Beranda / โรแมนติก / พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2 / ตอนที่ 3 สีแดงที่กลับมา ( 3 ความทรงจำคืนกลับสีขาว)

Share

ตอนที่ 3 สีแดงที่กลับมา ( 3 ความทรงจำคืนกลับสีขาว)

Penulis: 22 A Venus
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-17 13:55:51

ขณะจันทราเคลื่อนคล้อยผ่านราตรีสุขสงบ ชายผู้จงรักภักดีต่อภรรยาด้วยจิตวิญญาณได้แต่เฝ้าชะเง้อคอมองไปยังระเบียงจากชั้นล่าง ด้วยสัญชาตญาณที่เขาไม่อาจปล่อยภรรยาไว้ลำพังได้ขณะที่เธอพักอยู่ในสถานที่เดียวกันเช่นนี้โดยไม่มีผู้ดูแลในห้องนอน

" คุณไปนอนห้องอื่นไม่ได้เหรอคะ"

" ไม่ได้ มันอันตราย และที่สำคัญต่อให้ต้องย้ายไปนอนห้องอื่นผมคงนอนไม่หลับคงต้องปีนขึ้นมานอนที่ระเบียงห้องนี้อยู่ดี"

บทสนทนาเมื่อนานมาแล้ว ครั้งสมัยพาเนรามาถึงที่พักครั้งแรกก้องดังขึ้นในความคิด นี่คงเป็นเหตุผลทำให้เขาไม่สามารถอยู่เฉย และกระวนกระวายหากต้องแยกห้องนอนกับเธอ ความรู้สึกอยากพุ่งเข้าหาร่างคนตัวเล็กบนเตียงนอนห้องเขานั้นชั่งแรงกล้า ไม่แปลกใจเลยที่ในตอนแรกเขาปฏิเสธมารื้อฟื้นความทรงจำยังบ้านพักหลังนี้ หลังร่างกายฟื้นจากอาการบาดเจ็บ มันเต็มไปด้วยความสุขอัดแน่น เขาอาจจะบ้าตายก็ได้หากบ้านพักพิงหลังนี้ไม่มีเนรา ดังนั้นการเข้าไปอยู่ในเมืองซึ่งมีความทรงจำของเนราน้อยที่สุดคือสิ่งดีต่อหัวใจของเขา ไม่ว่าจะซ้าย ขวา บน ล่าง ของตัวบ้านหรือผืนป่า ต่างตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นไอและภาพเนราปรากฏอย่างต่อเนื่อง และตอนนี้ขุมสมบัติแห่งความทรงจำมาอยู่ตรงหน้า มีหรือเขาสามารถต้านทานแรงปรารถนายามยืนเหม่อมองขึ้นไปอย่างเดียวไม่คว้าเธอมาได้ ร่างสูงกระโดดขึ้นไปบนราวระเบียงห้องนอนก่อนตัดสินใจเปิดประตูบานเลื่อนเข้าไปเมื่อรู้สึกว่าเจ้าตัวได้หลับอย่างสนิท

"ความทรงจำของผมชัดเจนขึ้นเมื่อพาเธอกลับมายังบ้าน เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันนานที่สุด มันกำลังคืนกลับเมื่อได้มีเธออยู่ข้างกายและเมื่อผมเปิดใจตัวเอง... ร่างสูงยอบตัวลง โน้มหน้าเข้าใกล้หาสิ่งดึงดูดให้เขาเข้าไปสัมผัส โดยได้ทลายความเกรงใจและคำว่าไม่ควรออก ยามริมฝีปากได้รูปประทับลงบนหน้าผากเล็กๆของคนไม่รู้สึกตัว เคลื่อนมายังจมูก ลากไล้มาถึงข้างแก้ม... ขับไล่ความกลัวที่จะสูญเสียเธอ ลบความหวาดระแวงกับการกลัวว่าพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาจะพบเจอแต่ชื่อเนรา และรอยยิ้มปริศนาในความทรงจำอันย้ำลึกถึงความเสียใจ การจากลา ผมจะไม่ลังเลหากต้องการสัมผัส ถ้ามันทำให้ผมได้สิ่งที่ใจปรารถนาคืนมา" สิ้นคำพูดก่อนนิทราไปพร้อมกับร่างนอนอยู่ก่อน เขาก็ยกสถานะความเป็นสามีมาเป็นเหตุผลขอล่วงเกินโดยการจุมพิตเบาๆแต่เนิ่นนานลงบนริมฝีปากเล็กๆของอีกฝ่าย

สเวนประทับอยู่นานจนเต็มอิ่มตามใจแห้งผากราวกับขาดสายฝนให้ชุ่มชื้น ทุกสัมผัสจากบนใบหน้าเนรา ตอบทุกอย่างช่วยคลายความสงสัย ไม่ใช่แค่คุ้นเคยแต่มันเป็นของเขา เป็นสิ่งที่เขาทำกระทำอยู่ทุกวัน ไม่ว่าตอนจมูกรับกลิ่นจากผม หน้าผาก พวงแก้ม หรือปากของเขาอันมักประทับตาฝากรักไร้รอยไว้ทุกตำแหน่ง สองแขนแกร่งช้อนร่างไร้การตื่นเข้ามากระชับ หวังว่าคืนนี้ทั้งคืนสัมผัสจากไออุ่นผ่านกายจะถอดรหัสความทรงจำห่างหายที่ไหนสักแห่งคืนมา

รุ่งเช้าเพียงไม่กี่ชั่วโมงของคืนดีที่สุดสำหรับสเวน เพราะตลอด 1 ปีแสนทรมานกับการขบคิดว่าหญิงสาวชื่อเนรา ผู้เป็นภรรยาที่เขาลืมไปนี่หรือ มีอิทธิพลทำให้เขาสยบยอมได้ถึงเพียงนั้น เขาเข้าใจดีว่าบุรุษหมาป่ามักเชื่อฟังภรรยา แต่ไม่คิดว่าตนเองถึงกับสยบยอม โดยเฉพาะการมีอารมณ์ร่วมกับสิ่งอันเรียกว่าภาพถ่าย เขานี่หรือจะกลายเป็นเพียงสุนัขเชื่องพันธุ์เล็กสุดของโลกตามคำเปรียบของชายรุ่นพี่อย่างโครว์ ความรักมันน่าจะคนละส่วนกับสิ่งที่เรียกว่ายอม แต่ไหนเลยเมื่อได้พบเธอเข้า ในวินาทีแรกหลังจากสูญเสียความจำ เขากลับรับรู้ได้ว่าตัวเองนั้นไม่อาจต้านแววตาคู่สีนิลนั้นได้ และไม่อาจหยุดมองตามเธอได้แม้แต่เสี้ยววินาที ยามนี้เขาตื่นโดยมีเธอในอ้อมกอดพลันได้เข้าใจทุกสรรพอย่างกระจ่าง...

