Masuk“ไอ้ส้มอ้วนขึ้นเยอะเลย...”
“เมี้ยววว” แมวสีส้มในอ้อมแขนเคนหันมามองเธอตาแป๋ว ก่อนจะร้องใส่ทันที เหมือนกำลังเถียงว่าไม่ได้อ้วนสักหน่อย
เคนหัวเราะ
“มันไม่ได้อ้วน ขนมันหนา”
“กูเชื่ออยู่หรอก”
หญิงสาวยื่นมือไปเกาคางแมวเบาๆ เจ้าก้อนส้มก็หลับตาพริ้มอย่างพอใจทันที จนเธอหลุดยิ้มออกมาอีกครั้ง
“ยังขี้อ้อนเหมือนเดิมเลย ไม่ได้เจอกันตั้งนาน”
“เออ ช่วงนี้ติดคนฉิบหาย ถ้าไม่มีคนอยู่ห้องมันจะเดินร้องหา”
“ลูกกูเหมือนกู ท่องไว้สิ”
“อ้าว ไอ้เมล”
เคนหัวเราะเล็กน้อย ก่อนปล่อยแมวลงพื้น เจ้าก้อนส้มเดินมาถูขาเมลทันทีเหมือนจำเธอได้ ทั้งที่ไม่ได้เจอกันพักใหญ่แล้ว
หญิงสาวก้มมองมันอยู่พักหนึ่ง ก่อนถอนหายใจเบาๆ อย่างเหนื่อยล้า
“…อย่างน้อยวันนี้กูก็ยังมีแมวมาต้อนรับ”
“แน่นอน ลูกกูรักมึงจะตาย”
“มันรักเพราะกูซื้อขนมให้ทุกครั้งมากกว่า”
เคนเดินนำเข้าห้องไปก่อน พลางโยนกุญแจรถลงบนเคาน์เตอร์ครัวอย่างคุ้นเคย ส่วนเมลก็ลากกระเป๋าเดินทางตามเข้ามาช้าๆ ด้วยสภาพใกล้หมดแบตเต็มที
“เมี้ยว” เจ้าก้อนส้มยังเดินตามติดข้อเท้าเธอไม่ห่าง พลางร้องเบาๆ เป็นระยะเหมือนกำลังต้อนรับแขกใหม่
“ห้องใหม่มึงใหญ่ดีนะ”
เมลพึมพำพลางกวาดตามองไปรอบๆ ห้อง ก่อนสายตาจะหยุดอยู่ที่เสื้อฮู้ดซึ่งพาดมั่วอยู่บนเก้าอี้ เอกสารที่วางเต็มโต๊ะกินข้าวและแก้วกาแฟตรงซิงก์ที่ดูเหมือนถูกเจ้าของลืมทิ้งไว้ตั้งแต่ชาติที่แล้ว
หญิงสาวเงียบไปสองวินาที ก่อนถอนหายใจเบาๆ
“แต่ความรกนี่เหมือนย้ายตามมาจากห้องเก่าเลยว่ะ”
เคนที่เพิ่งวางของลงหันมามองทันที
“อันนี้เรียกปกติ”
“บ้านกูเรียกสกปรก”
“มึงมาพักฟรีอย่าเรื่องมาก นี่ก็สะอาดกว่าตอนกูอยู่คนเดียวอีก”
หญิงสาวหลุดขำออกมาเบาๆ ก่อนถอดรองเท้าทิ้งไว้หน้าประตูอย่างหมดแรง เคนเดินไปหยุดตรงโถงด้านใน ก่อนชี้ไปทางห้องหนึ่ง
“คืนนี้มึงนอนห้องไอ้คินไปก่อนนะ”
เคนพูดหน้าตาเฉยราวกับกำลังบอกให้เธอไปนอนโซฟา ไม่ใช่ห้องน้องชายตัวเอง
เมลชะงักทันที
“ห๊ะ?”
