Beranda / โรแมนติก / พี่สาวครับผมจีบได้ไหม / บทที่ 5 กูพลาดอะไรไปวะเนี่ย

Share

บทที่ 5 กูพลาดอะไรไปวะเนี่ย

Penulis: Huneybunch
last update Tanggal publikasi: 2026-06-12 00:24:18

บทที่ 5 กูพลาดอะไรไปวะเนี่ย

หญิงสาวรีบคว้าชุดนอนบนเตียงขึ้นมากอดไว้แน่น ก่อนถอยหลังกรูดกลับไปทางห้องน้ำทันที ท่าทางลนลานของเธอแทบไม่เหลือเค้าคนที่ปกติคุมไซต์งานทั้งไซต์ด้วยสายตาเดียวอยู่เลย

“ห้ามมองนะ!”

“ครับ”

“แล้วก็หันหน้าไปทางอื่นด้วย!”

ภาคินยกมือขึ้นปิดตาตัวเองแบบขำๆ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยอย่างคนพยายามกลั้นยิ้ม

“ครับผม”

เมลดารีบปิดประตูห้องน้ำดังปังทันที ก่อนพิงแผ่นประตูอยู่ด้านในแน่น ราวกับกลัวอีกฝ่ายจะมองทะลุเข้ามาได้ หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก ความร้อนจากใบหน้าลามลงมาถึงลำคอ ทั้งที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จแท้ๆ แต่กลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะไหม้

“…บ้าชะมัด”

หญิงสาวยกมือขึ้นแตะแก้มตัวเองที่ร้อนฉ่า ก่อนหลับตาแรงๆ หนึ่งทีเหมือนพยายามเรียกสติกลับมา

‘นี่มันสถานการณ์บ้าอะไรกันเนี่ย…ทำไมเรื่องมันถึงกลายเป็นการยืนสบตากับน้องชายเพื่อนในสภาพนุ่งผ้าเช็ดตัวแบบนั้นไปได้’ ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งอยากเอาหัวโขกประตูห้องน้ำให้รู้แล้วรู้รอด

อีกด้านหนึ่งของประตู ภาคินยังยืนอยู่กลางห้องเงียบๆ ราวกับเสียงปิดประตูเมื่อครู่เพิ่งดึงสติของเขากลับมาได้ครึ่งหนึ่ง ชายหนุ่มก้มมองสภาพตัวเองที่ยังถอดเสื้ออยู่ ก่อนถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วหลุดพึมพัมในลำคออย่างช่วยไม่ได้

“…เชี่ยเอ๊ย”

เขายกมือขึ้นลูบหน้าแรงๆ หนึ่งที เหมือนพยายามไล่ภาพเมื่อครู่ออกจากหัว แต่ยิ่งพยายามลบ ภาพนั้นกลับยิ่งชัดขึ้นกว่าเดิม ทั้งผิวขาวที่ยังมีหยดน้ำเกาะพราว เส้นผมเปียกชื้นที่แนบกับกรอบหน้า ริมฝีปากที่ถูกมือเขาปิดไว้เมื่อครู่ และดวงตาคมๆ ของเธอตอนเงยหน้ามองเขาด้วยความตกใจสุดชีวิต

ภาคินหลับตาลงชั่วขณะ ก่อนสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วบังคับตัวเองให้หันไปหยิบเสื้อบนเก้าอี้มาสวมอย่างรวดเร็ว ราวกับถ้าปล่อยให้ตัวเองยืนอยู่แบบนั้นนานกว่านี้อีกนิด ภาพของเมลในผ้าเช็ดตัวผืนเดียวคงวนอยู่ในหัวเขาไม่จบง่ายๆ แน่ เขาเม้มปากแน่น สุดท้ายจึงหันไปคว้าเสื้อยืดขึ้นมาใส่อย่างพยายามสงบสติอารมณ์ตัวเอง แล้วเดินออกจากห้องไปด้านนอก

ภาคินทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาในห้องนั่งเล่น พลางหยิบน้ำขึ้นมาดื่มอึกใหญ่ พยายามทำตัวให้ปกติที่สุด แต่ปลายหูยังร้อนอยู่ไม่หาย สายตาเขาเหลือบมองประตูห้องนอนตัวเองอยู่ครั้งหนึ่ง ก่อนรีบเบือนหน้าไปทางอื่นเหมือนกลัวตัวเองจะเผลอนึกอะไรเกินเลยอีก