"เธอคือภรรยาของผม เนรา ภรรยาที่ผมคิดว่าจะไม่ได้คืนมา... ภาพเหตุการณ์ในวันที่เขาวิ่งตามอย่างหัวใจร้าวรานก่อนตกเขาฉายขึ้นมาเป็นม้วนหนัง จึงรู้ว่าสาเหตุไม่ใช่สมองกระทบกระเทือน แต่เป็นเพราะ เขาต้องการปิดตายความจำทุกอย่างอันเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเนรา หมายผลักมันออกไป เมื่อรู้สึกได้ว่าตัวเองได้ตายไปตั้งแต่มือของเนราไม่ได้ถูกวางบนมือเขา... คู่ชีวิตที่พลัดพรากจากภพก่อน ผมจะไม่ยอมปล่อยมือเธอไปอีกเป็นครั้งที่สอง" และเป็นอีกครั้งที่เขาแอบละลาบถือสถานะเจ้าข้าวเจ้าของขโมยจูบคนหลับ

เมื่อคืนเป็นราตรีสวัสดิ์แต่เช้านี้เป็นจูบรับอรุณ สเวนจูบอยู่นานจนคนนอนขยับตัวเมื่อรู้สึกความอุ่นบริเวณริมฝีปากจึงปรือตาขึ้นทว่าเปลือกตาที่หลับอยู่ด้านบนนั้น ทำให้เจ้าตัวต้องรีบลุกขึ้นพร้อมผลักใบหน้าชายกำลังบรรเลงความเอาแต่ใจอย่างเพลิดเพลินออก ก่อนพาตัวเองมานั่งอยู่หัวมุมเตียงอีกด้านพร้อมผ้าห่มผืนใหญ่ดึงมาพันตัวให้หนาเข้าไว้

"ทำอะไรคะ" ใบหน้าแตกตื่นปนตกใจสุดขีดทำให้สเวนชักสีหน้าแปลกใจ ก่อนนึกขึ้นได้ว่าเธอยังจำเขาไม่ได้

ด้านเจ้าของแววตาคู่ดำขลับเพิ่งตื่น จ้องอย่างระแวงพลางสำรวจความผิดปกติของชายผู้กำลังล้มตัวตะแคงใช้แขนพิงหัวด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ แถมกระตุกยิ้มสะใจในรสชาดบางสิ่งขณะไล่ล้นเกลี่ยริมฝีปากตนเอง สเวนไม่เคยเป็นเช่นนั้นตั้งแต่เธอมาอยู่ซิลเวียและมักจะเว้นระยะห่างกับตนโดยตลอด

"จูบ เมีย ตัวเอง... เขาจับริมฝีปากตัวเองเบาๆพลางตวัดลิ้นออกมาราวกับชิมรสบางอย่างที่ยังคงติดบริเวณริมฝีปากซ้ำๆ แถมยังเน้นย้ำสองคำ ซึ่งเป็นทั้งการกระทำ สถานะของเธอชัดเจน... หวานดี คุ้นเคยนะว่าไหม" ท่าทีได้ใจนี่อะไรกัน? เนราคิดเช่นนั้นพลางเบือนหน้าหนีสายตากรุ้มกริ่ม

เขาออกอาการว่าายังไม่พอ ใช่ เขายังไม่พอ หากว่าสเวนเป็นหมาป่าสายเลือนักล่าผู้มากไปด้วยความแข็งแกร่ง เธอคงเป็นเนื้อชั้นเลิศที่เขายังไม่อิ่มหนำ เหตุการณ์ไร้คำพูด แต่ดูรุกเร้าเต็มเปี่ยมไปด้วยแรงปรารถนา ทำให้เนรารีบใช้โอกาสสเวนยังส่งสายตาแทะโลมความรู้สึกราวกับกำลังเย้าแหย่ หุนหันกะว่าจะพาตัวเองไปยังห้องน้ำ ทว่าอีกฝ่ายดูจะเร็วกว่า คว้าต้นแขนดึงคนตัวเล็กลงมาแนบกับเตียงก่อนตามมาคร่อมไว้

"คุณจะทำอะไรคะ เช้าแล้ว คือเอ่อ..." ไม่เป็นภาษา แต่ภาพเหล่านี้ชั่งดูคุ้ยเคย บนฟูบนิ่มๆนี่

"ทำไมเช้าแล้วคิดว่าผมจะทำอะไรมากกว่าจูบไม่ได้หรือไง" สเวนก้มหน้าลงมาแนบชิดจมูกอีกฝ่ายเพื่อกระซิบประโยคเร้าอารมณ์และหัวใจให้พองโต พลันได้ยินหัวใจเนราเต้นแรงและเร็ว แม้แต่มือคู่พยายามดันหน้าอกเขายังแสดงความสั่นชัดเจน จนเขากลั้นขำไว้ไม่ไหว

"แต่ เอ่อ คือ... ถึงเนจะเป็นภรรยาคุณแต่ว่า ตอนนี้ เรา ยังจำกันไม่ได้ เนว่าเราควร..." เธอคิดไปว่าเขาคงต้องการความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยาในแบบปกติ ที่เขาและเธอคงเคยมีรูปแบบลึกซึ้งเช่นนั้นต่อกัน แต่ในเวลาที่ความทรงจำยังลางเลือนแบบนี้มันคง...

"เธอคิดว่าผมจะ..." ครั้งนี้สเวนสลับทิศทางลูกตาไปมา ใบหน้าดูคิด แต่เป็นไปในลักษณะทำเอาคนใต้ล่างหน้าแดง เขายั่วโมโหเธอด้วยท่าทางเซกซี่บิดกายด้านบนไปมา และด้วยท่าทางนั้นทำเอาเธออยากซุกหน้าแทรกไปกับผืนธรณี...

"ในเมื่อจำไม่ได้แล้วเรื่องแบบนั้นใครจะไปทำกันเล่า" เธอคัดค้านในใจ จนสเวนต้องหลุดขำออกมาลั่น เมื่อเห็นเนราแสดงสีหน้าเป็นกังวลขบคิดจนคิ้วขมวด

"ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ... เขาใช้แขนสองข้างค้ำร่างตัวเองขึ้นมา เพื่อจะได้สบตากับเธอชัดๆ คำพูดนั้นทำให้เนราสงสัย อะไรคือไม่เปลี่ยน... ไม่ว่าจะกี่ครั้งเธอยังคงเขินอายสัมผัสของผมไม่เปลี่ยน"

" สัมผัสของเขาเหรอ? เขาหมายถึงเรื่องอะไร หรือว่า บนเตียงนี่ " ยิ่งคิดหญิงสาวยิ่งหน้าแดงก่ำจนจะเป็นสีเดียวกับดอกกุหลาบสีสดในสวน ทั้งที่ไม่อยากนึกภาพแต่ดันเตลิดไปเองโดยอัตโนมัติกับความสุขแบบชายหญิงในลักษณะสามีภรรยา

"หรือว่าจะต้องรื้อฟื้นความทรงจำแบบขั้นสุดกันนะ เธอถึงจะจำผมได้สักที" สเวนเปลี่ยนแขนข้างหนึ่งลงมาค้ำไว้เพื่อใช้มืออีกข้างเชยคางร่างกระสับกระส่ายไปไม่ถูกใต้ล่าง พร้อมโน้มใบหน้าลงมาหวังชิมรสริมฝีปากเธออีกครั้ง ทว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่เนราคิด เธอคิดไปว่าเขาต้องการมากกว่านั้น จึงอาศัยจังหวะอีกฝ่ายหลับตาโน้มลงมา ตีเข่าเข้ายังกล่องดวงใจ จุดอ่อนของบรรดาผู้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเพศชายอย่างเต็มแรง พร้อมผลักร่างอีกฝ่ายลงไปนอนกับเตียงแทน

"เน... หืม อื้อ มัน เต็มแรงนะนั่นน่ะ" หญิงสาวชะงักขึ้นปนเป็นห่วงเพราะดูจากความซีดบนหน้า เธอคงเผลอทำแรงไปจริงๆ แต่ว่า...

