FAZER LOGINบทที่ 5 พี่ไม่ได้หึง พี่แค่ถาม
---------------------------
“พริม ส่งไฟล์โลโก้ตัวสุดท้ายให้กูหรือยัง”
เสียงนนท์ดังมาตามสาย ขณะที่ฉันกำลังพยายามถือแท็บเล็ต แฟ้มตัวอย่าง และแก้วกาแฟพร้อมกันด้วยสองมือ
“ส่งแล้ว เมื่อกี้”
“กูไม่เห็น”
“เปิดอีเมลสิ ไม่ใช่เปิดไอจี”
ปลายสายเงียบไปสองวินาที
“เจอแล้ว”
“เห็นไหม เพราะชอบโทษคนอื่น”
“โอเคครับ คุณพริมผู้ไม่เคยผิด”
“รู้ก็ดี”
ฉันกดลิฟต์ลงชั้นล่างของคอนโดลูกค้า ก่อนจะได้ยินนนท์หัวเราะ
“เย็นนี้กินข้าวไหม”
“เลี้ยง?”
“หาร”
“งั้นไม่ไป”
“โอเค เลี้ยงก็ได้”
“ร้านเดิมหนึ่งทุ่ม”
“เออ เจอกัน”
ฉันวางสายพอดีกับประตูลิฟต์เปิด
นนท์เป็นช่างภาพที่ทำงานด้วยกันมาสองปี เราเจอกันแทบทุกเดือน บางช่วงแทบทุกอาทิตย์ เพราะลูกค้าที่จ้างฉันทำภาพประกอบหรือออกแบบแบรนด์ มักต้องใช้ภาพถ่ายควบคู่กันไปด้วย
คุยกันง่าย ทำงานกันรู้เรื่อง และสำคัญที่สุด มันรู้ว่าเวลาฉันบอกว่า “แก้สีอีกนิด” หมายถึงนิดจริง ไม่ใช่รื้อใหม่ทั้งงาน
มินเคยถามว่าทำไมไม่ลองคบนนท์
ฉันตอบไปว่า ถ้ามองหน้ามันแล้วนึกถึงแฟน คนแรกที่ควรไปหาหมอน่าจะเป็นฉัน
ก็เพื่อนกันมาตั้งนาน จะให้คิดอะไรได้
พอคิดคำนี้ขึ้นมา ฉันก็หยุดเดิน
เดี๋ยวนะ
นี่มันประโยคเดียวกับที่ฉันใช้หลอกตัวเองเรื่องพี่ธามมาตลอดหรือเปล่า
“ไม่เหมือนกัน”
ฉันพึมพำกับตัวเองแล้วรีบเดินไปที่รถ
หกโมงครึ่ง ฉันแต่งตัวเสร็จเร็วกว่าปกติ เพราะร้านอยู่ไม่ไกลจากบ้าน
กำลังจะออก เสียงกริ่งก็ดังขึ้น
ฉันเปิดประตูแล้วเจอธามยืนอยู่พร้อมแฟ้มสีดำในมือ
“มาทำอะไรคะ”
“เอาเอกสารมาให้แม่พริม”
“แม่ไม่อยู่ค่ะ ไปออกกำลังกาย”
ธามยื่นแฟ้มให้
“งั้นฝากไว้”
ฉันรับมาแล้ววางบนโต๊ะข้างประตู
นึกว่าเขาจะกลับ แต่ธามยังยืนอยู่
สายตาเขากวาดมองฉันตั้งแต่หัวจรดรองเท้าอย่างไม่ค่อยปิดบังนัก
ฉันเลิกคิ้ว
“มีอะไรติดหน้าพริม?”
