เข้าสู่ระบบแสงตะวันสาดส่องลงมาบนพื้นหิมะสีขาวแต่ก็ไม่ได้ทำให้อากาศอุ่นขึ้นแม้แต่น้อย ยอดเขาไป๋เซี่ยยังคงหนาวเย็นคล้ายจะแช่แข็งคนได้เหมือนเดิมก็คงมีแต่ยอดเซียนอย่างอู๋เซียนลี่ที่อาศัยอยู่ได้ เจ้าของยอดเขาในชุดสีแดงตัดกับสีของหิมะขาวเดินออกมายังด้านนอกตั้งแต่เช้าเพราะเมื่อคืนฝันร้ายเสียจนนอนไม่หลับทั้งคืนสุดท้ายวันนี้เลยว่าจะออกมาสำรวจรอบ ๆ เสียหน่อย
นางเดินออกมายังลานกว้างที่เคยเป็นสถานที่ที่เจียงซิงเยี่ยนถูกตีในฝันก่อนจะหันไปหยิบธนูขึ้นมายิง ดวงตาคู่สวยจับจ้องเป้าใหญ่ตรงหน้าขณะที่มือก็ดึงลูกธนูเอาไว้เมื่อได้จังหวะก็ปล่อยให้ลูกธนูพุ่งปักไปที่เป้าแต่เหมือนไม่เป็นดั่งใจหวังเพราะลูกธนูดันแฉลบพลาดเป้าไปปักที่พื้นด้านหลังแทน นางพยายามยิงไปหลายดอกผลก็ออกมาตามเดิมคือพลาดทุกเป้าประหนึ่งว่าที่พื้นมีแม่เหล็กดูดเอาไว้จนมันไปปักรวมกันอยู่ตรงนั้นทุกดอกแทน
"ให้ตายสิยิงธนูยังพลาด แล้วข้าจะสู้กับปีศาจได้หรือ เกิดนางจิ้งจอกคู่แค้นเก่าบุกมา คนแบบข้าที่สกิลการต่อสู้ติดลบจะเอาอะไรไปสู้ได้"
นางโยนธนูในมือทิ้งก่อนจะเดินเตะหิมะไปเรื่อยอย่างไม่มีสิ่งใดจะทำ นางไม่มีลูกศิษย์ให้สอนสั่งเคยถามอู๋เจียอีกฝ่ายบอกว่าเพราะนางไม่ชอบดูแลใคร ชอบอยู่สันโดษมากกว่าจึงไม่มีลูกศิษย์เช่นเซียนคนอื่น ก็เลยกลายเป็นว่าพอนางที่เป็นคนชอบพูดชอบคุยมาอยู่ในร่างนี้เลยไม่มีอะไรทำ มิหนำซ้ำยังต้องพยายามเก็บกดความรู้สึกอีกต่างหาก ต้องพยายามทำตัวเป็นอาลี่คนเก่าที่นิสัยตรงกันข้ามกับนางทุกอย่างอีก
การสวมหน้ากากเป็นคนอื่นมันไม่ง่ายเลย
"อ๊ะ! ว้าย!" เพราะมัวแต่คิดอะไรเพลิน ๆ จึงไม่ทันได้มองตรงหน้าสุดท้ายก็เดินชนเข้ากับใครบางคนเข้าอย่างจังจนเซหงายหลังจะล้มแต่ก็ถูกวงแขนใหญ่คว้าเอาไว้เสียก่อนพร้อมดึงตัวนางเข้าหาจนใบหน้าทิ่มเข้าไปในอกกว้างเต็มแรง
"ท่านหญิง ท่านเป็นอันใดหรือไม่ขอรับ?"
เสียงที่คุ้นเคยมันทำให้อู๋เซียนลี่ต้องรีบเงยหน้ามองเมื่อเห็นว่าเป็นเจียงซิงเยี่ยนก็ตกใจรีบผละตัวถอยออกมาในทันทีพร้อมผลักเขาออกไปด้วย
"มะ… ไม่เป็นอันใด"
"แน่ใจหรือว่าท่านมิเจ็บตรงไหน?"
