Beranda / โรแมนติก / พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2 / ตอนที่ 1 สีแดงที่กลับมา (1 ความทรงจำที่เลือนลาง)

Share

พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2
พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2
Penulis: 22 A Venus

ตอนที่ 1 สีแดงที่กลับมา (1 ความทรงจำที่เลือนลาง)

Penulis: 22 A Venus
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-17 13:53:48

"พี่จะไปก่อน 1 อาทิตย์แล้วจะให้อีธานมารับ" เจ้าของร่างสูงในชุดโค้ทยาวสีดำยืนหันหลังบอกลากับหญิงสาวผู้เป็นน้อง มือข้างหนึ่งของเธอ ดึงรั้งไว้ ใบหน้าฉายแววเศร้าโศกเคล้าน้ำตาแสดงถึงความรู้สึกผิดขณะผู้เป็นพี่ชายเอ่ยด้วยรอยยิ้มเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

"ท่านพี่" แม้เอื้อมหมายรั้งไว้อีกครั้ง แต่เขากลับลอยหายจากเธอไปท่ามกลางหิมะบริเวณประตูหน้าคฤหาสน์ ซึ่งก่อนหน้านั้น 1 อาทิตย์เป็นท่านพ่อของเธอกระทำอย่างเดียวกัน นั่นเป็นเหตุการณ์ในคืนหนึ่ง อันเป็นคืนของคฤหาสน์ตระกูลคาสเชล ซึ่งเคยเป็นครอบครัวพ่อ ลูกชาย ลูกสาวได้กลับย้อนมาใช้ชีวิตอย่างสงบสุข มีความสุข เป็นระยะเวลาราว 1 ปีจนเต็มอิ่ม

รัฐซิลเวีย 1 ตุลาคม ปีถัดมา...

"พี่ซิลวี่บอกพี่อีธานแล้วใช่ไหม ว่าเราจะไปโรงแรมกันเอง" สาววัย 21 ในชุดโค้ทยาวสีแดงหมุนตัวหันหลังมาถามบอดี้การ์ดสาวหรือพี่เลี้ยงคนสนิทขณะเดินอยู่บนฟุตบาทภายในรัฐซิลเวียเขต 1

"ค่ะ ท่านอีธานรับทราบแล้ว จึงขอตัวกลับเชคเวียเห็นว่าได้รับภารกิจเร่งด่วนค่ะ"

"โอเค งั้น... คนพูดกุมมือไว้ยังหน้าอกอย่างครุ่นคิด... แวะซื้อขนมก่อนกลับโรงแรมหน่อยดีกว่า" สายตาซุกซนมองไปรอบๆ พบว่ามีร้านขนม หรือ คาเฟ่กาแฟมากมาย จนดันไปสะดุดตากับร้านหนึ่ง Sweet Soft ชื่อร้านขนมเค้กและร้านกาแฟตั้งอยู่บริเวณริมถนน ตรงข้ามกับสวนสาธารณะติดแม่น้ำสายใหญ่

เนรา รู้สึกคุ้นเคยตั้งแต่เห็นหน้าร้าน ป้ายชื่อสีชมพูขาวตลอดจนภายในร้าน เธอเดินเข้าไปได้อย่างมั่นใจราวกับรู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน กลิ่นหอมอ่อนๆรอบกาย เป็นกลิ่นแปลกใหม่ไม่มีอาจหาผู้ใดเสมอเหมือน ยามมนุษย์ธรรมดาหรือมนุษย์พิเศษเดินผ่านพลันเหลียวกลับมามองเธอ สำหรับมนุษย์ธรรมดาอาจคิดไปว่าคงเป็นกลิ่นน้ำหอมระดับสูง ทว่ามนุษย์พิเศษอย่างหมาป่า จิ้งจอก เงือก หรือแม้แต่แวมไพร์ต่างตั้งข้อสงสัยว่าเป็นกลิ่นใด แม้จะมีกลิ่นเจ้าแห่งหมาป่าวนเวียนรอบกายไม่จางก็ตาม แต่กลิ่นหอมในลักษณะต่างออกไปนั้นยังเคล้าผสมอยู่ด้วย...

เนราเป็นแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ที่แตกต่างจากแวมไพร์ตนอื่น ไร้เขี้ยว ด้อยพละกำลัง แม้แต่กลิ่นเพื่อบ่งบอกความเป็นตัวตนแห่งแวมไพร์ มิอาจมีเฉกเช่นคนอื่นๆ นอกจากบิดาและพี่ชาย ผู้จะสามารถรู้ว่าเธอคือแวมไพร์ มีแต่สิ่งมีชีวิตพิเศษผู้ครองครองความพิเศษเหนือกว่าเท่านั้น นั่นคือการใช้ประสาททางจิตมองเข้าไปยังภายใน ถึงจะเห็นดวงจิตแท้จริงอันไหลเวียนอยู่ ซึ่งมีเพียงไม่กี่คน อย่างน้อยบรรดาหัวหน้าของแต่ละเผ่าพันธุ์ล่ะนะ

ชายอาวุโสผู้ยืนอยู่ส่วนเคาน์เตอร์ มองร่างหญิงสาวในชุดโค้ทสีแดง บุคคลที่เขาไม่ได้เห็นมาเหยียบปี เพราะปกติเธอมาเกือบทุกวันด้วยกันกับชายคนรักอย่างสเวน เขาสัมผัสได้ว่าหญิงสาวดูแปลกไป จะว่าผ่องราศีกว่าเก่าคงได้

"หมดนี่ค่ะ" เสียงใสพูดขึ้นพร้อมวางบัตรใส่ถาดขนมหลายชิ้นก่อนชี้เมนูน้ำเติมวิปครีมสูงๆเพิ่ม ชายอาวุโสยังคงมองหญิงสาวไปเรื่อย จัดขนมใส่กล่องไปด้วยขณะสาวรุ่นหลานเดินไปดูใบปลิวร้านอย่างสนใจ ซิลวี่ผู้ไม่ทราบว่าชายผู้นี้รู้จักนายตน จึงได้แต่จ้องท่าทีนั้น และทำให้เขาต้องหลุบตาลงทันที

"ได้แล้วค่ะ" ซิลวี่ส่งแก้วน้ำปั่นของเนราที่สั่งไว้ให้เจ้าตัวก่อน ส่วนตนกลับมารอขนมกำลังจัดใส่กล่อง ซึ่งระหว่างนั้นเนราขอตัวไปรอนอกร้านเพราะรู้สึกถึงสายตาหลายคู่จับจ้องมาอย่างไม่มีช่องส่วนตัว ทั้งที่ไม่รู้เลยว่าสายตาเหล่านั้นคือผู้คน ที่เคยเคารพตนในฐานะนายหญิง แต่ด้วยการหายไปของเธอโดยปริศนา ไม่มีการบอกเล่าเรื่องราวจากผู้ใดจึงทำให้พวกเขาต่างพากันสงสัยว่าทั้งคู่อาจจบชีวิตครอบครัวแล้วแยกย้ายกันไปแบบนั้นหรือเปล่า

