Home / โรแมนติก / พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2 / ตอนที่ 3 สีแดงที่กลับมา ( 3 ความทรงจำคืนกลับสีขาว)

Share

ตอนที่ 3 สีแดงที่กลับมา ( 3 ความทรงจำคืนกลับสีขาว)

Author: 22 A Venus
last update Last Updated: 2026-01-17 13:55:51

ขณะจันทราเคลื่อนคล้อยผ่านราตรีสุขสงบ ชายผู้จงรักภักดีต่อภรรยาด้วยจิตวิญญาณได้แต่เฝ้าชะเง้อคอมองไปยังระเบียงจากชั้นล่าง ด้วยสัญชาตญาณที่เขาไม่อาจปล่อยภรรยาไว้ลำพังได้ขณะที่เธอพักอยู่ในสถานที่เดียวกันเช่นนี้โดยไม่มีผู้ดูแลในห้องนอน

" คุณไปนอนห้องอื่นไม่ได้เหรอคะ"

" ไม่ได้ มันอันตราย และที่สำคัญต่อให้ต้องย้ายไปนอนห้องอื่นผมคงนอนไม่หลับคงต้องปีนขึ้นมานอนที่ระเบียงห้องนี้อยู่ดี"

บทสนทนาเมื่อนานมาแล้ว ครั้งสมัยพาเนรามาถึงที่พักครั้งแรกก้องดังขึ้นในความคิด นี่คงเป็นเหตุผลทำให้เขาไม่สามารถอยู่เฉย และกระวนกระวายหากต้องแยกห้องนอนกับเธอ ความรู้สึกอยากพุ่งเข้าหาร่างคนตัวเล็กบนเตียงนอนห้องเขานั้นชั่งแรงกล้า ไม่แปลกใจเลยที่ในตอนแรกเขาปฏิเสธมารื้อฟื้นความทรงจำยังบ้านพักหลังนี้ หลังร่างกายฟื้นจากอาการบาดเจ็บ มันเต็มไปด้วยความสุขอัดแน่น เขาอาจจะบ้าตายก็ได้หากบ้านพักพิงหลังนี้ไม่มีเนรา ดังนั้นการเข้าไปอยู่ในเมืองซึ่งมีความทรงจำของเนราน้อยที่สุดคือสิ่งดีต่อหัวใจของเขา ไม่ว่าจะซ้าย ขวา บน ล่าง ของตัวบ้านหรือผืนป่า ต่างตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นไอและภาพเนราปรากฏอย่างต่อเนื่อง และตอนนี้ขุมสมบัติแห่งความทรงจำมาอยู่ตรงหน้า มีหรือเขาสามารถต้านทานแรงปรารถนายามยืนเหม่อมองขึ้นไปอย่างเดียวไม่คว้าเธอมาได้ ร่างสูงกระโดดขึ้นไปบนราวระเบียงห้องนอนก่อนตัดสินใจเปิดประตูบานเลื่อนเข้าไปเมื่อรู้สึกว่าเจ้าตัวได้หลับอย่างสนิท

"ความทรงจำของผมชัดเจนขึ้นเมื่อพาเธอกลับมายังบ้าน เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันนานที่สุด มันกำลังคืนกลับเมื่อได้มีเธออยู่ข้างกายและเมื่อผมเปิดใจตัวเอง... ร่างสูงยอบตัวลง โน้มหน้าเข้าใกล้หาสิ่งดึงดูดให้เขาเข้าไปสัมผัส โดยได้ทลายความเกรงใจและคำว่าไม่ควรออก ยามริมฝีปากได้รูปประทับลงบนหน้าผากเล็กๆของคนไม่รู้สึกตัว เคลื่อนมายังจมูก ลากไล้มาถึงข้างแก้ม... ขับไล่ความกลัวที่จะสูญเสียเธอ ลบความหวาดระแวงกับการกลัวว่าพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาจะพบเจอแต่ชื่อเนรา และรอยยิ้มปริศนาในความทรงจำอันย้ำลึกถึงความเสียใจ การจากลา ผมจะไม่ลังเลหากต้องการสัมผัส ถ้ามันทำให้ผมได้สิ่งที่ใจปรารถนาคืนมา" สิ้นคำพูดก่อนนิทราไปพร้อมกับร่างนอนอยู่ก่อน เขาก็ยกสถานะความเป็นสามีมาเป็นเหตุผลขอล่วงเกินโดยการจุมพิตเบาๆแต่เนิ่นนานลงบนริมฝีปากเล็กๆของอีกฝ่าย

สเวนประทับอยู่นานจนเต็มอิ่มตามใจแห้งผากราวกับขาดสายฝนให้ชุ่มชื้น ทุกสัมผัสจากบนใบหน้าเนรา ตอบทุกอย่างช่วยคลายความสงสัย ไม่ใช่แค่คุ้นเคยแต่มันเป็นของเขา เป็นสิ่งที่เขาทำกระทำอยู่ทุกวัน ไม่ว่าตอนจมูกรับกลิ่นจากผม หน้าผาก พวงแก้ม หรือปากของเขาอันมักประทับตาฝากรักไร้รอยไว้ทุกตำแหน่ง สองแขนแกร่งช้อนร่างไร้การตื่นเข้ามากระชับ หวังว่าคืนนี้ทั้งคืนสัมผัสจากไออุ่นผ่านกายจะถอดรหัสความทรงจำห่างหายที่ไหนสักแห่งคืนมา

รุ่งเช้าเพียงไม่กี่ชั่วโมงของคืนดีที่สุดสำหรับสเวน เพราะตลอด 1 ปีแสนทรมานกับการขบคิดว่าหญิงสาวชื่อเนรา ผู้เป็นภรรยาที่เขาลืมไปนี่หรือ มีอิทธิพลทำให้เขาสยบยอมได้ถึงเพียงนั้น เขาเข้าใจดีว่าบุรุษหมาป่ามักเชื่อฟังภรรยา แต่ไม่คิดว่าตนเองถึงกับสยบยอม โดยเฉพาะการมีอารมณ์ร่วมกับสิ่งอันเรียกว่าภาพถ่าย เขานี่หรือจะกลายเป็นเพียงสุนัขเชื่องพันธุ์เล็กสุดของโลกตามคำเปรียบของชายรุ่นพี่อย่างโครว์ ความรักมันน่าจะคนละส่วนกับสิ่งที่เรียกว่ายอม แต่ไหนเลยเมื่อได้พบเธอเข้า ในวินาทีแรกหลังจากสูญเสียความจำ เขากลับรับรู้ได้ว่าตัวเองนั้นไม่อาจต้านแววตาคู่สีนิลนั้นได้ และไม่อาจหยุดมองตามเธอได้แม้แต่เสี้ยววินาที ยามนี้เขาตื่นโดยมีเธอในอ้อมกอดพลันได้เข้าใจทุกสรรพอย่างกระจ่าง...

