เข้าสู่ระบบหญิงสาวถอนหายใจยาว ก่อนเอนตัวพิงโซฟาอย่างหมดแรง คืนเดียวชีวิตเธอเหมือนถูกจับโยนเข้าเครื่องปั่น ทั้งห้องน้ำท่วม เจอน้องชายเพื่อนในสภาพที่ไม่ควรเจอ แล้วยังโดนไอ้เพื่อนตัวดีนั่งล้อไม่หยุดอีกต่างหาก
เมลยกหมอนขึ้นมากอดแน่นกว่าเดิม พยายามบอกตัวเองให้เลิกคิดถึงเสียงทุ้มต่ำข้างหูเมื่อครู่ แต่ยิ่งพยายามลืม ประโยคนั้นกลับยิ่งวนซ้ำอยู่ในหัวอย่างน่าหงุดหงิด
‘พี่ใส่ชุดนอนแล้ว…ก็น่ารักดีนะครับ’
“บ้าเอ๊ย…”
เธอพึมพำเบาๆ ก่อนก้มหน้าลงเอาหน้าผากโขกกับหมอนหนึ่งทีด้วยความหงุดหงิด ราวกับอยากให้ความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดกระเด็นออกจากหัวไปพร้อมกัน จังหวะเดียวกับที่ประตูห้องของภาคินเปิดออกอีกครั้ง
เมลชะงักทันที ทั้งที่หน้าผากยังแนบอยู่กับหมอน ชายหนุ่มเดินออกมาจากห้องในเสื้อยืดสีขาวเรียบๆ กับกางเกงขายาวสีเข้ม ชุดธรรมดา แต่พออยู่บนตัวเขากลับดูดีเกินความจำเป็นไปมาก ไหล่กว้างรับกับเสื้อพอดีตัว เส้นผมสีดำยังยุ่งนิดๆ เหมือนถูกเจ้าตัวเสยขึ้นลวกๆ หลายครั้ง ปลายผมบางส่วนตกลงมาปรกหน้าผาก ทำให้ใบหน้าคมดูอ่อนวัยลงเล็กน้อย แต่ดวงตาคู่นั้นกลับยังมีแววขำจางๆ เหมือนคนที่ยังไม่เลิกสนุกกับอาการเสียทรงของเธอ
เมลเผลอมองไปทางนั้นโดยอัตโนมัติ แล้วก็สบตากับเขาพอดี ภาคินเลิกคิ้วขึ้นนิดหนึ่ง มุมปากขยับคล้ายจะยิ้ม เหมือนจับได้เต็มๆ ว่าเธอกำลังมองอยู่ เมลรีบหันหน้าหนีทันที ทำเป็นคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากด ทั้งที่หน้าจอยังไม่ทันปลดล็อกด้วยซ้ำ
ภาคินเห็นท่าทางนั้นแล้วรอยยิ้มในแววตายิ่งชัดขึ้น แต่เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงเดินผ่านเข้ามาในห้องนั่งเล่นเงียบๆ ด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับเมื่อครู่ไม่ได้ตั้งใจทำให้ใครบางคนเสียอาการ
ส่วนเคนที่ไม่ทันสังเกตความผิดปกติเล็กๆ ระหว่างทั้งคู่ ยังคงนั่งดูซีรีส์ต่อหน้าตาเฉย มือหนึ่งถือกระป๋องเบียร์ อีกมือหยิบมันฝรั่งทอดเข้าปากเหมือนโลกนี้ไม่มีเรื่องอะไรให้น่าสงสัยอีกแล้ว
“จะไปยังไง ดึกแล้วนะ” เคนถามโดยไม่ละสายตาจากจอทีวี
“เดี๋ยวเอารถไป”
ภาคินตอบเรียบๆ พลางหยิบกุญแจรถขึ้นมา ก่อนจะชะงักนิดหนึ่ง แล้วหันกลับมามองเมลอีกครั้ง
“พี่กลับพรุ่งนี้เหรอครับ”
เมลกะพริบตาเล็กน้อย ไม่คิดว่าเขาจะถามเรื่องนี้ขึ้นมา
“อือ…คงต้องไปดูห้องก่อน”
“ห้องพี่เป็นอะไร”
น้ำเสียงของคินไม่ได้ฟังดูซอกแซก แต่กลับมีความจริงจังแฝงอยู่เล็กน้อย เมลชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจเบาๆ
“น่าจะท่อน้ำห้องข้างบนแตก”
ภาคินขมวดคิ้วนิดๆ
“แตก?”
“อือ น่าจะแตกแหละ รั่วลงมาขนาดนั้น น้ำไหลลงมาเหมือนมีคนเปิดฝักบัวไว้บนเพดานห้องฉัน” เมลพูดแล้วเอนหลังพิงโซฟาอย่างหมดแรง
“ตอนกลับไปถึง ห้องน้ำกับทางเดินหน้าห้องก็มีน้ำท่วมไปหมด ฝ้าเพดานก็อมน้ำจนบวม สุดท้ายถล่มลงมาเป็นแผ่นๆ”
เคนที่นั่งอยู่ข้างๆ รีบพยักหน้ารัวๆ เหมือนช่วยยืนยันความหายนะ
“กูเห็นแล้วยังตกใจเลยมึง ฝ้าร่วงลงมาเหมือนฉากหนังภัยพิบัติอะ น้ำก็เจิ่งเต็มพื้น ห้องมันคืออยู่ไม่ได้จริงๆ”
“แล้วพี่จะไปดูห้องพรุ่งนี้คนเดียว?” ภาคินถามขึ้นทันที
“ก็…”
ยังไม่ทันตอบจบ เคนก็พูดแทรกขึ้นมาก่อนทันที
“เดี๋ยวกูไปด้วย พรุ่งนี้กูว่าง”
เมลพยักหน้าเบาๆ แต่ยังไม่ทันพูดอะไร คินกลับพูดขึ้นอีกครั้ง
“งั้นผมไปช่วยไหม”
ทั้งเมลและเคนหันไปมองพร้อมกัน ภาคินยักไหล่นิดๆ เหมือนพูดเรื่องปกติ
“ถ้าฝ้าถล่มขนาดนั้น พรุ่งนี้น่าจะต้องย้ายของออกอีกไม่ใช่เหรอครับ”
เมลชะงักไปเล็กน้อย ส่วนเคนยิ้มทันทีที่ได้แรงงานฟรีมาช่วย ตอนออกมา ของในห้องเธอยังเอาออกมาไม่หมดทีเดียว
“เออ ดีเลย มึงตัวใหญ่ ใช้งานได้”
“…”
ภาคินหัวเราะเบาๆ ก่อนสายตาจะเลื่อนไปมองเมลอีกครั้ง
“พรุ่งนี้ผมว่างพอดี”
และไม่รู้ว่าเพราะอะไร ประโยคธรรมดาแค่นั้นกลับทำให้หัวใจของเมลกระตุกแปลกๆ อีกครั้ง เมลเม้มปากเบาๆ อย่างไม่รู้จะตอบยังไงดี
ถ้าเป็นปกติ เธอคงตอบปฏิเสธไปแล้ว เพราะไม่ชอบรบกวนใคร แต่หลังจากเห็นสภาพห้องตัวเองวันนี้…เธอก็เริ่มไม่มั่นใจเหมือนกันว่าจะจัดการทุกอย่างคนเดียวไหวจริงหรือเปล่า
เคนมองหน้าเพื่อนตัวเอง ก่อนยิ้มกวนทันที
“ทำหน้าเหมือนกำลังคิดเรื่องแต่งงาน”
“ไอ้เคน!”
เมลคว้าหมอนปาใส่เพื่อนอีกรอบทันที
‘ฟุ่บ!’
