Share

บทที่ 3 แมวกับเสือ (1)

last update publish date: 2026-08-29 13:00:35

เพราะเป็นเวลาดึกมาก ผู้คนที่มาเที่ยวชมงานเทศกาลจึงบางตาลง ทว่าสองข้างทางยังคงสว่างไสวเต็มไปด้วยโคมไฟที่ส่องสว่าง

สุ่ยตัวตัวสอดส่ายสายตาชื่นชมโดยรอบ นานมากแล้วที่นางไม่ได้เที่ยวเล่นเช่นนี้ หากแม่ทัพเซี่ยยังอยู่เขาจะเป็นคนพานางออกมาทุกครั้ง พี่ชายที่แสนดีในวันนั้นไม่มีอีกแล้ว นางกลับมาใช้ชีวิตองค์หญิงเต็มตัว ต้องทำตามกฎเกณฑ์ มีพี่น้องต่างมารดามากมายแต่ก็มิได้มีความสุขเฉกเช่นวันวาน

ภายใต้รอยยิ้มสดใส ถูเข่อหานมองเห็นอาการหมองหม่นเจืออยู่ในนั้น เขาคว้ามือนุ่มนิ่มมากุมปลอบ หญิงสาวแหงนมองอีกฝ่าย เขาส่งยิ้มจริงใจให้แก่นาง

จริงสิ แม้ตอนนี้ไม่มีพี่ชาย แต่นางก็ยังมีน้องชายผู้นี้อยู่เคียงข้างมิใช่หรือ

“เรามาปล่อยโคมไฟเพื่ออธิษฐานถึงพวกเขาดีหรือไม่”

นัยน์ตาดอกท้อระริกไหว สุ่ยตัวตัวยิ้มพลางพยักหน้ารับ

ถูเข่อหานเห็นนางเป็นเช่นนี้ก็ยิ่งทำให้ตนไม่วางใจ ชายหนุ่มใช้ฝ่ามือทั้งสองประคองมือเรียวเอาไว้ “พี่หญิงตัวตัว ท่านกลับมาสดใสดังเดิมเถิดนะ ท่านเชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้แม่ทัพเซี่ยและพี่หญิงซูกำลังใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอยู่ในอีกฟากฝั่ง หากพวกเขารู้ว่าท่านเอาแต่ใช้ชีวิตอมทุกข์จะต้องไม่สบายใจเป็นแน่”

กระบอกตาหญิงสาวร้อนรื้นแดงก่ำ นางรู้ดีว่าคำพูดเหล่านี้เขาก็เพียงต้องการปลอบใจนางเท่านั้น นานเพียงนี้แล้วเหตุใดนางกลับไปยอมมองไปข้างหน้าเสียที ดังนั้นวันนี้นางเลือกที่จะเชื่อเขา ต่อไปนางจะปล่อยให้หัวใจเป็นอิสระ

หญิงสาวโผเข้ากอดเจ้าของร่างสูง หยาดน้ำอุ่นไหลลงอาบสองข้างแก้ม “ขอโทษนะ ต่อไปข้าจะไม่เป็นเช่นนี้อีก”

ฝ่ามือกว้างลูบลงบนเส้นผมหนานุ่มด้วยความแผ่วเบา “ไม่ต้องร้อง ท่านต้องยิ้มให้มาก แม่ทัพเซี่ยและพี่หญิงซูถึงจะดีใจ มาเถอะข้าพาท่านไปปล่อยโคมไฟด้วยกัน”

สุ่ยตัวตัวพยักหน้าทั้งที่ยังซบอยู่ใต้แผงอกนั้น ทั้งสองผละออกจากกัน ปลายนิ้วหยาบกร้านบรรจงเช็ดคราบน้ำตาให้กับหญิงสาว เขายิ้มออกมาด้วยความอ่อนโยน

“เมื่อก่อนเป็นท่านที่ดูแลข้า คอยซับน้ำตาให้ข้า ต่อไปนี้ให้ข้าดูแลท่านนะ”

