Masuk“ฮึก” ว่าจบกลีบปากหนาได้รูปสวยก็โน้มเข้าหาริมฝีปากบางของข้าวหอม สัญชาตญาณของคนตัวเล็กกว่าสั่งให้ใช้มือผลักดันหน้าอกใหญ่ของเขาไว้ ราวกับกลัวว่ามันจะทับเธอจนแบน
“เอาเลยเหรอ...ไม่อาบน้ำก่อนเหรอ” อยู่ ๆ เธอก็เริ่มประหม่านิด ๆ ไม่ใช่กลัวนะ แต่ว่าเธอแค่ไม่ชินกับครั้งแรกที่ต้องนอนกับผู้ชายทั้งที่ไม่ได้อาบน้ำ เธอกลัวกลิ่นมันจะไม่หอม
แต่คนที่คร่อมอยู่เหนือร่างกลับรู้สึกว่ายายขี้เมาจะดึงเกม แต่บอกเลยว่าเขามาไกลเกินกว่าจะถอยกลับแล้ว
“ทำไม? กลัวแล้วเหรอ”
“ปะ...เปล่าสักหน่อย ใครกลัว คนอย่างข้าวหอมไม่เคยกลัว” เสียงพูดของผู้หญิงปากดีที่แนะนำตัวแบบไม่ได้ตั้งใจให้เขารับรู้ และเขาก็รู้สึกชอบชื่อนี้ขึ้นมาเสียแล้วสิ
“ข้าวหอม แล้วอย่างอื่นหอมไหม”
“แน่นอนว่าต้องหอม” ต่อให้เมาคนหลงตัวเองอย่างข้าวหอมก็ไม่ยอมบอกว่าตัวเองไม่หอมเด็ดขาด มันเสียความมั่นใจ
“อย่างนั้นก็ต้องพิสูจน์ เริ่มจากปากเล็ก ๆ ที่มันฉอเลาะ ฉันดีเสียเหลือเกินก่อนแล้วกัน” มุมปากกระตุกยิ้มร้ายของออสติน แล้วโน้มใบหน้าเข้าหาริมฝีปากเรียวสวยก่อนจะตรึงท้ายทอยเอาไว้จากนั้นทาบริมฝีปากลงจูบอย่างดูดดื่มและหนักหน่วง
แรกเริ่มริมฝีปากสวยของข้าวหอมเม้มชิดติดกัน แต่ก็ถูกลิ้นร้อนแงะออกจากนั้นลิ้นร้อนฉ่า ก็แทรกเข้ามาในโพรงปากอันชุ่มฉ่ำของเธอพร้อมกับสำรวจกวาดเกลี้ยงให้ครบทุกซอกทุกมุม จนอีกคนใต้ร่างหอบหายใจหนักหน่วง
“อื้อ...เดี๋ยว” เธอพยายามจะพูดในลำคอ แต่ว่าคนตัวใหญ่ก็ไม่เปิดโอกาสให้พูด แถมยังตะโบมจูบราวกับต้องการสูบวิญญาณเธอออกจากร่าง
นี่เหรอจูบที่ว่ากระชากวิญญาณ!
ออสตินไม่สนใจว่ายายตัวแสบจะตายคาจูบของเขารึเปล่า แต่ยามนี้เขาหยุดไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เขาต้องได้เธอ
ยิ่งจูบความรู้สึกอยากถลำลึกก็แล่นเข้าใจกลางความเป็นบุรุษ เลือดลมสูบฉีดอัดแน่นจนปวดหนึบไปหมด ความเป็นชายลำใหญ่ของตัวเองพรั่งพร้อมสำหรับเดินเกมรักในคืนนี้แล้ว แต่ทว่า...