"สมน้ำหน้า คนเจ้าเล่ห์ คนโรคจิต คนฉวยโอกาส" ว่าอย่างตะกุกตะกักใส่ผู้นอนบิดตัว กุมสิ่งสำคัญแสดงความเป็นบุรุษเพศด้วยอาการลนลานไปหมด ทั้งเขิน อาย แต่มีความสุขแฝงอยู่มันคืออะไรกันล่ะความรู้สึกจนอยากหายไปเสียจากตรงนี้ ไม่รอช้า เนรารีบเข้าไปยังห้องน้ำ ล็อคประตูห้องแต่งตัวที่อยู่ในส่วนเดียวกันไว้ด้วย

ในตอนนี้คนถูกรุกล้ำร้อนผ่าวจนแทบอยากละลายเป็นละอองอากาศ ไหนเลยสเวนผู้เว้นระยะความสัมพันธ์ บอกว่าจะไม่ก้าวล้ำเกินเส้นความพอดี ถึงได้อาจหาญจ้องเข้ามาอยู่ทุกเสี้ยววินาทีกัน ดูท่าจะไม่ลดละ แววตาสีหน้ารอยยิ้มเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาจนทำให้ร่างกายเธอถูกตรึงไว้ชั่วขณะ ทว่าบางครั้งมันกลับทรยศอยากเอนเข้าไปซบอกนั่นเองเสียอย่างนั้น

"ใช่แช่น้ำ... เนราสบถขึ้นเบาๆก่อนปลดชุดนอนลงแช่น้ำในอ่าง เผื่อว่าใจเต้นระรัว รวมถึงร่างกายใบหน้าอันร้อนระอุจะเบาบางลง สัมผัสยังคงละมุนหวานอยู่ริมฝีปากทำให้นิ้วเรียวเล็กยกขึ้นมาสัมผัสเจ้าเนื้อหยุ่นนุ่มของตัวเอง เธอยอมรับว่าไม่ได้รังเกียจ กลับรู้สึกดีเพราะชั่ววินาทีนั้นเกือบตอบสนองอีกฝ่ายคืนไม่ได้เช่นกัน ถึงจะไม่รู้ว่าการจูบตอบมันเป็นยังไงก็ตาม ขณะนั้นเองภาพสเวนทั้งหอมและจูบได้บรรยายขึ้นในความทรงจำอย่างนับไม่ถ้วน จนหญิงสาวต้องเอาหน้ามุดน้ำด้วยละอายในตนเอง ที่เอาแต่คิดเช่นนั้น... บ้าไปแล้วเนรา" เมื่อมันไม่หลุดออกจากหัวสักทีเธอจึงพยายามสลัดๆด้วยการส่ายหัวในน้ำพร้อมตีแขนไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนรู้สึกว่าแช่น้ำนานเกินพอความหวิวในตัวได้ลดลงจึงขึ้นจากน้ำไปแต่งตัวด้วยสีหน้าปกติ แถมดึงความสุขุมมากกว่าเก่า

"เสร็จแล้วเหรอ" คนถูกทักจากเสียงเจ้าของร่างผู้ยืนพิงกำแพงบริเวณประตูทางออกห้องแต่งตัวกระโดดโหยงออกมาไกลราวกับกระต่ายตื่นกลัวหมาป่าที่รอเฝ้าเหยื่อ

"ค่ะ" เธอรีบตอบก่อนพาตัวเองหันหน้าออกทางระเบียง หลังเดินเบี่ยงชายผู้ส่งสายตาปรารถนาจะทำตามใจต้องการ

"กลัวสามีตัวเองเหรอ"

"ใครบอกกลัวคะ " เสียงใสรีบหันกลับไปแย้งผู้ถือน้ำเสียแห่งชัยชนะ ก่อนจะเป็นฝ่ายถูกดวงตานั้นมองอย่างแทะโลมอีกรอบจนต้องหลบหน้าหันกลับมาเช็ดผมตัวเองต่อ อ่า เธอยอมก็ได้ แล้วเมื่อไรจะเลิกทำตาหว่านเสน่ห์เสียสักที

"หน้าแดงอีกแล้วนะ" ครั้งนี้น้ำเสียงชายหนุ่มใกล้การรับฟังจนรับรู้ถึงคลื่นลมหายใจ ส่งผลให้เนรารีบหันหน้ากลับมาเผชิญด้วยความตกใจทันที...

ถึงเนราจะบอกว่าสเวนเจ้าเล่ห์ พร้อมฉวยโอกาส แต่รู้แก่ใจว่าไม่ได้ทำเพราะอยากจะเอาชนะเธอ หรือลวนลามในแบบพวกบ้าตัณหากลับ ในความปรารถนาผ่านดวงตาสีเย้ายวนยามเธอมอง เต็มไปด้วยรักแสนอบอุ่น ละมุน แม้เพียงสัมผัสแค่นั้นเขาก็กลับแสดงมันออกมาอย่างอ่อนโยนกลัวว่าจะไปกระทบกระทั่งส่วนใดของเธอ นี่คงเป็นสาเหตุ ที่ไม่ได้ทำให้ใจดีดกระเด้งหนีแถมยังพร้อมจะวิ่งเข้าหาด้วยซ้ำถ้าไม่ติดเพราะ ความทรงจำเลือนลาง

"เปล่านี่ คะ" ใบหน้าใสหลัังจากอาบน้ำใหม่ก้มลงหนีสายตาอีกฝ่าย แต่ไม่ได้ขยับตัวเองหนี ไม่รู้ว่าเหนื่อยจะเคลื่อนไหวเพราะยังไงอีกฝ่ายคงไม่ยอมปล่อย หรือเพราะไม่อาจต้านสิ่งที่ใจเธอแอบเรียกร้อง

"ขอโทษที่ทำให้กลัว และระแวง... เนราหลับตาปี๋ยามชายหนุ่มเคลื่อนมือมาสัมผัสบริเวณแก้ม... นอกจากสัมผัสกอด จูบ หอม ผมไม่เคยรังแกเธอมากกว่านั้น... สิ่งที่ทำให้เธอลืมตาอีกครั้งคือร่างของเขาดันฟุบลงไปนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องล่างเตียง รู้สึกชั่งคุ้นเคยนักกับอาการเช่นนี้... ความทรงจำของผมกลับมาได้เพราะสัมผัสที่ถือวิสาสะเมื่อคืนและเมื่อเช้า... หญิงสาวตกใจกับที่เขากำลังสารภาพ สเวนได้ความจำคืนคงเพราะเหตุนี้ แววตาถึงได้ดูเป็นประกายนัก... แค่นอนกอด ขโมยจูบ อย่าว่าผม อย่าโกรธผมเลย... เขาชั่งออดอ้อนดูเป็นลูกแมวไปเสียแล้ว ณ วินาทีนี้ เนราเอียงหน้ารับกับอิริยาบถใหม่ของอีกฝ่าย หากเขาว่าความทรงจำคืนกลับแล้ว นี่คงเป็นตัวตนแท้จริงยามสเวนอยู่กับเธอเมื่อปีก่อน เพราะตั้งแต่เธอบินจากทรานซิลเวเนีย และได้อยู่กับสเวนนับว่าชายหนุ่มยังคงรักษาฟอร์มความเป็นเจ้าแห่งหมาป่าบ้างในบางมุม... นะเน" มีหรือจะว่ากล่าวเขาได้ลง วินาทีนี้ไม่ว่าใครคงต้องกลืนคำดุ หรือเอ็ดลงคอให้สลายหายไปหมด