สุ่ยตัวตัวกลืนก้อนสะอื้นลงคอ หญิงสาวพยักหน้าแทนคำตอบ นางไม่กล้าพูดสิ่งใดเพราะเกรงน้ำตาจะซึมออกมาอีกครา หนนี้ไม่ใช่เพราะความทุกข์ใจ แต่มันเป็นเพราะความสุขที่อัดแน่นต่างหาก

บ่อยครั้งที่ถูเข่อหานมักพูดกับนางซ้ำ ๆ ว่าอย่าทอดทิ้งเขา อันที่จริงเป็นนางต่างหากที่กำลังหวาดกลัว อีกเพียงสามปีเท่านั้นที่เขาจะต้องกลับไปยังแคว้นตงเสีย นางเองก็มิอาจขัดสมรสพระราชทานได้

เรื่องเหล่านี้ไม่สามารถฝ่าฝืน ต่างฝ่ายต่างก็แบกภาระเอาไว้บนบ่าด้วยเพราะสถานะที่สูงส่งกักขังนางและเขาไว้แต่กำเนิด หนำซ้ำยังอยู่ฝั่งตรงกันข้ามมาตั้งแต่ต้น

ต่อให้เส้นทางในอนาคตดูเหมือนริบหรี่ กระนั้นสุ่ยตัวตัวในตอนนี้ยังคิดจะคว้าโอกาสน้อยนิดเอาไว้ ขอเพียงเขาไม่จากนางไปแสนไกลเฉกเช่นพี่ชายและพี่สาวก็เพียงพอแล้ว 

มือเรียวกระชับมือที่กุมกันไว้แน่น หญิงสาวปาดคราบน้ำตาจากนั้นยิ้มออกมาดุจดั่งปล่อยวางทุกอย่างหมดสิ้น

“ไปกันเถอะ ต่อไปนี้พี่สาวจะไม่ร้องไห้ให้เจ้าได้เห็น”

ถูเข่อหานยิ้มยินดี เขางอปลายนิ้วพลางสะกิดไปที่ปลายจมูกเชิดรั้น “อย่างนี้สิถึงจะสมเป็นพี่หญิงของข้า”

สุ่ยตัวตัวแสร้งหน้ามุ่ย “เจ้าทำอะไร ตกลงข้าหรือเจ้าที่เป็นพี่”

ถูเข่อหานหัวเราะหยอกล้อ สุ่ยตัวตัวง้างมือจนสุด มีหรือที่ชายหนุ่มจะรอให้ฝ่ามืออรหันต์ฟาดลงมา เขารีบจ้ำเท้านำหน้าไปอย่างรวดเร็ว

“แน่จริงท่านก็ตามมาตีข้าให้ทันสิ”

“หน็อยแน่ เจ้าเด็กแก่แดด ได้ทีเอาใหญ่ เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ” ขาเสลาสับเท้าตามเขาไปติด ๆ

ถูเข่อหานหัวเราะร่า ในที่สุดพี่หญิงตัวจริงของเขาก็กลับมาเสียที นับจากนี้คงมีเพียงเขาที่ต้องก้าวข้ามเรื่องราวดำมืดที่ฝังอยู่ในใจให้ผ่านพ้นไปโดยเร็ว เพื่อที่นับจากนี้เขาจะสามารถยืนเคียงข้างนางอย่างเต็มภาคภูมิ

ไม่นานทั้งสองก็มาถึงลานปล่อยโคมไฟ ทว่าตอนนี้ร้านรวงทยอยปิดไปเกือบจนหมดแล้ว

“พี่หญิงตัวตัว รอข้าตรงนี้ เดี๋ยวข้ากลับมา”

“อ๊ะ ช้าก่อน”

ไม่ทันเสียแล้ว เขาวิ่งจากไปประหนึ่งหายตัวได้ หญิงสาวทอดถอนใจก่อนจะเผยยิ้มเอ็นดูออกมา นางแหงนมองท้องฟ้า แม้ค่ำคืนมืดมิดแต่กลับสัมผัสได้ว่าฝนกำลังจะมาเยือน

ลมเย็นยะเยือกตีปะทะร่างบอบบาง สุ่ยตัวตัวลูบแขนของตนเพื่อบรรเทาความหนาวเหน็บ

“พี่หญิง รอนานหรือไม่”

เสียงทุ้มกลับมาพร้อมผ้าคลุมผืนหนา เขาคลุมผ้าในมือลงบนไหล่แคบ ในมืออีกฝั่งยังถือโคมไฟที่วาดภาพเสือน้อยกับแมวตัวใหญ่ไว้อีกด้วย

สุ่ยตัวตัวอมยิ้ม “ขอบคุณนะ” คิ้วสวยกระตุก “…ภาพนี้หมายความว่าอย่างไร?”

