เข้าสู่ระบบในอดีตข้ายอมสละทุกสิ่งเพื่อท่าน แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความตายและข้อหาหญิงแพศยา... แต่วันนี้เมื่อคราบน้ำตาได้ชะล้างจิตใจ ความรักที่ไร้ค่าของท่าน ข้าไม่ต้องการอีกต่อไปแล้ว
ดูเพิ่มเติมร่างผอมแห้งนอนมองสายฝนที่ตกกระทบใบหน้าอันอัปลักษณ์ของตนเอง ริมฝีปากนางยกยิ้มออกมา ราวกับว่าความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาเรื่องที่รอคอยมาแสนนาน ทว่าคนเราย่อมอยากมีชีวิตอยู่เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่เหตุใดนางจึงอยากตายนะหรือ
“โอ้ พระชายายังคงยิ้มได้เช่นนี้ กระหม่อมแปลกใจนัก” บุรุษร่างกำยำใบหน้าเต็มไปด้วยความรังเกียจ จ่อกระบี่ไปที่สตรีที่มันเรียกว่าพระชายา
ใช่! สตรีที่นอนยิ้มรอความตายมิใช่ใครอื่น แต่เป็นถึงอดีตพระชายาจิ้งอ๋องแห่งแคว้นต้าจิ้น สวามีนางเป็นถึงเทพสงครามผู้เก่งกาจ แต่เทพสงครามผู้นั้นต้องการเอาชีวิตนาง
“หากเป็นเมื่อก่อน ข้าก็คงจะเล่นสนุกกับเจ้าก่อนสักรอบสองรอบ แต่บัดนี้ใบหน้าเจ้าอัปลักษณ์ยิ่ง ข้าเอาไม่ลง เฮ้อ... จะว่าไปก็อิจฉาไอ้พวกนั้นที่ลิ้มรสชาติของพระชายายิ่งนัก เหตุใดวันนั้นท่านอ๋องไม่เรียกข้าให้ไปปรนนิบัติเจ้าบ้างนะ”
“จะฆ่าก็ฆ่าจะพูดมากไปไย” ครั้นได้ยินวาจาหยาบโลนที่มันเอ่ยถึงเรื่องในอดีต เนื้อตัวของหลี่หมิงซีก็พลันสั่นสะท้านขึ้น
อดีตที่นางอยากลบเลือนพลันกระจ่างแจ้งฝังรากลึกในความทรงจำ ยามนั้นนางตั้งครรภ์ได้สามเดือนแล้ว ทว่าจิ้งอ๋องเซียวจิ่งถิงถึงกับไม่สนใจทารกในครรภ์ โยนนางให้กับทหารในกองทัพ นางถูกพวกมันรุมข่มเหง แม้จะรอดชีวิตมาได้ แต่ลูกของนางกลับจากไป...
