Masuk‘แกร๊ก’
เมลเดินก้าวเท้าออกมาจากห้องน้ำ ร่างกายของเธอยังคงแพรวพราวไปด้วยหยาดน้ำ เกาะพราวตามผิวเนียนละเอียด ทั่วทั้งร่างมีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนสีขาวสะอาด พันกายเอาไว้แบบหมิ่นเหม่ ปมผ้าถูกขมวดไว้เหนือทรวงอกอวบอิ่มที่เบียดชิดจนเห็นร่องอกลึกชัดเจน ความยาวของผ้าเช็ดตัวสั้นเพียงต้นขา เผยให้เห็นเรียวขาขาวผ่องกับไหล่มนที่ยังชื้นไปด้วยหยดน้ำ
หญิงสาวกำลังยกมือเช็ดปลายผมลวกๆ ก่อนจะชะงักค้างทันทีเมื่อเงยหน้าขึ้น สายตาของเธอสบเข้ากับผู้ชายตัวสูงที่ยืนอยู่ปลายเตียงพอดี
“….”
“….”
ทั้งห้องเงียบสนิท ภาคินยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ดวงตาคมเข้มมองเธอเต็มๆ อย่างไม่ทันตั้งตัว ส่วนเมลก็เหมือนสมองหยุดทำงานไปแล้วเช่นกัน
วินาทีถัดมา
“เชี่ย!!! กรี๊ดดด...อื้อออ!”
ยังไม่ทันที่เสียงกรีดร้องจะหลุดออกไปจริงๆ ภาคินที่ตั้งสติได้ก่อนก็รีบก้าวพรวดเข้ามาทันที มือหนายกขึ้นปิดปากเธอไว้แทบจะอัตโนมัติ แรงพุ่งเข้าหากันทำให้แผ่นหลังของเมลแนบชิดผนังด้านข้างห้องน้ำอย่างจัง
“ชู่ว! เดี๋ยวพี่เคนได้ยิน!”
“อื้ออ!!”
เมลดายังดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนเขา ดวงตาเรียวเบิกกว้างด้วยทั้งความตกใจและความอาย มือเล็กฟาดลงบนอกเปลือยของภาคินอีกทีอย่างแรง
‘ปึก!’
“โอเคๆ…”
ชายหนุ่มรีบพูดเสียงต่ำ พลางก้มหน้าเข้ามาใกล้อีกนิดเหมือนกลัวเธอจะเผลอกรี๊ดอีกรอบ
“เดี๋ยวผมปล่อย”
“…!”
“แต่พี่สัญญาก่อนว่าจะไม่ร้องแล้ว”
เมลถลึงตาใส่เขาทันที ใบหน้าแดงลามไปถึงหูหมดแล้วตอนนี้
ภาคินเม้มปากเบาๆ ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่แววตากลับกวนประสาทอย่างเห็นได้ชัด
“พี่คง...ไม่อยากให้พี่เคนออกมาเห็นเราสองคนอยู่ในสภาพนี้หรอก…ใช่ไหม”
“!!!”
ประโยคนั้นทำเอาเมลชะงักทันที สมองเธอเพิ่งประมวลผลภาพตัวเองในตอนนี้ได้ครบ ผ้าเช็ดตัวหมิ่นเหม่ ตัวเปียก ส่วนไอ้บ้านี่ก็ไม่ใส่เสื้อ
ถ้าเคนเปิดประตูเข้ามาเห็นตอนนี้…
“อื้อ!”