ผ่านไปไม่นาน ประตูห้องเคนก็เปิดออกพอดี

เคนเดินออกมาในสภาพเสื้อยืดกางเกงและขาสั้น มือหนึ่งถือผ้าขนหนูเช็ดผมอยู่ ก่อนชะงักเมื่อเห็นน้องชายนั่งอยู่บนโซฟา

คณินเลิกคิ้ว มองน้องชายตั้งแต่หัวจรดเท้า

“ไหนว่าคืนนี้ไม่กลับ”

ภาคินที่นั่งพิงโซฟาอยู่เงียบๆ เงยหน้าขึ้นมองพี่ชาย สีหน้ายังดูเรียบเฉย แต่แววตากลับเหมือนมีอะไรบางอย่างค้างอยู่ในใจ

“กลับมาอาบน้ำแล้วก็เอาของ”

เคนพยักหน้าหงึกๆ ก่อนเดินไปเปิดตู้เย็นหาเบียร์ แต่เดินผ่านน้องชายได้แค่ก้าวเดียวก็ชะงักอีกครั้ง สายตาเขาหรี่ลงอย่างคนเริ่มจับพิรุธ

“แล้วมึงหน้าแดงอะไร”

ภาคินที่เพิ่งยกแก้วน้ำขึ้นดื่มสำลักทันที

“แค่กๆๆ”

เคนหันขวับมามองน้องชาย คิ้วขมวดเข้าหากันอย่างงงๆ

“เฮ้ย เป็นไร”

ภาคินรีบวางแก้วลงบนโต๊ะ ยกหลังมือเช็ดมุมปากลวกๆ ก่อนเบี่ยงสายตาไปทางอื่นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เปล่า”

“เปล่าเหี้ยอะไร สำลักจนวิญญาณจะหลุด”

“น้ำเข้าคอผิดจังหวะ”

เคนหรี่ตามองเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อ ก่อนกวาดสายตามองหน้าน้องชายชัดๆ อีกครั้ง แล้วชี้นิ้วใส่ทันที

“แล้วทำไมหน้ามึงดูเหมือนคนเพิ่งวิ่งมาสิบกิโล”

ภาคินนิ่งไปเสี้ยววินาที ก่อนตอบสั้นๆ

“ร้อน”

เคนเหลือบมองแอร์ที่เปิดอยู่ แล้วหันกลับมามองน้องชายด้วยสีหน้าว่างเปล่า

“แอร์ยี่สิบสององศา มึงร้อน?”

ภาคินหยิบแก้วน้ำขึ้นมาอีกครั้ง ทำเหมือนไม่ได้ยิน

“อืม”

ภาคินเม้มปากเงียบทันที ส่วนเคนก็เริ่มหรี่ตามองหนักกว่าเดิม แต่ยังไม่ทันได้ถามต่อ เสียงลูกบิดประตูก็ดังขึ้นเบาๆ

‘แกร๊ก’

ประตูห้องนอนเปิดออกพอดี เมลเดินออกมาช้าๆ ในชุดนอนตัวโคร่ง ผมยาวยังชื้นนิดๆ แก้มแดงระเรื่อแบบคนเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ แต่ที่แปลกคือสีแดงนั้นไม่ได้อยู่แค่ตรงแก้ม มันยังลามไปถึงใบหูจนเห็นได้ชัด

เคนหันไปมองเพื่อนตัวเอง ก่อนขมวดคิ้วทันที

“…ทำไมมึงหน้าแดงอีกคน”

“…”

“…”

เมลกับภาคินเผลอหันมองหน้ากันแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบหลบสายตาไปคนละทางแทบจะพร้อมกัน ความเงียบประหลาดตกลงมากลางห้องทันที ชัดเจนเสียจนแม้แต่กะทิที่นอนอยู่บนพรมยังเงยหน้าขึ้นมองเหมือนสงสัยไปด้วย

ภาคินยกขวดน้ำขึ้นดื่มเงียบๆ ทำท่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ใบหูยังแดงจางๆ ส่วนเมลยืนกอดอกแน่น สีหน้าเกร็งไว้สุดชีวิต แต่แก้มกลับแดงจนแทบลามไปถึงคอ

เคนมองซ้ายที ขวาทีช้าๆ สายตาเริ่มหรี่ลงอย่างคนจับกลิ่นความไม่ชอบมาพากลได้เต็มๆ

“…เดี๋ยวนะ”

เมลสะดุ้งเล็กน้อย แต่ยังพยายามทำเสียงนิ่ง

“อะไร”

เคนชี้นิ้ววนระหว่างเธอกับน้องชายตัวเอง

“พวกมึงดูเหมือนเพิ่งทำเรื่องผิดกฎหมายร่วมกันมา”

เมลถลึงตาใส่ทันที

“ไม่มี!”

