LOGINอาทิตย์ยืดหลังตรงขึ้นทันที นัยน์ตาที่เคยสนุกสนานกลับเคร่งขรึมขึ้นเมื่อหันไปมองใบหน้าของเพื่อนสนิทให้ชัด ๆ อีกครั้งหลังจากได้ยินคำสั่งนั้น เขาไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม...
"ทวงตอนนี้เลยเหรอวะ มึงก็รู้ดีว่าคนของป๊ากูทำงานกันยังไง" อาทิตย์เปรยขึ้นพลางจิบเหล้าเข้าปากเพื่อดับความรู้สึกปั่นป่วนในใจ "ถ้าคนขับแท็กซี่นั่นไม่จ่าย... มันคงไม่ได้อยู่มีชีวิตขับรถต่อแน่ ๆ มึงกะเอาให้ถึงตายเลยหรือไง" อวัชไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที เขามองดูหยดน้ำที่เกาะอยู่ข้างแก้วเหล้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า มุมปากยกขึ้นนิดๆ "กูไม่ได้บอกให้ฆ่า... กูแค่บอกให้ทวง" อวัชเค้นเสียงต่ำ "ป๊ามึงไม่จำเป็นต้องฆ่าใครหรอก เพราะกูมั่นใจว่าคนขับแท็กซี่นั่นมีเงินมาจ่ายคืนให้แน่นอน" อาทิตย์ขมวดคิ้ว "มึงเอาความมั่นใจมาจากไหนวะ ประวัติมันบอกชัดว่าไม่มีทรัพย์สินอะไรเหลือแล้ว" "ก็ยัยเด็กนั่นไง... อุ่นเป็นหลานเพียงคนเดียว และตอนนี้ในบัญชีก็มีเงินประกันจากการตายของแม่เป็นล้าน" อวัชเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "คนกตัญญูอย่างยัยนั่น... คงไม่ยอมปล่อยให้อาตัวเองโดนซ้อมจนพิการหรือโดนเก็บเพราะหนี้ท่วมหัวหรอก จริงไหม" อาทิตย์ถึงกับนิ่งไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นความลุ่มลึกในแผนการของเพื่อน เขาแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าเพื่อนจะเล่นถึงขนาดนี้ "กูถามจริง ๆ ทำไมต้องเป็นเด็กนั่น" อาทิตย์ถามย้ำด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น "ผู้หญิงสวย ๆ ที่พร้อมจะคลานมาหาถวายตัวให้มึงมีเป็นร้อย ทำไมต้องลงทุนลงแรงทำลายชีวิตเด็กกำพร้าคนหนึ่งขนาดนี้ด้วย" อวัชไม่ได้ตอบทันที เขาขยับตัววางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะกระจกเบื้องหน้าเบา ๆ ก่อนจะเอนหลังพิงกับโซฟาหนังตัวยาว เขาหลับตาลงนึกถึงใบหน้าหวานที่สั่นระริกด้วยความกลัวและรสชาติความพยศที่ฝากไว้บนริมฝีปากเขา "ก็แค่... สนุกดี" คำตอบสั้น ๆ ที่หลุดออกมาจากปากนั้นราบเรียบไร้ซึ่งความรู้สึกผิดชอบชั่วดีใด ๆ ในสายตาของอวัชตอนนี้ จริยาไม่ใช่แค่ผู้หญิงคนหนึ่ง แต่เธอคือเหยื่อที่ทำให้นักล่าอย่างเขาเริ่มรู้สึกถึงอะดรีนาลีนที่สูบฉีดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อาทิตย์อมยิ้มทันที แววตาฉายความสนุกสนานไม่ต่างจากเพื่อนสนิท ไม่ใช่แค่เพราะเขาจะได้เห็นเกมไล่ล่าที่ตื่นเต้น