หญิงสาวรีบพยักหน้ารัวทันทีอย่างยอมแพ้
ภาคินมองท่าทางนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนค่อยๆ ปล่อยมือออกจากปากเธอช้าๆ แต่ยังยืนขวางอยู่ตรงหน้าเหมือนเดิม เขายืนใกล้จนเมลต้องเงยหน้ามองเขาแล้วนั่นยิ่งทำให้เธอสติแตกกว่าเดิมอีก เพราะตอนนี้ตัวเขาสูงกว่าเธอเยอะมาก แผงอกแน่นๆ อยู่ห่างจากหน้าเธอไม่ถึงคืบด้วยซ้ำ เมลเบิกตาโพลงทันที ร่างกายทั้งตัวแข็งทื่อไปหมดจากความตกใจ
ใกล้เกินไป…ใกล้จนเธอรับรู้ได้ถึงไอร้อนจากตัวเขา กลิ่นสบู่จางๆ ปะปนกับกลิ่นเหงื่อสะอาดแบบผู้ชายลอยเข้ามาแตะปลายจมูกเต็มๆ
ที่สำคัญ…
‘ไอ้บ้านี่ไม่ใส่เสื้อ!’
พอได้สติ มืออีกข้างของเมลก็รีบคว้าปมผ้าเช็ดตัวเอาไว้แน่น เพราะตอนโดนดันเข้าผนัง ผ้าเช็ดตัวแทบเลื่อนหลุดลงมาอยู่แล้ว ส่วนมืออีกข้างก็ฟาดลงบนอกเขาแรงๆ ทันที
‘ปึก!’
“โอ๊ย…”
ภาคินหลุดอุทานเสียงแผ่วในลำคอ
ดวงตาคมเข้มก้มมองใบหน้าสวยคมที่บัดนี้ขึ้นสีแดงจัดจ้านในระยะห่างเพียงไม่ถึงคืบ เขาจำเธอได้ในแวบแรกทันที ถึงได้พุ่งเข้ามาปิดปากเธอ
‘พี่เมล... เพื่อนสนิทพี่เคน’
ผู้หญิงคนเดียวกับที่ชอบโผล่มาวาดลวดลายด่ากราดช่างในไซต์งาน เสียงดังลั่นคลิปสตอรี่ไอจีของพี่ชายเขาแทบทุกวัน ภาพจำของอินทีเรียสาวมาดเซอร์ ปากจัด ท่าทางลุยๆ แข็งกร้าวไม่ต่างจากผู้ชาย ถูกลบหายไปในวินาทีนั้นเอง เมื่อเขาเผลอกวาดสายตามองคนตรงหน้าเต็มๆ ตาอีกครั้งในระยะประชิด
ภายใต้แสงไฟสลัวของห้องนอน ผิวเนียนละเอียดตรงช่วงไหล่มนและลำคอระหงของเธอขาวผ่องจัดจนเกือบสะท้อนแสง หยดน้ำอุ่นๆ ที่ยังเช็ดไม่แห้งสนิทเกาะพราวอยู่ตามผิวเนื้อ ค่อยๆ ไหลซึมผ่านร่องไหปลาร้าลงสู่เบื้องล่างอย่างเชื่องช้า เส้นผมสีดำสนิทเปียกชื้นล้อมกรอบใบหน้าหวานที่กำลังตื่นตระหนก ไอความร้อนจากร่างกายของเธอที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ผสมกับกลิ่นครีมอาบน้ำละมุนอ่อนๆ ลอยคลุ้งเตะจมูกโชยขึ้นมา จนคนตัวสูงกว่าเผลอสูดหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว
แต่สิ่งที่ทำให้เด็กหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆ ถึงกับลำคอแห้งผาก ลมหายใจสะดุดกึก คือผ้าเช็ดตัวผืนหนาสีขาวที่พันอยู่รอบกายเธออย่างหมิ่นเหม่ ปมผ้าที่รัดรึงอยู่เหนือทรวงอกอวบอิ่มบดเบียดเนื้อนุ่มจนเห็นร่องอกลึกแน่นขนัดชัดเจน ยิ่งจังหวะที่เธอหอบหายใจถี่ ทรวงอกคู่งามก็ยิ่งกระเพื่อมไหวล่อสายตาอย่างร้ายกาจ แถมความยาวของผ้ายังสั้นกุดจนเปิดเปลือยโคนขาขาวผ่องและเรียวขาสวยสลวย
สายตาของภาคินเลื่อนกลับขึ้นมาสบประสานกับดวงตาเรียวที่กำลังสั่นระริก สัญชาตญาณความดิบในกายของชายหนุ่มเริ่มสูบฉีดจนหน้าร้อนผ่าว ภาคินกลืนน้ำลายลงคอช้าๆ ลูกกระเดือกขยับแรง ดวงตาคมยังคงจับอยู่ที่ผู้หญิงตรงหน้าอย่างเผลอตัว ในหัวของเขาตอนนี้วุ่นวายไปหมด
“…พี่เมล?” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาหลุดออกมาอย่างไม่แน่ใจนัก
เมลเบิกตาใส่ผู้ชายตรงหน้าทันที สมองเหมือนค่อยๆ ดึงภาพบางอย่างจากความทรงจำขึ้นมาทีละนิด เด็กมัธยมปลายหน้ากวนที่ชอบเดินผ่านเธอแบบไม่ค่อยสนโลก แต่ผู้ชายตรงหน้าตอนนี้…ต่างจากภาพจำเดิมไปไกลเกินไปมาก
ทั้งความสูง ไหล่กว้าง โครงหน้าคมชัด แล้วก็สายตาที่มองเธอนิ่งๆ อยู่ตอนนี้ มันทำให้หัวใจของเมลกระตุกวูบอย่างไม่มีเหตุผล
หญิงสาวกะพริบตาถี่ๆ อย่างพยายามเรียกสติตัวเองกลับมา ก่อนหลุดถามออกไปเสียงเบา
“…นาย อย่าบอกนะว่าคือภาคิน?”
ภาคินชะงักไปนิดหนึ่งเหมือนขำในปฏิกิริยาของเธอ ก่อนมุมปากจะยกขึ้นช้าๆ
“ครับ”
เสียงทุ้มต่ำตอบกลับสั้นๆ แล้วรอยยิ้มกวนๆ แบบคุ้นตาก็โผล่ขึ้นมาบนใบหน้าหล่อคมนั่นทันที
“ตกใจขนาดนั้นเลยเหรอครับ”
เมลนิ่งไปอีกวินาที
‘ตกใจสิ!’
ใครจะไปคิดว่าเด็กมัธยมปลายตัวผอมแห้งสูงโย่งในวันนั้น จะโตขึ้นมาเป็นผู้ชายที่หล่อฉิบหายในวันนี้ แถมตอนนี้ยังยืนถอดเสื้ออยู่ตรงหน้าเธออีกต่างหาก ยิ่งอยู่ใกล้กันแบบนี้ เธอยิ่งเห็นชัดว่าภาคินไม่ได้ดูเป็นเด็กคนเดิมเลยสักนิด ไหล่ของเขากว้างขึ้นมาก แผ่นอกแน่น กล้ามท้องเป็นลอนชัดแบบคนดูแลร่างกายสม่ำเสมอ ไหนจะช่วงแขนที่ขึ้นเส้นบางๆ กับเอวสอบใต้แสงไฟในห้องอีก ทุกอย่างบนตัวเขาดูโตขึ้น แข็งแรงขึ้น และอันตรายต่อสติของเธอขึ้นอย่างไม่ควรให้อภัย
กล้ามแขนที่จับเธอไว้เมื่อครู่ยังขึ้นเส้นชัดๆ แผ่นอกแน่นกับซิกแพคใต้แสงไฟยิ่งทำให้เธอต้องรีบเบนสายตาหนีแทบไม่ทัน
‘เดี๋ยวนะ แกกำลังมองอะไรอยู่เนี่ย?! อีเมล สติ!!’
เมลรีบดึงสติกลับมา ก่อนถลึงตาใส่เขาทันที
“แล้วนายเข้ามาเงียบๆ ทำไม!”
