แชร์

ตอนที่ 2 สีแดงที่กลับมา ( 2 )

ผู้เขียน: 22 A Venus
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-17 13:54:48

โลก ที่เริ่มไร้ซึ่งความเชื่อในสิ่งลี้ลับ แต่ยังมีบางส่วนคงให้การยอมรับในปริศนาอันพิศวง การศรัทธา การเคารพ ล้วนมีอยู่ทุกช่วงสมัย เมื่อปรากฏการณ์บางอย่างยังคงปรากฏให้เห็น เฉกเช่นพิธีกรรมบางระบบยังคงดำเนินต่อไป ไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าน้ำมนต์จากโบสถ์ หรือ อาวุธผ่านการบริกรรมคาถา เหตุใดถึงมีความสามารถในการกำจัดสิ่งมีชีวิตพิเศษ ไม่่ว่าจะแวมไพร์ หมาป่า จิ้งจอก เสือสมิง รวมถึงความพิเศษของเผ่าพันธุ์อื่น ขณะเดียวกันบางกลุ่มยังคงได้รับผลกระทบจากสิ่งที่ทางโบสถ์สร้างขึ้น เนื่องจากมีความเชื่อว่ามนุษย์พิเศษคือผู้ผิดแปลกจากบัญชาพระเจ้าในฐานะมนุษย์โลก เหนือกว่านั้นคือหัวใจของเจ้าแห่งเผ่าพันธุ์ ผู้ขึ้นชื่อว่าแวมไพร์ หากใช้เป็นส่วนหนึ่งของการหลอมอาวุธแล้ว จะสามารถปลิดชีพแวมไพร์ระดับต่ำกว่าพวกตนได้ภายในพริบตาหรือแม้แต่พวกเลือดบริสุทธิ์ประเภทเดียวกัน จะสร้างแผลฉกรรจ์อันต้องใช้เวลารักษานานนับหลายปี

เมืองหลวงเชคเวีย สมาคม Hunter ส่วนกลาง

"เมอร์สันนายจะไม่กลับไปหาเนราเหรอ" อีธานถามขึ้นเมื่อตามหาตัวเพื่อนชายเจอเสียที ทั้งเมื่อวานก่อน เมื่อวานนี้ อีเมอร์สันตัดขาดจากการติดต่อทุกระบบสื่อสารแถมยังหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย จนวันนี้ มาพบอยู่ในห้องทำงานของตัวเขาเองชั้นบนของสมาคม Hunter ซึ่งดูจากลักษณะนอนพาดกับโซฟารับแสงแดดอ่อนๆลอดเข้ามาอย่างสบายใจ แม้ว่าสีหน้าจะไม่ได้ปรากฏเช่นนั้น... คงไม่ได้เจ็บปวดอะไรมากล่ะมั้งนะ

"ผมยังมีงานต้องทำ ตอนนี้ดูเหมือนพวกสภาอาวุโสแวมไพร์กำลังเคลื่อนไหว ไม่สิเคลื่อนไหวตั้งแต่รู้ว่าผมมีน้องสาวคงเป็นพวกที่หลุดรอดไปในคืนนั้น ไม่ก็คนที่มาสังเกตการณ์"

"เนรายังไม่ได้ลงทะเบียนสถานะแวมไพร์กับทางฝั่งนั้นนี่ แค่ลงชื่อกับทางสมาคม Hunter จะเคลื่อนไหวไม่แปลก เพราะเลือดแท้ผู้พี่อย่างนายยังต้องลงทะเบียนกับฝั่งนั้น อีกอย่างนายยังไม่ได้เปิดตัวเนราตามคำเรียกร้องของสภาอาวุโสแวมไพร์ ฉันคิดว่าอาจส่งผลให้กลุ่มสภาอาวุโสขุ่นเคือง"

"ผมบอกแล้วว่าจะไม่ให้เน ไปอยู่ท่ามกลางกลุ่มแวมไพร์"

"ฉันรู้ แต่ถ้ามันทำให้ปัญหาลดลงความปลอดภัยของเนราเพิ่มขึ้นนายควรทำ อย่าลืมว่าสภาอาวุโสมีตำแหน่งน้อยกว่านายที่เป็น King พวกนั้นยังไม่ลุกฮือก่อความวุ่นวายทำลายสังคมมนุษย์เพราะมีครอบครัวนายค้ำอยู่"

"อา... ลุกขึ้นคว้าเสื้อโค้ทยาวสีดำคู่ใจคลุมตัวพร้อมเดินสวนเพื่อนชายคนสนิทไปยังประตู... ผมถึงอยากจะกำจัดพวกมันไปให้พ้นๆทาง" แต่ถ้าหากทำ สังคมแวมไพร์คงต้องสั่นคลอน และเกิดขบวนการอื่นๆของแวมไพร์หลากหลายตระกูลตามมา

"เมอร์สันฉันไม่รู้ว่านายกำลังทำอะไร หรือวางเกมส์ยังไง แต่ในเมื่อนายไม่อยากให้เนราต้องเสียใจ ควรกลับไปหาเธอ ฉันอยู่ที่ทรานซิลเวเนียกับครอบครัวนายเกือบหนึ่งปี... ชายหนุ่มย้อนนึกถึงวันวานในขณะเขาไปช่วยดูแลคุ้มกันความปลอดภัยที่คฤหาสน์ตระกูลคาสเชลเก่าแก่ ได้เฝ้ามองสองพี่น้องฝาแฝดใช้ชีวิตร่วมกันไม่ว่าจะบ้าน หรือยามออกไปเที่ยวเล่นในเมือง จนบางทีอดคิดไม่ได้ว่าพวกเขาดูเหมือนเป็นคู่รักมากกว่า ไม่ว่าจะแววตา สีหน้า การรับส่งอารมณ์ ความใกล้ชิด มันบ่งบอกว่าทั้งคู่ผูกพันกันแค่ไหน... ฉันรู้ดีว่าพวกนายสองคนแทบไม่อยู่ห่างกันเลย ไม่สิ เหมือนกับไม่มีอะไรสามารถพรากพวกนายจากกันได้ เมอร์สันฉันไม่ได้ให้นายเห็นแก่ตัว แต่การที่เนราคืนสู่ตัวนาย นายควรคว้าไว้"

"ผมไม่อยากเห็นแก่ตัว..." พูดจบเขาก็เดินออกประตูไป...

"ถ้าความเห็นแก่ตัวไม่ได้ทำให้เนราเจ็บผมคงไม่พาเธอมาซิลเวีย แต่เพราะอยากรั้งเนราไว้ มันเริ่มทำให้รอยยิ้มซึ่งควรออกมาด้วยใจจริงเปลี่ยนไป ผมจึงให้เธอมาหาคำตอบด้วยตัวเธอเอง"

5 ตุลาคม มหาวิทยาลัย FOREST รัฐซิลเวียเขต 3...