แต่เขาสนุกที่ได้เห็นคุณชายอวัชผู้ไม่เคยแยแสสิ่งใด กลับต้องมานั่งวางแผนซับซ้อนราวกับหนูติดจั่น เพียงเพื่อให้ได้ครอบครองเด็กสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นแค่เด็กในบ้านของตัวเอง เขาอยากรู้นักว่าเพื่อนรักที่วางตัวสูงส่งมาตลอด จะยอมแลกอะไรบ้าง หรือต้องสูญเสียไปเท่าไร เพื่อให้ได้เด็ดปีกนกน้อยตัวนี้มาไว้ในมือ "มึงอย่าลืมนะวัช..." อาทิตย์แสร้งเปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง ทว่ากลับแทงใจดำคนฟังอย่างจัง "มึงยังมีพี่มิลล์ที่ตกลงกับพ่อแม่มึงไว้แล้วเรื่องการหมั้น ทันทีที่มึงเรียนจบ" อวัชชะงักไปเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อชื่อของว่าที่คู่หมั้นหลุดออกมาจากปากเพื่อน ชื่อของผู้หญิงที่เพียบพร้อมไปทุกกระเบียดนิ้วที่ครอบครัวประเคนมาให้เพื่อความมั่นคงของธุรกิจ ทว่าความรบกวนใจนั้นกลับจางหายไปอย่างรวดเร็ว "กูก็ไม่ได้บอก... ว่าจะไม่หมั้น" อวัชตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "อ่อ... มึงแค่อยากจะได้แล้วก็เขี่ยทิ้งว่างั้นเถอะ" อาทิตย์ตบบ่าเพื่อนแรง ๆ ทีหนึ่งพลางเหยียดยิ้มรู้ทัน "แต่กูว่าคนนี้มึงอยากได้จนตัวสั่น ขนาดลงทุนให้กูสืบทะเบียนรถแท็กซี่กูว่ามึงไม่เบื่อง่าย ๆ แน่ แล้วมึงจะจัดการยังไง จะเขี่ยทิ้ง หรือจะกักตัวน้องเขาไว้เป็นเมียน้อยมึง" อวัชปรายสายตาเย็นชาไปที่เพื่อนสนิท "ก็ได้... กูไม่ติด" "มึงมันสารเลวกว่าที่กูคิดไว้เยอะเลยว่ะ" อาทิตย์ส่ายหน้าขำ ๆ "มึงดีกว่ากูเยอะว่างั้น... ไอ้ซัน" อวัชแค่นยิ้มร้ายพลางเอนหลังพิงโซฟาด้วยท่าทีคุกคาม "เรื่องมึงกับเรนนี่แอบทำอะไรกันลับหลังคนอื่น อย่านึกว่าพวกกูไม่รู้... แล้วถ้าแฟนของเรนนี่ที่เรียนอยู่อังกฤษรู้เข้าว่าแฟนสาวเขากำลัง... เอากับเพื่อนสนิทอย่างมึงอยู่ มึงคิดว่าเรื่องมันจะจบสวยไหมล่ะ" "ไอ้วัช หุบปาก!" อาทิตย์ตวาดเสียงต่ำ นัยน์ตาคู่นั้นสั่นระริกด้วยความโกรธ "จัดการเรื่องอาของอุ่นให้กูซะ" "เออ... กูจัดการให้แน่ คืนนี้มึงเตรียมตัวรับข่าวดีได้เลย" ชัยยศช่วยจริยาขนของเข้ามาวางไว้ในหอพัก อาหนุ่มปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมพลางกวาดสายตามองไปรอบห้อง แม้จะคับแคบไปบ้างตามประสาห้องพักนักศึกษา แต่ก็นับว่าปลอดภัยและสะดวกสบายเพียงพอสำหรับเด็กสาวตัวคนเดียว ห้องแอร์ที่มีเฟอร์นิเจอร์ครบครัน ชั้นล่างมีทั้งร้านซักรีดและร้านเกมที่เปิดไฟสว่างไสว เดินออกไปเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงร้านสะดวกซื้อที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง "อุ่น... ตั้งใจเรียนนะลูก ทำความฝันของตัวเองให้สำเร็จ แม่ของอุ่นจะได้หลับสบาย ไม่มีห่วงอะไรทางนี้อีก" ชัยยศเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเมตตา จริยามองใบหน้าที่ผ่านความตรากตรำของอาด้วยความซาบซึ้งใจ เธอยกมือไหว้อย่างนอบน้อม "ขอบคุณอาชัยมากนะคะ... ขอบคุณจริงๆ ที่มาช่วยขนของ มาช่วยงานแม่ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ถ้าไม่มีอาชัย อุ่นคงทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน" "ไม่เป็นไรหรอกอุ่น อาเหลืออุ่นแค่คนเดียวนี่นา" ชัยยศตบบ่าหลานสาวเบาๆ ด้วยฝ่ามือที่หยาบกร้านจากการทำงานหนัก "อาไปทำงานก่อนนะ คืนนี้ต้องเร่งทำรอบหน่อย" จริยายืนส่งอาที่หน้าประตู มองตามร่างของอาชัยที่เดินหายเข้าไปในลิฟต์ด้วยความรู้สึกโหวงเหวในใจ แม้ว่าพรุ่งนี้จะมีเรียนเช้า แต่จริยากลับเลือกที่จะใช้ความวุ่นวายในการจัดข้าวของเพื่อกลบเกลื่อนความเหงาที่เริ่มกัดกินใจ เธอใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงจัดการทุกอย่างให้เข้าที่จนหอพักเล็กๆ ดูเป็นระเบียบ นี่คือห้องส่วนตัว ห้องแรกในชีวิต... ห้องที่ไม่มีแม่เหมือนสมัยที่อาศัยอยู่ในบ้านพักคนงานของบ้านเรืองฤทธิ์เดชสกุล หลังจากอาบน้ำ หญิงสาวในชุดนอนเรียบร้อยก็ก้าวมาที่หัวเตียง เธอวางกรอบรูปที่มีใบหน้าเปื้อนยิ้มของแม่ไว้ในจุดที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุด จริยาจ้องมองรูปนั้นอยู่นาน... เนิ่นนานจนความเข้มแข็งที่พยายามสร้างมาตลอดทั้งวันเริ่มพังทลาย หยาดน้ำตารื้นขึ้นมาคลอเบ้าก่อนจะรินไหล "แม่... ไม่ต้องเป็นห่วงอุ่นนะคะ" เธอพึมพำเสียงสั่นพลางเอื้อมมือไปลูบไล้กระจกบนกรอบรูปแผ่วเบา "อุ่นจะดูแลตัวเองให้ดี อุ่นอยู่ได้... อุ่นต้องอยู่ให้ได้ค่ะแม่" เธอบอกแม่และบอกตัวเองซ้ำๆ นิ้วเรียวกำลังจะเอื้อมไปกดสวิตช์ไฟหัวเตียง ทว่าความเงียบในห้องกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน จริยาชะงักมือพลางคิดไปว่าอาจจะเป็นเพื่อนร่วมคณะคนใดคนหนึ่งที่โทรมาถามเรื่องตารางเรียนวันพรุ่งนี้ แต่เมื่อหยิบขึ้นมาดูและเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ คิ้วเรียวสวยก็ขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยระคนสังหรณ์ใจแปลก ๆ ...