...นึกย้อนกลับไปวันที่โลหิตสีแดงฉานที่ไหลรินกลางหว่างขากลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ความเจ็บปวดเจียนตายในวันนั้นเทียบไม่ได้เลยกับสายตาเย็นชาของเซียวจิ่งถิง นางจำได้ดีว่าตนเองพยายามร้องเรียก อ้อนวอนให้เขาเมตตา ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาคือวาจาที่บาดใจ
‘เจ้ายังหวังจะให้ข้าตามหมอเพื่อรักษาลูกชู้ของคนเลี้ยงม้าต่ำต้อย หลี่หมิงซีเจ้าฝันไปหรือไม่’
‘พี่หญิงท่านอยากตั้งครรภ์ก็ควรรอท่านอ๋อง มิใช่ไปคว้าคนเลี้ยงม้า’
วาจาที่รับส่งกันด้านนอกเสียดแทงจิตใจ นางถูกข่มเหงเจียนตายเขากลับไม่สนใจจะมอง หญิงสาวหลับตารอยยิ้มเริ่มบิดเบี้ยว นางไม่กลัวความตายแต่กลัวคำพูดของพวกมันที่สาดโคลนใส่นาง
“มองหน้าข้าด้วยสายตาเคียดแค้นเช่นนี้ คิดว่าตนเองยังเป็นพระชายาผู้สูงศักดิ์อยู่หรือ!” ทหารชั่วผู้นั้นแค่นเสียงหยัน มันยกเท้าถีบเข้าที่หน้าท้องของนาง
“อ้อ... มีอีกเรื่องที่ทานอ๋องรับสั่งให้ข้าบอกเจ้าก่อนตาย” มันย่อตัวลง ใช้ปลายกระบี่เชยคางที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นพุพองของนางขึ้นมา
“วันนี้คือวันมงคลของท่านอ๋องกับพระชายาหลิวซือซือ ท่านอ๋องยกพระนางขึ้นเป็นชายาเอกแล้ว ยามนี้ทั่วทั้งจวนอ๋องเต็มไปด้วยความยินดี ผิดกับเจ้าที่กำลังจะตาย และสกุลหลี่ของเจ้าที่กำลังถูกลากตัวไปประหาร หลี่หมิงซีหากจะโทษก็โทษที่เจ้าไม่เจียมตัว ไม่ควรแย่งวาสนาอันดีงามของผู้อื่น”
“เจ้าว่าอะไรนะ สกุลหลี่...อึก!!” ยังพูดไม่ทันจบปลายกระบี่ก็แทงเข้ามากลางหน้าอก
โลหิตสายหนึ่งไหลทะลักสวนออกมา อดีตพระชายาผู้เคยเป็นโฉมงามอันดับหนึ่งแห่งแคว้นต้าจิ้นกลับถูกฆ่าตายราวกับสุนัขไร้ค่า
นางไม่เสียดายเซียวจิ่งถิง บุรุษผู้นั้นไม่มีสิ่งใดให้อาวรณ์ ทว่าบิดามารดา พี่ชายน้องชาย พวกเขาผิดอะไร นางยอมจากมาแล้วอย่างไร นางยอมละทิ้งตัวตนเพื่อให้ชีวิตคนสกุลหลี่ได้อยู่ต่อ แต่สิ่งที่นางอดทน กลับแลกมาด้วยชีวิต
‘เซียวจิ่งถิง หลิวซือซือ หากชาติหน้ามีจริง ข้าจะคืนทุกหยาดโลหิตให้กับเจ้า!’
เปรี้ยง!!
สายอสนีบาตฟาดลงมาต้นไม้ที่เคยยืนต้น พลันหักโคน คร่อมทับร่างไร้ลมหายของอดีตพระชายา ราวกับว่าพวกมันกำลังแผ่กิ่งก้านปกป้องร่างของนางเอาไว้
สายฝนโหมกระหน่ำราวกับรับรู้การจากไปของคนที่ไม่สมควร ร่างโปร่งแสงของนางหลุดออกจากร่าง พลางกรีดร้องอย่างโหยหวน
“ข้าไม่ยอม! ข้าไม่ยินดี! ทั้งชีวิตหลี่หมิงซีกินเจ นับถือพุทธองค์ แล้วเหตุใดจึงทำกับข้าเช่นนี้ ทำดีไม่ได้ดี ทำชั่วกลับได้ดี... ข้าขอสาปแช่งพวกท่านบนสวรรค์ ให้พวกท่านได้รู้สึกเช่นที่ข้าเป็น สวรรค์ไม่ยุติธรรม ข้าไม่ยอม เทพซือมิ่งหากท่านเขียนชะตาไม่เป็นก็ลงมาเกิดใหม่ ให้ข้าลิขิตชีวิตท่านบ้าง ข้าเกลียดสวรรค์”
เปรี้ยง!!
