หน้าหลัก / โรแมนติก / พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2 / ตอนที่ 1 สีแดงที่กลับมา (1 ความทรงจำที่เลือนลาง)

แชร์

พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2
พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2
ผู้แต่ง: 22 A Venus

ตอนที่ 1 สีแดงที่กลับมา (1 ความทรงจำที่เลือนลาง)

ผู้เขียน: 22 A Venus
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-17 13:53:48

"พี่จะไปก่อน 1 อาทิตย์แล้วจะให้อีธานมารับ" เจ้าของร่างสูงในชุดโค้ทยาวสีดำยืนหันหลังบอกลากับหญิงสาวผู้เป็นน้อง มือข้างหนึ่งของเธอ ดึงรั้งไว้ ใบหน้าฉายแววเศร้าโศกเคล้าน้ำตาแสดงถึงความรู้สึกผิดขณะผู้เป็นพี่ชายเอ่ยด้วยรอยยิ้มเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

"ท่านพี่" แม้เอื้อมหมายรั้งไว้อีกครั้ง แต่เขากลับลอยหายจากเธอไปท่ามกลางหิมะบริเวณประตูหน้าคฤหาสน์ ซึ่งก่อนหน้านั้น 1 อาทิตย์เป็นท่านพ่อของเธอกระทำอย่างเดียวกัน นั่นเป็นเหตุการณ์ในคืนหนึ่ง อันเป็นคืนของคฤหาสน์ตระกูลคาสเชล ซึ่งเคยเป็นครอบครัวพ่อ ลูกชาย ลูกสาวได้กลับย้อนมาใช้ชีวิตอย่างสงบสุข มีความสุข เป็นระยะเวลาราว 1 ปีจนเต็มอิ่ม

รัฐซิลเวีย 1 ตุลาคม ปีถัดมา...

"พี่ซิลวี่บอกพี่อีธานแล้วใช่ไหม ว่าเราจะไปโรงแรมกันเอง" สาววัย 21 ในชุดโค้ทยาวสีแดงหมุนตัวหันหลังมาถามบอดี้การ์ดสาวหรือพี่เลี้ยงคนสนิทขณะเดินอยู่บนฟุตบาทภายในรัฐซิลเวียเขต 1

"ค่ะ ท่านอีธานรับทราบแล้ว จึงขอตัวกลับเชคเวียเห็นว่าได้รับภารกิจเร่งด่วนค่ะ"

"โอเค งั้น... คนพูดกุมมือไว้ยังหน้าอกอย่างครุ่นคิด... แวะซื้อขนมก่อนกลับโรงแรมหน่อยดีกว่า" สายตาซุกซนมองไปรอบๆ พบว่ามีร้านขนม หรือ คาเฟ่กาแฟมากมาย จนดันไปสะดุดตากับร้านหนึ่ง Sweet Soft ชื่อร้านขนมเค้กและร้านกาแฟตั้งอยู่บริเวณริมถนน ตรงข้ามกับสวนสาธารณะติดแม่น้ำสายใหญ่

เนรา รู้สึกคุ้นเคยตั้งแต่เห็นหน้าร้าน ป้ายชื่อสีชมพูขาวตลอดจนภายในร้าน เธอเดินเข้าไปได้อย่างมั่นใจราวกับรู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน กลิ่นหอมอ่อนๆรอบกาย เป็นกลิ่นแปลกใหม่ไม่มีอาจหาผู้ใดเสมอเหมือน ยามมนุษย์ธรรมดาหรือมนุษย์พิเศษเดินผ่านพลันเหลียวกลับมามองเธอ สำหรับมนุษย์ธรรมดาอาจคิดไปว่าคงเป็นกลิ่นน้ำหอมระดับสูง ทว่ามนุษย์พิเศษอย่างหมาป่า จิ้งจอก เงือก หรือแม้แต่แวมไพร์ต่างตั้งข้อสงสัยว่าเป็นกลิ่นใด แม้จะมีกลิ่นเจ้าแห่งหมาป่าวนเวียนรอบกายไม่จางก็ตาม แต่กลิ่นหอมในลักษณะต่างออกไปนั้นยังเคล้าผสมอยู่ด้วย...

เนราเป็นแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ที่แตกต่างจากแวมไพร์ตนอื่น ไร้เขี้ยว ด้อยพละกำลัง แม้แต่กลิ่นเพื่อบ่งบอกความเป็นตัวตนแห่งแวมไพร์ มิอาจมีเฉกเช่นคนอื่นๆ นอกจากบิดาและพี่ชาย ผู้จะสามารถรู้ว่าเธอคือแวมไพร์ มีแต่สิ่งมีชีวิตพิเศษผู้ครองครองความพิเศษเหนือกว่าเท่านั้น นั่นคือการใช้ประสาททางจิตมองเข้าไปยังภายใน ถึงจะเห็นดวงจิตแท้จริงอันไหลเวียนอยู่ ซึ่งมีเพียงไม่กี่คน อย่างน้อยบรรดาหัวหน้าของแต่ละเผ่าพันธุ์ล่ะนะ

ชายอาวุโสผู้ยืนอยู่ส่วนเคาน์เตอร์ มองร่างหญิงสาวในชุดโค้ทสีแดง บุคคลที่เขาไม่ได้เห็นมาเหยียบปี เพราะปกติเธอมาเกือบทุกวันด้วยกันกับชายคนรักอย่างสเวน เขาสัมผัสได้ว่าหญิงสาวดูแปลกไป จะว่าผ่องราศีกว่าเก่าคงได้

"หมดนี่ค่ะ" เสียงใสพูดขึ้นพร้อมวางบัตรใส่ถาดขนมหลายชิ้นก่อนชี้เมนูน้ำเติมวิปครีมสูงๆเพิ่ม ชายอาวุโสยังคงมองหญิงสาวไปเรื่อย จัดขนมใส่กล่องไปด้วยขณะสาวรุ่นหลานเดินไปดูใบปลิวร้านอย่างสนใจ ซิลวี่ผู้ไม่ทราบว่าชายผู้นี้รู้จักนายตน จึงได้แต่จ้องท่าทีนั้น และทำให้เขาต้องหลุบตาลงทันที

"ได้แล้วค่ะ" ซิลวี่ส่งแก้วน้ำปั่นของเนราที่สั่งไว้ให้เจ้าตัวก่อน ส่วนตนกลับมารอขนมกำลังจัดใส่กล่อง ซึ่งระหว่างนั้นเนราขอตัวไปรอนอกร้านเพราะรู้สึกถึงสายตาหลายคู่จับจ้องมาอย่างไม่มีช่องส่วนตัว ทั้งที่ไม่รู้เลยว่าสายตาเหล่านั้นคือผู้คน ที่เคยเคารพตนในฐานะนายหญิง แต่ด้วยการหายไปของเธอโดยปริศนา ไม่มีการบอกเล่าเรื่องราวจากผู้ใดจึงทำให้พวกเขาต่างพากันสงสัยว่าทั้งคู่อาจจบชีวิตครอบครัวแล้วแยกย้ายกันไปแบบนั้นหรือเปล่า

