LOGINเมลดาก็รู้ รู้ดีว่าภาคินคือน้องชายเพื่อนสนิท เด็กสถาปัตย์ที่ควรมองเป็นแค่น้อง แต่เด็กมันไม่ให้ความร่วมมือเลยสักนิด “พี่เมลครับ ผมจีบได้ไหม” เมลดาควรปฏิเสธทันที แต่เด็กมันอ่อยขนาดนี้..ขอชิมๆ ได้ไหมนะ
View Moreหน้าลิขสิทธิ์
พี่สาวครับ…ผมจีบได้ไหม
เขียนโดย เยว่เมิ่งเหยาว์สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
หนังสือ/นิยายเรื่องนี้เป็นผลงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียนโดยชอบด้วยกฎหมาย ห้ามมิให้ผู้ใดคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข ตัดต่อ เผยแพร่ แจกจ่าย จำหน่าย ให้เช่า นำออกแสดงต่อสาธารณชน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของเนื้อหาไปใช้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ในรูปแบบใด ๆ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง สื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน แพลตฟอร์มออนไลน์ สื่อสังคมออนไลน์ หนังสือเสียง ไฟล์ภาพ ไฟล์เสียง ไฟล์ P*F หรือการเผยแพร่ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้เขียน
ห้ามนำเนื้อหา ตัวละคร บทสนทนา โครงเรื่อง ฉาก เหตุการณ์ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของนิยายเรื่องนี้ไปดัดแปลง ต่อยอด แปล เรียบเรียงใหม่ ผลิตซ้ำ ทำเป็นผลงานอื่น หรือใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้า ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียน
ผู้ใดฝ่าฝืนอาจมีความผิดตามกฎหมายลิขสิทธิ์ และผู้เขียนขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด
ตัวละคร เหตุการณ์ และเนื้อเรื่องทั้งหมดในนิยายเรื่องนี้เป็นผลงานที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ชื่อบุคคล ตัวละคร องค์กร สถานที่ หรือเหตุการณ์บางส่วนอาจมีการอ้างอิงบรรยากาศจากสถานที่จริงเพื่อเพิ่มความสมจริงของฉาก แต่สถานที่ส่วนใหญ่ในเรื่องเป็นสถานที่สมมุติ มิได้มีเจตนาพาดพิงหรือกล่าวถึงบุคคล องค์กร สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใด ๆ หากมีส่วนใดคล้ายคลึงกับความเป็นจริง ถือเป็นเพียงความบังเอิญเท่านั้น
นิยายเรื่องนี้เป็นแนวโรแมนติกคอมเมดี้ อ่านสบาย ๆ เน้นเคมีของตัวละคร บทสนทนา การหยอกล้อ และความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ พัฒนาในชีวิตประจำวัน มากกว่าการดำเนินเรื่องที่จริงจังหรือซับซ้อน ผู้เขียนตั้งใจให้เรื่องนี้เป็นนิยายแนวถอดสมอง อ่านเพื่อผ่อนคลาย ยิ้มตาม และเอ็นดูความปากแข็งของพี่สาวกับความเนียนของรุ่นน้องเป็นหลัก
เพราะฉะนั้นขอฝากผู้อ่านทุกท่านเปิดใจอ่านอย่างไม่ต้องซีเรียสมากนะคะ
ปล่อยใจไปกับบทสนทนา ความกวน ความเขิน ความหวานแบบไม่ทันตั้งตัว และแมวส้มจ้ำม่ำหนึ่งตัวที่อาจจะขโมยซีนเก่งกว่าพระเอกนางเอกในบางครั้งด้วยรัก