"เธอคือภรรยาของผม เนรา ภรรยาที่ผมคิดว่าจะไม่ได้คืนมา... ภาพเหตุการณ์ในวันที่เขาวิ่งตามอย่างหัวใจร้าวรานก่อนตกเขาฉายขึ้นมาเป็นม้วนหนัง จึงรู้ว่าสาเหตุไม่ใช่สมองกระทบกระเทือน แต่เป็นเพราะ เขาต้องการปิดตายความจำทุกอย่างอันเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเนรา หมายผลักมันออกไป เมื่อรู้สึกได้ว่าตัวเองได้ตายไปตั้งแต่มือของเนราไม่ได้ถูกวางบนมือเขา... คู่ชีวิตที่พลัดพรากจากภพก่อน ผมจะไม่ยอมปล่อยมือเธอไปอีกเป็นครั้งที่สอง" และเป็นอีกครั้งที่เขาแอบละลาบถือสถานะเจ้าข้าวเจ้าของขโมยจูบคนหลับ

เมื่อคืนเป็นราตรีสวัสดิ์แต่เช้านี้เป็นจูบรับอรุณ สเวนจูบอยู่นานจนคนนอนขยับตัวเมื่อรู้สึกความอุ่นบริเวณริมฝีปากจึงปรือตาขึ้นทว่าเปลือกตาที่หลับอยู่ด้านบนนั้น ทำให้เจ้าตัวต้องรีบลุกขึ้นพร้อมผลักใบหน้าชายกำลังบรรเลงความเอาแต่ใจอย่างเพลิดเพลินออก ก่อนพาตัวเองมานั่งอยู่หัวมุมเตียงอีกด้านพร้อมผ้าห่มผืนใหญ่ดึงมาพันตัวให้หนาเข้าไว้

"ทำอะไรคะ" ใบหน้าแตกตื่นปนตกใจสุดขีดทำให้สเวนชักสีหน้าแปลกใจ ก่อนนึกขึ้นได้ว่าเธอยังจำเขาไม่ได้

ด้านเจ้าของแววตาคู่ดำขลับเพิ่งตื่น จ้องอย่างระแวงพลางสำรวจความผิดปกติของชายผู้กำลังล้มตัวตะแคงใช้แขนพิงหัวด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ แถมกระตุกยิ้มสะใจในรสชาดบางสิ่งขณะไล่ล้นเกลี่ยริมฝีปากตนเอง สเวนไม่เคยเป็นเช่นนั้นตั้งแต่เธอมาอยู่ซิลเวียและมักจะเว้นระยะห่างกับตนโดยตลอด

"จูบ เมีย ตัวเอง... เขาจับริมฝีปากตัวเองเบาๆพลางตวัดลิ้นออกมาราวกับชิมรสบางอย่างที่ยังคงติดบริเวณริมฝีปากซ้ำๆ แถมยังเน้นย้ำสองคำ ซึ่งเป็นทั้งการกระทำ สถานะของเธอชัดเจน... หวานดี คุ้นเคยนะว่าไหม" ท่าทีได้ใจนี่อะไรกัน? เนราคิดเช่นนั้นพลางเบือนหน้าหนีสายตากรุ้มกริ่ม

เขาออกอาการว่าายังไม่พอ ใช่ เขายังไม่พอ หากว่าสเวนเป็นหมาป่าสายเลือนักล่าผู้มากไปด้วยความแข็งแกร่ง เธอคงเป็นเนื้อชั้นเลิศที่เขายังไม่อิ่มหนำ เหตุการณ์ไร้คำพูด แต่ดูรุกเร้าเต็มเปี่ยมไปด้วยแรงปรารถนา ทำให้เนรารีบใช้โอกาสสเวนยังส่งสายตาแทะโลมความรู้สึกราวกับกำลังเย้าแหย่ หุนหันกะว่าจะพาตัวเองไปยังห้องน้ำ ทว่าอีกฝ่ายดูจะเร็วกว่า คว้าต้นแขนดึงคนตัวเล็กลงมาแนบกับเตียงก่อนตามมาคร่อมไว้

"คุณจะทำอะไรคะ เช้าแล้ว คือเอ่อ..." ไม่เป็นภาษา แต่ภาพเหล่านี้ชั่งดูคุ้ยเคย บนฟูบนิ่มๆนี่

"ทำไมเช้าแล้วคิดว่าผมจะทำอะไรมากกว่าจูบไม่ได้หรือไง" สเวนก้มหน้าลงมาแนบชิดจมูกอีกฝ่ายเพื่อกระซิบประโยคเร้าอารมณ์และหัวใจให้พองโต พลันได้ยินหัวใจเนราเต้นแรงและเร็ว แม้แต่มือคู่พยายามดันหน้าอกเขายังแสดงความสั่นชัดเจน จนเขากลั้นขำไว้ไม่ไหว

"แต่ เอ่อ คือ... ถึงเนจะเป็นภรรยาคุณแต่ว่า ตอนนี้ เรา ยังจำกันไม่ได้ เนว่าเราควร..." เธอคิดไปว่าเขาคงต้องการความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยาในแบบปกติ ที่เขาและเธอคงเคยมีรูปแบบลึกซึ้งเช่นนั้นต่อกัน แต่ในเวลาที่ความทรงจำยังลางเลือนแบบนี้มันคง...

"เธอคิดว่าผมจะ..." ครั้งนี้สเวนสลับทิศทางลูกตาไปมา ใบหน้าดูคิด แต่เป็นไปในลักษณะทำเอาคนใต้ล่างหน้าแดง เขายั่วโมโหเธอด้วยท่าทางเซกซี่บิดกายด้านบนไปมา และด้วยท่าทางนั้นทำเอาเธออยากซุกหน้าแทรกไปกับผืนธรณี...

"ในเมื่อจำไม่ได้แล้วเรื่องแบบนั้นใครจะไปทำกันเล่า" เธอคัดค้านในใจ จนสเวนต้องหลุดขำออกมาลั่น เมื่อเห็นเนราแสดงสีหน้าเป็นกังวลขบคิดจนคิ้วขมวด

"ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ... เขาใช้แขนสองข้างค้ำร่างตัวเองขึ้นมา เพื่อจะได้สบตากับเธอชัดๆ คำพูดนั้นทำให้เนราสงสัย อะไรคือไม่เปลี่ยน... ไม่ว่าจะกี่ครั้งเธอยังคงเขินอายสัมผัสของผมไม่เปลี่ยน"

" สัมผัสของเขาเหรอ? เขาหมายถึงเรื่องอะไร หรือว่า บนเตียงนี่ " ยิ่งคิดหญิงสาวยิ่งหน้าแดงก่ำจนจะเป็นสีเดียวกับดอกกุหลาบสีสดในสวน ทั้งที่ไม่อยากนึกภาพแต่ดันเตลิดไปเองโดยอัตโนมัติกับความสุขแบบชายหญิงในลักษณะสามีภรรยา

"หรือว่าจะต้องรื้อฟื้นความทรงจำแบบขั้นสุดกันนะ เธอถึงจะจำผมได้สักที" สเวนเปลี่ยนแขนข้างหนึ่งลงมาค้ำไว้เพื่อใช้มืออีกข้างเชยคางร่างกระสับกระส่ายไปไม่ถูกใต้ล่าง พร้อมโน้มใบหน้าลงมาหวังชิมรสริมฝีปากเธออีกครั้ง ทว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่เนราคิด เธอคิดไปว่าเขาต้องการมากกว่านั้น จึงอาศัยจังหวะอีกฝ่ายหลับตาโน้มลงมา ตีเข่าเข้ายังกล่องดวงใจ จุดอ่อนของบรรดาผู้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเพศชายอย่างเต็มแรง พร้อมผลักร่างอีกฝ่ายลงไปนอนกับเตียงแทน

"เน... หืม อื้อ มัน เต็มแรงนะนั่นน่ะ" หญิงสาวชะงักขึ้นปนเป็นห่วงเพราะดูจากความซีดบนหน้า เธอคงเผลอทำแรงไปจริงๆ แต่ว่า...

