Home / โรแมนติก / พี่คะหนูจะจีบพี่แล้วนะ / บทที่ 4 กาแฟแก้วแรกของสงคราม

Share

บทที่ 4 กาแฟแก้วแรกของสงคราม

last update publish date: 2026-09-17 21:00:08

บทที่ 4 กาแฟแก้วแรกของสงคราม

----------------------------------

 

“อเมริกาโนเย็น ไม่หวาน เพิ่มช็อตหนึ่งค่ะ”

พนักงานพยักหน้า

“รับอะไรเพิ่มไหมคะ”

ฉันมองตู้ขนม

“ไม่ค่ะ เขาไม่กินหวาน”

พอพูดจบก็ชะงัก

เขา?

พูดเหมือนซื้อให้แฟนมาสิบปี

ทั้งที่เพิ่งประกาศว่าจะจีบเมื่อเช้าวานนี้เอง

ฉันกระแอมแล้วทำเป็นก้มดูโทรศัพท์

เมื่อคืนหลังจากกลับมาบอกมินว่าฉันสารภาพไปแล้ว สิ่งแรกที่มันส่งกลับมาคือสติกเกอร์ผู้หญิงจุดพลุ ตามด้วยคำถามว่า

แล้วพรุ่งนี้ทำอะไรต่อ

ตอนนั้นฉันยังไม่รู้

แต่ตอนนี้รู้แล้ว

กาแฟ

ง่ายดี ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป และสำคัญที่สุดฉันจำได้ว่าธามกินแบบไหน

เมื่อก่อนเวลาไปส่งฉันเรียนพิเศษ เขาชอบแวะร้านเดิมแล้วสั่งอเมริกาโนไม่ใส่น้ำตาลทุกครั้ง ฉันเคยชิมคำหนึ่งแล้วทำหน้าเหมือนโดนวางยา

เขาหัวเราะแล้วบอกว่าโตขึ้นเดี๋ยวก็เข้าใจ

ผ่านมาเจ็ดปี ฉันยังไม่เข้าใจอยู่ดี

กาแฟขมจะตาย

แต่คนชอบก็ดันชอบ

ฉันรับแก้วมาเขียนโน้ตแปะข้างถุงด้วยตัวเอง

วันที่หนึ่งของการจีบ

ดื่มด้วยค่ะ จะได้มีแรงรับมือพริม

อ่านแล้วก็พอใจ

ไม่หวานเลี่ยน

ไม่เขินจนเกินไป

มีความเป็นฉัน

ฉันเดินกลับบ้านแล้วอ้อมไปแขวนถุงไว้ตรงลูกบิดประตูบ้านธาม ไม่กดกริ่ง เพราะรู้ว่าเขาน่าจะเตรียมออกไปทำงาน

จากนั้นกลับมานั่งหน้าคอมพิวเตอร์ตัวเองเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

สิบนาทีผ่านไป

ฉันเปิดโทรศัพท์

ไม่มีข้อความ

ยี่สิบนาที

ยังไม่มี

สามสิบนาที

ฉันวางปากกาดิจิทัลแล้วถอนหายใจ

“แค่กาแฟเองพริม จะรออะไร”

โทรศัพท์สั่นทันที

ฉันคว้าขึ้นมาเร็วเกินเหตุ

แจ้งเตือนธนาคาร

รับเงิน 95.00 บาท

ฉันนิ่ง

เลื่อนลงดูชื่อคนโอน

ธาม

ไม่มีข้อความ

ไม่มีสติกเกอร์

ไม่มีแม้แต่คำว่าขอบคุณ

มีแค่เก้าสิบห้าบาทถ้วน

“โอ้โห”

