Share

บทที่ 4 พราก

last update publish date: 2026-05-30 16:40:40

อวัชบังคับรถสปอร์ตคู่ใจกลับมาถึงคอนโดมิเนียมหรูใจกลางกรุง ชายหนุ่มก้าวเข้าไปในห้องชุดราคาแพง เขาเดินตรงไปที่ระเบียง ทอดสายตามองวิวแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืน ทว่าความงามตรงหน้ากลับไม่ได้ช่วยให้ใจที่รุ่มร้อนสงบลงเลยแม้แต่นิดเดียว

ชายหนุ่มหลับตาลงพลางสูดลมหายใจเข้าปอดช้า ๆ ทว่ากลิ่นกายสาวของจริยา กลับยังคงวนเวียนติดอยู่ที่ปลายจมูกราวกับจะแทรกซึมเข้าไปในทุกอณูของร่างกาย

อวัชสบถในลำคอด้วยเสียงแหบพร่า มือหนาจัดการสลัดชุดนักศึกษาที่แสนอึดอัดออกจากร่างกายจนเปลือยเปล่า เผยให้เห็นมัดกล้ามแน่นตึงแน่นแบบคนที่ดูแลตัวเองมาอย่างดี ชายหนุ่มก้าวฉับ ๆ เข้าไปยังโซนครัวพลางเปิดตู้เย็นคว้าขวดน้ำเย็นจัดขึ้นมาดื่มรวดเดียวหวังจะดับไฟราคะที่กำลังเผาไหม้อยู่ภายใน

ทว่าเมื่อเขาก้มลงมองตัวตนที่กำลังตื่นตัวจนปวดหนึบเพียงเพราะแค่คิดถึงใบหน้าของลูกแม่บ้านคนนั้น เขาก็ต้องสบถออกมาอีกครั้ง

...ยัยเด็กบ้า... เธอทำของใส่ฉันหรือไง...

ในสายตาคนนอก เขาคืออวัชผู้เพียบพร้อม ลูกชายเจ้าของธุรกิจหมื่นล้านที่ดูมีระเบียบวินัยและสุขุมนุ่มลึก ทว่าในมุมมืดที่มีเพียงเพื่อนสนิทไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้... เขาคืออสุรกายที่กระหายการครอบครอง

อวัชไม่ชอบความรู้สึกที่ควบคุมอะไรไม่ได้ และจริยาก็กำลังทำให้เขาเสียอาการมากเกินไป ไม่ว่าจะต้องใช้เล่ห์เหลี่ยม ใช้เงิน หรือใช้ความกดดันมากแค่ไหนเขาก็จะทำ และตอนนี้... เป้าหมายเดียวที่เขาต้องการคว้ามาไว้ในกำมือให้ดิ้นไม่หลุด ก็คือจริยา

ชายหนุ่มถอนหายใจหนักหน่วงพลางกดโทรศัพท์มือถือเพื่อต่อสายถึงของเล่นรายประจำที่เขามักจะเรียกใช้ยามที่ร่างกายต้องการการปลดปล่อยอย่างเร่งด่วน

เสียงรอสายดังขึ้นไม่กี่ครั้ง ปลายสายก็ตอบรับด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อมที่พร้อมจะปรนเปรอเขาทุกเมื่อ

"คืนนี้เหรอคะ... ได้ค่ะคุณวัช อีกยี่สิบนาทีเจอกันที่เดิมนะคะ"

อวัชไม่ได้ตอบอะไรกลับไปนอกจากกดวางสายอย่างเย็นชา เขาเดินไปหยิบผ้าขนหนูพันกายหมิ่นเหม่พลางมองดูเงาตัวเองในกระจก... สายตาที่เคยวาวโรจน์ด้วยความปรารถนาเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าและดุดัน

เขากำลังจะไปหาคนอื่นเพื่อระบายความอัดอั้น... แต่ในหัวกลับมีเพียงภาพใบหน้าเปื้อนน้ำตาของเด็กสาวลูกแม่บ้าน