“อ่าส์~” เสียงครางหวิวเปล่งออกมาเมื่อเขาใช้นิ้วแกร่งแทรกเข้าใจกลางความสาว มันทั้งคับและแน่นจนรัดนิ้วของเขาถึงขั้นปวดหนึบไปหมด
“พะ...พี่...พี่ออสติน...เดี๋ยว...ขอทำใจก่อน” เธอรีบผลักเขาออก แล้วก็เปิดปากรั้งเขาให้ใจเย็น ๆ ทันทีที่เขายอมปล่อยให้ริมฝีปากของเธอเป็นอิสระ
หัวใจของสาวเวอร์จิ้นเต้นตุบตับราวกับมันจะออกจากอก พร้อมกับรีบโกยอากาศเข้าให้เต็มปอด กลัวว่ารอบต่อไปจะยาวนานกว่านี้แล้วจะไม่ได้หายใจ
“อะไรกันยังไม่ได้เริ่มเลย”
“อ่าส์~”
“อย่าเพิ่งมันแน่น”
เธอเพิ่งรู้ว่ารอยยิ้มภายใต้กรอบแว่นแสนสุภาพนั้น มันไม่ได้สุภาพอย่างที่เธอคิด แค่นิ้วกลางของเขาที่สอดเข้ามาทำเอาเธอแทบจะหุบขาหนีสัมผัส
แล้วไอ้ท่อนใหญ่ ๆ ตรงกลางที่อยากได้นั่นเล่า มันไม่ทำให้เธอแหกไปเลยหรือไง แค่คิดก็เริ่มหวาดกลัวจนต้องกลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างยากลำบากแล้ว
“ถ้าไม่นำร่องก่อนเธอจะเจ็บนะ” ขณะพูดเขายังไม่ได้ยกนิ้วออกจากร่องรักเลยสักนิด แล้วก็ใช้นิ้วโป้งช่วยสะกิดปลายติ่งเกสรเรียกน้ำหวานให้ออกมา แล้วมันก็ได้ผลเมื่อยายข้าวหอมกระดกสะโพกขึ้นลงตามแรงสอดใส่นิ้วของเขา
“อื้อ...มัน...อื้อ...เสวไปหมด” ใช่มันเสียวจะตายอยู่แล้ว นี่เธอกล้าดียังไงอยากได้ผู้ชายคนนี้ แค่นิ้วก็ทำให้เธอจิกปลายเท้าจนแทบจะกลายเป็นเส้นตรงแล้ว
“ได้มากกว่านี้อีกนะ”
เขาหมุนนิ้วควงเป็นวงกลมจากนั้นมองยายตัวแสบสั่นระริกด้วยความชอบใจ ยังไม่เคยคิดจะมาลองของใหญ่อย่างเขาก็ต้องเจอแบบนี้ และเขาก็ไม่ปล่อยให้เธอรอนานกว่านี้อีกต่อไป โน้มใบหน้าเข้าไปตรงกลางระหว่างขา ใช้สองมืออ้าเรียวขาเล็กให้กว้าง แล้วชักนิ้วออกแทนที่ด้วยลิ้น
“ฮึก!” ข้าวหอมกระตุกร่างพรวดเมื่อเขาชักนิ้วออกกะทันหัน แต่แล้วก็รู้สึกซาบซ่านอีกครั้งเมื่อเรียวลิ้นเปียกชื้นของเขาวาดลงมาตรงกลางร่อง กระตุ้นให้กายสาวสยิวซ่านไปทั่วร่าง จากนั้นบั้นเอวคอดที่รับกับสะโพกงอนงามก็กระดกขึ้น ๆ ลง ๆ ตามความรู้สึกภายใน