"กลัวหรือเปล่า" เสียงชายข้างตัวถามขึ้นเมื่อพาหญิงสาวผู้หายหน้าหายตาไปเกือบปีมาถึงคณะนิติศาสตร์ คณะเดิมที่เธอเคยเรียนทิ้งไว้ในเทอม 2 ปี 2 ของปีที่แล้ว

"ไม่ค่ะ แต่ คือเอ่อ... เนจำใครไม่ได้" พูดไปพลางลูบผมยาวม้วนเข้านิ้วไป เพราะรู้สึกว่าตั้งแต่ตนลงมาจากรถ ได้มีสายตาหลายคู่จ้องมอง ทั้งดูเป็นมิตรและไม่ ขณะเดียวกันยามเธอเดินไปกับสเวนยังพบคนทำความเคารพใส่ตนในฐานะนายหญิง แม้จะสงสัยในตอนแรก แต่พอเข้าใจได้ในเวลาไม่นาน เธอยังขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาของสเวน กลิ่นของเขาตลบอบอวลอยู่รอบกายนี่นะ

"ไม่เป็นไร วันนี้ผมยังไม่ให้เนกลับไปเข้าเรียนจากที่เคยเรียนไว้หรอก เราจะเดินดูมหาวิทยาลัยกันก่อน"

"คุณไม่มีเรียนเหรอ เมื่อวานก่อนพี่เคธบอกว่าตอนนี้คุณอยู่ปี 5 แล้ว ภาคปฏิบัติจะเยอะไม่ใช่เหรอคะ ไหนยังจะมีชั่วโมงฝึกงานที่คุณต้องทำที่อุทยาน"

"ผมฉลาดไม่ไปเรียนก็ตามทัน... เธอหงายเงิบกับถ้อยคำชมตัวเองของอีกฝ่ายแสนสู้ดูมั่นใจเสียเหลือเกิน... ที่สำคัญเหลือไม่กี่ตัวแล้ว ส่วนเรื่องฝึกงานไม่ต้องกังวล"

"อย่าบอกว่าคุณจะโกงชั่วโมงฝึกงานนะคะ" เธอถามอย่างรู้ดี เพราะชายตรงหน้าไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ หากพี่ชายเธอเป็น King แห่งแวมไพร์ ชายผู้นี้ก็คือ King ของหมาป่าไม่ต่างกัน

"นั่นสิ ทำดีไหม" เขายื่นหน้ามาใกล้พลางยิ้มหยอกล้อ หยอกหัวใจเธอ ให้เต้นไม่เป็นจังหวะอีกครั้ง ความอ้อนของเขานี่ล่ะคือพลังขั้นสุด ดูสิว่าจะทนได้กี่น้ำกัน

" ท่านเนรา... ผู้แสดงอาการเขินอายเปลี่ยนสีหน้าลงทันทีก่อนหันมาเผชิญกับคนเรียก แม้ไม่ได้เห็นหน้าตาหรือลักษณะแต่เพียงเสียงส่งมา ก็ทำให้เธอรู้ได้ว่าอีกฝ่ายคือแวมไพร์ แววตาเย็นเยือกคู่สีดำมองหญิงสาวทั้งสองกำลังใช้มือทาบอกทำความเคารพ... ถึงจะยังไม่มีการเปิดตัวท่าน แต่พวกเราพอได้ยินข่าวมาบ้าง"

"ต้นตอข่าวนั้นคงมาจากสภาอาวุโสแวมไพร์สินะ" ไม่ใช่แค่สีหน้าเปลี่ยน หากแต่โทนเสียงยามใช้ยังปรับ แม้จะเป็นใบหน้าที่ปรากฏรอยยิ้มเล็กๆ แต่นั่นก็เป็นเพียงการแสดงเพื่อภาพพจน์ สเวนคิดเช่นนั้น แล้วเขาไม่ชอบเอาเสียเลยไม่รู้ทำไมเขาถึงไม่ต้องการให้เธอแสดงความไม่เป็นตัวเองออกมา

"นับว่าเป็นเรื่องดี ที่ทางตระกูลสูงศักดิ์มีทายาทเป็นสตรีอีกหนึ่งท่าน พวกเราเพียงเข้ามาทักทายและขออภัยในตลอดปีก่อนหน้า หูหนวกตาบอดชั่งเขลานัก ไม่ได้ทำสิ่งคู่ควรขณะท่านอยู่ในสถานศึกษาแห่งนี้"

"ความไม่รู้ย่อมไม่ผิด ตัวฉันอยู่ในอีกฐานะหนึ่งย่อมไม่มีผู้ใดทราบ ในตอนนี้อย่ามัวพิธีรีตองเสียเวลาสนใจเรื่องการมาของฉัน ไปเรียนเถอะ" สองสาวแวมไพร์ทำความเคารพก่อนเดินจากไป

ด้านคนถูกทักเป่าปากปลดปล่อยลมหายใจเมื่อต้องทำกริยาวางเฉยแบบพี่ชายตนมักแสดง จริงๆแล่้วจะว่าสร้างนั้นไม่ถูกเต็มร้อยนะ มันกลับเป็นภาพลักษณ์ตามสัญชาตญาณตัวตนของเธออันรู้ว่าต้องเผยออกไปยามสนทนากับแวมไพร์ในระดับต่ำกว่า มันเป็นไปเองโดยธรรมชาติน่าจะเป็นคำตอบใกล้เคียง

เมื่อจบบทสนทนา ทำให้เนราเป็นฝ่ายเดินนำสเวนแทนอย่างไม่รู้ตัวพลางคิดถึงเหตุการณ์ที่สภาอาวุโส 3 คนไปหาเธอถึงคฤหาสน์ที่ทรานซิลเวเนีย

"พวกเราสภาผู้อาวุโสแวมไพร์ยินดีกับการตื่นขึ้นของท่าน การที่ตระกูลคาสเชลมีผู้นำอีกคนนับเป็นเรื่องน่ายินดี" ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีสุภาพ แต่ด้วยอำนาจของ อีริค อีเมอร์สันและเนราสูงกว่า ความต้องการของพวกเขาจึงม่อาจปิดบังสายตาของคนทั้งสามได้ว่ามาเพื่ออะไร

"ขอบคุณสำหรับการมาแสดงความยินดี แต่มันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร พวกท่านไม่จำเป็นต้องลำบาก" เนราเป็นฝ่ายรับบทสนทนาแทนผู้เป็นบิดาและพี่ชาย แม้อีเมอร์สันไม่ต้องการแม้แต่ให้เนราได้สนทนากับคนเหล่านี้ แต่ต้องยอมตามความต้องการของเจ้าตัว

"ไม่ได้ครับ ทายาทของตระกูลคาสเชลที่เป็นสายตรงเช่นนี้ คือบุคคลสำคัญของพวกเราเสมือนนายเหนือหัว การมาทำความเคารพยังสถานที่ที่ท่านอยู่นับว่าเป็นเกียรติ"

"แบบนั้นเองเหรอ" เธอเดินมานั่งลงบนโซฟาพร้อมกับบิดาและพี่ชาย ก่อนผู้อาวุโสจะมีสิทธิ์ได้นั่งลงหลังยืนทำความเคารพ

"ที่เรามาในวันนี้เพราะอยากจะรบกวนเรื่องสำคัญ ตอนนี้เรื่องของท่านหญิงที่ตื่นขึ้นในฐานะแวมไพร์ยังไม่เป็นสิ่งรับรู้ถึงแวมไพร์ทั่วทุกมุมโลก เราจึงอยากอาสาจัดงานเลี้ยงเปิดตัวเจ้าหญิงคนสำคัญของตระกูลคาสเชล"

