Se connecterอธิปคิดว่าเขาน่าจะพอรอได้จนถึงตีสอง...
แต่เพียงแค่เที่ยงคืน เขาก็พาโชติรสนั่งแท็กซี่กลับไปที่เพนท์เฮาส์ของตัวเองทันทีอย่างคนที่ไม่สามารถอดทนรอได้อีกต่อไป... แค่มองตากันครั้งแรก ชายหนุ่มก็รู้ว่าคืนนี้จะไปลงเอยที่ตรงไหน เขาเองก็ร้อนรุ่มมาทั้งวัน ก็คงตั้งแต่ดันไปจูบยัยลูกสาวแม่เลี้ยงของเขาเข้าให้นั่นแหละ
โชติรสไม่มีเวลากวาดสายตามองรอบ ๆ เพนท์เฮาส์หรูของอธิปด้วยซ้ำ เพราะทันทีที่สองร่างผ่านก้าวเข้าประตูห้องได้ อธิปก็แทบจะผลักเธอติดผนัง ลิ้นและริมฝีปากโรมรันพันตูกันอย่างหิวกระหาย เสื้อสีดำของโชติรสแทบปกปิดอะไรไม่ได้ เพียงแค่เขาล้วงมือเข้าไปก็สัมผัสเนินเนื้อข้างใต้ได้แทบทุกอณู
"จะทำตรงนี้เลยเหรอคะ"
จังหวะหนึ่งที่โชติรสผละริมฝีปากออกห่างเขาเพื่อหอบหายใจ เธอถามเสียงสั่นพร่า
อธิปตอบกลับมาเสียงกระเส่าพอกัน "ได้ทุกที่"
"งั้นขอบนเตียงได้มั้ย โชผิวบางน่ะ"
ดวงตาสีฟ้าของอธิปหรี่ลงเล็กน้อย พริบตาเดียวร่างสูงโปร่งของแอร์โฮสเตสสาวก็ถูกอุ้มลอยหวือขึ้นจากพื้น เสียงโชติรสหวีดร้องเบา ๆ อย่างไม่ทันตั้งตัว อธิปอุ้มหญิงสาวก้าวยาว ๆ ไปที่ห้องนอนจุดหมายคือเตียงกว้างขนาดซูเปอร์คิงไซส์ สั่งทำพิเศษสำหรับคนตัวสูงเกือบสองเมตรอย่างเขา
"แป๊บนะ"
อธิปกระซิบบอก ปล่อยร่างบางนอนกระเส่า เสื้อสีดำของหญิงสาวถูกถอดออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วไม่รู้ เหลือเพียงแพนตี้จีสตริงที่ด้านหน้าเป็นลูกไม้โปร่งบางสีดำ เหตุผลที่ชายหนุ่มปล่อยให้เธอรอเพราะเขากำลังเอี้ยวตัวไปหยิบซองฟอยล์ที่อยู่บนหัวเตียง เขาใช้ปากฉีกออกลวก ๆ ดึงของที่อยู่ด้านในออกมาอย่างระมัดระวังแต่ช่ำชอง ก่อนจะสวมมันลงกับอนาคอนด้ายักษ์ที่พร้อมจะฉกกินเหยื่อเต็มที่แล้ว
"อ๊า..."
