Share

7

last update Tanggal publikasi: 2026-06-24 06:59:22

ปองรักกุมมือสุพรรณีไว้ และพยายามหาเรื่องคุยให้ท่านรู้สึกผ่อนคลายให้หายจากภาวะอารมณ์เศร้า อดตำหนิพฤกษ์ไม่ได้ ทั้งที่รู้ว่าไม่ควรทำให้ท่านต้องเครียด

“ขอบใจนะรัก” สุพรรณีเอื้อมมือมาแตะศีรษะหญิงสาวเบาๆ

“อย่าคิดอะไรมากเลยนะคะ”

“ฉันพยายามอยู่ พยายามมาตลอดเกือบสองปี ฉันไม่อยากกลับไปเจอคุณชัยอีก”

“เพราะรักอีกแล้วใช่ไหม”

“ไม่ใช่หรอก เรื่องมันสะสมมานานแล้ว ก่อนที่เธอจะเข้ามาเสียอีก”

“มีอะไรระบายให้รักฟังได้นะคะ รักสัญญาจะไม่บอกใคร” 

“ฉันเล่าให้เธอฟังไม่ได้” นางตั้งใจให้ความลับนี้มันตายไปกับตน พฤกษ์จะต้องไม่รู้เรื่องนี้

“ถ้าไม่พร้อมก็ไม่ต้องเล่า ว่าแต่คุณป้าจะนอนพักสักงีบไหมคะก่อนจะออกเดินทาง”

“ถ้านอนพักอาจจะยาวจนตกเครื่องได้”

“ก็ดีสิคะ คุณป้าจะได้อยู่กับรักต่ออีกคืน”

“เรามันขี้อ้อน” สุพรรณีขยี้ศีรษะหญิงสาวเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ปองรักเหมือนกับน้ำเย็นที่มาชโลมจิตใจให้นางรู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆ “ฉันอยู่ต่อไม่ได้หรอก เพราะพรุ่งนี้มีนัดกับหมอเจตน์ เธอลืมไปแล้วหรือไง”

“จริงด้วยค่ะ แล้วคุณป้าไปกับใครคะ” ทุกครั้งที่แพทย์นัดเธอจะต้องติดตามสุพรรณีไปด้วยเสียทุกครั้ง

“ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวฉันให้ตองนวลไปเป็นเพื่อน”

“รักค่อยสบายใจหน่อย”

“ทำเหมือนฉันเป็นเด็กๆ ไปได้ ไม่ต้องห่วงหรอกรัก” สุพรรณีคุยต่อไม่กี่ประโยคก็ขอตัวเข้าไปอาบน้ำ

ปองรักจัดการเก็บกระเป๋าให้ผู้มีพระคุณรวมถึงของเธอด้วย เพราะคาดว่าหลังจากไปส่งสุพรรณีแล้วพฤกษ์คงพาไปอยู่บ้านของธวัชชัยเลย แต่ไม่รู้ว่าไปจะต้องเจออะไรบ้าง

“เป็นอะไรรัก นั่งถอนหายใจเป็นคนแก่อยู่ได้” เสียงเอ่ยถามที่ดังขึ้น ทำให้ปองรักสะดุ้งตื่นจากภวังค์ความคิด

“รักคิดอะไรเพลินๆ ค่ะ” หญิงสาวยิ้มแหย่ๆ ก่อนจะหันมาพับเสื้อลงกระเป๋า

“ของที่ตาพฤกษ์ซื้อให้อยู่ไหนล่ะ”

“คุณพฤกษ์เอาไปไว้ที่บ้านเสี่ยแล้วค่ะ”

“ถ้าขาดเหลืออะไรก็บอกตาพฤกษ์แล้วกัน”

“ค่ะคุณป้า” ปองรักขานรับคำเสียงแผ่ว

“รัก...” สุพรรณีแต่งตัวเสร็จก็มานั่งข้างๆ หญิงสาว

“หากมีปัญหาอะไรโทรศัพท์ไปบอกฉันเลยนะ”

“ค่ะคุณป้า ไม่ต้องห่วงนะคะรักดูแลตัวเองได้ งานหนักกว่านี้รักก็เคยทำมาแล้ว”

“ฉันรู้ว่าเธอเป็นสาวแกร่ง เอานี่เงินเก็บไว้ใช้”

“ไม่เป็นไรค่ะ ไปอยู่บ้านเสี่ยก็มีข้าวกินฟรีทุกมื้อ”

“รับไว้เถอะ ฉันรู้อยู่ว่าเธอทำงานกับตาพฤกษ์ เขาไม่เคยจ่ายเงินเดือนให้ รายนั้นหน้าเลือดเหมือนพ่อเขา เพราะแบบนี้ถึงได้เทิดทูนกันนัก” สุพรรณีอดที่จะพูดประชดบุตรชายไม่ได้

“แต่รัก...”

