ログインเสียงของชมพิ้งค์สั่นเครือ หยดน้ำตาที่อดกลั้นไว้ค่อยๆ ไหลทะลักลงมาเปรอะแก้ม ความอดทนของเธอแหลกสลายลงไปจนหมดสิ้นแล้ว ความเหน็ดเหนื่อยจากการเป็นตัวสำรองที่ไม่เคยมีตัวตนมันเกินกว่าจะรับไหวอีกต่อไป
"เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ...ตกลงแล้วนะว่ามึงกับกูจะเป็นแค่เพื่อนกัน ..ไม่ล้ำเส้นก้าวข้ามออกมาสถานะอื่น"
พระรามย้ำกฎเดิมขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดและเย็นชา เขายังคงกอดกฎเกณฑ์แห่งความเห็ญแก่ตัวเอาไว้แน่นเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองต้องรับผิดชอบอะไรในความสัมพันธ์นี้
"มันเกินคำว่าล้ำเส้น ตั้งแต่มึงกับกูมีอะไรกันแล้วราม ถ้ามึงบอกความสัมพันธ์ของเรามันสิ้นสุดที่คำว่าเพื่อน งั้นกูขอถามมึงหน่อย เพื่อนแบบไหนเขาเอากันวะ เพื่อนแบบไหนนอนด้วยกัน เพื่อนแบบไหนเขาจูบกัน หอมแก้มกัน เพื่อนแบบไหนมันดูดมันเลียให้กันจนแตกไปตั้งหลายน้ำ เพื่อนแบบไหนกันพระราม?"
จ้องหน้าพร้อมกับพูดทุกอย่างออกไป ถ้ามันบอกเราเป็นแค่เพื่อน ก็อยากจะถามมันกลับเหมือนกัน ว่าสิ่งที่เราทำให้กันนั้น เพื่อนคนอื่นเขาทำกันหรือเปล่า
น้ำตาของชมพิ้งค์ไหลรินออกมาไม่ขาดสาย ประโยคที่หยาบโลนแต่ตรงไปตรงมาเหล่านั้นคือความจริงอันตลกร้ายที่เธอต้องกล้ำกลืนมาตลอดนับปี เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขา เพื่อค้นหาคำตอบว่าเขายังมีความเป็นมนุษย์หรือความรู้สึกสงสารซ่อนอยู่บ้างหรือไม่
"เพื่อนสนิทแบบมึงกับกูไง...เราสนิทกันมาก ถึงทำเรื่องแบบนั้นได้"
คำตอบของพระรามมันช่างราบเรียบ ไร้ซึ่งความรู้สึกผิดหรือการไตร่ตรอง เขาตอบกลับมาอย่างหน้าตาเฉย ราวกับพฤติกรรมผิดศีลธรรมและความรู้สึกของเธอมันเป็นเพียงเรื่องธรรมดาในนิยามของเขา
"สนิท..? หึ! งั้นกูก็เอากับออโต้ เอากับเซนเซอร์ได้ใช่ไหม เพราะกูสนิทกับพวกมันเหมือนกันกับมึง.."
ชมพิ้งค์เค่นหัวเราะในคอด้วยความสมเพช มองหน้าคนตรงหน้าที่เอาแต่คิดเข้าข้างตัวเอง ประโยคประชดประชันถูกโพล่งออกไปเพื่อหวังจะทำลายเกราะความยโสของเขาลงบ้าง
"ชมพิ้งค์! มึงอย่าแม้แต่จะคิด!"