สองเท้าหุ้มบูทยาวถึงน่องสีดำก้าวเดินอย่างมั่นใจไปจนถึงประตูร้าน ทว่ามือยังคงพัลวันกับแก้วน้ำและช้อนตักวิปครีมจึงหันหลังใช้เป็นฝ่ายเปิดประตูแทน ขณะกำลังดันเต็มแรงด้วยบานประตูแก้วชั่งหนัก คนข้างนอกผู้กำลังเข้ามาได้ใช้มือเปิดพอดี ทำให้ร่างหันหลังผลักประตูเคลื่อนพลาด แทบจะหงายลงไป โชคดีที่ฝ่ายคนข้างนอกรับร่างคนเผลอเหว๋อปล่อยแก้วน้ำตกกระจายไปกับพื้นไว้ทัน

สองสายตาสบกันอย่างอัตโนมัติ ทันใดหัวใจพลันระรัว ทั้งตกใจปนตื่นเต้น ชายผู้รับเธอไว้คือสเวน สามีผู้ไม่อยู่ในความทรงจำ นัยน์ตาสีดำเคลื่อนสำรวจแววตาคู่สีขุ่นเขียวอมเทา ใบหน้างามแบบบุรุษในเทพนิยาย หากไม่ใช่เธอคงมีหญิงจำนวนไม่น้อยตกหลุมพลางอันอดจะเหลียวมองแล้วมองอีกไม่ได้ เธอเหลือบไปเห็นรอยตำหนิบนใบหน้าหล่อเหลานั่น รอยแผลเป็นทางด้านขมับซ้ายเลยมาถึงดวงตาสามแถบ เจ้ารอยนั่นทำให้เธอรู้สึกแย่ขึ้นมาผิดปกติและถ้าจำไม่ผิด... "รอยแผลที่หน้าด้านซ้ายของเขามาจากการปกป้องภรรยาที่เขารักมากที่สุด"... เนราย้อนนึกถึงคำพูดของอีเมอร์สัน ชายผู้พี่เคยเล่าให้ฟัง ขณะที่สเวนเองก็ตกใจไม่น้อยยามได้สัมผัสร่างกายและกลิ่นแสนคุ้นเคย หญิงสาว ที่เขาเฝ้ารอเวลาเหมาะสมเพื่อได้พบอีกครั้ง

"ขอโทษค่ะ" เธอรีบกระเด้งตัวออกมาจากเขาพลางก้มหัวลงเล็กน้อย

"หันหลังเปิดประตู?... ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้มเหมือนไม่พอใจเล็กๆ... คนข้างนอกจะดึงเพื่อเปิด คนข้างในจะผลักเพื่อเปิดออก หากใช้หลังดันแบบนี้อาจทำให้พลาด... ชายหนุ่มคลุกเข่าลงไปด้านล่าง ไม่ใช่เก็บแก้วร่วงหล่นจนน้ำเปรอะพื้น แต่ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับสิ่งกระเซ็นติดช่วงกระโปรงหญิงสาว บริเวณเข่า และรองเท้าบูธ เวลานี้เนราตัวแข็ง เธอทำตัวไม่ถูก เพราะต่อให้ไร้ความทรงจำตลอดระยะเวลาราว 1 ปีที่ผ่านมา ก็ใช่ว่าเธอจะไม่ได้รับรู้เรื่องราว หรือไร้ความรู้สึกต่อเขาเลย เพราะความคิดถึงและอยากเจอมันดันตั้งอยู่บนข้อจำกัดมากมาย โดยเฉพาะบนสิ่งที่เรียกว่า ลืม คิดถึงทั้งๆยังไร้ความจำเรื่องเกี่ยวกับชายผู้นี้... ถ้าหัวฟาดพื้นไปจะเป็นยังไง" ร่างสูงยืนขึ้น จ้องไปยังดวงตาคู่สีดำของผู้เพิ่งได้สติ แถมยังเบนสายตาหลีกหนีเขาไป

"เอ่อ..."

"มาถึงนี่ตั้งแต่เมื่อไร" เขาเปลี่ยนมาถามคนหน้าซีดแทน คงตามอารมณ์เขาไม่ทันยามถูกดุก่อนหน้า ซึ่งคำถามเหมือนรู้อยู่ก่อนว่าเธอจะมา... แน่ล่ะ เพราะเขามาที่นี่ในวันนี้เพื่อมาซื้อขนมเค้กรสชาดโปรดของเธอ เขาพอคุ้นเคยว่าเธอชอบอะไร เพื่อต้อนรับเนรากลับมา หลังจากได้รับข้อความจากอีเมอร์สัน

"เมื่อเช้าค่ะ" เนรารู้สึกตัวเองรักษาภาพพจน์นิ่งๆต่อหน้าเขาไม่ได้นัก เหมือนไม่อยู่กับร่องกับรอย ราวกับหัวใจเธออยากจะออกโลดแล่นไปหาอีกฝ่ายเสียให้ได้

"ท่านเนรา..." ซิลวี่เรียกขึ้นพร้อมเดินออกมาจากร้าน แววตาเรียวคมสีน้ำตาลมองใบหน้าชายหนุ่มผู้ที่ตนไม่อยากให้นายผู้หญิงต้องมาเจอด้วยความแปลกใจ เหตุใดเขาถึงมาอยู่ตรงนี้ แถมดูท่าทางนายหญิงของตน ยังมีแววตาสดใสมากกว่าตอนมาถึงสีหน้าออกเขินอายตามประสาหญิงสาวยามมีความรู้สึกดีดีให้ชายผู้หนึ่ง

"เสร็จแล้วเหรอ"

"เรียบร้อยค่ะ ไปโรงแรมกันเลยไหมคะ ท่านจะได้พักผ่อนด้วย"

"ผมจะไปส่งเนราที่โรงแรมเอง ไหนๆเจอแล้วคงต้องขอคุยด้วยหน่อย"

"คงไม่ได้ค่ะ... ซิลวี่ค้านขึ้นทันควัน หากปล่อยไปให้ได้ใกล้ชิดหรือสนทนาอาจทำให้เนราได้ความทรงจำคืน แผนการที่เธออยากให้นายหญิงของตนอยู่กับนายผู้ชายตลอดไปเมื่อผ่านมาคงพังลงทันที เธอทั้งพยายามให้เนราถอดสร้อยเขี้ยวหมาป่าแก้วออกรวมถึงแหวนประดับอยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย ซึ่งไม่สัมฤทธิ์ผล หรือจะพูดจาว่าความต่อสเวน เจ้าแห่งหมาป่าผู้พาเนรามาเพราะดวงชะตาผูกจิตตั้งแต่ต้น ไม่ได้มีความรักความผูกพันดังท่านอีเมอร์สันคนรอคอยเนรามาด้วยความระทมทุกข์ เฝ้ามองอยู่ห่างๆมาโดยตลอด ซึ่งสิ่งที่ตนได้พูด เหมือนจะประสบผลสำเร็จเพราะเนราเกิดอาการลังเล แต่นั่นไม่ได้ทำให้เจ้าตัวเชื่อสนิทใจ ดังนั้นการดี คือหลีกเลี่ยงให้ทั้งคู่ได้พบกัน... คำสั่งท่านอีเมอร์สัน คือการพาท่านเนราไปยังโรงแรม"

