Masukวันหนึ่ง วิภาวรรณมาถึงบ้านของครอบครัวชานนท์โดยไม่ได้นัดหมายล่วงหน้า รถยนต์สีขาวมุกคันหรูจอดอยู่หน้าบ้าน ขณะที่คนงานกำลังช่วยกันขนของจากรถเข้ามาในตัวบ้าน หญิงสาวก้าวลงมาพร้อมถุงของฝากหลายใบ ใบหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร“สวัสดีค่ะคุณแม่”คุณผกาที่นั่งอยู่ในห้องรับแขกเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ“อ้าว วิ เธอมาที่นี่ได้ยังไง”“วิมาเยี่ยมพะแพงค่ะ พอดีมีของมาฝากลูกด้วย เลยถือโอกาสมาเยี่ยมคุณแม่ด้วยเลย”วันหนึ่ง วิภาวรรณมาถึงบ้านของครอบครัวชานนท์โดยไม่ได้นัดหมายล่วงหน้า รถยนต์สีขาวมุกคันหรูจอดอยู่หน้าบ้าน ขณะที่คนงานกำลังช่วยกันขนของจากรถเข้ามาในตัวบ้าน หญิงสาวก้าวลงมาพร้อมถุงของฝากหลายใบ ใบหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรที่ค่อนข้างฝืน“สวัสดีค่ะคุณแม่”คุณผกาที่นั่งอยู่ในห้องรับแขกเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจไม่ปิดบัง “อ้าว! วิ เธอมาที่นี่ได้ยังไง”คำถามนี้ไม่ใช่แค่ถามธรรมดา ตลอดช่วงที่คบกัน ครอบครัวฝ่ายชายไม่เคยชอบเธอ ไม่เคยเชื้อเชิญมาที่บ้าน แม้แต่งานแต่งงานของเธอก็ไม่ได้จัด เธอจึงไม่เคยก้าวเข้ามาในรั้วนี้แม้แต่ก้าวเดียว“วิมาเยี่ยมพะแพงค่ะ พอดีมีของมาฝากลูกด้วย เลยถือโอกาสแว
“กวางครับ”เสียงเรียกของสามีทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย ชานนท์เดินกลับเข้ามาในห้องหลังวางสายเรียบร้อยแล้ว“เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมเงียบไป”“เปล่าค่ะ… กวางแค่จัดของเพลินไปหน่อย” เธอยิ้มบางๆ แต่รอยยิ้มนั้นไม่ถึงตาชานนท์มองเธออย่างไม่ค่อยเชื่อ แต่ก็นั่งลงข้างๆ“เมื่อกี้วิโทรมาคุยเรื่องพะแพง เขาอยากนัดเจอลูก พี่เลยบอกให้ตกลงวันกันให้เรียบร้อย”“ค่ะ”กวางตอบเพียงสั้นๆ มือยังคงพับเสื้อผ้าตรงหน้าอย่างไม่เร่งรีบ ทั้งที่ความสนใจของเธอไม่ได้อยู่กับสิ่งที่กำลังทำอีกแล้ว“กวางไม่สบายใจเหรอครับ มีอะไรอยากถามพี่หรือเปล่า”เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอยู่ครู่หนึ่ง คำถามมากมายวนเวียนอยู่ในใจ แต่สุดท้ายกลับเลือกส่ายหน้า“ไม่มีค่ะ” “กวางครับ วิโทรมาแค่คิดถึงลูก แต่พี่วางขอบเขตไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องกังวล” ชานนท์จับมือเธอไว้แน่น “ที่นี่มีพี่ มีพะแพง มีครอบครัวของเรา…ไม่มีใครมาแทรกกลางได้” เขาก้มลงจุมพิตขมับเธอเบาๆ แล้วช่วยจัดเสื้อผ้าต่อ กวางพยายามยิ้มตอบ แต่เมื่อเขาหันไปหยิบกระเป๋า สายตาของเธอกลับเผลอเหลือบไปมองโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะอีกครั้ง เธอไม่เคยคิดจะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับวิภาวรรณ แต่ตอนนี้เธอเริ่มเข