“น่าสนใจยิ่งนัก... วิญญาณตัวน้อย เจ้าคิดว่าข้าไม่ยุติธรรมหรือ”
สุรเสียงที่อ่อนหวานทว่าทรงอำนาจดังมาจากฟากฟ้าเบื้องบน ท่ามกลางความมืดมิดและพายุฝนที่บ้าคลั่ง ปรากฏแสงสีทองสว่างลอยลงมาช้าๆ เพียงชั่วพริบตานั้น หญิงสาวผู้มีใบหน้างดงาม ริมฝีปากประดับไปด้วยรอยยิ้ม ก็ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าดวงวิญญาณที่กำลังแตกซ่านของหลี่หมิงซี
“ท่านเป็นใคร...” นางกรีดร้องตะโกนถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“ก็มิใช่ว่าเจ้าเรียกหาข้าหรอกหรือ ดวงวิญญาณมนุษย์ผู้ต่ำต้อย... ช่างบังอาจนักที่กล้าชี้หน้าด่าทอเทพซือมิ่งเช่นข้า ตั้งแต่ข้ารับตำแหน่งเทพดารา เจ้าเป็นคนแรกที่ท้าทายข้า” น้ำเสียงหวานใสทว่าสั่นสะท้านไปทั่วทั้งสวรรค์
“ในเมื่อเจ้าคิดว่าข้ากลั่นแกล้ง ในเมื่อเจ้าคิดว่าจะลิขิตชีวิตตนเองใหม่ เช่นนั้นก็ย่อมได้... ดวงวิญญาณต่ำต้อยเอ๋ย เจ้ากล้าพนันกับข้าหรือไม่”
เทพซือมิ่งหาได้มีความโกรธแค้น นางเพียงแค่รู้สึกสนใจเท่านั้น หลายพันปีมาแล้ว ไม่มีผู้ใดกล้าต่อว่านางเขียนชะตาผิด มีเพียงสตรีผู้นี้เท่านั้นที่กล้า
“พนันสิ่งใด!” หลี่หมิงซีเค้นเสียงถาม
“พนันด้วยวิญญาณของเจ้า หลี่หมิงซี... เจ้าจงกลับไป ลิขิตชีวิตตนเองเสียใหม่ หากเส้นทางชีวิตเจ้ายังคงจบลงเช่นเดิม เช่นนั้นก็นับว่าเจ้าแพ้แล้ว หลังจากนั้นวิญญาณของเจ้าจะถูกจองจำ ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดอีกต่อไป... แต่หากเจ้าเปลี่ยนโชคชะตาได้”
เงาร่างงดงามลอยขึ้นไปบนฟากฟ้า ก่อนจะค่อยๆ เลือนหายไปในกลุ่มก้อนเมฆ ทิ้งไว้เพียงสุรเสียงกังวานก้องที่สลักลึกลงในแก่นวิญญาณ
“ข้า... เทพดาราซือมิ่ง จะก้มหัวขอโทษเจ้า!”
************************
ตอนที่ 70 ยาขับเลือด“เตรียมน้ำ!” หลี่หมิงซีเดินกลับมาถึงเรือน ก็รีบสั่งให้สาวใช้เตรียมน้ำให้อาบทันทีร่างกายนางเหนียวเหนอะหนะไปหมด นึกแล้วก็อดโมโหตนเองไม่ได้ เหตุใดกันทุกครั้งที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของเจ้าคนชั่วนั้น นางจึงขัดขืนไม่เคยได้ราวกับร่างกายไม่รักดีของนาง ชื่นชอบสัมผัสของเขาเป็นพิเศษ‘เจ้าแน่ใจหรือว่า หากข้าให้เจ้าเกิดใหม่ เจ้าจะเปลี่ยนวาสนาด้ายแดงของเฒ่าจันทราได้’หลี่หมิงซีหลับตาลง ดอกเหมยบนข้อมือเต้นตุบ ๆ ราวกับมีชีวิต เสียงของเทพซือมิ่งดังก้องในหัวอีกแล้ว“มั่นใจ ข้ามั่นใจ!”