"สมน้ำหน้า คนเจ้าเล่ห์ คนโรคจิต คนฉวยโอกาส" ว่าอย่างตะกุกตะกักใส่ผู้นอนบิดตัว กุมสิ่งสำคัญแสดงความเป็นบุรุษเพศด้วยอาการลนลานไปหมด ทั้งเขิน อาย แต่มีความสุขแฝงอยู่มันคืออะไรกันล่ะความรู้สึกจนอยากหายไปเสียจากตรงนี้ ไม่รอช้า เนรารีบเข้าไปยังห้องน้ำ ล็อคประตูห้องแต่งตัวที่อยู่ในส่วนเดียวกันไว้ด้วย

ในตอนนี้คนถูกรุกล้ำร้อนผ่าวจนแทบอยากละลายเป็นละอองอากาศ ไหนเลยสเวนผู้เว้นระยะความสัมพันธ์ บอกว่าจะไม่ก้าวล้ำเกินเส้นความพอดี ถึงได้อาจหาญจ้องเข้ามาอยู่ทุกเสี้ยววินาทีกัน ดูท่าจะไม่ลดละ แววตาสีหน้ารอยยิ้มเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาจนทำให้ร่างกายเธอถูกตรึงไว้ชั่วขณะ ทว่าบางครั้งมันกลับทรยศอยากเอนเข้าไปซบอกนั่นเองเสียอย่างนั้น

"ใช่แช่น้ำ... เนราสบถขึ้นเบาๆก่อนปลดชุดนอนลงแช่น้ำในอ่าง เผื่อว่าใจเต้นระรัว รวมถึงร่างกายใบหน้าอันร้อนระอุจะเบาบางลง สัมผัสยังคงละมุนหวานอยู่ริมฝีปากทำให้นิ้วเรียวเล็กยกขึ้นมาสัมผัสเจ้าเนื้อหยุ่นนุ่มของตัวเอง เธอยอมรับว่าไม่ได้รังเกียจ กลับรู้สึกดีเพราะชั่ววินาทีนั้นเกือบตอบสนองอีกฝ่ายคืนไม่ได้เช่นกัน ถึงจะไม่รู้ว่าการจูบตอบมันเป็นยังไงก็ตาม ขณะนั้นเองภาพสเวนทั้งหอมและจูบได้บรรยายขึ้นในความทรงจำอย่างนับไม่ถ้วน จนหญิงสาวต้องเอาหน้ามุดน้ำด้วยละอายในตนเอง ที่เอาแต่คิดเช่นนั้น... บ้าไปแล้วเนรา" เมื่อมันไม่หลุดออกจากหัวสักทีเธอจึงพยายามสลัดๆด้วยการส่ายหัวในน้ำพร้อมตีแขนไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนรู้สึกว่าแช่น้ำนานเกินพอความหวิวในตัวได้ลดลงจึงขึ้นจากน้ำไปแต่งตัวด้วยสีหน้าปกติ แถมดึงความสุขุมมากกว่าเก่า

"เสร็จแล้วเหรอ" คนถูกทักจากเสียงเจ้าของร่างผู้ยืนพิงกำแพงบริเวณประตูทางออกห้องแต่งตัวกระโดดโหยงออกมาไกลราวกับกระต่ายตื่นกลัวหมาป่าที่รอเฝ้าเหยื่อ

"ค่ะ" เธอรีบตอบก่อนพาตัวเองหันหน้าออกทางระเบียง หลังเดินเบี่ยงชายผู้ส่งสายตาปรารถนาจะทำตามใจต้องการ

"กลัวสามีตัวเองเหรอ"

"ใครบอกกลัวคะ " เสียงใสรีบหันกลับไปแย้งผู้ถือน้ำเสียแห่งชัยชนะ ก่อนจะเป็นฝ่ายถูกดวงตานั้นมองอย่างแทะโลมอีกรอบจนต้องหลบหน้าหันกลับมาเช็ดผมตัวเองต่อ อ่า เธอยอมก็ได้ แล้วเมื่อไรจะเลิกทำตาหว่านเสน่ห์เสียสักที

"หน้าแดงอีกแล้วนะ" ครั้งนี้น้ำเสียงชายหนุ่มใกล้การรับฟังจนรับรู้ถึงคลื่นลมหายใจ ส่งผลให้เนรารีบหันหน้ากลับมาเผชิญด้วยความตกใจทันที...

ถึงเนราจะบอกว่าสเวนเจ้าเล่ห์ พร้อมฉวยโอกาส แต่รู้แก่ใจว่าไม่ได้ทำเพราะอยากจะเอาชนะเธอ หรือลวนลามในแบบพวกบ้าตัณหากลับ ในความปรารถนาผ่านดวงตาสีเย้ายวนยามเธอมอง เต็มไปด้วยรักแสนอบอุ่น ละมุน แม้เพียงสัมผัสแค่นั้นเขาก็กลับแสดงมันออกมาอย่างอ่อนโยนกลัวว่าจะไปกระทบกระทั่งส่วนใดของเธอ นี่คงเป็นสาเหตุ ที่ไม่ได้ทำให้ใจดีดกระเด้งหนีแถมยังพร้อมจะวิ่งเข้าหาด้วยซ้ำถ้าไม่ติดเพราะ ความทรงจำเลือนลาง

"เปล่านี่ คะ" ใบหน้าใสหลัังจากอาบน้ำใหม่ก้มลงหนีสายตาอีกฝ่าย แต่ไม่ได้ขยับตัวเองหนี ไม่รู้ว่าเหนื่อยจะเคลื่อนไหวเพราะยังไงอีกฝ่ายคงไม่ยอมปล่อย หรือเพราะไม่อาจต้านสิ่งที่ใจเธอแอบเรียกร้อง

"ขอโทษที่ทำให้กลัว และระแวง... เนราหลับตาปี๋ยามชายหนุ่มเคลื่อนมือมาสัมผัสบริเวณแก้ม... นอกจากสัมผัสกอด จูบ หอม ผมไม่เคยรังแกเธอมากกว่านั้น... สิ่งที่ทำให้เธอลืมตาอีกครั้งคือร่างของเขาดันฟุบลงไปนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องล่างเตียง รู้สึกชั่งคุ้นเคยนักกับอาการเช่นนี้... ความทรงจำของผมกลับมาได้เพราะสัมผัสที่ถือวิสาสะเมื่อคืนและเมื่อเช้า... หญิงสาวตกใจกับที่เขากำลังสารภาพ สเวนได้ความจำคืนคงเพราะเหตุนี้ แววตาถึงได้ดูเป็นประกายนัก... แค่นอนกอด ขโมยจูบ อย่าว่าผม อย่าโกรธผมเลย... เขาชั่งออดอ้อนดูเป็นลูกแมวไปเสียแล้ว ณ วินาทีนี้ เนราเอียงหน้ารับกับอิริยาบถใหม่ของอีกฝ่าย หากเขาว่าความทรงจำคืนกลับแล้ว นี่คงเป็นตัวตนแท้จริงยามสเวนอยู่กับเธอเมื่อปีก่อน เพราะตั้งแต่เธอบินจากทรานซิลเวเนีย และได้อยู่กับสเวนนับว่าชายหนุ่มยังคงรักษาฟอร์มความเป็นเจ้าแห่งหมาป่าบ้างในบางมุม... นะเน" มีหรือจะว่ากล่าวเขาได้ลง วินาทีนี้ไม่ว่าใครคงต้องกลืนคำดุ หรือเอ็ดลงคอให้สลายหายไปหมด

