LOGIN“เอามือสกปรกของแก ออกไปจากขาผู้หญิงของฉันเดี๋ยวนี้!”เสียงคำรามทุ้มต่ำดังก้องฟิตเนสสะท้อนผนังกระจกบานใหญ่ แทนคณินก้าวขายาวๆ เดินดุ่มๆ เข้ามาดั่งสัตว์ป่าที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ นัยน์ตาสีดำสนิทจ้องเขม็ง สันกรามบดแน่นจนเส้นเลือดข้างขมับปูดโปนทว่า หมอรวินพัฒน์กลับไม่ได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อยหมอหนุ่มไม่เพียงแต่ไม่ชักมือกลับ เขากลับกระชับปลายนิ้วลงบนข้อเท้าเพรียวบางของสรัลจันทร์แน่นขึ้น แล้วออกแรงดันพับเรียวขาขาวผ่องให้งอพับเข้าหาหน้าอกของหญิงสาวอย่างเป็นจังหวะเพื่อยืดกล้ามเนื้อต่อหน้าตาเฉย กล้ามเนื้อโคนขาและสะโพกอิ่มใต้กางเกงเลกกิ้งรัดรูปตึงรับแรงยืดหมอรวินเงยหน้าขึ้น สบตากับประธานหนุ่มตรงๆ แววตาใต้กรอบหน้าเรียบเฉย ไร้แววหวาดกลัว“ผู้หญิงของใครนะครับ...” หมอรวินทวนคำช้าๆ น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลทว่ากวนประสาทอย่างไม่เกรงกลัว “ผมไม่ค่อยเข้าใจ... ในประวัติคนไข้ที่ผมถืออยู่ คุณแทนคณินมีภรรยาชื่อคุณจันทร์ทิพย์ไม่ใช่เหรอครับ”“ไอ้หมอ!” แทนคณินปรี่เข้ามาประชิดขอบเบาะโฟม มือหนากระชากคอเสื้อกล้ามของหมอรวินอย่างแรงจนผ้าตึงแทบขาดสรัลจันทร์ที่นอนอยู่บนเบาะไม่ได้ร้องห้ามหรือแสดงความตกใจ หญิงสาวดันตัวลุกขึ้น
ผนังกระจกเงาบานใหญ่สะท้อนเงาร่างได้สัดส่วนที่เน้นอกเน้นเอวในชุดออกกำลังกายรัดรูปแนบเนื้อสรัลจันทร์สวมสปอร์ตบราสายเดี่ยวสีดำล้วน คัตติ้งเว้าลึกอวดร่องอกอิ่มที่มีหยาดเหงื่อเม็ดละเอียดซึมผุดตามผิวเนียน เข้าคู่กับกางเกงเลกกิ้งเอวสูงเนื้อผ้ากระชับสัดส่วนที่เน้นขอบสะโพกผายและเรียวขายาวเพรียว หญิงสาวกำลังยืนหันหลังให้กระจก โน้มลำตัวไปข้างหน้าเพื่อยืดกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ทรวดทรงเว้าโค้งเด่นชัดทุกสัดส่วนตึก... ตึก...เสียงรองเท้าวิ่งกระทบพื้นยางสังเคราะห์ดังใกล้เข้ามาสรัลจันทร์เหลือบตามองเงาสะท้อนในกระจก เห็นหมอรวินพัฒน์ในชุดเสื้อกล้ามสปอร์ตสีเทาเข้มกับกางเกงวอร์มขาสั้นชายหนุ่มเพิ่งเสร็จจากเคสผ่าตัดฉุกเฉินก็รีบตรงดิ่งกลับคอนโด ผมด้านหน้าชื้นเหงื่อเล็กน้อยด้วยเพราะเร่งรีบมาเกินไป ร่างกายสูงโปร่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแขนและหัวไหล่ที่ตึงแน่น ไร้แว่นสายตา นัยน์ตาเรียวคมคู่นั้นกวาดมองแผ่นหลังบางและสะโพกงอนงามของเธอช้าๆ แววตาวาวระยับปราศจากหน้ากากคุณหมอผู้นิ่งขรึม“วอร์มอัปไปกี่นาทีแล้วครับ” หมอรวินหยุดยืนซ้อนด้านหลัง ห่างออกไปเพียงหนึ่งก้าว กลิ่นสบู่สะอาดผสมไอร้อนจากผิวกายผู้ชายแผ่ซ่านเข้า