"นั่นคือเรื่องสำคัญที่ท่านจะบอกงั้นเหรอคะ ตัวดิฉันเป็นแวมไพร์เลือดแท้ไม่สมบูรณ์ นอกจากกลิ่นเลือดชวนให้เกิดกิเลสแล้ว กลิ่นแวมไพร์ยังไม่เป็นส่วนปรากฏ พวกท่านน่าจะทราบดีตั้งแต่ได้ก้าวเท้าเดินเข้ามายังคฤหาสน์หลังนี้... แววตาสีดำเข้มเริ่มมีอาการไม่พอใจ แต่ยังคงรักษาภาพพจน์เรียบเฉยไว้ได้ดี พร้อมจ้องเขม็งไปยังทั้งสามคนอย่างไม่วางและกระพริบแม้แต่น้อย จนคนเบื้องหน้ารู้สึกเย็นวาบเนื้อตัว... อีกอย่างการที่ทางตระกูลปิดบังตัวตนของฉัน น่าจะทำให้ท่านซึ่งเป็นถึงสภาอาวุโส ผู้มีปัญญาดังนักปราชญ์ตระหนักรู้ได้ว่า ท่านพ่อและท่านพี่ไม่ต้องการให้การมีอยู่ของฉันนั้นเป็นที่ปรากฏ ถึงแม้เวลานี้จะปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผู้รู้ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องรับรู้ไปทั่วโลก"

"เหตุผลใด ท่านจึงต้องการจะปิดบัง"

"คงจะเป็นสกุล... เธออ้างชื่อสกุลขึ้นมาเพราะเป็นตัวเลือกในการเป็นข้อต่อรองชั้นเยี่ยม เพื่อไม่ให้ตนต้องออกไปเผยตัวต่อแวมไพร์จำนวนมาก ซึ่งนั่นถือเป็นความปรารถนาของพ่อและพี่ชายเธอด้วย... ตระกูลฉันไม่พอใจนักหากตัวตนของฉันเป็นสิ่งประจักษ์ กลิ่นกายแวมไพร์เป็นสิ่งสำคัญหากไร้ซึ่งมันแล้ว เท่ากับเป็นสิ่งบกพร่อง พวกท่านในฐานะตระกูลขุนนางเก่าแก่ ล้วนแล้วบรรพบุรุษต่างปกป้องเกียรติของพวกเรา หวังว่าคงเข้าใจสิ่งที่ฉันกำลังสนทนา" เสมือนม่านพลังถูกส่งไปกระทบร่างอีกฝ่ายผู้รับฟังจนรู้ถึงเหมือนลวงสัมผัส เสียงฉาบไปด้วยน้ำแข็งเย็นร้าวไปถึงกระดูกประสาทอีกฝ่าย ทำให้คนทั้งสามรีบลงจากโซฟามาคุกเข่าพร้อมยกมือทาบหน้าอก

"พวกเราต้องขออภัย หากกำลังสร้างสร้างความอับอายแก่สกุลท่าน เพียงคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยเพราะมีแวมไพร์จำนวนมากสามารถใช้จิตมองไปยังจิตภายในอีกฝ่ายได้ การที่ท่านไม่มีกลิ่นของแวมไพร์พวกเราจึงมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย หากเทียบกับจิตวิญญาณที่บ่งบอกตัวตนอันแท้จริงและกลิ่นเลือดทรงพลังอำนาจ"

"อย่าได้ตัดสินความคิดของพวกเราโดยใช้ทัศนะของท่าน ผู้อาวุโสแวมไพร์" สิ้นประโยคนั้นร่างทั้งสามถูกเคลื่อนย้ายออกไปหน้าประตูทางเข้าในคฤหาสน์ ไม่รู้เมื่อไรที่ถูกพาตัวออกมาและใครเป็นผู้กระทำ เพราะทิ้งไว้เพียงชายร่างสูงอย่างอีเมอร์สันคล้องเอวน้องสาวตนเองปรายหางตามองมายังกลุ่มผู้อาวุโสทั้งสามก่อนบานประตูจะถูกปิด

"รู้สึกไม่ดีหรือเปล่า" ชายหนุ่มคนเดินตามถามขึ้น และดูเหมือนว่าเสียงของอีกฝ่ายนั้นได้เรียกตัวตนอีกด้านหนึ่งกลับมา

"โทษค่ะ คุณมาเดินข้างเนสิ เนเดินไปเองไม่รู้ตึกไหนเป็นตึกไหน" ดูเหมือนเธอจะตอบไม่ตรงคำถามและเบี่ยงประเด็นไป แต่นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่เขาจะล้วงความคิดเธอ

ชายหนุ่มเดินก้าวขึ้นมาสองก้าวก่อนเริ่มแนะนำตึกแต่ละตึกตามช่วงทางเดิน ตั้งแต่หน้ามหาวิทยาลัยไปจนถึงตึกด้านหลังอันเป็นกลุ่มตึกวิทยาศาสตร์ กลุ่มการแพทย์ต่างๆ ซึ่งมีทั้งคนทักเธออย่างสนิทและผู้แปลกใจต่อการกลับมา โชคดีสเวนคอยตอบแทนเธอไปว่าความจำเสื่อม... จะมีก็แต่บุคคลหนึ่งนามว่าคาเรย์ ผู้ซึ่งเนราต้องนั่งสนทนานานกว่าผู้อื่นท่ามกลางความไม่พอใจของสเวน ทั้งทำตาเขม่นพร้อมขย้ำคออีกฝ่าย เขาแทบจะไม่เชื่อเรื่องที่โครว์เล่าให้ฟังด้วยซ้ำว่าตนเริ่มญาติดีกับชายหนุ่มแล้ว...

เมื่อคุยกันไปมาทั้งคู่ยังได้รับคำแนะนำจากคาเรย์ นักศึกษาแพทย์ปี 5 ให้พูดคุยสนทนากันบ่อยๆรวมไปถึงการย้อนกลับไปในสถานที่ที่เคยมีร่วมกัน แม้กระทั่งรูปถ่าย จะช่วยเรื่องความทรงจำของเนราได้ แน่นอนว่ารวมถึงสเวน เพื่อนคนนี้ที่เขาได้รับข่าวจากโครว์และเคธี่เมื่อปีก่อนด้วย คาเรย์คิดว่าผลกระทบกระเทือนทางสมองของสเวนจากที่ได้ฟังเมื่อปีก่อน เกิดจากการกดทับตัวตนของตัวเองไว้ สเวนจึงเลือกลืมเพียงเรื่องราวยามได้พบกับเนรา เพราะไม่อยากลืมตาตื่นขึ้นมารับรู้การจากไปของหญิงสาว สิ่งนั้นจึงส่งผลต่อระบบความทรงจำ มันไม่ได้หายเพียงแต่ถูกปิดกั้นไว้หากได้รับการกระตุ้น จะทำให้ความทรงจำกลับมาได้ง่าย

ส่วนทางด้านเนรา คาเรย์ประเมินสถานการณ์์ อุปนิสัย และวิเคราะห์อาการของเนราคงไม่ต่างกัน เพียงแต่เหตุผลที่เนราลืมสเวนไปไม่ใช่เพราะผลกระทบของการตื่นขึ้นในฐานะแวมไพร์เลือดแท้ แต่เป็นเพราะในส่วนลึกของเนราไม่อยากยอมรับตัวตนและกลัวว่าสเวนเองจะรับไม่ได้เช่นกัน ความหวาดระแวงความกลัวเหล่านั้นส่งผลให้ความทรงจำระหว่างเธอกับสเวนถูกนำไปเก็บไว้ในที่ไหนสักที่ภายในจิตสำนึก

