Share

บทที่ 4

last update Tanggal publikasi: 2025-08-17 11:17:26

"ปล่อยฉันเถอะค่ะ ฉันขอโทษ" มือเรียวพนมไหว้ขอโทษกับสิ่งที่เธอทำเมื่อสักครู่

"จำไว้ว่าอย่ามาสะกิดหนวดเสือ"

"โอ๊ย" เสื้อผ้าอาภรณ์ที่มันขาดอยู่แล้วก็ถูกเขากระชากดึงจนไม่มีชิ้นดี "อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ คุณต้องการอะไรก็บอกมาเดี๋ยวฉันจะบอกให้เสี่ย อืมม" ประโยคต่อไปถูกกลืนหายเข้าไปในปากของเขา จะเรียกมันว่าจูบก็คงไม่ใช่ เพราะเขาใช้แรงดูดจนริมฝีปากของเธอบิดเบี้ยวไปตามแรง จนเกิดความรู้สึกเจ็บปนคันเพราะเลือดมันวิ่งมาตรงที่เขาใช้แรงดูด

ขณะที่ดูดปาก​ มือของภูเบศก็ไม่ได้อยู่เฉยจัดการสิ่งที่กีดขวางอยู่เบื้องล่างให้มันหลุดพ้นไปจากเรือนร่างของเธอ

"โอ๊ย" และพอทุกชิ้นหลุดออกไปแล้วมือของเขาก็ล่วงล้ำเข้าไปในร่องโดยไม่ระมัดระวัง ดันนิ้วเข้าไปได้ภูเบศก็กระแทกไม่ยั้ง "เจ็บ" ขาเรียวหนีบชิดเข้าหากันเพื่อหนีบมือเขาไม่ให้กระแทกเข้าออกได้

เห็นเธอยังมีแรงต่อต้านริมฝีปากหนาที่ปล่อยจูบออกเมื่อสักครู่ก็งับลงยอดดอกบัวตูมที่มันตั้งอยู่ใกล้

"โอ๊ยเจ็บ" มือที่พยายามดันแขนของเขาออกก็เปลี่ยนเป็นดันใบหน้าของเขาแทน "ปล่อยนะฉันเจ็บ"

"ถ้าเธอไม่ดิ้นแต่ครางแทนฉันจะปล่อย"

"ไอ้โรคจิต! ใครจะไปทำตามแก!"

"หึ! รู้จักคำว่าโรคจิตหรือยังถึงพูดออกมา ถ้าโรคจิตมันต้องแบบนี้"

"โอ๊ย" ร่างเล็กสะดุ้งสุดตัวตอนที่เขาเพิ่มนิ้วแหย่เข้ามาในร่อง ก่อนที่เขาจะเพิ่มนิ้วให้มากกว่านั้นเธอเลยต้องทำตามที่เขาต้องการโดยการส่งเสียงครางออกมา "อาา อ่ะอ่ะ อือ อืออ"

"อ่าาาซี๊ดดด" ชายหนุ่มมองใบหน้าสวยหวานที่กำลังยั่วยวนด้วยเสียงครางอันน่าพิศวาส

"เจ็บ" ถึงแม้เธอจะทำท่าทีออดอ้อนแต่ความเจ็บมันก็ยังไม่หาย จนภูเบศต้องขยับนิ้วออกมาให้มันเหลือแค่นิ้วเดียว เธอเลยทำตามสิ่งที่เขาอยากเห็นต่อได้

และทุกอย่างก็หยุดลงแค่นั้นเพราะเธอยอมครางยั่วเย้าเขาเลยต้องทำตามที่พูดปล่อยร่างกายเธอให้เป็นอิสระ หญิงสาวก็รีบหยิบเสื้อผ้าที่มันขาดหลุดลุ่ยอยู่ขึ้นมาปิดบังร่างกาย

"แค่เชื่อฟังเธอก็ไม่เจ็บตัวแล้ว"

"ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่ ฉันกลัว"

"ก็ต้องดูว่าเธอจะทำตัวได้น่ารักไหม"

