เข้าสู่ระบบเรนิสที่สาวเท้าลงบันไดหนีไฟจากชั้น 3 ลงมายังชั้นหนึ่งด้วยท่าทีเร่งรีบ แทบกระโดดลงมานั้น
!! ตึก ตึก !! ร่างบางพยายามผลักประตูเพื่อเปิดออก ทว่ากับเปิดไม่ได้ หึ...นี้อย่าบอกนะ ว่าประตูหนีไฟใช้งานไม่ได้ ถ้าให้ฉันเดินกลับทางเดิมคงไม่ได้ ต้องเจอเขาแน่ๆ เรนิสมองไปด้านหลัง โล่งใจที่มาคัสไม่ตามเธอมา
“ใช่สิเขาไม่เห็นหน้าฉันนีน่า”
!!ตึก ตึก!! เอาไงดี
“ช่วยด้วยค่ะ มีใครอยู่ข้างนอกบ้าง ฉันเปิดประตูไม่ได้” เรนิสพยายามตะโกนออกไป เมื่อไม่มีใครช่วยได้ เธอจึงโทรหามาเบล ให้พนักงานมาเปิดประตูให้
ด้านมาเบลที่มาแจ้งกับทางพนักงานของร้าน
“พี่คะ ช่วยด้วยค่ะ เพื่อนหนูติดอยู่ประตูหนีไฟ” มาเบลแจ้งพนักงาน ไม่นานก็ได้คำตอบ
ทว่าขณะที่มาเบลและพนักงานของร้านกำลังจะเปิดประตูช่วยเรนิสนั้น
“ไอ้วัน มึงมีหน้าที่อะไรก็ไปทำไป เดี๋ยวทางนี้กูเปิดเอง” เสียงเข้มที่ดังมาจากด้านหลัง วันชายหนุ่มพนักงานของร้าน และมาเบลถึงกับสะดุ้ง ผู้ชายเสื้อสีดำที่ยืนข้างฉันตอนนี้ ใช่ไหม พี่ที่เขาแข่งรถชนะในวันนั้น พระเจ้าพอมองใกล้ๆ ในระยะสายตา เบ้าหน้าฟ้าประทาน หล่อจึ้งมาก หล่อจนฉันจะเป็นลม หล่อเหมือนลอยมา วูบลงตรงนี้ ไปเลยฉัน
“ครับ ลูกพี่...” มาคัสเดินไปเปิดประตู
“เพื่อนฉัน ติดอยู่ที่นี่นะคะ” มาเบลเอ่ยเสียงหวานกับมาคัส เขาเพียงพยักหน้าให้เธอเท่านั้น
!! พรึ่บ...!! วินาทีที่ประตูเปิดออกมานั้น เรนิสดวงตากลมสวยแทบถลนออกมาจากเบ้า
“แกเป็นไงบ้าง...” มาเบลถามเรนิส
ด้านเรนิสที่สบตากับมาคัสที่ยืนข้างมาเบล หัวใจดวงเล็กแทบหล่นลงไปกองที่พื้น พี่มาคัส...เป็นเขาจริงๆด้วย เรนิสอ้าปากค้าง ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกจากปากของเธอ ทว่าจากนั้นก็มีชายชุดดำอีก 3 คนเดินเข้ามาสั่งเสียงเข้ม
“เชิญ...” พวกเขาดูน่ากลัวมาก เรนิสเสียวสันหลังวูบ ฉันอยากจะหายตัวออกไปจากตรงนี้ ส่วนคนที่ไม่เข้าใจสถานการณ์อันเคร่งเครียดในตอนนี้ อย่างมาเบลที่ถูกเสน่ห์ความหล่อเหลาของมาคัส ตกเข้าเต็มๆ ที่ถูกมาคัสและลูกน้องเชิญเข้ามาในห้องของเขา มาเบลยิ้มไม่หุบชื่นชมความหล่อเหลาของชายหนุ่มตรงหน้า จนอยากได้หวังครอบครอง
“เพื่อนเธอใช่ไหม...” มาคัสถามเรนิส
“ไปรอเพื่อนคุณที่ห้องนั้น ผมมีเรื่องจะคุยกับเพื่อนของคุณ” เสียงเข้มเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ เรนิสเดินตามมาคัสมาที่ห้องผู้บริหาร