"งั้นลองถามคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเธอเป็นไง..." เขาพูดขึ้นเมื่อเห็นแวมไพร์หนุ่มมือขวาของอีเมอร์สันปรากฏตัวอยู่หลังคู่หูสาว

"โลแกน นาย..." ซิลวี่หันกลับไปหาคู่หูตนผู้ไม่ได้พบหน้ากันกว่าหนึ่งสัปดาห์ เพราะชายหนุ่มต้องตามอีเมอร์สันมาซิลเวียก่อน

"เป็นคำสั่งของท่านเมอร์สัน จากวินาทีนี้ให้คุณสเวนจัดการ" เมื่อได้ยินแบบนั้นซิลวี่จึงต้องก้มหน้ารับคำสั่งของอีเมอร์สัน แม้จะไม่สามารถเดาทางข้างหน้าที่อีเมอร์สันวางหมากไว้ได้แต่เธอไม่ต้องการให้เนรากลับไปอยู่กับเจ้าแห่งหมาป่าผู้นี้ ทางด้านเนราไม่สามารถสรุปความรู้สึกตนเองได้ ก่อนกลับมาอีเมอร์สันได้ลั่นคำถามแสนอึดอัดไว้กับตน

"ทำไมล่ะคะท่านพี่ เนอยู่ทรานซิลเวเนีย เราอยู่ด้วยกันที่นี่ก็มีความสุขดี"

"ความสุข? งั้นพิสูจน์สิ... ฝ่ามือใหญ่เอื้อมลงมาจับปลายคางหญิงสาวเบาๆก่อนยื่นหน้ามาประชิดปลายจมูก... ถ้าการ กลับไปซิลเวียครั้งนี้ ไม่ได้ทำให้เนรู้สึกว่าได้รับบางสิ่งกลับคืน พี่จะยอมทำตามที่เธอพูด"

"ตามมาสิ " สเวนพูดขึ้นเมื่อตนเดินไปได้สองสามก้าว ขณะหญิงสาวยังยืนทำหน้าครุ่นคิดบางเรื่อง เนรายามได้สติคิดว่าการเรียกเธอนั้นชั่งเป็นน้ำเสียงขัดหู เหมือนว่าตนจะต้องเป็นคนทำตาม เธอไม่รู้ว่าเนราก่อนหน้าเป็นเช่นไรแต่ตอนนี้...

"ฉันของเลือกสถานที่ที่จะไปสนทนาเองค่ะ" พูดจบหญิงสาวพลันหันเดินออกไปอีกทางทันที สเวนระบายลมหายใจเล็กน้อย ทั้งอยากจะพูดออกไป ให้เจ้าตัวทำตามคำสั่งแล้วเดินมา แต่ยากยิ่ง มีบางอย่างกดอำนาจเขาไว้ให้ต้องน้อมรับคำบัญชา

อำนาจแห่งผู้เป็นภรรยาชั่งยากต่อกร เขาไม่รู้ว่าสเวนคนก่อนตามใจเนราแค่ไหน เพราะตอนนี้เขายังรู้สึกขัดกับการต้องตามเธอไปโดยไม่มีทีท่าว่าหญิงสาวจะหยุดลง สองเท้าของเธอจ้ำอ้าวเหมือนไร้จุดหมายโดยมีเขาเดินตามหลัง ยิ่งสเวนไม่มีปากเสียงและเดินตามอย่างสยบยอมเธอรู้สึกยิ่งสนุกเมื่อได้แกล้ง หลักฐานคือสีหน้าอมยิ้มปนหัวเราะตลอดทางเมื่อปรายหางตามองร่างสูงเดินตามอย่างไม่เว้นระยะห่าง

"ร้านซ้ายมือขึ้นชื่อเรื่องไอติมนมสดแท้ทำใหม่ และวอฟเฟิลกรอบ... คำเชิญชวนพูดขึ้นมาลอยๆ แต่กับคนฟังนี่หูผึ่ง พลันเท้าได้หยุดเดินมองร้านคาเฟ่ขนาดกลางติดถนนในซอยซ้ายมือ ขนมหวานเป็นของโปรดของเธออยู่แล้ว ยิ่งได้ยินคำยืนยันจากคนในพื้นที่ยิ่งกระตุ้นความอยาก ไม่รอช้าเธอปรี่เข้าไปหาเบาะนั่งทันทีโดยเลือกมุมในสุด ขณะเดียวกันสเวนเผลอกระตุกยิ้มอย่างไม่รู้ตัวพลางส่ายหน้าก่อนเดินตามเข้ามา เขารู้ว่าหญิงสาวแกล้งเขา เพราะเขาดันไปออกคำสั่งกับน้องสาวของชายผู้เป็นนายเหนือแห่งแวมไพร์... ช็อคโกแลตฟองดู นมชีสฟองดู ช็อคโกแลตขาว ชาเขียว มีหลายเมนูอยากได้แบบไหน" ชายหนุ่มพูดขึ้นโดยยังไม่ได้ใบรายการจากพนักงาน เขารู้ได้เพราะการเดินสำรวจทำความรู้จักกับลักษณะร้าน เมนู ตลอดจนความชื่นชอบหรือระดับของแต่ละร้านไว้ครบแล้วในตลอดระยะเวลาแยกจากกับเธอ ด้วยคำบอกเล่าจากโครว์และเคธี่ถึงหนึ่งในความชอบของเนรา ฉะนั้นเขาคนก่อนซึ่งอยู่กับป่าเป็นส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้าเมือง และไม่ชอบความเป็นเมือง แม้จะพาเนราเข้าเมืองมาได้ไม่กี่เดือน

แต่ก่อนหลังจากได้เนราคืนกลับ ก่อนที่ความทรงจำของเขาจะเริ่มต้นกลับคืนหลังจากได้เนรามาไว้กับตัวอย่างสมบูรณ์ เขาควรเรียนรู้ในโลกที่เนราเป็นตั้งแต่ต้น โลกของเนราที่ใช้อาศัยมาตลอดสิบกว่าปีก่อนก่อนพบเจอเขา

"เนสั่งหมดได้ไหมคะ แต่เอาแบบถ้วยเล็กๆพออยากกินหลายรสชาด" สเวนชูมือขึ้นพอระดับหัวของเขาหลังรับความต้องการ เขาสั่งไอศกรีมนมสด 5 ลูกก่อนตามด้วยฟองดูทุกรสชาดที่ทางร้านมี และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือวอฟเฟิลกรอบเนยสด ส่วนผลไม้ให้ทางร้านจัดมาอย่างที่ควร

"คุณ ไม่สั่งเหรอ"

"ผมเป็นหมาป่า เนื้อคงดีที่สุดสำหรับเรา" เนราทำหน้านึกได้ว่าคนพวกนี้ไม่ค่อยชอบของหวาน ผลไม้หรือผักสักเท่าไรก่อนจะสะดุ้งขึ้นเมื่อเพิ่งนึกออกว่าตัวเองดันหลงคำเชิญชวนของชายหนุ่มเข้ามานั่งในร้านเสียได้ อาการนั้นทำให้สเวนมองเธอด้วยรอยยิ้มมีเลศนัยราวกับกำลังบอกว่า เธอตกหลุมกับดักของเขาเสียแล้ว

"แล้วคุณมีอะไรจะคุยเหรอคะ"

