Partager

บทที่ 2

last update Date de publication: 2025-09-04 21:15:42

ปึก เสียงแรงเหวี่ยงร่างบางกระทบกับเตียงนอนใหญ่

"โอ๊ย เป็นบ้าอะไรของนายเนี่ย! " หญิงสาวตะโกนเอ่ยถามออกมาอย่าเก็บความเกลียดชังไม่มิด

"แล้วที่ไปทำแบบนั้นละเป็นบ้าอะไร! " แรนดิ้งค์พูดออกมาด้วยความโมโหอย่างเหลืออด

"นั้นมันก็สิทธิ์ของฉันนายอย่ามายุ่งได้ไหม" เธอก็พูดออกมาเพราะสุดจะทนแล้วเหมือนกัน

"แต่เธอเป็นแฟนฉันนะ จะทำอะไรที่ไหนก็ควรบอกฉันหน่อยสิวะ" ชายหนุ่มก็พยายามที่จะระงับอารมณ์ร้ายๆ ของตัวเองอย่างที่สุด

"หึ จะมาสนใจอะไรเอาปานนี้มันไม่สายเกินไปหน่อยเหรอ" หญิงสาวก็ตอบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน รู้สึกสมเพชตัวเองที่ทุ่มเทความรักให้กับคนที่ไม่เห็นคุณค่าของมัน

"อะไรนักหนาวะ ก็แค่ไลน์บอกโทรบอกอะไรก็ได้ช่วยบอกกันหน่อยไม่ได้หรือไงสถานะแฟนของเราเธอเอามันไปไว้ไหนเหรอ" ชายหนุ่มพึ่งจะมาถามหาอะไรเอาตอนนี้ตอนที่เธอกำลังเลือกที่จะเดินออกไปจากชีวิตของเขา

"เหอะนายละเอามันไปไว้ไหนก่อนจะถามคนอื่นย้อนถามตัวเองก่อนไหม! แค่แฟนไม่ใช่ผัวไม่ต้องอยากมาสะระแนเรื่องคนอื่น! " หญิงสาวตะโกนออกมาเสียงดังด้วยความอัดอั้นที่อยู่ในใจมานาน

"มันจะมากไปแล้วนะ! ที่เอากันอยู่เกือบทุกเมื่อเชื่อวันนี้ให้ได้แค่แฟนหรอวะ! " ต่างคนต่างสาดอารมณ์ใส่กันไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง

"แล้วทีนายไปเอาคนนั้นคนนี้ซึ่งๆ หน้ากันขนาดนี้ฉันไม่เห็นจะเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรเลย! แค่สถานะแฟนสำหรับนายที่ฉันให้ไปมันก็มากเกินพอแล้ว! " หญิงสาวพูดอย่างจริงจังวันนี้เธอกับเขาจะต้องตัดความสัมผัสกันให้ขาด

"ไม่เป็นเดือดเป็นร้อนเลยสินะ แล้วไง! ไม่รักกันมากกว่ามั้ง ทั้งใจคงมีให้แค่ไอ้ทันสินะ แต่ขอโทษนะไอ้ทันมันมีเมียไปแล้ว! " ด้วยความเก็บกดของชายหนุ่มตั้งแต่สนามแข่งรถยันคอนโดตอนนี้กับได้รับการระบายโทสะลงบ้างนิดหน่อย

"แล้วยังไง นายลองคิดใหม่ดีไหมฉันเคยให้นายไปทั้งใจ ในเมื่อมีมันแล้วไม่เก็บรักษาจะถามหามันทำไมอีก! ในวันที่ทุกอย่างมันกำลังเปลี่ยนไปห้ะ!" หญิงสาวก็เริ่มมีอารมณ์เหวี่ยงขึ้นมาอีกครั้ง

"แต่เธอก็ควรบอกฉันสักนิดสิ ไปไหนทำอะไรกับใครควรบอกกันบ้าง" ชายหนุ่มเริ่มระงับสติอารมณ์ได้เล็กน้อยแต่ก็ยังเคลือบแคล้งใจ