ร่างบางก้มหน้าหนีความผิด มาคัสร่างสูงนั่งเอนหลังบนโซฟาด้วยท่าทีสบาย ขณะที่มือหยิบซองบุหรี่และไฟแช็กจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาจุดไฟ ริมฝีปากหนาพ่นควันบุหรี่ออกจากปากด้วยท่าทีสงบ สบตาคนตรงหน้าเขาพยายาม ปล่อยให้บุหรี่ทำจิตใจเย็นลง
“ไอ้เบียร์ มึงคิดว่ากูควรทำยังไงกับคนที่มันละเลยหน้าที่ดี มึงปล่อยให้เด็ก 18 เข้าผับกูได้ไงวะ ถ้าพ่อมึงลงจะรับผิดชอบผับกูไหวไหม” มาคัสสบถเสียงต่อว่าลูกน้องหัวหน้าการ์ดทั้งสามหนุ่ม ด้วยท่าทีหงุดหงิดหัวเสียสุดๆ
“ห๊ะ...ลูกพี่ว่าไงนะครับ” ทั้งสามหนุ่มชายชุดดำได้แต่มองหน้ากันด้วย ใบหน้าซีดเผือก ‘งานเข้าแล้วสิ’
“18 เหรอ” สามหนุ่มถามเรนิสพร้อมๆ กัน
“ค่ะ เดือนหน้าหนูจะ 19 แล้ว” เรนิสก้มหน้าสำนึกผิด จะ 19 แต่นั้นก็ยังเข้าผับไม่ได้อยู่ดี
“ปัดโธ่ น้องคนสวย ทีหลังอายุไม่ถึงก็อย่าเที่ยวเลยครับ เห็นไหมว่าน้องคนสวย ทำพวกพี่ๆเดือดร้อนไปหมด นี่ไม่ใช่แค่พวกพี่ๆนะครับ ถ้าโชคร้าย ถึงร้ายมาก ตำรวจลงร้าน ตรวจเจอเด็กอายุไม่ถึง ผับอาจจะถูกสั่งปิดได้ พวกพี่มีลูกมีเมีย ที่ต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง โดนไล่ออกจากงาน ไม่ทันตั้งตัว งานสมัยนี้ก็หายากนะครับ จะเอาตังที่ไหนเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง” เบียร์ หัวหน้าการ์ดร่ายยาวมาเช่นนั้น เรนิส ก้มหน้าสำนึกผิดแทบไม่ทัน
“หนูผิดไปแล้ว ขอโทษพวกพี่ๆ การ์ดด้วยนะคะ” เรนิสเอ่ยน้ำเสียงอ่อนลง คนตัวเล็กได้แต่นั่งก้มหน้ายอมรับชะตากรรม ครั้งนี้เธอรู้สึกผิดมากจริงๆ
“คุณหนูเอาแต่ใจ เด็กคิดไม่ได้ อย่างเธอ สำนึกผิดจริง หรือแค่ขอโทษเพียงให้ผ่านๆ ตาฉัน” มาคัสหงุดหงิด หัวเสียกับเรนิสไม่น้อย ที่เรนิสใช้วิธีสกปรกเปลี่ยนบัตรประชาชนคนอื่นเข้าผับตน แถมยังทำเขาพลาดกับสาวสวยดาวเด่นเด็กมอSND อีกด้วย มันน่าจับตีก้นเสียให้เข็ด
“ก็ฉันผิดไปแล้ว ขอโทษละกัน” เรนิสเผลอขึ้นเสียงใส่มาคัส อย่างลืมตัว
“เอาไงดีพวกมึง จับยัยนี้ส่งตำรวจเลยไหม” มาคัสถามเสียงเข้ม เรนิสสะดุ้งเฮือก ไม่ได้นะถ้าที่บ้านรู้ ฉันต้องโดนป๊ะป๋าคุณแม่โกรธแน่ๆ
“เกินไปไหม ฉันแค่แอบเข้าผับเองนะ”
“แค่แอบเหรอ เธอทำคนอื่นเดือดร้อนแล้วยังไม่สำนึกอีก ลูกน้องฉันอีกหลายสิบชีวิต เขามีครอบครัว มีลูกเมียที่ต้องรับผิดชอบเลี้ยงดู ต้องมาเสี่ยงตกงาน เพราะมักง่าย ความเอาแต่ใจ ของเด็กคิดไม่ได้อย่างเธอ” มาคัสตะเบ่งเสียงดังลั่น ต่อว่าเรนิสต่อหน้าลูกน้อง ใบหน้าสวยริมฝีปากแดงเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธจัด เธอจ้องหน้ามาคัสอย่างคับแค้นใจ เดือดปุๆ ขึ้นมา
