Share

บทที่ 8

last update Tanggal publikasi: 2025-05-15 22:50:51

"พี่ขอไปไล่ดูตารางคิวจากเลขาก่อนนะครับว่าวันนั้นว่างหรือเปล่า แล้วพี่ค่อยมาให้คำตอบกับน้องพิณอีกที" ภาคินไม่ชอบงานสังคมที่ต้องยืนปั้นหน้าตีตราแสร้งยิ้มมากที่สุด! เพราะมันโคตรของโคตรความน่าเบื่อ แล้วยิ่งหากให้เขาควงไฮโซสาวอย่างพิรญาณ์ออกหน้าออกตาอาจแสดงให้เห็นทันทีว่าความสัมพันธ์ระหว่างเราอาจมีแนวโน้มพัฒนาไปข้างหน้า...คราวนี้ล่ะก็คุณดำเกิงคงไม่ยอมปล่อยง่ายๆคงต้องเร่งรัดถึงที่สุด

"ค่ะ" พิรญาณ์ยิ้มแห้งๆ เพราะรู้ดีว่าต่อให้ภาคินว่างเขาก็จะไม่มีทางปลีกตัวให้หล่อนยืมควงเดินในงานเลี้ยงค็อกเทลแน่ๆ แต่หล่อนไม่ได้คาดหวังกับคำตอบของเขาสักเท่าไหร่เนื่องจากแม้มันจะออกมาเป็นเช่นไร...หล่อนก็ค่อนข้างมั่นใจว่าวันนั้นหล่อนจะเป็นนางพญาหงส์ที่ยืนอยู่ข้างๆราชสีห์อย่างภาคินแน่นอน

@บ้านเดชาบวรสกุล

บนโต๊ะขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้าในวันนี้เต็มไปด้วยอาหารหรูหราราคาแพงทั้งที่นิยมขึ้นชื่อของไทยและชาติฝั่งตะวันตก...ล้วนใช้วัตถุดิบล้ำค่าปรุงแต่งจากแม่บ้านสาวสุดสวยที่การันตีด้านฝีมือว่าไม่เป็นสองรองใคร

บริเวณหัวโต๊ะคือคุณดำเกิง ไล่ลงมาปีกโต๊ะฝั่งซ้ายภรรยาแต่งอย่างคุณหญิงจารวีแสร้งยิ้มหน้าระรื่นเพราะอันที่จริงแล้วตนนั้นอยากได้หนูพิรญาณ์มาเป็นสะใภ้คนโตมากกว่า แต่ทางฝั่งนั้นดันชื่นชอบและพึงพอใจในตัวของภาคินหล่อนก็เลยไม่สามารถขัดข้องได้...ถัดไปบุตรชายของเจ้าหล่อน ภาคี...ซัดมาปีกโต๊ะด้านขวา ภาคิน และ แขกรับเชิญสุดสวยอย่างพิรญาณ์

แน่นอนว่าบรรยากาศวันนี้เต็มไปด้วยความอิ่มเอิบใจของคุณดำเกิงยิ่งนัก...เขาปรารถนาดี อยากจะให้ลูกชายเป็นฝั่งเป็นฝาและออกเรือนไปกับผู้หญิงที่เพียบพร้อมทั้งสกุลรุนชาติ ทั้งฐานะทางสังคม...หากภาคินตกแต่งกับหนูพิรญาณ์เป็นอันว่าคงสบายทั้งชาติ เขาก็จะได้ไม่ต้องมาพะวงกลัวลูกชายคนเล็กจะไปคว้าผู้หญิงกำพืดต่ำเข้ามาเป็นสะใภ้ให้เสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล...

"อาหารวันนี้อร่อยมากเลยค่ะคุณป้า" พิรญาณ์ตีตัวประชิดคุณหญิงจารวีเพื่อเอาอกเอาใจและเข้าทางว่าที่แม่สามีอีกคน เพราะประจักษ์แจ้งแก่ใจว่าอย่างไรเสียคุณดำเกิงก็อยู่ฝั่งหล่อนแน่นอน