“ห้องมันเตียงใหญ่ แอร์เย็น แล้วก็น่าจะสะอาดกว่าห้องกู”
“เดี๋ยวๆ นั่นห้องน้องมึงนะ”
“เออ ห้องน้องกู ไม่ใช่ห้องผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรม มึงจะตกใจอะไรขนาดนั้น”
เมลถลึงตาใส่ทันที
“ประเด็นคือกูเป็นผู้หญิง แล้วนั่นห้องผู้ชาย ให้กูนอนโซฟายังดีกว่า”
“คืนนี้มันยังไม่กลับ มึงนอนไปก่อน พอมันกลับค่อยว่ากัน”
“แล้วถ้ามันกลับมาตอนกูนอนอยู่ล่ะ”
เคนชะงักไปนิด ก่อนยิ้มกวน
“งั้นมึงก็แนะนำตัวใหม่อีกรอบว่า สวัสดีค่ะ พี่เมลเองจำได้ไหม วันนี้เป็นผู้ประสบภัยห้องน้ำรั่ว ขอใช้เตียงหนึ่งคืน”
“ไอ้เคน!”
เคนหัวเราะออกมาทันทีเมื่อเห็นสีหน้าแทบจะกินหัวเขาของเมล ก่อนรีบยกมือขึ้นอย่างยอมแพ้
“โอ๊ย ล้อเล่นน่า เดี๋ยวกูโทรบอกมันให้ก่อน พอใจยัง”
“เออ โทรเดี๋ยวนี้”
“ครับๆ โทรเดี๋ยวนี้ครับ”
เคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกทันที พลางเดินไปเปิดตู้เย็นหาอะไรดื่มเหมือนเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน
เมลเพียงยืนกอดอกมองอยู่เงียบๆ สีหน้ายังดูไม่ค่อยไว้ใจเท่าไรนัก แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจฟังบทสนทนาทุกคำ เธอแค่ต้องการให้แน่ใจว่าเคนโทรบอกน้องชายแล้วจริงๆ ก็พอ เสียงรอสายดังอยู่ไม่นานก็มีคนรับ
“เออ อยู่ไหน”
เคนใช้ไหล่หนีบโทรศัพท์ไว้กับหู มือก็ยังควานหาอะไรในตู้เย็นไปด้วย
“คืนนี้มึงกลับห้องไหม”
เมลฟังอยู่ห่างๆ พลางเม้มปากเบาๆ อย่างไม่รู้ตัว พอได้ยินว่าอีกฝ่ายตอบอะไรกลับมาสักอย่าง เคนก็พยักหน้ารับง่ายๆ เหมือนแค่โทรเช็กตารางชีวิตน้องชายตามปกติ
“เออๆ งั้นโอเค...พอดีเพื่อนกูมานอนด้วย ห้องมันน้ำท่วม”
เมลพยักหน้าอย่างพอใจเมื่อเห็นว่าเคนโทรบอกน้องชายแล้วจริงๆ ความระแวงในใจคลายลงไปได้ระดับหนึ่ง อย่างน้อยภาคินก็คงรู้แล้วว่าคืนนี้มีคนมานอนค้างที่ห้อง แต่ในตอนนั้นเธอไม่ได้เอะใจรายละเอียดเล็กๆ ในบทสนทนาเลยสักนิดว่าเคนพูดเพียงแค่ ‘เพื่อนกูมานอนด้วย’ ไม่ได้บอกชัดว่าเพื่อนคนนั้นคือเธอ และไม่ได้บอกด้วยว่าเธอจะเข้าไปใช้ห้องนอนของภาคินโดยตรง
ไม่ใช่ว่าเมลไม่รอบคอบ เพียงแต่ตอนนั้นในหัวเธอเต็มไปด้วยเรื่องน้ำท่วมห้อง ของที่ต้องเก็บ งานที่ยังค้างและค่าใช้จ่ายที่อาจงอกขึ้นมาอีกไม่รู้เท่าไร
เคนวางสายแล้วปิดตู้เย็น ก่อนหันมายักคิ้วให้เธอ
“เรียบร้อย มันบอกว่ายังไม่กลับคืนนี้”
เมลถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งอย่างโล่งอกทันที
“ค่อยยังชั่ว”
เคนหลุดขำเบาๆ
“มึงนี่นะ ทำไมกลัวน้องกูกว่าเจ้าที่เสียอีก”
“กูไม่ได้กลัว”
“แล้ว?”
