INICIAR SESIÓN"รู้ใช่ไหมว่าต้องแต่งงานกับพี่" พี่มังกรเอ่ยถามขึ้น "เอ้า! ก็ที่หมั้นกันเพราะจะแต่งงานกันไงคะ ทำไมจะไม่รู้ล่ะ" "แล้วรู้ใช่ไหมว่าต้องมีเซ็กซ์กับพี่ด้วย" เจอถามตรงๆ ฉันก็สตั้นน่ะสิ แก้มร้อนผ่าวและหัวใจก็เต้นตึกตักจับจังหวะไม่ได้ ใครจะไม่รู้บ้าง แต่งงานกันเพื่อมานอนจับมืออย่างเดียวหรือไง วีนัสคนนี้ก็ไม่ได้ใสซื่อไร้สติขนาดนั้นนะ "วีให้ได้แค่วันละครั้งเท่านั้นค่ะ" เขาหัวเราะแล้วสูดบุหรี่เข้าปอดพ่นควันออกข้างนอกกระจกรถ ไม่รู้เลยว่าพี่มังกรคิดอะไรอยู่ ไม่เคยคาดเดาความคิดของเขาได้เลยสักครั้ง
Ver másวีนัส.... ชีวิตดีๆ ที่ลงตัวหาได้จากฉัน ความสุขสบาย เงินทอง บ้าน รถ เพื่อนฝูงและการใช้ชีวิตได้ตามใจอย่างมีความสุข ฉันวีนัสคนนี้มีพร้อมและดีทุกอย่าง จะเว้นก็แต่เรื่องที่เพิ่งได้รับรู้เมื่อสองเดือนก่อน 'หมั้นกันเอาไว้ก่อน เรียนจบเมื่อไหร่ค่อยแต่งงานกัน'
เฮ้อ! ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ยามนึกถึงประโยคที่คุณพ่อพูดในวันนั้น หญิงสาวสวยในวัยยี่สิบเอ็ดปี ต้องมีคู่หมั้นคู่หมายเตรียมรอแต่งงานออกจะโหดร้ายอยู่ไม่น้อย แต่เพราะฉันเป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัว แถมยังเป็นลูกที่ดี ไม่เคยขัดใจและตามใจคุณพ่อคุณแม่มาเสมอจึงก้มหน้ารับ
อีกอย่าง..ถึงจะไม่ได้เลือกคู่ครองเองก็ไม่ได้แย่นักหรอกเพราะเขาคนนั้นคือ.. พี่มังกร ผู้ชายโปรไฟล์ดีเลิศหรู แต่นิสัยดีไหมไม่รู้เพราะฉันก็รู้จักแค่ชื่อและหน้าตาเท่านั้น
"น้องวีนัสไม่ให้พี่ไปส่งแน่เหรอคะ" พี่ลิลลี่ผู้จัดการส่วนตัวเอ่ยถามฉันอีกครั้ง
"คนมารับน่าจะใกล้ถึงแล้วล่ะค่ะ" ฉันคาดว่าน่าจะเป็นแบบนั้นเลยบอกไป สายตาทอดมองไปยังท้องถนนหน้าสตูดิโอที่มาถ่ายแฟชั่นเสื้อผ้าในวันนี้เพราะฉันกำลังเฝ้ารอรถที่จะมารับมาถึง
"เขาเหรอคะ มั่นใจเหรอว่าเขาจะมา"
"ไม่มั่นใจค่ะ"
"เอ้า! ไม่มั่นใจก็โทรถามสิ พี่จะได้ไปส่ง"
เอี๊ยด! แต่เพียงฉันหยิบมือถือจากในกระเป๋าสะพายชาแนลออกมา รถซูเปอร์คาร์สีดำก็มาจอดเทียบด้านข้างรถของพี่ลิลลี่ คนขับไม่ได้ส่งสัญญาณใดๆ ว่าเป็นใคร แต่ฉันรู้ว่ารถคันนี้คือคันที่ฉันเฝ้ารอ
"มาแล้วนี่ไงคะ วีไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ"
ร่ำลาพี่ลิลลี่ฉันก็เปิดประตูรถแล้วขึ้นไปนั่ง ยังไม่ทันปิดประตูดีด้วยซ้ำ รถก็ถอยหลังก่อนจะพุ่งทะยานออกตัว ฉันตวัดสายตาเคืองขุ่นหน่อยๆ มองคนขับ คนนิสัยไม่ดี!