"เหอะจะมาเห็นความสำคัญในวันที่แทบจะไม่เหลือเยื่อใยให้แล้วเนี่ยนะ นายประสาทหรือไง! " เขายิ่งพูดก็เหมือนยิ่งจุดไฟในใจของเธอให้ประทุออกมาแทบจะไม่มีกักเก็บเอาไว้เลย

"เอาเวลาของนายคืนไปเถอะเพราะตอนนี้ไม่มีนายฉันก็อยู่ได้ ถึงจะมีนายอยู่ฉันก็เหมือนอยู่คนเดียวแล้วมันจะต่างอะไรกัน!" เธอระบายออกมาอย่างเหลืออดกับการกระทำของชายหนุ่มที่เหมือนตบหัวแล้วลูบหลังมันยิ่งทำให้เธอสมเพชตัวเองที่ไม่รู้ทนอยู่กับคนแบบนี้มาได้ยังไง

"เธอควรใจเย็นกว่านี้หน่อยสิ" ชายหนุ่มเริ่มอ่อนลงหลังจากที่เกือบปะทุแรงอารมณ์ของตัวเอง

"ใจเย็นเหรอตอนนี้ยังใจเย็นไม่พออีกหรือไง รับไม่ได้ก็เลิกกันไป! " เป็นครั้งแรกที่เธอพูดคำว่าเลิกออกมาเป็นครั้งแรกจริงๆ

สีหน้าตกใจระคนกลัวเริ่มแสดงออกมาจากใบหน้าของชายหนุ่มอย่างเป็นกังวล

"พูดอะไร อ..ออกมารู้ตัวหรือเปล่า" น้ำเสียงสั่นเคืองเล็กน้อยของชายหนุ่มแสดงออกมาอย่างปิดไม่มิด

"หึ เกิดกลัวขึ้นมาหรือไงชีวิตนายยังมีผู้หญิงรอต่อคิวอีกเพียบแค่เลิกกันคงไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตนายหรอมั้ง!? " หญิงสาวพูดออกมาอย่างคนเย็นชาทำเอาหัวใจของชายหนุ่มกระตุกวูบอย่างคนเริ่มอยู่ไม่สุข

"ไม่สิเราไม่ควรคุยเรื่องนี้" เขารีบเปลี่ยนประเด็นทันที

"งั้นนายก็ออกไปจากชีวิตฉันชะสิต่างคนต่างอยู่ชีวิตใครชีวิตมัน" หญิงสาวยังคงพูดเพื่อการตัดความสัมพันธ์อันไร้ค่านี้ให้มันจบๆ ลงสักที

"รอเธอใจเย็นกว่านี้ค่อยคุยกันดีไหม" ชายหนุ่มยังคงไม่ยอมจะว่าเขาเห็นแก่ตัวก็ได้แต่เขายังไม่พร้อมคุยเรื่องนี้กับเธอ

"คนอย่างนายนี่มัน..." หญิงสาวชำเลืองตามองหน้าชายหนุ่มเล็กน้อยและไม่พูดอะไรออกมาอีก

"ออกไปได้แล้วฉันจะพักผ่อน" หญิงสาวพูดออกมาด้วยความเหนื่อยล้าจากการแข่งขันยังต้องมาใช้พลังงานในการทะเลาะกันกับชายหนุ่มอีก

"นอนเถอะ" ชายหนุ่มพูดพร้อมกับสาวเท้าขึ้นบนเตียงไม่ยอมออกจากห้องตามที่หญิงสาวกล่าวไล่เขา เธอแค่มองการกระทำของเขาแต่ก็ไม่พูดอะไรออกมาให้มากความ

ช่วงดึกเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของหญิงสาวทำให้รับรู้ถึงการเข้าสู่ห้วงนิทราไปเรียบร้อย

"เธอพูดอะไรออกมารู้ตัวหรือเปล่า" เสียงของชายหนุ่มพูดออกมาเบาๆ พร้อมกับกระซับอ้อมแขนกอดเธอเอาไว้แน่นอย่างคนไม่อยากเสียของรักไป

"....."