“เก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉิน เกิดมีปัญหาไปหยิบยืมใครไม่ได้”

“ไว้รักมี จะหามาคืนนะคะ”

“ไม่ต้องหาคืน งั้นฉันโกรธจริงๆ” สุพรรณีพูดด้วยน้ำเสียงขึงขัง

“ขอบคุณนะคะคุณป้า ที่ดีกับรักเหลือเกิน ไม่รู้ชาตินี้รักจะชดใช้บุญคุณให้หมดหรือเปล่า”

“อย่าเรียกว่าบุญคุณเลย เธอเองก็ช่วยดูแลฉัน หากไม่ได้เธอ ฉันอาจจะคิดฆ่าตัวตายไปแล้วก็ได้”

“อย่าคิดแบบนั้นนะคะ”

“ฉันเลิกคิดไปนานแล้ว ชีวิตฉันมีความสุขขึ้นก็เพราะเธอ”

“รักไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ”

“เธอทำแต่อาจจะไม่รู้ตัว เอาเถอะยังไงก็ดูแลตัวเอง เรื่องพ่อเธอไม่ต้องเป็นห่วง ฉันจะคอยไถ่ถามไปที่ทางโรงพยาบาลให้”

“ขอบคุณมากนะคะคุณป้าที่ช่วยเราสองคนพ่อลูก หากมีอะไรพอที่จะให้รักช่วยได้ รักยินดีค่ะ”

“เมื่อถึงเวลาฉันจะบอกเอง” สุพรรณีพูดเป็นปริศนา

ปองรักก็พยักหน้ารับคำด้วยความเต็มใจ เพราะพร้อมจะช่วยเหลือสุพรรณีทุกเรื่อง หากอีกฝ่ายต้องการ จะไม่มีคำว่าปฏิเสธอย่างแน่นอน โดยไม่รู้อนาคตว่าเธอจะต้องกระอักกระอ่วนใจแค่ไหนกับคำขอผู้มีพระคุณ

                พฤกษ์ขับรถไปส่งมารดาที่สนามบิน ในระหว่างทางสองแม่ลูกไม่มีใครปริปากพูดอะไรด้วยกันแม้แต่คำเดียว คนกลางอย่างปองรักเองก็ได้แต่นิ่งเงียบตามไปกับสถานการณ์อันน่าอึดอัด

“เดี๋ยวจอดรถตรงหน้าประตูทางเข้าก็ได้ แม่เดินเข้าไปเอง” เมื่อใกล้ถึงสนามบิน สุพรรณีจึงหันมาพูดกับบุตรชาย

“ให้รักเข้าไปส่ง รอคุณป้าขึ้นเครื่องไม่ได้หรือคะ” ปองรักรีบพูดแทรกขึ้นมา เธอไม่อยากให้สองแม่ลูกต้องจากกันด้วยความไม่เข้าใจกัน แล้วเมื่อไหร่ล่ะที่ทั้งคู่จะมีโอกาสปรับความเข้าใจกัน เพราะสุพรรณีต้องเดินทางกลับเชียงใหม่ ส่วนพฤกษ์คงอยู่กรุงเทพฯ ดูแลธุรกิจกับดูแลธวัชชัย และคงอีกนานกว่าจะกลับเชียงใหม่

“พฤกษ์เขารีบไปดูแลพ่อเขา คงไม่มีเวลามารอส่งฉันหรอก” สุพรรณีแอบน้อยใจบุตรชาย ทั้งที่รู้ดีว่าพ่อของเขาแอบมีเล็กมีน้อย เห็นตนถูกกระทำมาตลอด แต่เขายังเลือกเข้าข้างผู้เป็นพ่อ