“ท่านมองไม่ออกอีกหรือ เสือน้อยตัวนี้ก็คือข้า ส่วนเจ้าแมวขี้โมโหก็คือท่าน”

สุ่ยตัวตัวหัวเราะครืน หญิงสาวทำท่าแยกเขี้ยวยิงฟัน “เช่นนั้นเจ้าควรให้ข้าเป็นเสือแล้วเจ้าเป็นแมวถึงจะถูกต้อง”

ถูเข่อหานส่ายหัว “จะได้อย่างไร เป็นแมวสิดีต่อให้ท่านโมโหอย่างไรก็ยังน่ารักน่าถนอม หากท่านเป็นเสือก็คงไม่มีเสือตัวไหนกล้าดุร้ายไปมากกว่านี้แล้ว”

หญิงสาวคิ้วกระตุก “เช่นนั้นเจ้าดุร้ายหรือ”

“ก็ไม่แน่”

สุ่ยตัวตัวยิ่งขบขันเข้าไปใหญ่

ถูเข่อหานหน้านิ่วคิ้วขมวด “ท่านหัวเราะอะไร ข้าเป็นเสือร้าย คือตัวอันตรายเชียวนะ”

“แล้วเสือของเจ้าเหตุใดตัวเล็กกว่าแมว”

“แม้ข้าเป็นพญาเสือร้าย แต่ถ้าได้อยู่ข้างกายท่านข้าก็จะเป็นแค่ลูกเสือเชื่องเชื่อตัวหนึ่ง”

สุ่ยตัวตัวชะงัก ก่อนกระแอมออกมา “เพ้อเจ้อจริง ๆ มาเถอะเขียนคำอธิษฐานกัน หากช้ากว่านี้ข้าว่าฝนต้องตกลงมาเป็นแน่”

“อื้อ”

ถูเข่อหานมองฟ้าด้วยความหวาดหวั่น หากคืนนี้มีฝนตกลงมาจริง ๆ เขาจะทำเช่นไร แม้เป็นเช่นนั้นก็ไม่อาจให้มันมาขวางเรื่องดี ๆ ในวันนี้ได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พี่หญิงอย่าทอดทิ้งข้า   บทที่ 16 แต่งงานหรือออกทำศึก (1)

    อยู่ ๆ หญิงสาวก็เผยโฉมที่ท้องพระโรง บรรยากาศด้านในเงียบเชียบ นายทหารเฝ้าประตูรีบถลาเข้ามา“องค์รัชทายาท กระหม่อมห้ามแล้วแต่องค์หญิงทรง…”“ช่างเถอะ”“พ่ะย่ะค่ะ”สตรีร่างระหงย่างกรายตรงเข้ามาด้วยท่วงท่างามสง่า นางปรายตามองเหล่าคณะทูตจากแคว้นหานโจว พยายามกวาดสายตาเพื่อมองหาคนที่คุ้นเคยแต่กลับไม่มี“น้องหญิงเจ้ากำลังเล่นซนอะไร กลับออกไป เรื่องนี้ข้ากับพี่ใหญ่จะตัดสินใจเอง หากเจ้าไม่เต็มใจผู้ใดก็บังคับเจ้าไม่ได้” สุ่ยจื่ออันรีบขวางสุ่ยตัวตัวคิดมาดีแล้ว นางกำลังหาทางไปเยือนหานโจวอยู่พอดี การใช้วิธีนี้นับว่าไม่เลว หากคำพูดในวันนั้นของถูเข่อหานเป็นจริง นางเชื่อว่าเขายังมีชีวิตอยู่แน่หากเขารู้ว่านางตัดสินใจแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ถูเข่อหานต้องไม่มีทางนิ่งดูดาย แต่ถ้าเขาไม่โผล่มาชิงเจ้าสาวนางจะเชื่อว่าเขาได้ตายไปแล้วจริง วันเข้าหอนางสัญญาจะกัดลิ้นตายแล้วลงไปตามหาเขาที่ปรโลกเสีย อย่างน้อยก็ไม่ผิดต่อบ้านเมือง และยังไม่ผิดต่อตัวนางกับเขา‘เจ้าบีบบังคับพี่หญิงเองนะ หากเจ้าไม่โผล่มา ข้าจะเกลียดเจ้าไปชั่วชีวิต ต่อให้เจ้าตายไปแล้วข้าก็จะตา