“จะไปไหน”
“กินข้าว”
“กับใคร”
ฉันเกือบยิ้ม
มาแล้ว
คำถามที่สองภายในไม่ถึงสิบวินาที
“เพื่อนค่ะ”
“คนไหน”
“พี่รู้จักเพื่อนพริมทุกคนหรือไง”
“ผู้หญิงหรือผู้ชาย”
คราวนี้ฉันยิ้มจริง
“ผู้ชายค่ะ”
สีหน้าธามไม่ได้เปลี่ยนมาก แค่คิ้วขยับนิดหนึ่ง
ถ้าไม่รู้จักเขามาตั้งแต่เด็ก ฉันคงไม่เห็น
“ใคร”
“นนท์”
“นนท์ไหน”
“ช่างภาพที่ทำงานด้วยกัน”
“รู้จักกันนานหรือยัง”
ฉันกอดอก
“สองปีค่ะ”
“ทำงานด้วยกันบ่อย?”
“บ่อย”
“ไปกินกันสองคน?”
“ค่ะ”
ฉันตอบทุกคำอย่างให้ความร่วมมือเต็มที่ เพราะเริ่มอยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะถามได้อีกกี่ข้อ
ธามพยักหน้าเหมือนกำลังบันทึกข้อมูลลงหัว
“เขามารับ?”
“เดี๋ยวมา”
“ทำไมไม่ไปเอง”
“รถพริมอยู่”
“แล้ว?”
“วันนี้ขี้เกียจขับ”
ธามเงียบ
ฉันหรี่ตา
“หมดหรือยังคะ”
“อะไร”
“คำถาม”
“ถามเฉย ๆ”
คำตอบนี้คุ้นเหลือเกิน
“อ๋อ”
ฉันลากเสียงยาว
ธามมองฉันเหมือนไม่ชอบน้ำเสียง แต่ยังไม่ทันพูด เสียงรถก็มาจอดหน้าบ้าน
ฉันชะโงกออกไปมอง
นนท์ลงจากรถแล้วโบกมือ
“มาแล้ว”
ฉันหยิบกระเป๋า
ธามยังยืนขวางทางอยู่ครึ่งหนึ่ง
“พี่คะ”
“อะไร”
“ถอยค่ะ”
เขาขยับหลบให้ช้า ๆ
ฉันเดินออกไปสองก้าว ก่อนเสียงเรียบ ๆ จะดังตามมา
“เขามีแฟนหรือยัง”
ฉันหยุด
หันกลับช้า ๆ
โอ้โห
ยังไม่หมดจริงด้วย
“ไม่รู้ค่ะ”
“ทำงานด้วยกันสองปีไม่รู้?”
“พริมไม่ได้ทำแบบสอบถามประวัติส่วนตัวก่อนรับงานด้วยกันนะ”
“ก็คุยกันไม่ใช่เหรอ”
ฉันเม้มปากกลั้นหัวเราะ
“พี่ธาม”
“ว่า”
“พี่สอบประวัติคนที่จะมาจีบพริมหรือคะ”
คราวนี้เงียบไปจริง ๆ
ธามมองฉันนิ่ง สีหน้าแบบเดียวกับเวลาถูกจับได้แต่ยังคิดหาคำตอบทัน
ฉันยืนรออย่างมีความสุข
หนึ่งวินาที
สองวินาที
สาม
ในที่สุดเขาก็ตอบ
“แม่พริมฝากให้ดูแล”
ฉันเกือบหัวเราะออกมา
แม่อีกแล้ว
ทุกครั้งที่ไม่มีเหตุผล ผู้ชายคนนี้จะโยนแม่ฉันลงสนามทันที
“แม่ฝากตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ก็ฝากเรื่อย ๆ”
“ฝากว่าอะไร”
“ให้ดูพริมหน่อย”
“พริมยี่สิบสี่แล้วนะ”
“รู้”
“ไม่ใช่สิบสี่”
“ก็ไม่ได้บอกว่าสิบสี่”
“แล้วพี่จะถามถึงขั้นเขามีแฟนหรือยังทำไม”
ธามยกมือพิงกรอบประตู
“ถ้าเขามีแฟนแล้วพริมยังไปกินข้าวสองคน มันก็ดูไม่ดี”
“ถ้าไม่มีล่ะ”
เขาหยุด
ฉันยิ้ม
“ถ้านนท์ไม่มีแฟน พริมไปกินข้าวกับเขาได้ใช่ไหม”
“ก็เรื่องของพริม”
คำตอบมาเร็ว แต่ไม่เร็วเท่าตอนถามว่าเขามีแฟนหรือยัง
ฉันพยักหน้า
“ดีค่ะ”
“ดีอะไร”
“ไม่มีอะไร”
ฉันหันหลังเดินไปที่รถ
นนท์ลดกระจกลง
“เสร็จยังคุณนาย”
“เสร็จแล้ว”
“นั่นใคร”
“พี่ข้างบ้าน”
นนท์มองเลยไหล่ฉันไป
ฉันไม่ต้องหันก็รู้ว่าธามยังอยู่ตรงประตู
“คนที่กลับมาจากต่างประเทศ?”