สองเท้าหุ้มบูทยาวถึงน่องสีดำก้าวเดินอย่างมั่นใจไปจนถึงประตูร้าน ทว่ามือยังคงพัลวันกับแก้วน้ำและช้อนตักวิปครีมจึงหันหลังใช้เป็นฝ่ายเปิดประตูแทน ขณะกำลังดันเต็มแรงด้วยบานประตูแก้วชั่งหนัก คนข้างนอกผู้กำลังเข้ามาได้ใช้มือเปิดพอดี ทำให้ร่างหันหลังผลักประตูเคลื่อนพลาด แทบจะหงายลงไป โชคดีที่ฝ่ายคนข้างนอกรับร่างคนเผลอเหว๋อปล่อยแก้วน้ำตกกระจายไปกับพื้นไว้ทัน

สองสายตาสบกันอย่างอัตโนมัติ ทันใดหัวใจพลันระรัว ทั้งตกใจปนตื่นเต้น ชายผู้รับเธอไว้คือสเวน สามีผู้ไม่อยู่ในความทรงจำ นัยน์ตาสีดำเคลื่อนสำรวจแววตาคู่สีขุ่นเขียวอมเทา ใบหน้างามแบบบุรุษในเทพนิยาย หากไม่ใช่เธอคงมีหญิงจำนวนไม่น้อยตกหลุมพลางอันอดจะเหลียวมองแล้วมองอีกไม่ได้ เธอเหลือบไปเห็นรอยตำหนิบนใบหน้าหล่อเหลานั่น รอยแผลเป็นทางด้านขมับซ้ายเลยมาถึงดวงตาสามแถบ เจ้ารอยนั่นทำให้เธอรู้สึกแย่ขึ้นมาผิดปกติและถ้าจำไม่ผิด... "รอยแผลที่หน้าด้านซ้ายของเขามาจากการปกป้องภรรยาที่เขารักมากที่สุด"... เนราย้อนนึกถึงคำพูดของอีเมอร์สัน ชายผู้พี่เคยเล่าให้ฟัง ขณะที่สเวนเองก็ตกใจไม่น้อยยามได้สัมผัสร่างกายและกลิ่นแสนคุ้นเคย หญิงสาว ที่เขาเฝ้ารอเวลาเหมาะสมเพื่อได้พบอีกครั้ง

"ขอโทษค่ะ" เธอรีบกระเด้งตัวออกมาจากเขาพลางก้มหัวลงเล็กน้อย

"หันหลังเปิดประตู?... ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้มเหมือนไม่พอใจเล็กๆ... คนข้างนอกจะดึงเพื่อเปิด คนข้างในจะผลักเพื่อเปิดออก หากใช้หลังดันแบบนี้อาจทำให้พลาด... ชายหนุ่มคลุกเข่าลงไปด้านล่าง ไม่ใช่เก็บแก้วร่วงหล่นจนน้ำเปรอะพื้น แต่ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับสิ่งกระเซ็นติดช่วงกระโปรงหญิงสาว บริเวณเข่า และรองเท้าบูธ เวลานี้เนราตัวแข็ง เธอทำตัวไม่ถูก เพราะต่อให้ไร้ความทรงจำตลอดระยะเวลาราว 1 ปีที่ผ่านมา ก็ใช่ว่าเธอจะไม่ได้รับรู้เรื่องราว หรือไร้ความรู้สึกต่อเขาเลย เพราะความคิดถึงและอยากเจอมันดันตั้งอยู่บนข้อจำกัดมากมาย โดยเฉพาะบนสิ่งที่เรียกว่า ลืม คิดถึงทั้งๆยังไร้ความจำเรื่องเกี่ยวกับชายผู้นี้... ถ้าหัวฟาดพื้นไปจะเป็นยังไง" ร่างสูงยืนขึ้น จ้องไปยังดวงตาคู่สีดำของผู้เพิ่งได้สติ แถมยังเบนสายตาหลีกหนีเขาไป

"เอ่อ..."

"มาถึงนี่ตั้งแต่เมื่อไร" เขาเปลี่ยนมาถามคนหน้าซีดแทน คงตามอารมณ์เขาไม่ทันยามถูกดุก่อนหน้า ซึ่งคำถามเหมือนรู้อยู่ก่อนว่าเธอจะมา... แน่ล่ะ เพราะเขามาที่นี่ในวันนี้เพื่อมาซื้อขนมเค้กรสชาดโปรดของเธอ เขาพอคุ้นเคยว่าเธอชอบอะไร เพื่อต้อนรับเนรากลับมา หลังจากได้รับข้อความจากอีเมอร์สัน

"เมื่อเช้าค่ะ" เนรารู้สึกตัวเองรักษาภาพพจน์นิ่งๆต่อหน้าเขาไม่ได้นัก เหมือนไม่อยู่กับร่องกับรอย ราวกับหัวใจเธออยากจะออกโลดแล่นไปหาอีกฝ่ายเสียให้ได้

"ท่านเนรา..." ซิลวี่เรียกขึ้นพร้อมเดินออกมาจากร้าน แววตาเรียวคมสีน้ำตาลมองใบหน้าชายหนุ่มผู้ที่ตนไม่อยากให้นายผู้หญิงต้องมาเจอด้วยความแปลกใจ เหตุใดเขาถึงมาอยู่ตรงนี้ แถมดูท่าทางนายหญิงของตน ยังมีแววตาสดใสมากกว่าตอนมาถึงสีหน้าออกเขินอายตามประสาหญิงสาวยามมีความรู้สึกดีดีให้ชายผู้หนึ่ง

"เสร็จแล้วเหรอ"

"เรียบร้อยค่ะ ไปโรงแรมกันเลยไหมคะ ท่านจะได้พักผ่อนด้วย"

"ผมจะไปส่งเนราที่โรงแรมเอง ไหนๆเจอแล้วคงต้องขอคุยด้วยหน่อย"

"คงไม่ได้ค่ะ... ซิลวี่ค้านขึ้นทันควัน หากปล่อยไปให้ได้ใกล้ชิดหรือสนทนาอาจทำให้เนราได้ความทรงจำคืน แผนการที่เธออยากให้นายหญิงของตนอยู่กับนายผู้ชายตลอดไปเมื่อผ่านมาคงพังลงทันที เธอทั้งพยายามให้เนราถอดสร้อยเขี้ยวหมาป่าแก้วออกรวมถึงแหวนประดับอยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย ซึ่งไม่สัมฤทธิ์ผล หรือจะพูดจาว่าความต่อสเวน เจ้าแห่งหมาป่าผู้พาเนรามาเพราะดวงชะตาผูกจิตตั้งแต่ต้น ไม่ได้มีความรักความผูกพันดังท่านอีเมอร์สันคนรอคอยเนรามาด้วยความระทมทุกข์ เฝ้ามองอยู่ห่างๆมาโดยตลอด ซึ่งสิ่งที่ตนได้พูด เหมือนจะประสบผลสำเร็จเพราะเนราเกิดอาการลังเล แต่นั่นไม่ได้ทำให้เจ้าตัวเชื่อสนิทใจ ดังนั้นการดี คือหลีกเลี่ยงให้ทั้งคู่ได้พบกัน... คำสั่งท่านอีเมอร์สัน คือการพาท่านเนราไปยังโรงแรม"

"งั้นลองถามคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเธอเป็นไง..." เขาพูดขึ้นเมื่อเห็นแวมไพร์หนุ่มมือขวาของอีเมอร์สันปรากฏตัวอยู่หลังคู่หูสาว

