ANMELDEN“เรียบร้อยแล้ว เจ้าเขียนคำอธิษฐานว่าอะไร”
สุ่ยตัวตัวตั้งใจจะพลิกเพื่อดูอีกฝั่งที่ชายหนุ่มเขียนเอาไว้ แต่ก็ถูกเขาขวาง
“พี่หญิงตัวตัว คำอธิษฐานไหนเลยจะป่าวประกาศได้ ไม่เช่นนั้นสวรรค์จะลงโทษ”
“ชิ ได้ ๆ เจ้าเองก็อย่าแอบดูของข้าแล้วกัน”
โคมไฟถูกจุดขึ้นมาจนส่องสว่าง สุ่ยตัวตัวประสานมือหลับตาพริ้มเพื่อวิงวอนต่อสิ่งที่อธิษฐาน ส่วนถูเข่อหานเพียงจับโคมไฟเอาไว้มั่น ดวงตาของเขายังจับจ้องอีกฝ่ายไม่ละสายตา
‘ขอเพียงชีวิตนี้ได้อยู่เคียงข้างท่านก็เพียงพอแล้ว พี่หญิงของข้า’
ทั้งสองช่วยกันประคองและปล่อยมือจากโคมไฟ มันค่อย ๆ ล่องลอยขึ้นไปเหนือบรรยากาศ ลมที่เริ่มก่อตัวพัดโหมจนโคมไฟปลิวห่างออกไปอย่างรวดเร็ว
“วันนี้ท่านมีความสุขหรือไม่”
“แน่นอน ขอบคุณเจ้ามากนะ”
จู่ ๆ เสียงท้องของหญิงสาวก็ร้องขึ้นมา สุ่ยตัวตัวยิ้มแหย “หิวจังเลย อาหารในวังรสชาติจืดชืด เสียดายจังว่าจะมากินบะหมี่ข้างทางเสียหน่อย แต่ร้านค้าปิดไปหมดแล้ว”
ถูเข่อหานอมยิ้มด้วยความเอ็นดู เขาจูงมืออีกฝ่ายไว้ “ข้าทำให้ท่านกินเอง”
สุ่ยตัวตัวกะพริบตาถี่ “เจ้าทำเป็นด้วยหรือ”
ถูเข่อหานขยิบตาหยอกล้อ “แน่นอน ทำสูตรพิเศษให้ท่านทานได้ด้วยนะ”
สุ่ยตัวตัวตาเป็นประกาย “ข้านี่ช่างโชคดีจริง ๆ ที่มีน้องชายอย่างเจ้า เร็วเข้าพี่หญิงหิวแล้ว”
“ชิ คำก็น้องชาย สองคำก็น้องชาย”
“อ้าว ไม่อย่างนั้นล่ะ เจ้าอยากให้ข้าเรียกอะไร”
“ก็…” ครั้นเห็นดวงตากลมโตมองมาที่เขาใสแป๋ว ชายหนุ่มก็ส่ายหน้าทอดถอนใจ “ช่างเถอะ ๆ ในเมื่อท่านหิวขนาดนี้ก็มานี่มา”
ร่างสูงยอบกายลง
สุ่ยตัวตัวมองด้วยความประหลาดใจ
“ทำอะไรของเจ้า”
“ข้าจะเป็นม้าให้ท่านเอง”
สุ่ยตัวตัวยิ้มจนตาปิด “รู้ใจพี่หญิงเสียจริง”
สุ่ยตัวตัวปรี่เข้าไปกอดคอชายหนุ่มไว้แน่น แขนแกร่งช้อนขาเสลาเอาไว้ด้วยความเบามือ ก่อนจะแบกร่างระหงเอาไว้บนหลัง
สุ่ยตัวตัวดีดเท้าทั้งสองเชิงเล่นสนุก “ไปกันเลย!”