“ไอ้เบียร์ มึงพายัยเด็กนี้ออกไปจากผับกู แล้วอย่าเสร่อหน้ามาที่นี่ให้ฉันเห็นหน้าอีก” เรนิสโดนเบียร์และชายชุดดำอีกหนึ่งคนหิ้วปีกออกจากผับ
“เรนิส นี้มันอะไรกัน” มาเบลที่ไม่รู้เรื่องอะไรนั้น ก็ถูกการ์ดอีกคนจับออกมาจากผับด้วยเช่นกัน
มาคัสตามลูกน้องออกมาเพื่อมาดูให้แน่ใจว่า ยัยเด็กแก่แดดไม่ได้ใช้เล่ห์มารยาล่อลวงลูกน้องของตน เขาต้องมาให้เห็นกับตาว่าเธอออกจากผับเขาจริง
“อร้าย...นี้ปล่อยฉันนะ ไม่ต้องมาจับ” เรนิสขัดขืนสุดกำลัง
“พวกพี่แค่ทำตามคำสั่งนายครับ ต้องขอโทษคุณลูกค้าด้วยนะครับ”
“จับโยนไปไกลๆ อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก” มาคัส ร่างสูงยืนชี้หน้าเรนิส สั่งลูกน้องการ์ด ขณะที่เธอถูกไล่ออกจากผับอย่างน่าอาย
สองสาวที่แต่งตัวสวยมาผับไม่ถึง 2 ชั่วโมง ทว่ากับถูกลูกน้องของมาคัสจับออกจากผับ ด้วยสภาพสะบักสะบอม
ข้อหาเข้าผับขณะที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์
“ถ้าฉันรู้ว่าที่นี่เป็นผับพี่ ฉันก็ไม่มีทางมาเหยียบหรอก เจ้าของผับเฮงซวย ห่วยแตกสิ้นดี บริการแย่ ต้อนรับลูกค้าอย่างไร้มารยาท ขอให้เจ๊งภายใน 3 วัน 7 วัน” เรนิส ยืนมือเท้าสะเอว ด่ากราดมาคัส พร้อมประกาศศึกกับเขาอย่างไม่เกรงกลัว แต่อย่างใด
มาเบล ได้แต่ยื่นนิ่งตัวแข็งทื่อที่เพื่อนเธอใจกล้าหน้าด้านต่อว่าเจ้าของผับหน้าหล่อ
“มาคัส นายมีอะไรเหรอป่าว” คาร์เรน อีกหนึ่งหุ้นส่วนของที่นี่ถามรุ่นน้อง เมื่อเห็นว่าข้างนอกร้านมีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้น
“แค่เด็กแอบหนีผู้ปกครองเที่ยวผับน่ะครับ ไม่มีอะไรมาก พี่อย่าใส่ใจเลย” มาคัสบอกรุ่นพี่ คาร์เรนพยักหน้า เมื่อเห็นว่ารุ่นน้องจัดการได้ เขาก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ มาคัส ต่อ
“ไอ้คนใจร้าย เอ้ย...” เรนิส ถือกระเป๋าชาแนลใบเฉียด 3 แสน พร้อมสาวเท้าหวังฟาดกระเป๋าใส่มาคัส แต่กับถูก มาเบลวิ่งเข้ามาห้ามเอาไว้เสียก่อน
“พอเถอะแก ฉันกับแกเราก็ผิดจริงนี่น่า ผิดที่เราคิดน้อยไป” เรนิสเจ็บช้ำน้ำใจ แค้นใจมาคัสไม่น้อย ที่ถูกเขาไล่เธอออกจากผับอย่างน่าอับอายขายหน้ามาก
‘เขาทำกับเธอเกินไปไหม’ เรนิสและมาเบลสองสาวเดินออกมาจนกระทั่งถึงหน้าร้านอาหารที่ไม่ไกลจากผับมาคัส
“เอาไงดียัยเรย์ แกไปต่อไหม”
“ไม่อะ ฉันหมดอารมณ์แล้ว” เมื่อเป็นเช่นนั้น สองสาวจึงโทรเรียกคนที่บ้านมารับ