อาชัย... "ฮัลโหลค่ะอาชัย... อาชัยลืมของอะไรไว้ที่ห้องอุ่นหรือเปล่าคะ" จริยากดรับสายพลางกรอกเสียงลงไปอย่างร้อนใจ ทว่าปลายสายกลับไม่มีเสียงตอบรับกลับมาอย่างที่ควรจะเป็น ไม่มีเสียงทักทายที่แสนอบอุ่นของอาชัย... มีเพียงเสียงสะอื้นที่ถูกสะกดกลั้นเอาไว้อย่างแสนสาหัสของชายที่เธอรักเหมือนพ่อ "ฮัลโหล... อาชัย ได้ยินอุ่นไหมคะ" หัวใจของจริยากระตุกวูบ ความเย็นเยียบเริ่มเกาะกุมจากนิ้วมือขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เมื่อเสียงที่ตอบกลับมาไม่ใช่เสียงของชัยยศ แต่เป็นเสียงเหี้ยมเกรียมของคนที่เธอไม่เคยรู้จัก "ชื่ออุ่นใช่ไหม... ถ้ายังอยากให้อาของแกมีลมหายใจขับแท็กซี่ต่อ พรุ่งนี้เตรียมเงินมาใช้หนี้ที่นี่ซะ"จริยาหอบหายใจ ร่างกายอ่อนปวกเปียก ความซ่านสยิวที่เพิ่งมอดดับลงทิ้งไว้เพียงความรู้สึกน่ารังเกียจที่ถาโถมเข้ามาทิ่มแทงใจ เธอนอนแผ่อยู่บนโต๊ะทำงานด้วยสภาพชุดหลุดลุ่ย น้ำตารื้นขึ้นมาจนมองภาพเบื้องหน้าพร่ามัวทว่าอวัชกลับไม่ปล่อยให้เธอได้พักนานนัก ชายหนุ่มหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาแทรกตัวอยู่ระหว่างเรียวขาคู่สวยที่ยังอ้าค้างอยู่ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสั่นระริกของเธอ ขณะที่มือหนาเลื่อนลงไปจับที่หัวเข็มขัดหนังราคาแพงแล้วเริ่มปลดมันออกอย่างเชื่องช้า "มะ... ไม่นะคะ คุณบอกว่าจะไปเจอกันคืนนี้ไง"จริยาได้สติรีบตะเกียกตะกายหนี มือเล็กยันพื้นโต๊ะหมายจะถอยร่นไปอีกทาง ทว่าอวัชกลับเร็วกว่า เขาใช้ฝ่ามือใหญ่เพียงข้างเดียวขยุ้มลงบนหัวไหล่มนแล้วกดร่างเธอกลับลงไปราบกับโต๊ะตามเดิม"ฉันเปลี่ยนใจแล้ว... แค่ชิมมันไม่พอว่ะอุ่น เธอทำฉันแม่ง... ปวดไปหมดแล้วเนี่ย"เขาแค่นเสียงสบถอย่างหิวกระหาย แววตาคู่นั้นไม่มีวี่แววของความล้อเล่น เขารูดซิปกางเกงลงจนเกิดเสียงที่ทำให้จริยาใจหายวาบ ความแข็งขึงและร้อนแรงที่ซ่อนอยู่ภายในเริ่มขยับขยายจนคนตัวเล็กรับรู้ได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา"อย่า... อุ
ภายในห้องสโมสรนักศึกษาเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ทั้งประธานฝ่ายต่าง ๆ และเหล่าสมาชิกที่กำลังเร่งเคลียร์งานเพื่อเตรียมจัดงานเฟรชชี่ไนท์ในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ เสียงพูดคุยและเสียงเลื่อนโต๊ะดังระงมไปทั่ว ทว่าสำหรับจริยาที่ยืนแข็งทื่ออยู่หน้าประตู เสียงเหล่านั้นกลับดูห่างไกลออกไปทุกทีเธอยืนกำสายกระเป๋าสะพายแน่น พลางกวาดสายตามองหาเจ้าของข้อความที่เรียกเธอมาที่นี่ด้วยความไม่เข้าใจหญิงสาวตัดสินใจรวบรวมความกล้าผลักประตูเข้าไป ทว่าบรรยากาศภายในกลับผิดคาด คนอื่น ๆ ที่กำลังวุ่นกับการเตรียมงานไม่ได้เหลือบมองเธอด้วยความสงสัยเลยแม้แต่น้อย ทุกคนทำงานกันอย่างขะมักเขม้นราวกับเห็นเธอเป็นเพียงสมาชิกคนหนึ่งที่เดินเข้าออกเป็นปกติ จนกลายเป็นจริยาเองที่เริ่มทำตัวไม่ถูก"มาหาใครคะน้อง" เสียงใส ๆ ดังขึ้นพร้อมกับร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่ขยับเขยื้อนอยู่ในถุงนอนสีเขียวแก่ ก่อนจะโผล่หน้าออกมาทักทายอย่างเป็นกันเองจนจริยาแอบตกใจ ช่างเป็นภาพที่แปลกตานัก... ทำไมถึงเข้าไปอยู่ในถุงนอนทั้งที่ยังไม่มืด"เอ่อ... มาหาคุณ... เอ้อ พี่อวัชค่ะ" "อ๋อ... เดินตรงไปห้องกระจกข้างในเลยค่ะ พี่วัชรออยู่" รุ่นพี่สาวแย้มยิ้มพลางชี้มือไปทางห้
จริยาตัดสินใจเล่าเรื่องของชัยยศให้อวัชฟังจนหมดเปลือก ทว่าชายหนุ่มกลับทำเพียงรับฟังด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย เขาออกคำสั่งให้เธอขึ้นรถเพื่อไปส่งที่หอพัก และในระหว่างทางเขาก็ยึดโทรศัพท์มือถือของเธอไปเพื่อกดโทรเข้าเบอร์ของเขา เพื่อที่จะได้รู้เบอร์"เธอไม่ต้องไป... ฉันจะไปจัดการใช้หนี้ให้อาของเธอเอง" อวัชเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทรงพลังขณะที่รถจอดสนิทหน้าหอพักของจริยาเขายัดโทรศัพท์มือถือคืนให้แก่หญิงสาวที่ยังคงนั่งตัวสั่นเทาอยู่เบาะข้างๆ สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัว"ส่วนเธอ... กลับขึ้นห้องไปซะ แล้วจำใส่หัวเอาไว้ด้วยจริยา..."เขานิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะขยับเข้าใกล้หญิงสาวมากขึ้น"รอรับโทรศัพท์จากฉัน... และเมื่อไรที่ฉันเรียก เธอต้องมาหาฉันทันที"จริยาเดินกลับเข้ามาในห้องพักขนาดเล็กที่กลายเป็นบ้านหลังใหม่ หญิงสาวไม่มีน้ำตาหลงเหลือให้ไหลรินอีกต่อไปแล้ว อย่างน้อยเธอก็ได้รับคำยืนยันว่าอาชัยจะปลอดภัยจากเจ้าหนี้แต่เธอก็รู้ดี... ว่าอิสรภาพของอานั้นมีราคาที่ต้องจ่าย และเธอก็คือสิ่งของที่อวัชเลือกไว้จริยานั่งลงบนเตียง นึกถึงสายตาคุกคามและคำพูดดูหมิ่นของคุณชายเล็ก เ
จริยายืนสั่นสะท้านอยู่หน้าประตูบานยักษ์ของคฤหาสน์เรืองฤทธิ์เดชสกุล สถานที่ที่เธอเพิ่งจะแบกข้าวของย้ายออกไปเมื่อตอนบ่าย เธอไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตจะเล่นตลกให้เธอต้องซมซานกลับมาที่นี่เร็วขนาดนี้หญิงสาวไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อมมือไปกดกริ่งรบกวนเวลาพักผ่อนของเจ้าของบ้าน แต่โชคดีที่เธอโทรหา ยายหมวย หัวหน้าแม่บ้านไว้ก่อนที่จะมาถึงแล้ว ไม่นานนัก ประตูเล็กด้านข้างก็ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างท้วมของหญิงอาวุโสที่เดินออกมาต้อนรับ"เข้ามาก่อนอุ่น... มีอะไรหรือเปล่าลูก" ยายหมวยเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวลใจอย่างปิดไม่มิด