ANMELDENมันปลดเข็มขัดของตัวเองออก ก่อนที่จะผลักฉันให้นอนราบไปกับเตียง แบบนี้อีกแล้วสินะ...มันทำแบบนี้อีกแล้ว พอไม่ยอมมันก็ใช้กำลัง จุดอ่อนของฉันอยู่ตรงไหน พระรามมันรู้หมด เพราะแบบนี้ฉันถึงได้คล้อยตามมันไปทุกทีรวมถึงครั้งนี้ด้วย..สุดท้ายก็ต้องยอม ยอมให้มันทำแบบนั้นอยู่ดี โคตรเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้ ต่อต้านมันไม่เคยได้เลยสักครั้ง
"อึก... ราม... พอได้แล้ว..."
ฉันพยายามเอื้อนเอ่ยเสียงแผ่วเบาเพื่อขอร้องเขาเป็นครั้งสุดท้าย แต่น้ำเสียงนั้นกลับถูกกลืนหายไปในความเงียบและเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนบนร่าง พระรามไม่ฟังอะไรทั้งนั้น เขากดขยี้ริมฝีปากลงบนผิวเนียน สร้างรอยจ้ำสีแดงเข้มขึ้นมาซ้ำบนร่องรอยเก่า ราวกับต้องการประกาศศักดาว่าร่างกายนี้เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว
ทำไมกันนะ... ทั้งที่เขาเป็นคนผลักไสฉันออกไปด้วยคำว่า 'เพื่อน' ทั้งที่เขาเป็นคนย้ำเตือนสถานะ 'เพื่อนนอน' ไม่ผูกมัดเสมอมา แต่พอฉันพยายามจะเดินออกมา พอฉันพยายามจะเปิดใจให้คนอื่น หรือทำตัวโสดตามความจริงที่เขามอบให้ เขากลับใช้กำลังและความป่าเถื่อนแบบนี้ดึงฉันกลับเข้ามาในปลักโคลนแห่งความทุกข์ทรมานนี้อีกครั้ง
ความเจ็บปวดทางกายจากการถูกรังแกแล่นผ่านช่วงล่างเมื่อเขาโถมกายเข้ามาอย่างไม่ปรานี ร่างกายของฉันเกร็งสะท้อนด้วยความเจ็บระบมที่ยังไม่ทันหายดีจากเมื่อคืนก่อน น้ำตาไหลทะลักออกจากท่อน้ำตาไม่ขาดสาย จังหวะการกระแทกกระทั้นที่ป่าเถื่อนและเอาแต่ใจของเขา มันไม่ได้มีความรักซ่อนอยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความต้องการเอาชนะ ความหึงหวงอย่างไร้เหตุผล และความใคร่ที่ตักตวงจากร่างกายของฉันเท่านั้น
"อ๊ะ... อาย... ราม..."
ฉันหลับตาลงแน่น ไม่กล้าสบสายตาคู่คมที่กำลังมองลงมาอย่างหลงใหลและคุมเกม ฉันไม่อยากเห็นภาพใบหน้าหล่อเหลาของคนที่ฉันรัก แต่กลับทำร้ายฉันได้อย่างเลือดเย็นที่สุด ฉันบีบฟูกนอนแน่นจนเล็บแทบจะจีกลึกลงไปในเนื้อผ้า ฟังเสียงครางแผ่วเบาในลำคอของเขาที่ร้องเรียกชื่อฉันในความมืด
เขาเรียกชื่อ 'ชม' ยามที่ต้องการตักตวงความสุขจากร่างกายฉัน แต่เขาเลือกเรียกชื่อ 'มายมิ้น' ยามที่ต้องการมอบความรักและความทะนุถนอมให้ใครสักคน
ตลกสิ้นดี... ฉันมันโง่เองที่ยอมให้เขาใช้จุดอ่อนเรื่อง 'ความรัก' มาเป็นเครื่องมือย่ำยีศักดิ์ศรีของตัวเอง ร่างกายนี้ตอบสนองต่อสัมผัสของเขาอย่างทรยศต่อความรู้สึกในใจ แม้ใจจะร้องไห้ตะโกนบอกให้ต่อต้านและผลักไส แต่าร่างกายกลับสั่นเทาและคล้อยตามจังหวะอันเร่าร้อนของเขาไปอย่างหมดรูป ฉันเกลียดตัวเอง เกลียดความอ่อนแอของตัวเองที่ไม่เคยแข็งข้อกับเขาได้เลยสักครั้งเดียว
"อืม... ชม... มึงแม่ง... โคตรดีเลยว่ะ..."
