LOGINเมื่อได้โต๊ะแล้วนั้น ทั้งสองสาวก็นั่งประจำที่ มือเรียวหยิบไวน์ขึ้นมาจิบไปพลางๆ ขณะที่สายตาฉันกวาดไปยังบริเวณของร้าน
“หูยแก ไม่แปลกใจเลยทำไม่พวกพี่เขม ชอบมาที่นี่ ผู้คืองานดีเวอร์วังมาก” ยัยมาเบลมาถึงนางก็เอ่ยชม นักท่องราตรีไม่หยุดปาก
“คืนนี้ต้องได้แลกไลน์ สักคนนะ” ทว่าขณะที่สองสาวนั่งจิบไวน์ ชนแก้วกันไปสักพักใหญ่ๆ เสื้อเชิตสีดำ กางเกงสีเทาที่เดินเข้ามา ในผับนั้น
“โอ้...ยัยเบล แกดูคนนั้นเสื้อเชิ้ตสีดำ กางเกงสีเทา ที่กำลังเดินมาทางโต๊ะเรา โอ้...นี้คนหรือพระเจ้า” เรนิสที่สะดุดตากับหนุ่มหล่อร่างสูงที่เดินผ่านมายังโต๊ะของตน ดวงตาเรียวสวยถึงกับจ้องมองอย่างไม่ละสายตา
“ก็นี้แหละ ที่ฉันชวนแกมา แกรู้ไหมว่าเขาคนนั่นคือใคร” คนถูกถามส่ายหัว
“คาร์เรน อาจารย์คาร์เรน เจ้าของผับที่นี่ยังไงละ หล่อมากหลัวทรงแด๊ดดี้ขา” มาเบลเอ่ยมาเช่นนั้น เรนิสถึงกับตาลุกวาว
“ฉันไม่อยากมาเที่ยว แต่อยากเป็นเมียเจ้าของผับ” เรนิสเอ่ยด้วยสายตาเป็นประกาย เมื่อเจอหนุ่มหล่อโดนใจ อย่างคาร์เรน
“อย่าบอกนะ เขาคือคนที่แกเคยบอกฉัน สอนมหาลัยSDN หนะ”
“แน่นอน...” มาเบลหันมายักไหล่ พร้อมระบายยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กับเพื่อนสนิท อย่าว่าแต่ยัยเรนิส หลงเสน่ห์พี่คาร์เรนเลย ฉันก็หลงนะ หล่อจึ้งงานดี หล่อแบบไม่มีที่ติ แถมเป็นอาจารย์อีกด้วย หล่อดุดันไม่เกรงใจหัวใจน้อยๆของสาวๆ ที่เป็นลูกค้าของที่นี่เลย
“โอ้ย...หล่อมาก อยากได้ค่ะ หนูชอบพี่คาร์เรน” คนบ้าอะไร เจอครั้งแรกฉันก็ คลิ๊กเลย เรนิสได้แต่นั่งยิ้มหวาน สายตาจับจ้องไปยัง คาร์เรน อาจารย์หนุ่มพวงตำแหน่งเป็นนักธุรกิจหนุ่มชื่อดัง ยัยมาเบลได้ข้อมูลมาแบบนี้นะ
ทว่าขณะที่มือเรียวหยิบแก้วไวน์ ขึ้นมาจิบนั้น
“มาสองคน เหรอครับ” จู่ๆ กับมีผู้ชายร่างสูง ใบหน้าคมเข้มเดินเข้ามานั่งโต๊ะกับพวกเรา
!! เคล้ง...!! เขายกแก้วขึ้นมาชนกับแก้วที่ฉันพึ่งวางไว้ ฉันพยักหน้า
“ชื่อไรครับ...” เขาถามพร้อมกับส่งยิ้มให้ฉัน
“เรนิส ค่ะ...”