"ฉันเชื่อว่าพวกนายสองคนจะจำกันได้ในเร็วๆนี้ ที่ผ่านมาเพราะไม่ได้พบ ไม่ได้พยายามรื้อฟื้น จึงมีเพียงเศษเสี้ยวกระจัดกระจายหรือเรียกว่าความเลือนลาง แต่อย่างน้อยจิตสำนึกของพวกนายยังคงมีความรู้สึกแบบเดียวกัน นั่นเป็นหลักฐานความผูกพัน อันเป็นตัวเชื่อมไปหาความทรงจำ" คาเรย์ทิ้งประโยคไว้เพียงเท่านั้นก่อนขอลาไปขึ้นเรียน

หญิงสาวมองดวงตาสีเทาคู่อ่อนโยนเป็นมิตรผิดกับสเวนที่มองคาเรย์ชั่งต่างกันนัก แต่ในความสงสัยนั่นคงมีคำตอบอยู่ในความทรงจำที่หายไปของเธอ ความทรงจำที่ถูกกดทับดูท่าจะมีชิ้นส่วนสำคัญมาก หญิงสาวคิดเช่นนั้นและมันได้เป็นแรงฮึดให้ตัวเธออยากจำได้ไวๆเสียแล้ว

"เหนื่อยหรือยัง" เป็นครั้งแรกที่เขากล้าลูบหัวเธอไล่ลงมาสัมผัสกับปลายผมยาวแสนนุ่มมือ เนราเองไม่ได้รู้สึกแปลกกับสัมผัสใหม่เธอรู้สึกชอบเสียจนยิ้มค้างไว้...

"คุณพาเนตะลอนมาทั่วมหาวิทยาลัยครบแล้ว... เขาพาเธอเดินตามทุกคณะพร้อมแวะกินศูนย์อาหารหรือร้านกาแฟทุกร้านยามผ่านจริงๆ ซึ่งตอนแรกจะเอารถไป แต่เนราขอเดินเพื่อจะได้เห็นด้วยตาตนเองทุกมุม... หมดแล้วนี่คะ เราไปหาข้าวเย็นทานกันดีไหมคะ"

"หิวอีกแล้วเหรอ" อาการกุมท้องพอจะได้ยินเสียงกระเพาะหิวโหยทำให้เขาถามพร้อมเสียงหัวเราะในลำคอ เธอกินเก่งของแท้เลย

"เรากินแต่ขนมนี่ ข้าวยังไม่กินเลยคุณไม่หิวเหรอคะ"

"ไปห้างดีไหม หรืออยากไปที่ไหน" เนราทำใบหน้าขบคิด คิดไปคิดมาจนคิ้วขมวด เธอไม่อยากไปห้างหรือร้านอาหาร สถานที่ซึ่งคนพลุพล่านยามเย็นแบบนี้ พลางนึกขึ้นได้ว่ามีหนึ่งที่ ซึ่งมีความสำคัญ จากความทรงจำที่โครว์และเคธี่เล่าให้ฟังก่อนหน้าสเวนจะย้ายเธอมาอยู่โรงแรมในเครือคาสเชลคือ บ้านหลังหนึ่งในป่าใกล้เขตอุทยานบ้านของสเวน เขาตั้งใจสร้างขึ้นมาเพื่อตัวเธอโดยเฉพาะ

"ไปที่นั่น บ้านที่เราอยู่กันมาตลอด... เขาชะงักฝีเท้าขณะเดินตามเพราะเมื่อวันสองวันก่อน หญิงสาวยังปฏิเสธจะรับรู้ ไม่ว่าจะโรงแรมหรือบ้านสวนของเขา แม้แต่รูปถ่ายสักใบยังไม่ต้องการดูโดยให้เหตุผลว่าเธอยังไม่พร้อม อยากให้ค่อยๆไป และคำเชิญชวนนั่น ทำให้เขาดีใจจนเนื้อระบำ เพราะอาจส่งผลต่อเขาเรื่องความทรงจำกลับคืนมาโดยไว หากมีเนราเคียงข้างกายในสถานที่ที่เคยไปอยู่ร่วมกัน... เนจะลงมือทำอาหารเอง"

"ผมตามใจเธอ" เขาเปิดประตูด้วยรอยยิ้มเต็มไปด้วยความสุข ดูท่าว่าหญิงสาวผู้ใจแข็งยอมอ่อนลง พร้อมเปิดใจรับรู้ความทรงจำมากขึ้น เขาไม่รู้ว่าอะไรทำให้เนรากังวล ลังเล ทั้งที่ภายในบอกว่าเธอเองพร้อมรื้อฟื้น แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลทำให้เข้าท้อ เขาเคยท้อ เคยปิดกั้น เรื่องของเนราหลังฟื้นจากสภาพปางตายในวันตกเขาเมื่อปีก่อน แต่ด้วยความโหยหาอันเหลือล้นเปี่ยมไปด้วยแรงกล้าทำให้เขาฮึดและพร้อมยอมรับชะตากรรม

รถส่วนตัวขับโดยฝีเท้าเจ้าแห่งหมาป่าวิ่งแล่นออกจากมหาวิทยาลัยมุ่งสู่พื้นที่ป่าอุทยาน เนราขอเขาเปิดกระจกยามอยากรับลมธรรมชาติ ด้วยอากาศข้างนอกเย็นอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์ในรถ เธอรู้สึกคุ้นเคยในสถานที่เส้นทางใหม่ นอกจากในเมือง หิมะโปรยบางๆปกคลุมพื้นที่เขียวชะอุ่มทึบหนา ยามมองระหว่างทางมือบางยื่นมือออกไปรับความนุ่มชื้นก่อนโยนเข้าปากบางชิ้นจนทำให้สเวนต้องออกอาการเอ็ดขึ้นมาเมื่อมันไม่ใช่ของกิน ซ้ำยังปรามหากไม่ทำตามเขาจะปิดกระจก มีหรือน้องสาวของเจ้าแห่งแวมไพร์จะรับฟัง เพราะอีเมอร์สันตามใจเธอในทุกๆเรื่อง ใบหน้างอนช่วงแรกจนแก้มป่องตามองค้อน หันกลับมาเล่นและเย้าแหย่กวนอารมณ์คนขับรถโดยการโยนเกล็ดน้ำแข็งใส่ปากดังเดิมอย่างท้าทาย

"จาเว็คกับบลัดอยู่บ้านสินะคะ ไม่ใช่ว่าพวกเขากินเนื้อหมดแล้ว ไม่เหลือไว้ให้เนทำอาหารให้คุณนะ" เนราพูดขึ้นเมื่อจำได้ว่าคนสนิทของสเวนพักอาศัยอยู่ร่วมกัน

"ผมทักข้อความไปหาแล้ว พอรู้ว่าเธอจะไปตอนนี้คงวิ่งออกไปหาผลไม้ป่ากัน"