"แล้วเสื้อผ้าของฉันล่ะคะ" เห็นว่าเขากำลังจะออกไปเธอเลยรีบถาม​ เพราะถ้าจะให้อยู่ในสภาพนี้เดี๋ยวก็เจอลูกน้องของเขาเข้ามาซ้ำอีก

"เดี๋ยวจะให้คนเอาเข้ามาให้..มีชื่อไหม" ก่อนออกไปเขาถามชื่อเธอก่อนเพราะยังไม่รู้เลยว่าผู้หญิงคนนี้ชื่ออะไร

"ข้าวสวยค่ะ" ข้าวสวยก็คือลูกสาวสินธุหุ้นส่วนของบริษัทอนันต์ไพศาล พ่อของเธอมีหุ้นส่วนที่นั่นน้อยนิดมาก และหุ้นที่ได้มาก็ได้มาเพราะความอนุเคราะห์ของณภัทร อนันต์ไพศาล ถ้าบุตรชายของณภัทรยอมตกลงหมั้นหมายกับเธอ เธอคงไม่มีวันนี้ แต่พอน่านฟ้าปฏิเสธเรื่องการหมั้นหมายข้าวสวยเลยต้องถูกประเคนมาให้บุตรชายของเสี่ยภูริ​ เพราะจะได้สานสัมพันธ์เรื่องธุรกิจ แต่ประวัติศาสตร์ก็ซ้ำรอยอีกเพราะภูผาลูกชายคนเล็กของเสี่ยภูริปฏิเสธ แต่ถึงแม้ภูผาจะปฏิเสธเธอก็ยังไม่รอดไปจากเรื่องนี้ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องเป็นเจ้าสาวของใคร เคราะห์ซ้ำกรรมซัดก่อนวันแต่งงานแค่วันเดียวเธอก็ถูกลักพาตัวมา

หลังจากที่ภูเบศออกไปไม่นานก็มีผู้หญิงคนหนึ่งนำเสื้อผ้ามาให้

"คงใส่ได้นะ" ผู้หญิงคนนี้ชื่อมะนาวเป็นบุตรสาวของแม่บ้านที่นี่ อายุก็คงรุ่นราวคราวเดียวกับข้าวสวย และมะนาวก็แอบปลื้มนายหัวภูเบศตั้งแต่แม่เข้ามาทำงานที่นี่แล้ว

"เธอทำงานอยู่ที่นี่เหรอ" ดีใจที่เห็นว่าที่นี่ก็มีผู้หญิงด้วย

"ไม่ต้องมาถาม ใส่เสื้อผ้าซะ" มะนาวกำลังจะออกไป ข้าวสวยเลยบอกว่าเธอหิว เพราะตั้งแต่ถูกจับตัวมายังไม่ได้กินอะไรเลย "เดี๋ยวฉันจะหามาให้" ก่อนออกไปมะนาวมองหน้าผู้หญิงคนนี้ คิดว่าตัวเองสวยแล้วยังมีคนสวยกว่าอีกเหรอเนี่ย ไม่ได้การแล้วต้องทำให้ผู้หญิงคนนี้ออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด เพราะถ้าไม่งั้นนายหัวมีหวังเสร็จแม่นี่แน่

มะนาวกลับมาเรือนหลังใหญ่ก็ตรงไปหานายหัวภูเบศก่อน เพราะแต่ละวันเธอก็หาโอกาสเข้าหาเขาอยู่แล้ว

"เอาเสื้อผ้าไปให้แล้วใช่ไหม"

"เอาไปให้แล้วค่ะ ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าหิวข้าวให้มะนาวจัดไปให้ไหมคะ" ที่จริงแค่นี้ตัดสินใจเองก็ได้ แต่มะนาวอยากมีเรื่องเข้ามาพูดคุยกับนายหัวเลยต้องเอาเรื่องนี้มาถาม

"อืม"

ออกมาจากห้องนอนของภูเบศมะนาวก็ไปทำอาหาร แล้วยกไปให้ข้าวสวย

"คุณชื่ออะไรคะ"