บานประตูปิดสนิทลงพร้อมเสียงกลอนไฟฟ้าล็อกตัวดัง แกร๊กบรรยากาศภายในห้อง 2304 แตกต่างจากห้องชั้นบนอย่างสิ้นเชิง โทนห้องสีขาวตัดเทาควันบุหรี่จัดวางเฟอร์นิเจอร์เป็นระเบียบเรียบร้อย ไร้ฝุ่นละออง กลิ่นหอมสะอาดของสบู่ผสมกลิ่นกาแฟคั่วบดลอยจางในอากาศ ชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย ปลอดโปร่ง ทว่าแฝงความเงียบสงัดที่ทำให้เสียงลมหายใจของคนสองคนดังชัดเจนขึ้นมาถนัดหู“เชิญนั่งก่อนครับคุณรัน”หมอรวินผายมือไปยังโซฟาหนังแท้สีเทาตัวยาวกลางห้องรับแขก ก่อนที่เขาจะเดินเลี่ยงไปเคาน์เตอร์ครัว หยิบจานกระเบื้องและแก้วน้ำทรงสูงสองใบออกมาจัดวาง สรัลจันทร์ก้าวเท้าไปตามทาง ทรวดทรงนาฬิกาทรายใต้เดรสไหมพรมรัดรูปขยับไหวตามจังหวะเดินอย่างเป็นธรรมชาติ หญิงสาวนั่งลงบนโซฟา ยกขาข้างหนึ่งขึ้นไขว่ห้าง ชายกระโปรงผ้าร่องสีครีมร่นสูงขึ้นมาเหนือกึ่งกลางต้นขา เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนสะท้อนแสงไฟนีออนหมอรวินถือจานแซนด์วิชและแก้วน้ำส้มเดินกลับมาที่โต๊ะกาแฟ สายตาใต้ขนตาหนาเลื่อนลงมองเรียวขาคู่นั้นโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วที่ถือแก้วเกร็งแน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่ชายหนุ่มจะวางของลงบนโต๊ะกระจกแล้วนั่งลงข้างๆ โดยเว้นระยะห่างไว้เพียงหนึ่งช่วงแขน“ทานก
ชายหนุ่มชะงักไป สันกรามขบแน่นอย่างหงุดหงิด เพราะรู้ดีว่าสภาพชุดพวกนั้น ถ้าเอาไปใส่ในห้องประชุมที่มีแต่ผู้ถือหุ้นและผู้บริหารระดับสูง คงกลายเป็นเป้าสายตาและสร้างเรื่องอื้อฉาวมากกว่าเดิม“แล้วเสื้อผ้าตัวอื่นของเธอล่ะ”“อยู่ที่คฤหาสน์หมดค่ะ ที่นี่มีแต่ชุดที่คุณหอบมา” สรัลจันทร์ยิ้มหวานหยดย้อยอย่างจงใจกวนประสาท “หรือคุณจะให้สรัลใส่เข้าไปนั่งประชุมล่ะคะ ท่านประธาน”“โธ่เว้ย!”แทนคณินสบถลั่น มือหนาเสยผมที่ยุ่งเหยิงขึ้นอย่างอารมณ์เสีย ชายหนุ่มเหลือบมองนาฬิกาบนผนังที่ฟ้องว่าเวลาเหลือน้อยเต็มที เขาไม่มีเวลาพอที่จะรอให้เธอไปหาชุดใหม่หรือขับรถพาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านใหญ่“อยู่ที่ห้องนี้ ห้ามก้าวขาออกไปไหนเด็ดขาด” แทนคณินชี้หน้าเธอด้วยสายตาเฉียบขาด “โดยเฉพาะชั้นยี่สิบสาม... ถ้าฉันรู้ว่าเธอแอบไปหามัน ฉันจะกลับมาฉีกขาเธอ แล้วขังเธอไว้บนเตียงไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน!”พูดจบ ชายหนุ่มก็หันหลังเดินกลับเข้าห้องนอน คว้าเสื้อเชิ้ตตัวใหม่และสูทมาสวมอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายลอยคลุ้งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงเปิดประตูและปิดกระแทกลงอย่างรุนแรงจะดังขึ้น เป็นสัญญาณว่าพายุลูกใหญ่ได้พัดผ่านออกไปจากห้องแล้ว