พระรามก้มลงซุกใบหน้าที่ข้างหูของฉัน เสียงหายใจกระเส่าและคำชมที่หยาบโลนผุดออกมาจากปากเขา แต่มันกลับยิ่งตอกย้ำให้ฉันรู้ว่า... สำหรับเขา ฉันเป็นเพียงแค่ 'เครื่องระบายความใคร่ชั้นดี' เท่านั้น ไม่มีค่ามากไปกว่านั้นเลย
บาดแผลใต้ความเงียบและความเจ็บปวดที่ยืดขยาย
"ฮึก... พอใจมึงหรือยังราม... ทำร้ายกูจนพอใจมึงหรือยัง..."
ฉันเค้นเสียงสั่นเครือเอ่ยถามคนบนร่างทั้งน้ำตา สองมือที่เคยพยายามดันแผ่นอกกว้างตกลงข้างตัวอย่างหมดแรง ความรู้สึกระบมและบอบช้ำแล่นไปทั่วทุกตารางนิ้วบนร่างกาย แต่บาดแผลที่ยับเยินที่สุดกลับเป็นหัวใจที่โดนเขาย่ำยีซ้ำแล้วซ้ำเล่า
พระรามชะงักจังหวะไปเพียงเล็กน้อย สายตาคมกริบจ้องลงมามองใบหน้าที่เปียกปอนไปด้วยหยดน้ำตาของฉันในความมืด แทนที่เขาจะรู้สึกผิดหรือยั้งมือ เขากลับยิ้มมุมปากออกมาอย่างถือดี ก่อนจะซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นแล้วขบเม้มเน้นย้ำรอยเดิมอย่างป่าเถื่อน
"กูไม่ได้ทำร้ายมึง... กูแค่กำลังทำให้มึงจำไว้ต่างหาก"
"จำอะไร... จำว่ากูไร้ค่าแค่ไหนสำหรับมึงงั้นเหรอ?"
"จำว่ามึงเป็นของกูไง!" พระรามกระชับข้อมือฉันแน่นขึ้นจนเจ็บไปถึงกระดูก เสียงแหบพร่าของเขากระซิบชิดใบหู
"อย่าคิดจะไปมองคนอื่น อย่าคิดจะเปิดโอกาสให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น ร่างกายมึง เป็นของกูคนเดียว"
"ฮึก... มึงมันเห็นแก่ตัว! มึงมีมายมิ้นอยู่แล้ว มึงให้สถานะแฟนกับเขา แต่มึงกลับขังบ้านกูไว้ในฐานะขยะแบบนี้เนี่ยนะ!" ฉันตะโกนใส่หน้าเขาทั้งน้ำตา ความเจ็บปวดบีบเค้นจนแทบหายใจไม่ออก
"ถ้ากูเป็นเพื่อน... มึงก็ปล่อยกูไปดิ! ทำไมต้องมาทำกับกูแบบนี้!"
"ก็กูไม่ให้ไป!"
พระรามสวนกลับเสียงแข็งและไร้เหตุผลอย่างถึงที่สุด เขาเร่งจังหวะอารมณ์โถมเข้าใส่โดยไม่สนใจเสียงสะอื้นไห้ของฉัน
"อ๊ะ ราม!!"
"มึงเป็นเพื่อนกู... และมึงก็เป็นเมียกูอยู่ตรงนี้ มึงไม่มีสิทธิ์ไปไหนทั้งนั้นชมพิ้งค์!"
คำว่า 'เมีย' ที่ถูกใช้ออกมาจากปากเขาในเวลาแบบนี้ มันช่างฟังดูน่ารังเกียจและขมขื่นที่สุด มันไม่ใช่คำยกย่อง ไม่ใช่คำแสดงความรัก แต่เป็นเพียงแค่ตราประทับจองจำที่เขาใช้ผูกมัดฉันไว้ไม่ให้หลุดพ้นไปไหน ในขณะที่ตัวเขาเองกลับก้าวออกไปมอบความอ่อนโยน ความอบอุ่น และสถานะที่เปิดเผยให้กับผู้หญิงอีกคนได้อย่างเต็มภาคภูมิ
"อ๊ะ... ราม... เจ็บ..."
