分享

บทที่ 3

last update publish date: 2026-05-28 12:14:47

กว่ารถสปอร์ตคันหรูจะฝ่าการจราจรที่ติดขัดอย่างสาหัสหลังเวลาเลิกงานมาถึงโรงพยาบาล RRJ ก็เป็นเวลาเกือบสองทุ่มพอดี ทันทีที่ล้อรถหยุดนิ่งสนิทหน้าทางเข้าประตูห้องฉุกเฉิน จริยาก็พุ่งตัวออกจากรถทันทีโดยไม่สนใจจะหันกลับมาขอบคุณคนขับที่อุตส่าห์เหยียบคันเร่งลัดเลาะพามาส่งถึงที่

จริยาวิ่งถลามาจนถึงหน้าห้องไอซียู หญิงสาวรีบพุ่งเข้าไปเกาะเคาน์เตอร์พยาบาล อ้อนวอนขอเข้าไปพบแม่ทั้งน้ำตาพรั่งพรู แต่กลับได้รับเพียงการปฏิเสธตามระเบียบที่เข้มงวด

อวัชเดินตามมาจนถึง เขาหยุดยืนซ้อนอยู่ที่แผ่นหลังบางที่สั่นเทาจนน่าสงสาร มองดูจริยาที่พูดจารัวเร็วสะอึกสะอื้นจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปจนชิดก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบเย็น

"หมดเวลาเยี่ยม... ก็คือเข้าไม่ได้"

เขาตัดบทอย่างไม่ไยดีต่อความรู้สึกคนฟัง ก่อนจะหันไปสบตาพยาบาลนิ่งๆ ด้วยอำนาจที่เหนือกว่า

"อาการเป็นยังไงบ้าง"

"ตอนนี้ยังห้าสิบห้าสิบค่ะ มีเลือดออกในสมองและต้องเฝ้าระวัง อาจารย์หมอจะประเมินเรื่องการผ่าตัดซ้ำอีกครั้งพรุ่งนี้เช้าค่ะ" พยาบาลตอบอย่างนอบน้อม ก่อนจะหันมาทางจริยา

"หนูเป็นลูกสาวใช่ไหม... อายุเท่าไหร่แล้วจ้ะ"

เป็นคำถามที่ทำให้อวัชขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม เขาจ้องมองเสี้ยวหน้าหวานเพื่อรอฟังคำตอบ... เขาอยากรู้ใจจะขาดว่ายัยเด็กถ้ำมองในวันนั้น พ้นข้อจำกัดทางกฎหมายหรือยัง

"สิบเก้าค่ะ... หนูเพิ่งสิบเก้าเมื่อเดือนที่แล้ว" จริยาตอบเสียงสั่นเครือ

"สิบเก้า..." อวัชทวนคำในใจ แววตาคมกริบวาวโรจน์ขึ้นอย่างมีความหมาย มุมปากหยักลึกโค้งขึ้นเพียงนิดอย่างที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

จริยารับใบอนุญาตผ่าตัดและใบประเมินค่ารักษามาถือไว้ด้วยมือที่สั่นระริก ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อไล่สายตาไปถึงบรรทัดสุดท้ายที่ระบุจำนวนเงินรวมค่าเวชภัณฑ์และค่าห้องไอซียูเบื้องต้น

"หนึ่งล้านบาท..." เธอพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า

เด็กสาวที่เพิ่งเริ่มใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยอย่างเธอจะไปหาเงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้มาจากไหน แม้จะขายชีวิตเธอทิ้งตอนนี้ก็คงไม่พอจ่ายค่าลมหายใจของแม่ด้วยซ้ำ

"ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายนะจ๊ะหนู แค่เซ็นอนุญาตและรับทราบจำนวนเงินไว้ก็พอ" พยาบาลวัยกลางคนเอ่ยด้วยรอยยิ้มปรานี

"คุณหญิงรุ่งรวีท่านกำชับมาแล้วค่ะ ว่าท่านจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดของแม่หนูเอง"