สเวนยกมือเนรามาวางยังหัวตนก่อนพิงหน้าลงไปพักบนตักของเธอ หญิงสาวอดยิ้มปนหัวเราะเล็กๆไม่ได้ เขาชั่งเหมือนลูกแมวชอบคลอเคลีย ชอบให้เจ้าของลูบหัวเสียจริง แม้จะไม่อยากมองเปรียบเทียบชายหนุ่มเป็นเช่นนั้นแต่การกระทำของเขาอดปฏิเสธความเหมือนไม่ได้เลย นาทีนั้นเธอเองได้เผลอลูบเส้นผมนุ่มยาวพอจะสาวมันเล่นของเขา ความรู้สึกยามสัมผัสดูเป็นปกติไม่เก้อเขิน เหมือนเคยสัมผัสเช่นนั้นหลายต่อหลายครั้ง ก่อนก้มหน้าลงไปใช้ริมฝีปากพร้อมจมูกสัมผัสเขาอย่างลืมตัว

"เอ่อ คือ เอ่อ เมื่อๆครู่มัน เป็นแบบ คือแบบว่า..." ยิ่งเห็นใบหน้าแปลกใจของสเวนยิ่งทำให้เธอทำตัวไม่ถูกเพราะชายหนุ่มไม่ได้แสดงสีหน้าด้วยรอยยิ้ม แต่กลายเป็นความแปลกใจมากกว่า หรือว่าเธอไม่ควรไปแตะต้องศีรษะของเขาโดยไม่ได้อนุญาตแบบเฉพาะเขาพามือเธอไปวางกันนะ

"ไม่เป็นไร... เขาเคลื่อนมือมาจับหัวคนลนลานเพื่อให้เธอมีสติ ไม่รู้ว่าด้วยเพราะเขินอายหรือเพราะคิดว่าไม่ควรถูกศีรษะเขาโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่... เนมีสิทธิ์ในตัวผมทั้งหมด จะสัมผัสหรือทำลายตรงไหนย่อมได้ ผมไปอาบน้ำก่อนนะ แล้วเราค่อยมาคุยกัน" เขาทิ้งประโยคสุดท้ายไว้พร้อมพรมจูบไปยังหน้าผากคนตั้งใจฟังทีหนึ่งก่อนเดินหายเข้าไปเพื่อทำธุระส่วนตัว เนรานั่งนิ่งไปไม่ถูก เมื่อหัวใจซึ่งกักเก็บความทรงจำของสเวนค่อยๆถูกเปิดออก ขณะเดียวกันกลับมีอีกเสียงดังขึ้นเป็นเสียงเดียวกับเธอแต่แข็งกว่าและดูน่ากลัว

"คิดจะกลับไปหาเขาเหรอ เธอเป็นอะไรในตอนนี้คิดว่าสเวนจะรักเธอแบบที่เคยหรือไง คนที่เขารักคือเนราที่เป็นมนุษย์ต่างหาก ไม่ใช่เธอสิ่งที่จะเรียกว่าแวมไพร์ก็ไม่ใช่ จำพวกเลือดบริสุทธิ์ก็ไม่เชิง" หญิงสาวสลัดทุกสิ่งทิ้งรีบกลับมาเช็ดผมให้แห้งก่อนลงไปผ่อนคลายกับสวนดอกไม้บริเวณหลังบ้าน เพราะเสียงนั้นย้ำเตือนมาตลอดให้เธอเข้าใจสถานะตนเองในตอนนี้... บุคคลซึ่งสเวนอาจเกลียดชังหากเข้าใกล้

"นายหญิง อากาศเย็นนะครับไปนั่งในบ้านน่าจะดีกว่า ถ้าท่านสเวนออกมาได้ดุพวกผมแน่ๆ"

"ไม่เป็นไร นี่จาเว็ค บลัด นายหญิงของพวกนายคนก่อนเป็นยังไงเหรอ" ทั้งสองหนุ่มมองหน้ากันอย่างรู้ความหมายแฝงในคำถาม แม้เนราไม่ได้ถามตรงๆ แต่สีหน้าความกังวลกลับส่งมาชัดเจน

"เหมือนตอนนี้ ไม่แตกต่างเลยสักนิดเดียว... บลัด ชายหมาป่าผู้สนิทกับเนรามากกว่าจาเว็คอธิบาย ในตอนแรกพบเธอเขารู้สึกว่าเนราดูเปลี่ยนไป เธอดูทรงอำนาจมากกว่าเดิม แถมบางครั้งยังเยือกเย็น น่ากลัวคล้ายกับผู้เป็นพี่ชาย แต่ไม่ใช่เลยพอมาคิดๆดูแล้วเนราคนก่อน ก็มีลักษณะเช่นนี้ในบางครั้ง บางทีแสดงความน่าเกรงขามจนไม่อาจต้านได้ยามแววตาคู่สีดำนั้นมองมา หรือเวลาเธอขุ่นเคือง มักปรากฏพลังในการสะกดให้ผู้ประสบดวงตาเธอถูกตรึงด้วยแววตาคู่นั้นขึ้นมาดื้อๆ ใช่แล้ว มันต่างกันตรงเพียงว่าเนราคนก่อน พวกเขารับรู้ว่าเธอเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา ส่วนวินาทีนี้เธอเปลี่ยนสถานะเผ่าพันธุ์เป็นแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ ซึ่งไร้กลิ่นของแวมไพร์ มันก็แค่นั้นเอง... แววตา สัมผัสจากบรรยากาศความรู้สึกรอบกายไม่ต่างไปเลยครับ คุณยังคงเหมือนเดิม เป็นครอบครัวของเรา อาจจะฟังดูเป็นนามธรรมแต่ความรู้สึกบางทีมันก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนกว่าลักษณะทางกายภาพยามเราพบเห็น ไม่ว่าอย่างไรแล้ว นายหญิงเนรายังเป็นนายหญิงของพวกเรา"

"ขอบคุุณนะคะ" ใบหน้าหวานหันมายิ้มให้ทั้งคู่ก่อนกลับไปสนใจแปลงดอกไม้หลากสี โดยค่อนข้างเอนไปทางสีขาว ใจจริงเธออยากจะเปลี่ยนเป็นสีแดงทั้งหมดแปลงเสียด้วยซ้ำ ให้เป็นสีเดียวกับเหล่ามวลบุปผาที่อีเมอร์สันปลูกไว้ยังคฤหาสน์ของตระกูล นี่อาจเป็นไม่เหมือนเดิม

เนราคนก่อนคงชอบสีขาวมาก ดูจากของตกแต่งห้องหรือเสื้อผ้าในตู้เสื้อผ้าที่มีแต่โทนสีขาว ครีม แต่จริงๆแล้วเธอชอบสีแดงสด การเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นเดาได้ไม่ยากนัก คงเกิดจากการสูญเสียผู้เป็นมารดาทำให้ตนคงกลัวและกลายเป็นไม่ชอบสีแดงสดขึ้นมา...