"ถ้าอร่อยก็มาทานข้าวที่บ้านป้าบ่อยๆนะจ๊ะหนูพิณ เดี๋ยวป้าจะให้ตาภาคินไปรับที่บ้าน ดีไหมจ๊ะ" คุณหญิงจารวีเล่นตามบทบาท ถึงเช่นไรหากได้เกี่ยวดองกับครอบครัวฝั่งโน้นแม้เป็นบุตรคนเล็กที่ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขแต่หล่อนก็รักเหมือนลูกแท้ๆคงจะไม่ได้เสียหายอะไร

"พิณเกรงว่าจะรบกวนพี่ภาคินเปล่าๆน่ะคะ"

"น่ารักเสียจริงๆ ใช่ไหมภาคิน" แววตาของหล่อนบีบบังคับและล็อคคำตอบเอาไว้แล้วว่าจะต้องออกมาในรูปแบบใด

"ครับ"

"ขอบคุณค่ะ เอ่อ...นี่ก็ดึกมากแล้ว พิณต้องกราบขอตัวกลับก่อนนะคะคุณป้า คุณลุง ประเดี๋ยวคุณพ่อกับคุณแม่จะเป็นห่วงแย่" นี่คงจะเป็นเรื่องดีและเป็นที่พึงพอใจในสายตาของคุณหญิงจารวีนั่นก็คือ...การวางตัวของพิรญาณ์ที่แสดงให้เห็นเด่นชัดว่าผ่านการอบรมสั่งสอนหรือเข้าเรียนคอร์สมารยาทงามมาอย่างดี สมแล้วที่เป็นลูกสาวคนเดียวหัวแก้วหัวแหวนของคุณหญิงชไมพรกับคุณเกริกพล

"จ๊ะ ไปส่งน้องให้ถึงบ้านนะภาคิน แล้วรีบกลับมาพ่อกับแม่มีเรื่องจะคุยด้วย"

ภาคินพยักหน้า แล้วเรียนเชิญตัวพิรญาณ์เพื่อขับรถสปอร์ตคันหรูพาเจ้าหล่อนไปส่งถึงหน้าประตูบ้านตามคำสั่งของคุณหญิงจารวี...

...

"พ่อกับแม่ใหญ่มีอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ" ภาคินหย่อนสะโพกลงนั่งบนฟูกโซฟาในห้องรับรองแขกที่มีเพียงเราทั้งสามคนนั่นก็คือคุณหญิงจารวี คุณดำเกิง...เขา

"หนูพิณน่ารักไหม?" คุณหญิงจารวีเปิดถามเป็นคนแรก

"ก็น่ารัก"

"สวยใช่ไหมล่ะ"

"ครับ" ถ้าเขาบอกว่าพิรญาณ์ไม่สวยแต่เอนเอียงออกไปในทางขี้ริ้วขี้เหร่ก็คงจะดูเป็นการพูดเกินความจริงไปมาก เนื่องจากสภาพหน้าตาของหล่อนตั้งแต่หัวจรดเท้าล้วนได้รับการบำรุงอบร่ำมาอย่างดีจนสะอาดเนียนละออไร้ที่ติเชียว

"แล้วกิริยามารยาทล่ะ?"

"ไม่รู้สิครับ เรื่องพรรค์นี้ต้องดูกันไปนานๆว่าสิ่งที่สร้างออกมาเป็นตัวตนจริงๆหรือแค่เสแสร้ง เพราะหากเทียบจากประสบการณ์โดยตรงของผมเนี่ย ตอนแรกบางคนก็นึกว่าดีแสนดี สุดท้ายแล้วดีแตก เป็นนางมารร้ายที่ใจไม้ไส้ระกำในคราบนางฟ้าผู้ไร้เดียงสา" ภาคินตอบ และคุณหญิงจารวีก็รู้ดีว่าเขาต้องการพูดจาเหน็บแนมหล่อน...

หล่อนเลี้ยงภาคินมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ตีนเท่าฝาหอย รักเหมือนลูกในไส้...ให้เท่าเทียมกับภาคีทุกอย่างโดยไม่ลำเอียงไม่ว่าจะเป็นของเล่น การศึกษา เสื้อผ้าต่างๆนานา จนจวบปัจจุบันนี้มันอายุ 30 ปี! ในสายตาของภาคินหล่อนก็ยังคงเป็นแม่ใหญ่ใจร้ายที่ทำลายแม่แท้ๆอยู่ดี...