ฉันหลับตาลงรับความเจ็บปวดที่โถมเข้ามา จังหวะรักอันกระท่อนกระแท่นและเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจของเขาดำเนินต่อไปอย่างยาวนาน ทุกสัมผัสอันเร่าร้อนที่เขาปรนเปรอให้ มันกลับกลายเป็นความเย็นชาที่กัดกินหัวใจของฉันจนกลายเป็นอัมพาต ร่างกายของฉันมันทรยศ บดเบียดตอบรับสัมผัสของเขาตามสัญชาตญาณอย่างน่าสมเพช ทั้งที่ในหัวใจกำลังร้องไห้จนเลือดตากระเด็น
เมื่อไหร่ความทรมานนี้จะจบลงสักที... เมื่อไหร่ฉันจะหลุดพ้นจากตระกูลคำว่า 'เพื่อนสนิท' ที่แสนป่าเถื่อนนี้เสียที
กี่ครั้งแล้วที่ต้องยอมจำนนให้อารมณ์ของเขา?
กี่ครั้งแล้วที่ต้องเป็นที่ระบายความใคร่ในยามที่เขาหึงหวงอย่างไร้สาระ?
และอีกกี่ครั้งที่ฉันต้องนั่งเช็ดน้ำตาตัวเองคนเดียวในความมืด หลังจากที่เขากอดกุมร่างกายฉันจนพอใจแล้วลุกเดินจากไป?
"อืม... ชม... กอดกูแน่นๆ..."
เสียงกระซิบสั่งการที่ข้างหูดังขึ้น พร้อมกับท่อนแขนหนาของเขาที่เอี่ยวรัดเอวบางให้ขยับเข้ามาชิดแนบแน่นยิ่งขึ้น พระรามซบหน้าลงกับไหล่มน สูดกลิ่นหอมจากกายฉันอย่างหิวโหย จังหวะสุดท้ายอันเร่าร้อนถั่งโถมเข้ามาจนกระทั่งความใคร่ของเขาถูกปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้น
ร่างกายของเขากระตุกเกร็งและเกร็งทับลงมาบนตัวฉัน เสียงลมหายใจหอบกระชั้นของเขาดังข้างหู ในขณะที่ฉันทำได้เพียงนอนนิ่งเป็นหินทรายให้น้ำตาไหลผ่านขมับลงสู่หมอนใบเดิมอย่างเงียบเชียบ
พระรามค่อยๆ ถอนกายออกอย่างช้าๆ ก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างๆ ดึงร่างที่บอบช้ำและไร้เรี่ยวแรงของฉันเข้าไปกกกอดไว้ในอ้อมอกกว้างอย่างถือสิทธิ์ เขาใช้มือหนาเสยผมที่เปียกชุ่มเหงื่อของฉันออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนชั่วครู่ชั่วคราวที่เขามักจะมอบให้หลังเสร็จสิ้นกิจกรรม แต่มันกลับไม่เคยช่วยเยียวยาบาดแผลในใจของฉันได้เลยสักครั้ง
"นอนซะ... คืนนี้กูจะนอนกอดมึงอยู่ตรงนี้"
พระรามกระซิบเสียงเบา พลางประจงจูบลงบนหน้าผากของฉันอย่างคุ้นเคย ฉันไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ไม่แม้แต่จะขยับตัวกอดตอบเขา ได้แต่นอนนิ่งๆ ฟังเสียงหัวใจของเขาที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมออยู่ในอกกว้าง หัวใจดวงที่เขามอบให้มายมิ้นไปหมดแล้ว... แต่กลับใช้ร่างกายและสิทธิ์ความเป็น 'เพื่อน' ดักขังฉันไว้ในกรงขังแห่งความทรมานนี้ตลอดกาล.