  • พี่หญิงอย่าทอดทิ้งข้า   บทที่ 15 เพียงข้อเสนอเดียว

    สุ่ยตัวตัวเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง นางเอาแต่ร้องฟูมฟายไม่กินไม่ดื่ม ไม่ว่าผู้ใดเกลี้ยกล่อมก็ไม่ใจอ่อน กระทั่งบังเอิญเหลือบไปเห็นบันทึกเล่มหนึ่งที่วางทิ้งไว้สุ่ยตัวตัวปาดคราบน้ำตาส่ง ๆ จากนั้นลุกไปหยิบมันขึ้นมา‘พี่หญิง ต่อไปหากเกิดอะไรขึ้น ท่านจะเชื่อใจข้าได้หรือไม่ ท่านต้องรอข้าไม่ว่าจะได้ยินอะไรมาก็ตาม ข้าไม่มีทางทอดทิ้งท่าน’เสียงของถูเข่อหานสะท้อนขึ้นในหัว ทำให้นางรู้สึกมีหวัง สุ่ยตัวตัวพลิกเปิดบันทึกหน้าแรกด้วยมือสั่นเทาที่แท้บันทึกเล่มนี้ก็คือบทนิยายเรื่องหนึ่ง สุ่ยตัวตัวกวาดสายตาอ่านไปทีละตัวอักษร นางใช้เวลาและสมาธิจดจ่ออยู่กับเรื่องราวที่บรรยายออกมาเหล่านั้นสุ่ยตัวตัวยิ่งอ่านก็ยิ่งพบแต่ความตื่นตะลึง ราวกับตนกำลังติดตามชีวิตคนคนหนึ่งอย่างชัดเจน ประหนึ่งผู้บรรยายเป็นพระเจ้าที่กวาดสายตาก็มองทะลุทุกสรรพสิ่งแน่นอนว่าเรื่องราวที่ถูกบรรยายเอาไว้ ตรงกับการใช้ชีวิตของนางทั้งหมด ไม่ว่าสถานะครอบครัว บุคลิกนิสัยส่วนตัว ล้วนตรงกับนางไม่มีผิดเพี้ยนสุ่ยตัวตัวใจเต้นระส่ำ ที่แท้ชีวิตของนางก็ถูกควบคุมไว้ด้วยปลายพู่กันอย่างที่ถูเข่อหานเคยบอก สุ

  • พี่หญิงอย่าทอดทิ้งข้า   บทที่ 14 น้องสาวถูกรังแก (2)

