุณแม่ทิ้งไว้ให้เนนะคะ " เธอไม่พอใจนักยามเขาคิดเช่นนั้น คำตอบนั้นชายหนุ่มตรองออกมาก่อนเอ่ยหรือไม่ สเวนมองเข้าลึกไปในดวงตาแสดงความไหวหวั่นของเนรา เธอรู้สึกไม่แน่ใจในตัวเขา ดูท่าจะโกรธหน่อยๆ กับความคิดเมื่อเขาเผลอพรวดออกไป ชายหนุ่มคิดเช่นนั้น ทางด้านผู้ครอบครองดวงตาสีนิลเข้มวับวาว เธอมองเขาไม่วางราวกับจะตรวจสอบสิ่งที่เขาคิด เรื่องสำคัญแบบนี้ไม่น่าถามด้วยซ้ำว่าจำเป็นต้องกลับ? แน่สิถ้าไม่กลับแล้วใครจะเปิดเซฟ จดหมายนั่นอาจมีอะไรสำคัญหรือสิ่งที่เธอต้องกระทำไม่ใช่เช่นนั้นคงไม่เก็บไว้ในธนาคาร
" ถ้าเป็นความต้องการของเน ผมไม่มีสิทธิ์ขัดอยู่แล้ว... เสียงเข้มพูดตอบกลับไปพลางหันหน้าหนีน้ำในแก้วที่เขากำลังจะยกขึ้นดื่ม ใช่แล้วมันเป็นน้ำที่เนรายกมาให้เขา แต่ตอนนี้เขากลับวางมันลงต่อหน้าเธอ สองขายาวก้าวออกจากโซฟาดิ่งตรงไปยังตู้เย็นคว้าน้ำขวดชนิดเดียวกับที่เธอถือมาให้พรวดเข้าปากลงคอภายในสองอึก... เย็นนี้เลยไหม ผมจะได้ให้คนเตรียมเครื่องบิน " หญิงสาวนิ่งไม่ตอบสักพักยามรับรู้ว่าอีกฝ่ายไม่พอใจ และแสดงบางสิ่งแทนอารมณ์ภายใน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เขาประชดเธอ รู้แบบนี้ไม่น่ามาขออนุญาต เธอแค่เก็บกระเป๋าหนีไปคงจบเรื่องง่ายกว่า เนราสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะลุกจากโซฟาโดยทิ้งคำพูดไว้ว่า
" ขอบคุณที่นั่งฟังคำขอค่ะ "
" ฉันจะกลับไป ยังไงซะครอบครัวฉันก็สำคัญกว่าคุณกับลูก " ประโยคเบาๆ จากริมฝีบางชมพูระเรื่อของสาวผมบรอนด์ทองลอนยาวสยายในมุมมืด ร่างสูงและบอบบางในชุดกระโปรงสีขาวลูกไม้แบบผู้ดีค่อยๆ เดินจากไปด้วยสีหน้าเรียบเฉยทิ้งคนสองคนในเงามืดไว้ ฝ่ามือใหญ่กำขวดน้ำแน่นยามนึกถึงสถานการณ์คล้ายกัน ชั่งโชคดีที่มันเป็นพลาสติก เขาจึงบีบมันได้เพียงบุบบี้หักงอและพาร่างตัวเองกระโดดออกไปก่อนจะกลายร่างเป็นหมาป่าสีขาวสง่าน่ายำเกรงมุ่งสู่ผืนป่า ขาแกร่งควบไวอย่างไร้จุดหมายในเวลาใกล้ย่ำค่ำไปเรื่อยๆ ไม่มีหยุด ลัดเลาะผ่านหญ้า กลีบใบหนาบาง กิ่งก้านเสียดสีผ่านตัวเขาเป็นเพียงแค่ขนนกไม่ระแคะระคายแต่อย่างใด ไม่มีจุดหมาย หรือเป้าหมาย เพียงแต่จิตวิญญาณแห่งหมาป่าของเขาบอกให้เขาวิ่งออกมา ทะยานไปเท่าที่ใจจะหยุดรวนเร เท่าที่จิตใจจะสงบ...