ปัง!เสียงบานประตูไม้เนื้อหนากระแทกปิดสนิท ล็อกสองชั้นหมุนดังแกร๊กด้วยแรงเหวี่ยงจากมือหนายังไม่ทันที่สรัลจันทร์จะได้กะพริบตา แผ่นหลังของเธอก็ถูกกระแทกเข้ากับผนังห้องโถงทางเดินอย่างแรง แขนแกร่งของแทนคณินรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวส่วนแผงอกเปลือยเปล่าที่มีหยดเหงื่อซึมตามร่องกล้ามเนื้อบดเบียดลงมาแนบชิด ท่อนล่างที่สวมเพียงกางเกงสแล็กตัวเดิมดันเบียดเข้าหากลางลำตัวของเธอจนไร้ช่องว่าง“จะขึ้นไปหามันเหรอ” แทนคณินกดเสียงต่ำชิดริมฝีปากเธอ นัยน์ตาดำสนิทวาวโรจน์ สันกรามบดแน่นจนเส้นเลือดข้างขมับปูดโปน“คิดว่าใส่เศษผ้าตัวนี้ออกมาอ่อยมันต่อหน้าฉัน แล้วฉันจะปล่อยให้เธอเดินขึ้นไปหามันง่ายๆ หรือไง”สรัลจันทร์ขยับข้อมือที่ถูกบีบแน่น เธอไม่ยอมหลบสายตา แต่กลับเชิดคางขึ้นสบตากับคนอารมณ์ร้ายตรงๆ“ฉันไม่ได้อ่อยค่ะ แต่คุณหมอเขาเป็นคนมีมารยาท เอาของมาให้ถึงหน้าห้อง สรัลก็แค่จะขึ้นไปขอบคุณตามมารยาทคนปกติ... ซึ่งคนแถวนี้คงสะกดไม่เป็น”“มารยาท?” แทนคณินเค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาฝังจมูกลงบนซอกคอขาว ขบฟันลงบนผิวเนื้ออ่อนตรงแอ่งชีพจรอย่างแรงจนเธอสะดุ้ง “มารยาทของ
แสงแดดเช้าแทงลอดรอยแยกของผ้าม่านทึบเข้ามากระทบขอบเตียงสรัลจันทร์ยังนอนคว่ำหน้า จมูกฝังอยู่กับหมอนใบใหญ่ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ร่างกายเปลือยเปล่าใต้ผ้าห่มนวมผืนหนาขยับไหวเพียงเล็กน้อย ผิวแผ่นหลังเนียนมีรอยกดทับสีแดงจางเป็นปื้นภาพความทรงจำของเมื่อคืนย้อนกลับมาชัดเจนหลังจากภีรเดชเดินพ้นลานจอดรถไป แทนคณินไม่ยอมปล่อยให้เธอได้หายใจ ชายหนุ่มลากเธอขึ้นลิฟต์ส่วนตัวตรงสู่ชั้นยี่สิบสี่ ผลักเธอเข้าไปในห้องแล้วปิดล็อกประตูลงกลอน เสียงฝนกระหน่ำซัดกระจกบานใหญ่ด้านนอกไม่ดังเท่าเสียงหอบหายใจของคนสองคนบนเตียงหลังนี้ เขาไม่ได้ถอดเสื้อผ้าออกจนหมด มีเพียงกางเกงที่ถูกปลดออกลวกๆ ก่อนจะกดทับตัวตนลงมาอย่างเอาแต่ใจ สองมือหนายึดสะโพกเธอไว้แน่น ตอกตรึงจังหวะหนักหน่วงซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเตียงไม้ส่งเสียงลั่น เธอจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้าง พยายามดิ้นหนี แต่เขากลับโน้มตัวลงมากัดใบหู กระซิบสั่งห้ามไม่ให้เธอหยุดรัดแน่น ความมืดและกลิ่นไอฝนกลืนกินความรู้สึกผิดชอบชั่วดีไปจนหมดสิ้น กระทั่งเกือบตีสี่ที่พายุสงบลง เขาถึงยอมทิ้งตัวลงนอนข้างๆ โดยไม่ยอมลุกกลับไปไหนก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง หนักแน่น เป







