Se connecterข่าวลือสะพัดรวดเร็ว และรุนแรง
เช้าวันนั้น ชื่อของ อลิชา รัตนพงศ์ ถูกพาดหัวข่าวใหญ่ประจำวัน ว่าแท้จริงแล้วเธอไม่ได้มาในฐานะที่ปรึกษาแต่ มาในฐานะ ผู้ให้ข้อมูลลับ
“แหล่งข่าวเผย เอ-เรส (Ares) เตรียมถอนตัวจาก
โครงการ หลังพบความผิดปกติในตัวเลขของ เวิร์ซเทค (Vortech) ”
อลิชายืนอ่านข่าวนั้นในห้องทำงาน สีหน้าเรียบเฉย นิ่งสงบจนพิมพ์ลภัสเริ่มกลัว
“ข่าวนี่มัน…” พิมพ์ลภัสหยุดคำพูด “มันดูเหมือนลิซขายข่าวคุณธามินทร์เลยนะ”
“ใช่” อลิชาตอบเสียงแผ่ว “นี่คือวิธีเดียวที่จะทำให้คนเชื่อ”
โลกภายนอกไม่รู้ว่ามันคือแผน
ธามินทร์เห็นข่าวดังจากหน้าจอมือถือ ระหว่างนั่งประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษา เขาไม่แสดงอาการตกใจ แต่กรามขบกันแน่นไม่รู้ตัว
“คุณธามินทร์ คุณมีอะไรจะชี้แจงไหม” หนึ่งในคณะกรรมการถาม น้ำเสียงห่างเหินไม่เป็นมิตร ธามินทร์เงยหน้าขึ้น กวาดสายตาไปรอบ ๆ ห้องประชุม
“ผมไม่เชื่อข่าวลือ เพราะมันไม่ใช่หลักฐาน และผมไม่เคยตั้งคำถามกับความเป็นมืออาชีพของ คุณอลิชา จนกว่าจะมีสิ่งใดพิสูจน์ได้”
คำพูดของธามินทร์ช่วยรักษาหน้าอลิชาระดับหนึ่ง แต่ไม่มากพอให้ข่าวลือสงบลงได้ ลึกลงไปแม้แต่ตัวเขาเอง ก็อดตั้งคำถามในใจไม่ได้ ว่าอลิชากำลังเล่นบทไหนกันแน่
ช่วงบ่าย อลิชาได้รับข้อความจากนรินทร์
“คุณตัดสินใจถูกแล้ว คืนนี้มาฉลองกันหน่อย”
เธอมองข้อความนั้น มือเย็นเฉียบ เหยื่อกำลังถลำลึกลงไปอีกขั้น อลิชาโทรหาฝ่ายกฎหมายของ ออโรร่า (Aurora) ทันที
“ฉันขอแจ้งถอนทีมเอ-เรส (Ares) ออกจากการวิเคราะห์ตัวเลขของเวิร์ซเทค (Vortech) ชั่วคราว เหตุผลเพื่อหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบรับ
อลิชาถอนใจยาว เธอกำลังปักมีดลงไปกลางความเชื่อใจของใครคนหนึ่ง
ค่ำวันเดียวกัน
ธามินทร์ยืนอยู่หน้าห้องพักของอลิชา สะกดอารมณ์ให้เป็นปกติ ก่อนจะเคาะประตูรัว ๆ ประตูเปิดออกกว้าง อลิชายืนพิงประตู สีหน้าไม่แปลกใจราวกับรู้ว่าเขาจะมา
“คุณควรโทรมาก่อน”
“ผมควรได้คำอธิบายก่อนข่าวพวกนั้นจะออกด้วยซ้ำ”
อลิชาเบี่ยงตัวให้ธามินทร์เข้ามา บรรยากาศภายในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก
“คุณทำให้ผมดูเหมือนตัวตลก หรือแย่ไปกว่านั้น ผมคือเหยื่อ!”