หญิงสาวดำดิ่งลงไปใต้ถังน้ำ ปล่อยให้ความคิดหลั่งไหล หลังจากชำระล้างร่างกายและผลัดเปลี่ยนเป็นอาภรณ์ชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว หลี่หมิงซีก็เอนกายลงบนตั่งตัวยาว แม่นมที่รอจังหวะอยู่ก่อนแล้ว รีบก้าวเข้ามายื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้ผู้เป็นนาย“อะไรหรือ”“อู๋ถงส่งมาเจ้าค่ะ”นางรับมาเปิดอ่าน ก่อนจะผุดลุกขึ้นจากตั่ง ริมฝีปากนางเหยียดยิ้มออกมา“แม่นม ท่านเตรียมยาห้ามครรภ์ไว้ให้ข้า ประเดี๋ยวข้ากลับมา” นางรับเสื้อคลุมตัวนอกมาจากแม่นมชรา ก่อนจะพาชิงจู๋เดินไปที่คอกม้าอู๋ถงเห็นคุณหนูตนเองเดินเข้ามา ก็รีบจูงม้าเข้ามาหา พลางคุกเข
ตอนที่ 69 ข้าเจ็บแผลเมื่อลงจากรถม้า หลี่หมิงซีก็รีบเดินกลับเรือนของตนเอง ทิ้งให้เซียวจิ่งถิงเผชิญหน้ากับหลิวซือซือที่เอนกายเข้ามาหาพร้อมน้ำตาครั้นเห็นบาดแผลบนกายสวามี ชายารองหลิวก็ร้องไห้จนแทบขาดใจ หลี่หมิงซีอดจะนับถืออีกฝ่ายไม่ได้ คนอะไรร้องไห้ก็ยังน่าดู หลิวซือซือยื่นมือไปจับสาบเสื้อจิ้งอ๋อง ทว่าเมื่อนางได้กลิ่นอะไรบางอย่างมือก็ชะงักนิ่ง ก่อนจะช้อนสายตามองสวามีด้วยดวงตาตัดพ้อ“ท่านอ๋อง แม้กระทั่งในรถม้าพระองค์ยัง...”“ไม่ใช่เรื่องของเจ้า!” เซียวจิ่งถิงตัดวาจาก่อนที่นางจะเอ่ยจบ พลางดันหญิงสาวให้ถอยห่างออกไปแม้จะพูดไม่จบ ทว่าทุกคนในที่นี้ต่างก็ไม่ใช่คนโง่ย่อมรู้ดีว่าบนรถม้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น มิน่าเล่าพระชายาถึงได้รีบร้อนกลับเรือนไป ฟู่กงกงยิ้มจนหน้าบาน ดูท่าท่านอ๋องน้อยจะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว“ท่านอ๋อง ซือซือผิดไปแล้ว ซือซือเพียงเป็นห่วงท่านมาก ได้ยินว่าท่านอ๋องได้รับบาดเจ็บ รู้หรือไม่หัวใจของหม่อมฉันแทบขาด” นางยื่นมือไปจับอีกฝ่ายอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความปวดใจ“อื้ม... ข้ารู้แล้ว”“ซือซือเตรียมน้ำแกงไก่ดำตุ๋นตังกุยเอาไว้ ท่านอ๋องเสด็จไปชิมได้หรือไม่เพคะ”“หม่อมฉันก
