Home / โรแมนติก / พี่คะหนูจะจีบพี่แล้วนะ / บทที่ 24 ประโยคที่ได้ยินไม่ครบ

Share

บทที่ 24 ประโยคที่ได้ยินไม่ครบ

last update Petsa ng paglalathala: 2026-10-07 21:25:20

บทที่ 24 ประโยคที่ได้ยินไม่ครบ

--------------------------------------------

วันที่ยี่สิบหก ฉันไม่ได้ส่งกาแฟให้ธามอีก

วันที่ยี่สิบเจ็ดก็เหมือนกัน

ไม่มีใครตาย

บริษัทเขายังเปิด

โลกยังหมุน

และฉันก็เพิ่งค้นพบว่าตัวเองสามารถผ่านหนึ่งวันโดยไม่ส่งข้อความไปถามผู้ชายข้างบ้านว่า กินข้าวหรือยังคะ ได้จริง ๆ

ถือเป็นพัฒนาการที่ดี

มินบอกว่าอย่างน้อยฉันก็เริ่มกลับมาเป็นมนุษย์ปกติ

ฉันตอบไปว่า

กูปกติมาตลอด

มันส่งสติกเกอร์หัวเราะมาแปดตัว เพื่อนดี ๆ มีไว้ทำลายความมั่นใจจริง ๆ

ช่วงสองวันนี้ฉันยุ่งกับโปรเจกต์พื้นที่สร้างสรรค์จนแทบไม่มีเวลาไปคิดเรื่องอื่นอยู่แล้ว งานเข้าสู่ช่วงเก็บรายละเอียด ทุกอย่างต้องวิ่งพร้อมกัน ทั้งไฟล์สำหรับผลิต ป้ายจริง สีผนัง ตำแหน่งติดตั้ง และงานเปิดตัวที่ลูกค้าเพิ่งขอเพิ่มเข้ามาอีกชุด

ธามกับฉันยังเจอกันทุกวัน

คุยกันทุกวันด้วย แต่คุยเฉพาะเรื่องงาน

เขาเหมือนพยายามหาเรื่องถามอย่างอื่นบ้าง

“เมื่อคืนกลับกี่โมง”

“สี่ทุ่มค่ะ”

“กินข้าวไหม”

“กินแล้วค่ะ”

“แม่บอกว่าพริมกลับดึก”

“ค่ะ”

จบ

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ฉันคงต่อว่า ถามละเอียดขนาดนี้สมัครเป็นแฟนเลยไหมคะ

ตอนนี้ไม่พูดแล้ว

ฉันไม่ได้ต้องการลงโทษเขา

แค่กำลังทำตามสิ่งที่บอกไว้จริง ๆ

ฝึกเลิกชอบ

ถึงจะยังทำได้ห่วยมากก็เถอะ

เย็นวันนั้นฉันกลับจากไซต์ก่อนธาม เพราะต้องเอาตัวอย่างวัสดุไปเทียบที่ร้านอีกแห่ง

เกือบสองทุ่ม เกดโทรมา

“คุณพริมคะ ตัวอย่างแผ่นอะคริลิกที่ส่งมาเมื่อบ่ายอยู่กับคุณพริมรึเปล่าคะ”

ฉันเปิดกระเป๋าหลังรถดู

“อยู่ค่ะ พริมเผลอหยิบติดมา”

“พรุ่งนี้เช้าก็ได้ค่ะ ไม่รีบมาก”

“พริมอยู่ไม่ไกลบริษัท เดี๋ยวเอาเข้าไปให้ค่ะ”

ฉันแวะซื้อกาแฟตัวเองหนึ่งแก้วระหว่างทาง ซื้อแก้วเดียว ตอนยืนรออยู่หน้าเคาน์เตอร์ ฉันเผลอมองเมนูอเมริกาโน่ที่ธามชอบ

มือเกือบยกขึ้นสั่งเพิ่ม

แล้วหยุด

ไม่เอา

ฝึกก็คือฝึก

ฉันเดินออกจากร้านพร้อมลาเต้แก้วเดียว รู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งผ่านแบบทดสอบระดับอนุบาลมาได้อย่างยากลำบาก