"นี่ ที่พี่ทั้งสองเล่าให้เนฟัง คุณชอบพาเนเดินเที่ยวป่าตอนกลางคืน" เธอวาดภาพในป่าทึบอากาศเย็นแต่อบอุ่นจากสัมผัสขนยาวนุ่มสะอาดสีขาวยามตนได้นอนพักพิงขี่หลังร่างยักษ์์เที่ยวชม เจ้าตัวไม่รู้เลยว่าจินตนาการนั้นคือความจริงในความทรงจำที่เธอลืมเลือน

"ผมจำได้ลางๆ แต่ถ้าเนต้องการคืนนี้เราวิ่งเข้าไปในป่ากันไหม"

"จริงนะ เนขี่หลังคุณไปได้ไหมคะ... " แววตาลุกวาวปนตื่นเต้นด้วยความจำเลือนลางจึงทำให้เธอเห็นภาพของหมาป่าสีขาวตัวใหญ่ไม่ชัดเจน แต่รู้สึกได้ เรื่องนั้นคือสิ่งที่เธอสามารถยืนยันได้ตรงนี้

"ผมไม่ให้เธอเดินอยู่แล้ว" พูดจบเขาก็ใช้มือข้างหนึ่งลูบหัวเธอ

ช่วงเวลาสนทนาสงบสุขได้หมดเวลาลง เมื่อมีรถคันหนึ่งพุ่งออกจากป่า สเวนหันมองทางด้านฝั่งเนราเนื่องจากรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวของบางสิ่งคลืบคลานอย่างเร็ว พร้อมกับดึงตัวเธอเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเขาก่อนรถหงายกลิ้งตลบไปสองสามทีติดกับต้นไม้หนึ่งทางฝั่งตรงข้าม

สเวนบาดเจ็บช่วงแขนเนื่องจากถูกกระจกบาดส่วนเนราไม่มีรอยใดๆ เมื่อได้สติเขาจึงปลดสายเข็มขัดนิรภัยออกก่อนรีบเปิดประตูออกไปเพื่อพาผู้อยู่ในอ้อมกอดลงมาด้วย ทว่าเมื่อพ้นประตูรถ เขากลับถูกของแข็งฟาดบริเวณหลังคอจนหน้าทิ่มลงไปทันที ความรู้สึกถึงภาพเลือนลางในสมองกำลังผุดขึ้นยามถูกตี ความมึนงงจากสิ่งนั้นส่งผลมากกว่าความเจ็บก่อนศัตรูอีกสองคนจะไปดึงร่างเนราออกไป

"ถึงจะเป็นหมาป่า แต่ร่างเนื้อแกก็ยังเป็นมนุษย์สินะ ไม่งั้นเหล็กนี่คงไม่มีผลกระทบ" สเวนถูกลูกน้องของบุคคลยืนเอ่ยจับลุกขึ้นให้คุกเข่าโดยแขนถูกตรึงไว้ทั้งสองข้างก่อนเนื้อเหล็กเย็นจะเชยคางเขาขึ้น

"ฉันจำหน้าแกได้"

"สามเดือนก่อนถ้าแกไม่เข้ามาขวาง บอสของเราคงได้เขากวางตัวนั้นแล้ว"

"หึ สมบัติของป่าผืนนี้ไม่ควรตกไปอยู่ในมือใคร โดยเฉพาะคนชั่วๆอย่างพวกแก" พูดจบท่อนเหล็กของชายผู้มองจากด้านบนลั่นฟาดลงช่วงแขนข้างหนึ่งของเขาขณะลูกน้องตรึงไว้ ด้านเนราร้องเสียงหลงตอนได้ยินเสียงกระทบท่อนแขน แต่เธอไม่มีพละกำลังพอจะต่อกรกับสองหนุ่มที่กำลังล็อคแขนเธอไพล่หลังเอาไว้

"ดูเหมือนบอสต้องการเอาตัวแกไปเป็นหมารับใช้... ขณะที่พูดอีกคนก็เดินเข้ามาสวมบางอย่างไว้บริเวณคอของสเวน ก่อนกดปุ่มรีโมทให้มันทำงานจึงรู้ว่าเป็นไฟฟ้า... ฉันเลยฆ่าแกไม่ได้ โอ้จะว่าไปได้ของแถมด้วย... คนถือกระบองเหล็กหันไปดึงแขนหญิงสาวคนรักของเจ้าแห่งหมาป่ามาแนบกาย พลางส่งเสียงสูดดมช่วงผมดังจนสะท้านใจของชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีเธอ... แฟนแกเหรอกลิ่นเธอหอมดี หรือเป็นความพิเศษของผู้หญิงที่มาเป็นคนรักของแก"

"อย่าแตะ..." ไม่ทันจะพูดจบรอบนี้เขาถูกเสยคางด้วยท่อนเหล็กจนหงายหลังไป

"อย่าทำเขา" เสียงใสปนโกรธเคืองทัดทานขึ้นพลางพยายามดันตัวเองออกจากศัตรูที่กอดแนบร่างเธอไว้ข้างลำตัว

"ฉันไม่อยากรุนแรงกับเธอก่อนเราจะไปมีความสุขกันสาวน้อย " เนราสะบัดหน้าออกยามถูกมืออีกฝ่ายเชยคางขึ้น พลางเหลือบเห็นปืนบริเวณเอว จึงรีบขัดขืนให้อีกฝ่ายเสียหลักจนเริ่มหมดความอดทนกับเธอ ทว่าเนราแย่งปืนมาได้พร้อมยิงขึ้นฟ้าและเลื่อนลงมาเล็งหัวอีกฝ่ายเพื่อต่อรอง

"ปลดปลอกคอนั่น"

"พวกเรามีกัน 5 คน เธอคิดว่าจะต่อรองได้เหรอ คืนปืนมาให้ฉัน แล้วจะไม่เจ็บตัว" เธอกัดฟันยิงเฉี่ยวข้างขาของชายผู้ถือกระบองเหล็กยาว อาวุธที่ฟาดสามีเธอไปถึงสามครั้งและเล่นเอาสะท้อนความเจ็บแปลบแล่นเข้ามาในร่างกายเธออย่างไม่รู้ตัว ใช่ เขาคือสามีเธอ อย่าได้มาแตะต้องเชียว นั่นคือคำสบถในดวงใจเวลานี้เธอจะไม่ยอมให้เขาถูกทำร้ายอีก

ด้านสเวนเห็นเธอลั่นไกสมองก็ผุดภาพหญิงสาวใช้เหล็กชนิดหนึ่งกำลังทุบตีร่างปริศนาด้วยความโมโหความโกรธบริเวณสะพานแสนคุ้น เขาไม่รู้ว่าเหตุผลใดจึงทำรู้เพียงว่าตัวเขา เข้าไปห้ามเธอเพราะไม่อยากให้เจ้าตัวเป็นเช่นนั้น

"ขยับเท้าอีกนิดเดียวสมองเละแน่ ฉันยืงปืนแม่นเข้าจุดตายทุกจุด บอกไว้ก่อน" ถึงใจกล้า มีความแข็งแกร่งในจิตใจเพียงใด เนราก็คือเนรา เธอไม่ได้มีความกล้าพอฆ่าคนเป็นๆได้ ขอเพียงข่มขู่ให้อีกฝ่ายยอมจำนนหรือหยุดความเคลื่อนไหวได้เป็นพอ