จริยานิ่งงันไปครู่ใหญ่ นิ้วที่จับเอกสารสั่นหนักกว่าเดิม เธอก้มหน้าลงเร็ว ๆ เพื่อซ่อนน้ำตาที่เริ่มเอ่อขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับตั้งมั่นจะหาเงินมาชดใช้ให้คุณผู้หญิงให้ได้

เธอยอมจรดปลายปากกาเซ็นชื่อลงไปบนกระดาษแผ่นนั้นทั้งน้ำตา ก่อนจะยื่นส่งคืนให้กับพยาบาล

"หนู... หนูจะมาเยี่ยมแม่ได้พรุ่งนี้เช้าเลยใช่ไหมคะ" จริยาถามย้ำทันทีที่พยาบาลเก็บเอกสารเสร็จ เธออยากให้ถึงพรุ่งนี้ไว ๆ

"ใช่ค่ะ แปดโมงตรงมาติดต่อได้เลย ตอนนี้หนูกลับไปพักผ่อนก่อนนะจ๊ะ อย่ากังวลมากเดี๋ยวจะล้มป่วยไปอีกคน" พยาบาลวัยกลางคนเอ่ยปลอบใจ

จริยาส่ายหน้าช้า ๆ อย่างคนสิ้นหวัง เธอจะไปพักที่ไหนได้ ในเมื่อหอพักอยู่ห่างจากโรงพยาบาลตั้งเกือบหกสิบกิโลเมตร ที่สำคัญเธออยากอยู่ใกล้แม่ให้มากที่สุด

"หนูขอนั่งหน้าห้องไอซียูรอได้ไหมคะ พรุ่งนี้เช้าจะได้เข้าไปหาแม่ได้เลย" จริยาวิงวอนเสียงสั่นพร่า

"ไม่ได้หรอกค่ะ มันเป็นกฎของโรงพยาบาล" พยาบาลเอ่ยอย่างเห็นใจ

"งั้นเปิดห้องรับแขกให้เธอห้องหนึ่ง ผมรับผิดชอบเองทั้งหมด"

น้ำเสียงเรียบเย็นทว่าทรงอำนาจของอวัชดังขึ้นจากทางด้านหลัง

จริยาหันมองเขาด้วยแววตาสับสน ความซาบซึ้งใจในคราแรกถูกแทนที่ด้วยความหวั่นใจเมื่อเห็นนัยน์ตาคมกริบคู่เดิมที่จ้องกลับมาอย่างมีความหมาย

"ตะ... แต่คุณอวัชคะ..."

"หรือเธอจะเดินออกไปนอนข้างถนน" เขาตัดบทอย่างไม่ไยดี

"เลือกเอา..."

"เอ่อ... ได้ค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะรีบติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ให้นะคะ" พยาบาลละล่ำละลักตอบพลางรีบยกหูโทรศัพท์กดหมายเลขภายในเพื่อจัดการตามคำสั่ง

จริยายกมือไหว้ขอบคุณพยาบาลตามมารยาท ก่อนจะหันมาทางคนที่ยืนค้ำหัวเธออยู่ หยาดน้ำตาแห้งเหือดไปแล้ว เหลือเพียงความอ่อนล้าที่ฉายชัดบนใบหน้าซูบซีด

"ขอบคุณ... ขอบคุณคุณอวัชมากเลยนะคะ"

อวัชเอียงคอมองท่าทีนอบน้อมนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่าในใจกลับรู้สึกแปลกประหลาด... ตอนที่เด็กนี่พูดจาง่ายๆ และยอมศิโรราบให้เขาแบบนี้มันก็น่ามองเหมือนกัน

ชายหนุ่มเดินนำจริยาตามพนักงานฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ไปยังโซนห้องพักวีไอพีที่อยู่ไม่ไกลจากแผนกไอซียูนักระหว่างทางเขาต่อสายหาผู้เป็นแม่เพื่อรายงานเรื่องการเปิดห้องพักให้จริยา ซึ่งคุณหญิงรุ่งรวีก็ทำเพียงรับทราบสั้นๆ โดยไม่เอ่ยคัดค้านอะไร