"คำถามนั่นคงเจ็บน่าดูถ้าผมความจำไม่ได้เสื่อม... ในขณะเหมือนโดนตอกกลับเนรามีความสงสัยขึ้น ความจำเสื่อม? ที่เขาว่าคืออะไร อีกฝ่ายเมื่อเห็นเธอสงสัยเขาจึงเริ่มบทสนทนาต่อ... วันที่เธอไปจากซิลเวีย ผมคงวิ่งตามรถเธอไปจนมีรถสวนมาทำให้พลาดตกเขา... ความเป็นห่วงเกิดขึ้นในใจผู้ฟังขึ้นมาทันที พร้อมคำถามดังว่าทำไมเธอ ถึงเป็นห่วงเขาและรู้สึกผิดเมื่อตนเป็นต้นเหตุ... อุบัติเหตุวันนั้นทำให้ผมจำเธอไม่ได้"

"สรุปว่าเราทั้งคู่จำกันไม่ได้" ทำไมเธอถึงหวั่น ทำไมถึงรู้สึกแย่ยามรู้ว่าสเวนจำเธอไม่ได้แล้ว

"คงเป็นแบบนั้น"

"หลังจากผมฟื้นจากอาการบาดเจ็บปางตายใต้เขานั่น และได้ยินชื่อของเธอจากโครว์และเคธ มันมีทั้งความเจ็บปวด จนไม่อยากได้ยิน ขณะเดียวกันกลับโหยหาจนแทบคลั่ง พอได้กลับไปโรงแรมหรือที่บ้านสวนบนเนินเขา ผมพบกับสิ่งของมากมายเป็นหลักฐานความทรงจำ ในตอนแรกพยายามผลักออกไป หากเธอเป็นต้นเหตุความเจ็บปวดแค่ผมยอมจำอะไรไม่ได้ไปตลอดแล้วปล่อยให้เธออยู่กับพี่ชายผู้ดูแลปกป้องเธอได้ คงไม่มีอะไรที่จะเป็นบ่วง..." คนฟังได้แต่ก้มหน้า เธอยังจำวันที่แสดงอาการกลัวพร้อมระแวงเขาได้ รวมถึงกล่าวหาว่าชายหนุ่มกล่าว ไร้สาระ นำเรื่องสามีภรรยามารั้งเพราะจะพาตัวเธอไปจากพี่ชายไว้ หลังจากไปอยู่ทรานซิลเวเนียได้หกเดือน เพื่อฝึกการควบคุมอารมณ์พลังแฝงเร้นในตัวเธอ และปรับความสมดุลจิตแวมไพร์ที่ถูกทำให้ตื่นหลังจากผนึกไว้ให้สงบรวมเป็นหนึ่งเดียวกับจิตอีกครึ่งที่เธอใช้มันมาสิบกว่าปี ตอนนั้นอีเมอร์สันพอจะเล่าเรื่องราวตัวเธอยามอยู่กับครอบครัวสเวนคร่าวๆให้ฟังบ้าง แม้จะไม่ละเอียดด้วยพี่ชายตนไม่ได้ไปใช้ชีวิตร่วม แต่คำตอบนั่น เพียงพอทำให้เธอรู้ว่าพวกเขารักและดูแลเธอดีขนาดไหน...

" ถึงจะอยากกลับไปตอนนี้พี่คงต้องปฏิเสธ... เสียงอีเมอร์สันพูดขึ้นเมื่อมักเห็นน้องสาวชอบออกมานั่งกุมจี้เขี้ยวแก้วหมาป่าพลางขบคิดบางอย่าง เหมือนกำลังตามหาความทรงจำที่หายไป ซึ่งในบางขณะยังเห็นเนราแอบร้องไห้ออกมาโดยเจ้าตัวก็ไม่รู้ตัว... จนกว่าเธอจะควบคุมพลังของตนเองได้ โดยเฉพาะจิตแวมไพร์นั่น ไม่เช่นนั้นสิ่งที่เธอครอบครองอยู่จะทำลายคนรอบข้าง โดยเฉพาะสเวน ในตอนนี้หากพลั้งมืออาจไม่ได้คิดเสียใจ แต่เมื่อใดที่ได้ความทรงจำคืน เธอเจ็บปวดที่ทำร้ายเขา"

ในตอนนั้นเนราได้แต่ตอบปัดปฏิเสธว่าตนไม่ได้ต้องการไปตามหาความทรงจำหรือนึกถึงชายชื่อสเวน ขอแค่ตนได้อยู่กับอีเมอร์สันและผู้เป็นบิดานั้นเพียงพอ เธอไม่ต้องการความทรงจำนั้นคืน หากทำให้เธอต้องแยกจากอีเมอร์สันอีก ซึ่งผู้เป็นพี่ชายรู้ดีว่าเธอกำลังต่อต้านความรู้สึกที่เนรากดทับเอาไว้หลังจากตื่นขึ้นตามสายเลือดแท้จริง จริงอยู่ว่าเนราต้องการเขาแต่ใช่ว่าจะไม่ต้องการสเวน มันเป็นความรักที่แตกต่างกันคนละแบบเลย...

"แต่ทำไม่ได้ พอได้เห็นรูปถ่าย ข้าวของ กลิ่นเธอที่ยังคงวนเวียน มันทำให้ผมรู้จักที่จะอดทนรอ อีเมอร์สันบอกเหตุผล ที่ผมไม่สามารถเข้าใกล้เธอได้ในเวลานั้น ผมจำนนเพื่อความปลอดภัยของตัวเธอ เพื่อให้เนได้ฝึกการควบคุมตามที่พี่ชายเธอกล่าวมา โชคดีที่ผมจำอะไรไม่ได้ ไม่เช่นนั้นคงทำใจลำบาก..."

"ที่จะไม่ไปพบฉันเหรอคะ" เธอถามขึ้นเพื่อความแน่ใจ เท่าที่จำได้ชายเจ้าของดวงตาสีเขียวอมเทาผู้เข้ามากอดเธอในตอนนั้น ชั่งเปี่ยมไปด้วยความโหยหา ทั้งยังต้องการชิงตัวเธอกลับอย่างเต็มหัวใจ ไม่ว่าจะสีหน้า ท่าทางหรืออารมณ์ส่งผ่านอ้อมแขน โดยเฉพาะแววตาโศกเศร้า ยามเธอปัดป้องแสดงท่าทางโกรธเคืองเพราะจำไม่ได้ว่าเขาคือใคร นั่นเป็นแววตาราวกับคนพร้อมจะลาจากโลกนี้ไปทันที ต่างกับตอนนี้เขาดูสุภาพ นิ่ง สุขุม ดูใจเย็น ทั้งที่เคยคิดว่าเจ้าตัวนั้นพร้อมแย่งเธอไปจากอีเมอร์สัน หากเว้นช่องว่างให้เขาได้ทำล่ะก็ สำคัญกว่านั้นตอนนี้ ยังพยายามเว้นระยะห่างจากเธอไว้ เหมือนว่าจงใจจะทำอย่างนั้นเสียด้วยซ้ำหรือเป็นเพราะหากอยู่ใกล้เกินจะทำให้เขาอดที่จะสัมผัสเธอไม่ได้กันแน่... แล้วนี่เธอคิดเช่นนั้นในใจเพราะอะไรเรียกร้องให้เขาทำตามใจ หรือเปล่านะ