ภาคินไม่เคยมองหล่อนดีเลย...ไม่เคยมองหล่อนเป็นแม่ ไม่เคยมองเห็นความหวังดีของหล่อน แต่หล่อนก็ต้องยอมรับ เมื่อก่อนหล่อนร้ายและทำลายชีวิตของคุณอรุณีเมียน้อยสามีจนป่นปี้ไม่ให้เหลือความสุขใดๆจริงๆ...ซึ่งคราวแรกภาคินก็เป็นหนึ่งในหมากที่หล่อนดึงขึ้นมาเพื่อให้นางเมียน้อยรู้สึกเจ็บปวดหัวใจที่โดนพรากลูกออกไปจากอก

ยอมรับว่าคิดแบบนั้นจริงๆ...แต่พอดีเลี้ยงดู กลับผูกพัน รักเหมือนลูกในไส้ แต่พอมันรู้ความจริงก็กลับสร้างกำแพงขึ้นมากีดกันต่อต้านสารพัด ผลักไสเขาออกจนแทบจะกระเด็นไกลวงโคจรไปเสียแล้ว

"ภาคิน..." คุณดำเกิงชำเลืองมองบุตรชายด้วยสายตาดุๆ

"ก็จริงอย่างที่ว่า..แต่...ทั้งน่ารัก สวย กิริยามารยาทงดงามดั่งผู้ที่ได้รับการอบรมสั่งสอนกวดขันมาอย่างดีโดยคุณหญิงชไมพร ซ้ำฐานะทางสังคมชาติสกุลก็เทียบเท่ากับวงศ์ตระกูลของเรา แกไม่คิดจะสนใจจริงๆเหรอ? หรือว่าผู้หญิงคนนี้สู้นังเด็กนั่นไม่ได้" ประโยคสุดท้ายทำให้ภาคินถึงกับหันขวับไปจ้องหน้าแม่เลี้ยงของตนอย่างทันควัน ซ้ำผู้เป็นบิดาที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็ถึงกับพลอยงงงวยด้วย

"แม่ใหญ่..."

"เด็กคนนั้นคือใคร?" คุณดำเกิงถามตาเขียวปั๊ด! พยายามคาดคั้นหาคำตอบจากบุตรชายและภรรยาแต่ทว่าทั้งสองคนเงียบสนิทไม่มีปริปากแม้แต่เอะเดียว

"ถามลูกชายคุณดูสิคะ" จากเดิมทีที่คุณหญิงจารวีมองหน้าผู้เป็นสามีอยู่ก็ย้อนกลับมาชำเลืองตาแลภาคิน "ว่า...เด็กคนนั้นคือใคร คนใกล้ตัวที่แสนจะใกล้ ใกล้ ใกล้ ใกล้เหลือเกิน"

คุณหญิงจารวีรู้ คุณหญิงจารวีเห็น เพียงแค่หล่อนไม่พูดเพราะเจ้าลูกชายและแม่นั่นยังไม่เคยแข็งข้อหรือเสนอหน้าขึ้นมามีบทบาท...ก็แค่ของเล่นชั่วครั้งชั่วคราวเอาไว้ปรนเปรอบำบัดความใคร่หาได้มีสิทธิ์ขึ้นมาเทียบเท่าเสมอภาคไม่

แต่หากวันใดภาคินคิดจะแข็งข้อ ขัดคำสั่ง และผู้หญิงคนนั้นพยายามยืดหน้ามักใหญ่ใฝ่สูงอยากจะใช้เรือนร่างเต้าไต่ขึ้นมาเป็นลูกสะใภ้คนรองของวงศ์ตระกูลเดชาสกุลอีกคน วันนั้นเราค่อยเห็นดีกัน! เพราะหล่อนจะไม่มีวันยอมให้ภาคินใช้นิสัยต่ำๆเหมือนพ่อแล้วคว้าผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าจนชื่อเสียงป่นปี้ซ้ำรอยเดิมอีกแน่ๆ

"ใคร? เด็กคนนั้นคือใคร แกบอกฉันมาเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้ภาคิน"