“อือ”
“หล่อกว่าที่มึงเคยเล่าอีก”
ฉันหันขวับ
“กูเคยเล่า?”
“เยอะด้วย”
“ขึ้นรถไปเลย!”
นนท์หัวเราะ
ฉันเปิดประตูขึ้นนั่ง แต่ก่อนจะปิด ธามเดินลงมาจากบ้านอีกสองก้าว
“พริม”
ฉันชะโงกหน้าออกมา
“คะ”
“กลับกี่โมง”
นนท์ที่กำลังคาดเข็มขัดชะงักมือทันที
ฉันเองก็ชะงัก
ถามอีกแล้ว
“ไม่รู้ค่ะ”
“พรุ่งนี้ไม่มีงาน?”
“มีตอนบ่าย”
“อย่ากลับดึก”
ฉันมองเขา
บางทีถ้าเป็นเมื่อเจ็ดปีก่อน ฉันคงรับคำง่าย ๆ แล้วคิดว่าเขาเป็นพี่ชายที่แสนดี
แต่ตอนนี้ฉันเพิ่งประกาศว่าจะจีบเขา
ดังนั้นทุกคำมันชวนคิดไปหมด
“ค่ะ”
ฉันตอบก่อนปิดประตูรถ
นนท์ออกรถพ้นหน้าบ้านได้ไม่ถึงร้อยเมตรก็หันมามอง
“มึง”
“อะไร”
“พี่ข้างบ้านนั่นเขาเป็นพ่อมึงเหรอ”
ฉันหลุดหัวเราะ
“ไม่ใช่”
“กูเห็นถามตั้งแต่ชื่อ อายุ อาชีพหรือยังไม่รู้ แต่ถ้าอยู่อีกห้านาทีคงขอผลตรวจเลือดกู”
“เขาเป็นแบบนี้แหละ”
“แบบไหน”
ฉันอ้าปาก
แล้วเงียบ
แบบไหนวะ
ดูแล?
ขี้บ่น?
ชอบยุ่ง?
หรือ...
“ไม่มีอะไรหรอก”
ฉันหันไปมองนอกรถ
นนท์หัวเราะในลำคอ แต่ไม่ได้เซ้าซี้
ร้านอาหารอยู่ห่างออกไปไม่ถึงยี่สิบนาที เราคุยเรื่องงานเป็นส่วนใหญ่ กว่าจะนึกถึงธามอีกทีก็ตอนโทรศัพท์สั่นอยู่บนโต๊ะ
ข้อความจากเขา
ถึงร้านแล้ว?
ฉันจ้องหน้าจอ
นนท์ชะโงกมอง
“พ่อถาม?”
“กินข้าวไปเลย”
ฉันพิมพ์ตอบสั้น ๆ
ถึงแล้วค่ะ
อีกฝ่ายอ่านทันที
ไม่มีข้อความตามมา
ฉันวางโทรศัพท์คว่ำ แต่ไม่ถึงห้านาทีมันก็สั่นอีกครั้ง
ร้านไหน
ฉันหลุดหัวเราะ
นนท์มองหน้า
“ยังจะบอกว่าไม่มีอะไร?”