"ขอโทษ.." คำพูดเบาๆ ที่เปล่งออกมาแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ยินก็ตามตอนนี้ชายหนุ่มกับหลุดอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง

"ให้โอกาสกันอีกสักครั้งได้ไหม.." ชายหนุ่มยังคงอยากพูดคำนี้ต่อหน้าเธอแต่ก็ทำได้แค่เก็บไว้แล้วกระซิบบอกเบาๆ แม้จะรู้ว่าคนที่เข้าสู่ห้วงนิทราจะไม่ได้ยินก็ตามแต่เขาก็ยังอยากได้โอกาสจากเธออีกสักครั้ง แม้ที่ผ่านมาเขาจะทำตัวแย่แค่ไหนเธอก็ยังไม่เคยพูดคำว่าเลิกออกมาเลยสักครั้งจนวันนี้ วันที่เขาพยายามจูนตัวเองเข้าหาเธอหลังจากนอนคิดทบทวนทั้งวัน

แต่ทุกอย่างกลับกลายเป็นว่าไม่ได้ดังใจเขาไปเสียหมด คนในอ้อมกอดก็ยังคงหลับสนิทไม่มีทีท่าว่าจะตื่นมาฟังเลยสักนิด

"ให้โอกาสกันอีกครั้ง อีกแค่ครั้งเดียว..ยังทันอยู่หรือเปล่า" คำพูดแผ่วเบาผ่านน้ำเสียงขอร้องคนที่นอนอยู่ในอ้อมกอดก็ไม่รับรู้ว่าจะได้ยินในสิ่งที่เขาพูดหรือเปล่าแต่เขาก็ยังอยากจะพูดออกมาสักครั้ง

ช่วงเช้าของวันใหม่

"อื้ออ" เสียงครางงัวเงี่ยเบาๆ ในลำคอของหญิงสาวเนื่องจากความอึดอัดที่เธอได้รับจากอ้อมกอดของชายหนุ่ม

"ตื่นแล้วเหรอ" น้ำเสียงทุ้มจากคนในอ้อมกอดเอ่ยถามออกมาด้วยเสียงแหบแห้งที่เหมือนคนยังไม่ได้นอนหรือนอนไม่เต็มอิ่มมากนัก

"ออกไป.." หลังจากที่ได้ยินเสียงของชานหนุ่มของคนที่รัก เธอไม่รอช้าที่จะเอ่ยปากไล่เขาทันทีแบบไม่ต้องคิดสิ่งใดให้เจ็บปวดในใจเหมือนที่เคยผ่านมา

"ไม่ขอกอดอีกสักพักนะ อย่าไล่ได้ไหม" คำพูดของไอซ์แลนด์กลับทำให้เขากอดเธอแน่นขึ้นยิ่งกว่าเดิม

"ฉันอึดอัด" เธอบอกออกมาแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับหรือตอบกลับใดๆ ให้ได้ยินเลยได้แต่นอนให้เขากอด

"..."

"แรนดิ้งค์ฉันอึดอัด" หญิงสาวยังคงพูดออกมาอีกครั้งแต่ก็ไร้เสียงตอบรับของเขาอีกเช่นเคย

"..."

"เดียวเราค่อยคุยกันได้ไหม" แรนดิ้งค์พูดออกมาเพราะเขาคิดมาทั้งคืน วันนี้เขาต้องคุยกับเธอให้รู้เรื่อง

"เรามีอะไรต้องคุยกันอีกงั้นเหรอทุกอย่างมันเริ่มเปลี่ยนไปช้าๆ จนมันเกินจะเยียวยาแล้วและฉันคิดทบทวนดูแล้วว่าเราควร ละ..." 'เลิกกัน' เธอยังไม่ทันได้พูดออกมาก็ถูกคัดจังหวะการพูดของเขาที่แทรกขึ้นมาเสียก่อน