ทว่าอาการสั่นในมือบ่งบอกถึงการตัดสินใจไม่เด็ดขาด ตาพลางชำเลืองมองเจ้าแห่งหมาป่าอย่างสเวนต้องถูกทำให้คุกเข่าลงซ้ำยังถูกทุบตี หากเป็นคนธรรมดาคงสลบคาพื้นไปแล้ว ไม่ทันที่อีกฝ่ายจะปล่อยให้หญิงสาวได้ยืนคิดนาน ชายคนหนึ่งผู้ปล่อยแขนสเวนข้างถูกตี ก็ได้รับสัญญาณหนึ่งจากหัวหน้ากลุ่ม เขาชักปืนออกมาอย่างรวดเร็วยิงไปยังไหล่ของชายหนุ่มอย่างไม่ใยดีหรือสนใจคำขู่ของเนราไม่ เลือดค่อยๆไหลจากบาดแผลโดยคมกระสุน ทำให้ภาพในจิตใต้สำนึกผุดขึ้นมาความทรงจำ การต่อสู้ เหตุการณ์อันทำให้เธอเจ็บปวดจากการมองคนรักถูกทำร้าย แม้จะไม่เป็นชิ้นเป็นอัน แตกเป็นเศษเสี้ยวขึ้นมาแต่ก็ส่งผลต่อความรู้สึกไม่น้อย

"เห็นแล้วใช่ไหม ต่อให้เธอฆ่าฉันก็ยังมีอีก 4 คน" มือถือกระบอกปืนค่อยๆปล่อยลง ใบหน้าก้มจนคางชิดคอ

สเวนผู้อยู่ในสภาพแขนซ้ายทั้งถูกยิงและถูกตีเข้าช่วงข้อศอกจนยกไม่ได้ เรียกชื่อหญิงสาวให้หยุด เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะขัดข้อห้ามของอีเมอร์สัน ชายผู้พี่ของเธอที่เคยพูดสนทนาบอกเขาทางโทรศัพท์ก่อนคืนเนราให้ ด้วยการส่งเสียงปรามนั้นทำให้ผู้ถือรีโมทควบคุมปลอกคอไฟฟ้าเกิดหงุดหงิด จึงปล่อยกระแสไฟฟ้าชอตไปยังคอสเวนอีกที

ด้านชายคนเป็นหัวหน้ากลุ่มลักลอบทำร้าย ตัดสินใจเดินเข้ามาใกล้เพื่อหวังแย่งปืนในมือคืน พร้อมหมายลงโทษข้อหากล้ายิงกระสุนใส่เขาแม้จะถาก ขณะนั้นเองอุณหภูมิรอบตัวได้เริ่มลดลงอย่างประหลาด จากที่เย็นเต็มไปด้วยหิมะอยู่แล้วกลับกลายเป็นผืนน้ำแข็งช่วงบริเวณเท้าในรัศมี 20 เมตร มือบางกำแน่นก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาผู้เผลอหยุดเดิน

ตั้งแต่ช่วงเท้าลามมายังขาไล่ขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงบริเวณคอกลายเป็นน้ำแข็งหยุดการเคลื่อนไหวทั้งร่างภายนอกและภายในก่อนลากยาวไปยังกลุ่มคนอีก 4 คนที่เหลือ สเวนใช้โอกาสขณะสองผู้คุมตัวเขาตกใจกับปรากฏการณ์ กระชากขาลงมานอนก่อนใช้สันมือทุบเข้าไปบริเวณหลังคอจนสลบ อีกสองคนที่เหลือกำลังงัดปืน ถูกเนรายิงเข้าส่วนแขนทั้งคู่ ถึงจะเผลอใช้พลังแต่เธอยังมีสติมองรอบข้าง แม้จะรู้ว่าตอนนี้ร่างกายเธอเริ่มโอนเอน ซ้ำยังมีเลือดไหลออกจากจมูก

"ว่าแล้ว ร่างกายนี้พอใช้พลังหนักๆก็มีผลกระทบทันที พอไม่มีท่านพี่เราก็ควบคุมให้มันสมดุลไม่ได้" เธอสบถในใจอย่างเจ็บแค้น แม้จะมีสายเลือดขึ้นชื่อว่าเป็นแวมไพร์บริสุทธิ์ ใครๆต่างเกรงกลัวและทำความเคารพ แต่พละกำลังกลับศูนย์เปล่า แล้วเธอจะถือครองความพิเศษของมันเพื่ออะไร ในเมื่อทำอะไรไม่ได้เลยหรือเป็นเพราะโลหิตของเธอถูกทำให้เหมือนเป็นของหวานอาบพิษจึงไม่มีช่องว่างเหลือให้พลังอื่นได้ทรงอำนาจขึ้นมา

"ว่าแล้ว 5 คน หากจะมาคุมตัวแกไปคงไม่พอ... เนราหันขวับมองกลุ่มเดินออกจากในป่าพร้อมปืนลูกซองเกือบ 10 คน ชายในชุดดำร่างสูงใบหน้าเลือดเย็นดังนักฆ่าผู้โชกโชน มีรอยสักบริเวณคอเป็นรูปงูกันทุกคน พวกเขาเดินเข้ามาหยุดอยู่หน้าเธอ สเวนที่กำลังจะเดินเข้ามาปรามเนราถูกเบี่ยงความสนใจให้มองคนกลุ่มใหม่ทันที... ได้ข่าวว่าภรรยาแกเป็นมนุษย์ธรรมดา แต่ทำไมถึงได้สร้างปรากฏการณ์พิเศษนี้ขึ้นมาได้กัน"

"หึ ฉันก็ได้กลิ่นแปลกๆอยู่ ในที่สุดพวกแกก็ยอมโผล่หางมาหมดทุกคน... มือใหญ่สอดเข้าไปข้างในปลอกคอเหล็ก แม้มันจะดูเข้าไปได้ยากสำหรับมือใหญ่ๆของเขา แต่ไม่ใช่ทำไม่ได้ วินาทีนั้นเองเขาใช้ฝ่ามือกำจนมันแตกกระจายออกละเอียดหมดพลังงานลงไปกองกับพื้น คอยาวแข็งแกร่งเอียงซ้ายขวาบริหารกระดูกคอ เมื่อต้องทนใส่มันนานๆเพื่อศึกษาอุปกรณ์นั่น... แกคิดว่าเครื่องมือกระจอกๆจะทำอะไรฉันที่เป็นเจ้าแห่งหมาป่าได้เหรอ ไม่ใช่แค่ร่างกายที่คืนสู่สภาพธรรมชาติแต่ยังมีพลังเหนือกว่าที่แกคิด"

ชายหนุ่มกลายร่างเป็นร่างหมาป่าใหญ่สีขาวสง่าทั้งในสภาพขณะบาดเจ็บทันที แน่นอนว่าวินาทีขณะร่างกายบาดเจ็บอยู่จะเจ็บปวดเป็นเท่าทวี แต่ก็เชื่อมสมานแผลที่ได้รับได้ดีไม่ต่างกัน เสียงคำรามร้องเลั่นลำเนาไพรจนลูกกระสุนปักช่วงไหล่กระเด็นหลุด ไปถูกหนึ่งในหลายคนผู้หมายทำลายครอบครัวเขา ร่างยักษ์วิ่งผ่านกระแทกตัวผู้เป็นภรรยาจนกระเด็นไปอีกทางโดยมีพุ่มไม้รับไว้ ไกลพอเงื้อมมือของศัตรู และพอที่จะเตือนสติให้เนราหยุดใช้พลังในตัวเอง... มันอาจรุนแรงไปแต่เพื่อเธอ

