เข้าสู่ระบบด้านอนาวิน
เมื่อเขาหลับไปได้หนึ่งชั่วโมงก็ตื่นขึ้นมา ร่างสูงลุกจากเตียงแล้วออกจากห้องไปจึงได้รู้ว่าอีกคนไม่อยู่ พลางคิดในใจว่าหรือเธอจะออกไปข้างนอก แต่ทันใดนั้นประตูคอนโดก็ถูกสแกนคีย์การ์ดเข้ามา ติ๊ด แกร่ก อนาวินมองไปยังประตูจึงเห็นร่างบอบบางที่หิ้วถุงของเปิดประตูเข้ามา เมื่อเห็นอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ถามอะไรเพราะคิดว่าไม่จำเป็น จากนั้นจึงกลับไปในห้องนอน เขาอาบน้ำแต่งตัวแล้วออกจากห้องมาจึงเห็นว่าร่างบอบบางนั่งกินขนมอยู่บนโซฟาในห้องโถง มะปรางที่เห็นคนตัวสูงจึงชะงักเม้มปากชั่งใจคิดว่าจะถามเขาดีไหมว่าเขาจะไปไหน แต่แล้วความประหม่าที่ยังมีอยู่จึงคิดว่าอย่าถามเขาดีกว่า ร่างสูงที่อยู่ในเสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีขาวกางเกงสแลคสีดำจ้องมองมายังอีกคนที่มองเขาตาแป๋วเหมือนอยากจะถามอะไร ก่อนเรียวขายาวจะสาวเท้าเดินออกจากคอนโดไป โดยไม่คิดจะใส่ใจอีกคนที่นั่งอยู่ เมื่อเข้ามานั่งในรถหรูเจ้าของใบหน้าหล่อก็หยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรออกหาหญิงสาวคนที่กำลังคบหาดูใจอยู่ทันที ตู๊ด~ 'ค่ะพี่ไปร์ท' 'พี่ออกจากคอนโดมาแล้วนะ ปัทจะให้พี่ไปเจอที่ไหน' 'พี่ไปร์ทมาหาปัทที่คอนโดได้เลยค่ะ เพราะถ้าคุยธุระสำคัญปัทว่าคุยที่คอนโดเหมาะกว่าไปคุยที่อื่นค่ะ' 'ได้ งั้นแค่นี้นะปัท' พูดจบอนาวินก็กดวางสายแล้วเหยียบคันเร่งมุ่งหน้าไปยังคอนโดของเธอ คอนโดปัท เมื่ออนาวินมาถึงปัทก็ลงไปรับเขาข้างล่างแล้วพาขึ้นมายังห้องคอนโดของเธอ ร่างสูงทิ้งตัวนั่งบนโซฟา ก่อนร่างบางของปัทจะหย่อนสะโพกนั่งลงข้างๆ พร้อมกับเอ่ยถามออกไป "ธุระอะไรเหรอคะที่พี่ไปร์ทบอกว่าสำคัญ" "คือ...เรื่องที่เกิดขึ้นพี่ไม่ได้ตั้งใจนะปัท" เสียงทุ้มเอ่ยออกมาด้วยท่าทีอึกอัก ความรู้สึกผิดสะท้อนออกมาในแววตาคมเข้มจึงทำให้หญิงสาวรู้สึกใจเสียไม่น้อยกับท่าทีของอีกคน ก่อนจะเอ่ยถามออกไป "มันคือเรื่องอะไรคะพี่ไปร์ทที่พี่บอกว่าไม่ได้ตั้งใจ รีบบอกปัทมาเถอะค่ะ" เธอเร่งเร้าให้เขาตอบ เพราะตอนนี้ในใจของเธอรุ่มร้อนผิดปกติ "..." อนาวินก้มหน้าพูดไม่ออก เพราะมันยากเหลือเกินที่จะบอกว่าเขานอกกายเธอไปมีอะไรกับผู้หญิงอื่น การที่เขาเงียบทำให้ปัทคิดว่าสิ่งที่เธอคิดนั้นไม่ผิด ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดแล้วกลั้นใจถามออกไป "พี่ไปร์ทไปมีอะไรกับผู้หญิงอื่นใช่ไหมคะ" "..." ไปร์ทพยักหน้ายอมรับความจริงและพร้อมที่จะให้เธอดุด่า "มันเกิดขึ้นได้ยังไงคะพี่ไปร์ท" เธอพยายามปรับอารมณ์ให้เย็นลงแล้วเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงปกติ ก่อนอนาวินจะเงยหน้าขึ้นมามองหญิงสาวพร้อมกับเล่ารายละเอียดเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนั้น "คืนนั้นที่บ้านแม่..." จากนั้นเขาก็เล่าเหตุการณ์ของคืนนั้นให้เธอฟัง จนกระทั่งตอนเช้าแม่เข้าไปเห็นจึงให้เขารับผิดชอบอีกคนโดยการพามาอยู่กับเขาที่คอนโด "ที่ผู้หญิงคนนั้นเข้าไปนอนในห้องพี่ เขาน่าจะแอบชอบพี่นะคะถึงได้ทำแบบนั้น" "เรื่องนั้นพี่ก็ไม่รู้หรอกว่าเขาชอบพี่หรือไม่ชอบพี่ และพี่ก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้เข้าไปนอนในห้องของพี่ ตอนนั้นด้วยความที่สติของพี่ไม่เต็มร้อยพี่จึงคิดว่าผู้หญิงที่พี่นอนด้วยคือปัทด้วยซ้ำ" "แล้วทีนี้พี่จะทำยังไงต่อไปกับผู้หญิงคนนั้นคะ พี่จะให้เขาอยู่กับพี่ไปจนถึงเมื่อไหร่" "ตอนนี้พี่ยังบอกไม่ได้ว่าพี่ยังต้องอยู่กับเขาไปอีกกี่เดือน เพราะถ้าเกิดพี่ให้เขากลับไปอยู่บ้านเร็วๆนี้ก็ไม่ได้อีก" ก่อนที่เธอจะเอ่ยขึ้น "เพราะพี่กลัวแม่พี่จะไม่สบายใจใช่ไหมคะ" "ใช่ สิ่งที่พี่กลัวคือเรื่องนั้นแหละ แล้วก็เรื่องที่พี่กับปัทคบกัน ถ้าเกิดว่าแม่พี่รู้พี่ก็ไม่รู้ว่าแม่จะเป็นยังไงบ้าง" เหตุที่เขากลัวแม่เขาจะรู้ที่คบกับปัทก็เพราะว่าปัทเป็นลูกของอดีตเมียน้อยของพ่อนั่นเอง ถ้าแม่รู้ว่าเขาคบกับปัทแม่คงโกรธมากแน่ "ถ้าอย่างนั้นเราหยุดความสัมพันธ์เอาไว้แค่นี้ไหมคะพี่ไปร์ท" "พี่จะไม่หยุดความสัมพันธ์ของเรา เรื่องของเรายังคงเป็นเหมือนเดิม พี่บอกแล้วไงว่าเรื่องคืนนั้นพี่ไม่ได้ตั้งใจ เพราะฉะนั้นปัทอย่าหยุดความสัมพันธ์ของเราที่กำลังไปได้ดีเลยนะ" เขาพูดออกมาด้วยท่าทีจริงจัง "เอางั้นก็ได้ค่ะ พอปัทมาคิดดูอีกทีก็ดีอย่างนะคะที่แม่พี่ไปร์ทไม่บังคับให้พี่รับผิดชอบผู้หญิงคนนั้นด้วยการแต่งงาน" "ถึงแม่พี่จะให้รับผิดชอบเขาด้วยการแต่งงาน แต่พี่ก็จะหาทางเลิกกับเขาอยู่ดี พี่ไม่ทนอยู่กับผู้หญิงคนนั้นเด็ดขาด" ห้าเดือนก่อน ปัทกลับมาจากไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศเมื่อห้าเดือนก่อน