“เรนิส มาที่นี่บ่อยไหม ครับ” หนุ่มหน้าตี๋ ถาม
“พึ่งมาที่นี่ครั้งแรกค่ะ”
“ถ้าไม่เป็นการรบกวน คุณเรนิส จนมากเกินไป รบกวนดื่มกับผมได้ไหมครับ ผมชื่อ เตโชครับ เป็นลูกค้า วีไอพี ของที่นี่”
“คุณคงมาที่นี่บ่อยสินะ” เขาพยักหน้าและยิ้มให้เธอ
!!เคล้ง...!! แก้วทั้งสองใบชนเข้าหากัน
“ยินดีที่ได้รู้จัก เช่นกันค่ะ” ทว่าขณะที่เรนิสยกแก้ว ไวน์ในมือขึ้นมาจิบไปพรางๆ นั้น
!! อึก...!! สายตากับสะดุดเข้ากับร่างสูงของใคร บางคน
!! แค๊ก...!! เรนิสที่เห็นเช่นนั้น ร่างบางที่กำลังจิบไวน์ในมือถึงกับสำลัก ไวน์สีออกจากปากเลอะใส่โต๊ะ ดีที่มันไม่พุ่งใส่หน้าคุณเตโช
“คุณเรนิส เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” เตโช ตามด้วยสีหน้าเป็นห่วง อีกนิดไวน์ในปากเธอจะพุ่งใส่หน้าเขาแล้ว เรนิสรู้สึกอายเตโชมาก แต่จะให้นั่งดื่มกับเขาต่อก็คงไม่ได้เหมือนกัน มือเรียวหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายบ่าด้วยท่าทีเร่งร้อน ฉันบอกป๊ะป๋ากับคุณแม่แค่มาทานข้าวยังไงละ
‘แล้วทำไม ฉันต้องมาเจอพี่ฟรอรส์ที่นี่ด้วย เนี่ย’ วันก่อนก็พี่ไทม์ วันนี้ก็พี่ฟรอสต์ อยากจะบ้าตาย
ใครจะนั่งที่นี่ต่อละ งานเข้าแล้วฉัน เรนิสสาวเท้าเดินออกจากโต๊ะด้วยท่าทีรีบร้อน กลัวพี่ชายจะจับได้
“ยัยเรย์ นั้นแกจะไปไหน” มาเบลที่กลับมาจากห้องน้ำ เห็นท่าทีของเรนิสและหนุ่มตี๋หน้าหล่อนั่นถึงกับงงงวย
“ฉันจะเข้าห้องน้ำน่ะ” เอ่ยจบเรนิสก็สาวเท้าไปยังสถานที่ปลอดภัย ทันทีที่คิดว่าจะหลบสายตาพี่ชายของเธอได้ แต่นั้นก็แอบขัดใจไม่น้อย
“พี่ฟรอสต์นะพี่ฟรอสต์ ผับอื่นไม่มีให้เที่ยวหรือไง” เรนิสสาวเท้าไปยังห้องน้ำ ด้วยท่าทีเร่งรีบ กลัวว่าพี่ชายนั้นจะเห็นเสียก่อน
ทว่าขณะที่เรนิสทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วนั้น ฉันไม่รู้ว่าจะไปหลบพี่ฟรอสต์ได้ที่ไหนบ้าง ฉันเดินออกมาจากห้องน้ำ ทว่าพี่ฟรอสต์ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะ พระเจ้าช่วยกล้วยทอดไม่พอเขายังนั่งร่วมโต๊ะเดียวกับ สุดหล่อของฉันอีก พี่คาร์เรนสุดหล่อ อยากจะกรี๊ดดูเหมือนพวกเขาสองคนจะรู้จักและสนิทกัน
เอาไงดีฉัน จะกลับโต๊ะตอนนี้ก็ไม่ได้เสียด้วยสิ เมื่อเป็นเช่นนั้น ฉันจึงไลน์บอกยัยมาเบล ให้นางจับตาดูพี่ชายฉันให้ดี เรนิสที่ยืนหลบทางเดินห้องน้ำ ไม่ไหวส้นสูง 4 นิ้วตอนนี้ฉันรู้สึกเมื่อยขามาก