"โลแกน นาย..." ซิลวี่หันกลับไปหาคู่หูตนผู้ไม่ได้พบหน้ากันกว่าหนึ่งสัปดาห์ เพราะชายหนุ่มต้องตามอีเมอร์สันมาซิลเวียก่อน

"เป็นคำสั่งของท่านเมอร์สัน จากวินาทีนี้ให้คุณสเวนจัดการ" เมื่อได้ยินแบบนั้นซิลวี่จึงต้องก้มหน้ารับคำสั่งของอีเมอร์สัน แม้จะไม่สามารถเดาทางข้างหน้าที่อีเมอร์สันวางหมากไว้ได้แต่เธอไม่ต้องการให้เนรากลับไปอยู่กับเจ้าแห่งหมาป่าผู้นี้ ทางด้านเนราไม่สามารถสรุปความรู้สึกตนเองได้ ก่อนกลับมาอีเมอร์สันได้ลั่นคำถามแสนอึดอัดไว้กับตน

"ทำไมล่ะคะท่านพี่ เนอยู่ทรานซิลเวเนีย เราอยู่ด้วยกันที่นี่ก็มีความสุขดี"

"ความสุข? งั้นพิสูจน์สิ... ฝ่ามือใหญ่เอื้อมลงมาจับปลายคางหญิงสาวเบาๆก่อนยื่นหน้ามาประชิดปลายจมูก... ถ้าการ กลับไปซิลเวียครั้งนี้ ไม่ได้ทำให้เนรู้สึกว่าได้รับบางสิ่งกลับคืน พี่จะยอมทำตามที่เธอพูด"

"ตามมาสิ " สเวนพูดขึ้นเมื่อตนเดินไปได้สองสามก้าว ขณะหญิงสาวยังยืนทำหน้าครุ่นคิดบางเรื่อง เนรายามได้สติคิดว่าการเรียกเธอนั้นชั่งเป็นน้ำเสียงขัดหู เหมือนว่าตนจะต้องเป็นคนทำตาม เธอไม่รู้ว่าเนราก่อนหน้าเป็นเช่นไรแต่ตอนนี้...

"ฉันของเลือกสถานที่ที่จะไปสนทนาเองค่ะ" พูดจบหญิงสาวพลันหันเดินออกไปอีกทางทันที สเวนระบายลมหายใจเล็กน้อย ทั้งอยากจะพูดออกไป ให้เจ้าตัวทำตามคำสั่งแล้วเดินมา แต่ยากยิ่ง มีบางอย่างกดอำนาจเขาไว้ให้ต้องน้อมรับคำบัญชา

อำนาจแห่งผู้เป็นภรรยาชั่งยากต่อกร เขาไม่รู้ว่าสเวนคนก่อนตามใจเนราแค่ไหน เพราะตอนนี้เขายังรู้สึกขัดกับการต้องตามเธอไปโดยไม่มีทีท่าว่าหญิงสาวจะหยุดลง สองเท้าของเธอจ้ำอ้าวเหมือนไร้จุดหมายโดยมีเขาเดินตามหลัง ยิ่งสเวนไม่มีปากเสียงและเดินตามอย่างสยบยอมเธอรู้สึกยิ่งสนุกเมื่อได้แกล้ง หลักฐานคือสีหน้าอมยิ้มปนหัวเราะตลอดทางเมื่อปรายหางตามองร่างสูงเดินตามอย่างไม่เว้นระยะห่าง

"ร้านซ้ายมือขึ้นชื่อเรื่องไอติมนมสดแท้ทำใหม่ และวอฟเฟิลกรอบ... คำเชิญชวนพูดขึ้นมาลอยๆ แต่กับคนฟังนี่หูผึ่ง พลันเท้าได้หยุดเดินมองร้านคาเฟ่ขนาดกลางติดถนนในซอยซ้ายมือ ขนมหวานเป็นของโปรดของเธออยู่แล้ว ยิ่งได้ยินคำยืนยันจากคนในพื้นที่ยิ่งกระตุ้นความอยาก ไม่รอช้าเธอปรี่เข้าไปหาเบาะนั่งทันทีโดยเลือกมุมในสุด ขณะเดียวกันสเวนเผลอกระตุกยิ้มอย่างไม่รู้ตัวพลางส่ายหน้าก่อนเดินตามเข้ามา เขารู้ว่าหญิงสาวแกล้งเขา เพราะเขาดันไปออกคำสั่งกับน้องสาวของชายผู้เป็นนายเหนือแห่งแวมไพร์... ช็อคโกแลตฟองดู นมชีสฟองดู ช็อคโกแลตขาว ชาเขียว มีหลายเมนูอยากได้แบบไหน" ชายหนุ่มพูดขึ้นโดยยังไม่ได้ใบรายการจากพนักงาน เขารู้ได้เพราะการเดินสำรวจทำความรู้จักกับลักษณะร้าน เมนู ตลอดจนความชื่นชอบหรือระดับของแต่ละร้านไว้ครบแล้วในตลอดระยะเวลาแยกจากกับเธอ ด้วยคำบอกเล่าจากโครว์และเคธี่ถึงหนึ่งในความชอบของเนรา ฉะนั้นเขาคนก่อนซึ่งอยู่กับป่าเป็นส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้าเมือง และไม่ชอบความเป็นเมือง แม้จะพาเนราเข้าเมืองมาได้ไม่กี่เดือน

แต่ก่อนหลังจากได้เนราคืนกลับ ก่อนที่ความทรงจำของเขาจะเริ่มต้นกลับคืนหลังจากได้เนรามาไว้กับตัวอย่างสมบูรณ์ เขาควรเรียนรู้ในโลกที่เนราเป็นตั้งแต่ต้น โลกของเนราที่ใช้อาศัยมาตลอดสิบกว่าปีก่อนก่อนพบเจอเขา

"เนสั่งหมดได้ไหมคะ แต่เอาแบบถ้วยเล็กๆพออยากกินหลายรสชาด" สเวนชูมือขึ้นพอระดับหัวของเขาหลังรับความต้องการ เขาสั่งไอศกรีมนมสด 5 ลูกก่อนตามด้วยฟองดูทุกรสชาดที่ทางร้านมี และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือวอฟเฟิลกรอบเนยสด ส่วนผลไม้ให้ทางร้านจัดมาอย่างที่ควร

"คุณ ไม่สั่งเหรอ"

"ผมเป็นหมาป่า เนื้อคงดีที่สุดสำหรับเรา" เนราทำหน้านึกได้ว่าคนพวกนี้ไม่ค่อยชอบของหวาน ผลไม้หรือผักสักเท่าไรก่อนจะสะดุ้งขึ้นเมื่อเพิ่งนึกออกว่าตัวเองดันหลงคำเชิญชวนของชายหนุ่มเข้ามานั่งในร้านเสียได้ อาการนั้นทำให้สเวนมองเธอด้วยรอยยิ้มมีเลศนัยราวกับกำลังบอกว่า เธอตกหลุมกับดักของเขาเสียแล้ว

"แล้วคุณมีอะไรจะคุยเหรอคะ"