"เน ข้างนอกหนาวเดี๋ยวก็ไม่สบาย..." เสียงสเวนเรียกเธอขึ้นอีกครั้ง บลัดและจาเว็คจึงเดินออกไปอย่างรู้งานหลังจากเฝ้าดูความปลอดภัยแทนผู้เป็นนาย

"นิดเดียวเอง ที่ทรานซิลเวเนียเนเดินออกไปเล่นหิมะกับท่านพี่บ่อย แถมยังเย็นกว่าที่นี่อีกนะ"

"งั้นทานข้าวเช้าที่ห้องนั่งเล่นหน้าบ้านแล้วกัน ดีไหม"

"ค่ะ เนมีเรื่องจะคุยกับคุณ ไหนๆได้ความจำกลับมาก่อน คิดว่า..." มีบางอย่างทำให้เนราต้องหยุดบทสนทนาลง สัมผัสหนึ่งที่ดึงดูดเรียกหาเธอผ่านกระแสจิต การมาของบุคคลหนึ่งก่อนสเวนจะได้กลิ่นผู้มาเยือน เนราวิ่งสวนร่างเขาออกไปยังหน้าบ้าน วินาทีนั้นราวกับวิญญาณเขาถูกดึงอย่างรุนแรงไปด้วย...

"ท่านพี่... เสียงเรียกตะโกนจากบริเวณบ้านร้องเรียกสถานะอีกฝ่ายขณะกำลังก้าวลงจากรถแวนสีดำ เจ้าของร่างสูงในชุดโค้ทสีเข้มยาวคลุมทับเสื้อเชิ๊ตตัวในทำให้จาเว็คและบลัดหยุดเคลื่อนไหวเมื่อเห็นนายหญิงวิ่งเข้าไปสวมกอดคอด้วยความดีใจ ซ้ำใบหน้ายังเคล้าน้ำตาเปี่ยมไปด้วยสุข สเวนผู้วิ่งตามมาต้องหยุดความเร็วตรงหน้าจาเว็คและบลัด เมื่อมองว่าพื้นตรงนั้นไม่ได้เหลือช่องว่างให้เขาได้เข้าไป บรรยากาศรอบๆตัว ของผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นฝาแฝดชั่งเต็มไปด้วยความผูกพันและเชื่อมโยงกันแน่นหนาจนเขารู้สึกเข้าไม่ถึง แต่การได้เห็นเนรากอดคอร่างสูงแน่นแนบราวกลับกลัวว่าจะทิ้งเธอไป เขาไม่ได้ชอบนักด้วยรู้ความรู้สึกแท้จริงของอีกฝ่ายและกลัวว่าเนราผู้เป็นแฝดจะไขว้เขว... ที่มา เพราะรู้ว่าเนใช้พลังสินะคะ ไม่งั้นคงไม่ห่วงและยังคงทิ้งเนไว้"

"พี่มีงาน จึงไม่อยากไปๆมาๆระหว่างเชคเวีย กับ ซิลเวีย"

"งานที่ว่า พวกนั้นอีกแล้วเหรอคะ" สีหน้าแสดงความขุ่นเคืองฉายขึ้นท่ามกลางบทสนทนาระหว่างเธอและเขา อะไรทำให้เนราไม่ชอบใจจนพลังรั่วไหลออกมาได้ขนาดนี้กัน สเวนแสดงสีหน้าเป็นกังวลพร้อมลูกน้องอีกสองคน

"ดีขึ้นแล้ว ไม่ได้เป็นอะไรมากใช่หรือเปล่า" ถึงจะเป็นคำพูดแสดงความเป็นห่วงปกติ แต่วินาทีที่เขาสัมผัสได้ว่าเนราไม่สามารถควบคุมพลังตนเองได้นั้นกลับคลั่งจนตัดสินใจใช้เครื่องบินส่วนตัวตรงมายังซิลเวียทันที ยามรับรู้ถึงความปั่นป่วนสงบลงของเนรา จึงทำให้เขาคิดว่าสเวนคงทำบางอย่างให้เนรากลับมาควบคุมสติได้

"จะว่าเกือบก็ได้ แต่สเวนหยุดเนไว้ค่ะ"

"ขอบคุณที่ดูแลเธอ" อีเมอร์สันพูดขึ้นขณะยังคงกอดตัวเนราไว้เมื่อเห็นสเวนเดินเข้ามา... หากเป็นคนผู้นี้คงรู้ว่าตัวเขาได้ความทรงจำคืนกลับแล้ว ถึงได้แสดงท่าทียียวนผู้เป็นสามีของเนราแท้จริงอย่างเขา

"เนราเป็นภรรยาผม ผมต้องปกป้องเธออยู่แล้ว" คนฟังเข้าใจคำตอบแกมประชดนั่นดี เขาจึงเพียงแค่ยิ้มตอบก่อนจะพูดถึงวัตถุประสงค์เร่งด่วนอันทำให้เขามารับตัวเนรา

"ผมคงต้องขอเบรคช่วงเวลารำลึกความทรงจำก่อน วันนี้เนราต้องไปกับผม" ประโยคนั่นเป็นดั่งท่อนเหล็กฟาดลงกลางหัวเขา ไม่เดินมาต่อยหน้าเขาให้สลบไปเสียเลยล่ะ

"เหตุผลล่ะ" สเวนถามขึ้นอย่างต้องการคำตอบ เพื่อนำมาวัดความสำคัญพอที่เขาจะยอม ทั้งรู้อยู่แก่ใจว่าหากไม่ยอมคงทำอะไรอีเมอร์สันไม่ได้ โดยเฉพาะเนราคงดิ้นรนร้องไห้กระวนกระวาย เห็นเธอทรมานเขาคงเจียนตาย จะทางไหนตอนนี้ต้องยอมเป็นน้อยไปก่อนแล้วกัน

"เนมีบุคคลที่ต้องพาไปรู้จัก สองคนนั้นจะมาทำหน้าที่คุ้มครองช่วงเนราเรียนอยู่ภายในมหาวิทยาลัย"

"คนของผมก็มี"

"มันต่างกัน เพราะสองคนที่ว่าเป็นนักศึกษาคณะเดียวกับเนรา แถมยังหยุดเรียนไปหนึ่งปีพร้อมเธอ" เนราแปลกใจว่าสองคนนั้นเป็นใครมาจากไหนแต่ดูท่าอีเมอร์สันจะไว้ใจและเชื่อมั่นในฝีมือ ด้านสเวนยังพอคาดเดาได้อยู่ แต่ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องดีนัก

"ท่านพี่ จริงๆแล้วไม่ต้องมีคนคอยดูแลก็ได้นะคะ ในสถานศึกษาแบบนั้น..."