เรนิสมองหาที่นั่งเพราะรู้สึกยืนต่อไม่ไหวแล้ว ทว่าสายตากับสะดุดเข้ากับบันไดไปยังชั้น 3 เมื่อเห็นเช่นนั้นเรนิสถามพนักงานทันที
“พี่คะ ชั้น 3 เป็นโซนอะไรเหรอคะ คือฉันมาที่นี่เป็นครั้งแรกน่ะค่ะ”
“ห้องพัก และห้องนั่งเล่นค่ะ สปาและนวด ห้องพักผ่อนค่ะ”
“ขึ้นไปได้ใช่ไหมคะ หรือต้องจองก่อน” เรนิสถาม
“คุณลูกค้าไปใช่บริการได้เลยค่ะ ไม่มีค่าชาร์จเพิ่ม โซนชั้นบนมีไว้สำหรับบริการลูกค้าที่ร้านอยู่แล้วค่ะ จะมีพนักงานคอยบริการที่ชั้นบนนะคะ” ว้าว น่าสนแฮ่ะ มีสปาและที่สำคัญมีบริการนวดด้วย
ทว่าขณะที่ร่างบางมาถึงชั้น 3 แล้วเดินผ่านประตูมาแล้วนั้น เรนิสเดินสำรวจ ทว่ากับไม่เจอห้องสปา มีเพียงห้องนอนที่เป็นห้องพักสำหรับลูกค้าที่ดื่มหนักกลับไม่ไหว เมาก็ค้างที่นี่ได้เลย
“ว้าว...หรูมาก” ร่างบางเดินสำรวจไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเห็นคำว่า สำหรับผู้หาร
ผับหรูหราใหญ่โตขนาดนี้ ห้องผู้บริหารจะใหญ่หรูหรามากแค่ไหนกันเชียว ด้วยความอยากรู้อยากเห็นนั้น เรนิสเดินมาจนกระทั่งถึงห้องๆ หนึ่งเป็นที่สดุดตามาก
“อ่าส์...เบาๆ สิคะ” เสียงอะไร มีคนอยู่ด้วยเหรอ เมื่อเห็นประตูแง้มไว้นั้น ขณะที่เรนิสกำลังจะเดินผ่าน
“พี่มาคัส ขา...เบาๆ สิคะ”
“อ่าส์...เรยา เสียวค่ะ หือ ไม่ไหวแล้ว” มาคัส อือชื่อนี้คุ้นๆแฮ่ะ...ด้วยความอยากใส่ใจ มือเรียวแง้มประตูที่ปิดไม่สนิท ดวงตากลมเล็กแทบจะถลนออกจากเบ้าเมื่อภาพที่เห็นนั้น ชายหญิงคู่หนึ่งกำลังร่วมรักเข้าด้ายเข้าเข็มกัน ทว่าชื่อก็คุ้นมากแล้ว
!! ว้า...!! รอยสักที่ปรากฏข้างเอวนั้น เหมือนฉันเคยเห็นที่ไหน คุ้นมากนะ
!! ติ้งติ่งติ้งติ้งติ้ง...!! เสียงโทรศัพท์ของเรนิสที่ดังขึ้นมาได้เวลาพอดิบพอดีนั้น ทำเอาคนที่กำลังรูดกางเกงลงนั้น ไม่ทันจะได้สอดเข้ากับต้องชะงัก มาคัสหันควับไปยังประตู ทว่ากับสะดุดเข้ากับแผ่นหลังบางที่กำลังจะหนีตน
!! ใคร...ฉันถามว่าใคร” เสียงเข้มอันคุ้นหูถามมานั้น เรนิสยัยมาเบลที่โทรมาได้จังหวังนรกพอดิบพอดี ร่างบางหันหลัง ทว่าจะวิ่งก็ไม่ได้ กลัวว่าเสียงร้องเท้าจะดังจนถูกจับได้
“เหมี่ยว เหมี่ยว” ไม่แน่ใจว่าผับหรูแบบนี้เลี้ยงแมวไหม แต่ก็นั้นแหละ
เรยาที่ถูกรุ่นพี่อย่างมาคัส จับเปลือยเปล่าทั้งตัวนั้น เขาผละออกจากเธออย่างเสียดายนั้น
“ใครคะ..”
