LOGINในเวลาเดียวกัน จิ่งเหิงได้รับข่าวว่าคนดูแลเส้นทางเงินของสกุลกู้กำลังหนีออกจากเมืองหลวง นี่เป็นปลาตัวใหญ่ที่สุดที่โผล่มาตั้งแต่เริ่มคดี หากจับได้เส้นเงินจากเหมืองไปยังค่ายลับจะสมบูรณ์ เขาจึงออกจากจวนในคืนนั้น ก่อนออกไปแวะเรือนตะวันออก ชิงหลันกำลังอ่านบันทึกเรื่องมารดา เมื่อเห็นเขาก็วางหนังสือลง นางเด
บทที่ 34 ช่องว่างที่ไม่มีผู้ใดมองเห็น หลังพบจดหมายของกู้เยี่ยนฉือ ทุกอย่างกลับง่ายขึ้นจนน่าแปลก เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลตราสำรองของตำหนักบูรพายอมเปิดปากภายในคืนเดียว เขายืนยันว่าตราขององค์รัชทายาทถูกขโมยไปเมื่อสามปีก่อน อุบัติเหตุซึ่งทำให้เขา “ตาย” ก็เป็นเพียงฉากบังหน้า หลังจากนั้นคนของสกุลกู้จัดหาที่พั
บทที่ 33 คนที่อยู่ใกล้บัลลังก์ที่สุด ตราประทับขององค์รัชทายาททำให้คลังอาวุธทั้งหลังเงียบลง ไม่มีผู้ใดกล้าตีความทันทียิ่งหลักฐานใหญ่เท่าใด—ยิ่งต้องระวังว่ามันถูกวางไว้ให้เห็นหรือไม่ จิ่งเหิงไม่แตะบัญชีด้วยมือเปล่า เขาเพียงยืนมองตราประทับตรงหน้าสุดท้ายอยู่นาน ก่อนสั่งให้ปิดค่ายทั้งหมด แยกคนในค่ายออกส
ชิงหลันเงยหน้า ครั้งหนึ่งนางคงดีใจจนหัวใจเต้นแรงหากเขาพูดเช่นนี้ วันนี้กลับเพียงยิ้ม “ไม่เคยเพคะ” ที่จริงแล้วเคยเมื่อหลายปีก่อนแวบหนึ่ง ตอนที่นางทำปิ่นตกในจวนองค์หญิงใหญ่ นางรู้ว่าเขาจำได้ แต่ก็เพียงแวบเดียว บางทีเขาอาจไม่ใส่ใจหรือลืมไปแล้ว ทว่าคำตอบว่าไม่เคย เป็นคำตอบธรรมดาแต่บางอย่างในดวงตาทำให้
จิ่งเหิงมองรายชื่อทั้งหมด แล้วพบสิ่งที่น่าสนใจกว่า คนอีกผู้หนึ่งซึ่งร่วมลงนาม—เป็นขุนนางตระกูลฝ่ายมารดาขององค์ชายหก เส้นสองเส้นที่พวกเขาเคยคิดว่าเพิ่งมาบรรจบกันในยุคนี้—อาจพันกันมานานก่อนองค์ชายหกกับกู้เยี่ยนฉือเกิดเสียอีก ข่าวถูกปิดไม่ถึงหนึ่งวัน ฝ่ายตรงข้ามก็ขยับตอนบ่าย มีไฟไหม้คลังเอกสารเก่าของกร
บทที่ 32 สิ่งที่มารดาทิ้งไว้ คำว่า ลูกของนางเอง ทำให้ห้องหนังสือเงียบอยู่นาน ชิงหลันไม่ได้รีบค้นสิ่งของ เพราะหากมารดาซ่อนบางอย่างไว้กับนางจริง สิ่งนั้นย่อมไม่ใช่ของที่เห็นได้ง่าย ตอนนางถูกพาเข้าจวนเสิ่นยังเป็นเพียงทารก ของติดตัวมีไม่มาก สร้อยเงินหนึ่งเส้น ผ้าห่อตัว กำไลข้อเท้า และเสื้อชั้นในเด็กซึ่