"คำถามนั่นคงเจ็บน่าดูถ้าผมความจำไม่ได้เสื่อม... ในขณะเหมือนโดนตอกกลับเนรามีความสงสัยขึ้น ความจำเสื่อม? ที่เขาว่าคืออะไร อีกฝ่ายเมื่อเห็นเธอสงสัยเขาจึงเริ่มบทสนทนาต่อ... วันที่เธอไปจากซิลเวีย ผมคงวิ่งตามรถเธอไปจนมีรถสวนมาทำให้พลาดตกเขา... ความเป็นห่วงเกิดขึ้นในใจผู้ฟังขึ้นมาทันที พร้อมคำถามดังว่าทำไมเธอ ถึงเป็นห่วงเขาและรู้สึกผิดเมื่อตนเป็นต้นเหตุ... อุบัติเหตุวันนั้นทำให้ผมจำเธอไม่ได้"

"สรุปว่าเราทั้งคู่จำกันไม่ได้" ทำไมเธอถึงหวั่น ทำไมถึงรู้สึกแย่ยามรู้ว่าสเวนจำเธอไม่ได้แล้ว

"คงเป็นแบบนั้น"

"หลังจากผมฟื้นจากอาการบาดเจ็บปางตายใต้เขานั่น และได้ยินชื่อของเธอจากโครว์และเคธ มันมีทั้งความเจ็บปวด จนไม่อยากได้ยิน ขณะเดียวกันกลับโหยหาจนแทบคลั่ง พอได้กลับไปโรงแรมหรือที่บ้านสวนบนเนินเขา ผมพบกับสิ่งของมากมายเป็นหลักฐานความทรงจำ ในตอนแรกพยายามผลักออกไป หากเธอเป็นต้นเหตุความเจ็บปวดแค่ผมยอมจำอะไรไม่ได้ไปตลอดแล้วปล่อยให้เธออยู่กับพี่ชายผู้ดูแลปกป้องเธอได้ คงไม่มีอะไรที่จะเป็นบ่วง..." คนฟังได้แต่ก้มหน้า เธอยังจำวันที่แสดงอาการกลัวพร้อมระแวงเขาได้ รวมถึงกล่าวหาว่าชายหนุ่มกล่าว ไร้สาระ นำเรื่องสามีภรรยามารั้งเพราะจะพาตัวเธอไปจากพี่ชายไว้ หลังจากไปอยู่ทรานซิลเวเนียได้หกเดือน เพื่อฝึกการควบคุมอารมณ์พลังแฝงเร้นในตัวเธอ และปรับความสมดุลจิตแวมไพร์ที่ถูกทำให้ตื่นหลังจากผนึกไว้ให้สงบรวมเป็นหนึ่งเดียวกับจิตอีกครึ่งที่เธอใช้มันมาสิบกว่าปี ตอนนั้นอีเมอร์สันพอจะเล่าเรื่องราวตัวเธอยามอยู่กับครอบครัวสเวนคร่าวๆให้ฟังบ้าง แม้จะไม่ละเอียดด้วยพี่ชายตนไม่ได้ไปใช้ชีวิตร่วม แต่คำตอบนั่น เพียงพอทำให้เธอรู้ว่าพวกเขารักและดูแลเธอดีขนาดไหน...

" ถึงจะอยากกลับไปตอนนี้พี่คงต้องปฏิเสธ... เสียงอีเมอร์สันพูดขึ้นเมื่อมักเห็นน้องสาวชอบออกมานั่งกุมจี้เขี้ยวแก้วหมาป่าพลางขบคิดบางอย่าง เหมือนกำลังตามหาความทรงจำที่หายไป ซึ่งในบางขณะยังเห็นเนราแอบร้องไห้ออกมาโดยเจ้าตัวก็ไม่รู้ตัว... จนกว่าเธอจะควบคุมพลังของตนเองได้ โดยเฉพาะจิตแวมไพร์นั่น ไม่เช่นนั้นสิ่งที่เธอครอบครองอยู่จะทำลายคนรอบข้าง โดยเฉพาะสเวน ในตอนนี้หากพลั้งมืออาจไม่ได้คิดเสียใจ แต่เมื่อใดที่ได้ความทรงจำคืน เธอเจ็บปวดที่ทำร้ายเขา"

ในตอนนั้นเนราได้แต่ตอบปัดปฏิเสธว่าตนไม่ได้ต้องการไปตามหาความทรงจำหรือนึกถึงชายชื่อสเวน ขอแค่ตนได้อยู่กับอีเมอร์สันและผู้เป็นบิดานั้นเพียงพอ เธอไม่ต้องการความทรงจำนั้นคืน หากทำให้เธอต้องแยกจากอีเมอร์สันอีก ซึ่งผู้เป็นพี่ชายรู้ดีว่าเธอกำลังต่อต้านความรู้สึกที่เนรากดทับเอาไว้หลังจากตื่นขึ้นตามสายเลือดแท้จริง จริงอยู่ว่าเนราต้องการเขาแต่ใช่ว่าจะไม่ต้องการสเวน มันเป็นความรักที่แตกต่างกันคนละแบบเลย...

"แต่ทำไม่ได้ พอได้เห็นรูปถ่าย ข้าวของ กลิ่นเธอที่ยังคงวนเวียน มันทำให้ผมรู้จักที่จะอดทนรอ อีเมอร์สันบอกเหตุผล ที่ผมไม่สามารถเข้าใกล้เธอได้ในเวลานั้น ผมจำนนเพื่อความปลอดภัยของตัวเธอ เพื่อให้เนได้ฝึกการควบคุมตามที่พี่ชายเธอกล่าวมา โชคดีที่ผมจำอะไรไม่ได้ ไม่เช่นนั้นคงทำใจลำบาก..."

"ที่จะไม่ไปพบฉันเหรอคะ" เธอถามขึ้นเพื่อความแน่ใจ เท่าที่จำได้ชายเจ้าของดวงตาสีเขียวอมเทาผู้เข้ามากอดเธอในตอนนั้น ชั่งเปี่ยมไปด้วยความโหยหา ทั้งยังต้องการชิงตัวเธอกลับอย่างเต็มหัวใจ ไม่ว่าจะสีหน้า ท่าทางหรืออารมณ์ส่งผ่านอ้อมแขน โดยเฉพาะแววตาโศกเศร้า ยามเธอปัดป้องแสดงท่าทางโกรธเคืองเพราะจำไม่ได้ว่าเขาคือใคร นั่นเป็นแววตาราวกับคนพร้อมจะลาจากโลกนี้ไปทันที ต่างกับตอนนี้เขาดูสุภาพ นิ่ง สุขุม ดูใจเย็น ทั้งที่เคยคิดว่าเจ้าตัวนั้นพร้อมแย่งเธอไปจากอีเมอร์สัน หากเว้นช่องว่างให้เขาได้ทำล่ะก็ สำคัญกว่านั้นตอนนี้ ยังพยายามเว้นระยะห่างจากเธอไว้ เหมือนว่าจงใจจะทำอย่างนั้นเสียด้วยซ้ำหรือเป็นเพราะหากอยู่ใกล้เกินจะทำให้เขาอดที่จะสัมผัสเธอไม่ได้กันแน่... แล้วนี่เธอคิดเช่นนั้นในใจเพราะอะไรเรียกร้องให้เขาทำตามใจ หรือเปล่านะ