"โครว์กับเคธบอกผมว่าสเวนคนก่อนนั้นรักเนรามาก... พอได้ยินคำว่ารักเธออดเขินไม่ได้อีกแล้ว... เขาวางแผนหยุดการเรียนปี 4 เทอมสองเพื่อไปเฝ้าดูแลเธออยู่ห่างๆที่ทรานซิลเวเนีย รอให้เนราร่างกายสมบูรณ์พร้อมที่รับการฟื้นฟูความทรงจำ ไม่ว่าเนราจะผลักไสไล่ส่ง ไม่อยากพบหน้าก็ตาม ขอเพียงเขาได้เห็นหน้าเธอ... การพูดไล่ตั้งแต่ประโยคกลางๆมา แววตา สีหน้าชายหนุ่มเปลี่ยนไป เขามีรอยยิ้มเล็กๆเหมือนกับกำลังภูมิใจเมื่อตนเป็นเช่นนั้น ขณะเดียวกันแปลกใจ รู้สีกขัดกับภาพพจน์หรือตัวตนที่แสนอ่อนแอของตนเองไปด้วย... ผมจำไม่ได้ว่าเป็นคนแบบนั้น ยอมจะสละสังคมหมาป่าทางนี้ หรือละทิ้งหน้าที่ประจำถิ่นของเผ่าพันธุ์ แต่มันไม่ผิดนัก แม้ความทรงจำจะหายไป แต่ความรู้สึกไม่ได้เลือนลางเลยแม้แต่น้อย"

เขากำลังบอกเธอว่าแม้ความจำจะหายไป แต่ความรู้สึกรักในตัวเธอยังอยู่แบบนั้นหรือเปล่า เนราตั้งคำถามก่อนหลุบตาต่ำอีกครั้งเมื่อไม่อาจทนทานต่อสายตาเยิ้มมองเธออย่างถวิลหาได้นานๆ เพราะยิ่งสบดวงตาคู่นั้น ความรู้สึกอาจออกมาทางปากเป็นแน่ ใช่ ตัวเธอจำเขาไม่ได้แต่ความรู้สึกไม่ได้หาย เธอเองยังอยากพบเขาอยู่ลึกๆ และเฝ้าคำนึงในบางครั้งขณะปล่อยตัวเองคนเดียวภายในสวนดอกกุหลาบพิเศษที่อีเมอร์สันปลูกไว้เพื่อเธอ อดคิดไม่ได้ว่าชายคนมาป่าวประกาศเป็นสามีคงมาเยี่ยมเธอบ้าง ความรักอันแรงกล้าที่ส่งมายังดวงใจ คงไม่อาจทำให้เขาอยู่นิ่งหรือนอนดูดายกับที่ แต่ผิดคาด สเวนไม่มา แต่เพียงเหตุผลเมื่อครู่ความรู้สึกที่แปลว่าน้อยใจกลับมลายสูญสิ้นลงทันตา

"เราน้อยใจที่เขาไม่มาหาทั้งที่ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเขา ทุเรศจริงๆ ในเมื่อไม่มีภาพร่วมกัน เราจะไปมีสิทธิ์โกรธหรือน้อยใจเขาได้ยังไงเนรา" เธอได้แต่นั่งพึมพำในใจ แม้ขนมหวานจะมาเสิรฟ์ แต่ไม่ได้สร้างความชื่นชมนักขณะรับประทาน

เนราไม่รู้ว่าควรทำเช่นไร ควรดีใจเมื่อได้พบ หรือเสียใจเพราะหากพบแล้ว คนตรงหน้าอาจทำให้ตนและอีเมอร์สันต้องแยกจากกัน แต่ถึงอย่างนั้นดวงใจเจ้ากรรมกลับเหมือนได้เติมเต็ม ชายผู้นี้คือสิ่งที่เธอกำลังปิดตายไว้ในห้วงลึกของจิตใต้สำนึกแบบเดียวกับตัวตนของอีเมอร์สัน ที่เคยถูกกดทับเอาไว้ เธอเชื่อว่าสเวนคงได้ความทรงจำคืนกลับในอีกไม่นาน เพราะเขาอยู่ซิลเวียตลอดซ้ำยังมีหลักฐานชิ้นสำคัญช่วยเหลือในเรื่องการฟื้นคืนความจำ แต่กับเธอผู้เอาแต่นั่งนึกกุมสร้อยคอกุมแหวนแต่งงานไม่ยอมถอดแม้พยายามจะถอนมันเกือบหลุดแต่สุดท้ายกลับรีบถดถอยเข้ายังจุดเดิมอย่างรวดเร็วกลัวว่ามันจะหายไป เธอมีตัวช่วยเพียงได้แค่นึกอย่างล่องลอย หากสเวนจำได้ก่อนเขาคงต้องเจ็บปวดใจอย่างมากเป็นแน่...

18.00 น. โรงแรมเครือตระกูลคาสเชล

"ถึงจะอยู่ด้วยกันทั้งวัน แต่ไม่มีอะไรที่เราสื่อสารกันนอกจากความเงียบ พูดง่ายๆคือไม่มีอะไรคืบหน้าหลังจบจากร้านขนมไอศกรีมนมสดและวอฟเฟิลกรอบขึ้นชื่อนั่น เขาเหมือนจะแนะนำร้านทุกร้านตามตรอกซอยยามฉันเดิน เขาเดินตามฉันโดยเว้นระยะ่ห่างสองแขน แต่ก็เฝ้ามองทุกการย่างก้าวราวกับกลัวว่าฉันจะบาดเจ็บ สำหรับคนอื่นในฐานะคนที่ไ่ม่ได้พบกันเกือบปี และไร้ความทรงจำต่อกัน ที่สำคัญยังมีสถานะฉันท์สามีภรรยา มาบรรจบพบคงเป็นเรื่องแปลกและการสนทนาอาจไม่ได้ราบรื่น หรือจบตั้งแต่หน้าประตูร้านขนมหวาน Sweet Soft ซึ่งฉันมารู้ทีหลังจากสเวน ว่าเป็นร้านประจำที่ฉันมักให้เขานั่งรอเวลาฉันไปเที่ยวกับเพื่อน อ่า ฉันทำให้เจ้าแห่งหมาป่านั่งรองั้นเหรอ? เนราคนเก่าร้ายขนาดนั้นเลยหรือไงนะ... แต่ว่า ฉันกลับรู้สึกมันเป็นเรื่องธรรมดา ที่สุดๆของความธรรมดา การสนทนากันหรือเดินไปด้วยกันมันปกติ แม้ไร้ซึ่งเสียง คำพูด ไม่มีแม้ความทรงจำใดๆ แต่ทุกย่างก้าวของเราทั้งคู่มันคือภาพของคู่รักมาเดินเล่นในวันว่าง และอบอุ่นท่ามกลางหิมะรวยรินอย่างแผ่วเบาเท่านั้น..."