"คนใกล้ตัว...ใกล้เสียจนคุณพ่อนึกไม่ถึงเลยล่ะครับ" ภาคินอยากจะรู้นักว่าหากคุณดำเกิงรู้ความจริงถึงเรื่องผู้หญิงที่เขาเลี้ยงไว้ว่าแท้จริงแล้ว คือ 'แม่หนูมินตรา' กิ๊กเก่าพ่อที่เคยยืนนิ่งปล่อยให้สูบเลือดสูบเนื้อและยกเงินเป็นเข่งๆเพื่อปรนเปรอบำเรอ คุณดำเกิงจะมีสีหน้าอย่างไร

เสียเงินหลายแสน...แม้แต่แขนก็ไม่ได้จับ เพราะภาคินคือคนแรกของมินตรา และเธอเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น แม้แต่กับพ่อก็ไม่มีสิทธิ์!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พันธะร้ายรักเมียเก็บ   บทที่ 45

    @2 เดือนผ่านไป พิธีวิวาห์สมรสของทั้งคู่ถูกจัดขึ้นอย่างรวดเร็วท่ามกลางความตื่นตะลึงและเสียงเห่ร้องตกใจจากพนักงานในบริษัทญาติสนิทมิตรสหายเพื่อนฝูงและคู่ค้าทางธุรกิจต่างๆ แต่รับรองได้เลยว่าไม่น้อยหน้าผู้ใด ระดับออแกไนซ์มืออาชีพอันดับต้นๆ ของเมืองไทยเนรมิตเองตั้งแต่ประตูงานยันอาหารการกิน ทรงผม ชุดเจ้าสาวเอย รองเท้าเอย แก้วเอย ผ้าปูโต๊ะเอยหรือแม้กระทั่งทิชชู่ที่หยิบใช้ก็เป็นของแบรนด์ของมีคุณภาพทั้งนั้น...ทำให้มินตราตกเป็นเป้าสนใจและเป็นที่อิจฉาของเหล่าสาวๆ ทั้งน้อยทั้งใหญ่ที่หมายปองปรารถนาอยากจะเข้ามาเป็นสะใภ้เศรษฐีหมื่นล้านตระกูลเดชาบวรสกุล...ตอนนี้คงเหลือแต่พี่คนโตไว้ให้เป็นเป้าหมายใหม่สำหรับใช้ยิงธนูแล้วเล็งไปยังจุดกึ่งกลางเขา ทว่าความเป็นไปได้ช่างน้อยแสนน้อยเหลือเกินเพราะแอบมีข่าวลือหลุดมาว่ากำลังกิ๊กกั๊กอยู่กับลูกนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังคนหนึ่ง......แล้ววันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ค่อนข้างสำคัญเป็นอย่างมากนั่นก็คือมินตราและภาคินจะได้รู้เพศลูกตัวเอง ซึ่งถูกจัดขึ้นตามสไตล์ของพวกชนชาติทางฝั่งตะวันตกฝั่งตะวันออกที่นิยมให้พ่อแม่มาลุ้นเพศลูกโดยจะมีเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่รับรู้นั่น

  • พันธะร้ายรักเมียเก็บ   บทที่ 44

    ผ่านไปประมาณเกือบครึ่งชั่วโมง ประตูที่เคยถูกล็อคก็เปิดง้างออกเผยให้เห็นเรือนร่างแกร่งกำยำของชายหนุ่มที่มีชื่อว่าภาคินัย เดชาบวรสกุล สายตาของเขาซึ่งฉายมองทีเดิมช่างคลับคล้ายคับคลาเป็นดั่งพญาราชสีห์ สิงห์ เสือที่มีพละกำลังมาก ดูดุ ดูน่าเกรงขาม มิหวาดกลัวต่อใคร ทว่าตอนนี้กลับมีแต่แววรักฝังลึกอยู่เต็มเปี่ยม ความหวานเยิ้มดุจน้ำผึ้งเดือนห้าปรากฏชัด ค่อยๆ เดินเรียบแล้วหย่อนสะโพกนั่งท่าเทพบุตรลงบนพื้นตรงหน้าหญิงสาวที่เขาพึงใจรัก "ผมขอโทษ ผมขอโทษที่ผมทำแย่ๆ กับมินมาโดยตลอด ผมรู้ว่าคำขอโทษของผมมันไม่ได้ผล และมันไม่สามารถชดเชยชดใช้กับสิ่งที่ผมทำกับมินได้ แต่ผมอยากจะให้มินรู้ว่าผู้ชายคนนี้มันสำนึกผิดแล้วจริงๆ มันพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อไถ่โทษให้กับมิน" ภาคินก้มหน้างุดก่อนที่หยดน้ำจะเริ่มเอ่อล้นอาบสองพวงแก้วจรดบนพื้นกระเบื้องจนกลายเป็นคราบกว้าง "..." "ผมรู้ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาผมไม่เคยดีกับมินเลย ผมเป็นผู้ชายร้ายๆ เป็นผู้ชายห่วยแตกที่ปากจัด อารมณ์ร้าย หัวร้อนไม่ฟังใคร รุนแรงในสายตาของมิน แต่ผมอยากจะขอโอกาสมินสักครั้งได้ไหม ขอโอกาสให้ผมได้ดูแลลูก ให้ผมได้ดูแลมิน ให้ผมได้ทำหน้าที่ของพ่อและหน้า