"ไม่! และฉันก็คิดแล้วเหมือนกันว่าฉันควรคุยกับเธอให้รู้เรื่องแต่เดียวค่อยคุยกันได้ไหม ได้ไหม!?" น้ำเสียงที่เขาพูดออกมามันไม่ใช่ประโยคคำสั่งแต่เป็นเหมือนคำขอร้องมากกว่า

"อื้ม" เธอตอบรับออกไปเบาๆ เพื่อรอคุยกับเขาให้เคลียร์แลัวจบกันไปด้วยดีพอเวลาผ่านไปสักพักกลับมีเพื่อลมหายใจสม่ำเสมอของคนที่นอนกอดเธออยู่

"แรนดิ้งค์? นายหลับหรอ" เธอเรียกเขาพร้อมกับกล่าวถามออกมาแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับของคนที่กอดเธออยู่มีเพียงลมหายใจที่สม่ำเสมอที่หายใจรดต้นคอของเธอเท่านั้น เมื่อไม่ได้รับเสียงตอบรับเธอก็ไม่กล่าวถามอะไรอีก และพยายามแกะมือของชายหนุ่มออก

"อย่าไป.." น้ำเสียงละเมอของชายหนุ่มหยุดมือของหญิงสาวที่กำลังพยายามแกะมือปลาหมึกของเขาออกต้องหยุดชะงักลง

"อย่าไปจากฉัน..ขอร้อง" เสียงละเมอของชายหนุ่มยังคงพูดออกมาอีกครั้งหญิงสาวก็ได้แค่รับฟังและยังคงมึนงงกับอาการละเมอของชายหนุ่ม

"ละเมอถึงใครอีกเนี่ย!?" เธอพูดออกมาเบาๆ ก่อนจะได้ยินคำพูดที่ละเมอของเขาออกมาอีกครั้ง

"ไอซ์..อย่าไป!" หญิงสาวถึงกับตัวแข็งค้างกับการที่ชายหนุ่มละเมอชื่อของเธอออกมา

"..." ชายหนุ่มรีบลืมตาขึ้นมาทันทีก่อนจะกระซับกอดแน่นขึ้นกว่าเดิม

"ขอบคุณ ขอบคุณที่เธอยังไม่ไปไหน" เขารีบพูดขึ้นมาทันทีที่ตกใจลืมตามองแผ่นหลังของเธออย่างคนที่เริ่มแสดงความรู้สึกที่ไม่เคยได้เห็นบ่อยนัก

"อื้ม" เธอตอบรับเขาเบาๆ ก่อนจะเกิดการตั้งคำถามกับตัวเองภายในใจกับการกระทำของชายหนุ่ม

หลังจากที่ทั้งคู่กอดกันอยู่นานจากภายในห้องนอน ก็ทำการเปลี่ยนที่มานั่งลงบนโซฟาภายในห้องเพื่อที่จะทำการพูดคุยกันให้รู้เรื่องคนหนึ่งต้องการตัดส่วนอีกคนต้องการรั้งไม่รู้ว่าการหันหน้าคุยกันจะส่งผลให้ทุกอย่างดูย่ำแย่หรือว่าดีกว่าเดิมแต่ทั้งคู่ก็เลือกที่จะคุยกัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้จะมีการทะเลาะกันแต่มันก็ไม่ถึงขั้นที่รุนแรงหรือทำร้ายร่างกายของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

"เรามาปรับความเข้าใจกันก่อนสักหน่อยดีไหม" แรนดิ้งค์เริ่มพูดขึ้นมาก่อนด้วยความกระตือรือร้นที่มากกว่าปกติแถมยังแฝงความกังวลที่อยู่ภายในใจไปด้วย