ตอนถึงบริษัท คนกลับไปเกือบหมดแล้ว

ไฟในโถงยังเปิดอยู่ แต่โต๊ะส่วนใหญ่ไม่มีใครนั่ง

เกดเองก็ไม่อยู่

ฉันส่งข้อความถาม

พริมถึงแล้วค่ะ วางไว้ตรงไหนดีคะ

อีกฝ่ายตอบกลับมาทันที

ฝากไว้บนโต๊ะพี่ธามได้เลยค่ะ เกดออกมาเอาเอกสารข้างนอก พี่ธามยังอยู่

ฉันมองข้อความ

ดีมาก

หลบไม่พ้นอีกแล้ว

ฉันถือแผ่นอะคริลิกเดินเข้าไปด้านใน

ประตูห้องทำงานธามเปิดอยู่ แต่ไม่มีคน

บนโต๊ะมีคอมพิวเตอร์เปิดค้าง แฟ้มงานวางกองหนึ่ง ส่วนแก้วกาแฟตอนเช้ายังอยู่ที่เดิม

ฉันวางตัวอย่างวัสดุไว้แล้วกำลังจะเดินออก

เสียงผู้ชายดังมาจากห้องประชุมเล็กด้านหลัง

“มึงจะเอายังไงกันแน่วะ”

ฉันหยุด เสียงไม่คุ้น น่าจะเป็นเพื่อนธาม ไม่ได้ตั้งใจฟัง จริง ๆ แต่พอได้ยินชื่อตัวเองในประโยคถัดมา เท้ามันก็หยุดเอง

“พริมเขาชัดขนาดนั้นแล้วนะ”

หัวใจฉันกระตุก ฉันควรเดินออกไป เรื่องของคนอื่น ถึงหัวข้อจะเป็นฉันก็เถอะ แต่ยังไม่ทันขยับ เสียงธามก็ดังขึ้น

“กูรู้”

“รู้แล้วมึงจะปล่อยให้เขาจีบอยู่แบบนี้?”

เงียบไปพักหนึ่ง

เพื่อนเขาพูดต่อ

“เหลือไม่กี่วันแล้วไม่ใช่เหรอ”

ฉันกำแก้วกาแฟแน่นขึ้น เขารู้เรื่องสามสิบวันด้วย

ธามคงเล่า

“อือ”

“แล้ว?”

ฉันแทบไม่ได้หายใจ บางทีนี่อาจเป็นครั้งแรกที่ฉันกำลังจะได้รู้ว่าเขาคิดอะไรจริง ๆ โดยไม่ต้องถาม

น่าตลก ฉันพยายามให้เขาพูดต่อหน้ามาตั้งนาน สุดท้ายกลับมายืนฟังอยู่หลังประตูเหมือนเด็กแอบฟังผู้ใหญ่

เพื่อนเขาถอนหายใจ

“ถ้ามึงไม่ได้คิดอะไรกับน้องจริง ๆ ก็พูดให้ชัดไปเลย เขาจะได้ไม่เสียเวลา”

เงียบอีกครั้ง

ยาวกว่าเดิม

ฉันมองพื้น

รอ

แล้วประโยคหนึ่งก็ดังออกมา

ชัดทุกคำ

“กูไม่คบกับพริมหรอก”

มือที่ถือกาแฟเย็นวาบ ฉันยืนนิ่ง เหมือนเสียงอื่นในบริษัทหายไปหมด

ไม่มีอะไรซับซ้อน

ไม่มีคำต้องแปล

กูไม่คบกับพริมหรอก

ง่ายดี

ชัดอย่างที่ฉันเคยขอเขาไว้เลย

ฉันไม่รู้ว่าตัวเองยืนอยู่นานแค่ไหน

อาจสองวินาที

อาจสิบ

แต่พอได้สติ ฉันก็ถอยออกจากตรงนั้นเงียบ ๆ

ไม่ได้รอฟังต่อ

ไม่อยากฟังแล้ว

แค่นี้ก็พอ

ฉันเดินผ่านโต๊ะธาม ผ่านโถงที่เปิดไฟอยู่ แล้วกดลิฟต์

โทรศัพท์สั่นตอนประตูลิฟต์กำลังปิด

เกดส่งมา

เจอพี่ธามไหมคะ

ฉันมองหน้าจอ

พิมพ์ตอบ

ไม่เจอค่ะ วางของไว้ให้แล้วนะคะ

แล้วกดส่ง

อีกด้านของประตูห้องประชุม ธามนั่งพิงเก้าอี้ มือหมุนปากกาอยู่ช้า ๆ

เพื่อนตรงข้ามขมวดคิ้ว

“ไม่คบแล้วมึงทำหน้าเหมือนคนจะโดนทิ้งทำไม”