ภาคินสำลักน้ำอีกรอบเบาๆ แต่คราวนี้พยายามกลั้นไว้สุดชีวิตจนไหล่สั่นนิดๆ เคนเห็นแบบนั้นก็ยิ่งหรี่ตาหนักกว่าเดิม

“โอเค ยิ่งน่าสงสัยกว่าเดิมอีก”

“ก็บอกว่าไม่มีไง!”

“แล้วทำไมไอ้คินหน้าแดง”

“ถามมันสิ!”

“แล้วทำไมมึงหน้าแดง”

“อากาศร้อน!”

เคนหันไปมองแอร์ที่เปิดยี่สิบองศาอีกครั้ง

“…ร้อน?”

เมลเงียบกึก ส่วนภาคินที่นั่งอยู่บนโซฟาเผลอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างกลั้นไม่อยู่ เมลหันขวับไปถลึงตาใส่ทันที

“นายก็หยุดขำเลย!”

“ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ”

น้ำเสียงเรียบๆ นั่นยิ่งทำให้เธอหงุดหงิดกว่าเดิมอีก

“ภาคิน!”

เคนมองสภาพทั้งคู่สลับไปมาอีกครั้ง ก่อนค่อยๆ ยิ้มมุมปากช้าๆ อย่างเริ่มจับทางได้

“เดี๋ยวนะ…สองคนเจอกันแล้วเหรอ”

เมลชะงักไปทันที

‘เจอแล้ว แถมยังเป็นภาพจำที่น่าจดจำฉิบหายอีกต่างหาก’ เธอคิดในใจอย่างหัวเสีย

ใครจะไปคิดว่าไม่ได้เจอกันมาตั้งหลายปี พอกลับมาเจอกันอีกที เธอจะยืนนุ่งผ้าเช็ดตัวอยู่ในห้องน้องชายเพื่อนแบบนั้น คิดแล้วก็อยากมุดพื้นหนีตรงนี้เดี๋ยวนี้เลย

ภาคินยกขวดน้ำขึ้นแตะปาก เพื่อกลบยิ้มบางๆ ส่วนเมลรีบหันไปฟาดแขนเพื่อนทันที

“เพราะมึงนั่นแหละ!”

“โอ๊ย กูอีกแล้ว?”

“ใช่! ไหนว่าน้องมึงไม่กลับ”

“ก็กูจะรู้ไหมว่ามันจะกลับ!”

เคนเถียงกลับอย่างงงๆ ก่อนหันไปมองน้องชายตัวเองอีกรอบ สีหน้าจากงงเริ่มเปลี่ยนเป็นสนุกอย่างชัดเจน เหมือนคนเพิ่งเจอเรื่องน่าสนใจกว่าข่าวดราม่าในอินเทอร์เน็ต

“แล้วมึงไปทำอะไรให้เพื่อนกูหน้าแดงขนาดนั้น”

ภาคินที่กำลังยกน้ำขึ้นดื่มถึงกับสำลักอีกครั้ง

“แค่กๆๆ!”

เขารีบก้มหน้าลง ไอเบาๆ อยู่สองสามที มือข้างหนึ่งยกขึ้นปิดปาก ส่วนอีกข้างวางขวดน้ำลงบนโต๊ะเร็วเกินจำเป็น ท่าทางนิ่งๆ ที่พยายามรักษาไว้เมื่อครู่พังลงไปเกือบหมด

เมลหน้าแดงลามถึงหูทันที ดวงตาคมตวัดมองเคนเหมือนอยากเอาขวดน้ำในมือน้องชายเขาปาใส่หัวเจ้าตัวให้รู้แล้วรู้รอด

“ไอ้เคน! ถามบ้าอะไรของมึง”

เคนยกมือขึ้นสองข้างเหมือนยอมแพ้ แต่รอยยิ้มบนหน้าไม่ได้สำนึกผิดเลยสักนิด

“กูก็ถามเฉยๆ ทำไมต้องร้อนตัว”

“กูไม่ได้ร้อนตัว!”

เคนหัวเราะลั่นออกมาทันทีเมื่อเห็นปฏิกิริยาของทั้งคู่

“เชี่ยยย มีอะไรแน่ๆ”

“ไม่มี!!”

สองเสียงตอบพร้อมกันเป๊ะ ความเงียบตกลงมาอีกหนึ่งวิ ก่อนเคนจะหัวเราะหนักกว่าเดิม

“ตอบเหมือนกันอีก!”