ฉันพิงพนักเก้าอี้

จะเป๊ะไปไหน

ค่ากาแฟเก้าสิบห้า เขาคืนเก้าสิบห้า

ผู้ชายอะไรโรแมนติกเหมือนใบเสร็จรับเงิน

ฉันเปิดแอปธนาคาร กดโอนกลับ

จำนวนเงิน

1 บาท

ช่องข้อความ ฉันพิมพ์ว่า

ค่าความหวังดีจากว่าที่แฟน

นิ้วค้างเหนือปุ่มยืนยันอยู่สองวินาที

แล้วกด

เรียบร้อย

คราวนี้ฉันยิ้มได้

เอาสิ

อยากคืนเงินนักใช่ไหม

คืนมาอีกทีดู

หนึ่งนาทีผ่านไป

ไม่มี

สองนาที

ข้อความในแชตขึ้นว่าอ่านแล้ว

ฉันรอ

สามจุดไม่ขึ้น

ห้านาที

ยังเงียบ

สิบห้านาที

ฉันเริ่มหงุดหงิด

ไม่ใช่เพราะอยากให้เขาตอบนะ

แค่สงสัยว่าอ่านแล้วทำไมเงียบ

ต่างกันมาก

ฉันหยิบโทรศัพท์วางคว่ำ แล้วตั้งใจกลับไปทำงาน

วันนี้มีนัดส่งแบบภาพประกอบให้ลูกค้าร้านอาหารแห่งหนึ่งตอนบ่ายสาม ถ้าไม่รีบเก็บรายละเอียดตอนนี้ มีหวังฉันต้องเอากาแฟแก้วที่สองมาเลี้ยงตัวเองแทน

เกือบบ่ายสอง งานถึงเสร็จ

ฉันอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อ หอบแท็บเล็ตกับแฟ้มตัวอย่างออกจากบ้าน

ระหว่างขับรถเปิดแผนที่ ฉันถึงเพิ่งเห็นว่าที่อยู่ลูกค้าอยู่ห่างจากบริษัทธามไม่ถึงสองซอย

บังเอิญ

จริง ๆ

ฉันไม่ได้เลือก

ฉันมองชื่ออาคารสำนักงานของเขาที่ขึ้นอยู่บนแผนที่แล้วขับผ่านไป

ไม่แวะหรอก

เพิ่งจีบวันแรก จะตามถึงบริษัทก็ดูมากไปหน่อย

หนึ่งชั่วโมงต่อมา ฉันส่งงานเสร็จ

ลูกค้าขอแก้สีโลโก้นิดเดียว นัดรอบต่อไปอาทิตย์หน้า ทุกอย่างจบเร็วกว่าที่คิด

ฉันเดินออกจากร้านแล้วหยุดอยู่ข้างรถ

สองซอย

แค่นี้เอง

จะกลับเลยก็ได้

ฉันเปิดประตูรถ

ปิด

ยืนคิด

แล้วเปิดใหม่

สุดท้ายสิบห้านาทีต่อมา รถฉันก็เลี้ยวเข้าลานจอดของอาคารที่ตั้งบริษัทธาม

ไม่ได้ตาม

แค่ผ่านมา

และไหน ๆ ก็ผ่านมาแล้ว จะไม่ขึ้นไปทักก็ดูเสียมารยาท

เหตุผลดีมาก

ฉันเชื่อตัวเองเรียบร้อย

สำนักงานของธามอยู่ชั้นห้า ป้ายหน้าประตูเขียนชื่อบริษัทด้วยตัวอักษรเรียบ ๆ ดูแพงแบบที่คนทำงานออกแบบชอบทำกัน

พอเดินเข้าไป พนักงานต้อนรับก็เงยหน้า

“ติดต่อใครคะ”

“คุณธามค่ะ”

“ได้นัดไว้ไหมคะ”

“ไม่ค่ะ”

ประโยคนี้ทำให้ฉันรู้สึกตัวทันทีว่าตัวเองมาแบบไม่มีธุระจริง ๆ

กำลังจะบอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวกลับ ผู้หญิงผมสั้นที่นั่งโต๊ะใกล้ ๆ ก็เงยหน้าขึ้น

“คุณพริมหรือเปล่าคะ”

ฉันชะงัก

“ค่ะ”

เธอยิ้มกว้างขึ้น

“เชิญด้านในได้เลยค่ะ”

ฉันเดินตามอย่างงง ๆ

“รู้จักพริมด้วยเหรอคะ”

“เคยเห็นรูปค่ะ”

ฉันเกือบสะดุด

“รูป?”