จากนั้นหนึ่งอาทิตย์ต่อมาเธอก็ไปเที่ยวภูเก็ตโดยนั่งเครื่องบิน วันนั้นเขาก็ไปหาแม่ที่ภูเก็ตด้วย บนเครื่องบินเขากับปัทได้นั่งเก้าอี้ติดกัน พอขากลับเขากับปัทก็บังเอิญกลับวันเดียวกันอีก และได้นั่งเก้าอี้ตัวติดกันอีก ไปร์ทเป็นฝ่ายชวนปัทคุยก่อนจนทั้งคู่รู้สึกสนิทสนมกันในเวลาแค่ไม่นาน พอลงจากเครื่องไปร์ทก็ขอเบอร์ของปัท ทั้งสองแลกไลน์กัน จากนั้นไปร์ท์จึงอาสาไปส่งปัทที่คอนโด หลังจากนั้นทั้งสองก็ติดต่อกันเรื่อยมา ทั้งคู่ต่างรู้ใจกันด้วยตัวเองว่ากำลังคบหาดูใจกันอยู่ โดยที่ทั้งคู่ไม่ต้องพูดออกมาว่าลองคบหาดูใจกัน กระทั่งเมื่อสองเดือนก่อนเขาเพิ่งมารู้ว่าแม่ของปัทคืออดีตเมียน้อยของพ่อ เมื่อรู้อย่างนั้นเขาก็ตกใจเพราะคิดไม่ถึงว่าจะจุดใต้ตำตอขนาดนี้ ดังนั้นไปร์ทจึงได้เล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพ่อของเขากับแม่ของเธอให้ฟัง เมื่อปัทได้รู้จึงเข้าใจดี เธอเข้าใจความรู้สึกของแม่ของเขาดีว่าการที่ถูกสามีนอกใจมันเจ็บยังไง แต่ถึงอย่างนั้นไปร์ทก็ยังอยากจะคบหาดูใจกับปัทต่อ เพราะเขาคิดว่าแม่ของเธอก็ส่วนแม่ของเธอ ซึ่งมันคนละคนกันกับเธอ และอีกอย่างความสัมพันธ์ระหว่างพ่อของเขากับแม่ของเธอก็ได้จบกันไปหลายปีแล้ว ดังนั้นไปร์ทจึงไม่เลิกคบกับปัท เนื่องจากว่าเขาชอบปัทไปแล้ว เมื่อไปร์ทกับปัทคุยกันเข้าใจแล้ว จากนั้นไปร์ทก็พาหญิงสาวออกไปหาอะไรกินข้างนอก พอทานเสร็จเขาก็พาเธอไปซื้อของต่อที่ห้างสรรพสินค้า จากนั้นจึงไปส่งเธอที่คอนโดและกลับคอนโดของตัวเองไปหลายเดือนต่อมาตอนนี้อายุครรภ์ของมะปรางก็เข้าสู่เดือนที่แปดแล้ว น้ำหนักของเธอก็เพิ่มขึ้นมาหลายกิโล และเท้าของเธอก็ยังบวมอีกด้วย ดังนั้นคนเป็นสามีจึงคอยดูแลอย่างใกล้ชิดพรึบเสียงของร่างสูงที่ถือกะละมังน้ำอุ่นมาทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นด้านหน้าโซฟาที่เมียตัวเล็กนั่งห้อยขาอยู่ ฝ่ามือใหญ่จับขาเรียวทั้งสองข้างมาแช่ในน้ำอุ่นเพื่อช่วยเรื่องที่เท้าของเธอบวม และเขาก็ทำให้เธอแบบนี้มาทุกวันตั้งแต่อายุครรภ์ของเธอเข้าสู่เดือนที่เจ็ดร่างสูงลุกขึ้นมานั่งข้างแม่ของลูกแล้วจับมือเรียวขึ้นมาจูบอย่างแผ่วเบา มืออีกข้างก็เลื่อนไปสัมผัสบนหน้าท้องกลมโตซึ่งทารกที่อยู่ในท้องกลมๆนั้นเป็นผู้หญิง"หลังคลอดลูกเธออยากจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง" เสียงทุ้มอบอุ่นเอ่ยถามยังภรรยาตัวเล็กอย่างเอาอกเอาใจ เพราะเขาอยากพาเธอไปเที่ยวในที่ต่างๆ เนื่องจากช่วงที่เธอท้องโตนี้เธอไม่ค่อยได้ออกไปไหน เพราะรู้สึกไม่สะดวกที่จะไปไหนมาไหนได้ตามที่ใจอยากจะไป "ให้คลอดก่อนแล้วค่อยคิดอีกทีค่ะ มะปรางว่าการที่จะไปเที่ยวแต่พาลูกไปด้วย เรารอให้ลูกโตสักหน่อยดีกว่านะคะแล้วค่อยไป""งั้นพี่แล้วแต่เธอนะ" ว่าแล้วชายหนุ่มก็ยกขาของเธอที่แช่อยู่ในน้ำอุ่นออกมาวางบน
วันต่อมา บ้านอังคณาวันนี้ไปร์ทมาหาอังคณาที่บ้านเพื่อจะคุยเรื่องสำคัญที่เมื่อหลายเดือนก่อนแม่ได้เคยให้คำมั่นว่าถ้าเขารับผิดชอบมะปรางแม่ก็จะย้ายกลับไปอยู่ที่บ้าน"แม่ครับ" ร่างสูงเดินเข้าบ้านมาแล้วเอ่ยเรียกคนเป็นแม่ที่นั่งฟังธรรมะในไอแพดอยู่"อ้าวลูก กินข้าวมาหรือยัง" อังคณาปิดหน้าจอไอแพดแล้วเอ่ยถามลูกชายที่เดินมา"กินแล้วครับ" ตอบพร้อมกับหย่อนกายนั่งลงข้างแม่แล้วเอ่ยออกไป"ตอนนั้นที่แม่บอกว่าถ้าผมไม่รับผิดชอบมะปราง แม่ก็จะอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิต ตอนนี้แม่ก็เห็นแล้วว่าผมกับมะปรางลงเอยกันด้วยดี แล้วทีนี้แม่จะย้ายกลับไปอยู่บ้านได้หรือยังครับ" ก่อนที่อังคณาจะเอ่ยขึ้น"แม่จะย้ายกลับไปอยู่บ้าน แต่แม่คิดดูแล้วว่าแม่จะไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิม""อะไรเหรอครับที่แม่บอกว่าไม่เหมือนเดิม""ไม่เหมือนเดิมก็คือ แม่กับพ่อของลูกจะไม่กลับไปอยู่เป็นสามีภรรยากันเหมือนเดิม เพราะพ่อเคยนอกใจแม่มาครั้งนึงแล้ว ดังนั้นถ้าจะให้แม่กลับไปอยู่เป็นสามีภรรยากันเหมือนเดิม แม่ก็รู้สึกไม่สนิทใจเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะแม่ไม่ได้รู้สึกรักพ่อเหมือนเมื่อก่อนแล้ว""ผมแล้วแต่แม่ครับ""พ่อจะะป็นได้แค่พ่อของลูกเท่านั้นแหละ แต่จะไม่
ห้องนอน 20.45 น.ในขณะที่ร่างเล็กนอนอ่านหนังสือแม่และเด็กอยู่บนเตียง ร่างสูงที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จก็เปิดประตูเข้ามา เมื่อเห็นเจ้าของใบหน้าหล่อที่เดินเข้ามาเธอจึงปิดหนังสือแล้วเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ได้ฟังดูแล้วเรียบเฉยเหมือนก่อนหน้านี้"คุณเข้ามาทำไมเหรอ""ให้พี่นอนในนี้ด้วยนะ""ได้สิ" เธอก็ไม่ได้จะใจร้ายให้เขานอนข้างนอกหรอกเมื่อได้ยินอย่างนั้นดวงตาของเขาก็ฉายแววความสุขอย่างเห็นได้ชัด