อลิชาสบตาเขาแววตาอ่อนไหว
“ฉันอยากทำให้นรินทร์เชื่ออย่างสนิทใจ จนไม่ทันระวังตัว”
“โดยการโยนผมลงไปก่อน งั้นรึ?” ธามินทร์แค่นถาม
“ฉันยอมแบกรับการถูกเกลียดทั้งหมดไว้คนเดียว ถ้าแผนนี้พัง ฉันคือคนแรกที่โดนเผา ไม่ใช่คุณ!”
อลิชาระบายความอัดอั้นออกมา น้ำเสียงสั่นเครือ ธามินทร์พยายามอ่านความจริงภายใต้ความอ่อนแอที่อลิชาซ่อนไว้ อาจจะเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นอลิชาหวั่นไหวขนาดนี้
“คุณควรบอกผม ก่อนจะทำแบบนี้”
“แล้วคุณจะยอมไหมล่ะ?” เธอถามกลับ “หรือคุณจะเลือกความปลอดภัยของตัวเอง”
คำถามนั้น เสียดแทงยิ่งกว่ากว่าคำสบประมาทใด ๆ
ธามินทร์ถอนหายใจให้กับความบ้าบิ่นของหญิงสาวตรงหน้า
“เรื่องนี้มันโหดเกินไป สำหรับผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างคุณ และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ผมยังอยู่ตรงนี้”
อลิชาหลับตา เพื่อเป็นการรวบรวมสติ
“ขอโทษ…” อาจฟังดูเหมือนเป็นข้อแก้ตัว แต่เธอก็พูดมันออกมาจากความรู้สึกจริง ๆ
“อย่าทำแบบนี้อีกนะ อลิชา” ธามินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน น้ำเสียงแบบนี้แหละที่ทำให้ หญิงสาวหวั่นไหว
อลิชานั่งทำงานอยู่ในห้องพักส่วนตัว หน้าจอคอมพิวเตอร์เปิดไฟล์พร้อมกันหลายสิบไฟล์
เส้นเวลาการโอนเงิน บัญชีธนาคาร ชื่อบริษัทที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลสำคัญที่ถูกทำลาย สามารถกู้คืนกลับมาได้อีกครั้ง
“คุณเจออะไรบ้างหรือยัง?” ธามินทร์ถาม เขายืนพิงโต๊ะด้วยท่าทางสบาย ๆ แบบไม่ค่อยแสดงออกในที่สาธารณะบ่อยนัก ปลายแขนเสื้อเชิ๊ตสีอ่อนถูกพับขึ้นไปอย่างลวก ๆ
“ยังไม่ใช่หลักฐานเด็ด แต่ข้อความบางอย่างเขียนไว้ด้วยลายมือเดียวกัน”
อลิชาใช้ปากกาชี้ไปที่หน้าจอที่ละจุด เอกสารสองชุด ต่างบริษัท ต่างปี แต่รูปแบบการแก้ไขตัวเลข
และวิธีเขียนโน้ตภายใน…เหมือนกันอย่างน่าขนลุก
ธามินทร์เพ่งมองอย่างพิจารณา สายตาฉายแววดุดัน
“เขาไม่ได้แค่โกง เขาสร้างระบบโกง”
อลิชาพยักหน้า “และระบบแบบนี้ ต้องมีคนใน ออโรร่า (Aurora) หนุนหลัง”
ทั้งสองทำงานจนเลยเที่ยงคืน กาแฟแก้วแล้วแก้วเล่าถูกนำมาวางเสิร์ฟ ความเงียบถูกแทนที่ด้วยการสบตากันเป็นระยะเหมือนเป็นสิ่งยืนยันว่า…เรายังอยู่ตรงนี้ด้วยกัน
“คุณไม่จำเป็นต้องเสี่ยงขนาดนี้” ธามินทร์พูดขึ้นในจังหวะที่อลิชาเอนหลังพิงเก้าอี้