**********************************

จริยาจัดการอาบน้ำ ก่อนจะเปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าลำลองเรียบง่ายที่พนักงานของโรงพยาบาลจัดหามาให้ หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งริมหน้าต่าง ทอดมองวิวเมืองหลวงยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงสี ทว่ากลับดูอ้างว้างเหลือเกิน

ร่างบอบบางกระชับอ้อมกอดเข้าหาตัวเอง... เธอเติบโตมากับแม่เพียงลำพังมาเกือบทั้งชีวิต หลังจากพ่อเสียชีวิตลงด้วยโรคร้ายตั้งแต่เธออายุได้เพียงสองขวบ จริยาจึงเกิดและเติบโตขึ้นมาในรั้วบ้านเรืองฤทธิ์เดชสกุล พื้นที่ที่แม่ของเธอทำงานเป็นแม่บ้านมานานนับสิบปี

ชีวิตของเธอได้รับความเมตตาจาก คุณหญิงรุ่งรวี มาโดยตลอด เธอได้เรียนหนังสือในโรงเรียนดีๆ มีเสื้อผ้าสวยๆ สวมใส่ เพราะคุณหญิงเอ็นดูเธอเหมือนลูกสาวที่ท่านไม่เคยมี หลายครั้งที่ท่านจับเธอแต่งตัวสวยงามจนดูราวกับเป็นคุณหนูคนหนึ่งของบ้าน

จริยากำลังจะล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยล้า ทว่าในจังหวะที่หัวกำลังจะสัมผัสหมอน เสียงกรีดร้องของโทรศัพท์บนหัวเตียงก็ดังขึ้นจนเธอสะดุ้งสุดตัว

มือบางสั่นเทาจนแทบจะจับหูโทรศัพท์ไว้ไม่อยู่ จริยาพยายามบังคับลมหายใจที่ติดขัดให้เป็นปกติขณะยกมันขึ้นแนบใบหู... ลางสังหรณ์บางอย่างทำให้เธอกลัวจนแทบหยุดหายใจ

(คุณอุ่น... ทำใจดีๆ นะคะ) เสียงปลายสายของพยาบาลเต็มไปด้วยความลำบากใจ

(ตอนนี้คุณแป้งร่ำ... เสียชีวิตแล้วค่ะ)

เคร้ง!

หูโทรศัพท์ร่วงหลุดจากมือกระแทกกับพื้นเสียงดังสนั่น แต่นั่นยังไม่เจ็บปวดเท่ากับเสียงหัวใจของจริยาที่แตกสลายลงในวินาทีนั้น โลกทั้งใบที่เธอยืนอยู่พังทลายลงมาทับร่างจนแหลกลาญ คำว่าเสียชีวิตวนเวียนอยู่ในหัวเหมือนมัจจุราชที่มาพรากเอาแสงสว่างเดียวในชีวิตไปตลอดกาล

"ไม่... ไม่จริง... แม่!" จริยาแผดเสียงร้องออกมาอย่างคนเสียสติ

น้ำตาที่คิดว่าแห้งเหือดไปแล้วกลับไหลออกมาเป็นสายจนมองทางแทบไม่เห็น ร่างบอบบางโถมกายวิ่งออกไปจากห้องพักโดยไม่สนใจแม้แต่จะสวมรองเท้า เป้าหมายเดียวคือห้องไอซียู

...แม่ต้องรออุ่นสิ... แม่ยังทิ้งอุ่นไปตอนนี้ไม่ได้...