เพราะนี่มันก็เกือบจะตีสามเข้าไปแล้ว"อุ่น... อุ่นมารอพบคุณผู้หญิงค่ะยาย" จริยาเอ่ยตอบเสียงสั่นเครือ นัยน์ตาแดงก่ำจากการผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก"อุ่นเอ๊ย... นี่อุ่นไม่รู้เหรอว่าคุณผู้หญิงท่านเพิ่งจะเดินทางไปเชียงใหม่เมื่อค่ำนี้เอง เห็นว่ามีงานด่วนน่ะลูก" ยายหมวยถอนหายใจยาว "แล้วนี่มันเรื่องคอขาดบาดตายอะไรกัน ทำไมถึงต้องมาหาท่านเอาป่านนี้ละลูก"จริยากัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ความหวังสุดท้ายพังทลายลงต่อหน้าต่อตา เงินอีกหนึ่งล้านบาทที่ขาดไปเธอจะไปหาจากที่ไหนในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงที่เหลืออยู่"อุ่
จริยาตัวแข็งทื่อ มือที่ถือโทรศัพท์สั่นระริก เมื่อเสียงที่ลอดออกมาจากปลายสายไม่ใช่คำทักทายที่คุ้นเคย แต่กลับเป็นเสียงหอบหายใจ ตามมาด้วยเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของผู้เป็นอา"ทำไม... พวกคุณทำอะไรอาชัย" จริยาละล่ำละลักถามเสียงขาดห้วง หัวใจเต้นรัวแรงจนเจ็บหน้าอก สมองของหญิงสาวขาวโพลนไปหมดจนประมวลผลอะไรไม่ทัน"หูหนวกหรือไง บอกให้เตรียมเงินมาใช้หนี้ให้อามึงไง"เสียงปลายสายตวาดกลับมาอย่างเหี้ยมเกรียม ทันใดนั้นเสียงหมัดที่กระทบเนื้อเข้าอย่างจังก็ดังแทรกขึ้นมา ตามด้วยเสียงร้องโหยหวนอย่างแสนสาหัสของชัยยศที่ทำให้จริยาต้องยกมือขึ้นปิดปากเพื่อไม่ให้ตัวเองกรีดร้องออกมา"อย่าทำอาชัย..." น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความตระหนก "หนี้อะไรกันคะ อาชัยไปติดหนี้พวกคุณตอนไหน""สองล้านบาท" เสียงหัวเราะหยันดังขึ้น "ถ้าพรุ่งนี้เช้าไม่มีเงินมาวาง... เตรียมเก็บศพมันไปเผาพร้อมแม่มึงได้เลย"สายโทรศัพท์ถูกตัดฉับทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าสะพรึงกลัว จริยาทรุดฮวบลงกับพื้นห้องพักที่เพิ่งจัดเสร็จอย่างหมดแรง...สองล้าน...เงินจำนวนมหาศาลนั้นจะหามาจากที่ไหนกัน จริยายกมือที่สั่นเทาขึ้นลูบใบหน้าด้วย มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ ๆ อาชัยของเธ
อาทิตย์ยืดหลังตรงขึ้นทันที นัยน์ตาที่เคยสนุกสนานกลับเคร่งขรึมขึ้นเมื่อหันไปมองใบหน้าของเพื่อนสนิทให้ชัด ๆ อีกครั้งหลังจากได้ยินคำสั่งนั้น เขาไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม..."