“หากฉันหยุด ทุกอย่างที่ผ่านมาจะสูญเปล่ารวมไปถึง…อาชีพ ชื่อเสียง หรืออาจจะทุกอย่าง คุณเองก็เหมือนกัน แต่คุณยังอยู่”
ธามินทร์เพียงแต่วางแขนบนพนักเก้าอี้ของเธอ กักเธอไว้ในวงแขนโดยไม่แตะต้อง
“หลังจากเรื่องนี้จบลง ไม่ว่าเราจะชนะหรือแพ้ ผมไม่อยากกลับไปเป็นศัตรูคู่แข่งของคุณ”
“อย่าเพิ่งคาดหวังอะไรเลยค่ะ เรายังไม่รอด”
“ผมไม่ได้คาดหวัง ผมแค่พูดความจริง”
เช้าวันถัดมา
ข้อความถูกส่งมาจาก
พิมพ์ลภัส
“พิมพ์ได้รายชื่อกรรมการที่เคยมีธุรกรรมกับบริษัทเซลล์
หนึ่งในนั้น… คือชื่อของคนที่ลิซไม่อยากเห็น”
อลิชาไล่อ่านรายชื่อในไฟล์ มือสั่นเล็กน้อย ก่อนจะหันไปทางธามินทร์
“ประธานรองของออโรร่า (Aurora) ” เธอพูดเบาราวกับกระซิบ “เขาคือคนตัดสินใจขั้นตอนสุดท้าย”
ธามินทร์ถอนหายใจยาว ไม่ต่างจากที่เขาคาดการณ์ไว้
“งั้นเราก็รู้แล้วว่า ทำไมนรินทร์ถึงดูมั่นใจว่าจะชนะ”
การประเมินความเสี่ยงครั้งใหม่เริ่มต้นอีกครั้ง
“เราต้องรอบคอบให้มากที่สุด” ธามินทร์ว่า “ถ้าเปิดโปงเร็วเกินไป เรื่องบัดซบเหล่านั้นจะถูกทำลาย โดยหาคนรับผิดชอบไม่ได้”
“เราจะไม่เปิดโปง แต่เราจะทำให้เขาเปิดหน้าออกมาเอง”
ธามินทร์ยิ้มให้อลิชา ก่อนจะถาม
“คุณคิดอะไรอยู่?”
“การพรีเซนต์โปรเจกต์รอบสุดท้าย มันจะไม่ใช่แค่การแข่งขันยื่นข้อเสนอ แต่มันจะเป็นเวทีของการสารภาพบาป”
หลังจากที่วางแผนจัดการงานทุกอย่างแล้ว ทั้งคู่ยืนอยู่ริมหน้าต่าง ทั้งเมืองสว่างไสวด้วยแสงไฟยามราตรี
“คุณกลัวไหม? อลิชา”
อลิชาส่ายหน้าแทนการตอบคำถาม
“ฉันไม่ได้กลัวนรินทร์ ฉันแค่กลัวว่าหากเรื่องนี้จบลงแล้ว ไม่ว่าผลมันจะออกมาแบบไหน ฉันจะไม่อยากกลับไปเป็นผู้หญิงคนเดิม”
“ผมก็เหมือนกัน”
ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา ไม่ว่ามองจากมุมไหน คงไม่สามารถวางให้อยู่ในกรอบเดิมได้อีกต่อไป
การพรีเซนต์โปรเจกต์รอบสุดท้ายมาถึง อลิชายืนสำรวจความเรียบร้อยอยู่หน้ากระจก สูทสีดำพอดีตัวเรียบกริบ ผมหวีรวบตึง ใบหน้าหวานแต่งแต้มด้วยสีชมพูระเรื่อ อลิชาเตรียมตัวมาเพื่อปิดเกม…ธามินทร์ยืนอยู่ด้านหลัง เงาสะท้อนในกระจกทำให้สายตาของทั้งคู่สบประสานกันอย่างพอดี“พร้อมไหม?”