"ถามทำไม"

"ถ้าไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไรค่ะ"

"ฉันชื่อมะนาว"

"ฉันชื่อข้าวสวยนะคะ"

"ฉันไม่อยากรู้"

"คุณอยู่ที่นี่นานหรือยังคะ" ข้าวสวยอยากสานสัมพันธ์ไว้ให้มาก เผื่อผู้หญิงคนนี้อาจจะมีลู่ทางให้เธอหนีได้

มะนาวไม่ได้ตอบคำถามนี้หรอก พอเอากับข้าววางไว้ให้แล้วก็ออกมา

ดึกๆ คืนนั้น..

ก๊อกๆ "ฉันอยากเข้าห้องน้ำ"

"อะไรของเธอเนี่ย"

"บ้านหลังนี้ไม่มีห้องน้ำ ให้ฉันออกไปเข้าห้องน้ำหน่อยค่ะ"

คนของภูเบศที่กำลังง่วงเลยต้องไปเปิดประตูพาเธอไปเข้าห้องน้ำ

ตอนเดินออกมาข้าวสวยก็พยายามเก็บรายละเอียดทุกอย่างของที่นี่ มองไปตรงพื้นที่สูงก็มีบ้านหลังใหญ่อยู่ตรงนั้นหลังหนึ่ง เธอคิดว่าต้องเป็นบ้านของไอ้เลวนั่นแน่เลย แต่ทำไมพื้นที่แถวนี้ถึงไม่มีหมู่บ้าน อย่าบอกนะว่าภูเขาลูกนี้เป็นของเขาคนเดียว

"จะเข้าห้องน้ำไหม"

"เข้าค่ะ" 

"อย่าคิดหนีอีกเด็ดขาด ครั้งนี้เธออาจจะเอาชีวิตไม่รอดก็ได้"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พันธะ(รัก)เมียบำเรอ   บทที่ 62 ตอนจบ

    พันธะ(รัก)เมียบำเรอ บทที่ 62 ตอนจบหลายวันต่อมาข้าวสวยก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว และเธอก็ขอมาพักฟื้นที่บ้านกับพ่อ ภูเบศเลยมาอยู่ดูอาการเธอที่นี่ด้วย"แล้วทำไมคุณต้องให้ลูกน้องตามมาเยอะแยะขนาดนี้ด้วย" คนข้างบ้านก็มองกันจังคงคิดว่าสามีเธอเป็นมาเฟีย แต่ก็ไม่แตกต่างจากมาเฟียหรอก"หน้าที่ของพวกมัน จะให้พวกมันไปทำอะไรล่ะถ้าไม่ให้เฝ้าฉัน""คุณก็ใช้ชีวิตเหมือนชาวบ้านธรรมดาเขาบ้างสิคะ ไม่ต้องให้ลูกน้องตามเป็นขบวนแบบนี้" ลูกน้องตามเขาก็ไม่ต่างจากตามเธอหรอกช่วงนี้ไม่มีความเป็นส่วนตัวเลย"พวกมึงออกไปรออยู่นอกบ้าน""ครับ" ได้ยินนายหัวสั่ง ลูกน้อง 5-6 คนที่เฝ้าอยู่รอบๆ บ้านก็ออกไปยืนอยู่ถนนหน้าบ้าน"คุณบอกคนของคุณเข้ามาเดี๋ยวนี้เลยนะ!""แล้วจะเอายังไงอีก""คุณทำแบบนี้ชาวบ้านเขาก็แตกตื่นกันหมดพอดี""แบบนั้นก็ไม่ได้แบบนี้ก็ไม่ได้""โอ๊ยฉันจะบ้าตายกับคุณอยู่แล้วเนี่ย""คุณหมอบอกอย่าเครียดไง""ที่ฉันเครียดก็เพราะคุณนี่แหละ""ก็ได้เดี๋ยวจะบอกพวกมันกลับไปอยู่บ้าน"เย็นวันนั้นภูริกลับมาที่บ้านก็เห็นวัลลภและคนของลูกชายอยู่บ้าน"แล้วเจ้าภูล่ะ""นายหัวอยู่บ้านภรรยาครับ""แล้วทำไมพวกมึงถึงอยู่ที่นี่""นายหัวบอก