พระรามขึ้นเสียงใส่ สีหน้ามันที่มองมาเต็มไปด้วยความโกรธ เมื่อกี้มันยังเป็นปกติอยู่เลย แต่พอฉันพูดแบบนั้นออกไป มันดันโกรธ โกรธทำไม โกรธเพราะอะไร ในเมื่อเราสองคนเป็นแค่เพื่อนกัน
ดวงตาของพระรามวาวโรจน์ไปด้วยความโทสะ เส้นเลือดบนขมับปูดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เสียงตวาดของเขาดังลั่นห้องจนชมพิ้งค์ต้องสะดุ้ง เส้นสติของเขาสาดเสียความเยือกเย็นไปทันทีที่ได้ยินชื่อของเพื่อนในกลุ่มหลุดออกมาจากปากเธอ
"มึงกลับไปเถอะ กูอยากอยู่เงียบๆ คนเดียว"
ชมพิ้งค์พยายามเบือนหน้าหนี ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาบนแก้มอย่างเหนื่อยหน่าย เธอไม่มีแรงจะถกเถียงหรือไร้ประโยชน์ที่จะหาเหตุผลจากคนเอาแต่ใจอย่างเขาอีกต่อไป
"อยากอยู่คนเดียวหรืออยากอยู่กับไอ้ก็อตจิเด็กบริหารกันแน่ กูรู้นะว่ามึงกำลังคุยกับมันอยู่ ที่ไล่กูแน่ใจว่าไม่ได้นัดให้มันมาหา"
พระรามเค่นเสียงหัวเราะอย่างร้ายกาจ สายตาจ้องมองเธอด้วยความระแวงและคุกคาม ความหึงหวงที่ไร้ที่มาที่ไปซาบซ่านขึ้นมาปบชโลมโทสะของเขาจนยากจะควบคุม
"คุยกับใครแล้วยังไง...จะนัดใครให้มาหาแล้วมันผิดตรงไหน ในเมื่อกูโสด"
ชมพิ้งค์เชิดหน้าขึ้นตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ทั้งที่ในใจเจ็บปวดจนแทบขาดใจ แต่เธอก็เลือกที่จะใช้คำว่า 'โสด' เพื่อย้ำเตือนสถานะที่เขาเป็นคนมอบให้เธอเองกับมือ
"มึงโสด โสดเหรอชม โสดทั้งที่ผัวยืนอยู่ตรงหน้า มึงโสดก็แค่ในนามเท่านั้นแหละ...หรือมึงไม่รู้ว่าที่กูพูดหมายถึงอะไร ถ้ามึงลืมกูจะเตือนความจำให้!"
"มึงจะทำอะไร ปล่อยกูนะ"
"ฝากรอยเอาไว้ให้มันดูไง มันจะได้รู้ว่ามึงมีผัวแล้ว"
"ราม...มึงปล่อยเดี๋ยวนี้นะ..พระราม!!!"
พระรามกระชากแขนฉันให้เดินตามหลังมันไป มือหนาของมันจับข้อมือเล็กของฉันเอาไว้แน่น..ก่อนจะฉุดกระชากลากฉันเข้าไปภายในห้องนอน ถึงเตียงปุ๊ปมันผลักฉันนอนบนเตียงทันที
"ตุบ! อ๊ะ!"
ร่างบางลอยไปปะทะกับฟูกหนาอย่างแรงจนจุก ความบอบช้ำจากเมื่อคืนก่อนที่ยังไม่หายดีแล่นริ้วขึ้นมาซ้ำเติมจนชมพิ้งค์ต้องงอกายด้วยความเจ็บปวด
"ทำบ้าอะไรของมึง! กูเจ็บนะ"
เธอพยายามยันกายลุกขึ้นและพยายามถอยร่นไปชิดหัวเตียงด้วยความหวาดกลัว สายตาของพระรามในตอนนี้เต็มไปด้วยความป่าเถื่อนและเอาแต่ใจ ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังจะตะครุบเหยื่อ
"มึงโกรธที่กูไม่รับสาย มึงอยากให้กูง้อม้อมึงเหมือนมายมิ้นไหมล่ะ...."
พระรามคืบคลานขึ้นมาบนเตียงอย่างรวดเร็ว เขาทับร่างของเธอไว้ด้วยน้ำหนักตัว คว้ารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นไปล็อกไว้เหนือหัวด้วยมือเพียงข้างเดียว สายตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาที่สั่นระริกของเธอ
"ถ้ามึงเคยทำกับคนอื่น ไม่ต้องมาทำกับกู กูไม่ต้องการ"
ชมพิ้งค์สะบัดหน้าหนีสัมผัส ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาที่รดรินอยู่ข้างแก้มมันทำให้เธอรู้สึกสมเพชตัวเอง การง้อของเขาไม่ใช่ความอ่อนโยน ไม่ใช่คำขอโทษ แต่เป็นการใช้กำลังและความใคร่เพื่อบังคับให้เธอยอมจำนนเสมอ
"แต่กูโคตรที่จะต้องการมึงเลยว่ะ...โคตรคิดถึงสองเต้าของมึง..."
น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความปรารถนาอันดิบเรื้อน พระรามซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเธอ โดยไม่สนใจเสียงร้องห้ามหรือหยดน้ำตาที่ไหลลงมาเปรอะหมอนเลยสักนิด
"ราม ..มึงอย่านะ..."