~ 5 ปีต่อมา ~ด้านเรนิสหลังจากที่ฉันตกลงปลงใจแต่งงานกับผู้ชายที่ฉันรักหนึ่งในใจฉันตั้งแต่ยังเด็ก จนกระทั่งตอนนี้พี่มาคัสก็ยังคงเป็นที่ 1 ในใจของฉัน เขารองจากป๊ะป๋าเลยหลังจากนั้นไม่นานนักก็ตั้งท้อง และได้ให้กำเนิดน้องแม็กซ์เวลลูกชายสุดรักของฉัน ที่ตอนนี้อายุได้ 4 ขวบแล้ว ส่วนลูกสาวพอแม็กซ์เวลได้ขวบเศษๆ ฉันได้ให้กำเนิดน้องมิลล่า ที่ตอนนี้ฉันและพี่มาคัสเรามีโซ่ทองคล้องใจถึงสองคน หน้าตาน่ารักน่าชังเข้ามาเติมเต็ม ให้ครอบครัวของเรามีสีสันบันเทิงมากขึ้นลูกชายที่หน้าตาถอดแบบมาจากฉันมากกว่าพี่มาคัส ส่วนลูกสาวน้องมิลล่า หน้าถอดแบบมาจากพี่มาคัส มากกว่าฉัน งานนี้ไม่มีใครน้อยอกน้อยใจนะคะ ถือว่าเราเสมอกันลูกชายหน้าเหมือนแม่ได้ค่ะ แต่นิสัยอย่าเหมือนพ่อนะคะคุณแม่ขอร้อง ฉันมักพูดคำนี้กับลูกๆเสมอและวันนี้ก็เป็นช่วงที่ลูกชายคนโตน้องแม็กซ์เวลปิดเทอม ฉันและพี่มาคัสมีแพลนพาครอบครัวของเราไปตะลุยหิมะที่ญี่ปุ่น เราแพลนกันไว้ตั้งแต่ช่วงกลางปี และช่วงนี้เป็นช่วงปลายปี เหมาะกับพาลูกๆและสามีสุดที่รักไปพักผ่อนทว่าขณะที่ฉันเก็บกระเป๋าให้สองหนุ่มเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น ที่เหลือก็ของสองสาว น้องมิลล่าและคุณแม่คนสว
งานแต่งฉันและพี่มาคัสถูกจัดขึ้นที่บ้านของฉันเอง ซึ่งเราจัดกันในสวนที่เต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวและดอกไม้สีขาวนานาชนิด ประดับประดาภายในสวนหย่อมอันร่มรื่น ที่เราเลือกจัดที่บ้านเนื่องจากฉันชอบธรรมชาติมากกว่าบรรยากาศในโรงแรม และร้านอาหาร ยอมรับว่าออแกไนซ์เนรมิตรให้สวนหย่อมที่บ้าน จัดออกมาได้สวยงาม ราวกับว่าตอนนี้ฉันจัดงานที่เขาใหญ่ฟีลนั้นเลยใบหน้าสวยเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข ฉันที่รอเวลานี้มานานแสนนาน ในที่สุดวันที่รอคอยก็มาถึง เรนิสในชุดเจ้าสาวบนศีรษะสวมทับด้วยเฟอร์สีขาว มือเรียวถือช่อดอกไม้ เดินเคียงคู่มากับเจ้าบ่าวในชุดสูททักซิโด้สีขาวปกสีดำ วันนี้ไม่ใช่แค่เธอคนเดียวที่มีความสุข ทว่าคนในครอบครัว คนรอบข้างของฉันก็เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขเช่นกันฉันเดินเคียงคู่มากับเจ้าบ่าวทางเดินสองข้างทางเต็มไปด้วยดอกไม้ และเพื่อนสนิทของเจ้าบ่าวเจ้าสาว ฉันเดินมาจนกระทั่งถึงทางข้างหน้า จนกระทั่งถึงช่วงเวลาสำคัญที่สาวโสดทั้งหลายกำลังรอคอย“โยนเลย โยนเลย” เสียงโห่แซวจากกลุ่มเพื่อนๆของฉัน โดยเฉพาะยัยมาเบลที่ยืนรอรับช่อดอกไม้จากฉัน แต่โชคจะเข้าข้างนางไหม อันนี้ต้องลุ้น“1 2 3” ฉันสบตากับเจ้าบ่าว