“ฉันพร้อมตั้งแต่วันที่เขาคิดว่าฉัน…จะทรยศคุณแล้วล่ะ”ห้องประชุมขนาดใหญ่ของออโรร่า โฮลดิ้งส์ (Aurora Holdings) คราคร่ำไปด้วย บอร์ดบริหารระดับสูง คณะกรรมการผู้ถือหุ้น ที่ปรึกษาทุกระดับ สำนักสื่อชั้นนำต่าง ๆนรินทร์นั่งอยู่แถวหน้าสุด ท่าทางมั่นใจ รอยยิ้มแสนสุภาพ สายตาเหลือบมองอลิชาเพียงแว่บเดียว…เหมือนผู้ถือไพ่เหนือกว่าการพรีเซนต์เริ่มขึ้นตามลำดับ ทีมที่ปรึกษาจากเวิร์ซเทค (Vortech) และตามด้วยที่ปรึกษาจาก เอ-เรส (Ares) สถิติ ดัชนี้ชี้วัด ตัวเลข กลยุทธ์ ยุทธศาสตร์ วิธีการมากมายพร้อมประโยคชวนเชื่อสวยหรู ทุกอย่าง ดูราบรื่นเป็นปกติ จนกระทั่งถึงช่วง Q&Aอลิชายกมือขึ้น ไม่จำเป็นต้องรอคำเชิญ“ฉันขออนุญาตตั้งคำถามไม่ใช่ในฐานะที่ปรึกษาเอ-เรส (Ares) แต่ในฐานะคนที่รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ของโครงการนี้”ประธานพยักหน้าอนุญาตนรินทร์เริ่มส
ข่าวลือสะพัดรวดเร็ว และรุนแรง เช้าวันนั้น ชื่อของ อลิชา รัตนพงศ์ ถูกพาดหัวข่าวใหญ่ประจำวัน ว่าแท้จริงแล้วเธอไม่ได้มาในฐานะที่ปรึกษาแต่ มาในฐานะ ผู้ให้ข้อมูลลับ “แหล่งข่าวเผย เอ-เรส (Ares) เตรียมถอนตัวจากโครงการ หลังพบความผิดปกติในตัวเลขของ เวิร์ซเทค (Vortech) ”อลิชายืนอ่านข่าวนั้นในห้องทำงาน สีหน้าเรียบเฉย นิ่งสงบจนพิมพ์ลภัสเริ่มกลัว“ข่าวนี่มัน…” พิมพ์ลภัสหยุดคำพูด “มันดูเหมือนลิซขายข่าวคุณธามินทร์เลยนะ”“ใช่” อลิชาตอบเสียงแผ่ว “นี่คือวิธีเดียวที่จะทำให้คนเชื่อ”โลกภายนอกไม่รู้ว่ามันคือแผน ธามินทร์เห็นข่าวดังจากหน้าจอมือถือ ระหว่างนั่งประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษา เขาไม่แสดงอาการตกใจ แต่กรามขบกันแน่นไม่รู้ตัว“คุณธามินทร์ คุณมีอะไรจะชี้แจงไหม” หนึ่งในคณะกรรมการถาม น้ำเสียงห่างเหินไม่เป็นมิตร ธามินทร์เงยหน้าขึ้น กวาดสายตาไปรอบ ๆ ห้องประชุม“ผมไม่เชื่อข่าวลือ เพราะมันไม่ใช่หลักฐาน และผมไม่เคยตั้งคำถามกับความเป็นมืออาชีพของ คุณอลิชา จนกว่าจะมีสิ่งใดพิสูจน์ได้”คำพูดของธามินทร์ช่วยรักษาหน้าอลิชาระดับหนึ่ง แต่ไม่มากพอให้ข่าวลือสงบลงได้ ลึกลงไปแม้แต่ตัวเขาเอง ก็อดตั้งคำถามในใจไม่ได้ ว่าอล
อลิชาวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ ไม่มองหน้า ไม่ทักทาย ธามินทร์นั่งพิงพนักเก้าอี้ แต่สายตาไม่เคยละจากเธอ“เราไม่มีเวลามาก” อลิชาเปิดประเด็นทันที “ถ้าจะร่วมมือ ก็ต้องชัดเจน”ธามินทร์ยิ้มบาง ๆ “ผมก็ไม่ถนัดเสียเวลาเหมือนกัน”อลิชาเลื่อนเอกสารไปกลางโต๊ะ “ข้อมูลการปล่อยข่าวทั้งหมด ฉันให้ทีมไล่ไทม์ไลน์แล้ว ต้นทางไม่ใช่สื่อ แต่เป็นบริษัทเงาที่รับงานเฉพาะเคสสกปรก”ธามินทร์เหลือบมอง ก่อนจะหยิบเอกสารของตัวเองมาวางบ้าง“ชื่อบริษัทเดียวกันกับที่นรินทร์ใช้ตอนดิสเครดิตผมเมื่อสามปีก่อน” เขาพูดเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาว“วิธีเดิม เป้าหมายใหม่”อลิชาเงยหน้าขึ้น สายตาคมฉายแววดุขึ้นทันที“งั้นนี่ไม่ใช่แค่เรื่องโปรเจกต์ เขากำลังเอาคืนคุณ” เธอสรุป“และใช้คุณเป็นเหยื่อร่วม” ธามินทร์ต่อประโยคของอลิชาให้จบเรื่องนี้ไม่ต้องหาว่าใครผิดใครถูก เพียงแค่ยอมรับความจริงเท่านั้น“ข้อตกลงของฉันง่ายมาก แลกข้อมูลกันทั้งหมดไม่ปิดบัง อย่าแทงข้างหลัง จนกว่าจะจัดการนรินทร์ได้” อลิชาเสนอธามินทร์โน้มตัวมาข้างหน้า ระยะห่างระหว่างกันหายไปเกือบครึ่ง“แล้วหลังจากนั้นล่ะ” เขาถามอย่างตรงไปตรงมา “เราก็กลับไปเป็นศัตรูกันเหมือนเดิม?”อลิชาจ้อง
ยามวิกาล ท้องฟ้าเต็มไปด้วยหมู่ดาวคล้ายกำลังโอบล้อมโลกทั้งใบไว้ด้วยความหวงแหน ช่างสวยงามและเหมือนภาพมายาในเวลาเดียวกันอลิชานั่งทอดอารมณ์อยู่ในบาร์ชั้นใต้ดินของโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง แก้วค็อกเทลในมือเย็นเฉียบ มันไม่สามารถคลายความร้อนในอกเธอได้เลย เธอดื่มมันหลายแก้ว ใบหน้าหวานร้อนผ่าวด้วยฤทธิ์แอลกฮอร์ อลิชาไม่ควรมาอยู่ที่นี่ และไม่น่าปล่อยให้ความรู้สึกจากดาดฟ้าเมื่อหัวค่ำ ติดตามเธอมาจนถึงตอนนี้ เธอโทษว่าเป็นความเหนื่อยล้าจากการประชุม แรงกดดันจากคณะกรรมการ และชื่อของธามินทร์ที่ไม่ยอมหลุดออกจากความคิดเธอเสียที“เปลี่ยนใจยังทันนะ” เสียงทุ้มต่ำตามมาหลอกหลอนธามินทร์ส่งยิ้มให้อลิชา ก่อนจะนั่งลงเคียงข้าง“คุณตามฉันมาเหรอ” อลิชาถามห้วน แววตาแข็งกร้าว“บังเอิญครับ” เขาตอบแบบขอไปที“หรือคุณคิดว่าผมสะกดรอยตามคุณ”อลิชาแค่นหัวเราะอย่างไม่ไว้ใจ ก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่มอีกครั้ง“คุณควรกลับไปวางแผนงานกับทีมของคุณ” เธอว่า “พรุ่งนี้ยังต้องสู้กันอีก”“ผมรู้” ธามินทร์ขยับเข้าใกล้ ใกล้จนเธอได้กลิ่นกายของเขาชัดเจน“นั่นแหละ ที่ทำให้คืนนี้…น่าสนใจ”อลิชาชะงัก หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่ “คุณกำลังเทน้ำมันราด