“ผมรอส่งคุณแม่ขึ้นเครื่องได้” พฤกษ์หันมาเอ่ยกับมารดา ก่อนเร่งเครื่องเข้าไปยังลานจอดรถของสนามบิน โดยไม่มีใครพูดอะไรอีกเลย จนกระทั่งถึงตัวอาคารผู้โดยสาร

“เดี๋ยวฉันไปซื้อกาแฟก่อนนะคะ” ปองรักปล่อยให้สองแม่ลูกอยู่กันตามลำพัง จนพฤกษ์มองตามไปจนสุดสายตาแต่คิดว่าหญิงสาวคงอยากให้เขาปรับความเข้าใจกับมารดา

“คุณแม่ครับ” พฤกษ์ยกมือขึ้นไหว้มารดา “ผมขอโทษนะครับที่พูดไม่ดีออกไป”

“ไม่เป็นไรหรอก แม่รู้ว่าพฤกษ์เครียดเรื่องพ่อ ไหนจะเรื่องงานที่ต้องแบกรับ”

“ผมแค่อยากให้ครอบครัวเรากลับมาเป็นเหมือนเดิม” คนเป็นลูกอย่างเขารู้สึกปวดใจยิ่งนัก ที่เห็นคนในครอบครัวไปคนละทิศละทาง แม้แต่อาการป่วยของบิดาก็ไม่สามารถประสานรอยร้าวในอดีตได้

“ถึงพ่อกับแม่แยกทางกัน เราก็ยังเป็นพ่อแม่ของพฤกษ์”

“แต่ผมอยากให้คุณแม่ไปเยี่ยมคุณพ่อสักนิดก็ยังดี คุณแม่อาจจะทำให้คุณพ่อมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง”

บิดาปฏิเสธการรักษา ไม่ยอมรับกับสภาพของตัวเองที่เกิดขึ้น แม้แต่พยาบาลที่เขาจ้างมาดูแลท่านก็ปฏิเสธไม่ให้เข้าใกล้

“แม่ไปเจอ พ่อเราอาจจะอาการแย่ลงก็ได้ พฤกษ์คงไม่รู้ว่าพ่อเราหมดรักแม่ไปนานแล้ว” นางรู้ดี งั้นเขาคงไม่เลี้ยงคัดนางค์ไว้นานหลายปี ทุกครั้งที่พูดเรื่องนี้ก็มีแต่เรื่องทะเลาะกันรุนแรง ธวัชชัยไม่เคยใส่ใจความรู้สึกตนเลย เพราะได้แต่มัวเมากับกิเลสตัณหา แทบอยู่กินที่คอนโดฯ ที่เขาซื้อให้ผู้หญิงคนนั้น ปัญหามันเริ่มสะสมมาเรื่อยๆ จนเกิดเรื่องที่มากระทบกับบุตรชายโดยตรง พร้อมกับอาการของโรคซึมเศร้าก็เริ่มชัดเจนขึ้น โดยที่พฤกษ์ไม่เคยรู้ ส่วนใหญ่เขาก็เห็นแต่มุมด้านดีของผู้เป็นบิดา เขารักและเทิดทูนผู้เป็นพ่อ ทำให้นางไม่กล้าบอกเรื่องอัปยศที่เกิดขึ้น

“ไม่จริงหรอกครับ ผมรู้ว่าท่านยังรักคุณแม่อยู่”

“พฤกษ์ไม่รู้อะไร” นางเอื้อมมือมาแตะที่ศีรษะบุตรชายเบาๆ “ไงฝากดูแลน้องด้วยนะ เห็นใจรักบ้าง เขาก็แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่มาทำเพื่อครอบครัว”

“แม่ครับผมไม่เข้าใจเลย” พฤกษ์ก็ได้แต่ถอนหายใจพรืด ทำไมมารดาต้องห่วงใยปองรักขนาดนี้ ทั้งที่ปองรักคือต้นเหตุทำให้ท่านป่วย ทำให้ครอบครัวแตกสาแหรกขาด

“สักวันพฤกษ์จะเข้าใจ เรื่องแต่งงานแม่จะไปหาฤกษ์กับหลวงพ่อให้”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พิศวาสรักเมียทาส   ตอนจบ

