LOGINบทที่ 16 วันที่หนึ่ง เขาแพ้ของกิน---------------------------------------------------วันที่หนึ่งของข้อตกลงสามสิบวัน ฉันตัดสินใจว่าจะไม่ทำอะไรใหญ่โตไม่ส่งดอกไม้ไม่ถือกาแฟไปยืนหน้าบริษัทไม่เขียนโน้ตว่า รักนะคะ รับเป็นแฟนสักทีถึงจะอยากเขียนก็เถอะฉันนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานตอนแปดโมงเช้า มองปฏิทินที่วงวันสุดท้ายเอาไว้ด้วยปากกาสีแดง แล้วเตือนตัวเองว่า สามสิบวันนี้ไม่ได้มีไว้ให้ฉันสร้างความรำคาญจนธามยอมแพ้ฉันอยากให้เขารู้ว่าฉันชอบเขาจริง ๆไม่ใช่แค่สนุกเพราะผู้ชายข้างบ้านกลับมาแล้วหล่อขึ้นโทรศัพท์สั่นข้อความจากป้านวลพริม วันนี้ธามน่าจะประชุมยาวทั้งวัน ฝากเตือนมันกินข้าวหน่อยได้ไหมลูก ป้าพูดแล้วไม่ค่อยฟังฉันอ่านแล้วหัวเราะนี่ถือเป็นการเปิดทางจากแม่ฝ่ายชายหรือเปล่านะฉันตอบตกลง ก่อนนึกถึงร้านข้าวแกงร้านหนึ่งขึ้นมาได้ร้านนั้นอยู่แถวโรงเรียนเก่าของเราเมื่อก่อนทุกวันพุธฉันเลิกเรียนช้ากว่าปกติ ธามจะเป็นคนมารับ แล้วมักพาแวะกินข้าวร้านนี้ก่อนกลับบ้านเขากินเมนูเดิมแทบทุกครั้งข้าวหมูทอดกระเทียม ไข่ดาวไม่สุกมาก และไม่เอาแตงกวาจำง่ายจะตายหรือจริง ๆ คนที่เราชอบ อะไรที่เกี่ยวกับเขาก็จำง่ายห
บทที่ 15 ข้อตกลงสามสิบวัน-------------------------------------------ฉันไม่ได้วางแผนจะตั้งเส้นตายให้ความรักของตัวเองหรอกอย่างน้อยก็ไม่ใช่จนกระทั่งเช้าวันเสาร์ที่ฉันนั่งจ้องแชตของธามอยู่เกือบสิบนาที แล้วพบว่าตัวเองกำลังทำอะไรน่ารำคาญมากเมื่อคืนเขาไปรับฉันจากนัดดูตัวทั้งที่แม่ไม่ได้โทรหาพอถามว่าหึงหรือเปล่า เขาก็เบรกแรงจนฉันแทบพุ่งชนคอนโซลจากนั้นก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นข้อความสุดท้ายที่ส่งมาก่อนนอนคือถึงบ้านแล้วก็นอน อย่าเล่นโทรศัพท์ดึกจบไม่มีคำอธิบายเรื่องหึงไม่มีคำตอบว่าเขาคิดยังไงไม่มีอะไรสักอย่างฉันวางโทรศัพท์ลงแล้วถอนหายใจ“มึงถอนหายใจรอบที่ห้าแล้ว”มินพูดจากปลายสายวิดีโอคอลฉันหันหน้าจอไปทางมัน“กูเริ่มเหนื่อยแล้ว”“จีบผู้ชายมาไม่ถึงเดือน เหนื่อยแล้ว?”“ไม่ได้เหนื่อยที่จีบ เหนื่อยที่ต้องเดา”มินเงียบลงนิดหนึ่ง“ก็จริง”ฉันหมุนปากกาดิจิทัลเล่นบนโต๊ะ“บางวันเขาทำเหมือนหึง บางวันทำเหมือนกูเป็นน้องจริง ๆ วันก่อนเกือบจูบ วันต่อมาก็เรียกน้องเฉย แล้วเมื่อคืนก็โกหกว่าแม่ให้ไปรับ”“มึงก็ถามตรง ๆ สิ”“ถามแล้ว”“ถามว่า?”“หึงไหม”“แล้ว?”“เบรกเกือบหัวกูหลุด”มินหัวเราะจนกล้องส