เยว่เมิ่งเหยาว์บทที่ 52 กูคุยกับเมล็ดข้าวในถ้วยอยู่“ในเมื่อมึงรู้ดีขนาดนี้ แล้วทำไมมึงไม่ไปช่วยดูงานให้น้องมึงเองล่ะ”คณินนิ่งไปก่อนจะค่อยๆ ก้มลงสำรวจสารรูปของตัวเอง ตั้งแต่เสื้อยืดเนื้อผ้ายับยู่ยี่ราวกับเพิ่งผ่านการสู้รบกับที่นอนมาทั้งคืน กางเกงขาสั้นที่ชายกางเกงข้างหนึ่งพับขึ้นอย่างไร้ทิศทางเส้นผมยุ่งเหยิงชนิดที่แปรงหวีผมยังอยากยื่นใบลาออก ไปจนถึงใบหน้าซีดเซียวของคนที่ร่างกายยังไม่อภัยให้แอลกอฮอล์เมื่อคืนเขาเงยหน้าขึ้นสบตาเมลด้วยแววตาซื่อสัตย์จริงใจขั้นสุด“มึงดูสภาพกูก่อน เหมือนเพิ่งโดนขุดขึ้นมาจากหลุม...กูจะเอาปัญญาที่ไหนออกนอกบ้าน”เมลกวาดสายตามองเพื่อนสนิทตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วทำสีหน้าเหมือนเพิ่งเห็นหลักฐานชิ้นสำคัญในคดีอุกฉกรรจ์“กูดื่มมาสองวันติด สภาพกูยังไม่วิกฤตเท่ามึงเลย”“มึงอย่าเอาตัวเองมาเทียบกับกูสิ” คณินพยายามทำน้ำเสียงจริงจัง แต่สารรูปโดยรวมไม่ให้ความร่วมมือเลยสักนิด“ทำไม”“มึงมันเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทตับเหล็กและแข็งแรงผิดมนุษย์มนา เปิดสกิลตับทองคำ คอทองแดงมาตั้งแต่สามขวบ”“ขอบคุณที่ชม”“กูไม่ได้ชม! กูเปิดโปงความไม่ปกติของมึงอยู่ต่างหาก” คณินโต้กลับ ทว่ามือที่ถือช้อนยังสั่นระริกจา
บทที่ 51 ใครบังคับให้มึงเปิดสงครามกับตับภาคินไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเพียงแค่ก้มหน้ามองจอตรงหน้าเหมือนเดิม แต่รอยยิ้มจางๆ ตรงมุมปากกลับยังไม่ยอมหายไปไหน...เมลที่เห็นรอยยิ้มนั้นก็ทำได้แค่ตักข้าวต้มเข้าปากอีกคำอย่างจริงจังขึ้น ราวกับตั้งใจประกาศสงครามกับตัวเองว่า ต่อจากนี้เธอจะสนใจแค่ข้าวต้ม น้ำเปล่า และความสงบสุขของเช้าวันอาทิตย์เท่านั้น ไม่ใช่เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้า ไม่ใช่แววตาตั้งใจฟังของเขา และไม่ใช่รอยยิ้มอันตรายที่ทำให้คนกำลังแฮงก์อย่างเธอเริ่มสมองรวนโดยไม่จำเป็นเคนประคองถ้วยข้าวต้มกลับมาทิ้งตัวลงนั่งข้างเมล แม้หัวจะยังปวดตุบๆ แต่ปากกลับพร้อมทำงานก่อนสมองเสมอ ชายหนุ่มก้มมองถ้วยในมือแล้วถอนหายใจยาว“ข้าวต้มถ้วยนี้แม่งเหมือนอาหารประทังชีวิตผู้ประสบภัยฉิบหาย”เมลเหลือบสายตามองเพื่อนสนิทอย่างไร้ความสงสาร“มึงแดกเอง ใครบังคับให้มึงเปิดสงครามกับตับ”คณินชะงักมือที่กำลังถือช้อน พลางปรายตามองเพื่อนสนิท ก่อนจะค่อยๆ ตักข้าวต้มเข้าปากแล้วพึมพำเสียงแห้ง“คำพูดมึงนี่ช่วยเยียวยากูมากเลยเพื่อน”“ดี งั้นรีบกินเข้าไป เผื่อมันจะช่วยเยียวยาปากมึงให้เงียบได้บ้าง”“กำลังพยายามอยู่”คณินเคี้ยวตุ้ยๆ
บทที่ 50 มึงเอางานมาอ้างเพื่ออ่อยเพื่อนกูหรือเปล่าเมลยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของภาคิน มือข้างหนึ่งวางค้ำไว้บนพนักเก้าอี้ที่ภาคินนั่งอยู่ ส่วนอีกมืออีกข้างยื่นข้ามไหล่หนาลงไปชี้บนแผ่นแปลน ร่างทั้งร่างโน้มเอียงข้ามไหล่ชายหนุ่มลงไปโดยไม่รู้ตัวเลยว่า ระยะห่างระหว่างเธอกับเขามันแทบไม่เหลืออยู่แล้ว“ตรงนี้...” ปลายนิ้วของเธอลากไปตามแนวทางเดินบนแบบแปลนด้วยความตั้งใจ โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าคนที่นั่งอยู่ไม่ได้มองแปลนเลยสักนิด...แต่ภาคินกำลังเอาแต่นั่งเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหวานของเธอจากมุมล่าง นัยน์ตาคู่คมจับจ้องทุกรายละเอียดเงียบๆ พร้อมกับหัวใจที่เริ่มเต้นผิดจังหวะ‘แกร๊ก’เสียงลูกบิดประตูห้องนอนอีกฝั่งส่งเสียงเบาๆ ก่อนจะเปิดออกอย่างเชื่องช้า...เผยให้เห็นร่างของเคนที่เดินออกมาในสภาพโซซัดโซเซประหนึ่งเพิ่งฟื้นคืนชีพมาจากซากปรักหักพังของสงครามเบียร์เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาเส้นผมชี้ฟูไม่เป็นทรงกระเซิงไปคนละทิศทาง เสื้อยืดตัวเดิมยับยู่ยี่ราวกับถูกยัดซุกอยู่ใต้หมอนตลอดทั้งคืน ใบหน้าคมคายบัดนี้ซีดเผือดแถมขอบตายังปรือจนแทบปิด มือข้างหนึ่งยกขึ้นนวดขมับ ส่วนมืออีกข้างเกาะขอบประตูเอาไว้แน่น...สภาพราวกับว่าถ้