ถูเข่อหานอมยิ้ม เขาส่ายหัวไม่จริงจังนัก “ข้าว่าท่านกินน้อยหน่อยดีกว่า หนักยิ่งกว่าหมูเสียอีก”
สุ่ยตัวตัวหน้ายับยู่ หญิงสาวดึงใบหูอีกฝ่ายเพื่อแก้เผ็ด “เจ้าสิหมู เด็กบ้า”
ถูเข่อหานหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ ยิ่งนางมีความสุขมากเท่าไหร่ หัวใจของเขาก็ราวกับถูกเติมเต็มมากเท่านั้น
หากแต่รอยยิ้มของพวกเขาอยู่ได้ไม่นานก็ต้องเลือนหายไป เมื่ออยู่ ๆ ก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบวิ่งมาล้อมเอาไว้ สุ่ยตัวตัวตกใจหน้าเปลี่ยนสี
“ถ้าไม่อยากตายก็ส่งของมีค่ามา!”
ถูเข่อหานกระชับมือของตนแน่นขึ้น สุ่ยตัวตัวโน้มกระซิบ “เราเอาของมีค่าให้เขาไปดีหรือไม่ วันนี้อย่ามีเรื่องเลย”
นัยน์ตาคมกริบจ้องมองเหล่าชายแปลกหน้าเขม็ง แม้อีกฝ่ายมีมากกว่าแต่เขาไม่กลัว ทว่าสิ่งที่เขาเป็นห่วงคือสุ่ยตัวตัวต่างหาก
ถูเข่อหานโยนถุงผ้าไหมลงไปบนพื้น “ได้แล้วก็ไสหัวไป”
“ไสหัวไป? คิดว่าเงินแค่นี้พวกเราก็จะไปแล้วหรือ ข้าว่าแม่นางที่อยู่บนหลังของเจ้าทิ้งให้พวกเราดีกว่า จากนั้นเราจะไว้ชีวิตเจ้าเป็นอย่างไร”
เสียงทุ้มประสานกันหัวเราะครืนด้วยความชอบใจ
ถูเข่อหานกัดฟันกรอด สุ่ยตัวตัวเคยอยู่ที่ค่ายทหารมาก่อน มีบุรุษหน้าตาเช่นไรที่ไม่เคยเห็น นางไม่กลัวหรอก
“ปล่อยข้าลงก่อน”
“ท่านอยู่นิ่ง ๆ ก็พอ ข้าปกป้องท่านได้แน่”
ซ่า…
จู่ ๆ ฝนก็เทลงมาไม่มีปี่มีขลุ่ย ถูเข่อหานสลัดศีรษะเพื่อขับไล่อาการปวดหัวกะทันหัน
สุ่ยตัวตัวรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ “เจ้าเป็นอะไร”
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบ ขาของเขายังคงเป๋ไปเป๋มา ทั้งยังพยายามสลัดศีรษะเมื่อถูกความเจ็บปวดโถมเข้าใส่
ฝนตกจนได้!
“พี่ใหญ่ ดูเจ้าลูกหมานี่สิ แบกผู้หญิงจะไม่ไหวแล้วยังทำตัวโอหัง ข้าว่าจัดการมันเลยดีกว่า”
ก่อนที่โจรกว่าสิบคนจะบีบวงล้อมเข้ามา ดวงตาของถูเข่อหานก็เปลี่ยนแปลงไป อาการเซหน้าเซหลังหยุดลงเดี๋ยวนั้น นอกจากเขาจะไม่ดูมีอาการเหมือนคนอ่อนแอแล้ว ชายหนุ่มยังแผ่ไอสังหารออกมาจนอีกฝ่ายต้องชะงักเท้าลงกึก
ริมฝีปากได้รูปแสยะยิ้มดุจปีศาจ “ข้ากำลังเบื่อหน่ายอยู่ทีเดียว… กว่าจะทะลวงกรงขังออกมาได้ไม่ง่ายเสียเลย สวะตัวไหนอยากตายก่อนก็จงเข้ามา!”
เสียงของถูเข่อหานเย็นยะเยือกจนน่าตกใจ สุ่ยตัวตัวใจเต้นโครมครามด้วยความสับสน
‘เหตุใดเขาเหมือนไม่ใช่คนเดิม’
อยู่ ๆ หญิงสาวก็เผยโฉมที่ท้องพระโรง บรรยากาศด้านในเงียบเชียบ นายทหารเฝ้าประตูรีบถลาเข้ามา“องค์รัชทายาท กระหม่อมห้ามแล้วแต่องค์หญิงทรง…”“ช่างเถอะ”“พ่ะย่ะค่ะ”สตรีร่างระหงย่างกรายตรงเข้ามาด้วยท่วงท่างามสง่า นางปรายตามองเหล่าคณะทูตจากแคว้นหานโจว พยายามกวาดสายตาเพื่อมองหาคนที่คุ้นเคยแต่กลับไม่มี“น้องหญิงเจ้ากำลังเล่นซนอะไร กลับออกไป เรื่องนี้ข้ากับพี่ใหญ่จะตัดสินใจเอง หากเจ้าไม่เต็มใจผู้ใดก็บังคับเจ้าไม่ได้” สุ่ยจื่ออันรีบขวางสุ่ยตัวตัวคิดมาดีแล้ว นางกำลังหาทางไปเยือนหานโจวอยู่พอดี การใช้วิธีนี้นับว่าไม่เลว หากคำพูดในวันนั้นของถูเข่อหานเป็นจริง นางเชื่อว่าเขายังมีชีวิตอยู่แน่หากเขารู้ว่านางตัดสินใจแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ถูเข่อหานต้องไม่มีทางนิ่งดูดาย แต่ถ้าเขาไม่โผล่มาชิงเจ้าสาวนางจะเชื่อว่าเขาได้ตายไปแล้วจริง วันเข้าหอนางสัญญาจะกัดลิ้นตายแล้วลงไปตามหาเขาที่ปรโลกเสีย อย่างน้อยก็ไม่ผิดต่อบ้านเมือง และยังไม่ผิดต่อตัวนางกับเขา‘เจ้าบีบบังคับพี่หญิงเองนะ หากเจ้าไม่โผล่มา ข้าจะเกลียดเจ้าไปชั่วชีวิต ต่อให้เจ้าตายไปแล้วข้าก็จะตา
สุ่ยตัวตัวเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง นางเอาแต่ร้องฟูมฟายไม่กินไม่ดื่ม ไม่ว่าผู้ใดเกลี้ยกล่อมก็ไม่ใจอ่อน กระทั่งบังเอิญเหลือบไปเห็นบันทึกเล่มหนึ่งที่วางทิ้งไว้สุ่ยตัวตัวปาดคราบน้ำตาส่ง ๆ จากนั้นลุกไปหยิบมันขึ้นมา‘พี่หญิง ต่อไปหากเกิดอะไรขึ้น ท่านจะเชื่อใจข้าได้หรือไม่ ท่านต้องรอข้าไม่ว่าจะได้ยินอะไรมาก็ตาม ข้าไม่มีทางทอดทิ้งท่าน’เสียงของถูเข่อหานสะท้อนขึ้นในหัว ทำให้นางรู้สึกมีหวัง สุ่ยตัวตัวพลิกเปิดบันทึกหน้าแรกด้วยมือสั่นเทาที่แท้บันทึกเล่มนี้ก็คือบทนิยายเรื่องหนึ่ง สุ่ยตัวตัวกวาดสายตาอ่านไปทีละตัวอักษร นางใช้เวลาและสมาธิจดจ่ออยู่กับเรื่องราวที่บรรยายออกมาเหล่านั้นสุ่ยตัวตัวยิ่งอ่านก็ยิ่งพบแต่ความตื่นตะลึง ราวกับตนกำลังติดตามชีวิตคนคนหนึ่งอย่างชัดเจน ประหนึ่งผู้บรรยายเป็นพระเจ้าที่กวาดสายตาก็มองทะลุทุกสรรพสิ่งแน่นอนว่าเรื่องราวที่ถูกบรรยายเอาไว้ ตรงกับการใช้ชีวิตของนางทั้งหมด ไม่ว่าสถานะครอบครัว บุคลิกนิสัยส่วนตัว ล้วนตรงกับนางไม่มีผิดเพี้ยนสุ่ยตัวตัวใจเต้นระส่ำ ที่แท้ชีวิตของนางก็ถูกควบคุมไว้ด้วยปลายพู่กันอย่างที่ถูเข่อหานเคยบอก สุ