ห้องพักวีไอพี

ทันทีที่ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออก จริยาถึงกับยืนนิ่งอึ้ง ภาพห้องพักฟื้นที่ดูเหมือนห้องสวีทของโรงแรมระดับห้าดาวมากกว่าโรงพยาบาลทำให้เธอไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเท้าเข้าไป

อวัชเดินเข้าไปในห้องอย่างถือวิสาสะ ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังแท้ พลางปรายตามองจริยาที่ยังยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ที่หน้าประตู

"จะยืนบื้ออยู่ตรงนั้นอีกนานไหม... เข้ามาสิ" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กังวาน

หญิงสาวจำต้องก้าวเท้าเข้าไปข้างในอย่างกล้าๆ กลัวๆ ทั้งที่พยายามหนีหน้าเขามาทั้งวัน ทว่าเธอกลับมาติดอยู่ในห้องพักหรูที่เป็นส่วนตัวที่สุดกับเขาเพียงลำพัง

"คุณอวัช... ไม่กลับบ้านหรือคะ" จริยาถามขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบาหวังจะทำลายความอึดอัด

อวัชไม่ตอบ แต่กลับหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวย่างเข้าหาจริยาอย่างคุกคาม ทำให้จริยาต้องถอยร่นหนีจนแผ่นหลังบอบบางกระแทกเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ

ใบหน้าคมก้มลงไปจนชิดซอกคอขาว กลิ่นกายสาวปนกลิ่นเหงื่อจางๆ จากการวิ่งวุ่นมาทั้งวันกลับกระตุ้นสัญชาตญาณบางอย่างในตัวเขาจนต้องสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด จริยาเบี่ยงหน้าหนีสุดแรงพลางหลับตาปี๋ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก

"คุณ... อย่า..."

"เธอโตขึ้นเยอะเลยนะ... โดยเฉพาะตรงนี้" เขาเลื่อนสายตาคมลงมองทรวงอกอิ่มที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดนักศึกษา ถึงแม้เสื้อจะไม่ได้รัดจนเห็นสัดส่วนชัดเจน แต่มันก็ไม่อาจซ่อนความเป็นสาวสะพรั่งจากสายตาของเขาได้

จริยารีบยกมือขึ้นมากุมหน้าอกตัวเองไว้อย่างรวดเร็ว

"คุณอวัช อย่ามาทำทะลึ่งกับอุ่นนะคะ"

หญิงสาวแหวใส่เสียงแข็งทั้งที่ร่างกายยังสั่นเทา

"ใครกันแน่ที่ทะลึ่ง... เธอไม่ใช่เหรอที่ชอบแอบดูตอนฉันแก้ผ้าอยู่ริมสระว่ายน้ำ"

"ไม่ใช่นะคะ ตอนนั้นคุณยังสวมกางเกงว่ายน้ำอยู่นะ" จริยาเผลอเถียงกลับทันควัน ก่อนจะชะงักเมื่อรู้ว่าตัวเองเพิ่ง ยอมรับไปกลายๆ ว่าแอบมองเขาจริงๆ

อวัชกระตุกยิ้มร้ายพลางหัวใจในลำคออย่างผู้ชนะ เขาไม่ได้โกรธที่ถูกเถียง แต่เขากลับรู้สึกสนุก เมื่อเห็นใบหน้าที่เคยซีดเซียวแปรเปลี่ยนเป็นแดงก่ำด้วยความโกรธระคนอับอายของคนตรงหน้า

"เอาเถอะ ฉันจะปล่อยให้เธออยู่ตามลำพัง เพราะแม่ของเธอกำลังไม่สบาย" อวัชพูดก่อนจะเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย

在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP

最新章節

  • พิษรักอวัช   บทที่ 11 บอกฉันว่าเธอต้องการอะไร nc

    ภายในห้องสโมสรนักศึกษาเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ทั้งประธานฝ่ายต่าง ๆ และเหล่าสมาชิกที่กำลังเร่งเคลียร์งานเพื่อเตรียมจัดงานเฟรชชี่ไนท์ในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ เสียงพูดคุยและเสียงเลื่อนโต๊ะดังระงมไปทั่ว ทว่าสำหรับจริยาที่ยืนแข็งทื่ออยู่หน้าประตู เสียงเหล่านั้นกลับดูห่างไกลออกไปทุกทีเธอยืนกำสายกระเป๋าสะพายแน่น พลางกวาดสายตามองหาเจ้าของข้อความที่เรียกเธอมาที่นี่ด้วยความไม่เข้าใจหญิงสาวตัดสินใจรวบรวมความกล้าผลักประตูเข้าไป ทว่าบรรยากาศภายในกลับผิดคาด คนอื่น ๆ ที่กำลังวุ่นกับการเตรียมงานไม่ได้เหลือบมองเธอด้วยความสงสัยเลยแม้แต่น้อย ทุกคนทำงานกันอย่างขะมักเขม้นราวกับเห็นเธอเป็นเพียงสมาชิกคนหนึ่งที่เดินเข้าออกเป็นปกติ จนกลายเป็นจริยาเองที่เริ่มทำตัวไม่ถูก"มาหาใครคะน้อง" เสียงใส ๆ ดังขึ้นพร้อมกับร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่ขยับเขยื้อนอยู่ในถุงนอนสีเขียวแก่ ก่อนจะโผล่หน้าออกมาทักทายอย่างเป็นกันเองจนจริยาแอบตกใจ ช่างเป็นภาพที่แปลกตานัก... ทำไมถึงเข้าไปอยู่ในถุงนอนทั้งที่ยังไม่มืด"เอ่อ... มาหาคุณ... เอ้อ พี่อวัชค่ะ" "อ๋อ... เดินตรงไปห้องกระจกข้างในเลยค่ะ พี่วัชรออยู่" รุ่นพี่สาวแย้มยิ้มพลางชี้มือไปทางห้

  • พิษรักอวัช   บทที่ 10 ดาวคณะ

    จริยาตัดสินใจเล่าเรื่องของชัยยศให้อวัชฟังจนหมดเปลือก ทว่าชายหนุ่มกลับทำเพียงรับฟังด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย เขาออกคำสั่งให้เธอขึ้นรถเพื่อไปส่งที่หอพัก และในระหว่างทางเขาก็ยึดโทรศัพท์มือถือของเธอไปเพื่อกดโทรเข้าเบอร์ของเขา เพื่อที่จะได้รู้เบอร์"เธอไม่ต้องไป... ฉันจะไปจัดการใช้หนี้ให้อาของเธอเอง" อวัชเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทรงพลังขณะที่รถจอดสนิทหน้าหอพักของจริยาเขายัดโทรศัพท์มือถือคืนให้แก่หญิงสาวที่ยังคงนั่งตัวสั่นเทาอยู่เบาะข้างๆ สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัว"ส่วนเธอ... กลับขึ้นห้องไปซะ แล้วจำใส่หัวเอาไว้ด้วยจริยา..."เขานิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะขยับเข้าใกล้หญิงสาวมากขึ้น"รอรับโทรศัพท์จากฉัน... และเมื่อไรที่ฉันเรียก เธอต้องมาหาฉันทันที"จริยาเดินกลับเข้ามาในห้องพักขนาดเล็กที่กลายเป็นบ้านหลังใหม่ หญิงสาวไม่มีน้ำตาหลงเหลือให้ไหลรินอีกต่อไปแล้ว อย่างน้อยเธอก็ได้รับคำยืนยันว่าอาชัยจะปลอดภัยจากเจ้าหนี้แต่เธอก็รู้ดี... ว่าอิสรภาพของอานั้นมีราคาที่ต้องจ่าย และเธอก็คือสิ่งของที่อวัชเลือกไว้จริยานั่งลงบนเตียง นึกถึงสายตาคุกคามและคำพูดดูหมิ่นของคุณชายเล็ก เ