เคนหัวเราะลั่น ก่อนรับหมอนไว้แบบสบายๆ
“โอเคๆ ไม่แซวละ”
ภาคินยืนมองภาพนั้นเงียบๆ มุมปากยกขึ้นนิดๆ เหมือนขำอยู่ในใจ ก่อนพูดขึ้นเรียบๆ
“งั้นพรุ่งนี้ผมไปช่วยนะ”
เมลหันไปมองเขาอีกครั้ง ทั้งน้ำเสียง ท่าทาง แล้วก็สายตาที่มองเธอนิ่งๆ ตอนนี้ มันทำให้เธอเริ่มรู้สึกแปลกแบบบอกไม่ถูกอีกแล้ว หญิงสาวรีบดึงสติกลับมา ก่อนตอบส่งๆ
“ตามใจ”
เคนหัวเราะทันที เสียงหัวเราะนั้นไม่ดังมาก แต่ฟังดูกวนประสาทพอจะทำให้เมลหันขวับไปมองได้ในเสี้ยววินาที เขาเอนหลังพิงโซฟา ยกกระป๋องเบียร์ขึ้นจิบอย่างสบายใจ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงของคนที่อ่านเพื่อนตัวเองออกหมดแล้ว
“แปลว่าโอเค”
“กูยังไม่ได้พูดแบบนั้น”
“มึงรู้ตัวไหมว่าเวลามึงไม่ปฏิเสธ แปลว่าตกลง”
เมลหันไปถลึงตาใส่เพื่อนทันที ส่วนภาคินกลับหลุดยิ้มบางๆ ออกมาเหมือนพอใจอะไรบางอย่าง แล้วนั่นยิ่งทำให้เมลหงุดหงิดหนักกว่าเดิมอีก
“โอเค งั้นผมไปก่อนนะ”
ภาคินพูดขึ้นพลางหยิบกุญแจรถ เคนพยักหน้า
“ขับดีๆ”
ชายหนุ่มพยักหน้ารับ ก่อนสายตาจะเหลือบมองเมลอีกครั้งแวบหนึ่ง
“ฝันดีครับ พี่เมล”
ยังไม่ทันที่เธอจะตอบอะไร ภาคินก็เดินออกจากห้องไปแล้ว
‘ปัง’
เสียงประตูปิดลงเบาๆ พร้อมกับความเงียบที่กลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง เมลถอนหายใจออกมายาวทันทีเหมือนเพิ่งได้หายใจจริงๆ
เคนมองหน้าเพื่อนตัวเอง ก่อนหลุดหัวเราะสีหน้าของเขาตอนนี้แทบไม่ต่างจากคนเจอของเล่นชิ้นใหม่ แววตาเป็นประกายแบบพร้อมล้อเต็มที่ ถ้าไม่ติดว่าเมลยังถือหมอนอยู่ในมือ เขาคงเปิดปากแซวตั้งแต่น้องชายตนยังไม่ทันก้าวพ้นประตูด้วยซ้ำ
“อยู่กับมันมากี่ปีแล้ว น้องกูไม่เคยบอกฝันดีกูเลย”
“หุบปากไปเลย”
“เออๆ กูเงียบครับ”
เคนยกมือยอมแพ้ขำๆ ก่อนหยิบถุงข้าวต้มที่วางอยู่บนโต๊ะออกมาเปิด กลิ่นข้าวต้มร้อนๆ กับของทอดลอยขึ้นมาทันที เมลเพิ่งรู้ตัวตอนนั้นเองว่าหิวจนไส้จะขาดแล้ว
หญิงสาวทิ้งตัวนั่งลงบนพรมหน้าโต๊ะกลาง ก่อนเปิดเบียร์กระป๋องดัง ‘แกร๊ก’
ทั้งคู่เริ่มกินข้าวกันเงียบๆ อยู่พักหนึ่ง กลิ่นหอมจางๆ ของข้าวต้มลอยปนกับกลิ่นของทอดและเบียร์เย็นๆ บนโต๊ะ บรรยากาศในห้องที่ก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยความวุ่นวายค่อยๆ ผ่อนคลายลงทีละนิด แสงจากหน้าจอทีวีสาดผ่านใบหน้าของทั้งคู่เป็นจังหวะ ขณะที่เจ้ากะทิเดินวนไปวนมาเหมือนกำลังตรวจตราว่ามนุษย์สองคนนี้กินอะไรกันอยู่
หลังกินอาหารเงียบๆ ไปได้สักพัก สุดท้ายเคนก็ยิ้มมุมปากขึ้นมาอีกครั้ง
“เป็นไงน้องกูหล่อไหม”
เมลที่กำลังยกเบียร์ขึ้นดื่มชะงักทันที กระป๋องเบียร์ค้างอยู่ใกล้ริมฝีปาก เธอเหลือบตามองเคนช้าๆ ด้วยสายตาระแวงสุดชีวิต เหมือนรู้ทันว่าเพื่อนตัวดีไม่ได้ถามเพราะอยากรู้จริง แต่ถามเพราะอยากเห็นเธอเสียอาการต่างหาก
“อะไรของมึง”
“ตอบมา”
“ไม่ตอบ”
“แปลว่าหล่อ”
เมลหันไปถลึงตาใส่ทันที
“ไหนมึงบอกว่าหล่อกว่ามึงนิดเดียวไง”
เคนหัวเราะลั่นทันที
“เอ้า ก็นิดเดียวจริงๆ แหละ”
“กูนึกว่าพ่อแม่มึงเก็บมึงมาเลี้ยง”
“อ้าวไอ้เมล!”