ก่อนเสียงของคนที่นอนอยู่บนเตียงจะเอ่ยออกมา"แต่มะปรางจะให้คุณนอนบนพื้น นอนได้หรือเปล่าล่ะ""ได้ๆ พี่นอนได้" เขาตอบรับด้วยความกระตือรือร้น พลางคิดในใจว่าถึงจะต้องนอนบนพื้นแต่เขาก็ยอมถ้าได้นอนใกล้กับเธอ"ผ้านวมกับหมอนอยู่ในตู้ แล้วก็ผ้าห่มด้วย ไปหยิบมาสิ" สิ้นเสียงหวานบอกร่างสูงก็เดินไปหยิบของที่เธอบอกที่อยู่ในตู้เขาจัดการปูผ้านวมข้างเตียงที่เธอนอน เมื่อเสร็จแล้วเขาก็ขึ้นมานั่งบนเตียงข้างร่างบอบบางที่อยู่ในชุดนอนกระโปรง ก่อนเรียวปากสวยจะเอ่ยถาม"ทำไมถึงไม่นอนล่ะ จะขึ้นมาบนเตียงทำไม""พี่ยังไม่ง่วงน่ะ ขอขึ้นมานั่งบนนี้ก่อนนะ ถ้าง่วงพี่ค่อยลงไปนอนข้างล่าง"ดวงตาสวยภายใต้แพขนตางอนกลิ้งกลอกไปมาด้วยความ
ห้องนอน ตอนเย็นในขณะที่มะปรางนอนหลับอยู่นั้น ร่างสูงก็เปิดประตูเข้ามาด้วยความเบามือเพราะกลัวว่าแม่ของลูกจะตื่น สองเท้าหนาค่อยๆก้าวเข้ามาแล้วทิ้งตัวนั่งลงข้างเตียง นัยน์ตาคมจ้องมองไปยังหน้าท้องแบนราบของร่างบางที่หลับอยู่บนเตียง มือแกร่งเลื่อนไปสัมผัสบนหน้าท้องแบนราบด้วยความนุ่มนวล ก่อนจะก้มลงไปจูบบนหน้าท้องของเธออย่างอ่อนโยนพร้อมกับพูดออกมา"พ่อรักลูกนะ แล้วก็รักแม่ของลูกด้วย" พูดจบ ใบหน้าหล่อก็ผละออกจากหน้าท้องของคนตัวเล็ก มะปรางที่รู้สึกเต็มตื่นแล้วลืมตาขึ้นมาแล้วจ้องมองไปยังร่างสูงที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียง ก่อนเสียงทุ้มน่าฟังจะเอ่ยออกมา"ตื่นแล้วเหรอ""..." ดวงตากลมสวยจ้องมองไปยังพ่อของลูกตาปริบๆ ก่อนเจ้าของใบหน้าหล่อจะเอ่ยถามออกไป"หิวหรือยัง""หิวแล้ว" เรียวปากจิ้มลิ้มขยับบอก"งั้นก็ออกไปกินข้าวเถอะ พี่เตรียมของกินใหม่ไว้ให้เธอแล้ว""คุณทำเองเหรอ""เปล่าหรอก เมื่อกี้พี่ไปบอกให้แม่บ้านที่บ้านแม่ทำให้น่ะ เพราะถ้าพี่ทำเองกลัวจะไม่อร่อย""งั้นมะปรางก็ไม่กิน" เธอแกล้งทำตัวให้เรื่องมาก เพราะเธออยากรู้ว่าเขาจะทำยังไง อยากรู้ว่าเขามีความพยายามมากแค่ไหน"เธออยากกินของที่พี่ทำเหรอ แต่มัน