“…”

“…”

ความเงียบคือคำตอบที่ชัดที่สุดทันที เคนอ้าปากค้าง ก่อนหลุดหัวเราะลั่นห้อง

“เชี่ยเอ๊ย จริงดิ!”

“ไอ้เคน!! หุบปากมึงไปเลย”

เมลคว้าหมอนบนโซฟาปาใส่เพื่อนทันทีด้วยความอายสุดชีวิต

‘ฟุ่บ!’

เคนรับหมอนไว้ได้ พลางหัวเราะจนตัวงอ

“โอ๊ย กูพลาดอะไรไปวะเนี่ย!”

ส่วนภาคินยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง หลบหน้าไปอีกทางเหมือนพยายามกลั้นขำ แต่ไหล่กว้างกลับสั่นนิดๆ อย่างชัดเจน และนั่นยิ่งทำให้เมลอยากพุ่งไปบีบคอทั้งพี่ทั้งน้องเดี๋ยวนั้นเลย

“หยุดขำเลยนะไอ้เคน”

“ก็กูขำอะ!”

“ไม่มีอะไรทั้งนั้น!”

เคนยิ่งพยักหน้ารัวๆ แบบคนไม่เชื่อสุดชีวิต

“อือ ไม่มีเลย หน้าแดงกันทั้งคู่เฉยๆ”

เมลอ้าปากจะเถียง แต่สุดท้ายก็เงียบไป เพราะเถียงยังไงตอนนี้มันก็ฟังไม่ขึ้นจริงๆ ส่วนภาคินนั่งพิงโซฟาเงียบๆ พลางมองเธอด้วยแววตาขำๆ แบบที่ยิ่งเห็นยิ่งน่าหมั่นไส้ เมลหันไปถลึงตาใส่ทันที

“นายก็อีกคน”

“ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะครับ”

“แต่นายกำลังขำอยู่!”

“เรื่องนี้...ผมห้ามตัวเองไม่ได้”

“ภาคิน!”

เคนมองภาพตรงหน้าแล้วหัวเราะอีกรอบ

“โอ๊ย นี่กูฝันอยู่ป่ะวะ เมลดาคนที่ด่าคนทั้งไซต์จนช่างซึม ตอนนี้มายืนหน้าแดงเพราะน้องกูเนี่ยนะ”

“ไอ้เคน ถ้ามึงไม่หยุดพูด กูจะเอาเบียร์ราดหัวมึง”

“ไม่แกล้งละๆ ดุจังวะ”

เคนยกมือขึ้นยอมแพ้ขำๆ ก่อนเดินไปนั่งลงบนโซฟาอีกตัว พลางหันไปมองน้องชาย

“แล้วมึงล่ะ จะไปตอนไหน”

ภาคินพยักหน้าเบาๆ

“อือ จะไปแล้ว มาเอาของแป๊บเดียว…ไม่อาบน้ำแล้ว”

เขาพูดจบก็ลุกขึ้นเดินกลับเข้าห้องทันที แต่ตอนเดินผ่านเมล เขากลับชะลอฝีเท้านิดหนึ่ง ระยะที่ใกล้ขึ้นทำให้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเขาลอยมาแตะจมูกเธอ เมลชะงักไปอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่ภาคินจะก้มลงพูดเสียงต่ำข้างๆ เธอเบาๆ

“พี่ใส่ชุดนอนแล้ว…ก็น่ารักดีนะครับ”

“!!!”

เมลเบิกตาทันที ก่อนหันขวับไปมองเขา แต่ภาคินเดินผ่านไปแล้ว พร้อมมุมปากที่ยกขึ้นนิดๆ เหมือนคนแกล้งสำเร็จ ส่วนเคนที่นั่งอยู่ตรงโซฟาอีกฝั่งก็ยังไม่รู้อะไร กำลังเปิดเบียร์ดื่มหน้าตาเฉย

เมลยืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น หน้าแดงลามถึงคออีกรอบ หัวใจที่เพิ่งสงบลงไปได้ไม่กี่วินาทีพลันกระตุกแรงขึ้นมาอีกครั้ง

“…ไอ้เด็กบ้า” เธอพึมพำเบาๆ

แต่เพื่อนตัวดีของเธอก็ยังคงได้ยิน

“หือ? มึงด่าใคร”

เคนเงยหน้าขึ้นจากกระป๋องเบียร์ทันที

“ด่ามึงแหละ”

“อ้าวเฉย”