“พี่ออสติน...!” ร่างของเธอโดนจับให้นั่งตักเขาโดยที่สองแขนของเขากักตัวเธอเอาไว้แล้วเกยคางมนกับหัวไหล่ของเธออ่านเอกสารและเซ็นต่อไป “อยู่นิ่ง ๆ” “ทำงานก็ปล่อยข้าวหอมสิคะ” “ชอบทำท่านี้” คำว่าชอบทำท่านี้ของเขาทำให้เธอหวิวทีเดียว นึกถึงวันที่ทำหน้ากระจกเขากดเข้าข้างหลังจากนั้นก็จับเธอยกขึ้นสองขาชี้เป็นตัววีแล้วภาพของเขาที่กำลังมุดเข้ามาในตัวเธอเด่นชัดเสียจนเธอขมิบตอดแรงและรัวนัก ยามนึกถึงวันนั้นทีไรใจเธอก็เต้นระรัวใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นทันที ลมหายใจที่รินรดต้นคอของเธอทำให้เธออุ่นวาบไปทั้งอก แล้วไม่พอแค่นั้นมือหนาอีกข้างที่ว่างลูบขาเธอไปมาพาลให้รู้สึกสยิวอย่างบอกไม่ถูก “พี่ออสติน...ถามอะไรหน่อยสิ” เธอกัดริมฝีปากพยายามกลั้นเสียงครางแล้วพูดกับเขาให้คิดถึงเรื่องอื่นแทน “ถามมาสิ” เขาตอบแต่ก็ไม่หยุดจากการลูบ ๆ คลำ ๆ เนื้อตัวเมียของตนเอง “แฟนเก่าพี่เคยมาหาที่นี่ไหม” มือที่กำลังคลึงต้นขาของเธอชะงักแล้วก็เอาลงจากขาพร้อมกับเสียงตะกุกตะกัก ทำให้ข้าวหอมรู้สึกว่าเขาต้องกำลังปิดบังเธอแน่ ๆ “ปะ...เปล่า” “กี่ครั้งบอกมานะ”
หลังอาหารมื้อเย็นที่คุณมาลินีทำต้อนรับลูกสะใภ้อย่างเป็นทางการ หลังเจ้าลูกชายตัวดีง้อสำเร็จก็ถึงเวลานั่งคุยกันสักที ครั้งก่อนไปหาหนูข้าวหอมที่บ้านยังไม่ได้คุยอะไรกันมากเพราะว่ากำลังทะเลาะกับลูกชายอยู่ คราวนี้สบโอกาสเห็นคลิปที่เป็นไวรัลของเจ้าลูกชายตัวดีจึงถามเรื่องแต่งงาน “หลังเรียนจบแต่งงานเลยไหม แม่จะได้เตรียมตัวเอาไว้ล่วงหน้า ชอบจัดงานที่ไหน โรงแรม ริมทะเล หรือในสวน” ข้าวหอมยิ้มเขินเธอเพิ่งอยู่ปีสาม อีกสองปีกว่าจะเรียนจบมันก็ยังไม่ใช่ใกล้ ๆ นะ คุณแม่ของเขารีบร้อนจริง ๆ “แม่ครับ น้องเรียนแล้วยังต้องฝึกงานอีกนะครับ” “ดีสิ ฝึกที่บริษัทเราเดี๋ยวให้ผู้จัดการทั่วไปหาตำแหน่งฝึกให้ อยากทำตำแหน่งอะไรล่ะ” มาลินีไม่ท้อถามต่อว่าที่ลูกสะใภ้ที่เจ้าลูกชายจะเป็นจะตายเมื่อตอนทะเลาะกัน “ต้องฝึกเลขาของผมสิ จะฝึกตำแหน่งอื่นได้ยังไง” ข้าวหอมอมยิ้ม เขาไม่คิดจะให้เธอห่างเขาเลยหรือไง จึงแหย่เขาเล่น “คุณแม่คะ แผนกไหนผู้ชายเยอะ ๆ บ้างคะ ข้าวหอมอยากอยู่ตำแหน่งนั้น” พูดจบได้ยินเสียงขบฟันแต่ก็ไม่กล้าหันไปมอง หันมองแต่คุณแม่ที่กำลังคิดอย่างหนัก