“อ๋อ ไม่ใช่รูปอะไรแปลก ๆ นะคะ”

เธอรีบแก้

“รูปครอบครัวที่บ้านบอสค่ะ เคยเอามาเปิดให้ดูตอนคุยเรื่องรีโนเวตบ้าน”

ฉันพยักหน้า

โล่งไปนิดหนึ่ง

แปลกที่มีผิดหวังนิด ๆ ด้วย

ผู้หญิงคนนั้นแนะนำตัวว่าชื่อเกด เป็นเลขาฯ ของธาม ก่อนพาฉันผ่านพื้นที่ทำงานเปิดเข้าไปด้านใน

“บอสออกไปดูหน้างานค่ะ น่าจะกลับอีกสักพัก คุณพริมนั่งรอก่อนไหมคะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ พริมแค่ผ่านมา”

ฉันพูดคำว่า ผ่านมา ได้หน้าตายมาก

น่าภูมิใจ

เกดพยักหน้าแล้วเดินกลับไปทำงาน

ฉันเลยยืนดูแบบจำลองอาคารที่วางอยู่บนชั้นใกล้โต๊ะธาม

โต๊ะเขาเรียบร้อยเกินมนุษย์

แฟ้มเรียงเป็นแนว

ปากกาวางในที่ของมัน

โน้ตมีไม่กี่แผ่น

แล้วสายตาฉันก็ไปหยุดที่แก้วพลาสติกใสตรงมุมโต๊ะ

โลโก้ร้านกาแฟคุ้นมาก

ฉันขยับเข้าไปใกล้

แก้วเดียวกับเมื่อเช้า

น้ำแข็งละลายหมดแล้ว

กาแฟไม่มีเหลือแม้แต่หยด

ฉันยืนมองมันแล้วปากค่อย ๆ ยิ้มเอง

ไหนทำเป็นโอนเงินคืน

กินหมดนี่หว่า

เกดเดินผ่านมาเห็นพอดี

“แก้วนั้นของคุณพริมใช่ไหมคะ”

ฉันหัน

“รู้ด้วยเหรอคะ”

“บอสถือเข้ามาตั้งแต่เช้าค่ะ”

เธอหัวเราะ

“ปกติบอสดื่มเสร็จจะทิ้งเลยนะคะ แต่วันนี้พี่แม่บ้านจะเก็บ เขาบอกไม่ต้องแตะ”

ฉันหันกลับไปมองแก้ว

“ไม่ให้แตะ?”

“ค่ะ”

“ทำไมคะ”

“อันนี้ไม่รู้เหมือนกัน”

เกดยิ้มเหมือนรู้มากกว่าที่พูด

ฉันเม้มปากกลั้นยิ้ม

หรือจริง ๆ ไม่ต้องกลั้นแล้วก็ได้

ในเมื่อไม่มีเจ้าตัวอยู่

ฉันก้มดูแก้วอีกครั้ง

หนึ่งบาทของฉันคุ้มเกินราคาแล้ว

“มาทำอะไร”

เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลัง

ฉันสะดุ้งนิดหนึ่งก่อนหันกลับ

ธามยืนอยู่ไม่ไกล เสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นเหมือนทุกที มีม้วนแบบอยู่ในมือ และกำลังมองฉันสลับกับแก้วกาแฟบนโต๊ะ

เกดหายไปจากตรงนั้นเร็วมาก

ทิ้งฉันไว้คนเดียวแบบไม่มีน้ำใจ

ฉันกอดแฟ้มไว้กับอก

“ผ่านมา”

ธามเหลือบมองนาฬิกา

“ผ่านมาแล้วขึ้นมาชั้นห้า?”