“มันแปลกๆ อยู่ดีๆ จะให้กูไปนอนห้องเขา”
“เออน่า ไอ้คินมันง่ายๆ”
เมลนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเสียงอ้อมแอ้มกว่าปกติเล็กน้อย
“ก็…กูไม่ได้เจอมันนานแล้วป่ะ ครั้งสุดท้ายตอนน้องมึงอยู่มอสี่ได้มั้ง”
เมลเม้มปากเบาๆ ถึงจะเคยเจอคินมาหลายครั้งตอนเด็ก แต่หลังๆ ก็แทบไม่ได้เจอกันจริงจังแล้ว ภาพจำล่าสุดในหัวเธอ เขายังเป็นเด็กมัธยมตัวสูงๆ ผอมๆ ที่ชอบเดินทำหน้ากวนตีนคนอื่นไปวันๆ อยู่เลย
เคนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“ภาพจำไอ้คินสุดท้ายของมึง คือตอนที่มันอยู่ มอสี่เลยเหรอ?”
“เออดิ ก็ล่าสุดที่กูเจอจริงๆ ก็ตอนนั้น”
“งั้นมึงเตรียมอัปเดตภาพจำใหม่ได้เลย”
เมลหรี่ตามองทันที
“อะไรของมึง”
เคนหัวเราะเบาๆ ก่อนยักไหล่สบายๆ
“ก็แค่จะบอกว่า…ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว”
“โตขึ้น?”
“เออ ก็โตขึ้นมาก”
น้ำเสียงของเคนฟังดูมีอะไรแปลกๆ จนเมลเริ่มระแวง
“มึงยิ้มอะไร”
“เปล่า”
“ไอ้เคน”
“ไม่มีอะไร แค่มันโตแล้ว แล้วก็โตมาดีเกินหน้าเกินตาพี่ชายมันนิดหน่อย”
“อือๆ ก็นึกว่าอะไร”
เมลตอบส่งๆ อย่างไม่ได้สนใจนัก ก่อนหันไปลากกระเป๋าตัวเองต่อ เคนมองตามอยู่สองวินาที ก่อนยิ้มมุมปากแบบเจ้าเล่ห์
“…แต่เอาจริง กูรอดูหน้ามึงตอนเจอมันมากกว่า”
เมลหันขวับทันที
“หมายความว่าไง”
“ไม่มีอะไร”
ยิ่งตอบแบบนั้น เมลยิ่งหรี่ตามองอย่างระแวง แต่สุดท้ายก็ขี้เกียจเถียงต่อ เพราะตอนนี้เธอเหนื่อยจนสมองแทบไม่ทำงานแล้วจริงๆ เคนโยนผ้าขนหนูกับเสื้อยืดตัวใหม่มาให้
“ไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวค่อยออกมากินข้าว”
เมลรับไว้ ก่อนพยักหน้าเบาๆ
“เออ…วันนี้ขอบใจนะ”
เคนชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนทำหน้าเหมือนขนลุก
“เชี่ย ขอบใจกูด้วย ขนลุก”
“ไสหัวไปเลย”
เสียงหัวเราะของเคนดังตามหลังมา ขณะที่เมลลากกระเป๋าเดินเข้าไปทางห้องด้านในอย่างหมดแรง
“ห้องขวาสุดนะ...คุณผู้ประสบภัย”
หญิงสาวยกมือจะปาของใส่เพื่อนทันที แต่สุดท้ายก็ไม่มีแรงพอ ได้แต่ส่งสายตาดุๆ ไปให้ ก่อนลากกระเป๋าเดินเข้าห้องที่เคนเพิ่งชี้บอกอย่างเหนื่อยล้า
ปลายนิ้วเรียวจับลูกบิดประตูแล้วค่อยๆ เปิดเข้าไปช้าๆ ทันทีที่ไฟในห้องสว่างขึ้น เมลก็ชะงักไปเล็กน้อย
ห้องนอนสะอาดกว่าที่เธอคิดไว้มาก เตียงขนาดใหญ่ถูกจัดไว้อย่างเรียบร้อย ผ้าปูสีเทาเข้มตึงเป๊ะจนแทบไม่มีรอยยับ โต๊ะทำงานริมหน้าต่างมีโน้ตบุ๊กเปิดค้างอยู่ข้างกองชีทกับหนังสือมหาวิทยาลัยหลายเล่ม หูฟังสีดำถูกวางไว้ข้างคีย์บอร์ดอย่างเป็นระเบียบ