เมลรีบเดินหนีไปนั่งอีกฝั่งของโซฟาทันที ก่อนหยิบหมอนมากอดไว้แน่นเหมือนต้องการหาอะไรสักอย่างบังหน้าตัวเอง แต่ภาพเมื่อกี้ยังวนอยู่ในหัวไม่หยุด

“เชี่ย…” เธอพึมพำในใจ หรือเด็กมันอ่อย

หญิงสาวยกมือขึ้นขยี้ผมตัวเองแรงๆ อย่างคนเริ่มควบคุมสีหน้าไม่อยู่ เคนหันมองเพื่อนสาวอย่างงงๆ เมื่อเห็นท่าทีของเธอเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เดี๋ยวหน้าแดง เดี๋ยวทำหน้าหงุดหงิด เดี๋ยวเหมือนอยากกัดใครสักคนให้จมเขี้ยว

“มึงเป็นอะไรอีก”

“เป็นประสาท”

“สมควร คืนเดียวชีวิตมึงผ่านอะไรเยอะเกิน”

เมลหันไปถลึงตาใส่ทันที

“เพราะใครล่ะ”

เคนหลุดหัวเราะ ก่อนโยนรีโมตทีวีมาให้

“เออๆ โทษทีน่า แต่กูไม่คิดว่ามันจะกลับจริงๆ ว่าแต่จะไม่บอกกูหน่อยเหรอว่าเกิดอะไรขึ้น”

“หุบปากไปเลย ไม่ต้องเสือกอยากรู้”

“ดุชิบหาย”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 76 ก็ถ้าฉันไม่มา จะมีใครลากนายมาได้ล่ะ

    บทที่ 76 ก็ถ้าฉันไม่มา จะมีใครลากนายมาได้ล่ะข้อความจาก 'ภาคิน' เด้งขึ้นบนหน้าจอ[Phakin: ผมถึงคณะแล้วครับ]เมลมองข้อความนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพิมพ์ตอบกลับไป[Mel: สติกเกอร์โอเค][Phakin: อย่าลืมรางวัลของผมนะครับ][Mel: ไว้สอบผ่านก่อนค่อยมาทวง][Phakin: ครับ ผมจะรีบสอบให้ผ่าน แล้วกลับมาทวงรางวัลจากพี่นะครับ]เมลอ่านแล้วเผลอยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่[Mel: ตั้งใจสอบนะ][Phakin: ครับ...ตื่นเต้นจัง][Mel: ไม่ต้องตื่นเต้น ทำดีที่สุดพอ][Phakin: ผมทำดีที่สุดแน่นอนครับ เพราะอยากให้พี่ภูมิใจ]เมลวางโทรศัพท์ลงข้างโน้ตบุ๊ก หัวใจเต้นแรงขึ้นมาจนเจ้าตัวต้องแอบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติกลับมาที่งานตรงหน้าการสอบวันนี้ไม่ใช่การสอบรวมทั้งสาขา แต่แบ่งนักศึกษาออกเป็นกลุ่มตามสตูดิโอและอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อใช้ห้องสอบวิจารณ์ผลงานหรือที่เด็กสถาปัตย์เรียกติดปากว่า "ห้องจูรี่" (Jury Room) ซึ่งเป็นสนามรบขนาดย่อมที่นักศึกษาต้องเอาผลงานมา "ดีเฟ้น" ต่อหน้าคณะกรรมการกลุ่มของภาคินมีสิบเอ็ดคน แต่ละคนได้เวลาพรีเซนต์คนละยี่สิบถึงสามสิบนาที บวกกับช่วงตอบคำถามหินๆ จากกรรมการ รวมเบ็ดเสร็จเฉลี่ยคนละสี่สิบห้านาที ขึ

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 75 เหมือนภรรยาจัดปกเสื้อให้สามีก่อนไปทำงาน