ความทรงจำเมื่อไม่กี่วันก่อนไหลย้อนกลับมาเป็นฉากๆ ภาพรอยยิ้มของแม่ตอนที่ร่วมฉลองในฐานะเฟรชชี่ปีหนึ่งด้วยเค้กก้อนเล็กๆ ในบ้านพักคนงานยังติดตา แม่บอกว่าภูมิใจในตัวอุ่นที่สุด... แม่จะไปงานรับปริญญาของอุ่น แต่ทำไมวันนี้แม่ถึงผิดสัญญา

สองขาเรียววิ่งไปตามโถงทางเดิน เธอหอบหายใจอย่างหนักหน่วง พร่ำเรียกหาแม่ในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแทบขาดใจ

เมื่อมาถึงหน้าประตูห้องไอซียูที่ปิดสนิท จริยาก็แทบจะทรุดลงกับพื้น เธอทุบประตูกระจกหนาหนักด้วยเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่น้อยนิด

"แม่! เปิดประตูให้อุ่นหน่อย อุ่นอยู่นี่แล้วแม่...อุ่นรักแม่นะ อย่าทิ้งอุ่นไป"

เสียงสะอื้นไห้ที่แสนเจ็บปวดของเด็กสาวคนหนึ่งดังก้องไปทั่วทางเดินที่ไร้ผู้คน ทว่าไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ออกมาจากเบื้องหลังประตูบานนั้น มีเพียงความเงียบและหัวใจที่แหลกสลายที่ตอกย้ำว่า... แสงสว่างเดียวในชีวิตของเธอได้ดับวูบลงไปตลอดกาลแล้ว

จริยายืนนิ่งสนิทอยู่หน้าประตูห้องดับจิตที่ปิดสนิท ข้างกายของเธอมีเพียงลุงเติมคนขับรถเก่าแก่ของคุณหญิงรุ่งรวีที่ถูกส่งมาดูแลตามคำสั่งของเจ้านาย

ความเงียบเชียบและกลิ่นอายของความสูญเสียปกคลุมไปทั่วโถงทางเดิน จริยาไม่ได้ร้องไห้ออกมาเป็นสายเหมือนตอนแรก แต่เธอกลับยืนนิ่งจนดูเหมือนหุ่นปั้น แววตาว่างเปล่าจ้องมองบานประตูตรงหน้าอย่างไร้จุดหมาย

"อุ่นเอ๋ย... ทำใจดีๆ เถอะนะลูก แม่แป้งเขาไปสบายแล้ว ไม่ต้องเจ็บต้องปวดกับเรื่องบนโลกนี้อีกแล้ว"

ลุงเติมเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพลางตบบ่าเด็กสาวแผ่วเบาเพื่อเรียกสติ เขาเห็นจริยามาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยจนโตเป็นสาวสะพรั่ง ไม่เคยคิดเลยว่าเด็กกตัญญูคนนี้จะต้องมาเผชิญกับมรสุมชีวิตที่รุนแรงตั้งแต่อายุยังน้อยขนาดนี้

สัมผัสจากมือของลุงเติมไม่ได้ทำให้จริยารู้สึกอุ่นขึ้น ร่างกายของเธอยังคงเย็นเยียบและแข็งทื่อ เธอรู้ดีว่าแม่ไปสบาย... แต่คนที่ยังมีลมหายใจอยู่อย่างเธอนี่สิ จะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไรในโลกที่กว้างใหญ่และมืดมิดเช่นนี้

เธอกำลังรอ... รอวินาทีที่จะได้เข้าไปพบแม่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ความตายจะพรากเราออกจากกันไปชั่วนิรันดร์