ตอนที่ 68 คับแคบไปหน่อย“บอกท่านแม่ด้วย ว่าง ๆ ข้าจะไปหาท่าน”เห็นหลี่หมิงเวยพยักหน้าแล้ว หลี่หมิงซีก็ปิดผ้าม่านลง บรรยากาศบนรถม้าเงียบเชียบเช่นเดียวกับขาไป เซียวจิ่งถิงเอนกายพิงพนัก หลับตาลง ทว่าหัวคิ้วก็ขมวดเข้าหากันแน่น“เจ็บหรือเพคะ”“ตึง ๆ มากกว่า” เขาตอบโดยที่ไม่ได้ลืมตาจากนั้นทั้งสองก็เงียบลงไปอีกครั้ง“เจ้าไม่อยากให้พี่รองแต่งกับสิบสี่หรือ”“ท่านอ๋องก็ตรัสเองมิใช่หรือเพคะ ว่ามารดาของนางเคยวางยาเสด็จแม่” หลี่หมิงซีเอ่ยเสียงเรียบ “มารดาเป็นเช่นไร บุตรดีย่อมเป็นเช่นนั้น ยิ่งมีหลินกุ้ยเฟยเป็นผู้เลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังเยาว์ องค์หญิงสิบสี่ย่อมถูกฟูมฟักให้เป็นหมากตัวหนึ่ง ดีไม่ดี... การแต่งงานครั้งนี้อาจมิใช่การเชื่อมวาสนา แต่เป็นการผูกชะตาแค้นมากกว่า”“ก็จริง หลินกุ้ยเฟยกับอวี้อ๋องต้องการสิ่งที่ไม่ใช่ของตนเอง นางตั้งใจส่งเจ้าสิบสี่เข้ามาอยู่ข้างกายพี่รอง คงต้องการสอดแนม”เรื่องนี้หลี่หมิงซีก็ย่อมรู้ ทว่าชาติก่อนไม่มีเรื่องเหล่านี้ หรือว่านี่จะเป็นการขยับปีกของผีเสื้อ หรือเพราะตัวนางแทรกแซงดวงชะตา จึงทำให้ทุกอย่างไม่เป็นเช่นเดิม หญิงสาวยกข้อมือตนเองขึ้นดู ปานดอกเหมยยังคงเด่นชัดนั่นน่ะ
ตอนที่ 67 สมรสพระราชทานงานล่าสัตว์จบลงโดยที่ไม่มีพระโอรสทั้งสามเข้าร่วม องค์ชายเก้าก็ยังเด็กเกินไป จึงได้แต่ติดตามดูอยู่ห่าง ๆ เท่านั้นและผู้ชนะในการล่าสัตว์ปีนี้ก็เป็นของคุณชายรอง หลี่หมิงเวย ผู้ที่ใคร ๆ ต่างก็คาดไม่ถึง หลี่หมิงซีเดินยิ้มเข้าไปหาพี่รองของนางด้วยความดีใจ“ยินดีกับพี่รองด้วยเจ้าค่ะ”“ขอบใจเจ้ามาก แต่ที่ข้าชนะนั้นก็เพราะจิ้งอ๋องมิได้ลงสนาม หากปีนี้ท่านอ๋องไม่ได้บาดเจ็บ มีหรือชัยชนะนี้จะเป็นของข้า”“พี่รองถ่อมตัวเกินไปแล้ว ฝีมือยิงธนูของท่านก็ไม่เป็นรองผู้ใด บางทีพี่ใหญ่ก็สู้ท่านไม่ได้ด้วยซ้ำ” นางขยิบตาอย่างซุกซน ที่พี่ใหญ่ของนางสู้ไม่ได้ นั่นเพราะพี่ใหญ่ถนัดวิชาหอกทวนมากกว่าในระหว่างที่สองพี่น้องกำลังหยอกล้อกันอยู่ เจิ้งกงกงก็ก้าวออกมาเบื้องหน้าลานกว้าง พร้อมกับถือม้วนราชโองการและของรางวัล“ฝ่าบาทมีรับสั่ง! ผู้ชนะเลิศในงานล่าสัตว์ปีนี้ คุณชายรองหลี่หมิงเวย ได้รับประทานคันธนูจินหลงจากคลังหลวง และทองคำร้อยชั่ง อีกทั้ง... ประทานสมรสกับองค์หญิงสิบสี่!”สีหน้าของหลี่หมิงซีพลันเปลี่ยนไปในพริบตา นางกำลังจะก้าวไปคัดค้าน ทว่าก็ถูกมือหนากุมเอาไว้เสียก่อน“อย่า!” เสียงเข้มเอ่ยห












ความคิดเห็น