“เขาก็แค่ชอบดูแล”
“อ๋อ”
น้ำเสียงมันน่าหมั่นไส้มาก
ฉันไม่ตอบธามทันที ปล่อยข้อความไว้อย่างนั้น แล้วคีบอาหารเข้าปาก
แต่พอกลับถึงบ้านเกือบสามทุ่ม ไฟบ้านข้าง ๆ ยังเปิดอยู่
ฉันลงจากรถ นนท์ลดกระจกแล้วบอกลา
“พรุ่งนี้ส่งรูปให้ดู”
“เออ ขับดี ๆ”
รถแล่นออกไป
ฉันหันกลับมาแล้วเกือบชนคน
ธามยืนอยู่ข้างรั้ว
“พี่มายืนทำอะไรตรงนี้”
“เอาถังขยะออก”
ฉันมองถังขยะ
อยู่ห่างเขาไปเกือบสามเมตร
“ค่ะ”
“กินอะไรมา”
“อาหารญี่ปุ่น”
“อร่อย?”
“อร่อยค่ะ”
“นนท์เลือก?”
ฉันมองหน้าเขาอีกครั้ง
จริง ๆ นะ
ถามเยอะจนมันเริ่มไม่เนียนแล้ว
ฉันเดินเข้าใกล้รั้ว ขยับเข้าไปจนเหลือระยะไม่ถึงช่วงแขน
ธามเลิกคิ้วเหมือนถามว่ามีอะไร
ฉันยิ้ม
“พี่ธาม”
“ว่า”
“พริมไม่ได้อยากได้ผู้ปกครองค่ะ”
เขานิ่ง
ฉันเอียงหน้าเล็กน้อย
“อยากได้แฟน”
เว้นจังหวะให้เขาตั้งตัวไม่ทัน แล้วถามต่อหน้าตาเฉย
“พี่สมัครไหม”
บทที่ 33 คนเคยถูกตาม ต้องหัดตามบ้างสามวันหลังจากที่ฉันบอกธามว่า เรื่องนั้นพี่ต้องคิดเองค่ะ ตอนพริมจีบ พริมยังคิดเองเลยเขาก็หายไปจากโหมดคนพยายามจีบแบบมั่ว ๆไม่มีคุกกี้ผิดชนิดไม่มีสติกเกอร์รักนะจุ๊บ ๆ หลุดมาอีกไม่มีนัดกินข้าวที่ฟังเหมือนประชุมผู้รับเหมาตอนแรกฉันคิดว่าเขาถอดใจแล้วก็ดีอย่างน้อยไม่ต้องมานั่งเดาว่าวันนี้จะเกิดอะไรประหลาดอีกจนกระทั่งคืนวันพุธ ฉันนั่งทำงานที่สตูดิโอจนเกือบสี่ทุ่ม เพราะต้องส่งพรีเซนเทชันให้ลูกค้าตอนเช้า ห้องรอบข้างปิดไฟไปเกือบหมดแล้ว เหลือฉันกับพนักงานรักษาความปลอดภัยชั้นล่างโทรศัพท์สั่นตอนกำลังจัดหน้าสไลด์สุดท้ายยังอยู่สตูดิโอ?ฉันเห็นชื่อธามแล้วตอบค่ะไม่ถึงสิบวินาทีกลับกี่โมงฉันมองไฟล์ตรงหน้าอีกประมาณครึ่งชั่วโมงค่ะฉันเตรียมใจว่าประโยคต่อไปต้องเป็น เดี๋ยวพี่ไปรับแล้วก็จริง“พี่ไปรับไหม”แต่สิ่งที่ทำให้ฉันหยุดคือนั่นไม่ใช่ประโยคเดิมเมื่อก่อนเขาจะบอกว่า เดี๋ยวพี่ไปรับจบฉันจะตอบว่าไม่ต้อง เขาก็จะมาอยู่ดีคราวนี้เขาถามฉันพิมพ์กลับไปไม่ต้องก็ได้ค่ะ พริมเรียกรถได้สามจุดขึ้นแล้วหายไปครู่หนึ่งโอเคฉันเลิกคิ้วยอมง่าย?ยังไม่ทันคิดต่อ ข้อความ