“ใคร...ฉันถามว่าใคร” มาคัสดึงกางเกงขึ้นสวมอย่างลวกๆ พร้อมกับรีบสาวเท้าตามไป ทว่าสายตากับสะดุดเข้ากับแผ่นหลังอันคุ้นตาที่วิ่งไปยังบันไดหนีไฟของร้าน พวงกุญแจสีเทารูปตุ๊กตาตัวนี้ที่ห้อยกระเป๋าใบนั้น เขารู้สึกคุ้นมากเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน
มาคัสจากที่กำลังจะปลดปล่อย ทว่าเขากับหมดอารมณ์เสียดื้อๆ เมื่อถูกขัดจังหวะเข้าด้ายเข้าเข็ม
“พี่มาคัส ต่อไหมค่ะ...”
“ไม่ วันนี้พอแค่นี้ ฉันหมดอารมณ์” มาคัสเดินมาหยิบเสื้อเชิ้ตสีดำขึ้นมาสวมจากนั้นก็สาวเท้าตาม บุคคลต้องสงสัยทันที เขาเห็นเธอลงไปยังทางบันไดหนีไฟ ดูเหมือนว่าจะติดกับเสียแล้วละ
มาคัสเดินออกจากห้อง เขาอยากเห็นหน้าคนนั้นนัก จะใช่คนที่ผมกำลังคิดอยู่หรือเปล่า
~ 5 ปีต่อมา ~ด้านเรนิสหลังจากที่ฉันตกลงปลงใจแต่งงานกับผู้ชายที่ฉันรักหนึ่งในใจฉันตั้งแต่ยังเด็ก จนกระทั่งตอนนี้พี่มาคัสก็ยังคงเป็นที่ 1 ในใจของฉัน เขารองจากป๊ะป๋าเลยหลังจากนั้นไม่นานนักก็ตั้งท้อง และได้ให้กำเนิดน้องแม็กซ์เวลลูกชายสุดรักของฉัน ที่ตอนนี้อายุได้ 4 ขวบแล้ว ส่วนลูกสาวพอแม็กซ์เวลได้ขวบเศษๆ ฉันได้ให้กำเนิดน้องมิลล่า ที่ตอนนี้ฉันและพี่มาคัสเรามีโซ่ทองคล้องใจถึงสองคน หน้าตาน่ารักน่าชังเข้ามาเติมเต็ม ให้ครอบครัวของเรามีสีสันบันเทิงมากขึ้นลูกชายที่หน้าตาถอดแบบมาจากฉันมากกว่าพี่มาคัส ส่วนลูกสาวน้องมิลล่า หน้าถอดแบบมาจากพี่มาคัส มากกว่าฉัน งานนี้ไม่มีใครน้อยอกน้อยใจนะคะ ถือว่าเราเสมอกันลูกชายหน้าเหมือนแม่ได้ค่ะ แต่นิสัยอย่าเหมือนพ่อนะคะคุณแม่ขอร้อง ฉันมักพูดคำนี้กับลูกๆเสมอและวันนี้ก็เป็นช่วงที่ลูกชายคนโตน้องแม็กซ์เวลปิดเทอม ฉันและพี่มาคัสมีแพลนพาครอบครัวของเราไปตะลุยหิมะที่ญี่ปุ่น เราแพลนกันไว้ตั้งแต่ช่วงกลางปี และช่วงนี้เป็นช่วงปลายปี เหมาะกับพาลูกๆและสามีสุดที่รักไปพักผ่อนทว่าขณะที่ฉันเก็บกระเป๋าให้สองหนุ่มเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น ที่เหลือก็ของสองสาว น้องมิลล่าและคุณแม่คนสว