  • พันธะ(รัก)เมียบำเรอ   บทที่ 61

    "คนไข้ยังขยับตัวไม่ได้นะคะ" คุณหมอเห็นว่าข้าวสวยพยายามจะลุกจากเตียงเลยเข้ามาห้าม "ฉันจะไปดูสามีฉันค่ะ""ช่วงนี้คุณจะขยับตัวไม่ได้นะคะ""ทำไมคะ" เธอก็เห็นว่าร่างกายของเธอไม่ได้เป็นอะไรมาก"เสี่ยงต่อการแท้งค่ะ""ลูก?" นี่เธอลืมได้ยังไง "ลูกฉันเป็นยังไงบ้างคะ""เด็กยังอยู่ค่ะ แต่คุณต้องนอนอยู่นิ่งๆ ห้ามขยับตัว" แล้วคุณหมอก็แจ้งอาการเบื้องต้นจากการตรวจ เพราะเธอถูกทำร้ายร่างกาย โชคดีที่ไม่ถูกท้องถ้าไม่งั้นคงรักษาเด็กไว้ไม่ได้ตอนที่เธอรู้ว่าถูกจับตัวไป พยายามต่อสู้เลยถูกพวกมันทำร้ายร่างกาย โชคดีที่มันไม่ได้ต่อยเข้ามาที่ท้องถ้าไม่งั้นป่านนี้ลูกก็คงไม่อยู่กับเธอแล้วข้าวสวยเลยทำตามที่คุณหมอบอกนอนอยู่นิ่งๆ ไม่นานเสี่ยภูริที่ไปดูลูกชายก็กลับมาบอกอาการ ว่าตอนนี้ภูเบศฟื้นแล้วแต่ก็ยังขยับตัวมากไม่ได้ได้ยินแค่นี้เธอก็หายใจโล่งขึ้นมากเลย เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เธอรู้ว่าเขายังเป็นห่วงเธอกับลูก ยอมเสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยวันต่อมา.. วันนี้คุณหมอให้ออกจากห้อง ICU เพื่อไปพักฟื้นที่ห้อง VIP ที่เตรียมไว้ แต่ภูเบศขอไปพักฟื้นห้องเดียวกับเธอ ถึงแม้ทุกคนจะบอกว่าตอนนี้เธอปลอดภัยดีแล้วแต่เขาก็ยังไม่เชื่อใจ คุณหม

  • พันธะ(รัก)เมียบำเรอ   บทที่ 60

    "เจอไหม" จากที่เมาๆ อยู่พอกลับบ้านมาไม่เห็นเมียตอนนี้รู้สึกสร่างเมาเลย"ไม่เจอเลยครับผมกำลังให้คนเช็คกล้องวงจรปิดอยู่ครับ" พูดจบคนที่เช็คกล้องวงจรปิดก็รีบวิ่งมาหา "เป็นยังไงบ้าง""นายหญิงออกไปตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้วครับ""ไปไหน""กล้องจับภาพได้แค่ตอนเดินออกไปแต่ไม่รู้ว่าไปกับใครไปที่ไหน" แล้วลูกน้องคนนั้นก็ยื่นคลิปกล้องวงจรปิดให้ดู เหมือนรถคันที่มารับเธอจะรู้มุมกล้องวงจรปิดดี..จะไม่รู้ได้ยังไงก็คนในบ้านเป็นไส้ศึกเสียเอง"ให้คนไปดูที่สถานีรถ" เขาคิดว่าเธอต้องหนีกลับแน่เลย เพราะเธอเคยหนีแบบนี้มาแล้วหลายครั้งและคนของเหมืองก็รีบไปเช็คที่สถานีรถทั้งรถไฟและรถทัวร์ ส่วนสนามบินอยู่ไกลมากคิดว่าเธอคงไม่ไปหรอก​ แต่เพื่อความชัวร์เขาให้อีกชุดหนึ่งไปดูที่สนามบินจนถึงตอนเช้าก็ยังไม่ได้ข่าว ไม่ใช่ไม่ได้ข่าวจากลูกน้องหรอก​ไม่ได้ข่าวของเธอนี่แหละ เพราะลูกน้องก็ส่งข่าวมาอยู่ว่าหาไม่เจอไม่เห็นร่องรอยของเธอเลยเรื่องมันชักจะไม่เข้าท่าแล้วเขาเลยต้องไปที่สถานีตำรวจ ให้ตำรวจช่วยอีกแรง เพราะอยากยืมมือตำรวจประสานงานไปที่สน.อื่นด้วยที่จริงถ้ายังหายไปไม่ครบ 24 ชั่วโมงตำรวจจะยังไม่รับแจ้งความ แต่นี่นายหัวภูเบศมา

  • พันธะ(รัก)เมียบำเรอ   บทที่ 59

    ข้าวสวยและจินดาไม่ได้พูดคุยอะไรกันหรอก หลังจากเหตุการณ์นั้นข้าวสวยก็เดินกลับมา"ไปไหนมา" เขากลับมาไม่เห็นเธอกำลังจะใช้คนให้ไปตามหาอยู่พอดีเลยแต่เห็นเธอเดินกลับมาก่อน"ไปเดินเล่น" ข้าวสวยพูดแค่นี้แล้วก็เดินผ่านหน้าของเขาไป"เรื่องห่อหมกเดี๋ยวพรุ่งนี้จะให้ป้าซื้อจากตลาดมาให้ใหม่""ฉันไม่อยากกินแล้ว""ยังโกรธอยู่เหรอ""ทำไมฉันต้องโกรธด้วย""ก็บอกจะซื้อมาให้ใหม่ไง""ฉันอยากจะกลับแล้ว" เธอไม่อยากพูดเรื่องห่อหมกอะไรนั่นแล้ว และขณะที่เธอกำลังยืนคุยกับภูเบศอยู่ จินดาก็เดินกลับมาพอดี สายตาของข้าวสวยมองไปและเป็นจังหวะเดียวกับที่จินดามองมาทั้งสองสบตากัน จินดาเริ่มพะวงแล้วกลัวว่าข้าวสวยจะเอาเรื่องนั้นมาพูดกับนายหัว"แม่ แม่ไปไหนมาหนูนุ้ยหาแม่ไม่เจอ" หนูนุ้ยเห็นแม่มาก็รีบวิ่งเข้าไปกอด"แม่ไปเดินเล่นมา""นายผู้หญิงทานอะไรหรือยัง" เขามองตามหลังเธอที่เดินขึ้นบ้านแล้วหันไปถามจินดาว่าเธอทานข้าวหรือยัง"ทานแล้วค่ะ" จินดาไม่รู้หรอกว่าทานหรือไม่ทาน เพราะตัวเองออกไปก่อนแถมยังกลับเข้ามาทีหลังภูเบศได้ยินว่าเธอทานแล้วเขาเลยบอกให้จินดาเตรียมอาหารมาให้ ทีแรกว่าจะกลับมาทานพร้อมเธอนั่นแหละ แต่ถ้าเธอทานแล้วเขาก็