    บทที่ 75 เหมือนภรรยาจัดปกเสื้อให้สามีก่อนไปทำงาน“เดี๋ยวผมนอนห้องพี่เคนเองครับ” ภาคินตอบนิ่งๆ ทิ้งให้เมลยืนใบ้กิน โดยมีกะทิบนตักเขาส่งเสียงครางครืดเหมือนเห็นดีเห็นงามด้วย“แต่นั่นห้องนาย”“ครับ แต่พี่เหนื่อยแล้ว ผมย้ายง่ายกว่า”เหตุผลเรียบง่ายจนเธอเถียงไม่ออก สุดท้ายทำได้แค่กอดอกเบือนหน้าหนี“ก็ตามใจแล้วกัน”เธอย่อตัวลงอุ้มเจ้าแมวอ้วนขึ้นมา กะทิส่งเสียงงึมงัมบ่นที่ถูกขัดจังหวะนอน“ไปนอนในห้องกันลูก”ภาคินมองตามหลังร่างบางด้วยสายตากรุ่มกริ่ม ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาลอยๆ“อยากเป็นกะทิจัง”เมลหันขวับทันควัน“เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ”“เปล่าครับ แค่คิดว่ากะทิโชคดี...” ชายหนุ่มส่งยิ้ม สายตาคมกริบแพรวพราว มองเธออย่างเปิดเผยโดยไม่คิดจะกั๊ก“...ได้นอนกอดพี่ทั้งคืน”“ภาคิน...นายอยากโดนตีสักทีหรือไง”แทนที่จะสลด ภาคินกลับยิ้มกริ่ม เขาก้าวเข้ามาประชิดอย่างถือดี ก่อนจะก้มลงมาใกล้...ปลายจมูกแทบชนพวงแก้มที่เริ่มขึ้นสี แล้วกระซิบชิดใบหูด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม“ยอมให้ตีครับ...แต่ตีเสร็จแล้ว พี่ต้องยอมให้ผมนอนด้วยนะ”ลมหายใจอุ่นผ่าวรดข้างหูทำเอาหัวใจกระตุกวูบ เลือดฉีดขึ้นหน้าจนตัวเกร็งไปหมด“คิน!”เธอรีบถอยหนีหนึ่งก

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 74 มึงเลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว

    บทที่ 74 มึงเลิกเพ้อเจ้อได้แล้วตลอดทางกลับคอนโด เมลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กกรุ๊ปงานเป็นระยะ ข้อความยังทยอยเด้งเข้ามาเรื่อยๆ แต่ไม่มีเรื่องเร่งด่วน ส่วนธามก็เงียบไปแล้ว ซึ่งสำหรับเธอ...นั่นคือข่าวดีที่สุดของวันนี้พอกลับถึงคอนโด เสียงกระดิ่งจากปลอกคอกะทิก็ดังขึ้นทันทีที่เปิดประตู แมวส้มตัวอ้วนเดินมาหา หางชี้โด่ หน้าตาบูดบึ้งราวกับถูกเจ้าของทิ้งไปหลายวัน ทั้งที่จริงเพิ่งหายไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง“ว่าไงลูก” เมลย่อตัวลงลูบหัว“พ่อแกหนีไปเชียงใหม่แล้วนะ เหลือแค่เราแล้วเนี่ย”“เมี้ยว~” กะทิร้องเสียงยาวเหมือนกำลังฟ้อง“พี่เคนไม่อยู่ วันแรกก็งอแงเลยเหรอ”เจ้าส้มสะบัดหางใส่เขาทีหนึ่ง ก่อนเดินไปคลอเคลียถูขาเมลอย่างออดอ้อน เมลหัวเราะเบาๆ แล้วย่อตัวลงเกาโคนคางให้ กะทิถึงกับหลับตาพริ้ม ส่งเสียงครืดๆ ในคออย่างพออกพอใจ“ขี้อ้อนจริงๆ เลย ไอ้อ้วน”ภาคินมองภาพนั้นแล้วหัวเราะเบาๆ เมลเล่นกับแมวได้แค่ครู่เดียว ความเงียบในห้องที่ไร้เงาเคนก็เริ่มทำงานวันนี้เป็นวันแรกที่เธอต้องอยู่กับภาคินกันสองคน...แล้วบรรยากาศแปลกๆ ที่ชวนประหม่าก็เริ่มปกคลุมจนเมลทำตัวไม่ถูกเธอลุกขึ้นยืนทันที“ฉันไปอาบน้ำก่อน”“ครับ”เธอหมุนตั

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 73 เป็นอะไรก็ได้ครับ...ขอแค่มีคำว่าของพี่ต่อท้ายก็พอ