โชติรสร้องเสียงหวานเมื่อเขาใช้ปลายนิ้วสำรวจช่องทางเพื่อความแน่ใจ ขาเรียวกางแผ่ เปิดกว้างเป็นสัญญาณว่าเธอพร้อม
และเมื่อชายหนุ่มลูกครึ่งกดสะโพกลงมา หญิงสาวก็ถึงกับผวาเฮือก เสียงร้องแหลมดังยิ่งกว่าเก่าก่อนเจ้าตัวจะยกมือปิดปากพยายามระงับเสียงนั้นไว้“ไม่ต้อง...” อธิปตะโกนเสียงเข้ม “ไม่ต้องเก็บเสียง”
เขาเร่งจังหวะถี่และแรง ปลดปล่อยความต้องการที่อัดแน่นมาตลอดหัวค่ำ
โชติรสครวญคราง ร่างสั่นสะท้าน เสียวซ่านทะลุไปถึงปลายเท้า ทั้งที่รู้ว่าด้วยร่างสูงใหญ่ของอธิป สิ่งที่ซ่อนอยู่นั้นคงไม่ธรรมดา แต่พอได้สัมผัสจริง ๆ เธอก็แทบจะจุกจนพูดไม่ออก
แต่มันอึดอัดแค่ชั่วครู่ เพราะนาทีต่อมาเธอกลับขอร้องเสียงแหบพร่า “แรง ๆ เลย...ไม่ต้องเกรงใจฉัน”
"แน่ใจนะ ผมไม่อยากให้พรุ่งนี้คุณลำบาก""ไม่...อึ้ก...มาเถอะ"
โชติรสยอมทุกอย่าง ก็ใช่ว่าทุกคนจะได้ลิ้มลองไส้กรอกฝรั่งเศสไซซ์ซูเปอร์บิ๊กกันบ่อย ๆ งานนี้แอร์โฮสเตสสาวสู้ตาย เพราะรู้ว่าสวรรค์ชั้นฟ้าที่เธอตะกายหาอยู่แค่เอื้อมนี้เอง
* * * * * รุ่งเช้าลลิตราตื่นเมื่อตะวันสายโด่ง ลินดามาเคาะประตูห้องนอนลูกสาว เด็กรับใช้ที่ชื่อน้ำตาลยกถาดอาหารเช้าขึ้นมาพร้อมกันด้วย
"ลูกอม อาการดีขึ้นหรือยังลูก ถ้ายังไม่ดีขึ้น วันนี้คุณอรรถจะให้คนไปส่งโรงพยาบาลเอง..."
"หนูโอเคแล้วค่ะแม่"
หญิงสาวรีบส่งยิ้มแม้ยังงัวเงียเล็กน้อย ตายังบวมตุ่ยเพราะร้องไห้มาทั้งคืน แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกโล่งอย่างไม่น่าเชื่อ มองถาดอาหารเช้าอย่างขัดเขิน
"หนูขออาบน้ำแต่งตัวแล้วค่อยลงไปกินข้าวก็ได้ค่ะแม่ ไม่ต้องยกมาให้ถึงนี่ก็ได้"
"นี่ก็คุณอรรถสั่งอีกเหมือนกัน"
ลินดาเอ่ยยิ้ม ๆ
นั่นสิ...แม่ของเธอจะกล้าสั่งให้แม่บ้านคนรับใช้ทำโน่นทำนี่ได้อย่างไร ในหนังในละคร แม่ของลลิตราอาจวางมาดเหมือนเจ้าหญิง แต่ชีวิตจริงของลินดา เมธานันท์ ก็แค่คนธรรมดาที่ไม่มีอำนาจหรือเงินตราอะไรเลย
ยังไม่นับว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมา ลลิตราต่างหากที่เป็นฝ่ายดูแลแม่ ไม่ใช่แม่มาดูแลเธอแบบนี้...
"ขอบคุณนะจ๊ะ หนูชื่อน้ำตาลใช่ไหม"
หญิงสาวหันไปถามเด็กรับใช้ที่ยังยืนก้มหน้าสำรวมอยู่ในห้อง น้ำตาลรีบเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มซื่อ ๆ มาให้แล้วพยักหน้า
"ใช่ค่ะ"
"อายุเท่าไหร่เหรอ ยังดูเด็กอยู่เลย"
"สิบแปดแล้วค่ะ หนูจบ ม.3 แล้วค่ะ"
น้ำตาลรีบตอบเหมือนกลัวว่าถ้าอายุน้อยไปกว่านี้ก็จะไม่ได้ทำงานที่นี่ต่อ
"ขอบใจนะจ๊ะ...เอ่อ เดี๋ยวฉันกินข้าวเสร็จแล้วจะยกถาดไปเก็บเอง น้ำตาลไม่ต้องอยู่รอก็ได้จ้ะ"
น้ำตาลพยักหน้า เข้าใจทันทีว่าผู้เป็นนายต้องการอยู่กันตามลำพังแม่ลูก จึงค่อยออกจากห้องไป
ลลิตราจับมือคนเป็นแม่มาบีบ
"แม่กินยา...วิตามิน...ของเช้านี้หรือยัง"
"อะไรกัน มาถามอะไรแม่ ตัวเองนั่นแหละรีบมากินข้าวก่อนเถอะ"
ลินดาบอก คนเป็นลูกยิ้ม รีบลุกไปล้างหน้าล้างตา
เมื่อออกจากห้องน้ำ ลินดาก็บอก "มีคนโทรมา แต่แม่ไม่ได้รับสาย ลองดูซิลูกว่าใคร เผื่อเขามีธุระด่วน"
ลลิตราหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู
ไม่มีชื่อของกิตติทัศน์เพราะเมื่อวานเธอบล็อกเขาไปแล้วในทุกช่องทาง
แต่สายที่กระหน่ำโทร และยังข้อความในไลน์กลุ่มที่ยาวเหยียด คือเพื่อนสนิทของเธอสองคน...