กระบอกปืนยาวบรรจุลูกกระสุนใหญ่พร้อมทะลวงชูขึ้นพร้อมลั่นไก ยามพาตัวเองกลิ้งหลบเข้ามุมแคบ ถูกแววตาสีเขียวหันกลับจ้องเสมือนม่านเกราะป้องกัน ส่งผลให้กระสุนไม่สามารถยิงออกมาได้ ก่อนใช้กรงเล็บบริเวณขาตะปบจนร่างแหกสิ้นลมคาที่ ขณะเดียวกันเสียงร้องของหมาป่าได้ดังขึ้น

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 11 King และ Queen ของอีเมอร์สัน

    เนรา หญิงสาวผู้ขึ้นชื่อสามีแสนหวงยิ่งกว่าสิ่งใดรีบดิ่งมาจากโรงแรมซึ่งเพิ่งสนทนากับสวอนน่าเสร็จแบบไม่สุด เพื่อกลับไปยังโรงแรมเครือของตระกูลที่อีเมอร์สันเป็นคนดูแล เนื่องจากกลัวว่าสเวนจะมาถึงก่อนด้วยตนไม่ได้บอกว่าจะออกมาข้างนอก เพราะคำสั่งอีกฝ่ายห้ามปรามไว้ แต่โครว์ยังใจดีปล่อยตนมาซ้ำเคธี่ยังคอยตามดูแล ตนจะให้สองสามีภรรยาผู้เป็นเสมือนพี่ชายพี่สาวแท้ๆมารับโทษผิดแทนไม่ได้"ดีนะคะที่พวกเราไม่ได้ไปกันไกล 20 นาทีก็มาถึงแล้ว""นั่นสิ ไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวพี่จะอุ่นของไว้เผื่อสเวนกับโครว์กลับมาพร้อมกันจะได้ทานข้าว""ฝากด้วยนะคะ" คนถือของเต็มมือรีบเดินกลับหายเข้าไปในห้องโดยไม่ได้เหลือบมองชั้นรองเท้าให้ดีว่ามีบางคนกลับมาแล้วขณะเดียวกันโครว์ซึ่งเดินออกมาจากทางเข้าห้องนอนของตนและภรรยา เห็นเนราวิ่งกลับเข้าห้องไปอย่างเร็วยิ้มกรุ้มกริ่มใส่ภรรยาอย่างรู้สึกสนุกเมื่อเห็นเนราซึ่งดูแก่นแก้วปากบอกไม่กลัวสเวนจะดุ แต่ดันรีบมายิ่งกว่าความเร็วของจรวด"เนราเห็นสเวนในห้อง หัวใจวายขึ้นมาจะทำยังไง""ทำไงได้ หมอนั่นขอมาแล้วจะทำเป็นลืมเรื่องปล่อยเนราออกไปเที่ยวน่ะสิ" คนตอบพูดติดขำในลำคออย่างนึกสภาพสาวรุ่นน้องได

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 10 ตระกูลคาร์เดียลี่สืบสายมาจากตระกูลควอตซ์

    หมู่บ้านหมาป่า รัฐซิลเวีย เขต 3 พื้นที่ใกล้อุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช12.00 น.สมาชิกภายในหมู่บ้านรีบเดินเข้ามาต้อนรับสายเลือดแท้ไดร์วูลฟ์ที่เป็นนายเหนืออีกคนอย่างโครว์ พลางแปลกใจด้วยเจ้าตัวเข้ามาโดยไม่มีการนัดแนะหรือบอกกล่าวทั้งที่ปกติิจะมีการแจ้งล่วงหน้า"นาย สวัสดีครับ จะมาไม่เห็นแจ้งก่อนพวกเราเลยไม่ได้เตรียม...""ฉันมาคนเดียว แค่มาคุยธุระกับท่านเนซา" เขาสวนขึ้นก่อนคนข้างหน้าจะพูดเรื่องการเตรียมตัวต้อนรับเขา ทั้งที่มันไม่ได้จำเป็นพร้อมเดินผ่านกลุ่มคนทั้งสามออกอาการจะถามมากกว่านั้น"ท่านสเวน เอ่อ...""สเวนติดงาน คงไม่ได้มาที่นี่อีกนาน พวกนายมีอะไรหรือเปล่า" คำถามของโครว์เปี่ยมไปด้วยแววตาหยั่งรู้ความคิดของคนด้านหลัง เรื่องที่ยังคงเป็นประเด็นตั้งแต่เนราตื่นขึ้นเป็นแวมไพร์ แม้ยังไม่เป็นสิ่งรับรู้โดยกว้างขวางแต่ในหมู่บ้านกับกลายสิ่งนั่งซุบซิบความเป็นไปได้ของการเข้ามาอยู่ในฐานะนายหญิงเสียแล้ว"เปล่าครับท่าน""ถ้าสงสัยเรื่องนายหญิงเนรา... เสียงเข้มพูดผ่านแผ่นหลังปนน้ำเสียงตำหนิตักเตือนอีกฝ่ายถึงสิ่งไม่สมควร ต่อการระแวงและคลางแคลงใจในฐานะที่เนราคือภรรยาสเวน เจ้าแห่งหมาป่า... ไม่มีอะไรเปลี่

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 9 Hunter หนุ่มผู้ได้รับการเกิดใหม่

    25 ตุลาคม..."จะว่าไปวันเกิดสเวนผ่านมาตั้ง 5 วันแล้ว เป็นเพราะวันนั้นเกิดเรื่องแผนที่เตรียมไว้เลยเสียหมด... 8oบ่นพึมพำขณะกำลังตุ๋นเนื้อภายในห้องพักคอนโด นึกถึงวันที่ตนเกือบใช้พลังทำร้ายแวนอีกครั้ง แม้จะได้ยินว่าชายหนุ่มปลอดภัยแต่เธอยังไม่ได้เจอเขาพอๆกับยังไม่พบสเวนนอกจากเสียงปลายสายบอกว่าติดธุระ แถมเพื่อนสาวอย่างมีนาที่กลับมาลงตัวกันได้ไม่นานก็ไม่มาเรียนตั้งแต่หลังเกิดเรื่องระหว่างเธอกับแวน ประกอบกับไม่มีใครเล่าให้เธอฟังหลังจากสลบไป ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือไม่... มันน่าสงสัยจริงๆ... มือบางกำลังหั่นเครื่องเคียงเพิ่มนั้นสับเสียเจ้ากระเทียมไม่เป็นชิ้นจนป่นอย่างหงุดหงิดในใจ... พี่โครว์กับพี่เคธก็ได้แต่บอกว่าสเวนจะกลับมาเล่าเองเพราะเขาอยู่ในเหตุการณ์ก่อนทั้งสองจะไปถึง ใช่เหรอ... พลางคิดถึงชั่วขณะถามคำถาม เพราะโครว์และเคธี่ดูมีพิรุธซ้ำไม่ตอบในทันที ราวกับกำลังเลือกคำตอบในหัว... กลับมานะน่าดู""ว้าว หอมจัง... เคธี่เดินออกมาทั้งชุดนอนพลางมวยผมยาวๆขึ้น เข้ามากอดไหล่คนกำลังทำกับข้าว... เมนูวันนี้อะไรเหรอ กลิ่นมันหอมกว่าปกตินะ""มีเนื้อหมู แล้วก็เนื้อวัวตุ๋นน้ำแดงค่ะ เนใส่พวกสมุนไพรลงไปเคี่ยวกับน้ำด้