เมลหลุดขำออกมาจนได้ ก่อนยกเบียร์ขึ้นดื่มอีกอึก แต่ภาพตอนภาคินยืนถอดเสื้ออยู่ในห้องก็ยังแวบเข้ามาในหัวอีกครั้งแบบห้ามไม่ได้ ทั้งไหล่กว้างๆ แผ่นอกแน่นๆ และกล้ามท้องที่ชัดเกินควร
เมลรีบยกเบียร์ขึ้นดื่มเพื่อลบภาพในหัวทันที แต่น่าโมโหที่เบียร์เย็นๆ ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ภาพหุ่นแน่นๆ กับเส้นผมยุ่งๆ ของภาคินยังติดอยู่ในหัวชัดเจนเกินไป ยิ่งนึกถึงตอนเขาก้มลงมากระซิบข้างหู เธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนอุณหภูมิในห้องสูงขึ้น ทั้งที่แอร์ยังเย็นจนแขนเธอเริ่มชาแล้วก็ตาม
“คิดไรอยู่”
“แดกข้าวไปเลยมึง”
เคนหัวเราะเบาๆ แต่ก็ยอมเปลี่ยนเรื่องโดยดี หลังจากนั้นบทสนทนาก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นเรื่องงาน เรื่องคอนโดที่น้ำท่วม แล้วก็ลูกค้าสุดประสาทที่เมลเพิ่งเจอมาล่าสุด กว่าจะกินข้าวเสร็จ เบียร์ก็หมดไปคนละสองกระป๋องพอดี
เจ้ากะทิเดินมานอนแหมะอยู่บนตักเมลตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ พอถูกลูบหัวก็คราง “งื้อ” เบาๆ อย่างพอใจ ตัวกลมๆ ของมันเบียดเข้าหาเธออย่างไม่เกรงใจ ขาหน้าข้างหนึ่งเหยียดพาดลงบนแขนเมลราวกับประกาศความเป็นเจ้าของ ส่วนหางสีส้มก็กวัดแกว่งเบาๆ อย่างอารมณ์ดี เมลก้มมองมันแล้วอดยิ้มไม่ได้ ความเหนื่อยทั้งคืนเหมือนถูกก้อนขนนุ่มๆ บนตักดูดออกไปทีละนิด
เคนมองภาพนั้นแล้วหัวเราะ
“มันชอบมึงจริงๆ ว่ะ”
“แน่นอน กูสวย”
“มันน่าจะชอบเพราะมึงให้ขนมมากกว่า”
“หุบปากไปเลย” เมลตอบกลับทันที
“กูไปนอนละ เหนื่อยจะตาย”
เคนพยักหน้า
“เออ พรุ่งนี้ค่อยไปดูห้องกัน”
หญิงสาวเดินไปได้สองก้าว ก่อนก้มมองแมวสีส้มที่ยังคลอเคลียอยู่แถวข้อเท้าเธอไม่ยอมไปไหน เมลย่อตัวลงอุ้มกะทิขึ้นมาแนบอก เจ้ากะทิไม่ขัดขืนแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับซุกหน้าเข้ากับอกเธอแล้วหลับตาพริ้มเหมือนนี่คือที่นอนประจำ เมลลูบหลังมันเบาๆ ด้วยปลายนิ้ว สีหน้าที่ทั้งคืนเต็มไปด้วยความหงุดหงิดจึงค่อยๆ อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
“ขอเอาลูกมึงไปนอนกอดสักคืนแล้วกัน”
เคนมองแมวตัวเองที่ซุกหน้าเข้ากับอกเมลอย่างว่าง่าย ก่อนเบะปากทันที
“ลูกกูก็ใจง่ายซะด้วย”
เคนมองภาพนั้นด้วยสีหน้าเหมือนพ่อที่เพิ่งเห็นลูกชายตัวเองย้ายข้างต่อหน้าต่อตา ทั้งหวง ทั้งหมั่นไส้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะแมวของเขาดูจะเต็มใจทรยศเจ้าของมากเหลือเกิน