"ผมอยู่ชั้นล่าง มีอะไรโทรเรียก... ชายหนุ่มชี้นิ้วไปยังแผ่นกระดาษบนกล่องโดนัทที่เขาซื้อไว้ให้เธอ... ไม่สิ หากตกอยู่ในอันตรายผมจะมาช่วยทันที" เนราหันหลังกลับตามเสียงเอ่ยขึ้นจากด้านหลังเมื่อเดินมาจนสุดทางริมประตูห้องพักของอีเมอร์สันหญิงสาวคิดว่าคำบอกกล่าวของอีกฝ่าย ชั่งแปลกโรงแรมนี้เป็นของพี่ชายเธอมีใครจะกล้ามาทำเรื่องร้ายๆงั้นเหรอ คงเป็นไปไม่ได้

"ขอบคุณที่สละเวลาพาเดินเที่ยวค่ะ" เธอก้มโค้งเล็กน้อยก่อนหันหลังพร้อมจะกดกริ่งเพื่อให้ซิลวี่เปิดประตูรับ

"ผมรักเธอนะเนรา... คำพูดนั่นถูกเอ่ยเบาๆ ทั้งที่ร่างสูงก้าวพ้นตัวเธอไปได้สี่ห้าก้าวแล้ว แต่กลับชัด มันชัดเจนในจิตใจล้ำลึกไปสู่จิตวิญญาณกำลังวิ่งเต้นเหมือนถูกไขปริศนา... ถึงจะจำไม่ได้ แม้ภาพของเราทั้งคู่จะเลือนลาง แต่จิตวิญญาณของผมต่างเรียกร้องแต่ชื่อ กลิ่น สัมผัส พยายามบอกให้รู้ว่าผมรักใครอยู่เสมอ เธอเป็นเดียวในโลก เป็นเจ้าชีวิตและนายเหนือของจิตใจ... มือบางสั่นชะงักคากริ่งก่อนดึงกลับมาไว้ข้างตัวพลางกำแน่น ไม่ หากกดตอนนี้ ซิลวี่โผล่มาเธออาจอยู่กับเขาได้น้อย ตอนนี้เนราไม่ได้แม้แต่จะหันไปมองชายผู้หันหลังกลับมาพูดกับเธอ... ผมอยากให้เธอรู้ไว้ว่าจะไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าเธอจะเฉยชากับผมแค่ไหนก็ตาม ฝันดี เนรา" สิ้นประโยคนั่นร่างของเธอหลั่งน้ำตาทันที พลันหันกลับไปหาเจ้าของประโยคที่พยายามเอ่ยอย่างละเมมียดละไม ซึ่งขณะเดียวกัน สเวนได้หันหลังกลับด้วยรอยยิ้มหลังจากได้ปลดปล่อยสิ่งอัดอั้น เขาไม่คิดว่าเธอจะหันกลับมาเสียด้วยซ้ำ คงจะกดกริ่งเพื่อพาตัวเองเข้าไปในห้อง

มือบางยื่นแขนราวกับต้องการไขว่คว้าร่างนั้นไว้ ร่างกายขยับตามจิตวิญญาณผูกพัน ขณะสมองส่วนความทรงจำกลับลางเลือน มีแต่ความรู้สึกหลงเหลือ ทำให้เธอเจ็บปวดตนต้องกุมหน้าอกสะอื้นราวกับคนหายใจไม่ออก

"ผมรักเธอเนรา... ผมรักเธอ... ผมรักเธอมากกว่าใคร... เธอเป็นสิ่งสำคัญเพียงคนเดียวในโลกนี้..." ภาพในจิตใต้สำนึกวับไปแวบมาในหลายๆสถานที่ ใบหน้ายิ้มหวานของชายหนุ่มกำลังพร่ำบอกรักอย่างไม่รู้จบ ไม่ว่าจะในห้องดูจะเป็นบ้านไม้ ป่า ภูเขา หรือโรงแรม ราวกับคำพูดนั้นถูกพร่ำย้ำเตือนอยู่เสมอ ร่างหอบเหนื่อยคุกเข่าหน้าประตูค่อยๆลูบใบหน้าเปรอะน้ำตาตนเองก่อนกดกริ่งเรียกคนข้างใน

"ท่านพี่ล่ะ" คำถามแรกหลังจากเธอถอดโค้ทสีแดงที่สวมออกส่งให้ซิลวี่ผู้เป็นพี่เลี้ยง

"ท่านบอกว่าวันนี้จะไม่กลับค่ะ เห็นว่ามีงานที่เชคเวีย"

"เวลา?" ทำหน้าได้เพราะบางทีเธออาจจะบอกว่าอาจพบกันในวันที่เธอมาถึงเจลเวีย

"ค่ะ"

"แปลกแล้วทำไมถึงส่งพี่โลแกนมาเรื่อยๆล่ะคะพี่ซิลวี่"

"ท่านอยากให้แกนมาช่วยดูแลท่านเนรา เบาค่ะ... อย่าลืมเกาท้ายทอยซอฟต์แวร์ดังกล่าวตัวโซฟาโดยขายังทิ้งพวงกุญแจไว้นึกถึงความรู้สึกน้อยที่กลับมาไม่เห็นอีเมอร์สัน... ต้องทำงานหนักและต้องเตรียมเนื้อหาให้อาบดีไหม"

"ไม่ใช่หรอกค่ะ" เธอปรากฏตัวขึ้นเพื่อแสดงว่าอยากเตรียมทุกอย่างเองและสามารถดูดซึมน้ำที่อาบหรือใส่นอนเพราะตั้งแต่ไปอยู่ทรานซิลเวเนียก็สามารถเพิ่มตุ๊กตาได้แต่คนคอยควบคุมแจงทุกอย่างอย่างครอบคลุมอย่างครบถ้วนและรองรับสิ่งที่เธอจะเป็นพอ

"ท่านเนรา... คนกำลังบิดตัวการ์ตูนเดินสวนชะงักพร้อมเอียงข้างมองหาคนเรียก... ท่านยังอยากใช้ชีวิตอยู่กับท่านเมอร์สันอย่างที่เคยพูดและคะ... อาจเป็นไปได้ว่าทำให้เนราแน่นิ่งยังคงเป็นเพราะจี้จุดหรืออะไรแต่คือคนถามคือซิลวี่...

ซิลวี่เคยฟังเธอถอดสร้อยเขี้ยวหมาป่าแก้วมังกรพร้อมแหวนแต่งงานออกด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับพาตัวเนราแยกจากอีเมอร์สันไปแพลตฟอร์มเนราตัดสินใจดึงสร้อยให้ขาดจากคอด้วยซ้ำท... แต่นั่นไม่ได้ทำให้เนราสามารถถอดส่วนนั้นออกจากคอได้อีกครั้ง

"เรื่องนั้นไม่มีวันเปลี่ยนแปลงได้นั่นเองค่ะ แต่อย่างไรก็ตามเนว่ามันไม่เกี่ยวกับเรื่องของสถึงแม้ว่าจะจำเอาไว้ว่าเป็นความรักที่มีประธานจะเปลี่ยนหรือน้อยลง" เท้าก้าวเข้าสู่ห้องด้วยตนเองก่อนค่อย ๆ วางตัวลงไปที่นุ่มนวลต่อร่างกายรวมถึงผืนผ้ายังไร้การเสียดสีกับผิวและปล่อยทิ้งไว้ยกเกย์บิดทิศทางเดินกับแนวคิดของความคิดในหัว

“ท่านเมอร์สันยิ้มอย่างมีความสุขเช่นนี้เป็นของคุณเนราเท่านั้นนะคะ”