ภาคินเลิกคิ้วขึ้นนิดๆ อย่างคนโดนกล่าวหา
“ก็ห้องผม…”
เมลอ้าปากค้างไปทันที
‘ใช่…ห้องมัน’
แล้วคนที่กำลังนุ่งผ้าเช็ดตัวอยู่กลางห้องผู้ชายตอนนี้ก็คือเธอเอง ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะ ก่อนเมลจะเริ่มรู้สึกถึงสถานการณ์บัดซบทั้งหมดพร้อมกันในทีเดียว
ทั้งตัวเปียก ผ้าเช็ดตัวก็แทบจะหลุด
ส่วนภาคินก็ยืนถอดเสื้ออยู่ใกล้เกินไปจนเธอแทบหายใจไม่ทั่วท้อง ที่สำคัญมือของเขายังวางอยู่ข้างแก้มเธอเพราะตอนเอื้อมมาปิดปากเมื่อกี้อีก
เมลรีบเบี่ยงหน้าหนีทันที
“…ปล่อยก่อน”
ภาคินชะงักเหมือนเพิ่งรู้ตัว ปลายนิ้วที่แตะอยู่ข้างแก้มเธอคลายออกช้าๆ ก่อนมือหนาจะลดลงข้างลำตัวอย่างเก้อๆ ดวงตาคมเหลือบมองปมผ้าเช็ดตัวที่เธอกำไว้แน่น ตามด้วยท่าทางเกร็งจนแทบไม่กล้าขยับของหญิงสาว แล้วรีบถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวทันที
“ขอโทษครับ”
เขายกมือขึ้นเล็กน้อยเหมือนจะแสดงให้เห็นว่าไม่ได้ตั้งใจเข้าใกล้เธอมากกว่านั้น ก่อนเบี่ยงสายตาไปทางอื่นอย่างรู้มารยาท ทั้งที่ใบหูเริ่มขึ้นสีจางๆ อย่างควบคุมไม่อยู่
พอระยะห่างมากขึ้น เมลถึงค่อยหายใจได้สะดวกขึ้นนิดหน่อย แต่หน้าเธอยังร้อนฉ่า ไม่หยุดอยู่ดี
หญิงสาวรีบดึงผ้าเช็ดตัวขึ้นสูงกว่าเดิม ก่อนถลึงตาใส่เขาอย่างพยายามรักษาฟอร์ม
“แล้วนายกลับมาทำไม ไหนไอ้เคนบอกว่าวันนี้ไม่กลับ”
“กลับมาเอาของครับ”
“…”
“ผมก็ไม่คิดว่าจะมีคนอยู่ในห้องเหมือนกัน”
เมลเม้มปากทันที
‘ก็จริงอีก’
แล้วนั่นยิ่งทำให้เธออายหนักกว่าเดิม เพราะถ้ามองจากมุมภาคิน ตอนเปิดประตูเข้ามาเจอคงแทบหัวใจวายเหมือนกัน
สายตาของเธอเผลอเหลือบไปมองแผ่นอกเปลือยตรงหน้าอีกครั้งโดยไม่ตั้งใจ ก่อนจะรีบเบนหนีแทบไม่ทันเมื่อจับได้ว่าภาคินกำลังมองอยู่ มุมปากของชายหนุ่มกระตุกขึ้นนิดๆ ทันที
“…พี่แอบมองผมเหรอ”
“ใครมอง!”
เมลสวนกลับทันที หน้าแดงกว่าเดิมอีกหลายระดับ ภาคินหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ครั้งแรกตั้งแต่เข้าห้องมา เสียงทุ้มต่ำของเขาฟังดูขำจริงๆ ไม่ได้กวนแบบจงใจ
“โอเคครับ ไม่มองก็ไม่มอง”
“แล้วก็ใส่เสื้อเดี๋ยวนี้เลย! มายืนถอดเสื้อไม่อายหรือไง”
“พี่ก็ใส่เสื้อผ้าก่อนเหมือนกันครับ…มายืนนุ่งผ้าเช็ดตัวแบบนี้”
สายตาคมของเขากวาดมองเธอแวบหนึ่ง ก่อนพูดต่อเสียงเรียบ
“…ผมไม่เด็กแล้วนะ”
“!!!”
เมลชี้หน้าเขาทันที
“ภาคิน!”