"กันตา" กับ "อมาวสี"
แสดงว่าสองคนนั้นคงรู้เรื่องที่กิตติทัศน์บอกเลิกเธอเมื่อวานแล้วสินะ
แปลกที่ลลิตรากลับยิ้มออกมาได้ แม้แต่หัวใจดวงแกร่งที่สุดก็ยังรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาเมื่อรู้ว่ามีคนเป็นห่วงเป็นใย
ไว้กินข้าวเช้าเสร็จ แล้วเธอค่อยส่งข้อความเข้าไปในกลุ่มไลน์ที่มีกันอยู่แค่สามคนนี้ก็แล้วกัน
"หมู่นี้ไม่มีลูกค้าเลยหรือลูก...แม่ไม่เห็นลูกออกไปส่งขนมที่ไหนเลย"ลินดาถาม มื้อเที่ยงวันนี้หล่อนให้แม่บ้านยกถาดขนมจีนกับแกงเขียวหวานไก่หม้อย่อมๆ มานั่งกินกับลูกสาวที่บ้านฝรั่ง น้ำตาลที่กินอิ่มเรียบร้อยแล้วก็ป้วนเปี้ยนทำความสะอาดเล็กๆ น้อยๆ อยู่แถวนั้นพอให้บรรยากาศไม่เงียบเหงา"ก็พอมีจ้ะแม่ แต่ลูกแค่อยากพักบ้างน่ะค่ะก็เลยยังไม่ค่อยได้รับทำ ได้แต่ส่งออเดอร์ให้เพื่อนๆ ร้านอื่นไปก่อน""แล้วเราจะไม่เสียโอกาสหรือ ถ้าเขาไม่กลับมาจ้างลูกอีกแล้วล่ะ""ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เราไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินแล้วนี่จ๊ะแม่"ลลิตราตอบตามตรงพร้อมรอยยิ้มขบขัน ลินดาร้องอ้อเบาๆ แล้วกินขนมจีนต่อคนเป็นลูกสาวนึกละอายอยู่ในใจ... เธอไม่ได้โกหกแม่ เพียงแต่พูดความจริงไม่หมดก็จะพูดได้อย่างไรว่าที่ช่วงนี้แทบไม่ได้ทำขนมเลยเพราะไม่มีเรี่ยวแรงเหลือ อธิปเข้ามาหาเธอทุกคืนและคืนที่แค่นอนกอดกันจนหลับไปเฉยๆ โดยไม่ได้โรมรัมพันตูนั้นก็แทบจะนับนิ้วได้บางวันลลิตราตื่นมาอย่างเมื่อยขบไปทั้งตัว แค่จะลุกไปอาบน้ำยังเหนื่อย นับประสาอะไรกับทำขนมทั้งที่อยากจะโมโห แต่เธอกลับวูบวาบในช่องท้องจนหน้าแดงนี่โชคดีที่สัปดาห์นี้อธิปติดตามบิดาของ
"คุณโชคะ...ท่านประธานคะ..."ผู้ช่วยเอ่ยเรียกซ้ำเบา ๆ อย่างกังวล เมื่อเห็นใบหน้าซีดขาวของคนเป็นเจ้านายตั้งแต่แขกคนสำคัญกลับไป โชติรสก็ดูเหมือนใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว และสมาธิก็หลุดลอยไปจากงานที่อยู่ตรงหน้า"เอ่อ...มีอะไรหรือเปล่าครับท่านประธาน"ผู้ช่วยสองคนพร้อมใจกันถาม โชติรสกลืนน้ำลาย ฝืนยิ้ม"เวียนหัวนิดหน่อยน่ะ ช่วยบอกแม่บ้านให้ยกน้ำส้มมาให้ทีนะ ฉันขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บ"หญิงสาวสั่งเสียงเบาก่อนลุกออกจากห้องประชุมเล็กเธอเข้าไปในใช้ห้องน้ำส่วนตัวในห้องทำงานของตัวเอง ห้องน้ำปูหินโมเสกสีดำดูหรูหรา และตอนนี้มันยิ่งขับให้ผิวที่ขาวเผือดของเธอยิ่งซีดเหมือนกระดาษ...'...ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเขาสัญญาอะไรกับคุณ แต่ถ้าเขาบอกว่าจะหย่า...คุณคงฉลาดพอที่จะรู้ว่ามันเชื่อถือได้แค่ไหน...'เสียงเอเวลินที่เอ่ยกับเธออย่างเนิบนาบใจเย็นตอนที่อยู่ในห้องรับรองเมื่อชั่วโมงก่อน ยังดังอยู่ข้างหูตอนนั้นโชติรสตัวชา ขาชา ได้แต่ยืนแข็งทื่อ ใจเต้นแรง พูดอะไรไม่ออก ไม่ต่างกับคนทำผิดร้ายแรงที่โดนจับได้คาหนังคาเขายิ่งเอเวลินยิ้มหวานให้ โชติรสก็ยิ่งรู้สึกหนาวสะท้านนี่ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เธอจะรับมือได้เลย'ฉันไม่แคร์หรอก
เป็นเวลาห้าทุ่มกว่าตอนที่โชติรสเพิ่งเดินออกจากลิฟต์พร้อมผู้ช่วยที่เธอไว้ใจอีก 2 คนที่เดินตามออกมา แต่ละคนสีหน้าเหมือนเพิ่งเอาชีวิตรอดจากการถูกกองเอกสารหลายพันตันถล่มทับ"สองวันนี้พักให้เต็มที่เลยนะ ขอบใจมากที่อยู่ช่วยฉัน"ประธานฯ สาวหันไปบอกผู้ช่วยทั้งสองคน ก่อนจะให้สั่งให้คนขับรถของบริษัทไปส่งคนทั้งคู่ให้ถึงบ้าน"คุณดูเป็นเจ้านายที่ใจดีกว่าที่ผมคิดนะ"โชติรสสะดุ้งเฮือก เมื่อจู่ ๆ มีเสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นด้านข้าง เธอหันขวับ ใจเต้นแรงยิ่งขึ้น แต่สีหน้ากลับบึ้งตึงเมื่อเห็นว่าเป็นใคร"คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง""ผมก็มารอพบท่านประธานน่ะสิครับ" ภพธรตอบยิ้ม ๆ โชติรสเชิดหน้าขึ้น"ฉันคงต้องโละทีมรักษาความปลอดภัยออกให้หมด โทษฐานที่ปล่อยให้คนแปลกหน้าเข้ามายุ่มย่าม...""ขอโทษถ้าทำให้คุณโกรธ แต่ผมแค่อยากเจอคุณจริง ๆ"ภพธรเอ่ยเสียงนุ่ม และก้าวเข้ามาใกล้เธออีกก้าว โชติรสเหลียวซ้ายแลขวา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ล็อบบี้ยังอยู่ครบทุกจุด และเหมือนกำลังมองมาทางนี้ด้วยหางตา...ถ้าหญิงสาวเอ่ยเสียงดังขึ้นกว่านี้อีกนิด เธอก็รู้ว่าพนักงานกะดึกของเธอจะต้องวิ่งเข้ามาพาตัวภพธรออกไปแน่นอนโชติรสกลืนน้ำลาย สูดลม
"ไม่! ฉันคบกับพี่ต้นแล้ว นายจะมาทำแบบนี้อีกไม่ได้แล้ว!" คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างหงุดหงิด "ใครอีกล่ะ คราวนี้เธอให้ใครมาเล่นละครอีก" "ครั้งนี้ไม่ใช่ คราวก่อนฉันยอมรับว่าฉันโกหกนาย แต่ครั้งนี้ไม่ใช่แล้ว" "งั้นเหรอ งั้นคราวนี้มันเป็นใครล่ะ" เขาถามอย่างอดทน ทั้งที่อยากกดเธอลงบนเตียงเต็มทีแล้ว ลลิตราขยุ้มคอเสื้อแน่นโดยอัตโนมัติ ราวกับว่าแค่สายตาของเขาก็จะทำให้เสื้อผ้าเธอหลุดลุ่ยล่อนจ้อนได้ "เขาเป็นรุ่นพี่ของฉันสมัยเรียน ฉันเคยชอบเขามาก่อนแต่ตอนนั้นเราเด็กเกินไปเลยไม่ได้คบกัน ฉันเพิ่งกลับไปเจอพี่ต้นที่ตราด...