@ 2 ปีต่อมาบรรยากาศในห้องรับแขกของบ้านถูกตกแต่งไปด้วยลูกโป่งสีหวานสดใส เสียงเพลงฉลองวันเกิดดังขึ้นพร้อมกับแสงเทียนวับแวมบนเค้กน่ารักๆ"แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู... แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู... แฮปปี้เบิร์ดเดย์ แฮปปี้เบิร์ดเดย์... แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู...""ฟูววววว!"ปากเล็กๆ ของเด็กหญิงตัวน้อยเป่าลมดับเทียนบนเค้กอย่างน่าเอ็นดู ท่ามกลางเสียงปรบมือของพ่อและแม่"สุขสันต์วันเกิดนะคะลูกรัก" ชมพิ้งค์ยิ้มหวานลูบหัวลูกสาว"ขอให้หนูเป็นเด็กดี เป็นที่รักของทุกคนแบบนี้ตลอดไปนะครับ... ป๊ารักหนูมากนะ"พระรามยิ้มกว้างด้วยความสุข ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหวานซ่าน"รักแม่ของลูกด้วยครับ!... ฟอดดด!!"จมูกคมกดหอมลงบนแก้มใสนุ่มของลูกสาวตัวน้อย ก่อนจะหันมาหอมฟอดใหญ่ที่แก้มเนียนของเมียรักด้วยความรู้สึกรักและหวงแหน สามคนพ่อแม่ลูกกอดกันกลม พร้อมกับยิ้มให้กันด้วยความสุขที่เปี่ยมล้น"ปีนี้ลูกอายุครบสองขวบแล้วนะ" พระรามเอ่ยขึ้นพลางมองลูกสาวที่กำลังเล่นของขวัญ"โตเร็วเหมือนกัน กว่าจะผ่านมาได้ เหนื่อยไม่ใช่น้อยเลยนะ" ชมพิ้งค์ถอนหายใจยิ้มๆ นึกถึงความยากลำบากที่ผ่านมา"อาทิตย์หน้าต้องบินไปญี่ปุ่นอีกใช่ไหม" พระรามถามด้วยความห
@ชมพิ้งค์สองคนนั่งมองสบตากันอยู่นานนับสามสิบนาที... พระรามกุมมือของชมพิ้งค์เอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย แม้ฝ่ามือจะสั่นเทา อีกคนได้แต่มองสบตา สายตาคมคู่เดิมบัดนี้คลอเบ้าไปด้วยน้ำตา ยิ่งมองชมพิ้งค์ก็ยิ่งรู้สึกหวั่นไหว หัวใจมันอ่อนยวบลงอย่างไม่อาจต้านทานจากที่เคยมั่นใจว่าตัวเองจะไม่มีวันใจอ่อนให้กับคนตรงหน้าอีก มั่นใจว่าสามารถตัดเขาออกไปจากชีวิตและหัวใจได้สำเร็จ แต่พอมาวันนี้กลับทำตามที่เคยพูดเอาไว้ไม่ได้เลยสักอย่าง หัวใจที่เคยแข็งแกร่ง ถูกสร้างเป็นกำแพงหนาเตี้ยม มันกลับถูกทำลายลงได้ง่ายๆ เพียงแค่เห็นน้ำตาแห่งความสำนึกผิดของคนตรงหน้า..."หยุดร้องได้แล้ว... เป็นผู้ชายนะ จะร้องอะไรหนักหนา"น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยปลอบพร้อมกับยกปลายนิ้วหัวแม่มือ ค่อยๆ เช็ดคราบน้ำตาบนแก้มของพระรามออกทีละนิดอย่างเบามือ"รามแค่ต้องการคำตอบจากชม... รามสาบานเลยครับ รามจะไม่ทำให้ชมเสียใจอีกแล้ว... ให้โอกาสกันได้ไหม" พระรามเอ่ยขอร้องเสียงสั่นเครือ"แล้วถ้าชมตอบว่าไม่ล่ะ..." ชมพิ้งค์ลองใจ"........................"พระรามเงียบกริบ ไม่พูดอะไรออกมา สายตาวูบไหวมองต่ำลงที่พื้น พยายามกลั้นก้อนเนื้อในคอและน้ำตาไม่ให้ไหลทะลักออกมา