"อารมณ์ไม่ดีมาเหรอคะ"
คาดเข็มขัดนิรภัยเสร็จฉันก็ตัดสินใจเอ่ยถาม อย่างน้อยก็ปลอดภัยระดับหนึ่งหากเขาไม่พอใจฉัน
พี่มังกรปรายตามอง ใบหน้านิ่งสนิทแบบที่ฉันเห็นมาแล้วเป็นครั้งที่สาม พูดง่ายๆ ตั้งแต่ที่ครอบครัวของเขาส่งของหมั้นมาให้ นี่คือครั้งที่สามที่เราเจอกัน
"เปล่า" เขาตอบเสียงเรียบ
"ก็ดีค่ะ จะได้รู้ว่าเมื่อกี้พี่มังกรไม่ได้พาลใส่วี"
"ไม่ได้พาล แค่ทำเวลา"
"มีธุระแล้วจะมารับวีทำไมคะ"
"ก็มาตามตารางไง"
ทุกครั้งที่คุยเขาไม่มองหน้าฉันหรอกนะ ถึงฉันจะสวยมาก แต่เพราะเข้าไปในชีวิตของเขาแบบไม่ถูกต้องเลยไม่ถูกใจเขา ฉันก็คิดแบบเขาเหมือนกันนั่นแหละ เราสองคนเหมือนถูกผลักให้ลงเรือลำเดียวกัน เขาไม่พาย ฉันก็ไม่คิดพาย มันเลยอยู่ในสภาวะจำยอมต่อผู้ใหญ่
"พี่ยกเลิกก็ได้นี่คะ แค่บอกว่ามีธุระ"
"อือ มีธุระ"
และเขาก็พูดมันขึ้นมาพร้อมกับความเร็วรถเพิ่มขึ้น ไม่นานรถก็มาจอดนิ่งสนิทที่หน้าคอนโดมิเนียมของฉัน ทั้งที่ความจริงแล้วเราต้องไปกินข้าวกันตามตารางที่พ่อแม่ของเราวางเอาไว้ให้
ในระหว่างที่ฉันกำลังปลดเข็มขัดนิรภัย มีเงินปึกหนึ่งวางลงบนกระเป๋าที่วางอยู่บนหน้าตัก ฉันมองมันอย่างใจหาย ไม่คิดถามว่าคือเงินค่าอะไร แต่เลือกจะเก็บมันยัดใส่กระเป๋า
"พี่ให้วีเองนะ.."
"ก็เงียบเหมือนครั้งที่ผ่านมาแล้วกัน"
น้ำเสียงของเขาราบเรียบปกติ ไม่ได้ยี่หระว่าสิ่งที่ทำคือการขัดคำสั่ง ครั้งแรกที่เรานัดกินข้าวกัน เขามารับฉันที่มหาวิทยาลัยแล้วพามาส่งคอนโดมิเนียมพร้อมกับเงินห้าพันบาท
'อยากกินอะไรก็เอาไปซื้อ พี่มีธุระ'
นั่นคือประโยคเดียวที่เขาพูดกับฉัน ครั้งสองตารางของเราคือดูหนัง ครั้งนั้นฉันได้เงินมาแปดพันบาท
'พี่มีธุระ เอาเงินไปซื้อรายเดือนในเน็ตฟลิกซ์แล้วนอนดูอยู่ที่ห้องน่าจะดีกว่า'
แก้ปัญหาด้วยเงินเก่งดี แบบนี้ฉันคงต้องยกย่อง
"เดี๋ยววีจะอวยยศให้ด้วยการบอกคุณพ่อคุณแม่ว่าพี่มังกรสายเปย์แล้วกันนะคะ"
อย่าคิดว่าฉันจะหยิ่ง มีคนให้เงินฉันก็รับทั้งนั้น โดยเฉพาะผู้ชายที่ไม่คิดรักษาหน้าฉันอย่างเขา ขนาดฉันยังยอมทำตารางที่ถูกวางเอาไว้เลย แต่เขากลับไม่คิดจะทำความคุ้นเคยกันก่อนแต่งงาน ฉะนั้นเป็นเขาที่เสียเงินแบบจุกๆ ก็ถูกแล้ว
"ทางที่ดี เลื่อนตารางรอบหน้าออกไปหน่อยก็ดี..."