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พิษรักอวัช   บทที่ 12 มีนัด

    จริยาหอบหายใจ ร่างกายอ่อนปวกเปียก ความซ่านสยิวที่เพิ่งมอดดับลงทิ้งไว้เพียงความรู้สึกน่ารังเกียจที่ถาโถมเข้ามาทิ่มแทงใจ เธอนอนแผ่อยู่บนโต๊ะทำงานด้วยสภาพชุดหลุดลุ่ย น้ำตารื้นขึ้นมาจนมองภาพเบื้องหน้าพร่ามัวทว่าอวัชกลับไม่ปล่อยให้เธอได้พักนานนัก ชายหนุ่มหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาแทรกตัวอยู่ระหว่างเรียวขาคู่สวยที่ยังอ้าค้างอยู่ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสั่นระริกของเธอ ขณะที่มือหนาเลื่อนลงไปจับที่หัวเข็มขัดหนังราคาแพงแล้วเริ่มปลดมันออกอย่างเชื่องช้า "มะ... ไม่นะคะ คุณบอกว่าจะไปเจอกันคืนนี้ไง"จริยาได้สติรีบตะเกียกตะกายหนี มือเล็กยันพื้นโต๊ะหมายจะถอยร่นไปอีกทาง ทว่าอวัชกลับเร็วกว่า เขาใช้ฝ่ามือใหญ่เพียงข้างเดียวขยุ้มลงบนหัวไหล่มนแล้วกดร่างเธอกลับลงไปราบกับโต๊ะตามเดิม"ฉันเปลี่ยนใจแล้ว... แค่ชิมมันไม่พอว่ะอุ่น เธอทำฉันแม่ง... ปวดไปหมดแล้วเนี่ย"เขาแค่นเสียงสบถอย่างหิวกระหาย แววตาคู่นั้นไม่มีวี่แววของความล้อเล่น เขารูดซิปกางเกงลงจนเกิดเสียงที่ทำให้จริยาใจหายวาบ ความแข็งขึงและร้อนแรงที่ซ่อนอยู่ภายในเริ่มขยับขยายจนคนตัวเล็กรับรู้ได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา"อย่า... อุ

  • พิษรักอวัช   บทที่ 11 บอกฉันว่าเธอต้องการอะไร nc

    ภายในห้องสโมสรนักศึกษาเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ทั้งประธานฝ่ายต่าง ๆ และเหล่าสมาชิกที่กำลังเร่งเคลียร์งานเพื่อเตรียมจัดงานเฟรชชี่ไนท์ในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ เสียงพูดคุยและเสียงเลื่อนโต๊ะดังระงมไปทั่ว ทว่าสำหรับจริยาที่ยืนแข็งทื่ออยู่หน้าประตู เสียงเหล่านั้นกลับดูห่างไกลออกไปทุกทีเธอยืนกำสายกระเป๋าสะพายแน่น พลางกวาดสายตามองหาเจ้าของข้อความที่เรียกเธอมาที่นี่ด้วยความไม่เข้าใจหญิงสาวตัดสินใจรวบรวมความกล้าผลักประตูเข้าไป ทว่าบรรยากาศภายในกลับผิดคาด คนอื่น ๆ ที่กำลังวุ่นกับการเตรียมงานไม่ได้เหลือบมองเธอด้วยความสงสัยเลยแม้แต่น้อย ทุกคนทำงานกันอย่างขะมักเขม้นราวกับเห็นเธอเป็นเพียงสมาชิกคนหนึ่งที่เดินเข้าออกเป็นปกติ จนกลายเป็นจริยาเองที่เริ่มทำตัวไม่ถูก"มาหาใครคะน้อง" เสียงใส ๆ ดังขึ้นพร้อมกับร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่ขยับเขยื้อนอยู่ในถุงนอนสีเขียวแก่ ก่อนจะโผล่หน้าออกมาทักทายอย่างเป็นกันเองจนจริยาแอบตกใจ ช่างเป็นภาพที่แปลกตานัก... ทำไมถึงเข้าไปอยู่ในถุงนอนทั้งที่ยังไม่มืด"เอ่อ... มาหาคุณ... เอ้อ พี่อวัชค่ะ" "อ๋อ... เดินตรงไปห้องกระจกข้างในเลยค่ะ พี่วัชรออยู่" รุ่นพี่สาวแย้มยิ้มพลางชี้มือไปทางห้