"โครว์กับเคธบอกผมว่าสเวนคนก่อนนั้นรักเนรามาก... พอได้ยินคำว่ารักเธออดเขินไม่ได้อีกแล้ว... เขาวางแผนหยุดการเรียนปี 4 เทอมสองเพื่อไปเฝ้าดูแลเธออยู่ห่างๆที่ทรานซิลเวเนีย รอให้เนราร่างกายสมบูรณ์พร้อมที่รับการฟื้นฟูความทรงจำ ไม่ว่าเนราจะผลักไสไล่ส่ง ไม่อยากพบหน้าก็ตาม ขอเพียงเขาได้เห็นหน้าเธอ... การพูดไล่ตั้งแต่ประโยคกลางๆมา แววตา สีหน้าชายหนุ่มเปลี่ยนไป เขามีรอยยิ้มเล็กๆเหมือนกับกำลังภูมิใจเมื่อตนเป็นเช่นนั้น ขณะเดียวกันแปลกใจ รู้สีกขัดกับภาพพจน์หรือตัวตนที่แสนอ่อนแอของตนเองไปด้วย... ผมจำไม่ได้ว่าเป็นคนแบบนั้น ยอมจะสละสังคมหมาป่าทางนี้ หรือละทิ้งหน้าที่ประจำถิ่นของเผ่าพันธุ์ แต่มันไม่ผิดนัก แม้ความทรงจำจะหายไป แต่ความรู้สึกไม่ได้เลือนลางเลยแม้แต่น้อย"

เขากำลังบอกเธอว่าแม้ความจำจะหายไป แต่ความรู้สึกรักในตัวเธอยังอยู่แบบนั้นหรือเปล่า เนราตั้งคำถามก่อนหลุบตาต่ำอีกครั้งเมื่อไม่อาจทนทานต่อสายตาเยิ้มมองเธออย่างถวิลหาได้นานๆ เพราะยิ่งสบดวงตาคู่นั้น ความรู้สึกอาจออกมาทางปากเป็นแน่ ใช่ ตัวเธอจำเขาไม่ได้แต่ความรู้สึกไม่ได้หาย เธอเองยังอยากพบเขาอยู่ลึกๆ และเฝ้าคำนึงในบางครั้งขณะปล่อยตัวเองคนเดียวภายในสวนดอกกุหลาบพิเศษที่อีเมอร์สันปลูกไว้เพื่อเธอ อดคิดไม่ได้ว่าชายคนมาป่าวประกาศเป็นสามีคงมาเยี่ยมเธอบ้าง ความรักอันแรงกล้าที่ส่งมายังดวงใจ คงไม่อาจทำให้เขาอยู่นิ่งหรือนอนดูดายกับที่ แต่ผิดคาด สเวนไม่มา แต่เพียงเหตุผลเมื่อครู่ความรู้สึกที่แปลว่าน้อยใจกลับมลายสูญสิ้นลงทันตา

"เราน้อยใจที่เขาไม่มาหาทั้งที่ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเขา ทุเรศจริงๆ ในเมื่อไม่มีภาพร่วมกัน เราจะไปมีสิทธิ์โกรธหรือน้อยใจเขาได้ยังไงเนรา" เธอได้แต่นั่งพึมพำในใจ แม้ขนมหวานจะมาเสิรฟ์ แต่ไม่ได้สร้างความชื่นชมนักขณะรับประทาน

เนราไม่รู้ว่าควรทำเช่นไร ควรดีใจเมื่อได้พบ หรือเสียใจเพราะหากพบแล้ว คนตรงหน้าอาจทำให้ตนและอีเมอร์สันต้องแยกจากกัน แต่ถึงอย่างนั้นดวงใจเจ้ากรรมกลับเหมือนได้เติมเต็ม ชายผู้นี้คือสิ่งที่เธอกำลังปิดตายไว้ในห้วงลึกของจิตใต้สำนึกแบบเดียวกับตัวตนของอีเมอร์สัน ที่เคยถูกกดทับเอาไว้ เธอเชื่อว่าสเวนคงได้ความทรงจำคืนกลับในอีกไม่นาน เพราะเขาอยู่ซิลเวียตลอดซ้ำยังมีหลักฐานชิ้นสำคัญช่วยเหลือในเรื่องการฟื้นคืนความจำ แต่กับเธอผู้เอาแต่นั่งนึกกุมสร้อยคอกุมแหวนแต่งงานไม่ยอมถอดแม้พยายามจะถอนมันเกือบหลุดแต่สุดท้ายกลับรีบถดถอยเข้ายังจุดเดิมอย่างรวดเร็วกลัวว่ามันจะหายไป เธอมีตัวช่วยเพียงได้แค่นึกอย่างล่องลอย หากสเวนจำได้ก่อนเขาคงต้องเจ็บปวดใจอย่างมากเป็นแน่...

18.00 น. โรงแรมเครือตระกูลคาสเชล

"ถึงจะอยู่ด้วยกันทั้งวัน แต่ไม่มีอะไรที่เราสื่อสารกันนอกจากความเงียบ พูดง่ายๆคือไม่มีอะไรคืบหน้าหลังจบจากร้านขนมไอศกรีมนมสดและวอฟเฟิลกรอบขึ้นชื่อนั่น เขาเหมือนจะแนะนำร้านทุกร้านตามตรอกซอยยามฉันเดิน เขาเดินตามฉันโดยเว้นระยะ่ห่างสองแขน แต่ก็เฝ้ามองทุกการย่างก้าวราวกับกลัวว่าฉันจะบาดเจ็บ สำหรับคนอื่นในฐานะคนที่ไ่ม่ได้พบกันเกือบปี และไร้ความทรงจำต่อกัน ที่สำคัญยังมีสถานะฉันท์สามีภรรยา มาบรรจบพบคงเป็นเรื่องแปลกและการสนทนาอาจไม่ได้ราบรื่น หรือจบตั้งแต่หน้าประตูร้านขนมหวาน Sweet Soft ซึ่งฉันมารู้ทีหลังจากสเวน ว่าเป็นร้านประจำที่ฉันมักให้เขานั่งรอเวลาฉันไปเที่ยวกับเพื่อน อ่า ฉันทำให้เจ้าแห่งหมาป่านั่งรองั้นเหรอ? เนราคนเก่าร้ายขนาดนั้นเลยหรือไงนะ... แต่ว่า ฉันกลับรู้สึกมันเป็นเรื่องธรรมดา ที่สุดๆของความธรรมดา การสนทนากันหรือเดินไปด้วยกันมันปกติ แม้ไร้ซึ่งเสียง คำพูด ไม่มีแม้ความทรงจำใดๆ แต่ทุกย่างก้าวของเราทั้งคู่มันคือภาพของคู่รักมาเดินเล่นในวันว่าง และอบอุ่นท่ามกลางหิมะรวยรินอย่างแผ่วเบาเท่านั้น..."