งานแต่งฉันและพี่มาคัสถูกจัดขึ้นที่บ้านของฉันเอง ซึ่งเราจัดกันในสวนที่เต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวและดอกไม้สีขาวนานาชนิด ประดับประดาภายในสวนหย่อมอันร่มรื่น ที่เราเลือกจัดที่บ้านเนื่องจากฉันชอบธรรมชาติมากกว่าบรรยากาศในโรงแรม และร้านอาหาร ยอมรับว่าออแกไนซ์เนรมิตรให้สวนหย่อมที่บ้าน จัดออกมาได้สวยงาม ราวกับว่าตอนนี้ฉันจัดงานที่เขาใหญ่ฟีลนั้นเลยใบหน้าสวยเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข ฉันที่รอเวลานี้มานานแสนนาน ในที่สุดวันที่รอคอยก็มาถึง เรนิสในชุดเจ้าสาวบนศีรษะสวมทับด้วยเฟอร์สีขาว มือเรียวถือช่อดอกไม้ เดินเคียงคู่มากับเจ้าบ่าวในชุดสูททักซิโด้สีขาวปกสีดำ วันนี้ไม่ใช่แค่เธอคนเดียวที่มีความสุข ทว่าคนในครอบครัว คนรอบข้างของฉันก็เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขเช่นกันฉันเดินเคียงคู่มากับเจ้าบ่าวทางเดินสองข้างทางเต็มไปด้วยดอกไม้ และเพื่อนสนิทของเจ้าบ่าวเจ้าสาว ฉันเดินมาจนกระทั่งถึงทางข้างหน้า จนกระทั่งถึงช่วงเวลาสำคัญที่สาวโสดทั้งหลายกำลังรอคอย“โยนเลย โยนเลย” เสียงโห่แซวจากกลุ่มเพื่อนๆของฉัน โดยเฉพาะยัยมาเบลที่ยืนรอรับช่อดอกไม้จากฉัน แต่โชคจะเข้าข้างนางไหม อันนี้ต้องลุ้น“1 2 3” ฉันสบตากับเจ้าบ่าว
~ สัปดาห์ต่อมา ~ ด้านเรนิสหลังจากที่ฉันถูกว่าที่สามีอย่างพี่มาคัสเซอร์ไพรส์ ขอแต่งงานในวันรับปริญญา ขณะที่ฉันไม่ทันเตรียมตัวเตรียมใจเป็นเจ้าสาว ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันกะทันหันมาก โดยคนในครอบครัวฉัน ทั้งป๊ะป๋า คุณแม่ คุณย่า ทุกคนเห็นดีเห็นงามกับพี่มาคัสไปหมด พี่มาคัสเข้าออกบ้านฉัน ขยันสรรหายาบำรุงมาให้คุณย่า จนตอนนี้เขากลายเป็นหลานเขยสุดที่รักของคุณย่า แซงหน้าฉันกับพี่ฟรอสต์ไปเสียแล้วและวันนี้ก็เป็นอีกวัน ร่างบางในชุดเดรสสีขาวเกาะอกสั้นเหนือเข่าเพียงไม่กี่คืบ ใบหน้าสวยถูกแต่งแต้มเครื่องสำอางแบรนด์ยี่ห้อดัง จากช่างแต่งหน้าคิวทอง เนรมิตรให้ใบหน้าสวยหวาน แปรเปลี่ยนเป็นหวานซ่อนเปรี้ยวเซ็กซี่ดูมีมิติ น่าค้นหาเนื่องจากวันนี้เป็นงานปาร์ตี้สละโสดของฉัน