"ปรับไปก็ไม่เข้าใจหรอกในเมื่อทุกอย่างมันเลยจุดนั้นมาแล้ว จุดที่ความสัมพันธ์ของเราไม่มีใครสามารถอยู่หรือไปต่อได้นายเข้าใจใช่ไหมแรนดิ้งค์" ไอซ์แลนด์พูดออกมาด้วยเหตุผลที่ดูว้าจะเข้าใจง่ายที่สุดระหว่างเราควรพอและจบมันลงตอนนี้หรือความจริงมันควรจบลงไปตั้งนานแล้ว

"ฉันเข้าใจ แต่ช่วยฟังกันอีกหน่อยอยู่ด้วยกันอีกหน่อยไม่ได้เหรอ" ชายหนุ่มอยากจะเข้าไปสวมกอดและฉุดรั้งเธอเอาไว้ให้ได้นานที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้เพียงแต่เป็นแค่ความคิดและความรู้สึกของเขาเท่านั้นที่ไม่ยอมเอ่ยออกมาจากปากเขาเลย ทำได้เพียงพูดขอร้อง

"นายเข้าใจ !? แล้วที่ขอออกมามันคืออะไรกัน มันไม่ใช่การรั้งให้ฉันอยู่กับนายต่อหรอกเหรอแรนดิ้งค์" หญิงสาวพูดออกมาตามความรู้สึกที่ได้รับฟังคำที่ชายหนุ่มพูดออกมา

"ไม่ มันไม่ใช่การรั้งเธอแต่มันคือการขอร้องเธอใหเอยู่ต่ออีกหน่อยได้ไหม" ชายหนุ่มยังคงถามออกมาเขาไม่รู้ว่าควรจะพูดหรือทำให้เธออยู่กับเขายังไงเขาไม่มีวิธีรับมือกับคนตรงหน้าที่ตอนนี้พร้อมจะเดินจากไปอย่างไม่หันหลังกลับมามองเขาเลยสักนิด

"นายไม่เคยเข้าใจอะไรเลยสักครั้งจริงๆ สินะแรนดิ้งค์ การที่เราคุยกันนายต้องรับฟังเหตุและผลของอีกฝ่ายไม่ใช่เอาแต่คำพูดของตัวเองเป็นที่ตั้งแบบนี้" ไอซ์แลนด์พยายามมากที่จะคุยด้วยเหตุผลเพื่อที่จะทำให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้จบลงด้วยดีโดยไม่มีการเกียดชังกันไปมากกว่านี้

"ใครบอกเธอกัน เหตุผลของฉันคือเธอ" ชายหนุ่มรีบท้วงทันทีที่เธอพูดจบเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ เพราะตอนนี้เขาพร้อมที่จะให้ใจเธอเพียงคนเดียว

"???" หญิงสาวเงียบไปสักพักก่อนที่จะเอ่ยออกมาอย่างเชื่องช้า

"ดูเหมือนวันนี้เราจะคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วละแรนดิ้งค์" ไอซ์แลนด์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"ฉัน... ฉันขอโอกาส" ชายหนุ่มพูดออกมาทันทีแทบจะไม่ต้องคิดอะไร

"โอกาสของนาย นายเคยได้มันไปแล้ว ไม่ใช่เหรอแล้วตอนนี้ยังจะมาขอโอกาสอะไรอีกฉันไม่มีให้หรอกนะ" หญิงสาวพูดออกมาช้าๆ ในเมื่อเขาเคยได้มันไปแล้วและไม่เคยคิดที่จะรักษาโอกาสอันมีค่านั้นไว้เลยแล้วมันจะต่างอะไรกับการให้โอกาสเขาอีกครั้งมันก็คงจะเป็นแบบเดิมไปเรื่อยๆ

"ฉันต้องทำยังไงบอกฉันสิ บอกฉันหน่อย" แรนดิ้งค์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเคืองดวงตากลมโตเริ่มแดงกล่ำ

"ไม่ยากเลยแรนดิ้งค์ นายแค่ปล่อยฉันไปเราแค่เลิกกันทำได้ใช่ไหมถ้าฉันจะขอร้องนายบ้าง" หญิงสาวพูดออกมาด้วยความปวดหนึบในใจแม้ภายนอกจะดูเหมือนไม่สนใจอะไรแต่ภายในใจกลับเจ็บปวดเมื่อเห็นหยดน้ำตาของชายหนุ่มเธอรีบเบี่ยงหน้าไปทางอื่นเพราะกลัวจะใจอ่อนให้กับชายหนุ่ม