เมลถลึงตาใส่
“อิจฉากูก็พูดมา”
“ไสหัวไปนอนเลย”
เมลหลุดขำเบาๆ ก่อนอุ้มกะทิเดินเข้าห้องไป
‘ปัง’
เขาเหลือบมองประตูห้องที่เมลเพิ่งเดินเข้าไป แล้วหันกลับไปมองประตูหน้าห้องที่ภาคินเพิ่งออกไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน มุมปากของเคนค่อยๆ ยกขึ้นอย่างคนเริ่มเห็นเค้าลางความวุ่นวายในอนาคต
“งานนี้…กูว่าสนุกแน่”
เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนยกเบียร์ขึ้นดื่มอีกอึก ท่ามกลางเสียงซีรีส์ที่ยังดังอยู่เบาๆ ในห้องนั่งเล่น
บทที่ 75 เหมือนภรรยาจัดปกเสื้อให้สามีก่อนไปทำงาน“เดี๋ยวผมนอนห้องพี่เคนเองครับ” ภาคินตอบนิ่งๆ ทิ้งให้เมลยืนใบ้กิน โดยมีกะทิบนตักเขาส่งเสียงครางครืดเหมือนเห็นดีเห็นงามด้วย“แต่นั่นห้องนาย”“ครับ แต่พี่เหนื่อยแล้ว ผมย้ายง่ายกว่า”เหตุผลเรียบง่ายจนเธอเถียงไม่ออก สุดท้ายทำได้แค่กอดอกเบือนหน้าหนี“ก็ตามใจแล้วกัน”เธอย่อตัวลงอุ้มเจ้าแมวอ้วนขึ้นมา กะทิส่งเสียงงึมงัมบ่นที่ถูกขัดจังหวะนอน“ไปนอนในห้องกันลูก”ภาคินมองตามหลังร่างบางด้วยสายตากรุ่มกริ่ม ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาลอยๆ“อยากเป็นกะทิจัง”เมลหันขวับทันควัน“เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ”“เปล่าครับ แค่คิดว่ากะทิโชคดี...” ชายหนุ่มส่งยิ้ม สายตาคมกริบแพรวพราว มองเธออย่างเปิดเผยโดยไม่คิดจะกั๊ก“...ได้นอนกอดพี่ทั้งคืน”“ภาคิน...นายอยากโดนตีสักทีหรือไง”แทนที่จะสลด ภาคินกลับยิ้มกริ่ม เขาก้าวเข้ามาประชิดอย่างถือดี ก่อนจะก้มลงมาใกล้...ปลายจมูกแทบชนพวงแก้มที่เริ่มขึ้นสี แล้วกระซิบชิดใบหูด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม“ยอมให้ตีครับ...แต่ตีเสร็จแล้ว พี่ต้องยอมให้ผมนอนด้วยนะ”ลมหายใจอุ่นผ่าวรดข้างหูทำเอาหัวใจกระตุกวูบ เลือดฉีดขึ้นหน้าจนตัวเกร็งไปหมด“คิน!”เธอรีบถอยหนีหนึ่งก
บทที่ 74 มึงเลิกเพ้อเจ้อได้แล้วตลอดทางกลับคอนโด เมลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กกรุ๊ปงานเป็นระยะ ข้อความยังทยอยเด้งเข้ามาเรื่อยๆ แต่ไม่มีเรื่องเร่งด่วน ส่วนธามก็เงียบไปแล้ว ซึ่งสำหรับเธอ...