"ผมอยู่ชั้นล่าง มีอะไรโทรเรียก... ชายหนุ่มชี้นิ้วไปยังแผ่นกระดาษบนกล่องโดนัทที่เขาซื้อไว้ให้เธอ... ไม่สิ หากตกอยู่ในอันตรายผมจะมาช่วยทันที" เนราหันหลังกลับตามเสียงเอ่ยขึ้นจากด้านหลังเมื่อเดินมาจนสุดทางริมประตูห้องพักของอีเมอร์สันหญิงสาวคิดว่าคำบอกกล่าวของอีกฝ่าย ชั่งแปลกโรงแรมนี้เป็นของพี่ชายเธอมีใครจะกล้ามาทำเรื่องร้ายๆงั้นเหรอ คงเป็นไปไม่ได้

"ขอบคุณที่สละเวลาพาเดินเที่ยวค่ะ" เธอก้มโค้งเล็กน้อยก่อนหันหลังพร้อมจะกดกริ่งเพื่อให้ซิลวี่เปิดประตูรับ

"ผมรักเธอนะเนรา... คำพูดนั่นถูกเอ่ยเบาๆ ทั้งที่ร่างสูงก้าวพ้นตัวเธอไปได้สี่ห้าก้าวแล้ว แต่กลับชัด มันชัดเจนในจิตใจล้ำลึกไปสู่จิตวิญญาณกำลังวิ่งเต้นเหมือนถูกไขปริศนา... ถึงจะจำไม่ได้ แม้ภาพของเราทั้งคู่จะเลือนลาง แต่จิตวิญญาณของผมต่างเรียกร้องแต่ชื่อ กลิ่น สัมผัส พยายามบอกให้รู้ว่าผมรักใครอยู่เสมอ เธอเป็นเดียวในโลก เป็นเจ้าชีวิตและนายเหนือของจิตใจ... มือบางสั่นชะงักคากริ่งก่อนดึงกลับมาไว้ข้างตัวพลางกำแน่น ไม่ หากกดตอนนี้ ซิลวี่โผล่มาเธออาจอยู่กับเขาได้น้อย ตอนนี้เนราไม่ได้แม้แต่จะหันไปมองชายผู้หันหลังกลับมาพูดกับเธอ... ผมอยากให้เธอรู้ไว้ว่าจะไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าเธอจะเฉยชากับผมแค่ไหนก็ตาม ฝันดี เนรา" สิ้นประโยคนั่นร่างของเธอหลั่งน้ำตาทันที พลันหันกลับไปหาเจ้าของประโยคที่พยายามเอ่ยอย่างละเมมียดละไม ซึ่งขณะเดียวกัน สเวนได้หันหลังกลับด้วยรอยยิ้มหลังจากได้ปลดปล่อยสิ่งอัดอั้น เขาไม่คิดว่าเธอจะหันกลับมาเสียด้วยซ้ำ คงจะกดกริ่งเพื่อพาตัวเองเข้าไปในห้อง

มือบางยื่นแขนราวกับต้องการไขว่คว้าร่างนั้นไว้ ร่างกายขยับตามจิตวิญญาณผูกพัน ขณะสมองส่วนความทรงจำกลับลางเลือน มีแต่ความรู้สึกหลงเหลือ ทำให้เธอเจ็บปวดตนต้องกุมหน้าอกสะอื้นราวกับคนหายใจไม่ออก

"ผมรักเธอเนรา... ผมรักเธอ... ผมรักเธอมากกว่าใคร... เธอเป็นสิ่งสำคัญเพียงคนเดียวในโลกนี้..." ภาพในจิตใต้สำนึกวับไปแวบมาในหลายๆสถานที่ ใบหน้ายิ้มหวานของชายหนุ่มกำลังพร่ำบอกรักอย่างไม่รู้จบ ไม่ว่าจะในห้องดูจะเป็นบ้านไม้ ป่า ภูเขา หรือโรงแรม ราวกับคำพูดนั้นถูกพร่ำย้ำเตือนอยู่เสมอ ร่างหอบเหนื่อยคุกเข่าหน้าประตูค่อยๆลูบใบหน้าเปรอะน้ำตาตนเองก่อนกดกริ่งเรียกคนข้างใน

"ท่านพี่ล่ะ" คำถามแรกหลังจากเธอถอดโค้ทสีแดงที่สวมออกส่งให้ซิลวี่ผู้เป็นพี่เลี้ยง

"ท่านบอกว่าวันนี้จะไม่กลับค่ะ เห็นว่ามีงานที่เชคเวีย"

"เวลา?" ทำหน้าได้เพราะบางทีเธออาจจะบอกว่าอาจพบกันในวันที่เธอมาถึงเจลเวีย

"ค่ะ"

"แปลกแล้วทำไมถึงส่งพี่โลแกนมาเรื่อยๆล่ะคะพี่ซิลวี่"

"ท่านอยากให้แกนมาช่วยดูแลท่านเนรา เบาค่ะ... อย่าลืมเกาท้ายทอยซอฟต์แวร์ดังกล่าวตัวโซฟาโดยขายังทิ้งพวงกุญแจไว้นึกถึงความรู้สึกน้อยที่กลับมาไม่เห็นอีเมอร์สัน... ต้องทำงานหนักและต้องเตรียมเนื้อหาให้อาบดีไหม"

"ไม่ใช่หรอกค่ะ" เธอปรากฏตัวขึ้นเพื่อแสดงว่าอยากเตรียมทุกอย่างเองและสามารถดูดซึมน้ำที่อาบหรือใส่นอนเพราะตั้งแต่ไปอยู่ทรานซิลเวเนียก็สามารถเพิ่มตุ๊กตาได้แต่คนคอยควบคุมแจงทุกอย่างอย่างครอบคลุมอย่างครบถ้วนและรองรับสิ่งที่เธอจะเป็นพอ

"ท่านเนรา... คนกำลังบิดตัวการ์ตูนเดินสวนชะงักพร้อมเอียงข้างมองหาคนเรียก... ท่านยังอยากใช้ชีวิตอยู่กับท่านเมอร์สันอย่างที่เคยพูดและคะ... อาจเป็นไปได้ว่าทำให้เนราแน่นิ่งยังคงเป็นเพราะจี้จุดหรืออะไรแต่คือคนถามคือซิลวี่...

ซิลวี่เคยฟังเธอถอดสร้อยเขี้ยวหมาป่าแก้วมังกรพร้อมแหวนแต่งงานออกด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับพาตัวเนราแยกจากอีเมอร์สันไปแพลตฟอร์มเนราตัดสินใจดึงสร้อยให้ขาดจากคอด้วยซ้ำท... แต่นั่นไม่ได้ทำให้เนราสามารถถอดส่วนนั้นออกจากคอได้อีกครั้ง

"เรื่องนั้นไม่มีวันเปลี่ยนแปลงได้นั่นเองค่ะ แต่อย่างไรก็ตามเนว่ามันไม่เกี่ยวกับเรื่องของสถึงแม้ว่าจะจำเอาไว้ว่าเป็นความรักที่มีประธานจะเปลี่ยนหรือน้อยลง" เท้าก้าวเข้าสู่ห้องด้วยตนเองก่อนค่อย ๆ วางตัวลงไปที่นุ่มนวลต่อร่างกายรวมถึงผืนผ้ายังไร้การเสียดสีกับผิวและปล่อยทิ้งไว้ยกเกย์บิดทิศทางเดินกับแนวคิดของความคิดในหัว

“ท่านเมอร์สันยิ้มอย่างมีความสุขเช่นนี้เป็นของคุณเนราเท่านั้นนะคะ”

"ท่านอ๋อส่งลงกว่าแต่ก่อนมากผมว่าคงเป็นท่านเนรากลับมา"

"ถ้าคุณเนราอยากอยู่กับท่านเมอร์สันที่เลิกคิดถึงความทรงจำที่หายไปและได้รับความแน่นอนจริงๆค่ะ เริ่มต้นแค่ชายที่พาคุณไปอยู่ด้วยตามสัญชาตญาณเขาจะกลายเป็นรักอย่างหนึ่งที่เมอร์สันรักคุณพบกับท่านที่ผู้ชายรอคอยอยู่ตลอดด้วยความสูญเสียและความทรมานอยากจะหาแต่ทำได้แค่มอง"

แผ่นเสียงบอกของซิลวี่ดังในหัวแม้จ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 64 The End ตราบนิจนิรันดร์...