  • พันธะร้ายรักเมียเก็บ   บทที่ 43

    แล้วจะให้เธอทำเช่นไรล่ะ ในเมื่อนี่คือความสัตย์จริงที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เธอพูดถึงหลักความเป็นจริง หลักความเป็นไปของชีวิตที่คนทุกคนล้วนได้พบเจอเธอเห็นมานัดต่อนัดแล้วล่ะ ทั้งคนรอบตัว รอบกาย ญาติสนิทมิตรสหาย เพื่อนฝูงหลายต่อหลายเหล่า ยามที่คนรู้จักกลับไปกินของเก่า กลับไปกินขี้ที่ตัวเองพยายามตะเกียกตะกายฉุดรั้งขึ้นมาเพื่อให้หลุดพ้นก็มักจะถูกหัวเราะเยาะถูกว่ากล่าวซ้ำเติมสารพัดสาระเพ"แต่นี่แม่ แม่ไม่ใช่คนพันนั้น แม่ไม่ใช่พวกที่จะมานั่งหัวเราะเยาะลูก มินไม่จำเป็นต้องอาย แม่บอกมินเสมอว่าเวลาที่มินมีอะไรมินสามารถพูดคุย มินสามารถบอกแม่ได้ ถึงแม่จะให้ความปรึกษา ให้ความช่วยเหลือมิได้ไม่มากพอแต่แม่คนนี้ก็พร้อมรับฟังลูกเสมอ" คุณกลิ่นแก้วเลื่อนแขนเรียวบางขึ้นไปจับบ่าของลูกสาว "มินไม่ผิดเลยลูกที่มินจะยังรักคุณภาคินและมินอยากตัดสินใจให้โอกาสคุณภาคินอีกครั้ง มินไม่ได้เป็นคนโง่แต่เพราะมินรักเขา เพราะเขาคือผู้ชายที่มินรักต่างหากล่ะ ข้อนี้ที่มินควรจะสนใจมากที่สุด แม่ขอถามหน่อยคนพวกนั้นที่มินคิดว่าเขาจะมาหัวเราะเยาะมิน เขาได้หากับข้าวหุงข้าวหุงปลา หาเงินทำให้มินมีความสุขเหมือนตอนนี้ได้หรือเปล่า คนที่

  • พันธะร้ายรักเมียเก็บ   บทที่ 42

    โคร้ม!!"คุณ!!!" วินาทีแรกที่ภาพเขากำลังหล่นร่วงจากต้นไม้ฉายเข้ามาในแววตา โสตประสาทการรับรู้ของมินตราเธอก็รีบลุกขึ้นพรวดพราดเข้าไปประคองเขาอย่างอัตโนมัติราวกับหัวใจกดรีโมทคอนโทรลสั่งมาเสียกระนั้น"โอ๊ย!! ผมเจ็บมากเลยครับมิน" ใจหนึ่งก็เจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งเรือนร่างจริงๆ นั่นแหละ แต่ก็อาจใส่จริตใส่มารยาสาไถของเพศหญิงที่มักจะชอบใช้กับพวกผู้ชายด้วยหน่อยเพื่อออดอ้อนออเซาะเรียกร้องความเห็นใจจะได้อยู่ใกล้ชิดกับมินตรามากยิ่งๆ ขึ้นไปอีก"เจ็บมากไหม" สีหน้าของหญิงสาวดูเป็นกังวลและแสดงออกถึงความห่วงใยอย่างเห็นได้ชัดเจนแจ่มแจ้งจนรู้สึกว่ามันค่อนข้างตรงข้ามกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอเคยพยายามปฏิเสธเขาสารพัด ทว่าแท้จริงแล้วในใจไม่ได้คิดหรือไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นเลยด้วยซ้ำ "เจ็บมากเลยครับ..." ชายหนุ่มซบลงบนเนินหน้าอกของมินตราแล้วโอบกอดเรือนร่างเธอเอาไว้ "กล้าไปเอารถออกแล้วก็ช่วยตามคนงานมาซัก 2-3 คนด้วย ฉันจะพาคุณภาคินไปโรงพยาบาล" "ครับ""มินเป็นห่วงผมเหรอครับ ดีใจจังเลยมีคนเป็นห่วงด้วย" เขาแอบยิ้มเล็กยิ้มน้อย"อย่าสำคัญตัวเองผิดไปหน่อยเลย ฉันไม่ได้เป็นห่วงเป็นใยอะไรคุณสักนิด แต่ที่ฉันทำลงไปทั้งหมดก็เพร