  • พิษรักอวัช   บทที่ 10 ดาวคณะ

    จริยาตัดสินใจเล่าเรื่องของชัยยศให้อวัชฟังจนหมดเปลือก ทว่าชายหนุ่มกลับทำเพียงรับฟังด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย เขาออกคำสั่งให้เธอขึ้นรถเพื่อไปส่งที่หอพัก และในระหว่างทางเขาก็ยึดโทรศัพท์มือถือของเธอไปเพื่อกดโทรเข้าเบอร์ของเขา เพื่อที่จะได้รู้เบอร์"เธอไม่ต้องไป... ฉันจะไปจัดการใช้หนี้ให้อาของเธอเอง" อวัชเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทรงพลังขณะที่รถจอดสนิทหน้าหอพักของจริยาเขายัดโทรศัพท์มือถือคืนให้แก่หญิงสาวที่ยังคงนั่งตัวสั่นเทาอยู่เบาะข้างๆ สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัว"ส่วนเธอ... กลับขึ้นห้องไปซะ แล้วจำใส่หัวเอาไว้ด้วยจริยา..."เขานิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะขยับเข้าใกล้หญิงสาวมากขึ้น"รอรับโทรศัพท์จากฉัน... และเมื่อไรที่ฉันเรียก เธอต้องมาหาฉันทันที"จริยาเดินกลับเข้ามาในห้องพักขนาดเล็กที่กลายเป็นบ้านหลังใหม่ หญิงสาวไม่มีน้ำตาหลงเหลือให้ไหลรินอีกต่อไปแล้ว อย่างน้อยเธอก็ได้รับคำยืนยันว่าอาชัยจะปลอดภัยจากเจ้าหนี้แต่เธอก็รู้ดี... ว่าอิสรภาพของอานั้นมีราคาที่ต้องจ่าย และเธอก็คือสิ่งของที่อวัชเลือกไว้จริยานั่งลงบนเตียง นึกถึงสายตาคุกคามและคำพูดดูหมิ่นของคุณชายเล็ก เ

  • พิษรักอวัช   บทที่ 9 ฉันจะได้อะไร

    จริยายืนสั่นสะท้านอยู่หน้าประตูบานยักษ์ของคฤหาสน์เรืองฤทธิ์เดชสกุล สถานที่ที่เธอเพิ่งจะแบกข้าวของย้ายออกไปเมื่อตอนบ่าย เธอไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตจะเล่นตลกให้เธอต้องซมซานกลับมาที่นี่เร็วขนาดนี้หญิงสาวไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อมมือไปกดกริ่งรบกวนเวลาพักผ่อนของเจ้าของบ้าน แต่โชคดีที่เธอโทรหา ยายหมวย หัวหน้าแม่บ้านไว้ก่อนที่จะมาถึงแล้ว ไม่นานนัก ประตูเล็กด้านข้างก็ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างท้วมของหญิงอาวุโสที่เดินออกมาต้อนรับ"เข้ามาก่อนอุ่น... มีอะไรหรือเปล่าลูก" ยายหมวยเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวลใจอย่างปิดไม่มิด เพราะนี่มันก็เกือบจะตีสามเข้าไปแล้ว"อุ่น... อุ่นมารอพบคุณผู้หญิงค่ะยาย" จริยาเอ่ยตอบเสียงสั่นเครือ นัยน์ตาแดงก่ำจากการผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก"อุ่นเอ๊ย... นี่อุ่นไม่รู้เหรอว่าคุณผู้หญิงท่านเพิ่งจะเดินทางไปเชียงใหม่เมื่อค่ำนี้เอง เห็นว่ามีงานด่วนน่ะลูก" ยายหมวยถอนหายใจยาว "แล้วนี่มันเรื่องคอขาดบาดตายอะไรกัน ทำไมถึงต้องมาหาท่านเอาป่านนี้ละลูก"จริยากัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ความหวังสุดท้ายพังทลายลงต่อหน้าต่อตา เงินอีกหนึ่งล้านบาทที่ขาดไปเธอจะไปหาจากที่ไหนในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงที่เหลืออยู่"อุ่