“ลิฟต์พาขึ้นมาค่ะ”

“ลิฟต์เลือกชั้นเองได้แล้ว?”

“เทคโนโลยีสมัยนี้ไปไกลนะคะ”

ธามถอนหายใจเหมือนขี้เกียจเถียง

เขาเดินมาวางม้วนแบบบนโต๊ะ แล้วสายตาก็ไปหยุดตรงแก้วกาแฟ

ฉันมองตามอย่างจงใจ

เขาเอื้อมมือจะหยิบมัน

ฉันพูดก่อน

“ไม่ต้องรีบทิ้งก็ได้ค่ะ”

มือธามหยุด

ฉันยิ้ม

“เก็บไว้เป็นที่ระลึกสิ”

“พริม”

“คะ”

“ตกลงมาทำอะไร”

ฉันขยับเข้าไปอีกนิด วางมือบนขอบโต๊ะ แล้วมองแก้วที่หมดเกลี้ยงก่อนเงยหน้าสบตาเขา

“มาตรวจค่ะ”

“ตรวจอะไร”

ฉันยิ้มกว้างขึ้น

“มาตรวจว่าคนที่ไม่อยากได้กาแฟ ดื่มหมดหรือยังคะ”

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พี่คะหนูจะจีบพี่แล้วนะ   บทที่ 16 วันที่หนึ่ง เขาแพ้ของกิน

    บทที่ 16 วันที่หนึ่ง เขาแพ้ของกิน---------------------------------------------------วันที่หนึ่งของข้อตกลงสามสิบวัน ฉันตัดสินใจว่าจะไม่ทำอะไรใหญ่โตไม่ส่งดอกไม้ไม่ถือกาแฟไปยืนหน้าบริษัทไม่เขียนโน้ตว่า รักนะคะ รับเป็นแฟนสักทีถึงจะอยากเขียนก็เถอะฉันนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานตอนแปดโมงเช้า มองปฏิทินที่วงวันสุดท้ายเอาไว้ด้วยปากกาสีแดง แล้วเตือนตัวเองว่า สามสิบวันนี้ไม่ได้มีไว้ให้ฉันสร้างความรำคาญจนธามยอมแพ้ฉันอยากให้เขารู้ว่าฉันชอบเขาจริง ๆไม่ใช่แค่สนุกเพราะผู้ชายข้างบ้านกลับมาแล้วหล่อขึ้นโทรศัพท์สั่นข้อความจากป้านวลพริม วันนี้ธามน่าจะประชุมยาวทั้งวัน ฝากเตือนมันกินข้าวหน่อยได้ไหมลูก ป้าพูดแล้วไม่ค่อยฟังฉันอ่านแล้วหัวเราะนี่ถือเป็นการเปิดทางจากแม่ฝ่ายชายหรือเปล่านะฉันตอบตกลง ก่อนนึกถึงร้านข้าวแกงร้านหนึ่งขึ้นมาได้ร้านนั้นอยู่แถวโรงเรียนเก่าของเราเมื่อก่อนทุกวันพุธฉันเลิกเรียนช้ากว่าปกติ ธามจะเป็นคนมารับ แล้วมักพาแวะกินข้าวร้านนี้ก่อนกลับบ้านเขากินเมนูเดิมแทบทุกครั้งข้าวหมูทอดกระเทียม ไข่ดาวไม่สุกมาก และไม่เอาแตงกวาจำง่ายจะตายหรือจริง ๆ คนที่เราชอบ อะไรที่เกี่ยวกับเขาก็จำง่ายห