อ่า.. ฉันคิดว่าเดาเหตุผลของการขอเลื่อนนัดได้นะ พี่มังกรมองหน้าฉัน มุมปากหนายกยิ้มนิดๆ ที่ใครอาจจะไม่สังเกตเห็น แต่ฉันเห็นชัดเจน
"พี่มีธุระ"
นั่นไงล่ะ! เดาไม่ผิดเลยสักนิดเดียว บางครั้งก็อยากรู้ขึ้นมาว่าธุระของเขาคืออะไรกันแน่ถึงได้สำคัญกว่าคู่หมั้นอย่างฉัน
เราแยกกันทันที ฉันก็ขึ้นมาบนคอนโดมิเนียมที่อาศัยอยู่ลำพังมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยชั้นปีที่หนึ่งจนปัจจุบันชั้นปีที่สาม เข้าห้องมาได้อย่างแรกที่ทำคือหยิบเงินปึกนั้นมานับดู
"หนึ่งหมื่นบาท อัปเลเวลขึ้นเรื่อยๆ แหะ สงสัยธุระจะสำคัญน่าดู"
หรือบางทีเขาอาจจะมีแฟนอยู่แล้ว ข้อนี้ถ้าเขาปกปิดก็ย่อมทำได้ ในเมื่อการหมั้นระหว่างเรามันเกิดขึ้นเพราะความต้องการของผู้ใหญ่ เขาอาจถูกครอบครัวบังคับขั้นรุนแรงถึงขั้นปฏิเสธไม่ได้แม้จะมีคนรักอยู่แล้ว ถ้าเป็นแบบนั้นจริงพี่มังกรก็เป็นผู้ชายแย่ๆ คนหนึ่งที่คิดจะจับปลาสองมือทั้งที่จะปล่อยฉันไปก็ได้
ปึก! ฉันโยนเงินกับกระเป๋าลงบนโซฟา ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนตาม เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาทั้งวัน ขี้เกียจมาเหนื่อยคิดอะไรฟุ้งซ่านในเรื่องที่ไม่รู้เลยว่าจริงหรือไม่ หยิบมือถือขึ้นมาดูตารางงานของเดือนนี้ที่พี่ลิลลี่บันทึกเอาไว้ในโน้ตส่วนตัว
"โชว์ตัวที่โชว์รูมรถเหรอ"
ชื่อโชว์รูม MMD ฉันพยายามครุ่นคิดว่าคุ้นเคยกับชื่อนี้จากไหน คิดไปคิดมาก็กดออกจากแชทของพี่ลิลลี่ เลื่อนปลายนิ้วหาแชทของใครบางคน กระทั่งเจอแชทไลน์ของคนที่ใช้รูปโปรไฟล์เป็นโลโก้ที่มีภาษาอังกฤษตรงกลาง MMD
"โชว์รูมพี่มังกร เฮ้อ!"
ติดต่องานมาตอนไหนทำไมฉันไม่เห็นจะรู้เรื่อง ฉันวางมือถือบนหน้าท้องแล้วปิดเปลือกตาลง หวังพักสายตาสักหน่อยก่อนไปอาบน้ำอาบท่ามาทำรายงานวิชาการตลาดส่งอาจารย์พรุ่งนี้ ทำงานไปเรียนไปเหน็ดเหนื่อยใช้ได้
และใช่ว่าอยู่เฉยๆ กินเที่ยวใช้เงินของพ่อแม่จะทำไม่ได้ ครอบครัวของฉันมีธุรกิจจิลเวอรี่ มีหน้าร้านกระจายอยู่ในห้างสรรพสินค้าทั่วกรุงเทพฯ แต่เพราะฉันไม่อยากให้ใครมากล่าวหาว่ามีต้นทุน ฉันอยากแสดงประสิทธิภาพและความสามารถที่มีให้ใครต่อใครเห็นว่าฉันก็หาเงินเป็น อยากใช้ความสวยของตัวเองให้มีประโยชน์จึงเลือกรับงานที่อยู่หน้ากล้องเสียส่วนใหญ่ คำชื่นชมของคนที่ไม่รู้จักเป็นแรงผลักดันให้ฉันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ทว่าอนาคตฉันจะยังคงทำงานนี้อยู่หรือไม่คงตอบไม่ได้เพราะอะไรก็เปลี่ยนแปลงได้เสมอทุกวินาที