"ไม่ฉันทำไม่ได้ฉันไม่ยอม" แรนดิ้งค์รีบพูดขึ้นมาและพยายามที่จะควบคุมเสียงตัวเองให้อยู่ในโทนเสียงที่ดูปกติ

"อยู่ไปก็ไม่มีใครมีความสุขหรอกนะถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้รัก ฉันเข้าใจความรู้สึกนี้ดีช่วยปล่อยฉันไปได้ไหมในเมื่อเราก็ไม่ได้รักกันตั้งแต่แรกนายไม่ได้รักฉันไม่เคยรักแล้วจะขอร้องหรือรั้งไว้ทำไม สักวันนายคงได้เจอคนที่นายอยากใช้ชีวิตคู่ด้วยจริงๆ นายจะเอาฉันไปไว้ตรงไหนเราควรจบตั้งแต่ตอนนี้ก่อนที่ทุกอย่างมันจะแย่ไปมากกว่านี้ นายว่ามันไม่ดีเหรอ" เธอยังคงหาข้อที่เป็นเหตุเป็นผลกับการจากลาครั้งนี้โดยที่ไม่ทำให้อีกฝ่ายต้องเจ็บปวดแต่กลับเป็นตัวเธอเองที่พยายามฝืนพูดมันออกมาอย่างเจ็บปวดแทน

"แล้วเธอรู้ได้ยังไงว่าฉันไม่เคยรักเธอ ฉันไม่เคยบอกว่าไม่รักเธอเลย มีแต่เธอที่คิดไปคนเดียวและฉันจะไม่ยอมเลิกกับเธอแน่ช่างเหตุผลของเธอสิ" ชายหนุ่มเริ่มระเบิดอารมณ์ความหงุดหงิดออกมาอย่างไม่ยอมรับกับเหตุผลน้ำเน่าของเธอ

"ใช่นายไม่เคยพูดว่าไม่รักฉันนายพูดถูกฉันคิดไปเอง แต่นายก็ไม่เคยที่จะบอกว่ารักฉันเหมือนกันไม่ใช่เหรอ" หญิงสาวรีบพูดท้วงออกมาทันทีเหมือนว่าวันนี้การพูดคุยจะไม่จบลงง่ายๆ อย่างที่เธอคิดเอาไว้

"ฉันไม่อยากเจ็บปวดอีก" เพียงคำพูดสั้นๆ ของหญิงสาวก็ทำให้ชายหนุ่มฉุดคิดได้อีกครั้ง

"เธอจะไม่เจ็บปวดอีกขอแค่เธอยังอยู่ตรงนี้อยู่กับฉัน" ชายหนุ่มรีบพูดขึ้นมาทันที

"ฉันว่าวันนี้เราคงคุยกันไม่รู้เรื่องจริงๆ" เธอพูดออกมาก่อนจะคว้ากระเป๋าบนโต๊ะที่เตรียมไว้เพื่อจะออกไปข้างนอกไปเอารถที่ถูกทิ้งไว้ที่สนามแข่งทั้งคืน แต่แล้วทุกอย่างก็ต้องหยุดลง

หมับ! ชายหนุ่มรีบคว้าข้อมือของเธอแล้วหมุนตัวเธอกลับเข้ามาสวมกอดเอาไว้แน่น

"อย่าไป...จากฉัน" น้ำเสียงแหบแห้งเพียงเบาๆ ที่ออกมาจากปากชายหนุ่มแต่ก็ทำให้เธอได้ยินมันอย่างชัดเจนเขากลับรั้งเธอในวันที่เธอจะก้าวออกจากชีวิตของเขาแล้วจริงๆ ตอนนี้เธอก็ยังไม่รู้ว่าจะทำยังไงควรอยู่ต่อหรือเดินออกไปโดยไม่หันหลันกลับมาอีกเลยความสับสนตีฝ่าเส้นเลือดในสมองกระตุกให้ทำงานหนักกว่าเดิม หรือเธอควรจะเอาความรู้สึกเป็นที่ตั้งแทนความคิด