ธามถอนหายใจ

“กูไม่คบกับพริมหรอก ถ้ายังไม่แน่ใจว่ากูจะพาเรื่องนี้ไปถึงไหนได้”

“ต่างกันตรงไหน”

“ต่าง”

เขาวางปากกาลง

“สองบ้านอยู่กันแบบนี้มาทั้งชีวิต ถ้าคบกันแล้วพัง มันไม่ได้มีแค่กูกับพริมที่ต้องหลบหน้ากัน”

เพื่อนเงียบลง

ธามมองผ่านกระจกออกไปด้านนอก

“แม่กูกับแม่พริมสนิทกัน พริมโตมากับบ้านกู แล้วก่อนพ่อเขาเสีย...เขาฝากพริมไว้กับกู”

น้ำเสียงช่วงท้ายเบาลง

“เขาบอกให้กูดูแลน้อง”

เพื่อนพิงพนักเก้าอี้

“แล้วมึงก็เลยจะดูแลเขาด้วยการไม่ยอมคบ?”

“กูไม่อยากเป็นคนที่ทำให้พริมเสียทั้งแฟน ทั้งพี่ ทั้งบ้านข้าง ๆ ไปพร้อมกัน ถ้าวันหนึ่งมันไปไม่รอด”

“ถามพริมหรือยังว่าเขากลัวแบบเดียวกับมึงไหม”

ธามเงียบ

“นั่นไง”

เพื่อนถอนหายใจ

“มึงคิดแทนเขาทุกอย่าง แล้วเรียกว่าดูแล”

ธามไม่ตอบ สายตายังอยู่ที่ประตูกระจกด้านนอก ไม่มีใครรู้ว่าคนที่ควรได้ยินประโยคเหล่านี้ เพิ่งเดินจากไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน

ฉันขับรถกลับบ้านโดยเปิดเพลงดังเกินปกติ

ไม่ได้ร้องไห้

อย่างน้อยก็ตลอดทาง

พอถึงบ้าน แม่ถามว่ากินข้าวหรือยัง ฉันตอบว่ากินแล้ว ทั้งที่จริงยังไม่ได้กินอะไรนอกจากกาแฟ

ขึ้นห้อง

อาบน้ำ เปิดคอมพิวเตอร์ พยายามทำงาน ทุกอย่างดูปกติดี จนสายตาไปหยุดตรงปฏิทินตั้งโต๊ะ วงกลมสีแดงยังอยู่

อีกห้าวัน

ฉันนั่งมองมันนานมาก

ข้อตกลงคือครบสามสิบวัน ถ้าเขายังไม่รู้สึกอะไร ฉันจะหยุด

แต่ตอนนี้ฉันได้คำตอบแล้ว จะรออะไรอีก ฉันหยิบยางลบขึ้นมา ค่อย ๆ ลบวงกลมสีแดงที่วาดไว้รอบวันสุดท้าย

ลบครั้งแรกยังเห็นรอย ฉันเลยลบซ้ำ จนวันที่นั้นกลับมาเหมือนวันธรรมดาวันหนึ่ง

เหลืออีกห้าวันตามปฏิทิน แต่สำหรับฉัน มันไม่เหลือแล้ว

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • พี่คะหนูจะจีบพี่แล้วนะ   บทที่ 24 ประโยคที่ได้ยินไม่ครบ