เมลกวาดตามองรอบห้องช้าๆ ก่อนพึมพำเบาๆ
“…สะอาดกว่าพี่มันเยอะเลย”
กลิ่นหอมจางๆ ภายในห้องลอยเข้ามาแตะปลายจมูก เป็นกลิ่นสะอาดเย็นๆ แบบผู้ชายที่ไม่ได้ฉุนมาก หญิงสาววางกระเป๋าลงข้างเตียง ก่อนทิ้งตัวนั่งลงเบาๆ อย่างหมดแรงทันที
ฟูกนุ่มยวบลงเล็กน้อย
“…โอ๊ย”
ตอนนี้ทั้งตัวเธอแทบแตกเป็นชิ้นๆ แล้วจริงๆ เมลยกมือขึ้นแกะยางรัดผมออก ปล่อยเส้นผมยาวสีดำให้สยายลงมาอย่างยุ่งๆ ก่อนลูบหน้าตัวเองแรงๆ หนึ่งที สายตาเหลือบไปเห็นกรอบรูปเล็กๆ บนชั้นข้างโต๊ะทำงานพอดี เป็นรูปถ่ายของเคนกับคินตอนหลายปีก่อน
ภาคินในรูปยังดูเด็กมาก ใบหน้าหล่อคมแต่ติดความกวนประสาทแบบเด็กผู้ชายชัดเจน แขนยาวๆ ถูกพี่ชายล็อกคออยู่ ส่วนเจ้าตัวก็กำลังทำหน้ารำคาญใส่กล้องเต็มที่ เมลหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
“ยังหน้ากวนเหมือนเดิมเลย…”
เมลวางกรอบรูปกลับเข้าที่เดิม ก่อนถอนหายใจเบาๆ แล้วลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำ
เธออาบน้ำได้เกือบครึ่งชั่วโมง ภายในห้องน้ำ ไอน้ำสีขาวยังลอยคลุ้งอยู่เต็มไปหมด เมลยืนเช็ดผมอยู่หน้ากระจกช้าๆ หลังจากปล่อยให้น้ำอุ่นช่วยดึงความเหนื่อยล้าทั้งวันออกจากร่างไปได้บ้าง แก้มของหญิงสาวยังขึ้นสีจางๆ จากความร้อนของน้ำ ผิวเนียนละเอียดทั่วลำคอยังมีหยดน้ำเกาะพราวเป็นประกาย เส้นผมสีดำยาวเปียกชื้นแนบไปตามลาดไหล่และแผ่นหลัง
เธอหยิบผ้าเช็ดตัวสีขาวผืนใหญ่ที่แขวนอยู่ข้างผนังมาพันรอบตัวลวกๆ อย่างคนหมดแรงที่จะคิดอะไรแล้วจริงๆ
ประตูห้องถูกเปิดออกอย่างเงียบๆ ทันทีที่เข้ามาในคอนโด ภาคินก็วางกุญแจรถไว้บนโต๊ะตามความเคยชิน ก่อนจะถอดเสื้อออกแบบไม่คิดอะไร เผยให้เห็นแผ่นอกแน่นกับกล้ามท้องชัดเจนเป็นลอนใต้แสงไฟสีวอร์มภายในห้อง
หยดเหงื่อบางๆ จากอากาศด้านนอกยังเกาะอยู่ตามลำคอและแผ่นอกกว้าง ร่างสูงของผู้ชายวัยยี่สิบสามปีเต็มไปด้วยความแข็งแรงแบบคนออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไหล่กว้าง กล้ามแขนขึ้นเส้นบางๆ ดูต่างจากเด็กมัธยมผอมแห้งเมื่อหลายปีก่อนแทบคนละคน
ภาคินเสยผมลวกๆ ก่อนเดินตรงไปทางห้องตัวเอง เพราะตั้งใจกลับมาอาบน้ำและเอาของบางอย่างแล้วจะออกไปต่อ แต่ทันทีที่เปิดประตูห้องเข้าไป เขาก็ชะงัก มือที่จับลูกบิดยังค้างอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะดันประตูปิดตามความเคยชิน
‘กึก’
เสียงประตูปิดลงเบาๆ ด้านหลัง แต่ภาคินกลับยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
ไฟในห้องเปิดอยู่ แอร์ก็เปิดอยู่
“…?”