สเวนยกมือเนรามาวางยังหัวตนก่อนพิงหน้าลงไปพักบนตักของเธอ หญิงสาวอดยิ้มปนหัวเราะเล็กๆไม่ได้ เขาชั่งเหมือนลูกแมวชอบคลอเคลีย ชอบให้เจ้าของลูบหัวเสียจริง แม้จะไม่อยากมองเปรียบเทียบชายหนุ่มเป็นเช่นนั้นแต่การกระทำของเขาอดปฏิเสธความเหมือนไม่ได้เลย นาทีนั้นเธอเองได้เผลอลูบเส้นผมนุ่มยาวพอจะสาวมันเล่นของเขา ความรู้สึกยามสัมผัสดูเป็นปกติไม่เก้อเขิน เหมือนเคยสัมผัสเช่นนั้นหลายต่อหลายครั้ง ก่อนก้มหน้าลงไปใช้ริมฝีปากพร้อมจมูกสัมผัสเขาอย่างลืมตัว

"เอ่อ คือ เอ่อ เมื่อๆครู่มัน เป็นแบบ คือแบบว่า..." ยิ่งเห็นใบหน้าแปลกใจของสเวนยิ่งทำให้เธอทำตัวไม่ถูกเพราะชายหนุ่มไม่ได้แสดงสีหน้าด้วยรอยยิ้ม แต่กลายเป็นความแปลกใจมากกว่า หรือว่าเธอไม่ควรไปแตะต้องศีรษะของเขาโดยไม่ได้อนุญาตแบบเฉพาะเขาพามือเธอไปวางกันนะ

"ไม่เป็นไร... เขาเคลื่อนมือมาจับหัวคนลนลานเพื่อให้เธอมีสติ ไม่รู้ว่าด้วยเพราะเขินอายหรือเพราะคิดว่าไม่ควรถูกศีรษะเขาโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่... เนมีสิทธิ์ในตัวผมทั้งหมด จะสัมผัสหรือทำลายตรงไหนย่อมได้ ผมไปอาบน้ำก่อนนะ แล้วเราค่อยมาคุยกัน" เขาทิ้งประโยคสุดท้ายไว้พร้อมพรมจูบไปยังหน้าผากคนตั้งใจฟังทีหนึ่งก่อนเดินหายเข้าไปเพื่อทำธุระส่วนตัว เนรานั่งนิ่งไปไม่ถูก เมื่อหัวใจซึ่งกักเก็บความทรงจำของสเวนค่อยๆถูกเปิดออก ขณะเดียวกันกลับมีอีกเสียงดังขึ้นเป็นเสียงเดียวกับเธอแต่แข็งกว่าและดูน่ากลัว

"คิดจะกลับไปหาเขาเหรอ เธอเป็นอะไรในตอนนี้คิดว่าสเวนจะรักเธอแบบที่เคยหรือไง คนที่เขารักคือเนราที่เป็นมนุษย์ต่างหาก ไม่ใช่เธอสิ่งที่จะเรียกว่าแวมไพร์ก็ไม่ใช่ จำพวกเลือดบริสุทธิ์ก็ไม่เชิง" หญิงสาวสลัดทุกสิ่งทิ้งรีบกลับมาเช็ดผมให้แห้งก่อนลงไปผ่อนคลายกับสวนดอกไม้บริเวณหลังบ้าน เพราะเสียงนั้นย้ำเตือนมาตลอดให้เธอเข้าใจสถานะตนเองในตอนนี้... บุคคลซึ่งสเวนอาจเกลียดชังหากเข้าใกล้

"นายหญิง อากาศเย็นนะครับไปนั่งในบ้านน่าจะดีกว่า ถ้าท่านสเวนออกมาได้ดุพวกผมแน่ๆ"

"ไม่เป็นไร นี่จาเว็ค บลัด นายหญิงของพวกนายคนก่อนเป็นยังไงเหรอ" ทั้งสองหนุ่มมองหน้ากันอย่างรู้ความหมายแฝงในคำถาม แม้เนราไม่ได้ถามตรงๆ แต่สีหน้าความกังวลกลับส่งมาชัดเจน

"เหมือนตอนนี้ ไม่แตกต่างเลยสักนิดเดียว... บลัด ชายหมาป่าผู้สนิทกับเนรามากกว่าจาเว็คอธิบาย ในตอนแรกพบเธอเขารู้สึกว่าเนราดูเปลี่ยนไป เธอดูทรงอำนาจมากกว่าเดิม แถมบางครั้งยังเยือกเย็น น่ากลัวคล้ายกับผู้เป็นพี่ชาย แต่ไม่ใช่เลยพอมาคิดๆดูแล้วเนราคนก่อน ก็มีลักษณะเช่นนี้ในบางครั้ง บางทีแสดงความน่าเกรงขามจนไม่อาจต้านได้ยามแววตาคู่สีดำนั้นมองมา หรือเวลาเธอขุ่นเคือง มักปรากฏพลังในการสะกดให้ผู้ประสบดวงตาเธอถูกตรึงด้วยแววตาคู่นั้นขึ้นมาดื้อๆ ใช่แล้ว มันต่างกันตรงเพียงว่าเนราคนก่อน พวกเขารับรู้ว่าเธอเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา ส่วนวินาทีนี้เธอเปลี่ยนสถานะเผ่าพันธุ์เป็นแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ ซึ่งไร้กลิ่นของแวมไพร์ มันก็แค่นั้นเอง... แววตา สัมผัสจากบรรยากาศความรู้สึกรอบกายไม่ต่างไปเลยครับ คุณยังคงเหมือนเดิม เป็นครอบครัวของเรา อาจจะฟังดูเป็นนามธรรมแต่ความรู้สึกบางทีมันก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนกว่าลักษณะทางกายภาพยามเราพบเห็น ไม่ว่าอย่างไรแล้ว นายหญิงเนรายังเป็นนายหญิงของพวกเรา"

"ขอบคุุณนะคะ" ใบหน้าหวานหันมายิ้มให้ทั้งคู่ก่อนกลับไปสนใจแปลงดอกไม้หลากสี โดยค่อนข้างเอนไปทางสีขาว ใจจริงเธออยากจะเปลี่ยนเป็นสีแดงทั้งหมดแปลงเสียด้วยซ้ำ ให้เป็นสีเดียวกับเหล่ามวลบุปผาที่อีเมอร์สันปลูกไว้ยังคฤหาสน์ของตระกูล นี่อาจเป็นไม่เหมือนเดิม

เนราคนก่อนคงชอบสีขาวมาก ดูจากของตกแต่งห้องหรือเสื้อผ้าในตู้เสื้อผ้าที่มีแต่โทนสีขาว ครีม แต่จริงๆแล้วเธอชอบสีแดงสด การเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นเดาได้ไม่ยากนัก คงเกิดจากการสูญเสียผู้เป็นมารดาทำให้ตนคงกลัวและกลายเป็นไม่ชอบสีแดงสดขึ้นมา...