ทว่าสุ่ยจื่ออันกลับลอยหน้าดั่งทองไม่รู้ร้อน เขาหงุดหงิดจะตายอยู่แล้ว น้องสาวถูกรังแกพี่ชายอย่างเขาจะนิ่งดูดายได้อย่างไร เสียดายนักที่ถูเข่อหานชิ่งตายไปก่อน ไม่เช่นนั้นเขานี่แหละจะเอาดาบบั่นคอเขาเอง โทษฐานที่ปล่อยให้คนสดใสร่าเริงอย่างสุ่ยตัวตัวจมอยู่กับความทุกข์ระทมทั้งที่บอกอยากปกป้องน้องสาวของเขานักหนากลับหายหัวไปไม่ลาสักคำ คนสับปลับไร้หัวคิด อย่าให้เขาเจอแม้แต่วิญญาณเชียว เขาจะสั่งสอนให้เด็กโง่คนนั้นรู้สำนึกไม่ได้ผุดได้เกิดข่าวชายแดนระหว่างแคว้นตงเสียและแคว้นหานโจวยังถูกยกมารายงานในท้องพระโรงทุกวัน ถึงอย่างไรจงเจียนก็ต้องเตรียมรับมือเอาไว้ หันไปทิศใดก็มีแต่ถ้ำเสือบึงมังกร และแล้วเรื่องที่ไม่อยากได้ยินมากที่สุดก็มาจนได้แม่ทัพที่ถูกเรียกตัวกลับเมืองหลวง สาวเท้าขึ้นมา “ทูลฝ่าบาท บัดนี้ตงเสียชนะศึก สามารถยึดหานโจวได้แล้ว อาวุธของพวกเขาทรงพลังน่าเกรงขาม เมื่อเจ็ดปีก่อนจงเจียนฝากความอัปยศไว้ให้พวกเขา เกรงว่าอีกไม่นานตงเสียจะต้องเบนหางเสือมาที่จงเจียนแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”ฮ่องเต้ได้ยินรายงานเช่นนี้ก็หายใจติดขัด เดิมสุขภาพของเขาไม่สู้ดีอยู่แล้ว ยิ่งมีเรื่องมากระท
หลังสุ่ยจื่ออันรู้ถึงความสนิทสนมของถูเข่อหานและสุ่ยตัวตัวเขาก็ส่งหน่วยสอดแนมมาจับตามองน้องสาวอยู่ตลอด แม้ถูเข่อหานช่วยเขาได้มากเรื่องกวาดล้างกบฏ แต่เรื่องน้องสาวกับเรื่องผลงานมันคนละส่วนกันสุ่ยตัวตัวไม่อยากก่อปัญหา นาน ๆ ครั้งนางถึงจะลอบไปพบถูเข่อหาน ซึ่งก็ล่วงเลยมาเกือบทั้งเดือนที่นางไม่ได้พบหน้าเขา ถูเข่อหานเองก็เงียบไปจนน่าฉงนเพราะต่อให้สุ่ยจื่ออันวางหูตาไว้กว้างขวางก็ไม่อาจขวางถูเข่อหานได้ การเงียบในครานี้ทำให้สุ่ยตัวตัวสังหรณ์ไม่ดี วันนี้นางจึงอยากพบเขานักและแล้วสุ่ยตัวตัวก็ทนเสียงในหัวไม่ไหว ไม่นานหญิงสาวก็ถ่อมาถึงหน้าตำหนักฉางชุน นัยน์ตาดอกท้อสำรวจบรรยากาศโดยรอบ ทุกอย่างเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของตน หนำซ้ำข้าวของเครื่องใช้ยังถูกวางเอาไว้จนฝุ่นจับหนา เหตุใดราวกับไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่“หานเอ๋อร์”“…”“นี่…”“…”“ถูเข่อหาน ออกมานะ!”“…”ไม่ว่านางจะร้องเรียกอย่างไรก็มีเพียงความเงียบงันที่ตอบกลับมา ความหวั่นวิตกเริ่มเกาะกินจิตใจหญิงสาว ฟ้าฝนก็ทำท่าจะตกให้ได้ หรือเขาจงใจหลบหน้านางเพราะ