ข้าวฟ่างโกรธจนเส้นเลือดขึ้นไปถึงดวงตา ทำให้น้ำตาคลอหน่วย เธอเป็นคนที่สวยมาก ๆ แต่เธอโดนผู้ชายปฏิเสธแบบไม่เหลือเยื่อใยได้อย่างไร “ฉันจะคอยดูว่าจะไปรอดได้สักกี่น้ำ” ข้าวฟ่างพูดจบก็เดินออกไปทันที ไม่รอให้มีคนนินทาเธอต่อได้อีก ในรถออสตินมองคนด้านข้างที่ยิ้มไม่หุบ ไม่รู้ดีใจอะไรนักหนาจนต้องถาม “ชอบเหรอที่พี่ทำแบบนั้น” “ชอบค่ะ ทำกับข้าวหอมคนเดียวนะ” ข้าวหอมโน้นใบหน้าเข้าไปจุ๊บแก้มเขาทีหนึ่งแล้วก็ถูไถกับแขนล่ำ ๆ ของเขา จนอีกคนเอามือที่จับพวงมาลัยมาลูบหัวเธอเบา ๆ “ก็จะทำแค่แฟนเท่านั้นแหละ คนอื่นไม่ทำหรอก” “ทำกับคนอื่นก็มีเรื่องน่ะสิ” ข้าวหอมแกล้งโกรธเขา รู้แล้วคนเนิร์ด ๆ อย่างพี่ออสตินคนนี้น่ารักที่สุดในโลก ตลอดสามเดือนที่ผ่านมาพิสูจน์ได้แล้วว่าเขาเป็นคนที่จริงใจกับเธอ และรักเธอจริง ๆ “ค้าบ กลัวแล้วค้าบ วันนี้ไปกินข้าวที่บ้านแม่ผมนะ” ต่อให้เกือบจะได้ขอแต่งงานไปแล้ว แต่ว่าเจ้าตัวก็ยังไม่รับนัดไปกินข้าวที่บ้านสักทีจนเขาที่อยากจะพาไปจะแย่รอไม่ไหว หากเป็นเมื่อก่อนผู้หญิงที่เข้ามาหาเขาอยากให้ไปเปิดตัวที่บ้านจะตายไป แต่ไม่มีใครได้สิทธิ์
เปิดเรียนวันแรกข้าวหอมก็มีสารถีรับส่งเป็นคนที่ประกาศออกโซเชียลว่าเธอเป็นคนที่เขาต้องการจะแต่งงานด้วย เมื่อมาถึงตึกคณะวิทยาลลินกับอบเชยก็ยืนหน้าบูดอยู่แล้วพร้อมกับรีบวิ่งเข้ามาหา “เพิ่งเสด็จรู้ไหมว่าคู่กรณีรออยู่” ลลินมาถึงก็รีบบอกทันที เธอหมั่นไส้ยายข้าวฟ่างอะไรนั่นมาก มั่นหน้าขนาดมานั่งรอเพื่อนเธอที่ตึกคณะดูก็รู้ว่าต้องการมาหาเรื่อง “ใครคู่กรณี ฉันยังไม่ได้ไปเหยียบหางใครเลยนะ” ข้าวหอมพูดติดตลก แต่เดาในใจว่าน่าจะบรรดาแฟนคลับของพี่ออสติน ขณะที่เธอกำลังล้วงเอามือถือจะส่งข้อความบอกเขา แต่กลับหาไม่เจอจนเธอคิดว่าน่าจะลืมไว้ที่รถแต่ด้วยเดินมาใต้ตึกแล้วขี้เกียจเดินกลับ จึงยืมโทรศัพท์เพื่อนโทรหาเขาเพื่อจะให้เอามือถือมาให้ “ข้าวฟ่าง อดีตพี่ออสตินผัวแกสิ มารอตั้งแต่เช้าล่ะ” อบเชยบอกเพื่อนให้รู้ตัว เพราะไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้จะมาไม้ไหนกันแน่ “ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดกับเขานะ จะมาดักฉันทำไม” ข้าวหอมไม่อยากเข้าไปยุ่ง เธอคิดแค่ปัจจุบันจะก้าวไปข้างหน้าอย่างไรมากกว่า “แต่ยายนั่นมีแน่ ฉันได้ข่าวว่านางพยายามตามหาพี่ออสตินนะ แต่ว่าเขาไม่รับสายเลยแล้วบล็อกด้วยมั้ง ก