    บุคคลอันซึ่งมีวิญญาณแข็งกล้าในฐานะหมาป่าสายเลือดโบราณ ชีวิตและจิตวิญญาณของเขามอบให้เพียงหญิงอันเป็นที่รัก ผู้เป็นภรรยาเพียงบุคคลเดียว ที่เขาจะน้อมรับคำบัญชา เสมือนการรอคอยคำสั่งให้ฟื้นกลับจากสภาวะหลับใหลด้วยผลกระทบอันรุนแรงเกินกว่าจะตื่นขึ้นมาในเวลาเร็ววันเมื่อเนรา เอ่ยคำบัญชาดังเป็นวาจาสิทธิ์ร้องปรารถนาหัวใจผู้เฝ้าภักดีอย่างเขา ให้ปรากฎตัวต่อหน้าเธอในวินาทีนี้ สองขาลุกหยัดยืนปาดน้ำตาทิ้งแสดงสีหน้าฮึดสู้ บอกตัวเองว่าควรหยุดร้องได้แล้วก่อนจะหันหลังกลับมาพบหน้าบุคคลที่เธอเพิ่งออกคำสั่งให้เขากลับมา แต่ภาพเบื้องหน้าของร่างสูงสง่าผมยาวลงเกือบปกบ่าเล็กน้อย มีเคราล้อมกรามดูคมเข้มมากกว่าปกติ ไม่ได้ทำให้เนราตกใจนัก เธอมักเผลอเห็นภาพเขายืนมองเธอด้วยสายตาอาทรอยู่บ่อยๆ ไม่ดวงวิญญาณสามีเธอคอยติดตามคุ้มครอง ก็คงเป็นภาพมโนจิตอันก่อเกิดขึ้นจากความคิดถึงและโหยหา..."คุณนี่ชอบมาวนเวียนนะ เอาเถอะ ไม่ต้องห่วง เนจะเข้มแข็งดูแลตัวเองเพื่อลูกของเรา... เธอถอนหายใจเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มจางๆก่อนเดินจากสิ่งที่คิดว่าเป็นภาพลาง ถ้าว่ามันกลับยับยั้งการเคลื่อนไหวของเธอจนถึงกับสะดุ้งถอยเท้ามองสบเข้าไปในดวงตาที่เปี่ยม

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 63 อยู่กับฉันขอให้เราได้อยู่ด้วยกัน

    "มันมีค่าการทำลายสูงกว่าลูกที่แล้ว" อีเมอร์สันย้ำขึ้นให้สเวนคอยตระหนักที่จะปล่อยวางหากเกินกำลังและให้ผู้อื่นแบ่งเบาการหยุดปรมานูลูกนี้ แม้สภาพทางกายภาพของชายหนุ่มจะสมบูรณ์ดี แต่ภายในใช่ว่าจะปะติดปะต่อดังปกติ มันอาจเพราะฉีกขาดยามทนแรงกระทบไม่ไหว ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่ต่างจากสเวนถึงจะได้รับเลือดเนราถึงสองถุง"อืม" เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะตวัดสายตาลงไปมองภรรยาผู้แหงนมองขึ้นมาจนอยากกระโจนตามขึ้นไปอยู่ด้วย เธอกำลังภาวนาให้ทุกคนรอดชีวิต ไม่ว่าจะพ่อ พี่ชาย สามีหรือใครก็ตาม..."ที่นี่เป็นบ้าน เป็นโลกที่ผมหวังสร้างให้เธอใช้ชีวิตอยู่ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตผมก็จะไม่ยอมให้ที่ที่สวยงามนี้พังพินาศ" สเวนเอ่ยในใจก่อนดึงสายตามาเพ่งลำแสงอันพุ่งตรงเข้ามา ทุกชีวิตเคลื่อนตัวออกจากตึกหรืออาคารใหญ่ด้วยความหวาดกลัวยามถูกปล่อย ยังไม่เท่ากับสิ่งที่ต้องสะพรึงในอีกไม่กี่วินาที ยามเห็นสิ่งคล้ายกับยานลำใหญ่ยาว หัวมนซึ่งต่างรู้ว่าคืออะไรกำลังเคลื่อนผ่านหัวทุกคนกัดฟันร่วมกันหยุดครั้งสุดท้าย วิกเตอร์จับมือลูกชายขึ้นพร้อมกับยื่นมือไปหาอาเรย์ สเวนยื่นมือไปทางโครว์ อีเมอร์สันที่กำลังยื่นมือไปทางอีริคพ่อของตนราวกับทุกคนประสานกำลั

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 62 ผมอยากบั่นคอตัวเองตอนนี้

    "หนึ่งลูกอาจทำให้มันปางตาย แต่ลูกที่สอง พวกมันไม่รอดแน่ ฉันจะทำให้มันไม่มีทางเลือกจะหยุดปรมานูลูกนี้ เพราะมันจะมุ่งไปที่... ซิลเวีย"คำกล่าวทิ้งท้ายของปีเตอร์อันเต็มไปด้วยความสุขไร้ความกลัวตายและการเจ็บปวด ซึ่งทางวิกเตอร์ อาเรย์ พร้อมคาเรย์ พกเครื่องส่งสัญญาณไร้สายติดหูด้วยกันทุกคนต่างหูผึ่ง หันหน้าไปในทิศทางเดียวกันตามองศาที่ประเทศนั้นตั้ง สถานซึ่งเป็นบ้านเกิด สถานที่อันศักดิ์ของบรรพบุรุษ ต้นกำเนิดของพวกเขาตั้งแต่โบราณกาล...บนจอใหญ่ซึ่งติดตั้งกลางเมือง เครื่องที่ยังคงใช้การได้ฉายวิดีโออัดไว้ก่อนปีเตอร์เสียชีวิตอัตโนมัติ... "ถ้าวิดีโอนี้ถูกฉายแสดงว่าฉันชนะเกมส์ ไม่ก็ได้ตายไปแล้วฉันมีของขวัญจมอบให้... บ้านเกิดพวกแก ไอ้หมาสกปรก ที่ที่แกและคนรักอยากใช้ชีวิตอย่างสงบ จะหายไปพร้อมฝังความแค้นของฉันไว้แทน ไม่ต้องห่วง ฉันแถมวิญญาณมนุษย์ไว้ให้สถิตในที่แถวนั้นด้วยจะได้ไม่เหงา"วินาทีนั้น ได้มีมนุษย์จำนวนมากถูกปล่อยตัวจากหลุมซ่อนภายในรัฐซิลเวียที่ปีเตอร์นำกองกำลังมาควบคุมไว้ใต้อาคารหรือตึกแห่งหนึ่ง พวกเจ้าหน้าที่ตั้งใจปล่อยมนุษย์ให้หนีตายอลหม่าน หลังจากได้รับข้อความจากศูนย์ใหญ่ที่พวกซิลวี่และกองก