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 8 แวนผู้ได้รับการเปลี่ยน

    ห้องใต้ดินลับแห่งหนึ่ง"แววตาใช้ได้เลยนี่ คุณ Hunter ไม่สิ ตอนนี้กลายเป็นผู้ติดเชื้อที่กำลังจะกลายพันธุ์ไปแล้ว... สเวนยืนพิงหลังติดกับกำแพงหินภายในห้องใต้ดินลับ แววตาคู่สีเย้ายวนทรงเสน่ห์หาได้ยากไม่ได้แสดงอารมณ์ใดจับจ้องไปยังร่างซึ่งตกอยู่ในอาการโวยวาย ร้องทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด ทว่าถูกตรึงด้วยโซ่เล็กหนักและหนา ทำให้อาการของร่างที่กำลังถูกพิษบางอย่างกัดกินดีดดิ้นอยู่บริเวณผนังหนึ่งเท่านั้น... การกลายสภาพระดับกึ่งตัวตนหมาป่าและร่างมนุษย์อันเกิดจากอาการผิดปกติของสภาวะทางอารมณ์ หากคนธรรมดาถูกคมเขี้ยวนั้นกัด พิษจากน้ำลายจะหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายทันที และเมื่อพิษนั่นหลอมรวมกับตัวตนอย่างสมบูรณ์ ก็จะกลายเป็นมนุษย์หมาป่า หรือผู้สามารถใช้พลังในด้านซึ่งไม่เคยมีมาก่อนได้ ความเร็ว สัมผัสเฉียบไว พละกำลัง...""สิ่งมีชีวิตแบบพวกนาย ฉันไม่ต้องการ" ร่างถูกพันธนาการช่วงข้อมือและข้อเท้าตวาดทั้งกัดฟันกรอดกลับมา ขณะเดียวกันร่างกายรู้สึกร้อนผ่าวราวกับถูกเผาไหม้ภายใน สะท้านราวกับมีลูกไฟวิ่งไปทีละสัดส่วน"เทียบไม่ได้หรอก เพราะนายเป็นระดับล่าง ไม่ได้มีสายพันธุ์หมาป่าตั้งแต่เริ่ม สำคัญกว่านั้นยังเป็นได้แค่ทาส

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 7 ความไม่ลงรอย

    "อีกสองอาทิตย์จะมีงานเปิดตัวเธอ ในฐานะทายาทอีกคนของตระกูลคาสเชล เตรียมตัวให้เรียบร้อยพี่จะส่งซิลวี่ไปรับเธอมาที่เชคเวีย หวังว่าชุดที่ส่งไปจะชอบ พี่พยายามหาสีแดงแบบเดียวกับสีกุหลาบบ้านเราที่ทรานซิลเวเนียสีโปรดของเธอ คิดว่าเธอใส่แล้วคงจะงดงามมาก แล้วพบกัน..." เนรานั่งนึกถึงประโยคในกระดาษจดหมายแนบมากับกล่องพัสดุใบขนาดพอเหมาะจะใส่ชุดและรองเท้าพร้อมเครื่องประดับสำหรับงานเลี้ยงประชุมอันจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้"ให้พี่อีธานมาหาเรา แทนที่จะพูดเรื่องนี้กับเราหรือโทรหาก็ยังได้ ตารางการสอนดันยกให้อาจารย์คนอื่นปฏิบัติแทน ทำแบบนี้เท่ากับบอกว่าแม้แต่เสียงก็ไม่อยากได้ยินหรือหน้าคงไม่อยากเจอเรา" เธอบ่นพึมพำออกมาขณะกินข้าวกลางวัน เพราะตลอดคาบเรียนเช้ามานี้ เรื่องของพี่ชายเธอผู้ซึ่งไม่ยอมปรากฏตัวให้เห็นหน้ากลายเป็นปัญหาลดทอนสติขณะนั่งเรียนไปแล้ว ด้านมีนา ซึ่งกลายมาเป็นบอดี้การ์ด มองเพื่อนสาวคนสนิทที่ตอนนี้ได้กลับมาคุยกันแบบปกติถอนหายใจอยู่หลายครั้ง มือพลางเขี่ยอาหารในกล่องไปมาอย่างคิดหนัก"เป็นอะไรหรือเปล่า... มีนาตัดสินใจเรียกสติคนทำหน้าบูดบึ้ง... ก็อยากตั้งใจฟังที่พูดแต่ฉันฟังไม่รู้เรื่อง""เปล่า... ค

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 6 อย่างที่เคยเป็น

    ท่ามกลางหิมะในความมืดร่างหมาป่าขาวได้แต่วิ่งสับส่ายโก่งคอร้องหาคู่ตน เธอไปไหน เหตุใดเธอจึงพร้อมหนีเขาอยู่ร่ำไป... เนรา... เนรา... เขาพร่ำเรียกชื่อเธอเช่นนั้นอย่างไม่รู้จักเหนื่อย ได้เพียงเห็นเงาเคลื่อนไปมาทางนั้นที ซอกหลืบต้นไม้โน้นที แต่ไม่มีทางทีที่ใบหน้ายิ้มน้อยๆจะเมตตา"เนรา" เสียงลั่นไปทั่วห้องนอนยันชั้นล่างของบ้านหินกึ่งปูนกึ่งไม้ ร่างนอนเหยียดยาวโหยงตัวขึ้นบนเตียง มือกำผ้าห่มแน่นสองตารีบควานหาร่างที่เขานอนกกกอดทั้งคืน ไหนเลยบนเตียงนุ่มซึ่งยังคงมีกลิ่นเธอกลับว่างเปล่า ไม่กี่อึดใจเขาวิ่งออกจากห้องลงบันไดชั้นสองด้วยฝีเท้าหนัก อาการร้อนรนหัวหนักอึ้งพร้อมสภาพผมฟูยังคงไม่เรียงตัวดี ด้านเคธี่เดินถือกะทะกำลังจะตั้งเตา ส่วนโครว์ละจากหนังสือเมื่อสเวนลงมาจากชั้นบนอย่างรีบร้อน"นายเป็นอะไร""เนล่ะ " ขณะที่เคธี่กำลังเอ่ยปาก ทว่าโครว์ผู้กระตุกยิ้มนิดหนึ่งแทรกขึ้นทันที"เมอร์สันมารับไป" ได้ยินเพียงแค่ชื่อ ทำให้เขาติดความเร็วพาตัวเองวิ่งออกจากบ้านด้วยความโกรธ ด้านเคธี่ตีแขนสามีตนเองเล่นตลกไม่ดูว่าเนราเพิ่งกลับคืนสู่พวกเขา โดยเฉพาะสเวนชายผู้กลัวจะเสียเนราไปอีกไม่เท่าไรคนวิ่งผ่านประตูบ้านได้ยิน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status