"เน ข้างนอกหนาวเดี๋ยวก็ไม่สบาย..." เสียงสเวนเรียกเธอขึ้นอีกครั้ง บลัดและจาเว็คจึงเดินออกไปอย่างรู้งานหลังจากเฝ้าดูความปลอดภัยแทนผู้เป็นนาย

"นิดเดียวเอง ที่ทรานซิลเวเนียเนเดินออกไปเล่นหิมะกับท่านพี่บ่อย แถมยังเย็นกว่าที่นี่อีกนะ"

"งั้นทานข้าวเช้าที่ห้องนั่งเล่นหน้าบ้านแล้วกัน ดีไหม"

"ค่ะ เนมีเรื่องจะคุยกับคุณ ไหนๆได้ความจำกลับมาก่อน คิดว่า..." มีบางอย่างทำให้เนราต้องหยุดบทสนทนาลง สัมผัสหนึ่งที่ดึงดูดเรียกหาเธอผ่านกระแสจิต การมาของบุคคลหนึ่งก่อนสเวนจะได้กลิ่นผู้มาเยือน เนราวิ่งสวนร่างเขาออกไปยังหน้าบ้าน วินาทีนั้นราวกับวิญญาณเขาถูกดึงอย่างรุนแรงไปด้วย...

"ท่านพี่... เสียงเรียกตะโกนจากบริเวณบ้านร้องเรียกสถานะอีกฝ่ายขณะกำลังก้าวลงจากรถแวนสีดำ เจ้าของร่างสูงในชุดโค้ทสีเข้มยาวคลุมทับเสื้อเชิ๊ตตัวในทำให้จาเว็คและบลัดหยุดเคลื่อนไหวเมื่อเห็นนายหญิงวิ่งเข้าไปสวมกอดคอด้วยความดีใจ ซ้ำใบหน้ายังเคล้าน้ำตาเปี่ยมไปด้วยสุข สเวนผู้วิ่งตามมาต้องหยุดความเร็วตรงหน้าจาเว็คและบลัด เมื่อมองว่าพื้นตรงนั้นไม่ได้เหลือช่องว่างให้เขาได้เข้าไป บรรยากาศรอบๆตัว ของผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นฝาแฝดชั่งเต็มไปด้วยความผูกพันและเชื่อมโยงกันแน่นหนาจนเขารู้สึกเข้าไม่ถึง แต่การได้เห็นเนรากอดคอร่างสูงแน่นแนบราวกลับกลัวว่าจะทิ้งเธอไป เขาไม่ได้ชอบนักด้วยรู้ความรู้สึกแท้จริงของอีกฝ่ายและกลัวว่าเนราผู้เป็นแฝดจะไขว้เขว... ที่มา เพราะรู้ว่าเนใช้พลังสินะคะ ไม่งั้นคงไม่ห่วงและยังคงทิ้งเนไว้"

"พี่มีงาน จึงไม่อยากไปๆมาๆระหว่างเชคเวีย กับ ซิลเวีย"

"งานที่ว่า พวกนั้นอีกแล้วเหรอคะ" สีหน้าแสดงความขุ่นเคืองฉายขึ้นท่ามกลางบทสนทนาระหว่างเธอและเขา อะไรทำให้เนราไม่ชอบใจจนพลังรั่วไหลออกมาได้ขนาดนี้กัน สเวนแสดงสีหน้าเป็นกังวลพร้อมลูกน้องอีกสองคน

"ดีขึ้นแล้ว ไม่ได้เป็นอะไรมากใช่หรือเปล่า" ถึงจะเป็นคำพูดแสดงความเป็นห่วงปกติ แต่วินาทีที่เขาสัมผัสได้ว่าเนราไม่สามารถควบคุมพลังตนเองได้นั้นกลับคลั่งจนตัดสินใจใช้เครื่องบินส่วนตัวตรงมายังซิลเวียทันที ยามรับรู้ถึงความปั่นป่วนสงบลงของเนรา จึงทำให้เขาคิดว่าสเวนคงทำบางอย่างให้เนรากลับมาควบคุมสติได้

"จะว่าเกือบก็ได้ แต่สเวนหยุดเนไว้ค่ะ"

"ขอบคุณที่ดูแลเธอ" อีเมอร์สันพูดขึ้นขณะยังคงกอดตัวเนราไว้เมื่อเห็นสเวนเดินเข้ามา... หากเป็นคนผู้นี้คงรู้ว่าตัวเขาได้ความทรงจำคืนกลับแล้ว ถึงได้แสดงท่าทียียวนผู้เป็นสามีของเนราแท้จริงอย่างเขา

"เนราเป็นภรรยาผม ผมต้องปกป้องเธออยู่แล้ว" คนฟังเข้าใจคำตอบแกมประชดนั่นดี เขาจึงเพียงแค่ยิ้มตอบก่อนจะพูดถึงวัตถุประสงค์เร่งด่วนอันทำให้เขามารับตัวเนรา

"ผมคงต้องขอเบรคช่วงเวลารำลึกความทรงจำก่อน วันนี้เนราต้องไปกับผม" ประโยคนั่นเป็นดั่งท่อนเหล็กฟาดลงกลางหัวเขา ไม่เดินมาต่อยหน้าเขาให้สลบไปเสียเลยล่ะ

"เหตุผลล่ะ" สเวนถามขึ้นอย่างต้องการคำตอบ เพื่อนำมาวัดความสำคัญพอที่เขาจะยอม ทั้งรู้อยู่แก่ใจว่าหากไม่ยอมคงทำอะไรอีเมอร์สันไม่ได้ โดยเฉพาะเนราคงดิ้นรนร้องไห้กระวนกระวาย เห็นเธอทรมานเขาคงเจียนตาย จะทางไหนตอนนี้ต้องยอมเป็นน้อยไปก่อนแล้วกัน

"เนมีบุคคลที่ต้องพาไปรู้จัก สองคนนั้นจะมาทำหน้าที่คุ้มครองช่วงเนราเรียนอยู่ภายในมหาวิทยาลัย"

"คนของผมก็มี"

"มันต่างกัน เพราะสองคนที่ว่าเป็นนักศึกษาคณะเดียวกับเนรา แถมยังหยุดเรียนไปหนึ่งปีพร้อมเธอ" เนราแปลกใจว่าสองคนนั้นเป็นใครมาจากไหนแต่ดูท่าอีเมอร์สันจะไว้ใจและเชื่อมั่นในฝีมือ ด้านสเวนยังพอคาดเดาได้อยู่ แต่ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องดีนัก

"ท่านพี่ จริงๆแล้วไม่ต้องมีคนคอยดูแลก็ได้นะคะ ในสถานศึกษาแบบนั้น..."