  • พันธะร้ายรักเมียเก็บ   บทที่ 41

    รุ่งเช้าวันถัดมา...ยามนี้พระอาทิตย์ทอแสงจ้าสว่างไสวมีสายลมพัดปลิวให้ความร่มเย็นใต้โคนต้นทุเรียนหมอนทองของจังหวัดจันทบุรี ซ้ำเห็นคนงานชาวสวนทั้งลูกเด็กเล็กแดง เพศสตรีและเพศบุรุษมาทำงานกันอย่างขะมักเขม้นไม่ให้แคล้วคลาดหรือเสียเวลาสักนาทีเดียว...ภาคินยังคงลุกขึ้นทำอาหารตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อคอยเอาอกเอาใจดูแลปรนนิบัติพัดวีมินตราและเจ้าตัวเล็กที่กำลังต้องการสารอาหารอย่างครบถ้วนอยู่ในครรภ์...เขาแทบจะกลายเป็นลูกเขย กลายเป็นคนรับใช้และกลายเป็นแม่ครัวคนหนึ่งของบ้านหลังนี้ไปเสียแล้ว ทั้งๆ ที่ปกติไม่เคยแม้กระทั่งเหยียบย่างเข้ามาในห้องสี่เหลี่ยมแล้วลงมือหั่นผัก หั่นหมู หั่นเนื้อ หั่นไก่ด้วยตนเองสักครั้ง"ข้าวต้มไก่ไข่พร้อมกับตับครับ อาหารพวกนี้จะช่วยบำรุงมินและลูกให้แข็งแรง" "เอาวางไว้ตรงนั้นแหละ มีธุระอะไรทำก็ไปทำเสีย อย่ามายืนหัวโด่เกะกะรกหูรกตาอยู่ตรงนี้ สุขภาพทัศนวิสัยการมองเห็นฉันจะเสียเอาเปล่าๆ" แม้นพูดจาถากถางน้ำใจแต่ก็ไม่กล้าสบหน้ากับเขาเพราะกลัวใจตัวเองหวั่นไหวจึงจำเป็นต้องเบี่ยงเบนศีรษะเอนเอียงไปทางอื่นหลบหลีกให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้"ครับ" ภาคินทำได้เพียงกล้ำกลืนฝืนทนยอมรับกับชะตา