"พี่ไม่ไว้ใจกลุ่มสภาอาวุโส" ชื่อนั้นทำให้เนราแสดงสีหน้าทุกข์ใจขึ้นมาถนัด ไม่ใช่เพราะพวกเขามีความสามารถเหนือกว่า แต่เพราะในบรรดากลุ่มคนพวกนั้นมีทั้งที่นับถืออีเมอร์สัน และกลุ่มผู้พร้อมจะทำลายสันติภาพระหว่างกลุ่มมนุษย์กับแวมไพร์ เมื่อตัวเธอได้ความทรงจำทั้งหมดกลับมาสมัยยังคงใช้ชีวิตอยู่ในทรานซิลเวเนียก่อนอีเมอร์สันจะผนึกจิตแวมไพร์ของเธอ ปัญหาทางภายในนั้นเธอเองรู้เรื่องดีไม่แพ้่ผู้เป็นพี่ชาย

"คุณสเวนงั้นผมขอรับเนรากลับไปก่อน ไม่อยากให้ท่านพ่อที่รออยู่ต้องคอยนาน" ยังมีหน้ามาถาม สเวนสบถในใจ ย่อมรู้ดีไม่ใช่หรือ ว่าเขาขัดอะไรไม่ได้ ไหนจะการที่อีริคเดินทางมาร่วมด้วย

"ท่านพ่อก็มาเหรอคะ" เนราเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ

สเวนกำลังจะอ้าปากเพื่อสอบถามถึงการพาเนรามาคืนต้องหุบกลืนความต้องการลง พอคิดกลับกันแล้วเนราไม่ใช่สิ่งของการให้เนรากลับมาเองและเขาทำหน้าที่คอยสังเกตอยู่ห่างๆควรเป็นทางเลือกอันเหมาะสมในเวลานี้ การตีโพยตีพายดึงเนรามาไว้กับตัวไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเผลอๆ เธอพาลเกลียดเขาขึ้นมาเพราะคิดว่าหมายจะแยกหญิงสาวกับครอบครัวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่

"ไม่ต้องกังวล เสร็จธุระแล้วผมคงต้องฝากเนราไว้กับคุณอีกอยู่ดี เพราะงานที่เชคเวียผมคงทิ้งมาไม่ได้" อีเมอร์สันทิ้งประโยคนั้นไว้ให้แก่สเวนอย่างรู้ความคิดอีกฝ่ายก่อนพาเนราขึ้นรถไป

"ท่านพี่ จะทิ้งเนไว้อีกแล้วเหรอ เรากลับไปทรานซิลเวเนียไม่ได้เหรอคะ" คำถามเนราแตกต่างจากก่อนหน้าเมื่อเขาต้องส่งเธอมาพบสเวน

อีเมอร์สันยอมรับว่าก่อนหน้า เนราดื้อดึงไม่ยอม หัวเด็ดเท้าขาดเพียงไรอยากอยู่กับเขา แต่ตอนนี้ความรู้สึกพร้อมคำถามที่ส่งมาถึงการรับฟังนั้น กลายเป็นเธออยากหนี หนีความทรงจำกำลังคืนกลับ คงกลัวว่าเธออาจเลือกคนทางนี้หากสายสัมพันธ์เหนียวแน่นข้ามภพชาติคืนหลับ กลัวผิดสัญญาที่เคยพูดไว้ว่าจะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป จะไม่ทิ้งอีเมอร์สันให้โดดเดี่ยวอีก

"อยากกลับไปจริงๆเหรอ"

"กลับไปใช้ชีวิตเราสามคนไงคะ" แน่นอน เนราไม่ได้ละทิ้งความปรารถนาส่วนหนึ่ง

จริงอยู่ว่าเธออยากกลับไป แต่อีกใจยังคงปรารถนาอยู่ทางนี้ด้วยเช่นกัน แววตาสั่นเครือของเธอบอกเช่นนั้น มันไม่ได้แสดงความมุ่งมั่นอย่างเคย สาวผู้น้องไม่รู้หรืออย่างไรว่าชีวิตผูกคล้องกันอยู่แบบนี้ เธอไม่สามารถโกหกเขาได้แม้จะอ่านใจเธอไม่ออก

"ไม่อยากอยู่กับเขาเหรอ ความทรงจำก็เพิ่งจะค่อยๆคืนมาเองนะ"

"คะ? แต่เนไม่ใช่มนุษย์แล้ว" ใบหน้าน้อยใจเบือนออกทางหน้าต่าง นี่ล่ะ สาเหตุแท้จริง ที่เนรากลั้นไว้ตลอด การที่มันถูกเอ่ยออกมาได้ความหมายของการดำรงอยู่ในตัวเธอ มันชัดเจนแล้วไม่ใช่หรือ

"ไม่ได้แปลว่าเขาจะไม่รักเน"

"ทำไมอยากยกเนให้คนอื่นนัก ทำไมท่านพี่ถึงพร้อมจะไปตลอดเวลา... เนราเพิ่มความดังของเสียงขึ้นเมื่ออีกฝ่ายดูท่าจะยังไม่เข้าใจ โลแกนและซิลวี่นั่งอยู่เบาะคนขับ หากไร้ซึ่งที่กั้นระหว่างส่วนในของผู้เป็นนายคงอยากจะปรามหญิงสาวไม่ให้เถียงหรือต่อว่าพี่ชายตัวเอง เพราะพวกเขารู้สาเหตุของอีเมอร์สัน ความต้องการที่กำลังทำอยู่ดี... เพราะเขาไม่ใช่เหรอเพราะชายชื่อว่าสเวนทำให้ท่านพี่หนีเนมาโดยไม่ได้ทันให้ตั้งตัว อยู่ๆอ้างเหตุผลให้เนเดินทางมาหาความต้องการที่แท้จริง อยู่ๆก็ส่งเขามา..."

"สเวนไม่ใช่หรือไง ที่ทำให้จิตใต้สำนึกปิดบังความทรงจำเกี่ยวกับเขาเอาไว้ เพราะกลัวว่าชายผู้เป็นที่รักจะรับไม่ได้ คิดว่าเขาอาขเกลียดกลัว จึงพยายามต่อต้านรับรู้เรื่องของเขาตลอดระยะเวลาเกือบปี" อีเมอร์สันสวนกลับด้วยน้ำเสียงเร่งเร้าไม่ต่างกันเมื่อสัมผัสได้ถึงท่าทีเอาแต่ใจโกหกไม่ยอมรับความจริงของตัวเธอเอง

"ไม่ใช่ค่ะ"

"จะบอกว่าหลายวันที่อยู่กับเขาไม่ได้รู้สึกอะไรเลยงั้นเหรอ" คนถูกถามชะงักพร้อมหลบแววตาสีเดียวกันยามจ้องลงมา ใช่เธอมีความสุขไม่ต่างกับช่วงเวลายามได้ใช้ชีีวิตอยู่กับอีเมอร์สัน ความสุขนั้นล้นเหลือ แค่มันเป็นความรู้สึกคนละแบบ ทว่าไม่น้อยหน้ากัน เท่าเทียมอย่างไม่เอนไปทางใด

"ถ้าเนตอบว่าไม่ใช่ท่านพี่จะทิ้งเนไปหรือเปล่า จะหายไปอีก หรือจะลบความทรงจำที่มีท่านอยู่ เนไม่ต้องการแบบนั้น..." เธอโผเข้ากอดเขาอย่างขอความเมตตา ด้วยกลัวว่าสักวันอีเมอร์สันอาจกระทำอย่างที่เคย และอาจเป็นการผนึกจิตแวมไพร์ของตนอย่างสมบูรณ์จนไม่สามารถทำให้ตื่นขึ้นมาได้อีกจนกว่าจะสิ้นลมหายใจไป