"ท่านอ๋อส่งลงกว่าแต่ก่อนมากผมว่าคงเป็นท่านเนรากลับมา"

"ถ้าคุณเนราอยากอยู่กับท่านเมอร์สันที่เลิกคิดถึงความทรงจำที่หายไปและได้รับความแน่นอนจริงๆค่ะ เริ่มต้นแค่ชายที่พาคุณไปอยู่ด้วยตามสัญชาตญาณเขาจะกลายเป็นรักอย่างหนึ่งที่เมอร์สันรักคุณพบกับท่านที่ผู้ชายรอคอยอยู่ตลอดด้วยความสูญเสียและความทรมานอยากจะหาแต่ทำได้แค่มอง"

แผ่นเสียงบอกของซิลวี่ดังในหัวแม้จ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 11 King และ Queen ของอีเมอร์สัน

    เนรา หญิงสาวผู้ขึ้นชื่อสามีแสนหวงยิ่งกว่าสิ่งใดรีบดิ่งมาจากโรงแรมซึ่งเพิ่งสนทนากับสวอนน่าเสร็จแบบไม่สุด เพื่อกลับไปยังโรงแรมเครือของตระกูลที่อีเมอร์สันเป็นคนดูแล เนื่องจากกลัวว่าสเวนจะมาถึงก่อนด้วยตนไม่ได้บอกว่าจะออกมาข้างนอก เพราะคำสั่งอีกฝ่ายห้ามปรามไว้ แต่โครว์ยังใจดีปล่อยตนมาซ้ำเคธี่ยังคอยตามดูแล ตนจะให้สองสามีภรรยาผู้เป็นเสมือนพี่ชายพี่สาวแท้ๆมารับโทษผิดแทนไม่ได้"ดีนะคะที่พวกเราไม่ได้ไปกันไกล 20 นาทีก็มาถึงแล้ว""นั่นสิ ไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวพี่จะอุ่นของไว้เผื่อสเวนกับโครว์กลับมาพร้อมกันจะได้ทานข้าว""ฝากด้วยนะคะ" คนถือของเต็มมือรีบเดินกลับหายเข้าไปในห้องโดยไม่ได้เหลือบมองชั้นรองเท้าให้ดีว่ามีบางคนกลับมาแล้วขณะเดียวกันโครว์ซึ่งเดินออกมาจากทางเข้าห้องนอนของตนและภรรยา เห็นเนราวิ่งกลับเข้าห้องไปอย่างเร็วยิ้มกรุ้มกริ่มใส่ภรรยาอย่างรู้สึกสนุกเมื่อเห็นเนราซึ่งดูแก่นแก้วปากบอกไม่กลัวสเวนจะดุ แต่ดันรีบมายิ่งกว่าความเร็วของจรวด"เนราเห็นสเวนในห้อง หัวใจวายขึ้นมาจะทำยังไง""ทำไงได้ หมอนั่นขอมาแล้วจะทำเป็นลืมเรื่องปล่อยเนราออกไปเที่ยวน่ะสิ" คนตอบพูดติดขำในลำคออย่างนึกสภาพสาวรุ่นน้องได

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 10 ตระกูลคาร์เดียลี่สืบสายมาจากตระกูลควอตซ์

    หมู่บ้านหมาป่า รัฐซิลเวีย เขต 3 พื้นที่ใกล้อุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช12.00 น.สมาชิกภายในหมู่บ้านรีบเดินเข้ามาต้อนรับสายเลือดแท้ไดร์วูลฟ์ที่เป็นนายเหนืออีกคนอย่างโครว์ พลางแปลกใจด้วยเจ้าตัวเข้ามาโดยไม่มีการนัดแนะหรือบอกกล่าวทั้งที่ปกติิจะมีการแจ้งล่วงหน้า"นาย สวัสดีครับ จะมาไม่เห็นแจ้งก่อนพวกเราเลยไม่ได้เตรียม...""ฉันมาคนเดียว แค่มาคุยธุระกับท่านเนซา" เขาสวนขึ้นก่อนคนข้างหน้าจะพูดเรื่องการเตรียมตัวต้อนรับเขา ทั้งที่มันไม่ได้จำเป็นพร้อมเดินผ่านกลุ่มคนทั้งสามออกอาการจะถามมากกว่านั้น"ท่านสเวน เอ่อ...""สเวนติดงาน คงไม่ได้มาที่นี่อีกนาน พวกนายมีอะไรหรือเปล่า" คำถามของโครว์เปี่ยมไปด้วยแววตาหยั่งรู้ความคิดของคนด้านหลัง เรื่องที่ยังคงเป็นประเด็นตั้งแต่เนราตื่นขึ้นเป็นแวมไพร์ แม้ยังไม่เป็นสิ่งรับรู้โดยกว้างขวางแต่ในหมู่บ้านกับกลายสิ่งนั่งซุบซิบความเป็นไปได้ของการเข้ามาอยู่ในฐานะนายหญิงเสียแล้ว"เปล่าครับท่าน""ถ้าสงสัยเรื่องนายหญิงเนรา... เสียงเข้มพูดผ่านแผ่นหลังปนน้ำเสียงตำหนิตักเตือนอีกฝ่ายถึงสิ่งไม่สมควร ต่อการระแวงและคลางแคลงใจในฐานะที่เนราคือภรรยาสเวน เจ้าแห่งหมาป่า... ไม่มีอะไรเปลี่

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 9 Hunter หนุ่มผู้ได้รับการเกิดใหม่

    25 ตุลาคม..."จะว่าไปวันเกิดสเวนผ่านมาตั้ง 5 วันแล้ว เป็นเพราะวันนั้นเกิดเรื่องแผนที่เตรียมไว้เลยเสียหมด... 8oบ่นพึมพำขณะกำลังตุ๋นเนื้อภายในห้องพักคอนโด นึกถึงวันที่ตนเกือบใช้พลังทำร้ายแวนอีกครั้ง แม้จะได้ยินว่าชายหนุ่มปลอดภัยแต่เธอยังไม่ได้เจอเขาพอๆกับยังไม่พบสเวนนอกจากเสียงปลายสายบอกว่าติดธุระ แถมเพื่อนสาวอย่างมีนาที่กลับมาลงตัวกันได้ไม่นานก็ไม่มาเรียนตั้งแต่หลังเกิดเรื่องระหว่างเธอกับแวน ประกอบกับไม่มีใครเล่าให้เธอฟังหลังจากสลบไป ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือไม่... มันน่าสงสัยจริงๆ... มือบางกำลังหั่นเครื่องเคียงเพิ่มนั้นสับเสียเจ้ากระเทียมไม่เป็นชิ้นจนป่นอย่างหงุดหงิดในใจ... พี่โครว์กับพี่เคธก็ได้แต่บอกว่าสเวนจะกลับมาเล่าเองเพราะเขาอยู่ในเหตุการณ์ก่อนทั้งสองจะไปถึง ใช่เหรอ... พลางคิดถึงชั่วขณะถามคำถาม เพราะโครว์และเคธี่ดูมีพิรุธซ้ำไม่ตอบในทันที ราวกับกำลังเลือกคำตอบในหัว... กลับมานะน่าดู""ว้าว หอมจัง... เคธี่เดินออกมาทั้งชุดนอนพลางมวยผมยาวๆขึ้น เข้ามากอดไหล่คนกำลังทำกับข้าว... เมนูวันนี้อะไรเหรอ กลิ่นมันหอมกว่าปกตินะ""มีเนื้อหมู แล้วก็เนื้อวัวตุ๋นน้ำแดงค่ะ เนใส่พวกสมุนไพรลงไปเคี่ยวกับน้ำด้