ใช่ฉันเพิ่งไปเที่ยวทะเลที่ตราดมา โรงแรมนั่นเป็นของพี่ต้น และฉันกับเขาก็...ตกลงเป็นแฟนกัน" อธิปหัวเราะพรืดทั้งที่แววตาไม่ขำด้วยสักนิด ก็เธอเล่นบอกเขาเหมือนท่องเตรียมมาแล้ว "เลิกตั้งแง่ใส่กันเถอะนะลูกอม เราทั้งคู่ก็รู้อยู่แล้วว่าเรารู้สึกยังไงกัน โชติรสไม่ใช่ปัญหาเลย โชก็อยากถอนหมั้นพอ ๆ กับฉันนั่นแหละ แต่ตอนนี้ยังทำไม่ได้เพราะ..." อธิปหยุดไปเล็กน้อย ถอนหายใจ เขาสัญญากับโชติรสว่าเรื่องนี้จะเป็นความลับ "เอาเป็นว่ามันเป็นเรื่องของธุรกิจ ที่ฉันกับโชยังไม่ถอนหมั้นเพราะมันมีเรื่องธุร
"อาร์ต เมื่อไหร่แม่จะได้รู้จักคู่หมั้นของลูกล่ะ"ออเดรย์ถามขึ้นมาระหว่างที่มือกำลังหั่นสเต๊ก ลลิตราทำเหมือนไม่ได้ยินคำถามนั้น กินอาหารของเธอไปตามปกติแม้จะรู้สึกว่าสายตาของอธิปพุ่งตรงมาที่ตัวเองก็ตามอธิปแทบไม่ชะงักเลยเหมือนกันตอนที่ตอบ"ไม่จำเป็นหรอก เพราะอีกไม่นานผมกับเขาก็จะถอนหมั้นกัน"คราวนี้นายอรรถเงยหน้ามองทันที แม้แต่ลินดาก็ยังอดหันมาด้วยไม่ได้"หมายความว่ายังไง อาร์ต""ตามนั้นแหละครับ"อธิปตอบ ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบอย่างใจเย็น และเมื่อเห็นว่าพ่อยังคงจ้องเขาอยู่ เขาจึงขยายความ"ยังไม่เป็นทางการหรอกนะครับพ่อ และยังไม่ได้บอกใคร แต่ผมกับโช เราตกลงกันแล้วว่าถ้าผ่านเรื่องยุ่ง ๆ ไปสักระยะ เราค่อยถอนหมั้นกันเงียบ ๆ""เหตุผล?""เหตุผลก็คือ ผมกับโชไม่ได้รักกันตั้งแต่แรก เราแค่หมั้นกันด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่วันหนึ่งเมื่อทุกอย่างคลึ่คลาย เราก็จะคืนอิสรภาพให้กัน""ตอนลูกมาขอให้พ่อไปสู่ขอเขา ลูกไม่ได้พูดแบบนี้นี่"อรรถอดตำหนิไม่ได้ อาจเพราะเขาเห็นว่าบนโต๊ะนี้ก็มีแต่คนกันเองจึงเผลอพูดออกมา"ผมทราบ แต่ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว...เอาเป็นว่าผมกับโชเราคิดตรงกัน ผมไม่ได้ทำร้ายใจเธอ ถ้าพ่อคิดว่าผม