"พี่ไม่ไว้ใจกลุ่มสภาอาวุโส" ชื่อนั้นทำให้เนราแสดงสีหน้าทุกข์ใจขึ้นมาถนัด ไม่ใช่เพราะพวกเขามีความสามารถเหนือกว่า แต่เพราะในบรรดากลุ่มคนพวกนั้นมีทั้งที่นับถืออีเมอร์สัน และกลุ่มผู้พร้อมจะทำลายสันติภาพระหว่างกลุ่มมนุษย์กับแวมไพร์ เมื่อตัวเธอได้ความทรงจำทั้งหมดกลับมาสมัยยังคงใช้ชีวิตอยู่ในทรานซิลเวเนียก่อนอีเมอร์สันจะผนึกจิตแวมไพร์ของเธอ ปัญหาทางภายในนั้นเธอเองรู้เรื่องดีไม่แพ้่ผู้เป็นพี่ชาย

"คุณสเวนงั้นผมขอรับเนรากลับไปก่อน ไม่อยากให้ท่านพ่อที่รออยู่ต้องคอยนาน" ยังมีหน้ามาถาม สเวนสบถในใจ ย่อมรู้ดีไม่ใช่หรือ ว่าเขาขัดอะไรไม่ได้ ไหนจะการที่อีริคเดินทางมาร่วมด้วย

"ท่านพ่อก็มาเหรอคะ" เนราเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ

สเวนกำลังจะอ้าปากเพื่อสอบถามถึงการพาเนรามาคืนต้องหุบกลืนความต้องการลง พอคิดกลับกันแล้วเนราไม่ใช่สิ่งของการให้เนรากลับมาเองและเขาทำหน้าที่คอยสังเกตอยู่ห่างๆควรเป็นทางเลือกอันเหมาะสมในเวลานี้ การตีโพยตีพายดึงเนรามาไว้กับตัวไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเผลอๆ เธอพาลเกลียดเขาขึ้นมาเพราะคิดว่าหมายจะแยกหญิงสาวกับครอบครัวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่

"ไม่ต้องกังวล เสร็จธุระแล้วผมคงต้องฝากเนราไว้กับคุณอีกอยู่ดี เพราะงานที่เชคเวียผมคงทิ้งมาไม่ได้" อีเมอร์สันทิ้งประโยคนั้นไว้ให้แก่สเวนอย่างรู้ความคิดอีกฝ่ายก่อนพาเนราขึ้นรถไป

"ท่านพี่ จะทิ้งเนไว้อีกแล้วเหรอ เรากลับไปทรานซิลเวเนียไม่ได้เหรอคะ" คำถามเนราแตกต่างจากก่อนหน้าเมื่อเขาต้องส่งเธอมาพบสเวน

อีเมอร์สันยอมรับว่าก่อนหน้า เนราดื้อดึงไม่ยอม หัวเด็ดเท้าขาดเพียงไรอยากอยู่กับเขา แต่ตอนนี้ความรู้สึกพร้อมคำถามที่ส่งมาถึงการรับฟังนั้น กลายเป็นเธออยากหนี หนีความทรงจำกำลังคืนกลับ คงกลัวว่าเธออาจเลือกคนทางนี้หากสายสัมพันธ์เหนียวแน่นข้ามภพชาติคืนหลับ กลัวผิดสัญญาที่เคยพูดไว้ว่าจะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป จะไม่ทิ้งอีเมอร์สันให้โดดเดี่ยวอีก

"อยากกลับไปจริงๆเหรอ"

"กลับไปใช้ชีวิตเราสามคนไงคะ" แน่นอน เนราไม่ได้ละทิ้งความปรารถนาส่วนหนึ่ง

จริงอยู่ว่าเธออยากกลับไป แต่อีกใจยังคงปรารถนาอยู่ทางนี้ด้วยเช่นกัน แววตาสั่นเครือของเธอบอกเช่นนั้น มันไม่ได้แสดงความมุ่งมั่นอย่างเคย สาวผู้น้องไม่รู้หรืออย่างไรว่าชีวิตผูกคล้องกันอยู่แบบนี้ เธอไม่สามารถโกหกเขาได้แม้จะอ่านใจเธอไม่ออก

"ไม่อยากอยู่กับเขาเหรอ ความทรงจำก็เพิ่งจะค่อยๆคืนมาเองนะ"

"คะ? แต่เนไม่ใช่มนุษย์แล้ว" ใบหน้าน้อยใจเบือนออกทางหน้าต่าง นี่ล่ะ สาเหตุแท้จริง ที่เนรากลั้นไว้ตลอด การที่มันถูกเอ่ยออกมาได้ความหมายของการดำรงอยู่ในตัวเธอ มันชัดเจนแล้วไม่ใช่หรือ

"ไม่ได้แปลว่าเขาจะไม่รักเน"

"ทำไมอยากยกเนให้คนอื่นนัก ทำไมท่านพี่ถึงพร้อมจะไปตลอดเวลา... เนราเพิ่มความดังของเสียงขึ้นเมื่ออีกฝ่ายดูท่าจะยังไม่เข้าใจ โลแกนและซิลวี่นั่งอยู่เบาะคนขับ หากไร้ซึ่งที่กั้นระหว่างส่วนในของผู้เป็นนายคงอยากจะปรามหญิงสาวไม่ให้เถียงหรือต่อว่าพี่ชายตัวเอง เพราะพวกเขารู้สาเหตุของอีเมอร์สัน ความต้องการที่กำลังทำอยู่ดี... เพราะเขาไม่ใช่เหรอเพราะชายชื่อว่าสเวนทำให้ท่านพี่หนีเนมาโดยไม่ได้ทันให้ตั้งตัว อยู่ๆอ้างเหตุผลให้เนเดินทางมาหาความต้องการที่แท้จริง อยู่ๆก็ส่งเขามา..."

"สเวนไม่ใช่หรือไง ที่ทำให้จิตใต้สำนึกปิดบังความทรงจำเกี่ยวกับเขาเอาไว้ เพราะกลัวว่าชายผู้เป็นที่รักจะรับไม่ได้ คิดว่าเขาอาขเกลียดกลัว จึงพยายามต่อต้านรับรู้เรื่องของเขาตลอดระยะเวลาเกือบปี" อีเมอร์สันสวนกลับด้วยน้ำเสียงเร่งเร้าไม่ต่างกันเมื่อสัมผัสได้ถึงท่าทีเอาแต่ใจโกหกไม่ยอมรับความจริงของตัวเธอเอง

"ไม่ใช่ค่ะ"

"จะบอกว่าหลายวันที่อยู่กับเขาไม่ได้รู้สึกอะไรเลยงั้นเหรอ" คนถูกถามชะงักพร้อมหลบแววตาสีเดียวกันยามจ้องลงมา ใช่เธอมีความสุขไม่ต่างกับช่วงเวลายามได้ใช้ชีีวิตอยู่กับอีเมอร์สัน ความสุขนั้นล้นเหลือ แค่มันเป็นความรู้สึกคนละแบบ ทว่าไม่น้อยหน้ากัน เท่าเทียมอย่างไม่เอนไปทางใด

"ถ้าเนตอบว่าไม่ใช่ท่านพี่จะทิ้งเนไปหรือเปล่า จะหายไปอีก หรือจะลบความทรงจำที่มีท่านอยู่ เนไม่ต้องการแบบนั้น..." เธอโผเข้ากอดเขาอย่างขอความเมตตา ด้วยกลัวว่าสักวันอีเมอร์สันอาจกระทำอย่างที่เคย และอาจเป็นการผนึกจิตแวมไพร์ของตนอย่างสมบูรณ์จนไม่สามารถทำให้ตื่นขึ้นมาได้อีกจนกว่าจะสิ้นลมหายใจไป

ด้านอีเมอร์สันหยุดซักเอาความ เพราะก่อนหน้าต้องการให้เนรายอมรับตัวเอง เขารู้ว่าเนราต้องการเขาแต่ต้องการสเวนด้วย ไม่ต่างกัน และอาจมากกว่า แม้ชีวิตเนราหมดไปชาตินี้ ทวว่าดวงวิญญาณยังคงพันผูกกับสเวนเป็นมั่นอยู่แล้ว

ฝ่ามือใหญ่ลูบหัวปลอบขวัญพร้อมขอโทษยามต้อนเธอให้ต้องรู้สึกไม่ดีจนหลั่งน้ำตา ไม่ใช่เนราสับสนเพียงลำพัง ตัวเขาเองไม่ต่างกันแม้ส

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 64 The End ตราบนิจนิรันดร์...