ชายหนุ่มหัวเราะอีกครั้ง ก่อนยกสองมือขึ้นเหมือนยอมแพ้ แต่สายตายังมองเธอไม่ละไปไหนและนั่นยิ่งทำให้เมลเริ่มรู้สึกว่า…คืนนี้มันบัดซบจริงๆ
บทที่ 76 ก็ถ้าฉันไม่มา จะมีใครลากนายมาได้ล่ะข้อความจาก 'ภาคิน' เด้งขึ้นบนหน้าจอ[Phakin: ผมถึงคณะแล้วครับ]เมลมองข้อความนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพิมพ์ตอบกลับไป[Mel: สติกเกอร์โอเค][Phakin: อย่าลืมรางวัลของผมนะครับ][Mel: ไว้สอบผ่านก่อนค่อยมาทวง][Phakin: ครับ ผมจะรีบสอบให้ผ่าน แล้วกลับมาทวงรางวัลจากพี่นะครับ]เมลอ่านแล้วเผลอยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่[Mel: ตั้งใจสอบนะ][Phakin: ครับ...ตื่นเต้นจัง][Mel: ไม่ต้องตื่นเต้น ทำดีที่สุดพอ][Phakin: ผมทำดีที่สุดแน่นอนครับ เพราะอยากให้พี่ภูมิใจ]เมลวางโทรศัพท์ลงข้างโน้ตบุ๊ก หัวใจเต้นแรงขึ้นมาจนเจ้าตัวต้องแอบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติกลับมาที่งานตรงหน้าการสอบวันนี้ไม่ใช่การสอบรวมทั้งสาขา แต่แบ่งนักศึกษาออกเป็นกลุ่มตามสตูดิโอและอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อใช้ห้องสอบวิจารณ์ผลงานหรือที่เด็กสถาปัตย์เรียกติดปากว่า "ห้องจูรี่" (Jury Room) ซึ่งเป็นสนามรบขนาดย่อมที่นักศึกษาต้องเอาผลงานมา "ดีเฟ้น" ต่อหน้าคณะกรรมการกลุ่มของภาคินมีสิบเอ็ดคน แต่ละคนได้เวลาพรีเซนต์คนละยี่สิบถึงสามสิบนาที บวกกับช่วงตอบคำถามหินๆ จากกรรมการ รวมเบ็ดเสร็จเฉลี่ยคนละสี่สิบห้านาที ขึ
บทที่ 75 เหมือนภรรยาจัดปกเสื้อให้สามีก่อนไปทำงาน“เดี๋ยวผมนอนห้องพี่เคนเองครับ” ภาคินตอบนิ่งๆ ทิ้งให้เมลยืนใบ้กิน โดยมีกะทิบนตักเขาส่งเสียงครางครืดเหมือนเห็นดีเห็นงามด้วย“แต่นั่นห้องนาย”“ครับ แต่พี่เหนื่อยแล้ว ผมย้ายง่ายกว่า”เหตุผลเรียบง่ายจนเธอเถียงไม่ออก สุดท้ายทำได้แค่กอดอกเบือนหน้าหนี“ก็ตามใจแล้วกัน”เธอย่อตัวลงอุ้มเจ้าแมวอ้วนขึ้นมา กะทิส่งเสียงงึมงัมบ่นที่ถูกขัดจังหวะนอน“ไปนอนในห้องกันลูก”ภาคินมองตามหลังร่างบางด้วยสายตากรุ่มกริ่ม ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาลอยๆ“อยากเป็นกะทิจัง”เมลหันขวับทันควัน“เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ”“เปล่าครับ แค่คิดว่ากะทิโชคดี...” ชายหนุ่มส่งยิ้ม สายตาคมกริบแพรวพราว มองเธออย่างเปิดเผยโดยไม่คิดจะกั๊ก“...ได้นอนกอดพี่ทั้งคืน”“ภาคิน...