สุ่ยตัวตัวกระบอกตาร้อนผ่าว ถูเข่อหานรีบกอดปลอบนาง “ไหนท่านบอกจะไม่ร้องไห้กับเรื่องนี้แล้ว”สุ่ยตัวตัวส่ายหัว “ข้าเปล่านะ แค่ดีใจต่างหาก”ถูเข่อหานยิ้ม “เช่นนั้นก็ดี ในตอนนั้นเองข้าจึงตัดสินใจปรากฏกายต่อหน้าพวกเขา”สุ่ยตัวตัวผละออกมาด้วยความตื่นเต้น “เช่นนั้นเจ้าได้พูดคุยกับพี่เซี่ยและพี่หญิงเมิ่งหลานตัวเป็น ๆ เลยหรือ”“ใช่ ทีแรกข้าหวาดกลัวจริง ๆ ว่าอาจจำคนผิด แต่นั่นเป็นพวกเขา พี่หญิงซูและแม่ทัพเซี่ยตัวเป็น ๆ เขาทั้งสองคนแต่งงานกันแล้วด้วย”สุ่ยตัวตัวยิ้มทั้งน้ำตา “ดีจริง ดีมาก ๆ เลย”“ต้องดีแน่นอน” ถูเข่อหานยิ้มปลอบ เขายังคงพูดต่อ “หากแต่พวกเขาบอกความจริงกับข้าหนึ่งสิ่ง เรื่องนี้มันทำให้ข้าเกือบเป็นบ้าไปแล้ว”“เรื่องอะไรกัน เหตุใดทำเจ้าทุกข์ใจเพียงนั้น”ถูเข่อหานยิ้มขืน “ท่านรู้หรือเปล่าว่าชีวิตของเรากำลังเดินไปตามปลายพู่กันของคนผู้หนึ่ง”“หมายความว่าอย่างไร” หญิงสาวเอียงคอถาม“โลกที่พวกเขาอยู่คือมิติแท้จริง ส่วนโลกของเราก็ประหนึ่งมิติลวงตา ท่านกับข้าก็แค่สิ่งมีชีวิตที่ถูกลิขิตไว้ในหนังสือ”สุ่ยตัวตัวขมวดค
หลังฮ่องเต้ได้ตรวจสอบหลักฐานที่สุ่ยชิงหานและสุ่ยจื่ออันยื่นฎีกาถวายขึ้นไปก็ทำให้ทั้งท้องพระโรงลุกท่วมดุจเพลิงนรกตระกูลเผยเป็นขุนนางขั้นหนึ่งที่ขึ้นตรงต่อฮ่องเต้ ได้รับการไว้วางใจจากราชวงศ์ ทว่าพวกเขากลับใช้ช่องโหว่นี้ในการทำเรื่องต่ำช้า ลอบคบคิดศัตรูขายชาติ ส่งออกอาวุธสังหารไปยังแคว้นหานโจวมานานหลายปี สับเปลี่ยนวัตถุดิบอย่างดีเลือกสวมรอยวัตถุดิบคุณภาพต่ำเพื่อยักยอกงบประมาณแผ่นดินเรื่องนี้ระแคะระคายมานานแต่ไม่อาจสาวถึงตัวบงการได้ เนื่องจากพวกที่เกลือเป็นหนอนก็คือคนใหญ่คนโต มีอำนาจคับฟ้าจนสามารถปิดผืนฟ้าด้วยฝ่ามือเดียวหากแต่ฟ้าเพียงรอวันพิพากษา คนชั่วเหล่านั้นสามารถบดบังสายตาสวรรค์ได้เพียงชั่วขณะ ดังนั้นวันนี้จึงถึงคราวพินาศของตระกูลเผยฮ่องเต้ออกราชโองการในทันที ตระกูลเผยคิดกบฏ ขายชาติ ใช้อำนาจในทางที่ผิด ริบทรัพย์จับกุมคุมขังทั้งตระกูล รอลงอาญาพิพากษาตัดหัวเก้าชั่วโคตร ตระกูลน้อยใหญ่ที่ร่วมขบวนการก็ไม่รอดเช่นเดียวกันสุ่ยตัวตัวนอนดีดขาสบายใจอยู่บนต้นเหมยสุดโปรด ศีรษะของนางหนุนอยู่บนตักกว้างอันอบอุ่น“หานเอ๋อร์ เจ้าเก่งมากเลย ต