บทที่ 32 ไม่ได้จีบ...แต่ขอเริ่มใหม่ได้ไหม“ถ้าพี่กำลังจีบพริม บอกไว้ก่อนว่าคะแนนติดลบค่ะ”ฉันพูดจบก็เปิดเมนูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นธามยังนั่งนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เงียบจนฉันต้องเหลือบตามอง“ทำไมคะ”“คะแนนติดลบเท่าไหร่”ฉันเกือบหลุดหัวเราะ ประเด็นที่ควรถามคือ ใครบอกว่าพี่จีบแต่เขาดันสนใจคะแนน“ประมาณลบสิบ”“เยอะไป”“ขนมผิดหนึ่ง สติกเกอร์ผิดหนึ่ง ชวนกินข้าวเหมือนเรียกประชุมอีกสาม ที่เหลือหักจากประวัติเดิมค่ะ”“ประวัติเดิมเกี่ยวอะไร”ฉันปิดเมนูลง“เกี่ยวสิคะ คนสมัครมีประวัติ พริมก็ต้องตรวจ”“พี่ยังไม่ได้สมัคร”คราวนี้ฉันเงียบธามเองก็คงเพิ่งรู้ว่าพูดอะไร เพราะมือที่วางบนโต๊ะหยุดไปนิดหนึ่งฉันพยักหน้าช้า ๆ“โอเคค่ะ”แล้วเปิดเมนูอีกครั้ง ไม่แซวต่อ ไม่ถามว่าแล้วสิ่งที่เขาทำช่วงนี้เรียกว่าอะไร รู้สึกได้เลยว่าคนฝั่งตรงข้ามเริ่มไม่สบายใจกับคำว่า โอเคค่ะ ของฉันแต่ฉันเหนื่อยจะช่วยเขาต่อบทแล้วจริง ๆพนักงานเดินมารับออร์เดอร์เราสั่งอาหารตามปกติหลังจากนั้นบทสนทนาก็เลี้ยวไปเรื่องงาน สตูดิโอของฉันกำลังจะรับคนช่วยประจำเพิ่มหนึ่งตำแหน่ง ธามถามเรื่องค่าเช่า เรื่องงบ และลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาใหม่เขาฟ
บทที่ 31 จีบคนเป็นไหมพี่กาแฟแก้วที่ธามเอามาให้ตอนเช้าอยู่บนโต๊ะทำงานฉันจนเกือบเที่ยงไม่ใช่เพราะไม่กินกินหมดตั้งแต่เก้าโมงแล้วแต่ฉันยังไม่ได้เอาแก้วไปทิ้งอย่าถามว่าทำไมฉันเองก็ไม่รู้อาจเพราะประโยคเจ้าของกาแฟยังติดอยู่ในหัวไม่รู้จะตอบฐานะอะไร เลยเอากาแฟมาก่อนนี่ไม่ใช่คำสารภาพไม่ใช่คำขอคืนดีไม่ได้บอกว่าจะจีบด้วยมันไม่มีสถานะอะไรทั้งนั้นแต่ถ้าเป็นธาม คนที่เมื่อก่อนถามอะไรเรื่องความรู้สึกแล้วเงียบเหมือนอินเทอร์เน็ตดับ การที่เขายอมรับตรง ๆ ว่า ไม่รู้ ก็ถือว่าพัฒนาการก้าวกระโดดแล้วฉันกำลังจะหยิบแก้วไปทิ้ง โทรศัพท์ก็สั่น ชื่อคนที่กำลังคิดถึงขึ้นหน้าจอพอดีพี่ธามฉันเปิดดู สติกเกอร์รูปหมาตัวกลมยืนชูหัวใจ พร้อมข้อความว่ารักนะจุ๊บ ๆฉันนิ่ง กะพริบตาหนึ่งที เปิดรูปใหญ่ดูอีกรอบ จากนั้นโทรหามินทันที มันรับด้วยเสียงง่วง“อะไร”“พี่ธามส่งสติกเกอร์รักนะจุ๊บ ๆ มาให้กู”ปลายสายเงียบไปสองวินาที แล้วหัวเราะลั่น“เชี่ย!”