  • พันธะ(รัก)เมียบำเรอ   บทที่ 58

    ดึกๆ คืนนั้น..เธอรู้สึกตัวตื่นเพราะมีคนนอนลงข้างๆ แต่พอนอนลงเขาก็ตะแคงหันหลังให้เขามาตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย ..ข้าวสวยเห็นว่าเขาไม่สนใจเธอเลยแกล้งลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำ ที่จริงก็ไม่ได้แกล้งหรอกปวดจริงๆ นี่แหละออกมาจากห้องน้ำก็เห็นเขามองมาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ข้าวสวยเลยเดินไปนอนที่เดิมของเธอ"คุณยังคิดเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่าคะ""คิดเหมือนเดิมหมายความว่ายังไง""คิดว่าฉันทำลูกสาวคุณหัวโนไง""เราจะไม่พูดเรื่องนั้นอีก""ฉันต้องพูดค่ะเพราะมันไม่ใช่ฝีมือของฉัน""ผมเชื่อก็ได้""เชื่อก็ได้หมายความว่ายังไง""จะมาชวนทะเลาะอะไรอีก คนเพิ่งกลับมามันเหนื่อยนะเว้ย""ไหนๆ ก็ได้ทะเลาะแล้วให้ฉันพูดตามสิ่งที่ฉันคิดเถอะ""คิดอะไรอีกล่ะ""แม่ลูกคู่นั้นไม่ธรรมดาเลยนะ คุณแน่ใจเหรอว่าผู้หญิงคนนั้นถูกขืนใจจนตั้งท้อง""ข้าวสวย!!" ภูเบศตะเบ็งเสียงออกมาดังมากจนเธอสะดุ้ง ข้าวสวยที่เพิ่งขึ้นไปที่นอนต้องรีบลุกขึ้นมา ถ้าเขาต่อยเธอได้คงจะต่อยไปแล้ว"คุณคิดว่าฉันอกุศลใช่ไหมล่ะ ถ้าคุณมีตามองสักนิดคุณจะเห็นว่าฉันไม่ได้ทำเด็กคนนั้นหกล้ม""เรื่องนั้นมันจบไปแล้วจะพูดหาพระแสงทำไมอีก""เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของฉันฉันจำเป็นต้องพูด

  • พันธะ(รัก)เมียบำเรอ   บทที่ 57

    วันต่อมาภูเบศต้องให้เธออยู่ที่บ้านกับคนรับใช้​ ส่วนเขาก็ออกไปจัดการงานที่เหมือง"สวัสดีจ้ะหนูนุ้ย" ข้าวสวยลงมาก็เห็นเด็กกำลังนั่งเล่นของเล่นอยู่ "ทำอะไรอยู่จ๊ะ""มองไม่เห็นหรือไง""?" ทำไมเด็กถึงได้ก้าวร้าวขนาดนี้ ..ได้ยินที่เด็กตอบเมื่อสักครู่ข้าวสวยก็หันไปมองดูแม่ของเด็กที่ทำงานบ้านอยู่แถวนั้น จะว่าแม่ไม่ได้ยินก็คงไม่ใช่แต่ทำไมถึงไม่สั่งสอนลูกหน่อยว่าไม่ให้พูดกับผู้ใหญ่แบบนี้ "เมื่อกี้ฉันฟังไม่ชัดหนูพูดว่าอะไรนะ" ในเมื่อแม่ไม่สั่งสอนเดี๋ยวฉันจะสั่งสอนเอง"หูหนวกเหรอถึงไม่ได้ยินคนพูด""ฉันเป็นภรรยาของผู้ชายที่หนูเรียกว่าพ่อ ถ้างั้นหนูก็ต้องเรียกฉันว่าแม่อีกคน ไหนลองเรียกแม่ซิ""ฉันมีแม่คนเดียว อย่าคิดว่าจะเข้ามาแทนที่แม่ของฉันได้""แทนที่แม่หนูเข้าใจผิดแล้วมั้ง เพราะแม่หนูไม่ได้เป็นอะไรกับสามีฉันสักหน่อย""แม่" หนูนุ้ยหันไปมองหน้าแม่และมีสีหน้าเหมือนจะร้องไห้"ทำไมคุณต้องว่าให้เด็กแบบนี้ด้วยไม่นึกถึงจิตใจของเด็กบ้างหรือคะ""ฉันแค่พูดให้เด็กเข้าใจ""แกยังเด็กโตขึ้นเดี๋ยวแกก็รู้เองค่ะว่าอะไรคืออะไร""ทำไมต้องรอให้โตด้วยล่ะ เราบอกตอนนี้ให้เด็กเข้าใจก็ได้นี่""แม่คะ ผู้หญิงคนนี้จะมาแย่งพ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status