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนสายตาจะเลื่อนไปเห็นกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่ไม่ใช่ของเขาวางอยู่ข้างเตียง ตามด้วยเสื้อผ้าผู้หญิงที่ถูกพับวางไว้บนผ้าปูสีเทาเข้มของเขา รวมถึงเสื้อชั้นในสีดำที่วางทับอยู่ด้านบนสุดอย่างไม่ได้ตั้งใจ
ภาคินนิ่งค้างไปทันที สมองประมวลผลภาพตรงหน้าไม่ทันอยู่หลายวินาที
‘…ของใคร’
ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ เสียงประตูห้องน้ำก็เปิดออกพอดี
บทที่ 72 ผมอยากได้โอกาส“พี่เก่งมากครับ”คำชมตรงๆ ทำเอาเมลที่กำลังจะยกน้ำขึ้นดื่มหยุดมือชะงัก เธอเงยหน้ามองคนพูดทันที“ชมบ่อยไปแล้วนะวันนี้”“ก็มันจริงนี่ครับ”เมลกลอกตาเบาๆ กลบความอุ่นวาบที่เริ่มแล่นขึ้นมาในอก“ชมมากๆ ฉันไม่มีค่าแรงให้หรอกนะ”“ผมไม่ได้อยากได้ค่าแรง”ภาคินโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามานิดหนึ่ง นัยน์ตาแพรวพราวสบตาเธอนิ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มต่ำ ทิ้งจังหวะการเว้นวรรคหนักเบาได้อย่างน่าตี“ผมอยากได้โอกาส...”เขาเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง สายตาเลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากบางของเธอ ชวนให้คนฟังเผลอคิดไปไกลถึงไหนต่อไหน“...ได้กิน”เมลชะงักกึก แก้วน้ำยังค้างอยู่ที่ปาก“...พี่”ประโยคนั้นทำเอาเมลตาโตเท่าไข่ห่าน หัวใจกระตุกวูบ“...หมายถึงกินข้าวกับพี่อีกครับ”“แค่ก! แค่ก! ฮึก...”เมลสำลักน้ำทันทีจนไอออกมาอย่างหนัก หน้าแดงเผือดไปจนถึงใบหู ร้อนถึงภาคินที่ต้องรีบยื่นกระดาษทิชชูให้“กินน้ำดีๆ สิครับ...พี่ใจร้อนไปไหน” ภาคินพูดเสียงนุ่มพลางส่งสายตาหยอกล้อ“ภาคิน!” เมลคว้าทิชชูมาปิดปากพลางถลึงตาใส่เขาอย่างเอาเรื่อง ใบหน้าเห่อร้อนจนแทบไหม้“ภาษาไทยนายมันเป็นอะไร! พูดให้มันต่อกันไม่ได้หรือไง!”จังหว
บทที่ 71 ให้พี่กินผมได้ทั้งตัวเลยครับเมลดามองตรงไปที่เขานิ่งๆ“ไม่ใช่เดี๋ยวค่ะ คุณธาม” เธอเน้นคำอย่างสุภาพ“หน้างานผิดพลาดหลายจุด ถ้าคุณยังใช้คำว่าเดี๋ยวอีก ฉันจะสรุปในรายงานส่งผู้บริหารว่า ปัญหาหลักของไซต์นี้ไม่ใช่เรื่องโครงสร้างที่ซับซ้อน แต่เป็นการประสานงานที่ล่าช้าและไม่มีการแจ้งขออนุมัติแบบก่อนแก้ไข”รอยยิ้มของธามค้างเติ่งไปทันที โฟร์แมนถึงกับก้มหน้าหลบตาลงเหมือนกลัวโดนลูกหลง แต่เมลดา ยังคงรักษารอยยิ้มสุภาพไว้บนใบหน้า“ฉันไม่ได้อยากเขียนรายงานแบบนั้นนะคะ แต่ถ้ามันเป็นข้อเท็จจริง