"อยู่ดีๆ อย่าดิ้น เก็บเสียงของมึงเอาไว้ครางชื่อกูดีกว่า"
"อย่านะ....ถ้ามึงทำกูจะโกรธ"
"โกรธเลย เดี๋ยวกูง้อเอง"
"พระราม ... กรี๊ดดดดด!!"
@ 2 ปีต่อมาบรรยากาศในห้องรับแขกของบ้านถูกตกแต่งไปด้วยลูกโป่งสีหวานสดใส เสียงเพลงฉลองวันเกิดดังขึ้นพร้อมกับแสงเทียนวับแวมบนเค้กน่ารักๆ"แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู... แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู... แฮปปี้เบิร์ดเดย์ แฮปปี้เบิร์ดเดย์... แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู...""ฟูววววว!"ปากเล็กๆ ของเด็กหญิงตัวน้อยเป่าลมดับเทียนบนเค้กอย่างน่าเอ็นดู ท่ามกลางเสียงปรบมือของพ่อและแม่"สุขสันต์วันเกิดนะคะลูกรัก" ชมพิ้งค์ยิ้มหวานลูบหัวลูกสาว"ขอให้หนูเป็นเด็กดี เป็นที่รักของทุกคนแบบนี้ตลอดไปนะครับ... ป๊ารักหนูมากนะ"พระรามยิ้มกว้างด้วยความสุข ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหวานซ่าน"รักแม่ของลูกด้วยครับ!... ฟอดดด!!"จมูกคมกดหอมลงบนแก้มใสนุ่มของลูกสาวตัวน้อย ก่อนจะหันมาหอมฟอดใหญ่ที่แก้มเนียนของเมียรักด้วยความรู้สึกรักและหวงแหน สามคนพ่อแม่ลูกกอดกันกลม พร้อมกับยิ้มให้กันด้วยความสุขที่เปี่ยมล้น"ปีนี้ลูกอายุครบสองขวบแล้วนะ" พระรามเอ่ยขึ้นพลางมองลูกสาวที่กำลังเล่นของขวัญ"โตเร็วเหมือนกัน กว่าจะผ่านมาได้ เหนื่อยไม่ใช่น้อยเลยนะ" ชมพิ้งค์ถอนหายใจยิ้มๆ นึกถึงความยากลำบากที่ผ่านมา"อาทิตย์หน้าต้องบินไปญี่ปุ่นอีกใช่ไหม" พระรามถามด้วยความห
@ชมพิ้งค์สองคนนั่งมองสบตากันอยู่นานนับสามสิบนาที... พระรามกุมมือของชมพิ้งค์เอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย แม้ฝ่ามือจะสั่นเทา อีกคนได้แต่มองสบตา สายตาคมคู่เดิมบัดนี้คลอเบ้าไปด้วยน้ำตา ยิ่งมองชมพิ้งค์ก็ยิ่งรู้สึกหวั่นไหว หัวใจมันอ่อนยวบลงอย่างไม่อาจต้านทานจากที่เคยมั่นใจว่าตัวเองจะไม่มีวันใจอ่อนให้กับคนตรงหน้าอีก มั่นใจว่าสามารถตัดเขาออกไปจากชีวิตและหัวใจได้สำเร็จ แต่พอมาวันนี้กลับทำตามที่เคยพูดเอาไว้ไม่ได้เลยสักอย่าง หัวใจที่เคยแข็งแกร่ง ถูกสร้างเป็นกำแพงหนาเตี้ยม มันกลับถูกทำลายลงได้ง่ายๆ เพียงแค่เห็นน้ำตาแห่งความสำนึกผิดของคนตรงหน้า..."หยุดร้องได้แล้ว... เป็นผู้ชายนะ จะร้องอะไรหนักหนา"น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยปลอบพร้อมกับยกปลายนิ้วหัวแม่มือ ค่อยๆ เช็ดคราบน้ำตาบนแก้มของพระรามออกทีละนิดอย่างเบามือ"รามแค่ต้องการคำตอบจากชม... รามสาบานเลยครับ รามจะไม่ทำให้ชมเสียใจอีกแล้ว... ให้โอกาสกันได้ไหม" พระรามเอ่ยขอร้องเสียงสั่นเครือ"แล้วถ้าชมตอบว่าไม่ล่ะ..." ชมพิ้งค์ลองใจ"........................"พระรามเงียบกริบ ไม่พูดอะไรออกมา สายตาวูบไหวมองต่ำลงที่พื้น พยายามกลั้นก้อนเนื้อในคอและน้ำตาไม่ให้ไหลทะลักออกมา