  • พิษรักอวัช   บทที่ 8 หาบหัวไปไหน

    จริยาตัวแข็งทื่อ มือที่ถือโทรศัพท์สั่นระริก เมื่อเสียงที่ลอดออกมาจากปลายสายไม่ใช่คำทักทายที่คุ้นเคย แต่กลับเป็นเสียงหอบหายใจ ตามมาด้วยเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของผู้เป็นอา"ทำไม... พวกคุณทำอะไรอาชัย" จริยาละล่ำละลักถามเสียงขาดห้วง หัวใจเต้นรัวแรงจนเจ็บหน้าอก สมองของหญิงสาวขาวโพลนไปหมดจนประมวลผลอะไรไม่ทัน"หูหนวกหรือไง บอกให้เตรียมเงินมาใช้หนี้ให้อามึงไง"เสียงปลายสายตวาดกลับมาอย่างเหี้ยมเกรียม ทันใดนั้นเสียงหมัดที่กระทบเนื้อเข้าอย่างจังก็ดังแทรกขึ้นมา ตามด้วยเสียงร้องโหยหวนอย่างแสนสาหัสของชัยยศที่ทำให้จริยาต้องยกมือขึ้นปิดปากเพื่อไม่ให้ตัวเองกรีดร้องออกมา"อย่าทำอาชัย..." น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความตระหนก "หนี้อะไรกันคะ อาชัยไปติดหนี้พวกคุณตอนไหน""สองล้านบาท" เสียงหัวเราะหยันดังขึ้น "ถ้าพรุ่งนี้เช้าไม่มีเงินมาวาง... เตรียมเก็บศพมันไปเผาพร้อมแม่มึงได้เลย"สายโทรศัพท์ถูกตัดฉับทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าสะพรึงกลัว จริยาทรุดฮวบลงกับพื้นห้องพักที่เพิ่งจัดเสร็จอย่างหมดแรง...สองล้าน...เงินจำนวนมหาศาลนั้นจะหามาจากที่ไหนกัน จริยายกมือที่สั่นเทาขึ้นลูบใบหน้าด้วย มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ ๆ อาชัยของเธ

  • พิษรักอวัช   บทที่ 7 ติดหนี้

    อาทิตย์ยืดหลังตรงขึ้นทันที นัยน์ตาที่เคยสนุกสนานกลับเคร่งขรึมขึ้นเมื่อหันไปมองใบหน้าของเพื่อนสนิทให้ชัด ๆ อีกครั้งหลังจากได้ยินคำสั่งนั้น เขาไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม..."ทวงตอนนี้เลยเหรอวะ มึงก็รู้ดีว่าคนของป๊ากูทำงานกันยังไง" อาทิตย์เปรยขึ้นพลางจิบเหล้าเข้าปากเพื่อดับความรู้สึกปั่นป่วนในใจ "ถ้าคนขับแท็กซี่นั่นไม่จ่าย... มันคงไม่ได้อยู่มีชีวิตขับรถต่อแน่ ๆ มึงกะเอาให้ถึงตายเลยหรือไง"อวัชไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที เขามองดูหยดน้ำที่เกาะอยู่ข้างแก้วเหล้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า มุมปากยกขึ้นนิดๆ"กูไม่ได้บอกให้ฆ่า... กูแค่บอกให้ทวง" อวัชเค้นเสียงต่ำ"ป๊ามึงไม่จำเป็นต้องฆ่าใครหรอก เพราะกูมั่นใจว่าคนขับแท็กซี่นั่นมีเงินมาจ่ายคืนให้แน่นอน"อาทิตย์ขมวดคิ้ว "มึงเอาความมั่นใจมาจากไหนวะ ประวัติมันบอกชัดว่าไม่มีทรัพย์สินอะไรเหลือแล้ว""ก็ยัยเด็กนั่นไง... อุ่นเป็นหลานเพียงคนเดียว และตอนนี้ในบัญชีก็มีเงินประกันจากการตายของแม่เป็นล้าน" อวัชเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "คนกตัญญูอย่างยัยนั่น... คงไม่ยอมปล่อยให้อาตัวเองโดนซ้อมจนพิการหรือโดนเก็บเพราะหนี้ท่วมหัวหรอก จริงไหม"อาทิตย์ถึงกับนิ่งไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นคว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status