บทที่ 14 พี่ชายบริการรับส่งตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง-----------------------------------------------------ถึงไหนแล้วฉันอ่านประโยคสั้น ๆ บนหน้าจอซ้ำอีกครั้งหนึ่งทุ่มยี่สิบเจ็ดนาทีถ้าธามตั้งใจจะตรวจว่าฉันยังมีชีวิตอยู่ไหม เขาก็ตรวจเร็วเกินไปหน่อย เพราะอาหารจานแรกยังไม่มาเลยด้วยซ้ำ“มีอะไรหรือเปล่าครับ”ภาคินถามจากฝั่งตรงข้ามฉันรีบคว่ำโทรศัพท์“ไม่มีค่ะ คนที่บ้านถามเฉย ๆ”“คุณแม่?”“ไม่ใช่ค่ะ”ตอบเร็วไปนิดภาคินยิ้มแต่ไม่ถามต่อ ดีแล้ว เพราะถ้าให้ฉันอธิบายว่าเป็นพี่ชายข้างบ้านที่ฉันกำลังจีบอยู่ แต่นัดคืนนี้ดันเป็นนัดดูตัวกับผู้ชายอีกคน เรื่องคงยาวกว่าเมนูอาหารฉันพยายามกลับมาสนใจคนตรงหน้าภาคินสุภาพ คุยง่าย และไม่ได้มีอะไรให้หักคะแนนเลยเขาไม่พูดข่มเรื่องงานไม่อวดเงินไม่ถามว่าผู้หญิงอายุยี่สิบสี่ทำไมยังไม่มีแฟนเวลาฉันพูดก็ฟังจริง ไม่ได้เอาแต่รอจังหวะพูดเรื่องตัวเองถ้าจะให้ประเมินแบบที่สองแม่ชอบทำผ่านแทบทุกข้อปัญหามีอย่างเดียวไม่รู้สึกอะไรเลย“คุณพริมทำงานฟรีแลนซ์มาตลอดเลยเหรอครับ”“ค่ะ แต่กำลังคิดว่าจะทำเป็นสตูดิโอจริงจัง ถ้างานเริ่มนิ่งกว่านี้”“ดีนะครับ อย่างน้อยก็เป็นของตัวเอง”
บทที่ 13 นัดดูตัวของพริม---------------------------------แม่เอาจริงกว่าที่ฉันคิดหลังมื้อเย็นวันนั้นไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง รูปผู้ชายในโทรศัพท์ก็กลายเป็นนัดจริงเรียบร้อย“วันศุกร์หนึ่งทุ่ม ร้านอิตาเลียนตรงโรงแรมริเวอร์ไซด์”แม่พูดเหมือนกำลังแจ้งตารางประชุมฉันเงยหน้าจากแท็บเล็ต“เร็วไปไหมแม่”“เร็วตรงไหน แค่กินข้าว”“เมื่อวันก่อนยังเพิ่งดูรูป”“วันนี้รู้จักชื่อแล้ว พรุ่งนี้ก็เจอกันได้”ตรรกะคุณแม่แข็งแรงมากฉันวางปากกาดิจิทัลลง“พริมไม่ได้อยากดูตัวจริงจริงนะ”“แม่ก็ไม่ได้บังคับให้แต่ง ไปเจอสักครั้ง ถ้าไม่ถูกใจก็จบ จะได้ไม่เสียมารยาทกับป้าจิ๊บด้วย”นี่แหละจุดที่เถียงยากผู้ชายในรูปไม่ได้ทำอะไรผิด แม่เขาก็เป็นเพื่อนแม่ฉัน จะให้ฉันปฏิเสธตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้ากันจริง ๆ ก็ดูเรื่องมากเกินไป“ก็ได้ค่ะ”ฉันตอบในที่สุดแม่ยิ้มทันที“ดี เดี๋ยวแม่ส่งเบอร์ให้”“ไม่ต้องค่ะ!”“ทำไม”“เจอกันก่อน ถ้าคุยกันได้ค่อยแลกเอง”แม่มองหน้าเหมือนกำลังชั่งใจว่าฉันเรื่องมากไปหรือเปล่า ก่อนยอมพยักหน้า“ก็ได้ ตามใจ”ฉันคิดว่าจบแล้วแต่ชีวิตฉันไม่เคยง่ายขนาดนั้นตอนบ่ายวันถัดมา ป้านวลเดินมาบ้านพร้อมกล้วยเชื่อมหนึ่ง