"นะ… แน่ใจสิ นี่ตัวของข้า ข้าย่อมรู้ว่าเจ็บหรือไม่เจ็บ"
"ถ้าเช่นนั้นข้าต้องขออภัยด้วยที่เดินชนท่านขอรับ" เขายกมือขึ้นประสานกันพร้อมก้มหัวลงอย่างนอบน้อม
ข้าต่างหากที่เดินชนเจ้า
"ช่างเถิด แล้วนี่เจ้าจะไปไหน อากาศวันนี้หนาวนักไม่ควรออกมาเดินเช่นนี้เดี๋ยวจะเจ็บไข้เอาได้"
"ข้าจะออกไปหาไม้มาทำฟืนขอรับ"
"หาไม้หรือ กลางพายุหิมะเช่นนี้หรือ?"
"มันเป็นหน้าที่ของข้าขอรับ"
"อย่าบอกนะว่าข้าสั่งเจ้าอีก?"
"ขอรับ ท่านสั่งว่าถ้าวันไหนมีพายุหิมะให้ข้าออกไปหาไม้มาทำฟืนขอรับ วันนี้ข้าจึงต้องออกไป"
ข้าอยากจะเชือดคอตาย!
อู๋เซียนลี่ไยเจ้าโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้กะจะให้เขาตายกลางพายุหิมะหรือยังไงกันถึงได้ออกคำสั่งวิปริตบิดเบี้ยวเช่นนี้ออกมา จะใจร้ายก็ทำไม่ลงเพราะงั้นวันนี้ขอ OOC แล้วกันนะ สารภาพว่าไล่เขาออกไปหาไม้ข้างนอกนั้นไม่ได้จริง ๆ สุดท้ายเลยเลือกจะคว้าข้อมือของอีกฝ่ายเอาไว้
"เจ้าไม่ต้องออกไป มากับข้า"
"จะไปไหนหรือขอรับ?"
"ไม่ต้องถามตามมาก็พอแล้ว"
นางดึงแขนของเจียงซิงเยี่ยนให้เดินตามมาช้า ๆ เพราะเขาตาบอดกลัวว่าดึงแรงไปจะทำเขาล้มหน้าคะมำเอาเดี๋ยวใบหน้าหล่อเหลาจะเป็นรอยหมด ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นแผลเป็นบางส่วนไปแล้วก็เถอะ แต่ไว้รอพลังนางกลับมาเหมือนเดิมก่อนจะช่วยซ่อมแซมลบเลือนรอยแผลเป็นบนกายของเขาให้หมดทุกส่วนเลย
"ที่นี่ที่ไหนขอรับ?" เจียงซิงเยี่ยนถามเมื่อถูกจับให้นั่งลงบนพื้น เบื้องหน้ามีโต๊ะอยู่เพราะเขากำลังวางมือจับลงบนถ้วยชา
"เรือนนอนข้าเอง"
เจียงซิงเยี่ยนพาอู๋เซียนลี่เข้ามาในเรือนนอนก่อนจะพามานั่งพักที่โต๊ะริมหน้าต่าง อุณหภูมิหนาวเหน็บบนเทือกเขาหิมะพัดโชยเข้ามาในห้องแต่พวกเขาทั้งสองคนก็เหมือนจะชินชากับอากาศเช่นนี้แล้วเพราะอยู่กับมันมานานมาก ถึงกระนั้นกะละมังไฟก็ยังถูกจุดในห้องเพื่อให้ห้องมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นเสียหน่อยอู๋เซียนลี่หยิบขวดยาออกมากินก่อนจะหันไปรับถ้วยน้ำชาจากเจียงซิงเยี่ยน มือใหญ่เลื่อนขึ้นมาลูบไปตามแก้มแดงที่ขึ้นรอยนิ้วมือชัดเจนอย่างแผ่วเบา"เจ็บหรือไม่ขอรับ?""