นั่นคือข่าวดีที่สุดของวันนี้พอกลับถึงคอนโด เสียงกระดิ่งจากปลอกคอกะทิก็ดังขึ้นทันทีที่เปิดประตู แมวส้มตัวอ้วนเดินมาหา หางชี้โด่ หน้าตาบูดบึ้งราวกับถูกเจ้าของทิ้งไปหลายวัน ทั้งที่จริงเพิ่งหายไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง“ว่าไงลูก” เมลย่อตัวลงลูบหัว“พ่อแกหนีไปเชียงใหม่แล้วนะ เหลือแค่เราแล้วเนี่ย”“เมี้ยว~” กะทิร้องเสียงยาวเหมือนกำลังฟ้อง“พี่เคนไม่อยู่ วันแรกก็งอแงเลยเหรอ”เจ้าส้มสะบัดหางใส่เขาทีหนึ่ง ก่อนเดินไปคลอเคลียถูขาเมลอย่างออดอ้อน เมลหัวเราะเบาๆ แล้วย่อตัวลงเกาโคนคางให้ กะทิถึงกับหลับตาพริ้ม ส่งเสียงครืดๆ ในคออย่างพออกพอใจ“ขี้อ้อนจริงๆ เลย ไอ้อ้วน”ภาคินมองภาพนั้นแล้วหัวเราะเบาๆ เมลเล่นกับแมวได้แค่ครู่เดียว ความเงียบในห้องที่ไร้เงาเคนก็เริ่มทำงานวันนี้เป็นวันแรกที่เธอต้องอยู่กับภาคินกันสองคน...แล้วบรรยากาศแปลกๆ ที่ชวนประหม่าก็เริ่มปกคลุมจนเมลทำตัวไม่ถูกเธอลุกขึ้นยืนทันที“ฉันไปอาบน้ำก่อน”“ครับ”เธอหมุนตั
บทที่ 73 เป็นอะไรก็ได้ครับ...ขอแค่มีคำว่าของพี่ต่อท้ายก็พอเมลถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยเล่า“มันเข้ามาจีบฉันตอนใกล้เรียนจบ...”เมื่อเห็นว่าเธอเริ่มยอมเปิดใจ ภาคินจึงนิ่งฟังโดยไม่พูดขัด“ตอนนั้นฉันกำลังทะเลาะกับแม่หนักมาก”นิ้วเรียวของเมลไล้ไปตามขอบแก้วน้ำช้าๆ เหมือนกำลังเรียบเรียงคำพูดในหัว ไม่ให้มันฟังดูน่าสมเพชจนเกินไป“แม่ฉันอยู่ต่างประเทศ เขามีสามีใหม่ มีลูกใหม่...หน้าที่แม่ของเขาคือการโอนเงินให้ฉันทุกเดือน เงินน่ะมีใช้ไม่เคยขาดหรอก แต่มันไม่เคยซื้อความรู้สึกว่าฉันยังมีใครสักคนได้เลย”เธอหัวเราะเบาๆ ทว่าน้ำเสียงกลับแห้งผากยิ่งกว่าเดิม“ตอนนั้นใกล้เรียนจบ...แม่เคยสัญญาว่าจะบินกลับมางานรับปริญญาฉัน ฉันไม่ได้หวังให้เขามาอยู่ปราบปลื้มอะไรมากมายหรอกนะ แค่อยากถ่ายรูปคู่กันสักรูป...ตั้งแต่จำความได้ ฉันไม่เคยมีรูปถ่ายคู่กับแม่เลยสักใบเดียว”เธอหยุดไปนิด นัยน์ตาสั่นคลอนเล็กน้อยก่อนจะบังคับให้มันกลับมาเรียบตึงตามเดิม“แค่รูปเดียว...วันนั้นฉันขอแค่นั้นจริงๆ”เมลหลุบตาลงมองแก้วน้ำตรงหน้า“แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้มา...แล้วหลังจากนั้น ก็เหมือนแม่จะค่อยๆ ตัดฉันออกจากชีวิตไป เพราะฝั่งสามีใหม่เขาไ
บทที่ 72 ผมอยากได้โอกาส“พี่เก่งมากครับ”คำชมตรงๆ ทำเอาเมลที่กำลังจะยกน้ำขึ้นดื่มหยุดมือชะงัก เธอเงยหน้ามองคนพูดทันที“ชมบ่อยไปแล้วนะวันนี้”“ก็มันจริงนี่ครับ”เมลกลอกตาเบาๆ กลบความอุ่นวาบที่เริ่มแล่นขึ้นมาในอก“ชมมากๆ ฉันไม่มีค่าแรงให้หรอกนะ”“ผมไม่ได้อยากได้ค่าแรง”ภาคินโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามานิดหนึ่ง นัยน์ตาแพรวพราวสบตาเธอนิ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มต่ำ ทิ้งจังหวะการเว้นวรรคหนักเบาได้อย่างน่าตี“ผมอยากได้โอกาส...”เขาเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง สายตาเลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากบางของเธอ ชวนให้คนฟังเผลอคิดไปไกลถึงไหนต่อไหน“...ได้กิน”เมลชะงักกึก แก้วน้ำยังค้างอยู่ที่ปาก“...พี่”ประโยคนั้นทำเอาเมลตาโตเท่าไข่ห่าน หัวใจกระตุกวูบ“...หมายถึงกินข้าวกับพี่อีกครับ”“แค่ก! แค่ก! ฮึก...”เมลสำลักน้ำทันทีจนไอออกมาอย่างหนัก หน้าแดงเผือดไปจนถึงใบหู ร้อนถึงภาคินที่ต้องรีบยื่นกระดาษทิชชูให้“กินน้ำดีๆ สิครับ...พี่ใจร้อนไปไหน” ภาคินพูดเสียงนุ่มพลางส่งสายตาหยอกล้อ“ภาคิน!” เมลคว้าทิชชูมาปิดปากพลางถลึงตาใส่เขาอย่างเอาเรื่อง ใบหน้าเห่อร้อนจนแทบไหม้“ภาษาไทยนายมันเป็นอะไร! พูดให้มันต่อกันไม่ได้หรือไง!”จังหว
บทที่ 71 ให้พี่กินผมได้ทั้งตัวเลยครับเมลดามองตรงไปที่เขานิ่งๆ“ไม่ใช่เดี๋ยวค่ะ คุณธาม” เธอเน้นคำอย่างสุภาพ“หน้างานผิดพลาดหลายจุด ถ้าคุณยังใช้คำว่าเดี๋ยวอีก ฉันจะสรุปในรายงานส่งผู้บริหารว่า ปัญหาหลักของไซต์นี้ไม่ใช่เรื่องโครงสร้างที่ซับซ้อน แต่เป็นการประสานงานที่ล่าช้าและไม่มีการแจ้งขออนุมัติแบบก่อนแก้ไข”รอยยิ้มของธามค้างเติ่งไปทันที โฟร์แมนถึงกับก้มหน้าหลบตาลงเหมือนกลัวโดนลูกหลง แต่เมลดา ยังคงรักษารอยยิ้มสุภาพไว้บนใบหน้า“ฉันไม่ได้อยากเขียนรายงานแบบนั้นนะคะ แต่ถ้ามันเป็นข้อเท็จจริง ฉันก็จำเป็นต้องรายงานตามตรง”ธามนิ่งไปเกือบสองวินาที ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ“ครับ คุณเมล ผมจะจัดการให้เสร็จตามเวลาที่แจ้ง”“ขอบคุณค่ะ”คำขอบคุณของเธอเบามาก แต่น้ำเสียงที่นิ่งสนิทกลับทำให้บรรยากาศตรงนั้นเหมือนเพิ่งผ่านพายุลูกใหญ่ไปได้อย่างหวุดหวิด โฟร์แมนรีบหันไปสั่งทีมให้แยกย้ายกันไปดูจุดแก้ไข ส่วนคนงานอีกสองคนก็เริ่มถ่ายรูปหน้างานเก็บรายละเอียดทันที ไม่มีใครกล้าปล่อยเวลาให้ไหลผ่านไปเฉยๆ อีกแล้วหญิงสาวไม่ได้ยืนรอให้ใครพูดอะไรต่อ เธอหมุนตัวเดินออกจากโซนหน้างานทันที โดยมีภาคินเดินตามหลังมาเงียบๆ เสียงสว่าน เส