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 61 กระแสจิตภรรยาและสามี

    วิกเตอร์เร่งนำเนรา สวอนน่าออกจากฐานกองกำลังของปีเตอร์ตามคำขอของลูกสะใภ้อย่างเร่งรีบ โดยมีซิลวี่และพรรคพวกของไคล์คอยคุมสถานการณ์แก้ไขปัญหาปรมานูอีกลูกอยู่ที่นี่ คาเรย์ช้อนตัวเนราขึ้นมาไว้บนหลังวิกเตอร์ที่กลายร่างเป็นหมาป่าสีดำเฉกเช่นเดียวกับลูกชายตนอย่างสเวนเพราะขนแหลมแข็งเหมือนน้ำนั้นจะไม่ทำร้ายและอ่อนยวบลงยามผู้ที่ได้รับความไว้วางใจสัมผัส ในเมื่อต้องการความเร็วเหนือทุกอย่างกลายเปลี่ยนร่างเป็นสมบูรณ์จึงจำเป็น ในวินาทีนี้อาเรย์ยังคงร่วมด้วยผู้วิ่งคู่ขนานเคียงข้างวิกเตอร์ อย่างน้อยให้ไปทันสนับสนุนหยุดการโจมตีของปรมานูทางสเวน ได้รับการแจ้งเตือนจากโลแกน ผู้นำข่าวมาบอกแก่อีเมอร์สันว่ามีปรมานูกำลังเดินทางมายังที่แห่งนี้ ชายหนุ่มเบิกตาครู่หนึ่ง พร้อมกับเปิดสัมผัสให้กว้างขึ้นเพื่อรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวอันเคลื่อนที่เร็ว สภาพของเขาตอนนี้แทบไม่ต่างกับสุนัขเพิ่งจบการแข่งขันในช่วงแรก อีเมอร์สันมองกายภาพของสเวนที่โลหิตไหลผ่านรูหูรูจมูก ชายหนุ่มผู้เป็นน้องเขยคนนี้ใช้พลังไปกับการเดินทางเหนือแสงเหนือเสียงและแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนตลอดหลายวันที่ผ่านมา อย่างน้อยตัวเขาเองก็ยังได้พักและพิจารณาสถานการณ์ เหต

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 60 ไดร์วูลฟ์ร่างในตำนานอันสูงส่งและสง่า

    "ถ้าคิดว่าพลังจิตวิญญาณที่มนุษย์พิเศษมีอยู่คือพลังไร้ขีดจำกัดล่ะก็ เธอคิดผิ""ฉันไม่เคยคิดเช่นนั้น...""หึ พวกผิดปกติ... ปีเตอร์พูดแทรกขึ้นทันทีก่อนยกมือซ้ายขึ้นใช้นิ้วมือปัดไปยังหน้าจอนาฬิกาที่สวมใส่... ทำลายความสมดุลโลกอย่างพวกเธอ จะบอกว่าไม่ได้เหิมเกริม ทะนงในอำนาจของตนเองงั้นเหรอ""แวน..." เนราขานชื่อเพื่อนชายคนสนิทผู้เพิ่งวิ่งมาหยุดยืนข้างตน ซึ่งชายหนุ่มรู้ทันทีว่าต้องเข้าไปตรวจสอบการกระทำเมื่อครู่ โดยเฉพาะนาฬิกาที่คอยควบคุมบางอย่างจากข้อมือซ้ายของปีเตอร์"ถ้าถอดมันออกจากข้อมือฉัน ปรมานูจะทำงานทันที... แวนชะงักมือซึ่งกำลังจะปลดก่อนถูกปีเตอร์สลัดออกมาโดยทำหน้ามีชัย... ระบบสั่งการภายในนาฬิกาเรือนนี้ ถูกเชื่อมต่อกับระดับการเต้นของหัวใจฉัน ถ้าฉันตาย พิกัดที่ระบุการทำลายล้างจะทำงานโดยส่งเจ้าปรมานูที่พวกแกยังไม่พบไปเยือนมนุษยทันท่ี""คุณเองก็เป็นมนุษย์ คิดจะเปลี่ยนโลกเพื่อพวกเขาไม่ใช่หรือไง" เนรากันมือทางวิกเตอร์และสวอนน่าไว้พลางถอยเท้า ขณะพวกปีเตอร์เหมือนจะเป็นต่อกรูกำลังเสริมกันเข้ามาพร้อมยกอาวุธ"เธอคงเข้าใจผิดสาวน้่อย โลกในอุดมคติของฉันมีแต่พวกเพอร์เฟค ฉลาด ไหวพริบอยู่ในขั้นสูงสุด

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 59 หญิงสาวเลือดแวมไพร์ที่เหมือนแม่เพราะความใจเด็ด

    "แกคงจะสงสัย สินะ เพราะศัตรูตรงหน้าแกมีเลือดคล้ายกับแก เด็กหนุ่มคนนี้เกิดจากแม่ที่เป็นไดร์วูลฟ์ฉันจับแม่มันมาตั้งแต่ยังเล็กๆ... คำพูดผ่านลำโพงทำให้สเวนยิ่งยัดเยียดความโกรธลงไปยังคมเขี้ยว หากลูกหลานไดร์วูลฟ์ยังเด็กก็มีสิทธิ์พลาดจะถูกนำตัวไปได้ด้วยวิธีการสกปรกต่างๆของศัตรู ซึ่งเขาเองไม่รู้ว่าเด็กผู้หญิงที่ถูกจับไปเป็นเชื้อสายไดร์วูลฟ์ ลูกหลานฟากฝั่งตระกูลไหน ห่างกันไปเท่าไรจากวงศ์ตระกูล... เลี้ยงให้เชื่อง ก่อนจะใช้เธอเป็นแม่พันธุ์ขยายตัวทดลอง... เมื่อได้ยินคำว่าแม่พันธุ์เขาแทบปลอดแตก เพราะปีเตอร์ก็คิดใช้่เนราเป็นบุคคลขยายสิ่งมีชีวิตที่ทั้งเธอและเขาต่างไม่อยากให้เกิดขึ้นด้วยฝีมือสกปรกของศัตรู... สิ่งที่ได้มันช่างคุ้มค่า... ทว่าทุกครั้งยามคมเขี้ยวจมลงเนื้อไป สเวนไม่รู้ตัวเลยว่ามียาพิษแทรกซึมเข้ามา จนเขาเริ่มรู้สึกถึงอาการเซจนล้มลงไปพลันถูกเท้าหนักกระทืบ แม้โครว์เห็นท่าไม่ดีพร้อมจะเข้ามาช่วย แต่ดันถูกหมาป่าอีกฝ่ายแห่เข้ามากันไว้... ฉันไม่อยากฆ่าแกเลย อยากได้แกเป็นหนูทดลองด้วยซ้ำ...""คุณทำอะไรกับเขาปีเตอร์" สวอนน่าพูดขึ้นทั้งน้ำตาก่อนภาพจะตัดไปสร้างความสั่นไหวในใจสเวน ที่ร่างล้มตัวลงนอนราว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status