และสถานที่จัดงานครั้งนี้ ฉันเลือกเป็นผับของว่าที่สามีของฉันนั้นเอง และไม่ใช่แค่งานปาร์ตี้สละโสดอย่างเดียวนะ แต่รวมถึงงานฉลองรับปริญญาย้อนหลังของฉันด้วย“งานนี้ไม่ใหญ่แน่นะวิ” ยัยมาเบล แดนซ์สบัดไม่ห่วงสวยถาม ขณะที่เพื่อนๆร่วมคณะหลายร้อยชีวิต กำลังจะสนุกสนานกับงานปาร์ตี้ของฉัน“แค่นี้ไม่ใหญ่หรอกมึง ถ้าใหญ่แขกต้องนับพันสิ นี้แค่ 200 กว่าๆ จิ๊บๆเอ
“แต่งเลย แต่งเลย แต่งเลย” ฉันมองไปบริเวณโดยรอบๆ ไม่เพียงแค่พี่มาคัสแต่มีพี่หมอภีม พี่ไทม์ พี่ไนท์ ยัยมาเบล เควิน และเพื่อนสนิทของฉันอีกหลายคนที่ยืนล้อมวง ให้กำลังใจคนที่นั่งคุกเข่าในมือมีกล่องแหวนเพชรที่พร้อมสวมให้กับฉัน“แต่งเลย แต่งเลย” เรนิสระบายยิ้ม พร้อมกับหลั่งน้ำตาไหลอย่างกลั้นไม่อยู่ ฉันเหลือบมองไปยังป๊ะป๋าและคุณแม่ แม่ฉันถึงกับยิ้มไม่หุบ“ค่ะ เรย์จะแต่งงานกับพี่มาคัส” จากนั้นมือหนาก็บรรจงสวมแหวนให้กับฉัน ท่ามกลางรอยยิ้มของคนในครอบครัว พี่ๆน้องๆผองเพื่อนคนสนิท“ไหนบอกไปต่างประเทศไงคะ”“หลอกเด็กแถวนี้ ให้ตายใจไปงั้นแหละ” จากนั้นพี่มาคัสก็ดึงฉันเข้าไปสวมกอด ฉันเองก็ไม่คิดปฏิเสธ“ขอบคุณที่รักเรย์นะคะ” ฉันหันไปยิ้มหวานให้กับพี่มาคัส ภาพที่เขาขอฉันแต่งงานไม่เคยมีในหัว แต่ตอนนี้กับเป็นไปแล้ว เมื่อสถานการณ์ตรงหน้าเริ่มสงบลง“คุยกันหน่อยไหม” เสียงเข้มที่ดังมาจากด้านหลังมาคัสถึงกับสะดุ้งเฮือก เมื่อว่าที่พ่อตาขอคุยด้วยเป็นการส่วนตัว“เอาแล้วสิ...” เรนิสเอ่ยกับมาคัส“ได้ครับ คุณพ่อ...” เอ่ยจบ มาคัสก็เดินตามริกออกไป“สู้ๆ นะลูกเขยของแม่” นินิวที่เห็นสีหน้าไม่สู้ดีของว่าที่ลูกเขย ได้แต่ปลอ
หลายเดือนต่อมา ร่างบางในชุดนักศึกษาสวมทับด้วยชุดครุยประจำคณะ ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงวันที่ฉันเรียนจบอย่างเป็นทางการ และเข้ารับปริญญาบัตร โดยมีครอบครัวของฉัน ป๊ะป๋า คุณแม่ คุณย่า และก็ครอบครัวของพี่ฟรอสต์ที่มาร่วมแสดงความยินดีกับบัณฑิตป้ายแดงเรนิสนอกจากฉันจะจบภายใน 3 ปีครึ่งแล้ว