    บทที่ 73 เป็นอะไรก็ได้ครับ...ขอแค่มีคำว่าของพี่ต่อท้ายก็พอเมลถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยเล่า“มันเข้ามาจีบฉันตอนใกล้เรียนจบ...”เมื่อเห็นว่าเธอเริ่มยอมเปิดใจ ภาคินจึงนิ่งฟังโดยไม่พูดขัด“ตอนนั้นฉันกำลังทะเลาะกับแม่หนักมาก”นิ้วเรียวของเมลไล้ไปตามขอบแก้วน้ำช้าๆ เหมือนกำลังเรียบเรียงคำพูดในหัว ไม่ให้มันฟังดูน่าสมเพชจนเกินไป“แม่ฉันอยู่ต่างประเทศ เขามีสามีใหม่ มีลูกใหม่...หน้าที่แม่ของเขาคือการโอนเงินให้ฉันทุกเดือน เงินน่ะมีใช้ไม่เคยขาดหรอก แต่มันไม่เคยซื้อความรู้สึกว่าฉันยังมีใครสักคนได้เลย”เธอหัวเราะเบาๆ ทว่าน้ำเสียงกลับแห้งผากยิ่งกว่าเดิม“ตอนนั้นใกล้เรียนจบ...แม่เคยสัญญาว่าจะบินกลับมางานรับปริญญาฉัน ฉันไม่ได้หวังให้เขามาอยู่ปราบปลื้มอะไรมากมายหรอกนะ แค่อยากถ่ายรูปคู่กันสักรูป...ตั้งแต่จำความได้ ฉันไม่เคยมีรูปถ่ายคู่กับแม่เลยสักใบเดียว”เธอหยุดไปนิด นัยน์ตาสั่นคลอนเล็กน้อยก่อนจะบังคับให้มันกลับมาเรียบตึงตามเดิม“แค่รูปเดียว...วันนั้นฉันขอแค่นั้นจริงๆ”เมลหลุบตาลงมองแก้วน้ำตรงหน้า“แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้มา...แล้วหลังจากนั้น ก็เหมือนแม่จะค่อยๆ ตัดฉันออกจากชีวิตไป เพราะฝั่งสามีใหม่เขาไ

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 72 ผมอยากได้โอกาส

    บทที่ 72 ผมอยากได้โอกาส“พี่เก่งมากครับ”คำชมตรงๆ ทำเอาเมลที่กำลังจะยกน้ำขึ้นดื่มหยุดมือชะงัก เธอเงยหน้ามองคนพูดทันที“ชมบ่อยไปแล้วนะวันนี้”“ก็มันจริงนี่ครับ”เมลกลอกตาเบาๆ กลบความอุ่นวาบที่เริ่มแล่นขึ้นมาในอก“ชมมากๆ ฉันไม่มีค่าแรงให้หรอกนะ”“ผมไม่ได้อยากได้ค่าแรง”ภาคินโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามานิดหนึ่ง นัยน์ตาแพรวพราวสบตาเธอนิ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มต่ำ ทิ้งจังหวะการเว้นวรรคหนักเบาได้อย่างน่าตี“ผมอยากได้โอกาส...”เขาเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง สายตาเลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากบางของเธอ ชวนให้คนฟังเผลอคิดไปไกลถึงไหนต่อไหน“...ได้กิน”เมลชะงักกึก แก้วน้ำยังค้างอยู่ที่ปาก“...พี่”ประโยคนั้นทำเอาเมลตาโตเท่าไข่ห่าน หัวใจกระตุกวูบ“...หมายถึงกินข้าวกับพี่อีกครับ”“แค่ก! แค่ก! ฮึก...”เมลสำลักน้ำทันทีจนไอออกมาอย่างหนัก หน้าแดงเผือดไปจนถึงใบหู ร้อนถึงภาคินที่ต้องรีบยื่นกระดาษทิชชูให้“กินน้ำดีๆ สิครับ...พี่ใจร้อนไปไหน” ภาคินพูดเสียงนุ่มพลางส่งสายตาหยอกล้อ“ภาคิน!” เมลคว้าทิชชูมาปิดปากพลางถลึงตาใส่เขาอย่างเอาเรื่อง ใบหน้าเห่อร้อนจนแทบไหม้“ภาษาไทยนายมันเป็นอะไร! พูดให้มันต่อกันไม่ได้หรือไง!”จังหว

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 71 ให้พี่กินผมได้ทั้งตัวเลยครับ