    บทที่ 24 ประโยคที่ได้ยินไม่ครบ--------------------------------------------วันที่ยี่สิบหก ฉันไม่ได้ส่งกาแฟให้ธามอีกวันที่ยี่สิบเจ็ดก็เหมือนกันไม่มีใครตายบริษัทเขายังเปิดโลกยังหมุนและฉันก็เพิ่งค้นพบว่าตัวเองสามารถผ่านหนึ่งวันโดยไม่ส่งข้อความไปถามผู้ชายข้างบ้านว่า กินข้าวหรือยังคะ ได้จริง ๆถือเป็นพัฒนาการที่ดีมินบอกว่าอย่างน้อยฉันก็เริ่มกลับมาเป็นมนุษย์ปกติฉันตอบไปว่ากูปกติมาตลอดมันส่งสติกเกอร์หัวเราะมาแปดตัว เพื่อนดี ๆ มีไว้ทำลายความมั่นใจจริง ๆช่วงสองวันนี้ฉันยุ่งกับโปรเจกต์พื้นที่สร้างสรรค์จนแทบไม่มีเวลาไปคิดเรื่องอื่นอยู่แล้ว งานเข้าสู่ช่วงเก็บรายละเอียด ทุกอย่างต้องวิ่งพร้อมกัน ทั้งไฟล์สำหรับผลิต ป้ายจริง สีผนัง ตำแหน่งติดตั้ง และงานเปิดตัวที่ลูกค้าเพิ่งขอเพิ่มเข้ามาอีกชุดธามกับฉันยังเจอกันทุกวันคุยกันทุกวันด้วย แต่คุยเฉพาะเรื่องงานเขาเหมือนพยายามหาเรื่องถามอย่างอื่นบ้าง“เมื่อคืนกลับกี่โมง”“สี่ทุ่มค่ะ”“กินข้าวไหม”“กินแล้วค่ะ”“แม่บอกว่าพริมกลับดึก”“ค่ะ”จบถ้าเป็นเมื่อก่อน ฉันคงต่อว่า ถามละเอียดขนาดนี้สมัครเป็นแฟนเลยไหมคะตอนนี้ไม่พูดแล้วฉันไม่ได้ต้องการลงโทษเข

  • พี่คะหนูจะจีบพี่แล้วนะ   บทที่ 23 วันที่ยี่สิบห้า เริ่มเหนื่อยแล้วจริง ๆ

    วันที่ยี่สิบห้า เริ่มเหนื่อยแล้วจริง ๆ-----------------------------------------------เช้าวันที่ยี่สิบห้า ฉันไม่ได้ส่งกาแฟให้ธามไม่ได้ลืมไม่ได้งอนไม่ได้ตั้งใจเล่นเกมอะไรทั้งนั้นฉันแค่ตื่นมาแล้วรู้สึกว่าไม่อยากทำแค่นั้นเลยโทรศัพท์วางอยู่ข้างหมอน แชตของเขายังอยู่ตรงเดิม ข้อความล่าสุดเมื่อคืนเป็นเรื่องไซต์งานพรุ่งนี้สิบโมงเข้าหน้างานใช่ไหมฉันตอบไปแค่ค่ะจบไม่มีสติกเกอร์ไม่มี ฝันดีนะคะไม่มี คิดถึงได้ไหมไม่มีอะไรต่อ ตอนแรกฉันคิดว่าจะรู้สึกแปลกกว่านี้ แต่กลับโล่ง นิดหนึ่งอาจเพราะหลายวันที่ผ่านมา ฉันพยายามมากเกินไปจนไม่ทันรู้ตัวว่าจะทำให้ตัวเองเหนื่อยเหนื่อยกับการรอคำตอบเหนื่อยกับการตีความสีหน้าเหนื่อยกับการคิดว่าการที่เขาจำของกินได้ การเก็บโน้ต การไปรับ การกอด หรือการเกือบจูบ หมายความว่าอะไรแล้วพอฉันคิดว่าตัวเองเข้าใจเขาก็บอกว่าฉันคิดไปเองฉันไม่ได้โกรธแล้ว เมื่อคืนกลับถึงบ้านก็ไม่ได้ร้องไห้ด้วย แค่ถอดรองเท้า อาบน้ำ แล้วนอนและเช้านี้สิ่งแรกที่ทำไม่ใช่เปิดแชตเขา ฉันเปิดไฟล์งานนั่นน่าจะดีแล้วสิบโมง ฉันไปถึงไซต์ตรงเวลาธามมาก่อนเขายืนคุยกับทีมช่างอยู่ตรงโซนกิจกรรม พอเห็