นายอยากโดนตีสักทีหรือไง”แทนที่จะสลด ภาคินกลับยิ้มกริ่ม เขาก้าวเข้ามาประชิดอย่างถือดี ก่อนจะก้มลงมาใกล้...ปลายจมูกแทบชนพวงแก้มที่เริ่มขึ้นสี แล้วกระซิบชิดใบหูด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม“ยอมให้ตีครับ...แต่ตีเสร็จแล้ว พี่ต้องยอมให้ผมนอนด้วยนะ”ลมหายใจอุ่นผ่าวรดข้างหูทำเอาหัวใจกระตุกวูบ เลือดฉีดขึ้นหน้าจนตัวเกร็งไปหมด“คิน!”เธอรีบถอยหนีหนึ่งก
บทที่ 74 มึงเลิกเพ้อเจ้อได้แล้วตลอดทางกลับคอนโด เมลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กกรุ๊ปงานเป็นระยะ ข้อความยังทยอยเด้งเข้ามาเรื่อยๆ แต่ไม่มีเรื่องเร่งด่วน ส่วนธามก็เงียบไปแล้ว ซึ่งสำหรับเธอ...นั่นคือข่าวดีที่สุดของวันนี้พอกลับถึงคอนโด เสียงกระดิ่งจากปลอกคอกะทิก็ดังขึ้นทันทีที่เปิดประตู แมวส้มตัวอ้วนเดินมาหา หางชี้โด่ หน้าตาบูดบึ้งราวกับถูกเจ้าของทิ้งไปหลายวัน ทั้งที่จริงเพิ่งหายไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง“ว่าไงลูก” เมลย่อตัวลงลูบหัว“พ่อแกหนีไปเชียงใหม่แล้วนะ เหลือแค่เราแล้วเนี่ย”“เมี้ยว~” กะทิร้องเสียงยาวเหมือนกำลังฟ้อง“พี่เคนไม่อยู่ วันแรกก็งอแงเลยเหรอ”เจ้าส้มสะบัดหางใส่เขาทีหนึ่ง ก่อนเดินไปคลอเคลียถูขาเมลอย่างออดอ้อน เมลหัวเราะเบาๆ แล้วย่อตัวลงเกาโคนคางให้ กะทิถึงกับหลับตาพริ้ม ส่งเสียงครืดๆ ในคออย่างพออกพอใจ“ขี้อ้อนจริงๆ เลย ไอ้อ้วน”ภาคินมองภาพนั้นแล้วหัวเราะเบาๆ เมลเล่นกับแมวได้แค่ครู่เดียว ความเงียบในห้องที่ไร้เงาเคนก็เริ่มทำงานวันนี้เป็นวันแรกที่เธอต้องอยู่กับภาคินกันสองคน...แล้วบรรยากาศแปลกๆ ที่ชวนประหม่าก็เริ่มปกคลุมจนเมลทำตัวไม่ถูกเธอลุกขึ้นยืนทันที“ฉันไปอาบน้ำก่อน”“ครับ”เธอหมุนตั
บทที่ 73 เป็นอะไรก็ได้ครับ...ขอแค่มีคำว่าของพี่ต่อท้ายก็พอเมลถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยเล่า“มันเข้ามาจีบฉันตอนใกล้เรียนจบ...”เมื่อเห็นว่าเธอเริ่มยอมเปิดใจ ภาคินจึงนิ่งฟังโดยไม่พูดขัด“ตอนนั้นฉันกำลังทะเลาะกับแม่หนักมาก”นิ้วเรียวของเมลไล้ไปตามขอบแก้วน้ำช้าๆ เหมือนกำลังเรียบเรียงคำพูดในหัว ไม่ให้มันฟังดูน่าสมเพชจนเกินไป“แม่ฉันอยู่ต่างประเทศ เขามีสามีใหม่ มีลูกใหม่...หน้าที่แม่ของเขาคือการโอนเงินให้ฉันทุกเดือน เงินน่ะมีใช้ไม่เคยขาดหรอก แต่มันไม่เคยซื้อความรู้สึกว่าฉันยังมีใครสักคนได้เลย”เธอหัวเราะเบาๆ ทว่าน้ำเสียงกลับแห้งผากยิ่งกว่าเดิม“ตอนนั้นใกล้เรียนจบ...