    บุคคลอันซึ่งมีวิญญาณแข็งกล้าในฐานะหมาป่าสายเลือดโบราณ ชีวิตและจิตวิญญาณของเขามอบให้เพียงหญิงอันเป็นที่รัก ผู้เป็นภรรยาเพียงบุคคลเดียว ที่เขาจะน้อมรับคำบัญชา เสมือนการรอคอยคำสั่งให้ฟื้นกลับจากสภาวะหลับใหลด้วยผลกระทบอันรุนแรงเกินกว่าจะตื่นขึ้นมาในเวลาเร็ววันเมื่อเนรา เอ่ยคำบัญชาดังเป็นวาจาสิทธิ์ร้องปรารถนาหัวใจผู้เฝ้าภักดีอย่างเขา ให้ปรากฎตัวต่อหน้าเธอในวินาทีนี้ สองขาลุกหยัดยืนปาดน้ำตาทิ้งแสดงสีหน้าฮึดสู้ บอกตัวเองว่าควรหยุดร้องได้แล้วก่อนจะหันหลังกลับมาพบหน้าบุคคลที่เธอเพิ่งออกคำสั่งให้เขากลับมา แต่ภาพเบื้องหน้าของร่างสูงสง่าผมยาวลงเกือบปกบ่าเล็กน้อย มีเคราล้อมกรามดูคมเข้มมากกว่าปกติ ไม่ได้ทำให้เนราตกใจนัก เธอมักเผลอเห็นภาพเขายืนมองเธอด้วยสายตาอาทรอยู่บ่อยๆ ไม่ดวงวิญญาณสามีเธอคอยติดตามคุ้มครอง ก็คงเป็นภาพมโนจิตอันก่อเกิดขึ้นจากความคิดถึงและโหยหา..."คุณนี่ชอบมาวนเวียนนะ เอาเถอะ ไม่ต้องห่วง เนจะเข้มแข็งดูแลตัวเองเพื่อลูกของเรา... เธอถอนหายใจเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มจางๆก่อนเดินจากสิ่งที่คิดว่าเป็นภาพลาง ถ้าว่ามันกลับยับยั้งการเคลื่อนไหวของเธอจนถึงกับสะดุ้งถอยเท้ามองสบเข้าไปในดวงตาที่เปี่ยม

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 63 อยู่กับฉันขอให้เราได้อยู่ด้วยกัน

    "มันมีค่าการทำลายสูงกว่าลูกที่แล้ว" อีเมอร์สันย้ำขึ้นให้สเวนคอยตระหนักที่จะปล่อยวางหากเกินกำลังและให้ผู้อื่นแบ่งเบาการหยุดปรมานูลูกนี้ แม้สภาพทางกายภาพของชายหนุ่มจะสมบูรณ์ดี แต่ภายในใช่ว่าจะปะติดปะต่อดังปกติ มันอาจเพราะฉีกขาดยามทนแรงกระทบไม่ไหว ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่ต่างจากสเวนถึงจะได้รับเลือดเนราถึงสองถุง"อืม" เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะตวัดสายตาลงไปมองภรรยาผู้แหงนมองขึ้นมาจนอยากกระโจนตามขึ้นไปอยู่ด้วย เธอกำลังภาวนาให้ทุกคนรอดชีวิต ไม่ว่าจะพ่อ พี่ชาย สามีหรือใครก็ตาม..."ที่นี่เป็นบ้าน เป็นโลกที่ผมหวังสร้างให้เธอใช้ชีวิตอยู่ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตผมก็จะไม่ยอมให้ที่ที่สวยงามนี้พังพินาศ" สเวนเอ่ยในใจก่อนดึงสายตามาเพ่งลำแสงอันพุ่งตรงเข้ามา ทุกชีวิตเคลื่อนตัวออกจากตึกหรืออาคารใหญ่ด้วยความหวาดกลัวยามถูกปล่อย ยังไม่เท่ากับสิ่งที่ต้องสะพรึงในอีกไม่กี่วินาที ยามเห็นสิ่งคล้ายกับยานลำใหญ่ยาว หัวมนซึ่งต่างรู้ว่าคืออะไรกำลังเคลื่อนผ่านหัวทุกคนกัดฟันร่วมกันหยุดครั้งสุดท้าย วิกเตอร์จับมือลูกชายขึ้นพร้อมกับยื่นมือไปหาอาเรย์ สเวนยื่นมือไปทางโครว์ อีเมอร์สันที่กำลังยื่นมือไปทางอีริคพ่อของตนราวกับทุกคนประสานกำลั

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 62 ผมอยากบั่นคอตัวเองตอนนี้

    "หนึ่งลูกอาจทำให้มันปางตาย แต่ลูกที่สอง พวกมันไม่รอดแน่ ฉันจะทำให้มันไม่มีทางเลือกจะหยุดปรมานูลูกนี้ เพราะมันจะมุ่งไปที่... ซิลเวีย"คำกล่าวทิ้งท้ายของปีเตอร์อันเต็มไปด้วยความสุขไร้ความกลัวตายและการเจ็บปวด ซึ่งทางวิกเตอร์ อาเรย์ พร้อมคาเรย์ พกเครื่องส่งสัญญาณไร้สายติดหูด้วยกันทุกคนต่างหูผึ่ง หันหน้าไปในทิศทางเดียวกันตามองศาที่ประเทศนั้นตั้ง สถานซึ่งเป็นบ้านเกิด สถานที่อันศักดิ์ของบรรพบุรุษ ต้นกำเนิดของพวกเขาตั้งแต่โบราณกาล...บนจอใหญ่ซึ่งติดตั้งกลางเมือง เครื่องที่ยังคงใช้การได้ฉายวิดีโออัดไว้ก่อนปีเตอร์เสียชีวิตอัตโนมัติ... "ถ้าวิดีโอนี้ถูกฉายแสดงว่าฉันชนะเกมส์ ไม่ก็ได้ตายไปแล้วฉันมีของขวัญจมอบให้... บ้านเกิดพวกแก ไอ้หมาสกปรก ที่ที่แกและคนรักอยากใช้ชีวิตอย่างสงบ จะหายไปพร้อมฝังความแค้นของฉันไว้แทน ไม่ต้องห่วง ฉันแถมวิญญาณมนุษย์ไว้ให้สถิตในที่แถวนั้นด้วยจะได้ไม่เหงา"วินาทีนั้น ได้มีมนุษย์จำนวนมากถูกปล่อยตัวจากหลุมซ่อนภายในรัฐซิลเวียที่ปีเตอร์นำกองกำลังมาควบคุมไว้ใต้อาคารหรือตึกแห่งหนึ่ง พวกเจ้าหน้าที่ตั้งใจปล่อยมนุษย์ให้หนีตายอลหม่าน หลังจากได้รับข้อความจากศูนย์ใหญ่ที่พวกซิลวี่และกองก