ออกจากโชว์รูมรถเราสองคนไม่ได้กลับคอนโดมิเนียม พี่มังกรพาฉันมาร้านเหล้าที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยของเขาเพราะเขากับเพื่อนมาฉลองทิ้งทวนก่อนเรียนจบในอีกไม่กี่วันฉันนั่งข้างพี่แพรวอีกเหมือนเคยและวันนี้เธอก็มีข่าวดีมาบอกว่าอีกไม่ถึงสองเดือนจะแต่งงานกับพี่เดย์ เป็นเรื่องน่ายินดีและน่าอิจฉาที่สุด ฉันอิจฉาเธอที่มีผู้ชายที่รักและเฝ้ารอจะใช้ชีวิตคู่ไปด้วยกันอย่างมั่นคง"ต้องไปนะน้องวีนัส ไปเป็นเพื่อนเจ้าสาว""วีอยากไปค่ะ แต่.." เอียงหัวไปทางพี่มังกร "ไม่ให้ไปด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์""ชิ! พวกผู้ชายนิสัยไม่ดี ไม่รักก็ไม่รู้จะกั๊กทำไม"พี่แพรวคงรู้เรื่องมาจากพี่เดย์ถึงได้พูดประโยคทิ่มแทงใจฉันเต็มๆ ฉันพยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วย พอมันเศร้าเหล้าเท่านั้นจึงเป็นทางออก ฉันหยิบแก้วมาชนกับแก้วพี่แพรว ดื่มเหมือนน้ำเปล่า ลืมสิ้นว่าเคยสองชั่วโมงไม่หมดสามแก้ว พี่วินซ์ก็เจ๋งดีจริงๆ ชงให้ฉันใหม่ตลอดเลย"พี่น่ารักจัง ขอบคุณนะคะ"พอเมาฉันก็กล้าพูดมากขึ้น เอ่ยชมพี่วินซ์ เขารับคำชมด้วยการหยิบแก้วตัวเองมาชน"เมาให้เต็มที่เลยครับ ไอ้มังกรมันชอบ เอ๊ย! มันพร้อมจะดูแล""เหรอค้า"ฉันหันไปถามคนข้างๆ พี่มังกรพาดท่อนแขนกับเอวของฉันอยู่
ไม่รู้ตัวเลยว่ามานอนอยู่ในห้องของพี่มังกรได้ยังไง ตอนตื่นขึ้นมาฉันตกใจแทบช็อก แต่พอมองไปที่ผนังห้องแล้วเห็นนาฬิกาเรือนใหญ่ ก็หายตกใจกลายเป็นงุนงง"พี่มังกร"ฉันเอ่ยเรียกเจ้าของห้อง แต่กลับไม่พบว่าภายในห้องเวลาสี่ทุ่มมีคนอยู่ คงเป็นเขาที่ไปพาฉันมาจากคาเฟ่ของพี่เก้า ทว่าเขาไปไหนนี่สิ ระหว่างรอก็เลยไปอาบน้ำแล้วกลับมาสวมใส่เสื้อยืดตัวเดิมโดยถอดชุดชั้นในยัดใส่กระเป๋าสะพายเอาไว้ จากนั้นก็เดินออกมาตรงระเบียงห้อง รับลมเย็นๆ ที่พัดมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาตีเข้าใบหน้าแกร๊ก! แต่เพียงไม่นานเสียงประตูก็ดังขึ้น ฉันหันกลับมอง พี่มังกรเดินเข้ามาพร้อมกับถุงพลาสติกในมือ เขาเดินเลี้ยวไปทางห้องครัว ฉันก็เลยเดินตามไปบ้าง"พี่มังกรคะ"เขาหันมาสบตา แต่มือไม่หยุดหยิบของออกมาวางบนเคาน์เตอร์ "ตื่นเมื่อไหร่""สักพักแล้วค่ะ พี่ไปพาวีกลับมาได้ยังไงคะ""ไอ้เก้าโทรบอก"ฉันร้องอ๋อ "รถวีล่ะคะ""ก็จอดอยู่ที่นั่นไงครับน้อง พรุ่งนี้ค่อยไปเอา ส่วนเราก็นอนค้างที่นี่""ปฏิเสธได้ไหมล่ะคะ"พี่มังกรขึงตาดุ ไม่ตอบคำถาม แต่นั่นล่ะคือคำตอบว่าไม่ได้ ฉันเลยเลียบๆ เคียงๆ มองดูว่าเขาซื้ออะไรมา ส่วนใหญ่จะเป็นของสด มีเบียร์กระป๋องหนึ่งแพ