@ห้องทำงานชมพิ้งค์"ดันต่อไปได้เลยค่ะ ชมให้ที่สามสิบล้าน""ค่ะ... บอกเขาว่าถ้าโอเค สัปดาห์หน้าชมพร้อมจะเซ็นสัญญา""โอเคค่ะ... ได้เรื่องยังไงแล้วแจ้งชมด้วยนะคะ""ขอบคุณมากค่ะคุณนัยนา..."ชมพิ้งค์กดวางสายจากนัยนาเลขาส่วนตัว ก่อนจะนั่งทิ้งตัวเอนหลังลงบนเก้าอี้ทำงาน ค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ พักสายตาให้หายเหนื่อย ช่วงนี้งานรุมเร้าเข้ามาจนแทบจะไม่ได้พักผ่อน แล้วไหนจะต้องดูแลลูกสาวตัวน้อยอีก ถึงแม้จะมีพี่เลี้ยงคอยช่วย แต่เธอก็ยังทำหน้าที่ของคนเป็นแม่ไม่เคยขาดตกบกพร่อง... เหนื่อย... มันเหนื่อยมากจริงๆหลับตาพักผ่อนอยู่ได้ครู่หนึ่ง ก่อนจะรู้สึกเหมือนมีใครบางคนเปิดประตูเข้ามาในห้อง คราแรกคิดว่าเป็นป้าแมวแม่บ้านเอาของว่างมาให้ แต่พอเอ่ยประโยคออกไป เสียงที่ตอบกลับมากลับไม่เป็นอย่างที่คิด..."แก๊ก...""ชมขอกาแฟสักแก้วนะคะป้าแมว...""พึ่งจะกินไปเมื่อกี้ไม่ใช่เหรอครับ..."เปลือกตาที่ปิดอยู่ลืมตาตื่นขึ้นโดยอัตโนมัติ ก่อนจะจ้องมองไปยังเจ้าของเสียงนุ่มทุ้มคุ้นหูที่ยืนอยู่ตรงหน้า"ราม...?" ชมพิ้งค์เบิ่งตากว้าง"เข้ามาได้ยังไง! รีบออกไปเลยนะก่อนที่คุณพ่อจะมาเห็น!""ไม่ไป!... รามไม่ไปไหนทั้งนั้น จะอยู่กับชมที่น
@ 3 เดือนต่อมาเหมือนตายแล้วเกิดใหม่... ครั้งสุดท้ายถูกพ่อตากระทืบยับ นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลยาวถึงสองเดือนเต็ม พักฟื้นต่อที่บ้านอีกหนึ่งเดือน สภาพดูไม่ได้ ไม่มีจุดไหนที่ไม่ช้ำตามตัว ไม่มีส่วนไหนของร่างกายที่ไม่ได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง แต่ถามว่าคุ้มไหม... มันคุ้ม คุ้มมากๆ!เพราะตอนนี้เขาได้มีโอกาสเข้ามานั่งอยู่ในบ้านของชมพิ้งค์ พร้อมด้วยผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ด้วยเรื่องข้อตกลงที่ทำเอาไว้ก่อนที่พระรามจะได้นอนหยอดน้ำข้าวต้ม วันนั้นเจ็บเจียนตาย อีกนิดเดียวก็คงตายไปแล้ว แต่ด้วยความอดทนต่อความเจ็บปวดของร่างกาย อดทนเพื่อขอโอกาสจากคนที่รัก วันนี้จึงมาทวงคำสัญญาจากคุณพ่อตาที่เคยลั่นวาจาเอาไว้"มึงจะรับผิดชอบลูกกูยังไง!"พ่อของพระรามเอ่ยถามพ่อของชมพิ้งค์ขึ้นมาด้วยน้ำเสียงขึงขัง เมื่อมองดูลูกชายของตนเองที่ตามร่างกายและใบหน้ายังมีร่องรอยฟกช้ำดำเขียวหลงเหลืออยู่"รับผิดชอบอะไร!... มันเต็มใจให้กูกระทืบเอง!" พ่อของชมพิ้งค์ทำทีไม่รู้ไม่ชี้ ใครใช้ให้มันปากเก่ง ท้าใครไม่ท้า... มาท้านิรุษ อดีตนายทหารหน่วยรบพิเศษ!"แต่มึงก็ทำเกินไป! อีกนิดเดียวมันก็จะตายแล้วนะไอ้รุษ!" พ่อพระรามโต้กลับอย่างไม่ยอ