ฉันก็จำเป็นต้องรายงานตามตรง”ธามนิ่งไปเกือบสองวินาที ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ“ครับ คุณเมล ผมจะจัดการให้เสร็จตามเวลาที่แจ้ง”“ขอบคุณค่ะ”คำขอบคุณของเธอเบามาก แต่น้ำเสียงที่นิ่งสนิทกลับทำให้บรรยากาศตรงนั้นเหมือนเพิ่งผ่านพายุลูกใหญ่ไปได้อย่างหวุดหวิด โฟร์แมนรีบหันไปสั่งทีมให้แยกย้ายกันไปดูจุดแก้ไข ส่วนคนงานอีกสองคนก็เริ่มถ่ายรูปหน้างานเก็บรายละเอียดทันที ไม่มีใครกล้าปล่อยเวลาให้ไหลผ่านไปเฉยๆ อีกแล้วหญิงสาวไม่ได้ยืนรอให้ใครพูดอะไรต่อ เธอหมุนตัวเดินออกจากโซนหน้างานทันที โดยมีภาคินเดินตามหลังมาเงียบๆ เสียงสว่าน เส
บทที่ 70 แถมยังชอบมากด้วยครับในเมื่อโชคชะตาเหวี่ยงแฟนเก่าที่เธอไม่มีวันนับญาติให้มาอยู่ตรงหน้าแล้ว เมลดาก็ขอน้อมรับกรรมเก่าชิ้นนี้ไว้ด้วยความยินดี เพราะไม่มีอะไรจะบันเทิงใจไปกว่าการได้เห็นคนเคยปากดีในวันนั้น ต้องมาทำหน้าเหมือนอยากกลืนแท็บเล็ตลงท้อง แล้วยืนก้มหัวรับกรรมโดนเธอสับจนเละในวันนี้...ถือว่าเป็นค่าเสียเวลาชีวิตในอดีตแล้วกันบรรยากาศรอบข้างกดดันจนธามเป็นฝ่ายทนสายตากดดันของเธอไม่ไหว ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล้ำกลืนความอับอายแล้วฝืนพยักหน้ารับ“ครับ เดี๋ยวผมให้ทีมเช็กใหม่”เมลดายกยิ้มสุภาพ ทว่านัยน์ตากลับเย็นราวน้ำแข็ง“ไม่ใช่เดี๋ยวค่ะ...เช็กตอนนี้เลย”เธอหันไปออกคำสั่งโฟร์แมนทันทีโดยไม่ให้ใครได้ตั้งตัว“รบกวนวัดระยะจริงตรงนี้ใหม่ทั้งหมด ถ่ายรูปเก็บไว้ทุกจุด แล้วรีบแจ้งทีม MEP เข้ามาหน้างานด่วนเลยค่ะ ให้พวกเขามาเช็กให้ชัดเจนว่าท่อที่พวกคุณติดตั้งผิดแบบไปแล้วเนี่ย มันจะมีปัญหาอะไรกับระบบอื่นไหม แล้วพอจะขยับปรับเลื่อนไปตำแหน่งไหนได้บ้าง ถ้าเช็กแล้วท่อมันขยับไม่ได้จริงๆ ก็ให้เสนอทางเลือกแก้ดีเทลด้านหลังของตู้มา ไม่ใช่เอะอะก็จะลักไก่ขยับหน้าบิลต์อินเข้ามากินพื้นที่ทางเดินแบบน
บทที่ 69 ซวยฉิบหาย“เมล?”แค่เสียงเรียกห้วนๆ คำเดียว ปลายนิ้วของเมลที่กำลังเลื่อนหน้าจอแท็บเล็ตก็ชะงักนิ่งไป ไม่ใช่เพราะความตกใจหรือคิดถึง แต่อวัยวะทุกส่วนในร่างกายมันดันจดจำได้ก่อนสมองเสียอีกว่า ไอ้น้ำเสียงชวนประสาทเสียแบบนี้มันเป็นของใคร!เมลค่อยๆ หันไปมองตามเสียง ชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีเข้มของทีมบิลต์อินก้าวเท้าออกมา บัตรพนักงานที่ห้อยอยู่ตรงอกระบุชื่อบริษัทซัพพลายเออร์ชัดเจน สีหน้าของเขาดูประหลาดใจเต็มประดา แต่กระนั้นก็ยังไม่ลืมที่จะปั้นรอยยิ้มโปรยเสน่ห์ในแบบที่เจ้าตัวคงคิดว่าดูดีนักหนาส่งมาให้‘ธาม’แค่เห็นหน้ามัน ความรู้สึกแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของเมลคือคำอุทานสั้นๆ คำเดียว...