สเวนลุกขึ้นจากที่นั่ง เหมือนว่าตนเข้าใจและรับรู้แต่ไร้ซึ่งเสียงเอ่ยตอบใดนอกจากแววตากลัดกลั้นความโศกเศร้าพร้อมจำนนต่ออีเมอร์สันไว้ เนราไม่สามารถอยู่กับเขาได้ ด้วยเหตุผลทางด้านร่างกายและลมหายใจที่จะดำเนินในอนาคต นั่นคือเหตุผลเดียว ซึ่งเขาต้องยอมแม้เนราจะอยู่ไกล แต่อย่างน้อยเธอยังอยู่ ขอเพียงเธอยังมีลมหายใจ และเชื่อว่าความรักที่เขามีให้เธอจะกระตุ้นความทรงจำคืน หรือหากคิดถึงเขา อาจแวะไปหาเธอได้ในบางโอกาส หากอีเมอร์สันพร้อมอีริคอนุญาต หรือถ้าเนราจะขับไล่ เขาจะมุดดินแอบไม่ก็แฝงตัวบนต้นไม้ คิดปลอบตัวเองเช่นนั้น ซึ่งมันชั่งยากเย็น..." ท่านคะ " ซิลวี่เดินเข้ามาหลังจากผู้มาเยือนเคลื่อนย้ายไปกันหมด" กำหนดการเหมือนเดิม ผมไม่ได้ใจร้ายพอจะให้เขาไปส่งเนราทั้งที่จะตายแบบนั้น การไม่เห็นเนราจากไปกับตาคงดีสำหรับเขาในตอนนี้ "" รับทราบค่ะ..."เมื่อตะวันคล้อยได้ถึงเวลาต้องกลับไปยังที่เดิม ในจุดแรกที่จากมา เนราเดินถือสัมภาระช่วยซิลวี่ใส่หลังรถแวนสีดำคันยาวก่อนถูกอีเมอร์สันรีบพาขึ้นไปนั่งข้างกาย เพราะจะเลยเวลานัดเครื่องมารับรวมถึงเวลาไปถึงทรานซิลเวเนีย ขณะรถแวนเคลื่อนตัวออกจากรั้วบ้านพักตากอากาศ สเวนชายผู
ภายในบ้านพักตากอากาศสองชั้นติดทะเลสาปแห่งหนึ่ง เนราเกาะอีเมอร์สันแน่นด้วยกลัวสายตาคู่สีเขียวอมเทา มองตนไม่วางตั้งแต่เดินออกจากสวนหย่อม ทุกย่างก้าวเขาจับจ้องแทบไม่กระพริบ จึงทำให้เจ้าตัวรู้สึกระแวง ถูกคุกคาม ซึ่งไม่อาจถอดความหมายของสายตาคู่นั้นได้" เน..." เคธี่ทักขึ้นขณะเด็กสาวรุ่นน้องเดินเกาะแขนอีเมอร์สันมา คนถูกทักเอียงคอ แม้คุ้นแต่กลับไม่สามารถบอกได้ว่าหญิงสาวรุ่นพี่ดวงตาสวยสีน้ำทะเลนั้นเป็นใคร ด้านเคธี่แปลกใจกับสีหน้าของเนราที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและประหลาดใจปนกลัว" นายหญิง..." จาเว็คกับบลัดทักขึ้นพร้อมทำความเคารพ เนราสำรวจทุกคนผู้มาเยือนรวมถึงชายรุ่นพี่ยืนข้างเคธี่ เธอเป็นแวมไพร์ที่ไม่ได้มีความสามารถด้านการแยกแยะกลิ่น แต่ด้วยความสามารถพิเศษของดวงตาในการจำแนกเผ่าพันธุ์แท้จริงอันได้มาจากการเป็นเนื้อคู่สเวน ภาพหมาป่าจึงซ้อนทับกลุ่มคนเหล่านั้นเพื่อให้คำตอบ" พวกเขาเป็นใครเหรอคะท่านพี่ " เธอถามขึ้นพลางจับแขนอีเมอร์สันแน่นกลัวว่าจะมีใครมาพาเธอออกไป ด้านผู้มาเยือนเบิกตาด้วยความตกใจเมื่อรับรู้ได้ว่าเนราจำพวกเขาไม่ได้" ด็อกเตอร์โครว์และด็อกเตอร์เคธี่เป็นผู้ปกครองเนหลังจากเนถูกพามาซิ