ด้านอีเมอร์สันหยุดซักเอาความ เพราะก่อนหน้าต้องการให้เนรายอมรับตัวเอง เขารู้ว่าเนราต้องการเขาแต่ต้องการสเวนด้วย ไม่ต่างกัน และอาจมากกว่า แม้ชีวิตเนราหมดไปชาตินี้ ทวว่าดวงวิญญาณยังคงพันผูกกับสเวนเป็นมั่นอยู่แล้ว

ฝ่ามือใหญ่ลูบหัวปลอบขวัญพร้อมขอโทษยามต้อนเธอให้ต้องรู้สึกไม่ดีจนหลั่งน้ำตา ไม่ใช่เนราสับสนเพียงลำพัง ตัวเขาเองไม่ต่างกันแม้ส

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 11 King และ Queen ของอีเมอร์สัน

    เนรา หญิงสาวผู้ขึ้นชื่อสามีแสนหวงยิ่งกว่าสิ่งใดรีบดิ่งมาจากโรงแรมซึ่งเพิ่งสนทนากับสวอนน่าเสร็จแบบไม่สุด เพื่อกลับไปยังโรงแรมเครือของตระกูลที่อีเมอร์สันเป็นคนดูแล เนื่องจากกลัวว่าสเวนจะมาถึงก่อนด้วยตนไม่ได้บอกว่าจะออกมาข้างนอก เพราะคำสั่งอีกฝ่ายห้ามปรามไว้ แต่โครว์ยังใจดีปล่อยตนมาซ้ำเคธี่ยังคอยตามดูแล ตนจะให้สองสามีภรรยาผู้เป็นเสมือนพี่ชายพี่สาวแท้ๆมารับโทษผิดแทนไม่ได้"ดีนะคะที่พวกเราไม่ได้ไปกันไกล 20 นาทีก็มาถึงแล้ว""นั่นสิ ไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวพี่จะอุ่นของไว้เผื่อสเวนกับโครว์กลับมาพร้อมกันจะได้ทานข้าว""ฝากด้วยนะคะ" คนถือของเต็มมือรีบเดินกลับหายเข้าไปในห้องโดยไม่ได้เหลือบมองชั้นรองเท้าให้ดีว่ามีบางคนกลับมาแล้วขณะเดียวกันโครว์ซึ่งเดินออกมาจากทางเข้าห้องนอนของตนและภรรยา เห็นเนราวิ่งกลับเข้าห้องไปอย่างเร็วยิ้มกรุ้มกริ่มใส่ภรรยาอย่างรู้สึกสนุกเมื่อเห็นเนราซึ่งดูแก่นแก้วปากบอกไม่กลัวสเวนจะดุ แต่ดันรีบมายิ่งกว่าความเร็วของจรวด"เนราเห็นสเวนในห้อง หัวใจวายขึ้นมาจะทำยังไง""ทำไงได้ หมอนั่นขอมาแล้วจะทำเป็นลืมเรื่องปล่อยเนราออกไปเที่ยวน่ะสิ" คนตอบพูดติดขำในลำคออย่างนึกสภาพสาวรุ่นน้องได

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 10 ตระกูลคาร์เดียลี่สืบสายมาจากตระกูลควอตซ์

    หมู่บ้านหมาป่า รัฐซิลเวีย เขต 3 พื้นที่ใกล้อุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช12.00 น.สมาชิกภายในหมู่บ้านรีบเดินเข้ามาต้อนรับสายเลือดแท้ไดร์วูลฟ์ที่เป็นนายเหนืออีกคนอย่างโครว์ พลางแปลกใจด้วยเจ้าตัวเข้ามาโดยไม่มีการนัดแนะหรือบอกกล่าวทั้งที่ปกติิจะมีการแจ้งล่วงหน้า"นาย สวัสดีครับ จะมาไม่เห็นแจ้งก่อนพวกเราเลยไม่ได้เตรียม...""ฉันมาคนเดียว แค่มาคุยธุระกับท่านเนซา" เขาสวนขึ้นก่อนคนข้างหน้าจะพูดเรื่องการเตรียมตัวต้อนรับเขา ทั้งที่มันไม่ได้จำเป็นพร้อมเดินผ่านกลุ่มคนทั้งสามออกอาการจะถามมากกว่านั้น"ท่านสเวน เอ่อ...""สเวนติดงาน คงไม่ได้มาที่นี่อีกนาน พวกนายมีอะไรหรือเปล่า" คำถามของโครว์เปี่ยมไปด้วยแววตาหยั่งรู้ความคิดของคนด้านหลัง เรื่องที่ยังคงเป็นประเด็นตั้งแต่เนราตื่นขึ้นเป็นแวมไพร์ แม้ยังไม่เป็นสิ่งรับรู้โดยกว้างขวางแต่ในหมู่บ้านกับกลายสิ่งนั่งซุบซิบความเป็นไปได้ของการเข้ามาอยู่ในฐานะนายหญิงเสียแล้ว"เปล่าครับท่าน""ถ้าสงสัยเรื่องนายหญิงเนรา... เสียงเข้มพูดผ่านแผ่นหลังปนน้ำเสียงตำหนิตักเตือนอีกฝ่ายถึงสิ่งไม่สมควร ต่อการระแวงและคลางแคลงใจในฐานะที่เนราคือภรรยาสเวน เจ้าแห่งหมาป่า... ไม่มีอะไรเปลี่

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 9 Hunter หนุ่มผู้ได้รับการเกิดใหม่

    25 ตุลาคม..."จะว่าไปวันเกิดสเวนผ่านมาตั้ง 5 วันแล้ว เป็นเพราะวันนั้นเกิดเรื่องแผนที่เตรียมไว้เลยเสียหมด... 8oบ่นพึมพำขณะกำลังตุ๋นเนื้อภายในห้องพักคอนโด นึกถึงวันที่ตนเกือบใช้พลังทำร้ายแวนอีกครั้ง แม้จะได้ยินว่าชายหนุ่มปลอดภัยแต่เธอยังไม่ได้เจอเขาพอๆกับยังไม่พบสเวนนอกจากเสียงปลายสายบอกว่าติดธุระ แถมเพื่อนสาวอย่างมีนาที่กลับมาลงตัวกันได้ไม่นานก็ไม่มาเรียนตั้งแต่หลังเกิดเรื่องระหว่างเธอกับแวน ประกอบกับไม่มีใครเล่าให้เธอฟังหลังจากสลบไป ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือไม่... มันน่าสงสัยจริงๆ... มือบางกำลังหั่นเครื่องเคียงเพิ่มนั้นสับเสียเจ้ากระเทียมไม่เป็นชิ้นจนป่นอย่างหงุดหงิดในใจ... พี่โครว์กับพี่เคธก็ได้แต่บอกว่าสเวนจะกลับมาเล่าเองเพราะเขาอยู่ในเหตุการณ์ก่อนทั้งสองจะไปถึง ใช่เหรอ... พลางคิดถึงชั่วขณะถามคำถาม เพราะโครว์และเคธี่ดูมีพิรุธซ้ำไม่ตอบในทันที ราวกับกำลังเลือกคำตอบในหัว... กลับมานะน่าดู""ว้าว หอมจัง... เคธี่เดินออกมาทั้งชุดนอนพลางมวยผมยาวๆขึ้น เข้ามากอดไหล่คนกำลังทำกับข้าว... เมนูวันนี้อะไรเหรอ กลิ่นมันหอมกว่าปกตินะ""มีเนื้อหมู แล้วก็เนื้อวัวตุ๋นน้ำแดงค่ะ เนใส่พวกสมุนไพรลงไปเคี่ยวกับน้ำด้