    พฤกษ์จัดแจงของใส่สังฆทานด้วยตัวเองราวกับเจ้าของวันเกิด จนปองรักอดยิ้มไม่ได้ ตั้งแต่อยู่ร่วมบ้านกันก็ไม่เคยเห็นเขาทำแบบนี้สักครั้ง แม้แต่วันเกิดตัวเอง“วันนี้ป้ามาลีไม่ต้องไปเป็นเพื่อนรักนะครับ ผมจะพารักไปที่วัดเอง”“ได้ค่ะคุณพฤกษ์ แล้วจะพากันไปฉลองที่ไหนหรือเปล่าคะ”“ความลับครับ” เขาขยิบตาเมื่อปองรักกำลังเดินเข้ามา เมื่อจัดของเสร็จพฤกษ์เป็นสารถีขับรถพาหญิงสาวไปทำบุญยังวัดใกล้บ้าน หลังจากทำบุญรับพรจากหลวงพ่อเสร็จก็ชวนกันปล่อยนกปล่อยปลาเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต“พี่พฤกษ์จะพารักไปไหนคะ” หญิงสาวหันมาเอ่ยถามเมื่อไม่ใช่เส้นทางกลับบ้าน“แวะไปกินโจ๊กก่อนค่อยกลับ จะได้ซื้อไปฝากคุณพ่อด้วย เจ้านี้อร่อยมากนะ”“แล้วจะทันเข้าบริษัทเหรอคะ ประธานเข้าประชุมสายไม่ดีนะคะ” หญิงสาวห่วงภาพพจน์ของชายหนุ่มอยู่ไม่น้อย“ไม่ต้องห่วงหรอก ยังพอมีเวลา” เขาตั้งใจพาหญิงสาวมากินหลายครั้งแล้วแต่ยังไม่มีเวลา วันนี้เป็นโอกาสดีออกมาทำบุญก็เลยขับรถพามากิน“คนเยอะจังเลยค่ะ”“ของอร่อยคนเยอะเป็นธรรมดา” ชายหนุ่มกล่าวก่อนจะพาหญิงสาวเข้าไปนั่งในร้าน และเหมือนเจ้าข

  • พิศวาสรักเมียทาส   67

    “คุณแก้วรายงานให้ฟังอีกใช่ไหม” ตอนนี้กรองแก้วเหมือนไม่ได้เป็นเลขาฯ เขาแล้ว แทบจะเป็นเลขาฯ ให้ปองรัก มีอะไรก็ต้องรายงานปองรักก่อนเสมอ“รักถามพี่แก้วเองค่ะ” เธอรีบแก้ต่างให้อีกฝ่าย“มาปรึกษาเรื่องงาน นายเอกคงต้องเรียนรู้อีกเยอะ”“แล้วพี่พฤกษ์ต้องเข้าไปดูแลที่นั่นหรือเปล่าคะ” ยามบริษัทมีปัญหา พฤกษ์ก็ต้องเข้าออกบริษัทนั้นเป็นว่าเล่น เธอเห็นแล้วเหนื่อยแทน“ไม่ต้องแล้ว ต่อไปก็ต้องให้นายเอกบริหารเอง เขาต้องเผชิญปัญหาด้วยตัวเองบ้าง”“พี่พฤกษ์ช่วยเขามามากแล้ว ถึงเวลาที่คุณเอกต้องเรียนรู้เองบ้าง งั้นเราก็ต้องช่วยเขาแบบนี้ไปตลอดชีวิต” เธอเห็นด้วยที่จะให้เอกสิทธิ์บริหารงานเอง“ตอนนี้นายเอกก็รู้จักผิดชอบขึ้นเยอะ น้าษาฝากขอบคุณรักมาด้วย”“ขอบคุณรัก เกี่ยวอะไรคะ”“ท่านบอกว่าตั้งแต่นายเอกรู้จักรักก็เปลี่ยนไปเยอะ เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น”“คงไม่เกี่ยวกับรักหรอกค่ะ”“พี่ก็ไม่รู้หรอก แต่นายเอกเปลี่ยนไปจากเดิม เรียกว่าหน้ามือเป็นหลังมือ”“คงมีพี่พฤกษ์เป็นไอดอลมากกว่าค่ะ งานนี้น้าษาต้องขอบคุณพี่พฤกษ์”“แต่อะไรก็ช่าง เมื่อ