‘ซวยฉิบหาย’ไซต์งานออกจะใหญ่โตระเบิดระเบ้อ บริษัทคู่ค้ามีคนเป็นร้อยเป็นพัน แต่คนที่โผล่มารับหน้าตรงนี้ดันเป็นไอ้ธาม แฟนเก่าเฮงซวยที่เธอเกลียดขี้หน้าจนอยากจะเอาชื่อมันไปเขียนแปะไว้ใต้ฐานรากอาคารแล้วสั่งเทปูนสำเร็จรูปทับหนาๆ ให้จบเรื่องจบราวไปซะโฟร์แมนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรด้วยยังคงส่งยิ้มพิมพ์ใจ แนะนำเพื่อนร่วมไซต์อย่างขยันขันแข็ง “คุณเมลครับ นี่คุณธาม Project Coordinator (ผู้ประสานงานโครงการ) ฝั่งทีมบิลต์
บทที่ 68 งั้น...ได้ผลไหมครับรถของเมลออกจากลานจอดในช่วงเช้าที่ถนนเริ่มแน่นขึ้นทีละนิด ภาคินเป็นคนขับ เขาปรับเบาะกับกระจกเพียงเล็กน้อยก่อนพารถออกจากอาคารอย่างระวัง ขณะที่เมลนั่งอยู่เบาะข้างคนขับ มือหนึ่งถือโทรศัพท์เช็กข้อความงานรถเลี้ยวเข้าสู่เขตสนามบิน ตอนเก้าโมงนิดๆ ยังเหลือเวลามากพอให้คณินเดินไปเช็กอินและโหลดกระเป๋าได้แบบสบายๆ โดยไม่ต้องวิ่งหน้าตื่นทันทีที่ล้อรถจอดสนิทข้างทางเท้า ภาคินก็ลงไปเปิดท้ายรถเพื่อยกกระเป๋าเดินทางใบยักษ์ลงมาให้พี่ชาย ส่วนเมลเปิดประตูลงตามไปยืนกอดอกอยู่ข้างๆ สายตาคู่สวยจับจ้องเคนที่กำลังขยับสายกระเป๋าเป้บนบ่าด้วยสีหน้าท่าทางเหมือนคุณแม่ที่กำลังตรวจความเรียบร้อยของเด็กอนุบาลก่อนส่งขึ้นรถโรงเรียนไม่มีผิด“เอกสารครบใช่ไหม”คณินเหลือบมองเธอ“ครบ”“บัตรประชาชน กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์ สายชาร์จ”“ครบหมดแล้วครับแม่”เมลยิ้มเย็นส่งกลับไป“ดี...งั้นแม่จะได้ไม่ต้องวนรถกลับมาส่งให้ลูกชายที่ซุ่มซ่ามลืมของ”เคนหัวเราะร่า ก่อนจะรับกระเป๋าเดินทางจากภาคินมาลากไว้ข้างตัว เขาหันไปมองน้องชายตัวโตอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าทะเล้นลดลงเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ทิ้งความขี้เล่นตามนิสัย“อยู่บ้านอ
บทที่ 67 พี่หน้าแดงขนาดนี้เพราะอะไรครับระยะห่างที่ร่นกระชั้นเข้ามาทำเอาเมลเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมาเธอรีบยกมือขึ้นปัดมือหนาของเขาออกเบาๆ“ก็ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ได้ป่วย”แทนที่จะถอยออก ภาคินกลับยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาคมหลุบมองพวงแก้มใสที่บัดนี้ขึ้นสีระเรื่อลามไปจนถึงใบหู“งั้น...