    ทว่าสุ่ยจื่ออันกลับลอยหน้าดั่งทองไม่รู้ร้อน เขาหงุดหงิดจะตายอยู่แล้ว น้องสาวถูกรังแกพี่ชายอย่างเขาจะนิ่งดูดายได้อย่างไร เสียดายนักที่ถูเข่อหานชิ่งตายไปก่อน ไม่เช่นนั้นเขานี่แหละจะเอาดาบบั่นคอเขาเอง โทษฐานที่ปล่อยให้คนสดใสร่าเริงอย่างสุ่ยตัวตัวจมอยู่กับความทุกข์ระทมทั้งที่บอกอยากปกป้องน้องสาวของเขานักหนากลับหายหัวไปไม่ลาสักคำ คนสับปลับไร้หัวคิด อย่าให้เขาเจอแม้แต่วิญญาณเชียว เขาจะสั่งสอนให้เด็กโง่คนนั้นรู้สำนึกไม่ได้ผุดได้เกิดข่าวชายแดนระหว่างแคว้นตงเสียและแคว้นหานโจวยังถูกยกมารายงานในท้องพระโรงทุกวัน ถึงอย่างไรจงเจียนก็ต้องเตรียมรับมือเอาไว้ หันไปทิศใดก็มีแต่ถ้ำเสือบึงมังกร และแล้วเรื่องที่ไม่อยากได้ยินมากที่สุดก็มาจนได้แม่ทัพที่ถูกเรียกตัวกลับเมืองหลวง สาวเท้าขึ้นมา “ทูลฝ่าบาท บัดนี้ตงเสียชนะศึก สามารถยึดหานโจวได้แล้ว อาวุธของพวกเขาทรงพลังน่าเกรงขาม เมื่อเจ็ดปีก่อนจงเจียนฝากความอัปยศไว้ให้พวกเขา เกรงว่าอีกไม่นานตงเสียจะต้องเบนหางเสือมาที่จงเจียนแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”ฮ่องเต้ได้ยินรายงานเช่นนี้ก็หายใจติดขัด เดิมสุขภาพของเขาไม่สู้ดีอยู่แล้ว ยิ่งมีเรื่องมากระท

  • พี่หญิงอย่าทอดทิ้งข้า   บทที่ 14 น้องสาวถูกรังแก (1)

    หลังสุ่ยจื่ออันรู้ถึงความสนิทสนมของถูเข่อหานและสุ่ยตัวตัวเขาก็ส่งหน่วยสอดแนมมาจับตามองน้องสาวอยู่ตลอด แม้ถูเข่อหานช่วยเขาได้มากเรื่องกวาดล้างกบฏ แต่เรื่องน้องสาวกับเรื่องผลงานมันคนละส่วนกันสุ่ยตัวตัวไม่อยากก่อปัญหา นาน ๆ ครั้งนางถึงจะลอบไปพบถูเข่อหาน ซึ่งก็ล่วงเลยมาเกือบทั้งเดือนที่นางไม่ได้พบหน้าเขา ถูเข่อหานเองก็เงียบไปจนน่าฉงนเพราะต่อให้สุ่ยจื่ออันวางหูตาไว้กว้างขวางก็ไม่อาจขวางถูเข่อหานได้ การเงียบในครานี้ทำให้สุ่ยตัวตัวสังหรณ์ไม่ดี วันนี้นางจึงอยากพบเขานักและแล้วสุ่ยตัวตัวก็ทนเสียงในหัวไม่ไหว ไม่นานหญิงสาวก็ถ่อมาถึงหน้าตำหนักฉางชุน นัยน์ตาดอกท้อสำรวจบรรยากาศโดยรอบ ทุกอย่างเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของตน หนำซ้ำข้าวของเครื่องใช้ยังถูกวางเอาไว้จนฝุ่นจับหนา เหตุใดราวกับไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่“หานเอ๋อร์”“…”“นี่…”“…”“ถูเข่อหาน ออกมานะ!”“…”ไม่ว่านางจะร้องเรียกอย่างไรก็มีเพียงความเงียบงันที่ตอบกลับมา ความหวั่นวิตกเริ่มเกาะกินจิตใจหญิงสาว ฟ้าฝนก็ทำท่าจะตกให้ได้ หรือเขาจงใจหลบหน้านางเพราะ

  • พี่หญิงอย่าทอดทิ้งข้า   บทที่ 13 ขอแค่พี่หญิงไม่ทอดทิ้งข้า (2)