  • พิศวาสรักเมียทาส   66

    “เราจะได้เรียนรู้กันลึกๆ ถึงแก่นเนื้อในเลยไง”“บ้าจริง!” ใบหน้านวลแดงก่ำ“บ้าที่ไหน พี่พูดความจริงทั้งนั้น ผัวเมียกันก็ไม่แปลกที่เราแสดงความรักต่อกัน” เขาปิดฝักบัวแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวมาห่อหุ้มร่างบาง ก่อนจะอุ้มร่างเธอออกจากห้องน้ำ แล้วตรงไปยังเตียงนอนก่อนจะวางร่างบางลงอย่างทะนุถนอม “สวยเหลือเกินยอดรัก”“อย่ามองแบบนี้สิคะ รักก็อายเป็น”“มองแบบไหน” เขาแกล้งไขสือแต่สายตากวาดมองร่างบางทุกซอกมุม จะเรียกว่าแทบจะกลืนกินถ้าทำได้“คุณพฤกษ์!” เธอคว้าผ้าขนหนูมาปิดเรือนร่างแต่ถูกพฤกษ์โยนทิ้งไปยังมุมห้อง“เราตกลงกันแล้วไง ให้เรียกพี่”“ก็มันไม่ชินนี่คะ”“แต่พี่รู้สึกถึงความห่างเหิน” เขาพูดคุยเพื่อให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย เข้าใจว่ากำลังกังวลกับแสงจากภายนอกที่กำลังสอดส่องเข้ามา ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นแล้วเดินไปดึงผ้าม่านปิด เพียงไม่กี่อึดใจภายในห้องกลับมืดสนิทพอมีแสงเลือนรางสอดส่องเข้ามา “มืดแบบนี้พอคุยกันได้ไหม”“พี่พฤกษ์...ตอนนี้มันกลางวัน เดี๋ยวคุณแม่ตามหา”“คุณแม่ขอดูแลคุณพ่อวันนี้ เพราะอีกไม่กี่วันท่านต้องกลับเชียงใหม่” เขารั้งร่างบาง

  • พิศวาสรักเมียทาส   65

    “ครับ เรามาเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง”“พฤกษ์ยังหวังให้พ่อแม่กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งไหม”“ผมจะไม่บีบบังคับอะไรคุณแม่อีกแล้วครับ”“ขอบใจนะพฤกษ์” นางเอื้อมมือไปแตะศีรษะบุตรชายเบาๆ ด้วยความเอ็นดู“ถึงพ่อแม่ไม่อยู่ด้วยกัน แต่ยังเป็นพ่อแม่ของพฤกษ์เหมือนเดิม แม่คงไปๆ มาๆ ระหว่างกรุงเทพฯ”“คุณแม่คงเหนื่อยแย่ ผมเองก็ทิ้งคุณพ่อไปไม่ได้เหมือนก่อน”“อยู่ดูแลพ่อน่ะดีแล้ว แม่ยังมีตองนวลกับนายนพคอยดูแลอยู่ ถ้าว่างๆ ก็พาพ่อเราไปเที่ยวพักผ่อนก็ได้ น่าจะอึดอัดแย่ไม่ได้ไปไหนแบบนี้”“นั่นสิครับ ตั้งแต่ป่วยคุณพ่อก็แทบไม่ได้ออกบ้านเลย นอกจากเวลาหมอนัด งั้นผมขอเคลียร์งานที่ค้างไว้ก่อน จะพาคุณพ่อไปเที่ยวที่ไร่สักพัก”“อืม...ว่าแต่ยายรักไปไหน แม่กลับมาจากวัดกับพี่มาลี ยังไม่เห็นหน้าเลย”“หมอนัดคุยเรื่องทำกายภาพบำบัดให้คุณพ่อครับ”“แม่ว่าจ้างพยาบาลดีไหมพฤกษ์ ให้น้องมาดูแลพ่อตลอดแบบนี้ จะมีเวลาทำอะไรที่อยากทำหรือเปล่า” นางไม่อยากให้ปองรักรู้สึกอึดอัด“รักบอกคุณแม่หรือครับ”“เปล่าหรอก แม่คิดว่าควรให้อิสระกับน้องบ้างเท่านั้น” ตล