  • พี่คะหนูจะจีบพี่แล้วนะ   บทที่ 15 ข้อตกลงสามสิบวัน

    บทที่ 15 ข้อตกลงสามสิบวัน-------------------------------------------ฉันไม่ได้วางแผนจะตั้งเส้นตายให้ความรักของตัวเองหรอกอย่างน้อยก็ไม่ใช่จนกระทั่งเช้าวันเสาร์ที่ฉันนั่งจ้องแชตของธามอยู่เกือบสิบนาที แล้วพบว่าตัวเองกำลังทำอะไรน่ารำคาญมากเมื่อคืนเขาไปรับฉันจากนัดดูตัวทั้งที่แม่ไม่ได้โทรหาพอถามว่าหึงหรือเปล่า เขาก็เบรกแรงจนฉันแทบพุ่งชนคอนโซลจากนั้นก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นข้อความสุดท้ายที่ส่งมาก่อนนอนคือถึงบ้านแล้วก็นอน อย่าเล่นโทรศัพท์ดึกจบไม่มีคำอธิบายเรื่องหึงไม่มีคำตอบว่าเขาคิดยังไงไม่มีอะไรสักอย่างฉันวางโทรศัพท์ลงแล้วถอนหายใจ“มึงถอนหายใจรอบที่ห้าแล้ว”มินพูดจากปลายสายวิดีโอคอลฉันหันหน้าจอไปทางมัน“กูเริ่มเหนื่อยแล้ว”“จีบผู้ชายมาไม่ถึงเดือน เหนื่อยแล้ว?”“ไม่ได้เหนื่อยที่จีบ เหนื่อยที่ต้องเดา”มินเงียบลงนิดหนึ่ง“ก็จริง”ฉันหมุนปากกาดิจิทัลเล่นบนโต๊ะ“บางวันเขาทำเหมือนหึง บางวันทำเหมือนกูเป็นน้องจริง ๆ วันก่อนเกือบจูบ วันต่อมาก็เรียกน้องเฉย แล้วเมื่อคืนก็โกหกว่าแม่ให้ไปรับ”“มึงก็ถามตรง ๆ สิ”“ถามแล้ว”“ถามว่า?”“หึงไหม”“แล้ว?”“เบรกเกือบหัวกูหลุด”มินหัวเราะจนกล้องส

  • พี่คะหนูจะจีบพี่แล้วนะ   บทที่ 14 พี่ชายบริการรับส่งตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

    บทที่ 14 พี่ชายบริการรับส่งตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง-----------------------------------------------------ถึงไหนแล้วฉันอ่านประโยคสั้น ๆ บนหน้าจอซ้ำอีกครั้งหนึ่งทุ่มยี่สิบเจ็ดนาทีถ้าธามตั้งใจจะตรวจว่าฉันยังมีชีวิตอยู่ไหม เขาก็ตรวจเร็วเกินไปหน่อย เพราะอาหารจานแรกยังไม่มาเลยด้วยซ้ำ“มีอะไรหรือเปล่าครับ”ภาคินถามจากฝั่งตรงข้ามฉันรีบคว่ำโทรศัพท์“ไม่มีค่ะ คนที่บ้านถามเฉย ๆ”“คุณแม่?”“ไม่ใช่ค่ะ”ตอบเร็วไปนิดภาคินยิ้มแต่ไม่ถามต่อ ดีแล้ว เพราะถ้าให้ฉันอธิบายว่าเป็นพี่ชายข้างบ้านที่ฉันกำลังจีบอยู่ แต่นัดคืนนี้ดันเป็นนัดดูตัวกับผู้ชายอีกคน เรื่องคงยาวกว่าเมนูอาหารฉันพยายามกลับมาสนใจคนตรงหน้าภาคินสุภาพ คุยง่าย และไม่ได้มีอะไรให้หักคะแนนเลยเขาไม่พูดข่มเรื่องงานไม่อวดเงินไม่ถามว่าผู้หญิงอายุยี่สิบสี่ทำไมยังไม่มีแฟนเวลาฉันพูดก็ฟังจริง ไม่ได้เอาแต่รอจังหวะพูดเรื่องตัวเองถ้าจะให้ประเมินแบบที่สองแม่ชอบทำผ่านแทบทุกข้อปัญหามีอย่างเดียวไม่รู้สึกอะไรเลย“คุณพริมทำงานฟรีแลนซ์มาตลอดเลยเหรอครับ”“ค่ะ แต่กำลังคิดว่าจะทำเป็นสตูดิโอจริงจัง ถ้างานเริ่มนิ่งกว่านี้”“ดีนะครับ อย่างน้อยก็เป็นของตัวเอง”