บทที่ 49 ผมใส่ใจครับเธอฝืนกลืนข้าวต้มลงคอ พยายามดึงสติตัวเองกลับมา ก่อนจะรีบเบือนสายตาออกจากใบหน้าหล่อเหลานั่น แล้วเปลี่ยนเป้าหมายไปโฟกัสโมเดลบนโต๊ะแทน“นี่งานนายเหรอ”“ครับ”“โปรเจกต์จบ?”“ใช่ครับ”เมลพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะตักข้าวต้มอีกคำ“แล้วทำไมเอางานมากองเต็มโต๊ะกินข้าวแต่เช้าเลยล่ะ”ชายหนุ่มส่งยิ้มบางๆ ให้เธอก่อนจะเอ่ยตอบ“บ่ายนี้ผมมีรีวิวกลุ่มที่คณะครับ เลยเอามาเช็กความเรียบร้อยอีกรอบก่อนออกไป”“รีวิวกลุ่ม...” เมลเลิกคิ้วนิดๆ“อ๋อ...คือซ้อมโดนเชือดก่อนเจออาจารย์จริง?”ภาคินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ท่าทางผ่อนคลายขึ้นพลางยิ้มมุมปาก“ประมาณนั้นครับ เอาไปลองพรีเซนต์ให้เพื่อนกับรุ่นพี่ช่วยฟังก่อน จะได้รู้ว่าตรงไหนเล่าแล้วสะดุด หรือจุดไหนที่น่าจะโดนกรรมการจี้ถาม”เมลปรายตามองกองเอกสารที่มีทั้งลายเส้นยุ่งเหยิงกับตัวเลขละลานตาอีกครั้ง ก่อนจะตวัดสายตากลับมาสบตาเขา“เด็กสถาปัตย์นี่ชีวิตน่าสงสารจริงๆ ด้วย”แม้คำพูดจะฟังดูติดประชด แต่แววตาคู่สวยกลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด เธอเองก็เรียนสายดีไซน์มาเหมือนกัน ต่อให้ไม่ใช่สายสถาปัตย์โดยตรง แต่ก็เคยผ่านคืนวันอันโหดร้ายของการนั่งหลังขดหลังแข็งหน้าจอค
บทที่ 4 ผมไม่เด็กแล้วนะ‘แกร๊ก’เมลเดินก้าวเท้าออกมาจากห้องน้ำ ร่างกายของเธอยังคงแพรวพราวไปด้วยหยาดน้ำ เกาะพราวตามผิวเนียนละเอียด ทั่วทั้งร่างมีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนสีขาวสะอาด พันกายเอาไว้แบบหมิ่นเหม่ ปมผ้าถูกขมวดไว้เหนือทรวงอกอวบอิ่มที่เบียดชิดจนเห็นร่องอกลึกชัดเจน ความยาวของผ้าเช็ดตัวสั้นเพียงต้นขา
บทที่ 3 บ้านกูเรียกสกปรก“ไอ้ส้มอ้วนขึ้นเยอะเลย...”“เมี้ยววว” แมวสีส้มในอ้อมแขนเคนหันมามองเธอตาแป๋ว ก่อนจะร้องใส่ทันที เหมือนกำลังเถียงว่าไม่ได้อ้วนสักหน่อยเคนหัวเราะ“มันไม่ได้อ้วน ขนมันหนา”“กูเชื่ออยู่หรอก”หญิงสาวยื่นมือไปเกาคางแมวเบาๆ เจ้าก้อนส้มก็หลับตาพริ้มอย่างพอใจทันที จนเธอหลุดยิ้มออกมาอ
บทที่ 2 เกรงใจว่ะ“ขำอีกที กูผลักมึงลงน้ำในห้องกูนี่แหละ”เคนยกสองมือขึ้นอย่างยอมแพ้ แต่ริมฝีปากยังกลั้นยิ้มไม่อยู่“โอเคๆ ไม่ขำแล้วครับคุณผู้ประสบภัย”“ไอ้เคน”“ครับๆ ไม่พูดแล้วครับ”ถึงปากจะกวน แต่เคนก็เดินเข้าไปช่วยยกของทันที เขากวาดตามองกล่องเอกสาร กระเป๋าเดินทาง โน้ตบุ๊กและกล่องตัวอย่างวัสดุที
บทที่ 1 ชีวิตกูนี่นะเมลดายืนมองสภาพห้องตัวเองอยู่เงียบๆ ความเหนื่อยสะสมจากทั้งวันค่อยๆ ถาโถมขึ้นมาจนปวดหัวไปหมดหยดน้ำยังคงร่วงลงมาจากฝ้าเพดานดังแปะ แปะ ไม่หยุด พื้นไม้บริเวณห้องนั่งเล่นเริ่มบวมขึ้นเป็นคลื่นเล็กๆ จากการถูกแช่น้ำ ส่วนโซฟาสีครีมตัวโปรดก็เปียกไปเกือบครึ่ง“…เออ เอาให้สุดไปเลย”หญิงสา