เลือดกบปากขนาดนี้ก็ต้องเจ็บสิ" นางอ้าปากออกเพื่อให้เจียงซิงเยี่ยนดูร่องรอยเลือดที่ก่อนหน้านี้มันเต็มปากไปหมด แต่คายทิ้งไปส่วนหนึ่งแล้ว"ข้าเป่าให้นะขอรับ" ร่างสูงลุกขึ้นยืนก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ๆ สองมือจับประคองคางของนางเอาไว้ยามลมร้อนเป่ารดลงมาบนแก้มคิดว่านางเป็นเด็กหรือไง เป่าแล้วหายเจ็บเนี่ยแต่การกระทำของเขาก็ชวนหัวใจสั่นไหวยามใบหน้าอยู่ใกล้กันเช่นนี้ ลมหายใจร้อนผ่าวมันชวนให้ร่างกายอ่อนระทวยจนแทบจะเหลวเป็นน้ำ เร็วกว่าสมองก็คือฝ่ามือของนางที่จับหมับเข้าที่ดวงหน้าของเจียงซิงเยี่ยนแล้วดึงริมฝีปากของเขาลงมาสัมผัสกัน แม้เซียนหนุ่มตกใจแต่เขาก็กลับมา
Chapter 20‘ให้ข้าปรนนิบัติเจ้า’อู๋เซียนลี่เดินเข้ามาภายในเรือนรับรองที่มีเจียงซิงเยี่ยนยืนอยู่ บนเก้าอี้มีอู๋เจียที่กลับมาแล้วนั่งอยู่กับชายชราหัวขาวคนหนึ่งที่แผ่รังสีอำมหิตออกมาจนน่ากลัว ใบหน้าของชายชราแลดูเหมือนนางมากเลยเดาได้ทันทีว่าต้องเป็นบิดาแน่นอนเพียะ!"โอ๊ย!""ท่านพ่อ!"ยังไม่ทันที่อู๋เซียนลี่จะได้ยกมือคารวะชายชราก็ลุกขึ้นยืนพุ่งตรงมาหานางแล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้ารูปงามอย่างแรงจนสะบัดหัน ร่างกายบางทรุดลงไปกองกับพื้น อู๋เจียรีบลุกมาห้ามผู้เป็นพ่อในทันทีเช่นเดียวกับเจียงซิงเยี่ยน"เจ้ากล้าดียังไงมาทำร้ายอาเยี่ยน ข้าบอกให้เจ้าดูแลเขาดี ๆ" อู๋เซินชี้หน้าบุตรสาวคนโตด้วยความโกรธ"ทะ… ท่านพ่อ ขะ… ข้า ข้าทำอันใด" อู๋เซียนลี่ตกใจจนพูดอะไรไม่ถูก สับสนไปหมดว่ามันเกิดอะไรขึ้นทำไมอยู่ดี ๆ นางโดนตบจนคว่ำขนาดนี้ ฟันโยกหรือเปล่าก็ไม่รู้แต่ปากแตกแน่นอน“เจ้าทุบตีเขาข้ายังพอมองผ่านได้ว่าเจ้าอาจจะสั่งสอนในฐานะพี่สาว แต่นี่ถึงขั้นต้องควักลูกตากันเลยหรือ!”“ท่านพ่อระงับโทสะก่อนเจ้าค่ะ” อู๋เจียพยายามช่วยห้าม“เจ้าก็อีกคนเหตุใดไม่บอกพ่อดันช่วยพี่สาวของเจ้าปกปิดเรื่องนี้” อู๋เซินหันมาต่อว่าบุตรสาวค
หลังจากกินข้าวเสร็จอู๋เซียนลี่ก็เก็บข้าวของเตรียมจะกลับไป๋เซี่ยซานเพราะออกมาหลายวันคงจะไม่ดีถ้าเกิดนางจิ้งจอกเข้าไปถล่มสังหารข้ารับใช้ของนางเพื่อเล่นละครฉากใหญ่คงจะแย่ ไม่อยากให้ชีวิตคนบริสุทธิ์ต้องมาเสี่ยงด้วย ประตูเลื่อนถูกเปิดออกพร้อมกับเจียงซิงเยี่ยนที่เดินเข้ามาดูเหมือนว่าเขาจะจัดของตัวเองเสร็จแล้ว"ข้าช่วยขอรับ" เขานั่งลงข้าง ๆ นางก่อนจะช่วยหยิบตำราหลายเล่มใส่ลงไปในกล่อง "ตำราเหล่านี้โหรวหลงจินตี้เซียนให้มาหรือขอรับ?""