"มึงยังมีหน้ากลับมาบ้านกูอีกเหรอไอ้ราม!!!""คุณพ่อ!!!" ชมพิ้งค์สะดุ้งสุดตัว หันไปมองผู้เป็นพ่อที่เดินหน้าถมึงทึงเข้ามา"ครั้งที่แล้ว มันคงจะหนักไม่พอสินะ มึงถึงกล้ากลับมาวอแวกับลูกสาวกูอีก!" พ่อตาตวาดลั่น"ผมแค่อยากคุยกับลูกกับเมียผม! ผมรู้ว่าผมผิดกับเรื่องที่เคยทำพลาดไป แต่ผมรักชมพิ้งค์จริงๆ นะครับ! และผมก็อยากรับผิดชอบลูกของผมด้วย!" พระรามคุกเข่าลงต่อหน้าคุณพ่อตา ยืนยันหนักแน่น"มึงจะมารับผิดชอบอะไรตอนนี้!... มารู้สึกผิดทำไมตอนนี้!"ยิ่งพูดยิ่งโมโห เมื่อครั้งตอนเกิดเรื่องใหญ่ ไม่เห็นแม้แต่เงาของมัน มาตอนนี้มันบอกจะรับผิดชอบ ไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ!"ผมขอโทษครับ... ผมไม่รู้จริงๆ ว่าชมท้อง... พอผมรู้ผมก็รีบมาทันที ผมไม่เคยอยากทิ้งชมพิ้งค์ให้เผชิญปัญหาคนเดียวเลยนะครับ!""แล้วทำไมมึงพึ่งจะกลับมา! กลับมาในตอนที่ทุกอย่างมันลงตัวหมดแล้ว มาตอนนี้มันสายไปแล้วพระราม! มึงกลับไปก่อนที่กูจะหมดความอดทน!""ผมไม่กลับ! ผมจะอยู่กับลูกกับเมียที่นี่!" พระรามดื้อรั้น ไม่ยอมลุกไปไหน"ราม... กลับไปก่อน! มีอะไรค่อยคุยกัน!"ชมพิ้งค์รีบไล่ให้คนตรงหน้ากลับไป ขืนอยู่ต่อมีหวังได้เข้าไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มในโรงพยาบาลอีก
@หนึ่งสัปดาห์ต่อมาร่างกายที่เต็มไปด้วยร่องรอยฟกช้ำดำเขียว ใบหน้าหล่อปูดบวมจนเส้นเลือดฝอยในตาแทบจะแตก ร่างหนานอนพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลนานนับสัปดาห์ จนวันนี้คุณหมออนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่มีหรือคนอย่างพระรามจะทำตามง่ายๆ ทั้งที่มีพ่อแม่มารอรับ แต่เขากลับไม่ยอมกลับไปยังบ้านของตนเอง สั่งคนขับรถให้มุ่งตรงไปยังบ้านของชมพิ้งค์ทันที!แผลเก่าที่คุณพ่อตาฝากเอาไว้ยังไม่ทันหายดี ลูกเขยเทวดาอยากลองของ ขอกลับไปซ้ำรอยเดิม ก็อยากจะรู้เหมือนกัน หากชมพิ้งค์เห็นเขาโดนทำร้ายซ้ำ เจ็บเจียนตายต่อหน้าต่อตา เธอจะยังทำเป็นเมินเฉยไม่สนใจกันได้จริงหรือ..."ตาราม... แม่ว่าเรากลับกันดีกว่านะ เรื่องหนูชมพิ้งค์ เดี๋ยวแม่กับป๋ามาคุยให้วันหลัง"แม่ของพระรามพยายามห้ามปรามลูกชายด้วยความวิตกกังวล ยิ่งรู้ว่าฝ่ายนั้นทั้งโกรธทั้งโมโห ตั้งแต่เกิดเรื่องใหญ่ขึ้น สองครอบครัวถึงกับมองหน้ากันไม่ติดเลยทีเดียว"คุณแม่กลับไปก่อนเลยครับ ผมจะไปตามลูกตามเมียของผมคืน..." พระรามเอ่ยเสียงแหบพร่า แต่สายตามุ่งมั่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน"แต่ลูกยังเจ็บอยู่เลยนะ! ถ้าเขาทำอีก ลูกจะไม่เป็นหนักกว่าเดิมเหรอ..." แม่ของพระรามพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง ม