"เป็นอะไร ไม่สบายเหรอ" กิ๊ฟแตะฝ่ามือกับหัวไหล่ของฉัน เขย่าเบาๆ เรียกเพราะเห็นว่าฉันฟุบหน้าลงกับโต๊ะเรียนหลังจากที่อาจารย์เดินออกไปจากห้อง"ครั่นเนื้อครั่นตัวนิดหน่อย""ไปห้องพยาบาลไหม""ไม่หรอก พักสายตาสักเดี๋ยว เดี๋ยวก็จะไปทำงานต่อ""แกนี่นะ.. เกิดบนกองเงินกองทองแต่ทำงานเหมือนบ้านล้มละลาย""พวกดาราที่ทำงานเจ็ดวันต่อสัปดาห์ บ้านเขารวยกว่าฉันอีกนะ""ย่ะ ฉันนั่งเป็นเพื่อนแล้วกัน""ขอบใจ เดี๋ยวเลี้ยงหนม"ฉันยิ้มให้ยัยกิ๊ฟเพื่อนเลิฟที่ทำตัวชิลไม่ต่างจากคนเมื่อเช้า กิ๊ฟบ้านมีฐานะไม่ต่างจากฉันนักหรอก เป็นลูกผู้ดีต่างจังหวัดที่มาอยู่กรุงเทพแบบสบายๆ เรียนจบก็กลับไปช่วยกิจการครอบครัว ไม่ต้องดิ้นรนใดๆ เลยบ่ายสามฉันก็ขับรถมาที่คาเฟ่ตามที่นัดหมายกับเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า วันนี้พี่ลิลลี่ไม่มาเพราะแม่ของเธอป่วย ฉันเลยฉายเดี่ยวตั้งแต่ต้น ดีที่ทางแบรนด์มีช่างแต่งหน้าทำผมมาให้หนึ่งคนเลยทุ่นแรงไปได้นิดหน่อยคาเฟ่แมวสไตล์มินิมอลถูกเช่าเป็นสตูดิโอถ่ายทำเสื้อผ้าสามชั่วโมง โซนด้านหลังที่เป็นสวนดอกไม้ถูกปิดให้บริการเนื่องจากตรงนี้ถูกการถ่ายแบบใช้งาน ส่วนตัวคาเฟ่ยังรับลูกค้าได้ปกติ ถ่ายทำไปจนเกือบเสร็จสิ้น ฉ
เสียงกรีดร้องของฉันดังขึ้นเมื่อการสอดประสานเริ่มต้นขึ้น ฉันหลับตาปี๋ กัดริมฝีปากข่มความเจ็บปวดที่ถูกรุกรานพื้นที่หวงแหนทีละช้าๆ ทว่าไม่นานความอบอุ่นจากการโอบรัดของเขาที่ทิ้งตัวมาทาบทับก็เข้ามาช่วยผ่อนคลายพี่มังกรกดใบหน้ากับซอกคอขาว ท่อนแขนแกร่งโอบกอดลำตัวของฉัน ในขณะที่ท่อนล่างยังคงพยายามอย่างมากในการดุนดัน เขาส่งเสียงครางต่ำเป็นระยะบอกให้รู้ว่าลำบากแค่ไหน"อดทนหน่อย" สิ้นประโยคสะโพกหนาก็กระแทกเข้าหาอย่างแรงประสานเราสองคนอย่างสมบูรณ์ฉันแหงนใบหน้ากรีดร้อง จิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างไปทั่วหวังเอาคืนเขาที่ทำให้ฉันเจ็บเจียนตาย แต่เหมือนจะเป็นฉันมากกว่าที่ถูกเอาคืน พี่มังกรเบี่ยงใบหน้ามาจูบฉันไปพร้อมกับช่วงล่างที่เริ่มขยับ เสียดสีผิวเนื้อของเราด้วยความเร่าร้อน สาดใส่ความมีอำนาจของมังกรด้วยเซ็กซ์ให้ฉันศิโรราบ บ้างก็ส่งเสียงครางกระเส่าที่สื่อถึงความสุขสม ฉันไม่รู้เลยว่าเป็นเหยื่อของมังกรนานแค่ไหน รู้เพียงว่าค่ำคืนนี้ช่างยาวนานเหลือเกินและครั้งเดียวที่ฉันร้องขอ ผู้ชายติดเซ็กซ์ไม่ให้ฉันตามที่พูดจริงๆเวลาตีสามฉันตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำอย่างยากลำบาก เคยได้ยินมาบ้างว่าเซ็กซ์ครั้งแรกมักเจ็บ ฉันเชื่อ