  • พี่คะหนูจะจีบพี่แล้วนะ   บทที่ 13 นัดดูตัวของพริม

    บทที่ 13 นัดดูตัวของพริม---------------------------------แม่เอาจริงกว่าที่ฉันคิดหลังมื้อเย็นวันนั้นไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง รูปผู้ชายในโทรศัพท์ก็กลายเป็นนัดจริงเรียบร้อย“วันศุกร์หนึ่งทุ่ม ร้านอิตาเลียนตรงโรงแรมริเวอร์ไซด์”แม่พูดเหมือนกำลังแจ้งตารางประชุมฉันเงยหน้าจากแท็บเล็ต“เร็วไปไหมแม่”“เร็วตรงไหน แค่กินข้าว”“เมื่อวันก่อนยังเพิ่งดูรูป”“วันนี้รู้จักชื่อแล้ว พรุ่งนี้ก็เจอกันได้”ตรรกะคุณแม่แข็งแรงมากฉันวางปากกาดิจิทัลลง“พริมไม่ได้อยากดูตัวจริงจริงนะ”“แม่ก็ไม่ได้บังคับให้แต่ง ไปเจอสักครั้ง ถ้าไม่ถูกใจก็จบ จะได้ไม่เสียมารยาทกับป้าจิ๊บด้วย”นี่แหละจุดที่เถียงยากผู้ชายในรูปไม่ได้ทำอะไรผิด แม่เขาก็เป็นเพื่อนแม่ฉัน จะให้ฉันปฏิเสธตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้ากันจริง ๆ ก็ดูเรื่องมากเกินไป“ก็ได้ค่ะ”ฉันตอบในที่สุดแม่ยิ้มทันที“ดี เดี๋ยวแม่ส่งเบอร์ให้”“ไม่ต้องค่ะ!”“ทำไม”“เจอกันก่อน ถ้าคุยกันได้ค่อยแลกเอง”แม่มองหน้าเหมือนกำลังชั่งใจว่าฉันเรื่องมากไปหรือเปล่า ก่อนยอมพยักหน้า“ก็ได้ ตามใจ”ฉันคิดว่าจบแล้วแต่ชีวิตฉันไม่เคยง่ายขนาดนั้นตอนบ่ายวันถัดมา ป้านวลเดินมาบ้านพร้อมกล้วยเชื่อมหนึ่ง