~ สัปดาห์ต่อมา ~ ด้านเรนิสหลังจากที่ฉันถูกว่าที่สามีอย่างพี่มาคัสเซอร์ไพรส์ ขอแต่งงานในวันรับปริญญา ขณะที่ฉันไม่ทันเตรียมตัวเตรียมใจเป็นเจ้าสาว ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันกะทันหันมาก โดยคนในครอบครัวฉัน ทั้งป๊ะป๋า คุณแม่ คุณย่า ทุกคนเห็นดีเห็นงามกับพี่มาคัสไปหมด พี่มาคัสเข้าออกบ้านฉัน ขยันสรรหายาบำรุงมาให้คุณย่า จนตอนนี้เขากลายเป็นหลานเขยสุดที่รักของคุณย่า แซงหน้าฉันกับพี่ฟรอสต์ไปเสียแล้วและวันนี้ก็เป็นอีกวัน ร่างบางในชุดเดรสสีขาวเกาะอกสั้นเหนือเข่าเพียงไม่กี่คืบ ใบหน้าสวยถูกแต่งแต้มเครื่องสำอางแบรนด์ยี่ห้อดัง จากช่างแต่งหน้าคิวทอง เนรมิตรให้ใบหน้าสวยหวาน แปรเปลี่ยนเป็นหวานซ่อนเปรี้ยวเซ็กซี่ดูมีมิติ น่าค้นหาเนื่องจากวันนี้เป็นงานปาร์ตี้สละโสดของฉัน และสถานที่จัดงานครั้งนี้ ฉันเลือกเป็นผับของว่าที่สามีของฉันนั้นเอง และไม่ใช่แค่งานปาร์ตี้สละโสดอย่างเดียวนะ แต่รวมถึงงานฉลองรับปริญญาย้อนหลังของฉันด้วย“งานนี้ไม่ใหญ่แน่นะวิ” ยัยมาเบล แดนซ์สบัดไม่ห่วงสวยถาม ขณะที่เพื่อนๆร่วมคณะหลายร้อยชีวิต กำลังจะสนุกสนานกับงานปาร์ตี้ของฉัน“แค่นี้ไม่ใหญ่หรอกมึง ถ้าใหญ่แขกต้องนับพันสิ นี้แค่ 200 กว่าๆ จิ๊บๆเอ
“แต่งเลย แต่งเลย แต่งเลย” ฉันมองไปบริเวณโดยรอบๆ ไม่เพียงแค่พี่มาคัสแต่มีพี่หมอภีม พี่ไทม์ พี่ไนท์ ยัยมาเบล เควิน และเพื่อนสนิทของฉันอีกหลายคนที่ยืนล้อมวง ให้กำลังใจคนที่นั่งคุกเข่าในมือมีกล่องแหวนเพชรที่พร้อมสวมให้กับฉัน“แต่งเลย แต่งเลย” เรนิสระบายยิ้ม พร้อมกับหลั่งน้ำตาไหลอย่างกลั้นไม่อยู่ ฉันเหลือบมองไปยังป๊ะป๋าและคุณแม่ แม่ฉันถึงกับยิ้มไม่หุบ“ค่ะ เรย์จะแต่งงานกับพี่มาคัส” จากนั้นมือหนาก็บรรจงสวมแหวนให้กับฉัน ท่ามกลางรอยยิ้มของคนในครอบครัว พี่ๆน้องๆผองเพื่อนคนสนิท“ไหนบอกไปต่างประเทศไงคะ”“หลอกเด็กแถวนี้ ให้ตายใจไปงั้นแหละ” จากนั้นพี่มาคัสก็ดึงฉันเข้าไปสวมกอด ฉันเองก็ไม่คิดปฏิเสธ“ขอบคุณที่รักเรย์นะคะ” ฉันหันไปยิ้มหวานให้กับพี่มาคัส ภาพที่เขาขอฉันแต่งงานไม่เคยมีในหัว แต่ตอนนี้กับเป็นไปแล้ว เมื่อสถานการณ์ตรงหน้าเริ่มสงบลง“คุยกันหน่อยไหม” เสียงเข้มที่ดังมาจากด้านหลังมาคัสถึงกับสะดุ้งเฮือก เมื่อว่าที่พ่อตาขอคุยด้วยเป็นการส่วนตัว“เอาแล้วสิ...” เรนิสเอ่ยกับมาคัส“ได้ครับ คุณพ่อ...” เอ่ยจบ มาคัสก็เดินตามริกออกไป“สู้ๆ นะลูกเขยของแม่” นินิวที่เห็นสีหน้าไม่สู้ดีของว่าที่ลูกเขย ได้แต่ปลอ
หลายเดือนต่อมา ร่างบางในชุดนักศึกษาสวมทับด้วยชุดครุยประจำคณะ ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงวันที่ฉันเรียนจบอย่างเป็นทางการ และเข้ารับปริญญาบัตร โดยมีครอบครัวของฉัน ป๊ะป๋า คุณแม่ คุณย่า และก็ครอบครัวของพี่ฟรอสต์ที่มาร่วมแสดงความยินดีกับบัณฑิตป้ายแดงเรนิสนอกจากฉันจะจบภายใน 3 ปีครึ่งแล้ว ยังสามารถคว้าเกียรตินิยมมาเป็นของขวัญให้กับป๊ะป๋าและคุณแม่ด้วยความภาคภูมิใจ“ยินดีด้วยนะ ยัยตัวแสบ” พอฉันออกจากห้องประชุมมาทุกคนก็อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา“ขอบคุณพี่ฟรอสต์มากนะคะ พี่ชายสุดที่รักของเรย์”“เก่งมากยัยตัวแสบ เก่งกว่าพี่มันอีก” พี่ฟรอสต์ถึงกับยกนิ้วพร้อมกับยื่นช่อเงินช่อหนักๆให้อีก ส่วนพี่ปาลินนั้นไม่ได้มาพี่ฟรอสต์เลยต้องมาคนเดียว“ว้าว...ขอบคุณมากค่ะ” ใบหน้าสวยของเรนิสฉีกยิ้มหวานด้วยความพอใจสุดๆ“ส่วนช่อนี้ ไม่ใช่ของพี่หรอกนะครับ” ฟรอสต์ยื่นช่อดอกไม้ที่เต็มไปด้วยธนบัตรสีเทาหลายสิบใบให้กับเรนิส“ของใครคะ...” เรนิสเหลือบมองซ้ายขวา ทว่ากับไร้เงาของเขา“นี้อย่าบอกนะว่าของ”“ไอ้มาคัส มันบินไปดูงานที่เกาหลีนะ เห็นไอ้ไทม์บอกงานด่วน” รอยยิ้มสดใสเมื่อครู่ถึงกับจางหายไป“นี้เรย์คิดว่าเขาพูดเล่น เขาไม่มาจริงเห
“หึ...อ่าส์” เรนิสหลุดปากด้วยความเสียวปนทรมานด้านมาคัสเองก็รู้สึกไม่ต่าง คนตัวโตเคลื่อนอาวุธหนักประจำกายเสียดสีเข้าๆ ออกๆ ไปตามจังหวะอารมณ์!! ฟู่...อ่าส์ เสียว ซี๊ด !! มาคัสกัดปากด้วยความเสียวทรมาน โดยเฉพาะส่วนหัวเห็ด ถึงขนาดของเขาจะใหญ่เกินมาตรฐานชายไทย แต่กับเรนิสใหญ่แค่ไหนของผมก็ยังเล็กกว่าร่องฟิตๆแน่นๆ ของเธออยู่ดี“ซี๊ด...แน่นมาก ยัยตัวแสบของพี่”!! ผับ ผับ !!“แน่น แล้วรักไหมคะ” เธอถามเขาเสียงอ่อย“อ่าส์...นี้เมา ใช่ไหมครับ” ปกติ ถ้าไม่เมา ใช่ว่า เรนิสเธอจะกล้าถามผมแบบนี้ วันนั้นยังเอาแต่ไล่ผมอยู่เลย พอถูกยัยเด็กแสบถามเช่นนี้ มึนชิบหาย ชักไม่แน่ใจแล้วสิ นี้เรนิสเมาหรือผมกันที่เมา แต่วันนี้ผมดื่มไม่เยอะนะครับ ไม่น่าจะเมานะ“รักสิ ไม่รักเธอ จะให้รักหมารักแมวที่ไหน อ่าส์..ซี๊ด” ยิ่งตอกเข้าหนักๆ ร่องเสียวสยิวของเรนิสกับยิ่งรัดผมแน่น ปวดแน่นไปทั้งแท่ง“รัก เรย์คนเดียว ได้ปะ...” ร่างบางถาม ขณะที่คนพี่ดันแท่งร้อนเข้าใส่อย่างหนักหน่วง“รักมาตั้งนานแล้ว ยังไม่รู้อีกเหรอ”“ไม่...” เรนิสส่ายหัว ขณะที่ริมฝีปากของเธอกัดด้วยความเสียวซ่านทรมาน มือเรียวลูบไล้บริเวณหน้าอกของคนตัวโต จากนั้นก็ใช