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 8 แวนผู้ได้รับการเปลี่ยน

    ห้องใต้ดินลับแห่งหนึ่ง"แววตาใช้ได้เลยนี่ คุณ Hunter ไม่สิ ตอนนี้กลายเป็นผู้ติดเชื้อที่กำลังจะกลายพันธุ์ไปแล้ว... สเวนยืนพิงหลังติดกับกำแพงหินภายในห้องใต้ดินลับ แววตาคู่สีเย้ายวนทรงเสน่ห์หาได้ยากไม่ได้แสดงอารมณ์ใดจับจ้องไปยังร่างซึ่งตกอยู่ในอาการโวยวาย ร้องทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด ทว่าถูกตรึงด้วยโซ่เล็กหนักและหนา ทำให้อาการของร่างที่กำลังถูกพิษบางอย่างกัดกินดีดดิ้นอยู่บริเวณผนังหนึ่งเท่านั้น... การกลายสภาพระดับกึ่งตัวตนหมาป่าและร่างมนุษย์อันเกิดจากอาการผิดปกติของสภาวะทางอารมณ์ หากคนธรรมดาถูกคมเขี้ยวนั้นกัด พิษจากน้ำลายจะหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายทันที และเมื่อพิษนั่นหลอมรวมกับตัวตนอย่างสมบูรณ์ ก็จะกลายเป็นมนุษย์หมาป่า หรือผู้สามารถใช้พลังในด้านซึ่งไม่เคยมีมาก่อนได้ ความเร็ว สัมผัสเฉียบไว พละกำลัง...""สิ่งมีชีวิตแบบพวกนาย ฉันไม่ต้องการ" ร่างถูกพันธนาการช่วงข้อมือและข้อเท้าตวาดทั้งกัดฟันกรอดกลับมา ขณะเดียวกันร่างกายรู้สึกร้อนผ่าวราวกับถูกเผาไหม้ภายใน สะท้านราวกับมีลูกไฟวิ่งไปทีละสัดส่วน"เทียบไม่ได้หรอก เพราะนายเป็นระดับล่าง ไม่ได้มีสายพันธุ์หมาป่าตั้งแต่เริ่ม สำคัญกว่านั้นยังเป็นได้แค่ทาส

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 7 ความไม่ลงรอย

    "อีกสองอาทิตย์จะมีงานเปิดตัวเธอ ในฐานะทายาทอีกคนของตระกูลคาสเชล เตรียมตัวให้เรียบร้อยพี่จะส่งซิลวี่ไปรับเธอมาที่เชคเวีย หวังว่าชุดที่ส่งไปจะชอบ พี่พยายามหาสีแดงแบบเดียวกับสีกุหลาบบ้านเราที่ทรานซิลเวเนียสีโปรดของเธอ คิดว่าเธอใส่แล้วคงจะงดงามมาก แล้วพบกัน..." เนรานั่งนึกถึงประโยคในกระดาษจดหมายแนบมากับกล่องพัสดุใบขนาดพอเหมาะจะใส่ชุดและรองเท้าพร้อมเครื่องประดับสำหรับงานเลี้ยงประชุมอันจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้"ให้พี่อีธานมาหาเรา แทนที่จะพูดเรื่องนี้กับเราหรือโทรหาก็ยังได้ ตารางการสอนดันยกให้อาจารย์คนอื่นปฏิบัติแทน ทำแบบนี้เท่ากับบอกว่าแม้แต่เสียงก็ไม่อยากได้ยินหรือหน้าคงไม่อยากเจอเรา" เธอบ่นพึมพำออกมาขณะกินข้าวกลางวัน เพราะตลอดคาบเรียนเช้ามานี้ เรื่องของพี่ชายเธอผู้ซึ่งไม่ยอมปรากฏตัวให้เห็นหน้ากลายเป็นปัญหาลดทอนสติขณะนั่งเรียนไปแล้ว ด้านมีนา ซึ่งกลายมาเป็นบอดี้การ์ด มองเพื่อนสาวคนสนิทที่ตอนนี้ได้กลับมาคุยกันแบบปกติถอนหายใจอยู่หลายครั้ง มือพลางเขี่ยอาหารในกล่องไปมาอย่างคิดหนัก"เป็นอะไรหรือเปล่า... มีนาตัดสินใจเรียกสติคนทำหน้าบูดบึ้ง... ก็อยากตั้งใจฟังที่พูดแต่ฉันฟังไม่รู้เรื่อง""เปล่า... ค

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 6 อย่างที่เคยเป็น

    ท่ามกลางหิมะในความมืดร่างหมาป่าขาวได้แต่วิ่งสับส่ายโก่งคอร้องหาคู่ตน เธอไปไหน เหตุใดเธอจึงพร้อมหนีเขาอยู่ร่ำไป... เนรา... เนรา... เขาพร่ำเรียกชื่อเธอเช่นนั้นอย่างไม่รู้จักเหนื่อย ได้เพียงเห็นเงาเคลื่อนไปมาทางนั้นที ซอกหลืบต้นไม้โน้นที แต่ไม่มีทางทีที่ใบหน้ายิ้มน้อยๆจะเมตตา"เนรา" เสียงลั่นไปทั่วห้องนอนยันชั้นล่างของบ้านหินกึ่งปูนกึ่งไม้ ร่างนอนเหยียดยาวโหยงตัวขึ้นบนเตียง มือกำผ้าห่มแน่นสองตารีบควานหาร่างที่เขานอนกกกอดทั้งคืน ไหนเลยบนเตียงนุ่มซึ่งยังคงมีกลิ่นเธอกลับว่างเปล่า ไม่กี่อึดใจเขาวิ่งออกจากห้องลงบันไดชั้นสองด้วยฝีเท้าหนัก อาการร้อนรนหัวหนักอึ้งพร้อมสภาพผมฟูยังคงไม่เรียงตัวดี ด้านเคธี่เดินถือกะทะกำลังจะตั้งเตา ส่วนโครว์ละจากหนังสือเมื่อสเวนลงมาจากชั้นบนอย่างรีบร้อน"นายเป็นอะไร""เนล่ะ " ขณะที่เคธี่กำลังเอ่ยปาก ทว่าโครว์ผู้กระตุกยิ้มนิดหนึ่งแทรกขึ้นทันที"เมอร์สันมารับไป" ได้ยินเพียงแค่ชื่อ ทำให้เขาติดความเร็วพาตัวเองวิ่งออกจากบ้านด้วยความโกรธ ด้านเคธี่ตีแขนสามีตนเองเล่นตลกไม่ดูว่าเนราเพิ่งกลับคืนสู่พวกเขา โดยเฉพาะสเวนชายผู้กลัวจะเสียเนราไปอีกไม่เท่าไรคนวิ่งผ่านประตูบ้านได้ยิน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status