  • พี่คะหนูจะจีบพี่แล้วนะ   บทที่ 22 วันที่ยี่สิบสาม เกือบจูบครั้งที่สอง

    วันที่ยี่สิบสาม เกือบจูบครั้งที่สอง-----------------------------------------“พี่ธาม ถ้าพี่ขยับป้ายอีกห้าเซนต์ พริมจะเอาเทปกาวแปะพี่ไว้กับผนังจริง ๆ นะ”ฉันยืนเท้าเอวมองคนตรงหน้าธามเงยจากตลับเมตร“เมื่อเช้าพริมบอกว่าขยับได้”“เมื่อเช้าพูดสามเซนต์”“สองเซนต์เอง”“สองเซนต์ก็เซนต์ค่ะ”“คนทั่วไปมองไม่ออก”“แต่พริมมองออก”“เพราะพริมเป็นคนทำ”“ถูกต้องค่ะ เพราะฉะนั้นเชื่อคนทำ”ธามมองฉันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปบอกช่างให้ใช้ตำแหน่งเดิมฉันยิ้มอย่างผู้ชนะ“ดีมาก”“สั่งเก่ง”“กับบางคนต้องสั่งค่ะ พูดดี ๆ ไม่ฟัง”“ใครกันแน่”ฉันกำลังจะสวนกลับ แต่ช่างสองคนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ หลุดหัวเราะเสียก่อนนี่คือสภาพของเราหลังทำงานด้วยกันต่อเนื่องหลายวันเถียงกันเรื่องระยะ เรื่องสี เรื่องวัสดุ เรื่องว่าป้ายควรสูงเท่าไรแต่แปลกตรงที่งานกลับเดินเร็วขึ้นฉันเริ่มรู้ว่าถ้าธามขมวดคิ้วแบบไหนคือไม่เห็นด้วยจริง แบบไหนคือกำลังคิด ส่วนเขาก็ดูจะรู้แล้วว่าถ้าฉันพูดเร็วขึ้นเรื่อย ๆ แปลว่ากำลังจะโมโห ไม่ใช่ตื่นเต้นวันที่ยี่สิบสามของข้อตกลงสามสิบวันจึงผ่านมาตั้งแต่เช้าด้วยงานล้วน ๆแทบไม่มีเวลาจีบถ้านับจริง ๆ สิ่งหวานที่สุดที

  • พี่คะหนูจะจีบพี่แล้วนะ   บทที่ 21 วันที่ยี่สิบ เขาจำทุกอย่างได้

    บทที่ 21 วันที่ยี่สิบ เขาจำทุกอย่างได้ -------------------------------------------------ตอนสามทุ่มสิบเจ็ด ฉันเริ่มสงสัยว่าคำว่า เลิกงาน เป็นเรื่องที่คนทำโปรเจกต์นี้แต่งขึ้นมาหลอกกันเองรึเปล่า ไซต์งานเหลือคนอยู่ไม่ถึงครึ่งจากตอนกลางวัน แต่โต๊ะประชุมชั่วคราวของเรายังเต็มไปด้วยโน้ต ตัวอย่างวัสดุ และแก้วกาแฟที่ไม่มีใครยอมรับว่าเป็นของตัวเอง วางเกือบเต็มโต๊ะฉันนั่งแก้ตำแหน่งกราฟิกบนแปลนเป็นรอบที่สามธามนั่งฝั่งตรงข้าม คุยโทรศัพท์กับฝ่ายระบบอยู่“ถ้าขยับไฟตรงนั้น ต้องเช็กโหลดใหม่ทั้งหมดครับ...ใช่ พรุ่งนี้เช้าเอาตัวเลขมาให้ผมก่อน”เสียงเขานิ่งเหมือนตอนนี้เพิ่งบ่ายสอง ไม่ใช่สามทุ่มกว่าฉันมองอย่างหมั่นไส้ คนอะไรพลังงานเหลือเยอะขนาดนี้ ส่วนฉันกำลังจะกินปากกาดิจิทัลแทนอาหารเย็นแล้ว“พริม”ฉันเงยหน้าธามวางสายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้“คะ”“หิวไหม”“ไม่ค่ะ”ท้องฉันร้องพอดี ดังด้วย คนในโต๊ะข้าง ๆ หันมามอง ฉันก้มหน้าทันทีธามพยักหน้าช้า ๆ“ไม่หิว”“ค่ะ”“เสียงเมื่อกี้ระบบแอร์?”“น่าจะค่ะ”มุมปากเขายกขึ้น ฉันชี้ปากกาไปทางเขา“ห้ามหัวเราะ”“ยังไม่ได้หัวเราะ”“หน้าพี่หัวเราะแล้ว”“เดี๋ยวสั่งข้าว”เ