ความอยากเอาชนะทำให้หัวใจรุ่มร้อน ความทะเยอทะยานกำลังจะเผาไหม้ทุกสิ่งธามินทร์ ยืนอยู่หน้ากระจกบานสูงในห้องทำงานมองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่าง มองจากมุมของเขานั้น เมืองนี้เปรียบเหมือนกระดานหมากรุกขนาดยักษ์แบบจำลอง ผู้แพ้ผู้ชนะถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว หรืออย่างน้อย…เขาก็เคยเชื่อเช่นนั้น“คณะกรรมการจากออโรร่า (Aurora) จะเริ่มประชุมในอีกสิบห้านาทีครับ”เสียงผู้ช่วยดังขึ้นจากด้านหลัง ธามินทร์พยักหน้าโดยไม่หันไปมอง มือข้างหนึ่งติดกระดุมสูทเม็ดสุดท้ายอย่างใจเย็นโปรเจกต์ โอไรอัน คราวน์ (Project Orion Crown) ไม่ใช่แค่โปรเจกต์ แต่มันคือการยืนยันอำนาจของเขาในสายตาคนอื่น และเพื่อใครบางคนในความทรงจำ ธามินทร์เดินออกจากห้องด้วยความทะนงตัวห้องประชุมชั้นบนสุดของออโรร่า โฮลดิ้งส์ (Aurora Holdings) ถูกจัดเตรียมอย่างสมบูรณ์แบบ โต๊ะยาวเรียบหรู เอกสารจัดเรียงเป็นระเบียบ มุมห้องเสริมด้วยดอกไม้งามสีชมพูอ่อน ทุกอย่างสะอาดตา เหมาะสมกับบริษัทชั้นนำใจกลางเมืองมูลค่านับพันล้านธามินทร์นั่งลงในตำแหน่งของเวิร์ซเทค คอนซัลติ้ง (Vortech Consulting) เขารับรู้ได้ถึงสายตาที่มองมา ทั้งชื่นชม ระมัดระวัง และคาดหวังกระทั่ง ป
แสงไฟในห้องประชุมชั้นบนสุดของอาคารออโรร่า โฮลดิ้งส์ (Aurora Holdings) สว่างจ้าโต๊ะยาวสีดำเรียบหรูสะท้อนเงารอบด้าน ผู้บริหารระดับสูง คณะกรรมการ และทีมที่ปรึกษาบริษัทชั้นนำ ล้วนถูกเชิญมาเพื่อเหตุผลเดียวกันโปรเจกต์ โอไรอัน คราวน์ (Project Orion Crown) โปรเจกต์มูลค่าสูงมากพอจะเปลี่ยนทิศทางองค์กร และมีอิทธิพลสำหรับการตัดสินอนาคตของ ใครบางคนอย่างถาวรธามินทร์ ทรัพย์วรดิษฐ์ นั่งอยู่ฝั่งซ้ายของหัวโต๊ะ สูทสีเข้มพอดีตัว ใบหน้าคมคายเรียบเฉย ราวกับการประชุมครั้งนี้ เป็นเพียงสนามแสวงหาผลประโยชน์อันแสนคุ้นเคยเขามองเอกสารตรงหน้าอย่างชำนาญ และรู้ดีว่า สายตาหลายคู่กำลังจับตามองเขาอยู่ชื่อของเขาและ เวิร์ซเทค คอนซัลติ้ง (Vortech Consulting) คือมาตรฐานของคำว่า ผู้ชนะประตูห้องประชุมเปิดออกเสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อนดังอย่างสม่ำเสมอ ราวกับเจ้าของเสียงรู้ดีว่า ไม่มีความจำเป็นต้องรีบมาเพื่อพิสูจน์ความสามารถของตัวเองธามินทร์เงยหน้ามองโดยสัญชาตญาณ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเธอระยะใกล้ขนาดนี้อลิชา รัตนพงศ์ เดินเข้ามาด้วยความมั่นใจ เรือนผมถูกรวบไว้ด้านหลัง เผยให้เห็นใบหน้านวลหวาน แววตาและท่าทางนั้น