  • พิศวาสรักเมียทาส   64

    “แต่ก็ไม่ได้รัก จะใช้ชีวิตคู่กันได้ยังไงคะ”“ใครบอกล่ะไม่ได้รักกัน”“หมายความว่ายังไงคะ” หญิงสาวเลิกคิ้วเชิงถาม ขณะหัวใจเต้นแรง“ฉันน่ะไม่จำเป็นต้องลงทุนแต่งงานกับใครก็ได้ เพื่อไล่คัดนางค์ไปจากชีวิต เพราะฉันจัดการได้อยู่แล้ว แต่นั่นมันเพียงข้ออ้างที่ทำให้เธอปฏิเสธไม่ได้”“เพราะคุณเอกด้วยหรือเปล่าคะ”“อันนี้ฉันยอมรับ ต้นตอก็มาจากนายเอก หมอนั่นเข้ามาสนใจเธอจนออกนอกหน้า แถมหน้าด้านมาขอให้ฉันช่วยอีก วินาทีนั้นบอกเลยว่าไม่มีทาง ฉันจะไม่ยอมเสียเธอไปให้ใคร เธอเป็นของฉัน ฉันรักเธอนะปองรัก”“รักฉัน”“เธอก็น่าจะรู้ ว่าฉันไม่เคยพูดโกหก ฉันไม่รู้มันเริ่มจากตรงไหน พอมารู้ตัวเธอก็จับจองหัวใจฉันไว้หมดแล้ว ฉันอยากดูแลเธอ อยากปกป้องเธอ ไม่อยากเห็นหน้าเศร้าๆ ของเธออีกแล้วปองรัก”“คุณแน่ใจนะ ว่าไม่ทำเพียงเพราะต้องการชัยชนะ”“ฉันเคยคิดว่าจะเอาชนะนายเอก ให้รู้จักการถูกแย่งของเสียบ้าง ถึงเป็นแบบนั้นฉันคงไม่เอาชีวิตการแต่งงานมาเดิมพันหรอก แต่เพราะรักถึงอยากแต่งงานด้วย”“คนใจร้ายแบบคุณ รู้จักคำว่ารักด้วยเหรอ” แม้จะใจเต้นแรงกับคำคำนี้ แต่

  • พิศวาสรักเมียทาส   63

    “อย่ามาเฉไฉเปลี่ยนเรื่อง พ่อถามจริงๆ นะพฤกษ์ รักปองรักหรือเปล่า”“ครับ ผมรักเธอ”“รักก็ต้องถนอมจิตใจกันไว้ ดูพ่อแม่เป็นตัวอย่าง ผลลัพธ์มันเป็นยังไง” ธวัชชัยนำเรื่องในอดีตขึ้นมาพูด เพื่อให้บุตรชายนำมาเตือนใจ“ผมจะไม่ทำอีกแล้วครับ ผมขอตัวไปหาปองรักก่อนนะครับ”“อืม...ไปเถอะ ไปคุยกันให้เข้าใจ”“ครับคุณพ่อ” พฤกษ์ฝืนยิ้มก่อนจะเดินออกจากห้องนอนของบิดา แต่ทว่าเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเสียก่อน ซึ่งพบว่าเป็นเบอร์ของกรองแก้วเลขาฯ ของตนนั่นเอง“ว่าไงครับคุณแก้ว”“บอสอยู่ไหนคะ” น้ำเสียงเธอร้อนใจจนเห็นได้ชัด“ผมอยู่ที่บ้านที่กรุงเทพฯ มีอะไรงั้นเหรอ”“งั้นบอสรีบมาที่บริษัทด่วนเลยนะคะ”“ได้ๆ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้” จากที่ตั้งใจจะไปหาปองรัก ต้องเปลี่ยนทิศทางออกจากบ้านแทน ไว้กลับมาค่อยปรับความเข้าใจกันก็คงไม่สายตลอดทั้งบ่ายพฤกษ์หายออกไปจากบ้านโดยไม่บอกกล่าวใคร แม้แต่บิดามารดาของเขาเอง ปองรักก็เอาแต่ปิดปากเงียบ และย้ายข้าวของจากห้องนอนของพฤกษ์ และกลับมาที่ห้องเก่าชั่วคราว เชื่อว่าอีกไม่นานเขาคงมาคุยเรื่องหย่ากับตน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status