ใช่ มีตำราโบราณหลายเล่มเจ้าเบามือหน่อยนะเดี๋ยวจะเสียหาย""ถึงจะความจำเสื่อมแต่ท่านหญิงก็ยังชอบอ่านตำราเหมือนเดิมเลยนะขอรับ""แล้วจะให้ข้าทำอันใดเล่า วัน ๆ หนึ่งเหมือนมีงานการ มีปีศาจให้ข้าสังหารนัก" นางพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ"ท่านจะสังหารปีศาจทุกตนที่เจอเลยไหมขอรับ?"อยู่ดี ๆ เจียงซิงเยี่ยนก็ถามขึ้นจนอู๋เซียนลี่ประหลาดใจ นางเงยขึ้นสบตากับเขาแต่ทำไมดวงตาของอีกฝ่ายถึงไหววูบเช่นนั้น "เซียนมีหน้าที่ปราบปีศาจและปีศาจก็มาพร้อมความชั่วร้าย มิใช่สิ่งที่ดีข้าย่อมต้องสังหาร""แล้วถ้าปีศาจตนนั้นดีกับท่านละขอรับ ท่านจะสังหารลงหรือไม่?""เจ้าถามทำไมเสี่ยวเยี่ยน?""เพราะ
Chapter 19‘เจ้ามีสิ่งใดปิดบัง'เจียงซิงเยี่ยนเดินหันซ้ายหันขวาไปมาอย่างไม่รู้จะไปทางไหนดีเพราะจะไปขอให้โรงครัวทำซุปเห็ดหอมตุ๋นยาจีนให้อู๋เซียนลี่แต่เขาก็ไม่รู้ทางเพราะไม่ค่อยมาที่นี่บ่อยนัก"หาอันใดอยู่หรือ?" เสียงนุ่มแต่เข้มดังขึ้นจนเขาต้องรีบหันไปมองก็พบว่าเป็นโหรวหลงจินกับฟานไป๋ที่เดินมาด้วยกันจึงรีบคำนับทันที"คารวะโหรวหลงจินตี้เซียน ฟานไป๋ตี้เซียนขอรับ""เจ้าเด็กกำพร้าน่าหงุดหงิด" ฟานไป๋จ้องมองเจียงซิงเยี่ยนด้วยแววตาขุ่นมัว"เจ้าหาอันใดอยู่อาเยี่ยน?" โหรวหลงจินถามด้วยรอยยิ้มต่างกับฟานไป๋สิ้นเชิง"ข้าน้อยหาโรงครัวขอรับ ข้าจะให้โรงครัวทำซุปเห็ดหอมตุ๋นยาจีนให้ท่านหญิงขอรับ""ดูสิโหรวต้าเกอ เสี่ยวลี่เจ็บไข้อีกแล้วแต่เจ้าเด็กกำพร้าผู้นี้ไม่ยอมให้ข้าเข้าไปดูนาง" ฟานไป๋หันไปฟ้องโหรวหลงจินทันที"ท่านหญิงต้องการพักผ่อนขอรับ ข้าเลยไม่อยากให้ผู้ใดเข้าไปรบกวน" เจียงซิงเยี่ยนพูดอธิบาย"ข้าเองก็ไม่ได้เข้าไปดูนางเช่นกัน มิใช่แค่เจ้าหรอก" โหรวหลงจินหันไปพูดกับฟานไป๋จนอีกฝ่ายยอมเงียบ"เจ้ามานี่ที" โหรวหลงจินตะโกนเรียกลูกศิษย์ที่เดินผ่านมา"ขอรับท่านอาจารย์""เจ้าไปบอกโรงครัวให้ทำซุปเห็ดหอมตุ๋นยา