ลลิตรากลับจากตราดพร้อมของฝากเกินสองมือจะถือได้ไหว เมื่อรถแท็กซี่มาจอด คมสันต์ต้องวิ่งลงมาช่วยหิ้วด้วยหลายถุง เธอยอมรับกับตัวเองว่าถ้าเป็นเมื่อก่อน คงไม่สามารถจับจ่ายอะไรได้มือเติบแบบนี้"ฉันซื้อขนมของกินมาฝาก เดี๋ยวคมสันต์แบ่งไปได้เลยนะจ๊ะ"ลลิตราบอก รปภ. หนุ่มรุ่นน้อง คมสันต์ตะเบ๊ะแข็งขัน"ครับผม ขอบคุณครับ""แม่อยู่บ้านใช่ไหมจ๊ะ"เธอถามทั้งที่ก็รู้ว่าลินดาคงไม่ได้มีธุระที่ไหน แม่ของลลิตราไม่ใช่คนชอบเที่ยว แม้อรรถจะคะยั้นคะยอให้ออกไปใช้เงินบ้างแต่ลินดาก็พอใจจะนั่งดูโทรทัศน์อยู่บ้าน และเดี๋ยวนี้หล่อนกลับมาถักไหมพรมอีกครั้งอย่างที่จิตแพทย์เคยแนะนำ เวลาเดียวที่ลินดาจะออกไปห้างสรรพสินค้าก็คือตอนที่จะไปซื้อไหมพรมเซ็ตใหม่ ๆ นั่นแหละ"ครับผม คุณผู้ชายก็อยู่ครับ""คุณอรรถอยู่บ้านงั้นหรือ"ลลิตราแปลกใจเพราะนี่ไม่ใช่วันหยุด ปกติอรรถยังไม่กลับจากบริษัทเลยไม่ใช่หรือ คมสันต์รีบอธิบายต่อ"ตอนแรกมีแขกมาหาคุณผู้หญิงครับ แล้วสักพักคุณผู้ชายก็รีบกลับมา""แขก? มาหาแม่เหรอ""ครับ มาหาคุณลินดาครับ คุณผู้ชายโทรบอกผมเองว่าให้เข้าไปได้"คมสันต์รีบบอกเพราะกลัวจะโดนตำหนิว่าปล่อยคนแปลกหน้าเข้าบ้านโดยพลการลลิต
อธิปกลับมาค้างที่บ้าน และเดินหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่ในห้องคนเดียว ไฟที่ปิดมืดในบ้านฝรั่งทำให้เขารู้ว่าลลิตรายังไม่กลับมาเธออาจจะกลับมาตอนที่ลินดากับอรรถกลับจากเที่ยวต่างประเทศแล้วหรือไม่ก็...เธออาจจะไม่ยอมกลับมาอีกเลยแค่คิดถึงความเป็นไปได้ข้อหลัง ชายหนุ่มก็หัวเสีย"หายหัวไปไหนของเธอ อย่าให้เจอตัวนะ
ไม่บอกก็รู้ว่าเธอกำลังหนีหน้าเขา ไม่มีทางที่เรื่องคืนนั้นจะไม่ทำให้เธอรู้สึกอะไรบ้างเลยแล้วเขาล่ะ...เขารู้สึกอย่างไรที่ผ่านมาอธิปหล่อเลี้ยงตัวเองด้วยความโกรธและการกล่าวโทษคนอื่นมาโดยตลอดแม้แต่คืนนั้นเขาก็ยังโทษเธอ...โทษว่าเป็นความผิดของเธอทั้งที่ลลิตราไม่ได้ทำอะไรเลย เธอแค่ไม่ยอมตามใจเขาเท่านั้
อธิปไม่เคยรู้สึกว่าบ้านหลังใหญ่ของเขาจะเงียบเหงาวังเวงเท่าวันนี้มาก่อน น้องชายก็ยังค้างที่หอพักมหาวิทยาลัย กับโชติรสเขาก็รู้สึกว่ายังไม่พร้อมจะเจอหน้าเธอ และเขาไม่อยากวิ่งตามหาว่าลลิตราหนีไปอยู่บ้านเพื่อนที่ไหน...หวยจึงออกที่บพิตรเหมือนเดิม"กูเป็นเพื่อนหรือเป็นเมียมึงวะไอ้อาร์ต ถามจริง"บพิตรถามเม
อธิปอยากลงมาค้างคืนที่บ้านฝรั่ง และอยู่เช็ดตัวให้เธอด้วยซ้ำถ้าไม่กลัวว่ามันจะโจ่งแจ้งเกินไป เขาอาจไม่มีอะไรจะเสีย แต่เมื่อลลิตรายังไม่พร้อมให้ใครรู้...เขาก็จะยอมตามใจเธอสักพักแต่แน่ล่ะว่า ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำเหมือน 'ไม่มีอะไรเกิดขึ้น'เพราะเขายังคงคิดถึงทุกท่วงทำนองในคืนนั้นซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้เบื