" มีอะไรซิลวี่ " หญิงสาวที่กำลังอธิบายเรื่องบางอย่างให้สเวนฟังหยุดลงพร้อมก้มหัวให้อีเมอร์สันเล็กน้อย" ท่านพี่ " เสียงเรียกย้ำอยู่แบบนั้นทำให้เขารู้คำตอบได้ทันที ร่างสูงขยับตัวเข้าไปในรถทางด้านสเวนหลีกทางให้แต่โดยดีเนื่องด้วยรู้เหตุผล ในตอนนี้ไม่มีที่ที่ตนสามารถเข้าไปแทรกแซงได้เลย เล็บแหลมของเขาปาดลึกพอประมาณบริเวณคอใกล้ไหปลาร้าเพื่อให้เลือดไหล เพียงรอร่างอ่อนแรงกำลังตะเกียกตะกายขึ้นมาหาเขาเพื่อดื่มกิน สเวนก้มหน้าราวกับทนเห็นคนรักในสภาพนั้นไม่ได้เนื่องจากเลือดของตนไม่ใช่ที่ปรารถนาของเธอ" จะหันไปผมไม่ได้ห้ามหรอกนะ... อีเมอร์สันเอ่ยขึ้นขณะให้เลือดน้องสาวของตน เนราเมื่อได้กลิ่นหอมนั่นยามความแดงฉานไหลผ่านช่วงคอก็ตรงเข้าดื่มกินอย่างโหยหาทันที... เนราไม่เหมือนแวมไพร์ตนอื่น เธอไร้เขี้ยวเลยเจาะเลือดกินเองไม่ได้ มันเป็นความต้องการแค่ช่วงแรกก่อนตื่นอย่างสมบูรณ์... ฝ่ามือใหญ่ประคองเอวกอดร่างโถมเข้ามาหาพลางใช้มือลูบหัวเจ้าตัว เสียงกลืนเลือดในบรรยากาศเงียบงำชั่งฟังชัด และทำให้สเวนเหมือนถูกกัดกร่อนกระดูกขาแทบไร้แรงยืน เขารู้ว่าทั้งคู่เป็นพี่น้อง แต่ยากนักที่จะทำใจ ในเมื่อพวกเลือดบริสุทธิ์หรือเลือด
ด้านอีเมอร์สัน ยามโลแกนกำลังขับรถเกือบผ่านประตูมหาวิทยาลัย ต้องถูกขัดขวางโดยคีอาร์น แวมไพร์ชนชั้นสูงผู้ใช้ความเร็วพาตนเองออกมา และกระโจนเหยียบหน้ากระโปรงรถจนยุบตัวลงไป" ท่านคีอาร์น หากไม่..." ไม่ทันที่โลแกนผู้ลงมาจากรถจะพูดจบความเหนือกว่าของคีอาร์นได้ฉายความแดงกร่ำทรงพลังผ่านดวงตา ทำให้เข่าโลแกนล้มลงไปกับพื้นอย่างเจ็บปวด" เป็นแค่แวมไพร์ระดับต่ำอย่าได้คิดมาสั่ง " ทันใด กระสุนปืนปริศนาได้ลั่นออกไปก่อนคีอาร์นใช้พลังสังหารโลแกน" พลาดงั้นเหรอ..." อีธานเพื่อนสนิทอีเมอร์สัน Hunter ระดับสูง เอ่ยขึ้นเมื่อตนเล็งบริเวณหัว แต่อีกฝ่ายใช้ความเร็วหลบทำให้ถากศีรษะด้านข้างออกไปแทน เขาคงต้องตั้งรับให้ดีกว่าเดิม ด้วยอีกฝ่ายคงหัวฉุนแล้ว" Hunter กระจอกแบบนั้นคิดว่าจะเอาแวมไพร์อย่างฉันอยู่งั้นเหรอ " ด้านหลังคีอาร์นแตกแขนงเป็นเส้นสีแดงจากโลหิตตน สาดทิ่มลงยังร่าง Hunter อีธาน แต่ด้วยความสามารถล้นเหลือ เขาจึงกระโดดหลบตามความเร็วยามพุ่งเข้ามาก่อนจะพลาดถูกเฉี่ยวบริเวณแก้ม พร้อมๆ กันนั้นตนได้หยิบดาบสังหารแวมไพร์บริเวณเอวขึ้นมาใช้แทนปืนInferno คือชื่ออาวุธสังหารแวมไพร์อันเกิดจากการหลอมหัวใจของแวมไพร์เลือดบริ