บทที่ 70 แถมยังชอบมากด้วยครับในเมื่อโชคชะตาเหวี่ยงแฟนเก่าที่เธอไม่มีวันนับญาติให้มาอยู่ตรงหน้าแล้ว เมลดาก็ขอน้อมรับกรรมเก่าชิ้นนี้ไว้ด้วยความยินดี เพราะไม่มีอะไรจะบันเทิงใจไปกว่าการได้เห็นคนเคยปากดีในวันนั้น ต้องมาทำหน้าเหมือนอยากกลืนแท็บเล็ตลงท้อง แล้วยืนก้มหัวรับกรรมโดนเธอสับจนเละในวันนี้...ถือว่าเป็นค่าเสียเวลาชีวิตในอดีตแล้วกันบรรยากาศรอบข้างกดดันจนธามเป็นฝ่ายทนสายตากดดันของเธอไม่ไหว ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล้ำกลืนความอับอายแล้วฝืนพยักหน้ารับ“ครับ เดี๋ยวผมให้ทีมเช็กใหม่”เมลดายกยิ้มสุภาพ ทว่านัยน์ตากลับเย็นราวน้ำแข็ง“ไม่ใช่เดี๋ยวค่ะ...เช็กตอนนี้เลย”เธอหันไปออกคำสั่งโฟร์แมนทันทีโดยไม่ให้ใครได้ตั้งตัว“รบกวนวัดระยะจริงตรงนี้ใหม่ทั้งหมด ถ่ายรูปเก็บไว้ทุกจุด แล้วรีบแจ้งทีม MEP เข้ามาหน้างานด่วนเลยค่ะ ให้พวกเขามาเช็กให้ชัดเจนว่าท่อที่พวกคุณติดตั้งผิดแบบไปแล้วเนี่ย มันจะมีปัญหาอะไรกับระบบอื่นไหม แล้วพอจะขยับปรับเลื่อนไปตำแหน่งไหนได้บ้าง ถ้าเช็กแล้วท่อมันขยับไม่ได้จริงๆ ก็ให้เสนอทางเลือกแก้ดีเทลด้านหลังของตู้มา ไม่ใช่เอะอะก็จะลักไก่ขยับหน้าบิลต์อินเข้ามากินพื้นที่ทางเดินแบบน
บทที่ 7 ตอนนี้ไม่ตกใจเลยมั้งเช้าวันต่อมา เมลถูกปลุกด้วยน้ำหนักนุ่มๆ ที่ทับอยู่บนอก เธอลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย ก่อนจะเห็นก้อนขนสีส้มๆ นั่งจ้องหน้าอยู่ในระยะประชิด ดวงตากลมใสของเจ้ากะทิมองเธอนิ่งๆ ราวกับมันตื่นมานานแล้วและกำลังรอให้มนุษย์คนนี้รู้หน้าที่ของตัวเองเสียทีเมลกะพริบตาช้าๆ แล้วถอนหายใจออกมา
บทที่ 5 กูพลาดอะไรไปวะเนี่ยหญิงสาวรีบคว้าชุดนอนบนเตียงขึ้นมากอดไว้แน่น ก่อนถอยหลังกรูดกลับไปทางห้องน้ำทันที ท่าทางลนลานของเธอแทบไม่เหลือเค้าคนที่ปกติคุมไซต์งานทั้งไซต์ด้วยสายตาเดียวอยู่เลย“ห้ามมองนะ!”“ครับ”“แล้วก็หันหน้าไปทางอื่นด้วย!”ภาคินยกมือขึ้นปิดตาตัวเองแบบขำๆ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยอย่างคน
บทที่ 4 ผมไม่เด็กแล้วนะ‘แกร๊ก’เมลเดินก้าวเท้าออกมาจากห้องน้ำ ร่างกายของเธอยังคงแพรวพราวไปด้วยหยาดน้ำ เกาะพราวตามผิวเนียนละเอียด ทั่วทั้งร่างมีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนสีขาวสะอาด พันกายเอาไว้แบบหมิ่นเหม่ ปมผ้าถูกขมวดไว้เหนือทรวงอกอวบอิ่มที่เบียดชิดจนเห็นร่องอกลึกชัดเจน ความยาวของผ้าเช็ดตัวสั้นเพียงต้นขา
บทที่ 3 บ้านกูเรียกสกปรก“ไอ้ส้มอ้วนขึ้นเยอะเลย...”“เมี้ยววว” แมวสีส้มในอ้อมแขนเคนหันมามองเธอตาแป๋ว ก่อนจะร้องใส่ทันที เหมือนกำลังเถียงว่าไม่ได้อ้วนสักหน่อยเคนหัวเราะ“มันไม่ได้อ้วน ขนมันหนา”“กูเชื่ออยู่หรอก”หญิงสาวยื่นมือไปเกาคางแมวเบาๆ เจ้าก้อนส้มก็หลับตาพริ้มอย่างพอใจทันที จนเธอหลุดยิ้มออกมาอ