แม่เคยสัญญาว่าจะบินกลับมางานรับปริญญาฉัน ฉันไม่ได้หวังให้เขามาอยู่ปราบปลื้มอะไรมากมายหรอกนะ แค่อยากถ่ายรูปคู่กันสักรูป...ตั้งแต่จำความได้ ฉันไม่เคยมีรูปถ่ายคู่กับแม่เลยสักใบเดียว”เธอหยุดไปนิด นัยน์ตาสั่นคลอนเล็กน้อยก่อนจะบังคับให้มันกลับมาเรียบตึงตามเดิม“แค่รูปเดียว...วันนั้นฉันขอแค่นั้นจริงๆ”เมลหลุบตาลงมองแก้วน้ำตรงหน้า“แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้มา...แล้วหลังจากนั้น ก็เหมือนแม่จะค่อยๆ ตัดฉันออกจากชีวิตไป เพราะฝั่งสามีใหม่เขาไ
บทที่ 72 ผมอยากได้โอกาส“พี่เก่งมากครับ”คำชมตรงๆ ทำเอาเมลที่กำลังจะยกน้ำขึ้นดื่มหยุดมือชะงัก เธอเงยหน้ามองคนพูดทันที“ชมบ่อยไปแล้วนะวันนี้”“ก็มันจริงนี่ครับ”เมลกลอกตาเบาๆ กลบความอุ่นวาบที่เริ่มแล่นขึ้นมาในอก“ชมมากๆ ฉันไม่มีค่าแรงให้หรอกนะ”“ผมไม่ได้อยากได้ค่าแรง”ภาคินโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามานิดหนึ่ง นัยน์ตาแพรวพราวสบตาเธอนิ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มต่ำ ทิ้งจังหวะการเว้นวรรคหนักเบาได้อย่างน่าตี“ผมอยากได้โอกาส...”เขาเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง สายตาเลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากบางของเธอ ชวนให้คนฟังเผลอคิดไปไกลถึงไหนต่อไหน“...ได้กิน”เมลชะงักกึก แก้วน้ำยังค้างอยู่ที่ปาก“...พี่”ประโยคนั้นทำเอาเมลตาโตเท่าไข่ห่าน หัวใจกระตุกวูบ“...หมายถึงกินข้าวกับพี่อีกครับ”“แค่ก! แค่ก! ฮึก...”เมลสำลักน้ำทันทีจนไอออกมาอย่างหนัก หน้าแดงเผือดไปจนถึงใบหู ร้อนถึงภาคินที่ต้องรีบยื่นกระดาษทิชชูให้“กินน้ำดีๆ สิครับ...พี่ใจร้อนไปไหน” ภาคินพูดเสียงนุ่มพลางส่งสายตาหยอกล้อ“ภาคิน!” เมลคว้าทิชชูมาปิดปากพลางถลึงตาใส่เขาอย่างเอาเรื่อง ใบหน้าเห่อร้อนจนแทบไหม้“ภาษาไทยนายมันเป็นอะไร! พูดให้มันต่อกันไม่ได้หรือไง!”จังหว
บทที่ 71 ให้พี่กินผมได้ทั้งตัวเลยครับเมลดามองตรงไปที่เขานิ่งๆ“ไม่ใช่เดี๋ยวค่ะ คุณธาม” เธอเน้นคำอย่างสุภาพ“หน้างานผิดพลาดหลายจุด ถ้าคุณยังใช้คำว่าเดี๋ยวอีก ฉันจะสรุปในรายงานส่งผู้บริหารว่า ปัญหาหลักของไซต์นี้ไม่ใช่เรื่องโครงสร้างที่ซับซ้อน แต่เป็นการประสานงานที่ล่าช้าและไม่มีการแจ้งขออนุมัติแบบก่อนแก้ไข”รอยยิ้มของธามค้างเติ่งไปทันที