  • พิษรักอวัช   บทที่ 9 ฉันจะได้อะไร

    จริยายืนสั่นสะท้านอยู่หน้าประตูบานยักษ์ของคฤหาสน์เรืองฤทธิ์เดชสกุล สถานที่ที่เธอเพิ่งจะแบกข้าวของย้ายออกไปเมื่อตอนบ่าย เธอไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตจะเล่นตลกให้เธอต้องซมซานกลับมาที่นี่เร็วขนาดนี้หญิงสาวไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อมมือไปกดกริ่งรบกวนเวลาพักผ่อนของเจ้าของบ้าน แต่โชคดีที่เธอโทรหา ยายหมวย หัวหน้าแม่บ้านไว้ก่อนที่จะมาถึงแล้ว ไม่นานนัก ประตูเล็กด้านข้างก็ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างท้วมของหญิงอาวุโสที่เดินออกมาต้อนรับ"เข้ามาก่อนอุ่น... มีอะไรหรือเปล่าลูก" ยายหมวยเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวลใจอย่างปิดไม่มิด เพราะนี่มันก็เกือบจะตีสามเข้าไปแล้ว"อุ่น... อุ่นมารอพบคุณผู้หญิงค่ะยาย" จริยาเอ่ยตอบเสียงสั่นเครือ นัยน์ตาแดงก่ำจากการผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก"อุ่นเอ๊ย... นี่อุ่นไม่รู้เหรอว่าคุณผู้หญิงท่านเพิ่งจะเดินทางไปเชียงใหม่เมื่อค่ำนี้เอง เห็นว่ามีงานด่วนน่ะลูก" ยายหมวยถอนหายใจยาว "แล้วนี่มันเรื่องคอขาดบาดตายอะไรกัน ทำไมถึงต้องมาหาท่านเอาป่านนี้ละลูก"จริยากัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ความหวังสุดท้ายพังทลายลงต่อหน้าต่อตา เงินอีกหนึ่งล้านบาทที่ขาดไปเธอจะไปหาจากที่ไหนในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงที่เหลืออยู่"อุ่

  • พิษรักอวัช   บทที่ 8 หาบหัวไปไหน

    จริยาตัวแข็งทื่อ มือที่ถือโทรศัพท์สั่นระริก เมื่อเสียงที่ลอดออกมาจากปลายสายไม่ใช่คำทักทายที่คุ้นเคย แต่กลับเป็นเสียงหอบหายใจ ตามมาด้วยเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของผู้เป็นอา"ทำไม... พวกคุณทำอะไรอาชัย" จริยาละล่ำละลักถามเสียงขาดห้วง หัวใจเต้นรัวแรงจนเจ็บหน้าอก สมองของหญิงสาวขาวโพลนไปหมดจนประมวลผลอะไรไม่ทัน"หูหนวกหรือไง บอกให้เตรียมเงินมาใช้หนี้ให้อามึงไง"เสียงปลายสายตวาดกลับมาอย่างเหี้ยมเกรียม ทันใดนั้นเสียงหมัดที่กระทบเนื้อเข้าอย่างจังก็ดังแทรกขึ้นมา ตามด้วยเสียงร้องโหยหวนอย่างแสนสาหัสของชัยยศที่ทำให้จริยาต้องยกมือขึ้นปิดปากเพื่อไม่ให้ตัวเองกรีดร้องออกมา"อย่าทำอาชัย..." น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความตระหนก "หนี้อะไรกันคะ อาชัยไปติดหนี้พวกคุณตอนไหน""สองล้านบาท" เสียงหัวเราะหยันดังขึ้น "ถ้าพรุ่งนี้เช้าไม่มีเงินมาวาง... เตรียมเก็บศพมันไปเผาพร้อมแม่มึงได้เลย"สายโทรศัพท์ถูกตัดฉับทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าสะพรึงกลัว จริยาทรุดฮวบลงกับพื้นห้องพักที่เพิ่งจัดเสร็จอย่างหมดแรง...สองล้าน...เงินจำนวนมหาศาลนั้นจะหามาจากที่ไหนกัน จริยายกมือที่สั่นเทาขึ้นลูบใบหน้าด้วย มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ ๆ อาชัยของเธ