อนาวินที่จัดการเรื่องในครัวเสร็จแล้วก็เดินออกมา เมื่อไม่เห็นหญิงสาวอยู่ในบ้านจึงเดินออกไปดูหน้าบ้านจึงเห็นว่าเธอนั่งอยู่บนม้าหินอ่อนที่อยู่ใต้ต้นไม้ เมื่อเห็นดังนั้นเรียวขายาวก็ก้าวไปทิ้งตัวนั่งลงข้างเธอ ก่อนที่ใบหน้าหล่อจะหันมองไปยังหน้าท้องแบนราบพร้อมกับพูดออกไป"หลายเดือนที่ผ่านมานี้เธอ..." เขารู้สึกเหมือนมีอะไรมาติดอยู่ในลำคอจนพูดไม่ออกเมื่อจะถามเกี่ยวกับลูกน้อยที่อยู่ในท้องของเธอ เพราะเขายังรู้สึกผิดที่เคยปากพล่อยกับเธอ ก่อนที่เขาจะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากบำลากแล้วเอ่ยออกไปอีกครั้ง"เธอมีอาการแพ้บ้างหรือเปล่า""คุณหมายถึงอะไร" ใบหน้าเรียวเล็กหันถามด้วยสีหน้างุนงง"เธอแพ้ท้องหรือเปล่า""..." เธอถึงกับเบิกตากว้างเมื่อเขาถามไปถึงเรื่องที่เธอกำลังปิดบังเขาอยู่ พลางคิดในใจว่าเขารู้ได้ยังไงว่าเธอท้อง ตอนที่ป้าอังคณาโทรหาตอนอยู่พังงาเธอก็ไม่ได้บอกนี่ว่าเธอท้อง"เธอคิดจะปิดพี่เรื่องท้องเหรอ" เขาถามพร้อมระบายยิ้มอ่อน"ใช่ แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่ามะปรางท้อง" ว่าจบอนาวินก็หยิบแท่งตรวจครรภ์ที่เขายังเก็บไว้และเอาไว้ติดตัวเขาเสมอเวลาไปไหนมาไหน เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่เขาจะเอาไว้ดูต่างหน้าเธอ นอกจาก
สองเดือนต่อมาจังหวัดพังงา"ตอนนี้เขาคงได้แต่งงานกับผู้หญิงที่เขารักแล้วสินะ" มะปรางที่นั่งอยู่หน้าบ้านของยายพึมพำไปถึงใครอีกคนที่เคยได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาสี่เดือน ซึ่งเขาคนนั้นก็คือพ่อของลูกที่อยู่ในท้องของเธอ ซึ่งตอนนี้อายุครรภ์ของเธอก็ครบสามเดือนแล้วหลังจากที่เธอออกมาจากคอนโดของเขาเธอก็บล็อกทุกช่องทางการติดต่อของเขา เพราะเธอคิดว่าเธอกับเขาไม่มีอะไรที่จะต้องข้องเกี่ยวกันอีกแล้วจารีย์เดินมาหย่อนสะโพกนั่งลงข้างร่างบอบบางของลูกสาวแล้วพูดออกไป"แม่ว่าลูกควรกลับไปอยู่บ้านดีกว่านะ ส่วนแม่จะอยู่กับยายที่นี่เอง แต่แม่ก็ยังจะไปๆมาๆระหว่างบ้านกับบ้านยายนะ"เมื่อสองเดือนก่อนตอนที่มะปรางกลับมาจากกรุงเทพวันแรก พี่สาวของจารีย์ที่อยู่จังหวัดพังงาซึ่งอยู่บ้านหลังเดียวกับแม่ของจารีย์หรือยายของมะปรางนั่นเองได้เสียชีวิตอย่างกะทันหัน ดังนั้นจารีย์กับมะปรางจึงไปพังงาในวันนั้นเลยตั้งแต่เสร็จงานศพพี่สาวของจารีย์ จารีย์กับลูกสาวก็ยังไม่ได้กลับไปที่บ้านเลย เพราะต้องอยู่เป็นเพื่อนแม่ซึ่งตอนนี้อายุก็เจ็ดสิบปีแล้ว ที่ผ่านมาพี่สาวกับแม่อยู่กันสองคน พอพี่สาวเสียชีวิต ดังนั้นการดูแลแม่จึงต้องเป็นหน้าที่ของจา