  • พันธะร้ายรักเมียเก็บ   บทที่ 40

    ภาคินไม่รู้จะทำเช่นไรจึงนำอาหารที่ตนเองปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้ววางไว้ด้านหน้าห้องพร้อมกับเขียนโปสการ์ดบนกระดาษโพสอิทแผ่นเล็กๆ ไว้ว่า'กินข้าวเย็นเยอะๆ นะครับ สุขภาพร่างกายจะได้แข็งแรง ผมไม่ได้เป็นห่วงแค่ลูกแต่ผมเป็นห่วงมินด้วย' แต่ก็ไม่รู้เลยว่าเธอจะกินหรือเอาไปเททิ้งให้หมา...มินตราใจแข็งชะมัดยาก หากตามงอนง้อขอคืนดีเห็นทีคงใช้เวลานานพอสมควร ถ้าเป็นเช่นนั้นเขาคงต้องรีบเร่งรวบรัดจับหัวจับท้ายกินกลางตลอดตัว ไม่ให้ดิ้นหลุดด้วยวิธีการของตนเอง!บรรยากาศแห่งค่ำคืนนี้ค่อนข้างเงียบสงัดได้ยินเพียงเสียงจั๊กจั่นเรไรร้องแซ่ซ้องก้องกังวาลเมื่ออาศัยช่วงจังหวะดีแท้แลแล้วว่ามิมีผู้ใดพลุกพล่าน ภาคินลุกย่องออกจากเต็นท์ซึ่งกางอยู่บริเวณชานระเบียงหน้าบ้านค่อยๆ ย่องเลียบผ่านด้านข้าง ก่อนใช้ราวบันไดที่ตนเองเสาะเล็งเอาไว้พาดลงบนระเบียงด้านบนตรงกับห้องของมินตรา ชายหนุ่มรูปร่างแกร่งกำยำก้าวขาฉับ ส่วนสองมือนั้นไซร้กำลังจับราวบันไดปีนป่ายขึ้นไปคล้ายกับพวกโจร 500 อย่างมุ่งมั่นและมีจิตใจแน่วแน่ในการกระทำเรื่องสิ้นคิดเช่นนี้... มินตราคงชะล่าใจ บวกกับนี่เป็นชนบทแถวจังหวัดจันทบุรีเหตุไม่ค่อยพลุกพล่าน ชาวบ้านส่วนใหญ่

  • พันธะร้ายรักเมียเก็บ   บทที่ 39

    บทที่ 39 ไม่เคยลืมได้ วัยรุ่นสมัยนี้ช่างเอาอกเอาใจยากเสียเหลือเกิน ปากพูดอย่างแต่ใจคิดอีกอย่างจนทำให้สับสน ปวดหมอง"อันนี้แม่ขอพูดในความรู้สึกของแม่ แม่ไม่รู้หรอกลูกว่าหนูไปเจออะไรมาบ้าง ว่าหนูต้องพบเจอกับความเจ็บปวดและอึดอัดมากแค่ไหนในสถานะที่หนูกำลังเป็นอยู่ และแม่ก็คิดว่าเมื่อครู่หนูเองก็คงจ

  • พันธะร้ายรักเมียเก็บ   บทที่ 38

    คุณกลิ่นแก้วที่ยืนมองสถานการณ์เมื่อครู่อยู่แถบชานหน้าต่างเริ่มจับต้นชนปลายแล้วประติดประต่อเรื่องราวที่หล่อนสงสัยได้อย่างลงตัวดังกร็อก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีความสัตย์จริงมากน้อยอยู่สักกี่เปอร์เซ็นต์ ทว่ามันแสดงให้เห็นว่าระหว่างมินตราและคุณภาคินจะต้องมีอะไรนอกเหนือมากกว่าสถานะเจ้านายลูกน้องในบริษัททั่ว

  • พันธะร้ายรักเมียเก็บ   บทที่ 35

    รุ่งเช้าวันถัดมาภาคินได้รับพิกัดจากหมายเลขโทรศัพท์ของคุณกลิ่นแก้วที่ส่งตรงโดยนักสืบชื่อดังซึ่งค่อนข้างมีชื่อเสียงเอิกเกริกเป็นที่นิยม...เขาไม่รอช้าเก็บข้าวเก็บของเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมที่ตนเองเช่าเอาไว้แล้วขับรถสปอร์ตคันหรูมุ่งหน้าสู่สวนทุเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรีโดยอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองหลาย

  • พันธะร้ายรักเมียเก็บ   บทที่ 34

    "คุณภาคินปวดเมื่อยตรงไหนบอกมินได้เลยนะคะเดี๋ยวมินจะนวดให้" มินตราพูดด้วยน้ำเสียงค่อยๆเนิบช้าตามสไตล์ผู้หญิงอ่อนหวานเฉกเช่นทุกๆครั้ง "มินนวดเป็นด้วยเหรอ ผมไม่ยักจะรู้เลย นี่ถ้าเกิดทำงูๆปลาๆแล้วเส้นผมพลิกคอเคล็ดพิกลพิการขึ้นมา มินรับผิดชอบไหวเหรอ หึ" ภาคินปลายตามองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่เชื่อ ว่าคนพั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status