  • พี่คะหนูจะจีบพี่แล้วนะ   บทที่ 12 ถ้าไม่ใช่แฟน งั้นจีบต่อ

    บทที่ 12 ถ้าไม่ใช่แฟน งั้นจีบต่อเช้าวันรุ่งขึ้น ฉันตื่นก่อนนาฬิกาปลุกเจ็ดนาทีไม่ใช่เพราะนอนเต็มอิ่ม แต่เพราะสมองจำประโยคของธามเมื่อวานได้ดีเกินไป“ไม่”แค่คำเดียวเร็ว ชัด และแทบจะพูดทับคำถามฉันด้วยซ้ำฉันนอนมองเพดานอยู่พักหนึ่ง ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแชตมินข่าวดีอีกฝ่ายตอบกลับมาในเวลาไม่ถึงครึ่งนาทีมึงถูกหวย?พี่ธามไม่ได้กลับไปคบแฟนเก่าสามจุดเด้งขึ้นทันทีแล้ว?ฉันขมวดคิ้วแล้วอะไรมึงจะนอนยิ้มเฉย ๆ หรือจะจีบต่อฉันมองข้อความนั้น แล้วหันไปทางหน้าต่างไฟบ้านข้าง ๆ ดับแล้ว แปลว่าเจ้าของบ้านน่าจะออกไปทำงานฉันยิ้มถูกคู่แข่งไม่มีเจ้าตัวก็ยังโสดงั้นพักรบพอแล้วเก้าโมงครึ่ง ฉันออกจากบ้านพร้อมถุงอาหารหนึ่งถุงกับกาแฟหนึ่งแก้ว คราวนี้ไม่แขวนหน้าประตูบ้าน เพราะคนรับออกไปทำงานแล้ว ฉันเลยเรียกรถส่งของแทนก่อนส่ง ฉันเขียนโน้ตแปะฝากล่องอาหารกินเยอะ ๆ จะได้มีแรงหนีพริมคิดอีกนิดแล้วเติมบรรทัดล่างป.ล. ถ้าหนีไม่ไหว ยอมเป็นแฟนเลยก็ได้ ประหยัดแรงค่ะฉันถ่ายรูปเก็บไว้ส่งให้มินดูคำตอบของมันคือสติกเกอร์คนกราบอาหารถึงบริษัทตอนสิบเอ็ดโมงครึ่งสิบเอ็ดโมงสี่สิบ โทรศัพท์ฉันสั่นนี่อะไรฉันตอบท

  • พี่คะหนูจะจีบพี่แล้วนะ   บทที่ 11 พี่ธามมีแฟนแล้ว?

    บทที่ 11 พี่ธามมีแฟนแล้ว?-------------------------------------------ฉันตั้งใจว่าจะไม่ไปบริษัทธามวันนี้จริง ๆแต่ลูกค้าดันนัดส่งงานอยู่ห่างจากบริษัทเขาแค่สองซอยอีกแล้ว ฉันเริ่มสงสัยว่าคนวางผังเมืองมีปัญหาอะไรกับชีวิตรักฉันหรือเปล่าสิบเอ็ดโมงครึ่ง ฉันออกจากร้านลูกค้าพร้อมงานที่อนุมัติเรียบร้อย โทรศัพท์อยู่ในมือ แชตของธามเปิดค้างไว้ตั้งแต่เมื่อคืนข้อความล่าสุดเป็นของฉันวันนี้ไม่ส่งกาแฟนะคะ เดี๋ยวพี่เคยตัวเขาตอบกลับมาตอนเจ็ดโมงกว่าก็ดี เปลืองเงินฉันส่งสติกเกอร์ผู้หญิงกลอกตาไปหนึ่งตัวจบตอนนี้ฉันยืนอยู่หน้าร้านเบเกอรีตรงข้ามอาคารบริษัทเขา และกำลังมองครัวซองต์อัลมอนด์ในตู้พี่ธามไม่ชอบหวานจำได้ฉันเลยซื้อแซนด์วิชแทนไม่ได้ตั้งใจไปหา แค่ไหน ๆ ก็ผ่านมาแล้วประโยคนี้เริ่มคุ้น ๆ แฮะฉันรับถุงจากพนักงาน เดินข้ามถนนมาได้ครึ่งทาง ก่อนจะเห็นประตูกระจกชั้นล่างของอาคารเปิดออกธามเดินออกมาฉันกำลังจะยกมือเรียก แล้วก็หยุดชะงักมีผู้หญิงเดินออกมาข้างเขาสวยนี่เป็นคำแรกที่เข้ามาในหัวแบบไม่ต้องพยายามเธอสูง ผมยาว แต่งตัวเรียบแต่ดูดี เสื้อเชิ้ตสีครีมกับกางเกงขายาวเข้ารูป ดูเป็นผู้หญิงที่ต่อให้เ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status