“มึงเบา ๆ”“เขาสารภาพรักแล้ว?”“กูว่าไม่”“สติกเกอร์บอกอยู่โต้ง ๆ”“เพราะมันไม่ใช่สไตล์เขาเลย”ฉันยังไม่ทันพูดจบ ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมาส่งผิดฉันหลับตา นั่นไง มินยิ่งหัวเร
บทที่ 30 ถึงบ้านหรือยัง* * * ------------------* * *ฉันตอบผู้ชายในรถไปว่า“เก้าโมงค่ะ”“ได้ครับ เดี๋ยวผมทักมาก่อนออก”“โอเคค่ะ ขอบคุณนะคะ”กระจกรถปิด รถเคลื่อนออกไป ฉันหันกลับมาเจอธามยังยืนอยู่ที่เดิม ถุงขยะในมือด้วยฉันเกือบถามว่า ถังขยะอยู่ทางนั้นไม่ใช่เหรอคะ แต่คิดอีกที ปล่อยเขาเถอะเมื่อคืนต้นไม้หิวน้ำ คืนนี้ถังขยะอาจอยากออกมาเดินเล่น“ฝันดีค่ะพี่ธาม”ฉันบอกแล้วเดินเข้าบ้าน เขาไม่ได้ตอบทันที จนฉันเกือบถึงประตูถึงได้ยินเสียงตามหลัง“พรุ่งนี้ไปไหน”ฉันหันกลับ“ทำงานค่ะ”“ไซต์ไหน”“งานอีเวนต์ที่คุยไว้”“เลิกกี่โมง”ฉันหัวเราะนิดหนึ่ง“ยังไม่รู้ค่ะ”สีหน้าธามไม่ค่อยพอใจคำตอบ แต่ฉันไม่คิดจะขยายความ“ไปก่อนนะคะ”คราวนี้เข้าบ้านจริง ๆ สิบนาทีต่อมา โทรศัพท์สั่น ฉันที่กำลังล้างหน้าเหลือบมองหน้าจอพี่ธามล็อกประตูหรือยังฉันมองข้อความอยู่พักหนึ่ง ก่อนตอบแล้วค่ะคิดว่าจบ ไม่จบหน้าต่างหลังบ้านล่ะฉันเช็ดหน้าล็อกแล้วค่ะเงียบไปสองนาทีพรุ่งนี้กลับเอง?ฉันหลุดหัวเราะ คนที่ยืนฟังอยู่หน้าบ้านเมื่อกี้ยังถามอีกน่าจะมีคนมาส่งค่ะข้อความขึ้นว่าอ่านทันที แล้วไม่มีอะไรต่อฉันวางโทรศัพท์ลง ไม่ได้ค
บทที่ 29 รดต้นไม้ตอนห้าทุ่มเพื่ออะไรคะ* * * --------------------------------------* * *ฉันเห็นธามตั้งแต่รถยังไม่จอดสนิท ตอนแรกคิดว่าตัวเองตาฝาด เพราะเกือบห้าทุ่มแล้ว คนปกติควรอยู่ในบ้าน อาบน้ำ นอนเล่นโทรศัพท์ หรืออย่างน้อยก็ทำอะไรที่ไม่ใช่ยืนถือสายยางอยู่กลางสวนแต่พี่ข้างบ้านของฉันยืนอยู่ตรงนั้นจริง ๆ สายยางอยู่ในมือ น้ำไหลลงโคนต้นพุดส่วนสายตา มองมาทางรถที่ฉันนั่งอยู่เต็ม ๆ“งั้นพรุ่งนี้ผมส่งรายละเอียดในกลุ่มอีกทีนะครับ”ผู้ชายจากทีมอีเวนต์ที่ขับมาส่งพูดต่อ เขาคงไม่ได้สังเกตว่าบ้านข้าง ๆ มีใครบางคนกำลังให้ความสนใจพวกเรามากกว่าต้นไม้ในมือ“ได้ค่ะ ขอบคุณที่มาส่งนะคะ”“ไม่เป็นไรครับ ทางเดียวกัน”ฉันปลดเข็มขัด เปิดประตูลงจากรถทันทีที่หันไปทางบ้านข้าง ๆ ธามหันหน้าหนี เร็วมาก เร็วชนิดที่ถ้าเป็นโจร ฉันคงจับได้ตั้งแต่ยังไม่ทันงัดหน้าต่างฉันยืนมองอยู่สองวินาที ก่อนเดินตรงไปที่รั้ว“พี่ธาม”คนถูกเรียกทำเหมือนเพิ่งรู้ว่าฉันกลับมา“อือ”เก่งถ้าเมื่อกี้ฉันไม่เห็นกับตาอาจเชื่ออยู่หรอก“ทำอะไรคะ”ธามก้มมองสายยางในมือ“รดน้ำต้นไม้”“ตอนนี้?”“อือ”ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา 22:56 จากนั้นหันหน
คนไม่จีบแล้ว สวยขึ้นหรือเปล่า* * * ---------------------------* * *หลังเลิกจีบธามได้หนึ่งสัปดาห์ ฉันค้นพบว่าตัวเองมีเวลาว่างเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจเวลาที่เคยใช้เลือกกาแฟให้เขา คิดข้อความกวนประสาท หาเหตุเดินผ่านบ้านข้าง ๆหรือส่งแชตไปถามว่า วันนี้คิดถึงพริมหรือยังคะพอเอาทั้งหมดกลับคืนมา ชีวิตฉันเหมือนมีวันละยี่สิบหกชั่วโมง“สรุปที่ผ่านมามึงเอาเวลาทำงานไปจีบผู้ชายหมด?”มินถามฉันกำลังนั่งเลือกตัวอย่างโลโก้บนพื้นห้องที่เพิ่งเช่าไว้ทำสตูดิโอ“ไม่หมด แค่บางส่วน”“บางส่วนของมึงนี่น่าจะสี่สิบเปอร์เซ็นต์”“เว่อร์”“แล้วนี่อะไร”มันยกกล่องกระดาษที่เขียนว่า ของตกแต่ง ขึ้น“เมื่อก่อนบอกไม่มีเวลาจัดสตูดิโอ ตอนนี้ซื้อโคมไฟ ต้นไม้ ชั้นหนังสือครบ”ฉันแย่งกล่องกลับมา“เรียกว่าจัดลำดับชีวิตใหม่ค่ะ”“เรียกว่าอกหักแล้วขยัน”“ไม่ได้อกหัก”“อือ”น้ำเสียงมันเหมือนธามตอนจับได้ว่าฉันโกหกไม่มีผิด ฉันเลยโยนหมอนใส่ช่วงนี้ฉันยุ่งจริง ๆ หลังโปรเจกต์พื้นที่สร้างสรรค์เริ่มเข้าที่ ฉันเอาผลงานบางส่วนที่เปิดเผยได้มาจัดพอร์ตใหม่ จากนั้นก็มี ลูกค้าติดต่อเข้ามาเพิ่มสองรายยังไม่ใช่งานใหญ่ แต่พอรวมกับงานเดิม รายได้เริ่