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พิษรักนักแข่ง ToxicLoveRacers   บทที่ 78

    "ครับ" "ค่ะ" "ค่ะ" ทั้งสามตอบรับก่อนจะเดินไปยืนรอที่รถเพราะรถยังไม่ปลดล็อค ชายหนุ่มโดฟหกาแฟเสร็จก็เดินออกจากบ้านมาเพื่อจะไปส่งลูก ๆ "คุณลุงสวัสดีครับ" นาคินและลานิลเดินเข้ามาทักทายหลังจากที่คุณนิวและคุณคริสเอาลูกมาทิ้งไว้หน้าบ้านของชายหนุ่มให้ลงเดินเข้ามากันเองเพราะทั้งคู่ต้องรีบเข้าประชุมที่บริษั

  • พิษรักนักแข่ง ToxicLoveRacers   บทที่ 77

    "แรมโบ!" ไอซ์แลนด์รีบตะโกนเรียกชื่อลูกชายของเธอทันที "ครับ" แรมโบก็ยังคงเป็นแรมโบที่เพิ่มเลเวลคืนจอบวางแผลที่ร้ายกาจหาเรื่องให้แม่ "ว่าไงครับพี่แก่จริงเหรอ" แรนดิ้งค์รีบถามออกมาอีกครั้งหลังจากฟังแม่ลูกสนทนากันเขาก็พอจะเข้าใจจุดประสงค์บางอย่างของเด็กแสบอย่างแรมโบ "คือ..คือไม่แก่เลยค่ะไม่แก่เลยจ

  • พิษรักนักแข่ง ToxicLoveRacers   บทที่ 76

    "ไอซ์ครับเหนื่อยหรือเปล่า" แรนดิ้งค์รีบถามภรรยาของเขาออกมาทันทีด้วยความเป็นห่วง "ไม่ค่ะ แล้วพี่ละคะห่วงแต่หนูทำไมไม่ห่วงตัวเองบ้างทำงานเหนื่อยหรือเปล่า" หญิงสาวก็ถามผู้เป็นสามีของเธอเพราะช่วงนี้แรนดิ้งค์ได้เข้าไปปรับปรุงวางแผนบริหารงานต่าง ๆ ภายในบริษัท "ไม่ครับ โถ่คนดี" ชายหนุ่มรีบบอกออกมาพร้อม

  • พิษรักนักแข่ง ToxicLoveRacers   บทที่ 75

    "เดียวเถอะนิว เบาก่อนให้คุณแม่ลูกอ่อนได้พักผ่อนบ้าง" "อุ๊ยจริงด้วย อย่าเสียงดังไปละลานิลให้คุณน้าไอซ์ได้พักผ่อนก่อนนะคะ" ทั้งคู่คุณกันพร้อมกับถามไถ่เรื่องอื่น ๆ จากแรนดิ้งค์และพ่อแม่ของเขาอีกมากมาย สองวันต่อมา "ลืมอะไรกันหรือเปล่า" น้ำรินรีบถามลูกชายออกมาหลังเก็บของเสร็จเพราะวันนี้ก็ออกจากโรงพยาบ

  • พิษรักนักแข่ง ToxicLoveRacers   บทที่ 74

    ช่วงเช้าของวันใหม่ "หลานย่าหลับตาพริ้มเลย ง่วงเหรอลูก" คุณน้ำรินรีบกล่าวออกมาเมื่อเห็นหน้าหลานแฝดของเธอ "หลับทั้งคู่เลยนะคะเนี่ย" มีใจที่ออกจากบ้านมาแต่เช้ารีบเสริมทับ "นั้นสิครับทำไมน้อง ๆ ของผมถึงหลับตานานขนาดนี้ละ แล้วมามี๊ละครับ" แรมโบในชุดนักเรียนรีบเอ่ยถามถึงคุณแม่แค่ไม่ได้เจอกันคืนเดียวเขา