    บทที่ 71 ให้พี่กินผมได้ทั้งตัวเลยครับเมลดามองตรงไปที่เขานิ่งๆ“ไม่ใช่เดี๋ยวค่ะ คุณธาม” เธอเน้นคำอย่างสุภาพ“หน้างานผิดพลาดหลายจุด ถ้าคุณยังใช้คำว่าเดี๋ยวอีก ฉันจะสรุปในรายงานส่งผู้บริหารว่า ปัญหาหลักของไซต์นี้ไม่ใช่เรื่องโครงสร้างที่ซับซ้อน แต่เป็นการประสานงานที่ล่าช้าและไม่มีการแจ้งขออนุมัติแบบก่อนแก้ไข”รอยยิ้มของธามค้างเติ่งไปทันที โฟร์แมนถึงกับก้มหน้าหลบตาลงเหมือนกลัวโดนลูกหลง แต่เมลดา ยังคงรักษารอยยิ้มสุภาพไว้บนใบหน้า“ฉันไม่ได้อยากเขียนรายงานแบบนั้นนะคะ แต่ถ้ามันเป็นข้อเท็จจริง ฉันก็จำเป็นต้องรายงานตามตรง”ธามนิ่งไปเกือบสองวินาที ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ“ครับ คุณเมล ผมจะจัดการให้เสร็จตามเวลาที่แจ้ง”“ขอบคุณค่ะ”คำขอบคุณของเธอเบามาก แต่น้ำเสียงที่นิ่งสนิทกลับทำให้บรรยากาศตรงนั้นเหมือนเพิ่งผ่านพายุลูกใหญ่ไปได้อย่างหวุดหวิด โฟร์แมนรีบหันไปสั่งทีมให้แยกย้ายกันไปดูจุดแก้ไข ส่วนคนงานอีกสองคนก็เริ่มถ่ายรูปหน้างานเก็บรายละเอียดทันที ไม่มีใครกล้าปล่อยเวลาให้ไหลผ่านไปเฉยๆ อีกแล้วหญิงสาวไม่ได้ยืนรอให้ใครพูดอะไรต่อ เธอหมุนตัวเดินออกจากโซนหน้างานทันที โดยมีภาคินเดินตามหลังมาเงียบๆ เสียงสว่าน เส

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 7 ตอนนี้ไม่ตกใจเลยมั้ง

    บทที่ 7 ตอนนี้ไม่ตกใจเลยมั้งเช้าวันต่อมา เมลถูกปลุกด้วยน้ำหนักนุ่มๆ ที่ทับอยู่บนอก เธอลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย ก่อนจะเห็นก้อนขนสีส้มๆ นั่งจ้องหน้าอยู่ในระยะประชิด ดวงตากลมใสของเจ้ากะทิมองเธอนิ่งๆ ราวกับมันตื่นมานานแล้วและกำลังรอให้มนุษย์คนนี้รู้หน้าที่ของตัวเองเสียทีเมลกะพริบตาช้าๆ แล้วถอนหายใจออกมา

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 6 ลูกกูก็ใจง่ายซะด้วย

    บทที่ 6 ลูกกูก็ใจง่ายซะด้วยหญิงสาวถอนหายใจยาว ก่อนเอนตัวพิงโซฟาอย่างหมดแรง คืนเดียวชีวิตเธอเหมือนถูกจับโยนเข้าเครื่องปั่น ทั้งห้องน้ำท่วม เจอน้องชายเพื่อนในสภาพที่ไม่ควรเจอ แล้วยังโดนไอ้เพื่อนตัวดีนั่งล้อไม่หยุดอีกต่างหากเมลยกหมอนขึ้นมากอดแน่นกว่าเดิม พยายามบอกตัวเองให้เลิกคิดถึงเสียงทุ้มต่ำข้างห

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 4 ผมไม่เด็กแล้วนะ

    บทที่ 4 ผมไม่เด็กแล้วนะ‘แกร๊ก’เมลเดินก้าวเท้าออกมาจากห้องน้ำ ร่างกายของเธอยังคงแพรวพราวไปด้วยหยาดน้ำ เกาะพราวตามผิวเนียนละเอียด ทั่วทั้งร่างมีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนสีขาวสะอาด พันกายเอาไว้แบบหมิ่นเหม่ ปมผ้าถูกขมวดไว้เหนือทรวงอกอวบอิ่มที่เบียดชิดจนเห็นร่องอกลึกชัดเจน ความยาวของผ้าเช็ดตัวสั้นเพียงต้นขา

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 3 บ้านกูเรียกสกปรก

    บทที่ 3 บ้านกูเรียกสกปรก“ไอ้ส้มอ้วนขึ้นเยอะเลย...”“เมี้ยววว” แมวสีส้มในอ้อมแขนเคนหันมามองเธอตาแป๋ว ก่อนจะร้องใส่ทันที เหมือนกำลังเถียงว่าไม่ได้อ้วนสักหน่อยเคนหัวเราะ“มันไม่ได้อ้วน ขนมันหนา”“กูเชื่ออยู่หรอก”หญิงสาวยื่นมือไปเกาคางแมวเบาๆ เจ้าก้อนส้มก็หลับตาพริ้มอย่างพอใจทันที จนเธอหลุดยิ้มออกมาอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status