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 8 แวนผู้ได้รับการเปลี่ยน

    ห้องใต้ดินลับแห่งหนึ่ง"แววตาใช้ได้เลยนี่ คุณ Hunter ไม่สิ ตอนนี้กลายเป็นผู้ติดเชื้อที่กำลังจะกลายพันธุ์ไปแล้ว... สเวนยืนพิงหลังติดกับกำแพงหินภายในห้องใต้ดินลับ แววตาคู่สีเย้ายวนทรงเสน่ห์หาได้ยากไม่ได้แสดงอารมณ์ใดจับจ้องไปยังร่างซึ่งตกอยู่ในอาการโวยวาย ร้องทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด ทว่าถูกตรึงด้วยโซ่เล็กหนักและหนา ทำให้อาการของร่างที่กำลังถูกพิษบางอย่างกัดกินดีดดิ้นอยู่บริเวณผนังหนึ่งเท่านั้น... การกลายสภาพระดับกึ่งตัวตนหมาป่าและร่างมนุษย์อันเกิดจากอาการผิดปกติของสภาวะทางอารมณ์ หากคนธรรมดาถูกคมเขี้ยวนั้นกัด พิษจากน้ำลายจะหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายทันที และเมื่อพิษนั่นหลอมรวมกับตัวตนอย่างสมบูรณ์ ก็จะกลายเป็นมนุษย์หมาป่า หรือผู้สามารถใช้พลังในด้านซึ่งไม่เคยมีมาก่อนได้ ความเร็ว สัมผัสเฉียบไว พละกำลัง...""สิ่งมีชีวิตแบบพวกนาย ฉันไม่ต้องการ" ร่างถูกพันธนาการช่วงข้อมือและข้อเท้าตวาดทั้งกัดฟันกรอดกลับมา ขณะเดียวกันร่างกายรู้สึกร้อนผ่าวราวกับถูกเผาไหม้ภายใน สะท้านราวกับมีลูกไฟวิ่งไปทีละสัดส่วน"เทียบไม่ได้หรอก เพราะนายเป็นระดับล่าง ไม่ได้มีสายพันธุ์หมาป่าตั้งแต่เริ่ม สำคัญกว่านั้นยังเป็นได้แค่ทาส

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 7 ความไม่ลงรอย

    "อีกสองอาทิตย์จะมีงานเปิดตัวเธอ ในฐานะทายาทอีกคนของตระกูลคาสเชล เตรียมตัวให้เรียบร้อยพี่จะส่งซิลวี่ไปรับเธอมาที่เชคเวีย หวังว่าชุดที่ส่งไปจะชอบ พี่พยายามหาสีแดงแบบเดียวกับสีกุหลาบบ้านเราที่ทรานซิลเวเนียสีโปรดของเธอ คิดว่าเธอใส่แล้วคงจะงดงามมาก แล้วพบกัน..." เนรานั่งนึกถึงประโยคในกระดาษจดหมายแนบมากับกล่องพัสดุใบขนาดพอเหมาะจะใส่ชุดและรองเท้าพร้อมเครื่องประดับสำหรับงานเลี้ยงประชุมอันจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้"ให้พี่อีธานมาหาเรา แทนที่จะพูดเรื่องนี้กับเราหรือโทรหาก็ยังได้ ตารางการสอนดันยกให้อาจารย์คนอื่นปฏิบัติแทน ทำแบบนี้เท่ากับบอกว่าแม้แต่เสียงก็ไม่อยากได้ยินหรือหน้าคงไม่อยากเจอเรา" เธอบ่นพึมพำออกมาขณะกินข้าวกลางวัน เพราะตลอดคาบเรียนเช้ามานี้ เรื่องของพี่ชายเธอผู้ซึ่งไม่ยอมปรากฏตัวให้เห็นหน้ากลายเป็นปัญหาลดทอนสติขณะนั่งเรียนไปแล้ว ด้านมีนา ซึ่งกลายมาเป็นบอดี้การ์ด มองเพื่อนสาวคนสนิทที่ตอนนี้ได้กลับมาคุยกันแบบปกติถอนหายใจอยู่หลายครั้ง มือพลางเขี่ยอาหารในกล่องไปมาอย่างคิดหนัก"เป็นอะไรหรือเปล่า... มีนาตัดสินใจเรียกสติคนทำหน้าบูดบึ้ง... ก็อยากตั้งใจฟังที่พูดแต่ฉันฟังไม่รู้เรื่อง""เปล่า... ค

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 6 อย่างที่เคยเป็น

    ท่ามกลางหิมะในความมืดร่างหมาป่าขาวได้แต่วิ่งสับส่ายโก่งคอร้องหาคู่ตน เธอไปไหน เหตุใดเธอจึงพร้อมหนีเขาอยู่ร่ำไป... เนรา... เนรา... เขาพร่ำเรียกชื่อเธอเช่นนั้นอย่างไม่รู้จักเหนื่อย ได้เพียงเห็นเงาเคลื่อนไปมาทางนั้นที ซอกหลืบต้นไม้โน้นที แต่ไม่มีทางทีที่ใบหน้ายิ้มน้อยๆจะเมตตา"เนรา" เสียงลั่นไปทั่วห้องนอนยันชั้นล่างของบ้านหินกึ่งปูนกึ่งไม้ ร่างนอนเหยียดยาวโหยงตัวขึ้นบนเตียง มือกำผ้าห่มแน่นสองตารีบควานหาร่างที่เขานอนกกกอดทั้งคืน ไหนเลยบนเตียงนุ่มซึ่งยังคงมีกลิ่นเธอกลับว่างเปล่า ไม่กี่อึดใจเขาวิ่งออกจากห้องลงบันไดชั้นสองด้วยฝีเท้าหนัก อาการร้อนรนหัวหนักอึ้งพร้อมสภาพผมฟูยังคงไม่เรียงตัวดี ด้านเคธี่เดินถือกะทะกำลังจะตั้งเตา ส่วนโครว์ละจากหนังสือเมื่อสเวนลงมาจากชั้นบนอย่างรีบร้อน"นายเป็นอะไร""เนล่ะ " ขณะที่เคธี่กำลังเอ่ยปาก ทว่าโครว์ผู้กระตุกยิ้มนิดหนึ่งแทรกขึ้นทันที"เมอร์สันมารับไป" ได้ยินเพียงแค่ชื่อ ทำให้เขาติดความเร็วพาตัวเองวิ่งออกจากบ้านด้วยความโกรธ ด้านเคธี่ตีแขนสามีตนเองเล่นตลกไม่ดูว่าเนราเพิ่งกลับคืนสู่พวกเขา โดยเฉพาะสเวนชายผู้กลัวจะเสียเนราไปอีกไม่เท่าไรคนวิ่งผ่านประตูบ้านได้ยิน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status