“ถึงเราไม่ได้ใช้จมูกเดียวกันแต่ผมใช้หัวใจดวงเดียวกับคุณนะ ขาดคุณก็เหมือนขาดใจผมตายแน่ ๆ” ข้าวหอมมองอย่างหมั่นไส้แล้วก็สะบัดตัวเข้าไปแต่เมื่อเห็นว่าสิ่งที่อยู่ในห้องคืออะไรทำเอาเธอตกตะลึง ดอกกุหลาบสีขาวเรียงอยู่เต็มห้องพร้อมกับรูปถ่ายที่เคยถ่ายด้วยกันติดกับปลายริบบิ้นมีลูกโป่งลอยอยู่บนเพดานห้อง และแต่ละรูปนั้นเป็นรูปที่เขาแอบถ่ายโดยที่เธอไม่รู้ตัวตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาตอนเราคบกัน เมื่อเดินเข้ามาในห้องเสียงเพลงที่เธอชอบก็ดังขึ้น โดยด้านหลังมีเสียงปิดประตูพร้อมกับโปรเจคเตอร์ที่กำลังฉายเรื่องราวระหว่างเรา และเสียงที่ร้องเป็นเสียงของเขา ภาพที่เธองอแงแล้วกอดเขาแน่นเขาก็ถ่ายไว้ ภาพที่เธอเมาจนหมดสภาพก็ยังมีเขา ภาพที่กินมาม่าด้วยกัน ภาพที่หอมแก้ม ภาพที่เขากำลังสอบถามเภสัชกรเรื่องยาคุม พร้อมแคปชั่น คนแรกและคนเดียวที่ซื้อยาคุมให้ ภาพกินข้าวบ้านแฟนครั้งแรก เพิ่งรู้ว่าพะโล้เป็นของโปรดเธอ ภาพนั่งเข้ามุมพร้อมกับแคปชันเสือหงอยตอนเธอโกรธ ภาพนี้ทำให้เธอหัวเราะทั้งน้ำตา มันใช่มาก ๆ แต่เมื่อหันมามองก็เห็นอีกคนกำลังนั่งคุกเข่าแล้วชูกล
ตลอดปิดเทอมของข้าวหอม ออสตินไปเฝ้าอยู่ที่บ้านข้าวหอมทุกวันจนกลายเป็นแขกอีกคน ทั้งไปนั่งคุยกับคุณพ่อของข้าวหอม เข้าครัวทำอาหารกับคุณแม่ของเธอแต่อีกคนก็ไม่ค่อยคุยกับเขา ยกเว้นจะโผล่ไปคอมเมนต์ในโพสต์ ทำให้เขาโพสต์วันละสามที่โพสต์ เพราะอย่างน้อยเธอก็เหลือที่ให้เขาและเธอได้ตอบโต้กัน “เหนื่อยไหมลูก” พิสิษถามว่าที่ลูกเขย เพราะเข้าใจหัวอกคนที่รักกันดี ตอนที่ง้อแม่ของข้าวหอมเขาก็เหนื่อยเช่นกัน “ไม่เหนื่อยหรอกครับ ขอแค่เขาให้อภัยผมยอมทำทุกอย่าง” นับวันเขาก็ยิ่งแน่ใจว่าข้าวหอมคือคนที่เขาไม่อยากให้ห่างกาย และรู้สึกปวดใจหากต้องเลิกกันจริง ๆ ตอนนี้เขามีช่วยงานในบริษัทของแม่ แต่ก็ไม่ลืมจะแวะมาหาเธอทุกวัน “ข้าวหอมเป็นคนไม่ค่อยโกรธใครง่ายนักนะ แต่ว่าถ้าโกรธคือนาน เหมือนแม่เขา” พสิษกลัวว่าคนง้อจะหมดแรงเสียก่อน ง้อนาน ๆ แบบนี้แล้วลูกสาวก็ไม่ใจอ่อน “ผมรู้ว่าผมผิด ข้าวหอมโกรธก็สมควรแล้วครับ อย่างน้อยเธอก็ทำให้รู้ว่าเธอยังรักผม หากเธอเมินและเฉยชากับสิ่งที่ผมทำ นั่นแสดงว่าเธอไม่รัก” ออสตินพยายามคิดเข้าข้างตัวเอง และนั่นคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงหัวใจของเขาให้พยายามง้อเธอให้สำเร