  • พิษรักอวัช   บทที่ 7 ติดหนี้

    อาทิตย์ยืดหลังตรงขึ้นทันที นัยน์ตาที่เคยสนุกสนานกลับเคร่งขรึมขึ้นเมื่อหันไปมองใบหน้าของเพื่อนสนิทให้ชัด ๆ อีกครั้งหลังจากได้ยินคำสั่งนั้น เขาไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม..."ทวงตอนนี้เลยเหรอวะ มึงก็รู้ดีว่าคนของป๊ากูทำงานกันยังไง" อาทิตย์เปรยขึ้นพลางจิบเหล้าเข้าปากเพื่อดับความรู้สึกปั่นป่วนในใจ "ถ้าคนขับแท็กซี่นั่นไม่จ่าย... มันคงไม่ได้อยู่มีชีวิตขับรถต่อแน่ ๆ มึงกะเอาให้ถึงตายเลยหรือไง"อวัชไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที เขามองดูหยดน้ำที่เกาะอยู่ข้างแก้วเหล้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า มุมปากยกขึ้นนิดๆ"กูไม่ได้บอกให้ฆ่า... กูแค่บอกให้ทวง" อวัชเค้นเสียงต่ำ"ป๊ามึงไม่จำเป็นต้องฆ่าใครหรอก เพราะกูมั่นใจว่าคนขับแท็กซี่นั่นมีเงินมาจ่ายคืนให้แน่นอน"อาทิตย์ขมวดคิ้ว "มึงเอาความมั่นใจมาจากไหนวะ ประวัติมันบอกชัดว่าไม่มีทรัพย์สินอะไรเหลือแล้ว""ก็ยัยเด็กนั่นไง... อุ่นเป็นหลานเพียงคนเดียว และตอนนี้ในบัญชีก็มีเงินประกันจากการตายของแม่เป็นล้าน" อวัชเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "คนกตัญญูอย่างยัยนั่น... คงไม่ยอมปล่อยให้อาตัวเองโดนซ้อมจนพิการหรือโดนเก็บเพราะหนี้ท่วมหัวหรอก จริงไหม"อาทิตย์ถึงกับนิ่งไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นคว

  • พิษรักอวัช   บทที่ 6 หนี้

    จริยาเปลี่ยนความตั้งใจที่จะไปบอกลาบรรดาป้า ๆ ในครัวทันที หญิงสาวรีบหันหลังกลับแล้วออกตัววิ่งตรงไปยังรถแท็กซี่ของอาชัยอย่างไม่คิดชีวิต ความหวาดกลัวที่ยังสั่นประสาททำให้เธอต้องการออกไปจากที่แห่งนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้"อุ่น... เป็นอะไร""รีบไป... รีบไปกันเถอะค่ะอาชัย อุ่นอยากไปจากที่นี่แล้ว" จริยาตอบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า พยายามใช้หลังมือปาดน้ำตาและรอยสัมผัสที่น่ารังเกียจบนริมฝีปากออกอย่างเอาเป็นเอาตายชัยยศมองดูหลานสาวด้วยความสงสาร เขาเข้าใจไปเองว่าจริยาคงไม่อาจทนเห็นสถานที่ที่เคยมีความทรงจำร่วมกับแม่ได้อีก อาหนุ่มจึงรีบก้าวไปยังตำแหน่งคนขับ ทว่าในจังหวะที่กำลังจะเปิดประตูรถ สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นร่างสูงสง่าของลูกชายคนเล็กเจ้าของบ้านที่ยืนนิ่งอยู่กลางสวนอวัชไม่ได้ขยับเขยื้อน เขาเพียงแค่ยืนจ้องมองมาด้วยสายตาเย็นเยียบและไม่เป็นมิตรอย่างรุนแรง แววตาคู่นั้นทำให้ชัยยศรู้สึกขนลุกซู่อาหนุ่มไม่รอช้า เขารีบก้าวขึ้นรถและสตาร์ทเครื่องยนต์ทันที รถแท็กซี่เก่า ๆ เคลื่อนตัวออกจากรั้วคฤหาสน์เรืองฤทธิ์เดชสกุลจริยาพิงแผ่นหลังกับเบาะรถพลางหลับตาลงอย่างอ่อนแรง เธอรู้สึกเหมือนเพิ่งหนีออกมาจากข

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status