บทที่ 12 ถ้าไม่ใช่แฟน งั้นจีบต่อเช้าวันรุ่งขึ้น ฉันตื่นก่อนนาฬิกาปลุกเจ็ดนาทีไม่ใช่เพราะนอนเต็มอิ่ม แต่เพราะสมองจำประโยคของธามเมื่อวานได้ดีเกินไป“ไม่”แค่คำเดียวเร็ว ชัด และแทบจะพูดทับคำถามฉันด้วยซ้ำฉันนอนมองเพดานอยู่พักหนึ่ง ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแชตมินข่าวดีอีกฝ่ายตอบกลับมาในเวลาไม่ถึงครึ่งนาทีมึงถูกหวย?พี่ธามไม่ได้กลับไปคบแฟนเก่าสามจุดเด้งขึ้นทันทีแล้ว?ฉันขมวดคิ้วแล้วอะไรมึงจะนอนยิ้มเฉย ๆ หรือจะจีบต่อฉันมองข้อความนั้น แล้วหันไปทางหน้าต่างไฟบ้านข้าง ๆ ดับแล้ว แปลว่าเจ้าของบ้านน่าจะออกไปทำงานฉันยิ้มถูกคู่แข่งไม่มีเจ้าตัวก็ยังโสดงั้นพักรบพอแล้วเก้าโมงครึ่ง ฉันออกจากบ้านพร้อมถุงอาหารหนึ่งถุงกับกาแฟหนึ่งแก้ว คราวนี้ไม่แขวนหน้าประตูบ้าน เพราะคนรับออกไปทำงานแล้ว ฉันเลยเรียกรถส่งของแทนก่อนส่ง ฉันเขียนโน้ตแปะฝากล่องอาหารกินเยอะ ๆ จะได้มีแรงหนีพริมคิดอีกนิดแล้วเติมบรรทัดล่างป.ล. ถ้าหนีไม่ไหว ยอมเป็นแฟนเลยก็ได้ ประหยัดแรงค่ะฉันถ่ายรูปเก็บไว้ส่งให้มินดูคำตอบของมันคือสติกเกอร์คนกราบอาหารถึงบริษัทตอนสิบเอ็ดโมงครึ่งสิบเอ็ดโมงสี่สิบ โทรศัพท์ฉันสั่นนี่อะไรฉันตอบท
บทที่ 11 พี่ธามมีแฟนแล้ว?-------------------------------------------ฉันตั้งใจว่าจะไม่ไปบริษัทธามวันนี้จริง ๆแต่ลูกค้าดันนัดส่งงานอยู่ห่างจากบริษัทเขาแค่สองซอยอีกแล้ว ฉันเริ่มสงสัยว่าคนวางผังเมืองมีปัญหาอะไรกับชีวิตรักฉันหรือเปล่าสิบเอ็ดโมงครึ่ง ฉันออกจากร้านลูกค้าพร้อมงานที่อนุมัติเรียบร้อย โทรศัพท์อยู่ในมือ แชตของธามเปิดค้างไว้ตั้งแต่เมื่อคืนข้อความล่าสุดเป็นของฉันวันนี้ไม่ส่งกาแฟนะคะ เดี๋ยวพี่เคยตัวเขาตอบกลับมาตอนเจ็ดโมงกว่าก็ดี เปลืองเงินฉันส่งสติกเกอร์ผู้หญิงกลอกตาไปหนึ่งตัวจบตอนนี้ฉันยืนอยู่หน้าร้านเบเกอรีตรงข้ามอาคารบริษัทเขา และกำลังมองครัวซองต์อัลมอนด์ในตู้พี่ธามไม่ชอบหวานจำได้ฉันเลยซื้อแซนด์วิชแทนไม่ได้ตั้งใจไปหา แค่ไหน ๆ ก็ผ่านมาแล้วประโยคนี้เริ่มคุ้น ๆ แฮะฉันรับถุงจากพนักงาน เดินข้ามถนนมาได้ครึ่งทาง ก่อนจะเห็นประตูกระจกชั้นล่างของอาคารเปิดออกธามเดินออกมาฉันกำลังจะยกมือเรียก แล้วก็หยุดชะงักมีผู้หญิงเดินออกมาข้างเขาสวยนี่เป็นคำแรกที่เข้ามาในหัวแบบไม่ต้องพยายามเธอสูง ผมยาว แต่งตัวเรียบแต่ดูดี เสื้อเชิ้ตสีครีมกับกางเกงขายาวเข้ารูป ดูเป็นผู้หญิงที่ต่อให้เ