@ห้องทำงานชมพิ้งค์"ดันต่อไปได้เลยค่ะ ชมให้ที่สามสิบล้าน""ค่ะ... บอกเขาว่าถ้าโอเค สัปดาห์หน้าชมพร้อมจะเซ็นสัญญา""โอเคค่ะ... ได้เรื่องยังไงแล้วแจ้งชมด้วยนะคะ""ขอบคุณมากค่ะคุณนัยนา..."ชมพิ้งค์กดวางสายจากนัยนาเลขาส่วนตัว ก่อนจะนั่งทิ้งตัวเอนหลังลงบนเก้าอี้ทำงาน ค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ พักสายตาให้หายเหนื่อย ช่วงนี้งานรุมเร้าเข้ามาจนแทบจะไม่ได้พักผ่อน แล้วไหนจะต้องดูแลลูกสาวตัวน้อยอีก ถึงแม้จะมีพี่เลี้ยงคอยช่วย แต่เธอก็ยังทำหน้าที่ของคนเป็นแม่ไม่เคยขาดตกบกพร่อง... เหนื่อย... มันเหนื่อยมากจริงๆหลับตาพักผ่อนอยู่ได้ครู่หนึ่ง ก่อนจะรู้สึกเหมือนมีใครบางคนเปิดประตูเข้ามาในห้อง คราแรกคิดว่าเป็นป้าแมวแม่บ้านเอาของว่างมาให้ แต่พอเอ่ยประโยคออกไป เสียงที่ตอบกลับมากลับไม่เป็นอย่างที่คิด..."แก๊ก...""ชมขอกาแฟสักแก้วนะคะป้าแมว...""พึ่งจะกินไปเมื่อกี้ไม่ใช่เหรอครับ..."เปลือกตาที่ปิดอยู่ลืมตาตื่นขึ้นโดยอัตโนมัติ ก่อนจะจ้องมองไปยังเจ้าของเสียงนุ่มทุ้มคุ้นหูที่ยืนอยู่ตรงหน้า"ราม...?" ชมพิ้งค์เบิ่งตากว้าง"เข้ามาได้ยังไง! รีบออกไปเลยนะก่อนที่คุณพ่อจะมาเห็น!""ไม่ไป!... รามไม่ไปไหนทั้งนั้น จะอยู่กับชมที่น
@ 3 เดือนต่อมาเหมือนตายแล้วเกิดใหม่... ครั้งสุดท้ายถูกพ่อตากระทืบยับ นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลยาวถึงสองเดือนเต็ม พักฟื้นต่อที่บ้านอีกหนึ่งเดือน สภาพดูไม่ได้ ไม่มีจุดไหนที่ไม่ช้ำตามตัว ไม่มีส่วนไหนของร่างกายที่ไม่ได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง แต่ถามว่าคุ้มไหม... มันคุ้ม คุ้มมากๆ!เพราะตอนนี้เขาได้มีโอกาสเข้ามานั่งอยู่ในบ้านของชมพิ้งค์ พร้อมด้วยผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ด้วยเรื่องข้อตกลงที่ทำเอาไว้ก่อนที่พระรามจะได้นอนหยอดน้ำข้าวต้ม วันนั้นเจ็บเจียนตาย อีกนิดเดียวก็คงตายไปแล้ว แต่ด้วยความอดทนต่อความเจ็บปวดของร่างกาย อดทนเพื่อขอโอกาสจากคนที่รัก วันนี้จึงมาทวงคำสัญญาจากคุณพ่อตาที่เคยลั่นวาจาเอาไว้"มึงจะรับผิดชอบลูกกูยังไง!"พ่อของพระรามเอ่ยถามพ่อของชมพิ้งค์ขึ้นมาด้วยน้ำเสียงขึงขัง เมื่อมองดูลูกชายของตนเองที่ตามร่างกายและใบหน้ายังมีร่องรอยฟกช้ำดำเขียวหลงเหลืออยู่"รับผิดชอบอะไร!... มันเต็มใจให้กูกระทืบเอง!" พ่อของชมพิ้งค์ทำทีไม่รู้ไม่ชี้ ใครใช้ให้มันปากเก่ง ท้าใครไม่ท้า... มาท้านิรุษ อดีตนายทหารหน่วยรบพิเศษ!"แต่มึงก็ทำเกินไป! อีกนิดเดียวมันก็จะตายแล้วนะไอ้รุษ!" พ่อพระรามโต้กลับอย่างไม่ยอ