เกล็ดน้ำแข็งขาวบริสุทธิ์เริ่มลงหนา ทว่าดวงจันทร์สีเลือดกลับไม่ถูกบดบังด้วยสิ่งอันใด จิตวิญญาณที่เชื่อมถึงกันกลับคืนแห่งฝาแฝดพี่น้อง ขณะเดียวกันผู้ผูกจิตถวายแม้ชีวิตมอบให้ผู้เป็นภรรยารู้สึกถึงความเจ็บปวดทรมานของอีกฝ่าย วิ่งแล่นออกจากห้อง เรียนทันที ความผิดปกติครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ มีบางอย่างเปลี่ยนแปลงกับตัวภรรยาของเขา" นาย... แวนยกด้ามวัตถุสีเงินคู่ใจขึ้น ภายในอัดกระสุนเต็มแม็กพร้อมลั่นไกเต็มที่เมื่อเห็นบริเวณคอของเพื่อนรักตนมีรอยเขี้ยวและยังคงปรากฏคราบเลือด... ปล่อยเธอลง " ร่างสูงอุ้มผู้หลับใหลในอ้อมแขนมองร่างชาย Hunter ตรงหน้าหลังพาตัวเองกระโดดลงมาจากชั้นบนสุด ฝ่ายมีนาที่เพิ่งมาถึงเมื่อเห็นสภาพเนราก็ยกปืนขึ้นไม่ต่างกัน" ผมเหรอ... เขาพูดขึ้นด้วยการหยันยิ้ม ก่อนแววตาสีแดงสดจะฉายทับดวงตาสีดำที่เป็นอยู่ก่อน สิ่งนั้นทะลวงผ่านความคิดของแวนและมีนาไปจนสุดของความทรงจำเมื่อนานมาแล้ว ประตูได้แตกออกทะลักเหตุการณ์วันที่ทั้งสองคนพาเนราและแม่ของเธอเข้าไปยังห้องทำพิธี... โอหังสิ้นดี ผมเคยบอกแล้วว่าอย่าหันเจ้าวัตถุโสโครกนั่นขณะปรากฏกายต่อหน้าเนรา " จบประโยคปืนด้ามเงินของทั้งคู่ลอยเคว้งกระทบพ
ห้องพักหนึ่งภายในโรงแรมเครือคาสเซล" แคทเทอลีน " เสียงชายคนเป็นพ่อเรียกลูกสาวขึ้นหลังเธอเดินออกมาจากห้องนอน ซึ่งนั่นทำให้เธอเผลอสะดุ้งไม่น้อยแม้จะมีพละกำลังในฐานะแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ เพราะน้ำเสียงกล่าวขานเรียกชื่อตนนั้นทรงพลังเหนือกว่า แล้วก็ไม่ใช่ใครคีอาร์นพ่อของหล่อนนั่นเอง" ท่านพ่อ! ทำไมถึงมาโรงแรมคะ นี่เป็นโรงแรมของท่านเมอร์สันหากท่านได้กลิ่น... "" พ่อบอกแล้วว่าเมอร์สันยังไม่ทำอะไรพ่อหรอก แค่รู้สึกอยากมาอยู่ใกล้ๆ กลิ่นเลือดหอมหวานของเด็กคนนั้น แม้บรรดาเลือดบริสุทธิ์จะมีกลิ่นพิเศษของแต่ละคน แต่กับลูกสาวของอีริคชั่งแตกต่างไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนกลับมาเกิดใหม่ "" ความพิเศษเหนือความพิเศษงั้นเหรอคะ จะว่าไปท่านผู้นั้น... " ผู้เป็นพ่อปรายตาไปยังโซฟานั่งเล่น ปรากฏร่างหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีเงินยาวนอนหลับอยู่ ทำให้แคทเทอลีนเข้าใจในคำตอบโดยไม่หวังถามถึงอีก" เตรียมตัวให้พร้อมอีกไม่กี่วันพระจันทร์แดงจะฉายเด่นบนฟ้า คงเป็นราตรีแห่งแวมไพร์ที่สนุกน่าดู ครั้งนี้กลุ่มผู้อาวุโสยังส่งกำลังคนมาร่วมกับเราด้วย... "" ท่านพ่อเข้าไปพบคนพวกนั้นมาแล้วเหรอคะ "" เฉพาะพวกที่อยู่ฝั่งเรา กลุ่มปรารถนาต่อต้าน