โฟร์แมนถึงกับก้มหน้าหลบตาลงเหมือนกลัวโดนลูกหลง แต่เมลดา ยังคงรักษารอยยิ้มสุภาพไว้บนใบหน้า“ฉันไม่ได้อยากเขียนรายงานแบบนั้นนะคะ แต่ถ้ามันเป็นข้อเท็จจริง ฉันก็จำเป็นต้องรายงานตามตรง”ธามนิ่งไปเกือบสองวินาที ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ“ครับ คุณเมล ผมจะจัดการให้เสร็จตามเวลาที่แจ้ง”“ขอบคุณค่ะ”คำขอบคุณของเธอเบามาก แต่น้ำเสียงที่นิ่งสนิทกลับทำให้บรรยากาศตรงนั้นเหมือนเพิ่งผ่านพายุลูกใหญ่ไปได้อย่างหวุดหวิด โฟร์แมนรีบหันไปสั่งทีมให้แยกย้ายกันไปดูจุดแก้ไข ส่วนคนงานอีกสองคนก็เริ่มถ่ายรูปหน้างานเก็บรายละเอียดทันที ไม่มีใครกล้าปล่อยเวลาให้ไหลผ่านไปเฉยๆ อีกแล้วหญิงสาวไม่ได้ยืนรอให้ใครพูดอะไรต่อ เธอหมุนตัวเดินออกจากโซนหน้างานทันที โดยมีภาคินเดินตามหลังมาเงียบๆ เสียงสว่าน เส
บทที่ 7 ตอนนี้ไม่ตกใจเลยมั้งเช้าวันต่อมา เมลถูกปลุกด้วยน้ำหนักนุ่มๆ ที่ทับอยู่บนอก เธอลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย ก่อนจะเห็นก้อนขนสีส้มๆ นั่งจ้องหน้าอยู่ในระยะประชิด ดวงตากลมใสของเจ้ากะทิมองเธอนิ่งๆ ราวกับมันตื่นมานานแล้วและกำลังรอให้มนุษย์คนนี้รู้หน้าที่ของตัวเองเสียทีเมลกะพริบตาช้าๆ แล้วถอนหายใจออกมา
บทที่ 6 ลูกกูก็ใจง่ายซะด้วยหญิงสาวถอนหายใจยาว ก่อนเอนตัวพิงโซฟาอย่างหมดแรง คืนเดียวชีวิตเธอเหมือนถูกจับโยนเข้าเครื่องปั่น ทั้งห้องน้ำท่วม เจอน้องชายเพื่อนในสภาพที่ไม่ควรเจอ แล้วยังโดนไอ้เพื่อนตัวดีนั่งล้อไม่หยุดอีกต่างหากเมลยกหมอนขึ้นมากอดแน่นกว่าเดิม พยายามบอกตัวเองให้เลิกคิดถึงเสียงทุ้มต่ำข้างห
บทที่ 5 กูพลาดอะไรไปวะเนี่ยหญิงสาวรีบคว้าชุดนอนบนเตียงขึ้นมากอดไว้แน่น ก่อนถอยหลังกรูดกลับไปทางห้องน้ำทันที ท่าทางลนลานของเธอแทบไม่เหลือเค้าคนที่ปกติคุมไซต์งานทั้งไซต์ด้วยสายตาเดียวอยู่เลย“ห้ามมองนะ!”“ครับ”“แล้วก็หันหน้าไปทางอื่นด้วย!”ภาคินยกมือขึ้นปิดตาตัวเองแบบขำๆ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยอย่างคน
บทที่ 3 บ้านกูเรียกสกปรก“ไอ้ส้มอ้วนขึ้นเยอะเลย...”“เมี้ยววว” แมวสีส้มในอ้อมแขนเคนหันมามองเธอตาแป๋ว ก่อนจะร้องใส่ทันที เหมือนกำลังเถียงว่าไม่ได้อ้วนสักหน่อยเคนหัวเราะ“มันไม่ได้อ้วน ขนมันหนา”“กูเชื่ออยู่หรอก”หญิงสาวยื่นมือไปเกาคางแมวเบาๆ เจ้าก้อนส้มก็หลับตาพริ้มอย่างพอใจทันที จนเธอหลุดยิ้มออกมาอ