พี่หน้าแดงขนาดนี้เพราะอะไรครับ”ภาคินถามด้วยสีหน้าซื่อเสียจนถ้าไม่ติดว่าแววตานั่นเหมือนรู้คำตอบอยู่เต็มอก เมลคงเชื่อไปแล้วว่าเด็กมันถามเพราะสงสัยจริงๆ‘เขินไง แต่พูดได้เหรอ’หญิงสาวกัดฟันเบาๆ“เก็บของนายให้เสร็จ แล้วออกไปได้แล้ว”เธอชี้ไปทางตู้เสื้อผ้าเพื่อเปลี่ยนเรื่องอย่างหน้าตาเฉย ภาคินมองปลายนิ้วที่ชี้ไล่เขา ก่อนยอมพยักหน้ารับแต่โดยดี“ครับๆ”ภาคินรับคำง่ายๆ พลางหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะยอมขยับตัวออกห่าง เมลเม้มปากแน่น มองตามแผ่นหลังกว้างที่หันไปจัดการพับเสื้อผ้าเข้าตู้จนเรียบร้อย เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ เพื่อระบายความร้อนที่ยังคงพุ่งสูงอยู่บนใบหน้า‘ไปซะทีเถอะ เขินจะแย่แล้ว’ เธอบ่นอุบอิบในใจคิดว่าสถานการณ์คลี่คลายแล้ว จึงเอ่ยปากไล่อีกรอบ“เสร็จแล้วก
บทที่ 7 ตอนนี้ไม่ตกใจเลยมั้งเช้าวันต่อมา เมลถูกปลุกด้วยน้ำหนักนุ่มๆ ที่ทับอยู่บนอก เธอลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย ก่อนจะเห็นก้อนขนสีส้มๆ นั่งจ้องหน้าอยู่ในระยะประชิด ดวงตากลมใสของเจ้ากะทิมองเธอนิ่งๆ ราวกับมันตื่นมานานแล้วและกำลังรอให้มนุษย์คนนี้รู้หน้าที่ของตัวเองเสียทีเมลกะพริบตาช้าๆ แล้วถอนหายใจออกมา
บทที่ 6 ลูกกูก็ใจง่ายซะด้วยหญิงสาวถอนหายใจยาว ก่อนเอนตัวพิงโซฟาอย่างหมดแรง คืนเดียวชีวิตเธอเหมือนถูกจับโยนเข้าเครื่องปั่น ทั้งห้องน้ำท่วม เจอน้องชายเพื่อนในสภาพที่ไม่ควรเจอ แล้วยังโดนไอ้เพื่อนตัวดีนั่งล้อไม่หยุดอีกต่างหากเมลยกหมอนขึ้นมากอดแน่นกว่าเดิม พยายามบอกตัวเองให้เลิกคิดถึงเสียงทุ้มต่ำข้างห
บทที่ 5 กูพลาดอะไรไปวะเนี่ยหญิงสาวรีบคว้าชุดนอนบนเตียงขึ้นมากอดไว้แน่น ก่อนถอยหลังกรูดกลับไปทางห้องน้ำทันที ท่าทางลนลานของเธอแทบไม่เหลือเค้าคนที่ปกติคุมไซต์งานทั้งไซต์ด้วยสายตาเดียวอยู่เลย“ห้ามมองนะ!”“ครับ”“แล้วก็หันหน้าไปทางอื่นด้วย!”ภาคินยกมือขึ้นปิดตาตัวเองแบบขำๆ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยอย่างคน
บทที่ 4 ผมไม่เด็กแล้วนะ‘แกร๊ก’เมลเดินก้าวเท้าออกมาจากห้องน้ำ ร่างกายของเธอยังคงแพรวพราวไปด้วยหยาดน้ำ เกาะพราวตามผิวเนียนละเอียด ทั่วทั้งร่างมีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนสีขาวสะอาด พันกายเอาไว้แบบหมิ่นเหม่ ปมผ้าถูกขมวดไว้เหนือทรวงอกอวบอิ่มที่เบียดชิดจนเห็นร่องอกลึกชัดเจน ความยาวของผ้าเช็ดตัวสั้นเพียงต้นขา