  • พิษรักนักแข่ง ToxicLoveRacers   บทที่ 73

    "ครับ" แรมโบก็ตอบรับ พ่อแม่ลูกนอนกอดกันทั้งคืนเป็นภาพครอบครัวที่ดูแล้วน่ารักมาก สองเดือนต่อมา "โอ๊ย" เสียงไอซ์แลนด์ดังขึ้นทำให้เด็กชายที่นั่งสร้างเลโก้อยู่บนพื้นรีบหันมาถามแม่ทันทีด้วยความเป็นห่วงสุดหัวใจ "มามี๊เป็นอะไรครับ" แรมโบถามเสียงอ่อนด้วยความเป็นห่วงและกังวลในคราเดียวกัน "มี๊ปวดท้อง" ไอซ

  • พิษรักนักแข่ง ToxicLoveRacers   บทที่ 11

    "แล้วก็ไอ้สรรพนามที่เรียกนาย ๆ นาย เนี่ยน่ะเปลี่ยนหน่อยก็ดีนะ" ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ติดจริงจังเล็กน้อยและมองหญิงสาวที่กำลังทานสปาเกตตีที่เขาทำอย่างมีความสุขในอาหารมื้อนี้ "ก็มันยังไม่ชินนี่" หญิงสาวพูดออกมาพร้อมกับในปากยังคงเคี้ยวเส้น สปาเกตตี้จนแก้มทั้งสองข้างที่ดูจะเยอะขึ้นมาด้วยเส้นสป

  • พิษรักนักแข่ง ToxicLoveRacers   บทที่ 3

    'อย่าไป...จากฉัน' งั้นเหรอเธอต้องหูฝาดไปแน่นๆ แต่ก็ยอมอยู่เฉยๆ ให้ชายหนุ่มได้กอดรัดเอาไว้อย่างแนบแน่น "แค่จะออกไปเอารถ" หญิงสาวพูดขึ้นมาหลังจากที่อยู่ในอ้อมกอดชายหนุ่มอยู่นาน "ไม่เอาไม่ให้ไป~" ชายหนุ่มยิ่งกระซับกอดแน่นกว่าเดิมพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาออกมาช้าๆ พอผ่านไปเพียงไม่นานชายหนุ่มก็เ

  • พิษรักนักแข่ง ToxicLoveRacers   บทที่ 1

    แกร๊ก เสียงเปิดประตูดังขึ้นทำให้ร่างบางที่นอนหลับพักผ่อนอยู่บนโซฟาภายในห้องนอนลืมตาตื่นขึ้นมา เธอกะพริบตาเบาๆสองสามทีเพื่อปรับความสมดุลของดวงตาให้มองเห็นได้อย่างชัดเจน ก่อนจะเห็นคนตัวสูงเดินผ่านหน้าเธอไปจึงเอ่ยถามออกมา "กลับมาได้แล้วเหรอ กลับมาในฐานะอะไรไม่ทราบ" น้ำเสียงประชดประชันของหญิงสาวดังออ

  • พิษรักนักแข่ง ToxicLoveRacers   บทที่ 30

    ทั้งเขาและเด็กน้อยเปิดประตูห้องเข้ามาแต่ก็ได้ยินเสียงเด็กน้อยที่เดินตามมาร้องอุทานออกมาด้วยเพระความตื่นเต้นตกใจกับพวกโมเดลรถแข่งที่เขาสะสมเอาไว้ในตู้โชว์ "โอ้โห! คุณลุงสุดยอดเลยครับ" เด็กน้อยพูดเอ่ยชมพร้อมกับเดินไปมองตู้โชว์ทีละใบที่มีแต่พวกรถแข่งสะสมเต็มไปหมด "เราชอบคันไหนล่ะ" ชายหนุ่มถามเด็กน้อย

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status