ทวงตอนนี้เลยเหรอวะ มึงก็รู้ดีว่าคนของป๊ากูทำงานกันยังไง" อาทิตย์เปรยขึ้นพลางจิบเหล้าเข้าปากเพื่อดับความรู้สึกปั่นป่วนในใจ "ถ้าคนขับแท็กซี่นั่นไม่จ่าย... มันคงไม่ได้อยู่มีชีวิตขับรถต่อแน่ ๆ มึงกะเอาให้ถึงตายเลยหรือไง"อวัชไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที เขามองดูหยดน้ำที่เกาะอยู่ข้างแก้วเหล้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า มุมปากยกขึ้นนิดๆ"กูไม่ได้บอกให้ฆ่า... กูแค่บอกให้ทวง" อวัชเค้นเสียงต่ำ"ป๊ามึงไม่จำเป็นต้องฆ่าใครหรอก เพราะกูมั่นใจว่าคนขับแท็กซี่นั่นมีเงินมาจ่ายคืนให้แน่นอน"อาทิตย์ขมวดคิ้ว "มึงเอาความมั่นใจมาจากไหนวะ ประวัติมันบอกชัดว่าไม่มีทรัพย์สินอะไรเหลือแล้ว""ก็ยัยเด็กนั่นไง... อุ่นเป็นหลานเพียงคนเดียว และตอนนี้ในบัญชีก็มีเงินประกันจากการตายของแม่เป็นล้าน" อวัชเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "คนกตัญญูอย่างยัยนั่น... คงไม่ยอมปล่อยให้อาตัวเองโดนซ้อมจนพิการหรือโดนเก็บเพราะหนี้ท่วมหัวหรอก จริงไหม"อาทิตย์ถึงกับนิ่งไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นคว
จริยาเปลี่ยนความตั้งใจที่จะไปบอกลาบรรดาป้า ๆ ในครัวทันที หญิงสาวรีบหันหลังกลับแล้วออกตัววิ่งตรงไปยังรถแท็กซี่ของอาชัยอย่างไม่คิดชีวิต ความหวาดกลัวที่ยังสั่นประสาททำให้เธอต้องการออกไปจากที่แห่งนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้"อุ่น... เป็นอะไร""รีบไป... รีบไปกันเถอะค่ะอาชัย อุ่นอยากไปจากที่นี่แล้ว" จ
จริยาในชุดสีดำเรียบร้อยยืนนิ่งอยู่หน้าเมรุมาศ ร่างบอบบางดูเล็กลงไปถนัดตาเมื่อต้องแบกรับความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต ผมยาวสลวยถูกรวบมัดเป็นหางม้า ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอ่อนๆ จากช่างฝีมือดีที่คุณหญิงรุ่งรวีเมตตาส่งมาจัดการให้ เพื่อไม่ให้แขกเหรื่อในงานต้องเห็นสภาพที่ทรุดโทรมจนเกินไ
อวัชบังคับรถสปอร์ตคู่ใจกลับมาถึงคอนโดมิเนียมหรูใจกลางกรุง ชายหนุ่มก้าวเข้าไปในห้องชุดราคาแพง เขาเดินตรงไปที่ระเบียง ทอดสายตามองวิวแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืน ทว่าความงามตรงหน้ากลับไม่ได้ช่วยให้ใจที่รุ่มร้อนสงบลงเลยแม้แต่นิดเดียวชายหนุ่มหลับตาลงพลางสูดลมหายใจเข้าปอดช้า ๆ ทว่ากลิ่นกายสาวของจริยา กลับยั
กว่ารถสปอร์ตคันหรูจะฝ่าการจราจรที่ติดขัดอย่างสาหัสหลังเวลาเลิกงานมาถึงโรงพยาบาล RRJ ก็เป็นเวลาเกือบสองทุ่มพอดี ทันทีที่ล้อรถหยุดนิ่งสนิทหน้าทางเข้าประตูห้องฉุกเฉิน จริยาก็พุ่งตัวออกจากรถทันทีโดยไม่สนใจจะหันกลับมาขอบคุณคนขับที่อุตส่าห์เหยียบคันเร่งลัดเลาะพามาส่งถึงที่จริยาวิ่งถลามาจนถึงหน้าห้องไอซี