    สุ่ยตัวตัวกระบอกตาร้อนผ่าว ถูเข่อหานรีบกอดปลอบนาง “ไหนท่านบอกจะไม่ร้องไห้กับเรื่องนี้แล้ว”สุ่ยตัวตัวส่ายหัว “ข้าเปล่านะ แค่ดีใจต่างหาก”ถูเข่อหานยิ้ม “เช่นนั้นก็ดี ในตอนนั้นเองข้าจึงตัดสินใจปรากฏกายต่อหน้าพวกเขา”สุ่ยตัวตัวผละออกมาด้วยความตื่นเต้น “เช่นนั้นเจ้าได้พูดคุยกับพี่เซี่ยและพี่หญิงเมิ่งหลานตัวเป็น ๆ เลยหรือ”“ใช่ ทีแรกข้าหวาดกลัวจริง ๆ ว่าอาจจำคนผิด แต่นั่นเป็นพวกเขา พี่หญิงซูและแม่ทัพเซี่ยตัวเป็น ๆ เขาทั้งสองคนแต่งงานกันแล้วด้วย”สุ่ยตัวตัวยิ้มทั้งน้ำตา “ดีจริง ดีมาก ๆ เลย”“ต้องดีแน่นอน” ถูเข่อหานยิ้มปลอบ เขายังคงพูดต่อ “หากแต่พวกเขาบอกความจริงกับข้าหนึ่งสิ่ง เรื่องนี้มันทำให้ข้าเกือบเป็นบ้าไปแล้ว”“เรื่องอะไรกัน เหตุใดทำเจ้าทุกข์ใจเพียงนั้น”ถูเข่อหานยิ้มขืน “ท่านรู้หรือเปล่าว่าชีวิตของเรากำลังเดินไปตามปลายพู่กันของคนผู้หนึ่ง”“หมายความว่าอย่างไร” หญิงสาวเอียงคอถาม“โลกที่พวกเขาอยู่คือมิติแท้จริง ส่วนโลกของเราก็ประหนึ่งมิติลวงตา ท่านกับข้าก็แค่สิ่งมีชีวิตที่ถูกลิขิตไว้ในหนังสือ”สุ่ยตัวตัวขมวดค

  • พี่หญิงอย่าทอดทิ้งข้า   บทที่ 13 ขอแค่พี่หญิงไม่ทอดทิ้งข้า (1)

    หลังฮ่องเต้ได้ตรวจสอบหลักฐานที่สุ่ยชิงหานและสุ่ยจื่ออันยื่นฎีกาถวายขึ้นไปก็ทำให้ทั้งท้องพระโรงลุกท่วมดุจเพลิงนรกตระกูลเผยเป็นขุนนางขั้นหนึ่งที่ขึ้นตรงต่อฮ่องเต้ ได้รับการไว้วางใจจากราชวงศ์ ทว่าพวกเขากลับใช้ช่องโหว่นี้ในการทำเรื่องต่ำช้า ลอบคบคิดศัตรูขายชาติ ส่งออกอาวุธสังหารไปยังแคว้นหานโจวมานานหลายปี สับเปลี่ยนวัตถุดิบอย่างดีเลือกสวมรอยวัตถุดิบคุณภาพต่ำเพื่อยักยอกงบประมาณแผ่นดินเรื่องนี้ระแคะระคายมานานแต่ไม่อาจสาวถึงตัวบงการได้ เนื่องจากพวกที่เกลือเป็นหนอนก็คือคนใหญ่คนโต มีอำนาจคับฟ้าจนสามารถปิดผืนฟ้าด้วยฝ่ามือเดียวหากแต่ฟ้าเพียงรอวันพิพากษา คนชั่วเหล่านั้นสามารถบดบังสายตาสวรรค์ได้เพียงชั่วขณะ ดังนั้นวันนี้จึงถึงคราวพินาศของตระกูลเผยฮ่องเต้ออกราชโองการในทันที ตระกูลเผยคิดกบฏ ขายชาติ ใช้อำนาจในทางที่ผิด ริบทรัพย์จับกุมคุมขังทั้งตระกูล รอลงอาญาพิพากษาตัดหัวเก้าชั่วโคตร ตระกูลน้อยใหญ่ที่ร่วมขบวนการก็ไม่รอดเช่นเดียวกันสุ่ยตัวตัวนอนดีดขาสบายใจอยู่บนต้นเหมยสุดโปรด ศีรษะของนางหนุนอยู่บนตักกว้างอันอบอุ่น“หานเอ๋อร์ เจ้าเก่งมากเลย ต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status