"มึงยังมีหน้ากลับมาบ้านกูอีกเหรอไอ้ราม!!!""คุณพ่อ!!!" ชมพิ้งค์สะดุ้งสุดตัว หันไปมองผู้เป็นพ่อที่เดินหน้าถมึงทึงเข้ามา"ครั้งที่แล้ว มันคงจะหนักไม่พอสินะ มึงถึงกล้ากลับมาวอแวกับลูกสาวกูอีก!" พ่อตาตวาดลั่น"ผมแค่อยากคุยกับลูกกับเมียผม! ผมรู้ว่าผมผิดกับเรื่องที่เคยทำพลาดไป แต่ผมรักชมพิ้งค์จริงๆ นะครับ! และผมก็อยากรับผิดชอบลูกของผมด้วย!" พระรามคุกเข่าลงต่อหน้าคุณพ่อตา ยืนยันหนักแน่น"มึงจะมารับผิดชอบอะไรตอนนี้!... มารู้สึกผิดทำไมตอนนี้!"ยิ่งพูดยิ่งโมโห เมื่อครั้งตอนเกิดเรื่องใหญ่ ไม่เห็นแม้แต่เงาของมัน มาตอนนี้มันบอกจะรับผิดชอบ ไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ!"ผมขอโทษครับ... ผมไม่รู้จริงๆ ว่าชมท้อง... พอผมรู้ผมก็รีบมาทันที ผมไม่เคยอยากทิ้งชมพิ้งค์ให้เผชิญปัญหาคนเดียวเลยนะครับ!""แล้วทำไมมึงพึ่งจะกลับมา! กลับมาในตอนที่ทุกอย่างมันลงตัวหมดแล้ว มาตอนนี้มันสายไปแล้วพระราม! มึงกลับไปก่อนที่กูจะหมดความอดทน!""ผมไม่กลับ! ผมจะอยู่กับลูกกับเมียที่นี่!" พระรามดื้อรั้น ไม่ยอมลุกไปไหน"ราม... กลับไปก่อน! มีอะไรค่อยคุยกัน!"ชมพิ้งค์รีบไล่ให้คนตรงหน้ากลับไป ขืนอยู่ต่อมีหวังได้เข้าไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มในโรงพยาบาลอีก
@หนึ่งสัปดาห์ต่อมาร่างกายที่เต็มไปด้วยร่องรอยฟกช้ำดำเขียว ใบหน้าหล่อปูดบวมจนเส้นเลือดฝอยในตาแทบจะแตก ร่างหนานอนพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลนานนับสัปดาห์ จนวันนี้คุณหมออนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่มีหรือคนอย่างพระรามจะทำตามง่ายๆ ทั้งที่มีพ่อแม่มารอรับ แต่เขากลับไม่ยอมกลับไปยังบ้านของตนเอง สั่งคนขับรถให้มุ่งตรงไปยังบ้านของชมพิ้งค์ทันที!แผลเก่าที่คุณพ่อตาฝากเอาไว้ยังไม่ทันหายดี ลูกเขยเทวดาอยากลองของ ขอกลับไปซ้ำรอยเดิม ก็อยากจะรู้เหมือนกัน หากชมพิ้งค์เห็นเขาโดนทำร้ายซ้ำ เจ็บเจียนตายต่อหน้าต่อตา เธอจะยังทำเป็นเมินเฉยไม่สนใจกันได้จริงหรือ..."ตาราม... แม่ว่าเรากลับกันดีกว่านะ เรื่องหนูชมพิ้งค์ เดี๋ยวแม่กับป๋ามาคุยให้วันหลัง"แม่ของพระรามพยายามห้ามปรามลูกชายด้วยความวิตกกังวล ยิ่งรู้ว่าฝ่ายนั้นทั้งโกรธทั้งโมโห ตั้งแต่เกิดเรื่องใหญ่ขึ้น สองครอบครัวถึงกับมองหน้ากันไม่ติดเลยทีเดียว"คุณแม่กลับไปก่อนเลยครับ ผมจะไปตามลูกตามเมียของผมคืน..." พระรามเอ่ยเสียงแหบพร่า แต่สายตามุ่งมั่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน"แต่ลูกยังเจ็บอยู่เลยนะ! ถ้าเขาทำอีก ลูกจะไม่เป็นหนักกว่าเดิมเหรอ..." แม่ของพระรามพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง ม