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 61 กระแสจิตภรรยาและสามี

    วิกเตอร์เร่งนำเนรา สวอนน่าออกจากฐานกองกำลังของปีเตอร์ตามคำขอของลูกสะใภ้อย่างเร่งรีบ โดยมีซิลวี่และพรรคพวกของไคล์คอยคุมสถานการณ์แก้ไขปัญหาปรมานูอีกลูกอยู่ที่นี่ คาเรย์ช้อนตัวเนราขึ้นมาไว้บนหลังวิกเตอร์ที่กลายร่างเป็นหมาป่าสีดำเฉกเช่นเดียวกับลูกชายตนอย่างสเวนเพราะขนแหลมแข็งเหมือนน้ำนั้นจะไม่ทำร้ายและอ่อนยวบลงยามผู้ที่ได้รับความไว้วางใจสัมผัส ในเมื่อต้องการความเร็วเหนือทุกอย่างกลายเปลี่ยนร่างเป็นสมบูรณ์จึงจำเป็น ในวินาทีนี้อาเรย์ยังคงร่วมด้วยผู้วิ่งคู่ขนานเคียงข้างวิกเตอร์ อย่างน้อยให้ไปทันสนับสนุนหยุดการโจมตีของปรมานูทางสเวน ได้รับการแจ้งเตือนจากโลแกน ผู้นำข่าวมาบอกแก่อีเมอร์สันว่ามีปรมานูกำลังเดินทางมายังที่แห่งนี้ ชายหนุ่มเบิกตาครู่หนึ่ง พร้อมกับเปิดสัมผัสให้กว้างขึ้นเพื่อรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวอันเคลื่อนที่เร็ว สภาพของเขาตอนนี้แทบไม่ต่างกับสุนัขเพิ่งจบการแข่งขันในช่วงแรก อีเมอร์สันมองกายภาพของสเวนที่โลหิตไหลผ่านรูหูรูจมูก ชายหนุ่มผู้เป็นน้องเขยคนนี้ใช้พลังไปกับการเดินทางเหนือแสงเหนือเสียงและแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนตลอดหลายวันที่ผ่านมา อย่างน้อยตัวเขาเองก็ยังได้พักและพิจารณาสถานการณ์ เหต

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 60 ไดร์วูลฟ์ร่างในตำนานอันสูงส่งและสง่า

    "ถ้าคิดว่าพลังจิตวิญญาณที่มนุษย์พิเศษมีอยู่คือพลังไร้ขีดจำกัดล่ะก็ เธอคิดผิ""ฉันไม่เคยคิดเช่นนั้น...""หึ พวกผิดปกติ... ปีเตอร์พูดแทรกขึ้นทันทีก่อนยกมือซ้ายขึ้นใช้นิ้วมือปัดไปยังหน้าจอนาฬิกาที่สวมใส่... ทำลายความสมดุลโลกอย่างพวกเธอ จะบอกว่าไม่ได้เหิมเกริม ทะนงในอำนาจของตนเองงั้นเหรอ""แวน..." เนราขานชื่อเพื่อนชายคนสนิทผู้เพิ่งวิ่งมาหยุดยืนข้างตน ซึ่งชายหนุ่มรู้ทันทีว่าต้องเข้าไปตรวจสอบการกระทำเมื่อครู่ โดยเฉพาะนาฬิกาที่คอยควบคุมบางอย่างจากข้อมือซ้ายของปีเตอร์"ถ้าถอดมันออกจากข้อมือฉัน ปรมานูจะทำงานทันที... แวนชะงักมือซึ่งกำลังจะปลดก่อนถูกปีเตอร์สลัดออกมาโดยทำหน้ามีชัย... ระบบสั่งการภายในนาฬิกาเรือนนี้ ถูกเชื่อมต่อกับระดับการเต้นของหัวใจฉัน ถ้าฉันตาย พิกัดที่ระบุการทำลายล้างจะทำงานโดยส่งเจ้าปรมานูที่พวกแกยังไม่พบไปเยือนมนุษยทันท่ี""คุณเองก็เป็นมนุษย์ คิดจะเปลี่ยนโลกเพื่อพวกเขาไม่ใช่หรือไง" เนรากันมือทางวิกเตอร์และสวอนน่าไว้พลางถอยเท้า ขณะพวกปีเตอร์เหมือนจะเป็นต่อกรูกำลังเสริมกันเข้ามาพร้อมยกอาวุธ"เธอคงเข้าใจผิดสาวน้่อย โลกในอุดมคติของฉันมีแต่พวกเพอร์เฟค ฉลาด ไหวพริบอยู่ในขั้นสูงสุด

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 59 หญิงสาวเลือดแวมไพร์ที่เหมือนแม่เพราะความใจเด็ด

    "แกคงจะสงสัย สินะ เพราะศัตรูตรงหน้าแกมีเลือดคล้ายกับแก เด็กหนุ่มคนนี้เกิดจากแม่ที่เป็นไดร์วูลฟ์ฉันจับแม่มันมาตั้งแต่ยังเล็กๆ... คำพูดผ่านลำโพงทำให้สเวนยิ่งยัดเยียดความโกรธลงไปยังคมเขี้ยว หากลูกหลานไดร์วูลฟ์ยังเด็กก็มีสิทธิ์พลาดจะถูกนำตัวไปได้ด้วยวิธีการสกปรกต่างๆของศัตรู ซึ่งเขาเองไม่รู้ว่าเด็กผู้หญิงที่ถูกจับไปเป็นเชื้อสายไดร์วูลฟ์ ลูกหลานฟากฝั่งตระกูลไหน ห่างกันไปเท่าไรจากวงศ์ตระกูล... เลี้ยงให้เชื่อง ก่อนจะใช้เธอเป็นแม่พันธุ์ขยายตัวทดลอง... เมื่อได้ยินคำว่าแม่พันธุ์เขาแทบปลอดแตก เพราะปีเตอร์ก็คิดใช้่เนราเป็นบุคคลขยายสิ่งมีชีวิตที่ทั้งเธอและเขาต่างไม่อยากให้เกิดขึ้นด้วยฝีมือสกปรกของศัตรู... สิ่งที่ได้มันช่างคุ้มค่า... ทว่าทุกครั้งยามคมเขี้ยวจมลงเนื้อไป สเวนไม่รู้ตัวเลยว่ามียาพิษแทรกซึมเข้ามา จนเขาเริ่มรู้สึกถึงอาการเซจนล้มลงไปพลันถูกเท้าหนักกระทืบ แม้โครว์เห็นท่าไม่ดีพร้อมจะเข้ามาช่วย แต่ดันถูกหมาป่าอีกฝ่ายแห่เข้ามากันไว้... ฉันไม่อยากฆ่าแกเลย อยากได้แกเป็นหนูทดลองด้วยซ้ำ...""คุณทำอะไรกับเขาปีเตอร์" สวอนน่าพูดขึ้นทั้งน้ำตาก่อนภาพจะตัดไปสร้างความสั่นไหวในใจสเวน ที่ร่างล้มตัวลงนอนราว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status