อู๋เซียนลี่ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีในยามสายของวันเสียแล้ว นางได้ยินเสียงตะโกนโวยวายอยู่ด้านนอกจนต้องรีบลุกขึ้นฉับพลันเพราะจำได้เป็นอย่างดีว่าเสียงนั้นเป็นของฟานไป๋ ถ้าฟังไม่ผิดเหมือนเขาอยากจะเข้ามาพบนางแต่เข้ามาไม่ได้คงเพราะถูกเจียงซิงเยี่ยนห้ามเอาไว้ แต่พอนึกถึงเจ้าเด็กคนนั้นพลันร่างกายก็ร้อนผ่าวขึ้นมาในทันที ไล่ตามองสำรวจลงไปก็พบว่าตนเองสวมใส่ชุดซับในแล้วเรียบร้อยแต่มันก็บางเฉียบ ไม่ต้องเดาเลยว่าใครใส่ให้ก็คงเป็นเจ้าลูกหมาที่ปู้ยี่ปู้ยำนางเมื่อคืนนั่นแหละมันก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลืมตาตื่นขึ้นมาในสภาพแบบนี้หลังจากค่ำคืนแห่งศึกหนักก็อย่างที่บอกว่าชาติก่อนนางเคยมีเซ็กซ์กับผู้ชายมาแล้ว เคยมีแฟนมาก่อนเลยไม่ค่อยรู้สึกรู้สาอะไรกับเรื่องแบบนี้แล้วจะบอกว่าอายมันก็อายบ้างแหละ แต่ก็ไม่ถึงขั้นทำตัวเป็นสาวแรกแย้มบิดพลิ้วหรือร้องห่มร้องไห้เสียใจอะไร มันก็คือส่วนหนึ่งในชีวิตไม่ใช่หรือ มนุษย์ถูกสร้างให้สืบทอดเผ่าพันธุ์อยู่แล้วนี่ก็เลยไม่อยากมองเซ็กซ์เป็นเรื่องแปลกที่ต้องแตกแยกอะไร มันก็แค่เซ็กซ์คนเรามีสิทธิ์มีเซ็กซ์ได้ถ้าพึงพอใจเสียงประตูเปิดออกจนนางสะดุ้งเฮือกจะว่าทำใจได้ก็เถอะแต่พอเห็นหน้าเจียงซิงเยี่
Chapter 18‘พลาดท่าเสียที’เสียงสัมผัสเปียกชื้นดังระงมออกมาจากสองร่างกายที่กำลังเกี่ยวพันกัน ริมฝีปากหนาพรมจูบไปทั่วลำคอขาวลากไล้ไปตามเนื้ออ่อนขบเม้มและดูดดึงมันจนเกิดรอยสีกุหลาบจาง ๆ เพื่อตีตราเป็นเจ้าของ อาภรณ์ตัวในถูกดึงลงจนเกาะหมิ่นเหม่ที่หัวไหล่ส่วนตัวนอกถูกทอดทิ้งออกไปตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบได้"จะ… เจียงซิงเยี่ยน ยะ… อย่า" มือเล็กพยายามปัดป้องดันอกของเขาออกไปแต่คนลุกล้ำก็ไม่ขยับเลยก่อนทั้งร่างถูกรวบขึ้นอู๋เซียนลี่ถูกอุ้มเหมือนเด็กน้อยในอ้อมแขนของเจียงซิงเยี่ยน ถึงแม้นางจะมีรูปร่างผอมสูง สง่างามมากแค่ไหนแต่ยามอยู่กับเขาก็ตัวเล็กเสมอ แผ่นหลังสัมผัสลงบนพื้นเตียงเมื่อถูกปล่อยลงโดยมีเขาตามลงมาคร่อมทับคล้ายจะกันไม่ให้นางหนี ดวงตาคนทั้งสองสบมองกันอยู่เนิ่นนาน ดวงตาที่ทำให้นางหวั่นไหวจนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะริมฝีปากทาบทับลงมาอีกครั้งอย่างดูดดื่ม สอดแทรกลิ้นเข้ามากระหวัดเกี่ยวพันในปากของนางจนแทบหายใจหายคอไม่ทัน ลมหายใจถูกช่วงชิงจากคนด้านบน ยิ่งร้อนผ่าวยามมือใหญ่เลื่อนขึ้นมาตามเรียวขาของนางลากวนแถวต้นขาซ้ำไปซ้ำมาก่อนจะผละริมฝีปากลงมาไซร้ไปตามซอกคอลากยาวลงมาถึงหน้าอกอวบอิ่มที่ยามนี้พ้นเสื