ยังสามารถคว้าเกียรตินิยมมาเป็นของขวัญให้กับป๊ะป๋าและคุณแม่ด้วยความภาคภูมิใจ“ยินดีด้วยนะ ยัยตัวแสบ” พอฉันออกจากห้องประชุมมาทุกคนก็อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา“ขอบคุณพี่ฟรอสต์มากนะคะ พี่ชายสุดที่รักของเรย์”“เก่งมากยัยตัวแสบ เก่งกว่าพี่มันอีก” พี่ฟรอสต์ถึงกับยกนิ้วพร้อมกับยื่นช่อเงินช่อหนักๆให้อีก ส่วนพี่ปาลินนั้นไม่ได้มาพี่ฟรอสต์เลยต้องมาคนเดียว“ว้าว...ขอบคุณมากค่ะ” ใบหน้าสวยของเรนิสฉีกยิ้มหวานด้วยความพอใจสุดๆ“ส่วนช่อนี้ ไม่ใช่ของพี่หรอกนะครับ” ฟรอสต์ยื่นช่อดอกไม้ที่เต็มไปด้วยธนบัตรสีเทาหลายสิบใบให้กับเรนิส“ของใครคะ...” เรนิสเหลือบมองซ้ายขวา ทว่ากับไร้เงาของเขา“นี้อย่าบอกนะว่าของ”“ไอ้มาคัส มันบินไปดูงานที่เกาหลีนะ เห็นไอ้ไทม์บอกงานด่วน” รอยยิ้มสดใสเมื่อครู่ถึงกับจางหายไป“นี้เรย์คิดว่าเขาพูดเล่น เขาไม่มาจริงเห
“หึ...อ่าส์” เรนิสหลุดปากด้วยความเสียวปนทรมานด้านมาคัสเองก็รู้สึกไม่ต่าง คนตัวโตเคลื่อนอาวุธหนักประจำกายเสียดสีเข้าๆ ออกๆ ไปตามจังหวะอารมณ์!! ฟู่...อ่าส์ เสียว ซี๊ด !! มาคัสกัดปากด้วยความเสียวทรมาน โดยเฉพาะส่วนหัวเห็ด ถึงขนาดของเขาจะใหญ่เกินมาตรฐานชายไทย แต่กับเรนิสใหญ่แค่ไหนของผมก็ยังเล็กกว่าร่องฟิตๆแน่นๆ ของเธออยู่ดี“ซี๊ด...แน่นมาก ยัยตัวแสบของพี่”!! ผับ ผับ !!“แน่น แล้วรักไหมคะ” เธอถามเขาเสียงอ่อย“อ่าส์...นี้เมา ใช่ไหมครับ” ปกติ ถ้าไม่เมา ใช่ว่า เรนิสเธอจะกล้าถามผมแบบนี้ วันนั้นยังเอาแต่ไล่ผมอยู่เลย พอถูกยัยเด็กแสบถามเช่นนี้ มึนชิบหาย ชักไม่แน่ใจแล้วสิ นี้เรนิสเมาหรือผมกันที่เมา แต่วันนี้ผมดื่มไม่เยอะนะครับ ไม่น่าจะเมานะ“รักสิ ไม่รักเธอ จะให้รักหมารักแมวที่ไหน อ่าส์..ซี๊ด” ยิ่งตอกเข้าหนักๆ ร่องเสียวสยิวของเรนิสกับยิ่งรัดผมแน่น ปวดแน่นไปทั้งแท่ง“รัก เรย์คนเดียว ได้ปะ...” ร่างบางถาม ขณะที่คนพี่ดันแท่งร้อนเข้าใส่อย่างหนักหน่วง“รักมาตั้งนานแล้ว ยังไม่รู้อีกเหรอ”“ไม่...” เรนิสส่ายหัว ขณะที่ริมฝีปากของเธอกัดด้วยความเสียวซ่านทรมาน มือเรียวลูบไล้บริเวณหน้าอกของคนตัวโต จากนั้นก็ใช