  • พี่คะหนูจะจีบพี่แล้วนะ   บทที่ 20 พริมที่พี่ไม่เคยรู้จัก

    บทที่ 20 พริมที่พี่ไม่เคยรู้จัก--------------------------------------------------------ฉันคิดว่าการทำงานกับคนที่ตัวเองชอบน่าจะมีข้อดีอย่างหนึ่งอย่างน้อยก็ได้เห็นหน้าบ่อยแต่หลังผ่านไปสามวัน ฉันเริ่มสงสัยว่าใครเป็นคนคิดเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะสิ่งที่ได้เห็นบ่อยกว่าใบหน้าธามคือแบบแก้ งานเร่ง ลูกค้าเปลี่ยนใจ และคนหน้างานโทรมาตามกันตั้งแต่แปดโมงเช้า“พริมครับ ป้ายตรงโถงหลักติดไม่ได้”ฉันที่กำลังลงจากรถหยุดกึก“ทำไมคะ”หัวหน้าทีมติดตั้งชี้ไปด้านใน“ตำแหน่งที่ส่งมา เจองานระบบพาดอยู่ด้านหลัง ถ้าเจาะตรงนี้มีโอกาสโดนท่อ”ฉันหลับตาหนึ่งวินาทีดีมากวันนี้เพิ่งเริ่มได้สิบห้านาที“งั้นยังไม่ต้องเจาะค่ะ เดี๋ยวพริมดูใหม่”ฉันวางกระเป๋า เปิดแท็บเล็ตแล้วเดินเข้าไปในพื้นที่จริง โถงหลักยังเต็มไปด้วยฝุ่นและเสียงเครื่องมือ คนก่อสร้างเดินสวนกันวุ่นวาย ลูกค้าขอให้งานส่วนนี้เสร็จก่อนวันเปิดพื้นที่ทดลองในอีกไม่ถึงสองสัปดาห์ตำแหน่งป้ายที่มีปัญหาเป็นจุดสำคัญด้วย ถ้าขยับมั่ว ๆ เส้นทางมองเห็นทั้งพื้นที่จะเสียหมด“ขยับไปซ้ายได้ไหมครับ” ทีมติดตั้งถามฉันส่ายหน้า“ซ้ายไปชนแนวประตูค่ะ แล้วจากทางเข้าจะอ่านไม่ชัด”“ข

  • พี่คะหนูจะจีบพี่แล้วนะ   บทที่ 19 โปรเจกต์ที่บังคับให้เจอกันทุกวัน

    บทที่ 19 โปรเจกต์ที่บังคับให้เจอกันทุกวัน------------------------------------------------------------------สามวันหลังจากเดินออกจากบริษัทธามทั้งที่คุยกันยังไม่จบ ฉันได้รับโทรศัพท์ที่ทำให้ทุกอย่างในหัวต้องถูกพักไว้ก่อน“คุณพริมคะ โปรเจกต์ที่คุยกันไว้ ผู้บริหารเลือกทีมคุณแล้วค่ะ”ฉันที่กำลังนั่งแก้ภาพอยู่บนพื้นห้องชะงัก“จริงเหรอคะ”“ค่ะ อยากนัดคิกออฟให้เร็วที่สุด เพราะมีเวลาเตรียมพื้นที่ไม่มาก”ฉันรีบคว้าสมุดมาจดงานนี้เป็นงานใหญ่ที่สุดตั้งแต่ฉันเริ่มรับงานฟรีแลนซ์ลูกค้ากำลังเปิดพื้นที่สร้างสรรค์แห่งใหม่ มีทั้งคาเฟ่ โซนเวิร์กช็อป ร้านสินค้าออกแบบ และพื้นที่จัดกิจกรรม หน้าที่ของฉันคือทำตั้งแต่ภาพลักษณ์แบรนด์ ไปจนถึงกราฟิกที่ใช้จริงในพื้นที่ถ้างานนี้ออกมาดี มันไม่ใช่แค่เงินก้อนใหญ่มันอาจเป็นงานที่ช่วยให้ฉันขยับจากฟรีแลนซ์คนเดียวไปสู่สตูดิโอที่คิดไว้มานานได้จริง ๆ“ได้ค่ะ พริมพร้อม”ฉันตอบโดยไม่ต้องคิดวางสายเสร็จก็ส่งข้อความหามินทันทีกูได้งานแล้ว!มันตอบกลับมาด้วยสติกเกอร์จุดพลุสามตัวติดฉันยิ้มอยู่คนเดียวเกือบนาทีจากนั้นสายตาก็เผลอเลื่อนไปที่หน้าต่างบ้านธามเงียบสามวันที่ผ่านมาเร

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status