ชานนท์วางขาเธอลง จัดให้กวางนอนคว่ำ ยกสะโพกสูงขึ้นเล็กน้อย มือหนาจับเอวคอดไว้แน่น แล้วกระแทกเข้าไปมิดด้าม กระหน่ำซอยสะโพกเข้าใส่ด้วยความหนักหน่วงและรัวเร็วตับ! ตับ! ตับ!“อ๊าาา! ผัวขา… แรงอีกค่ะ แรงๆ!”ชานนท์ยิ้มอย่างพึงพอใจ กระแทกต่อเนื่อง มือหนึ่งประคองหน้าของเธอให้เงยขึ้น“เรื่องกวนใจพวกนั้นหายไปจากหัวหนูหรือยัง”“หายแล้วค่ะ! อ๊ะ! อ๊าาา!”“ตอนนี้หนูคิดถึงแต่ผัวหรือยัง” เขาถามย้ำขณะเร่งจังหวะ“ตอนนี้ กวางคิดอะไรไม่ออกแล้วค่ะ ผัวขา อ๊ะ! อ๊าาา!”ร่างบางเกร็งกระตุก น้ำหวานพุ่งอาบท่อนเอ็น เขายังกระแทกต่ออีกหลายครั้ง ก่อนจะพลิกเธอให้นอนหงาย ยกขาทั้งสองข้างพับชิดอก แล้วเสียบเข้าไปลึกสุดจังหวะสุดท้ายหนักหน่วง เมื่อใกล้เสร็จ เขาชะลอลงเล็กน้อย แล้วกระแทกมิดโคนสองสามครั้งสุดท้าย น้ำคาวร้อนพุ่งเข้าไปลึกสุดในกายกวาง พร้อมกับที่ร่างบางถึงจุดสุดยอดอีกครั้ง ตัวสั่นสะท้านในอ้อมกอดของเขาทั้งคู่หายใจหอบโรยแรง ชานนท์ยังไม่ถอนตัวออก มือหนาลูบหลังเมียเบาๆ“เป็นยังไง ขมิบตอดควยพี่ใหญ่เลย” “ตอนนี้กวางเสียวจนคิดอะไรไม่ออกเลย” กวางซบหน้าลงกับอกแกร่ง เสียงแหบพร่าชายหนุ่มยิ้ม กอดร่างบางไว้แน่นขึ้น จูบผมที
งานเลี้ยงค่อยๆ สงบลงเมื่อค่ำคืนล่วงเลย หลังจากส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอ ซึ่งก็คือห้องนอนเดิมของกวางที่ถูกตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาวและทองอย่างเรียบหรู กลิ่นดอกไม้หอมอบอวลทั่วห้อง“ขอบคุณนะกวาง ขอบคุณที่หนูรักและแต่งงานกับพี่ วันนี้พี่มีความสุขมากเลย” ชานนท์เดินเข้าไปยืนข้างหลังเธอ เขามองเธอผ่านกระจก ก่อนโอบเอวเธอจากด้านหลัง แล้วกระซิบเสียงพร่า“พี่นนท์ขา...กวางก็มีความสุขที่สุดในชีวิตเลยค่ะ” กวางยกแขนเรียวขึ้นคล้องคอสามี ช้อนสายตาฉ่ำหวานขึ้นสบตาในกระจก“ขอบคุณนะคะที่ให้เกียรติและรักกวาง ทำให้กวางรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนสำคัญขนาดนี้”“หนูสำคัญกับพี่อยู่แล้ว ไม่ต้องรอให้ถึงวันนี้พี่ก็รักหนูเหมือนเดิม”“เหนื่อยไหม” เขาถามกวางส่ายหน้าเบาๆ แล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา นิ้วเรียวยกขึ้นลูบแก้มสามี“ไม่เหนื่อยค่ะ…แต่”“มีอะไรหรือเปล่า” ชานนท์ขมวดคิ้วเล็กน้อย“กวางแค่ยังคิดเรื่องคุณวิอยู่ค่ะ” เสียงของกวางแผ่วลง“กวางกลัวว่าวันหนึ่งเขาจะกลับมาเอาพะแพงไปค่ะ ถึงเขาจะไม่ได้อยู่กับลูกมานาน แต่เขาก็เป็นแม่แท้ ๆ ของพะแพง กวางไม่รู้ว่าถ้าเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นจริง ๆ กวางจะทำยังไง”ชานนท์เงียบไปครู่หนึ่ง เขาเข้าใ
ขบวนขันหมากค่อย ๆ เคลื่อนเข้าสู่ลานบ้านไม้หลังเก่า เสียงแตรวงและกลองยาวที่บรรเลงอย่างครึกครื้น สร้างบรรยากาศอบอุ่นสมกับเป็นวันมงคลของคู่บ่าวสาวครอบครัวของกวางออกมายืนรอต้อนรับด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม โดยเฉพาะพ่อกับแม่ของเธอที่อดตื้นตันใจไม่ได้ เมื่อครอบครัวของชานนท์ให้เกียรติลูกสาวของตน จัดเตรียมพิธีแต่งงานตามประเพณีอย่างยิ่งใหญ่ชานนท์เดินนำขบวนมาในชุดไทยสีครีมตัดทอง ใบหน้าคมคายเปื้อนรอยยิ้มตลอดเวลา ข้างหลังมีคุณชิตและญาติผู้ใหญ่ฝ่ายชายร่วมขบวนขันหมากและสินสอดทองหมั้นถูกจัดอลังการ ก่อนจะนำมาตั้งไว้ต่อหน้าผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงตามธรรมเนียมพะแพงสวมชุดไทยเด็กสีหวานนั่งข้างคุณย่า มองบรรยากาศรอบตัวอย่างตื่นเต้น เด็กหญิงดูมีความสุขไม่แพ้ผู้ใหญ่ เมื่อถึงเวลาประกอบพิธี กวางเดินออกมาจากด้านในในชุดไทยสีทองอ่อน ใบหน้าหวานแต่งแต้มอย่างพอดี ยิ่งขับให้เธอดูงดงาม ชานนท์ยิ้มกว้างทันทีที่เห็นเจ้าสาวเดินเข้ามาหาราวกับภาพตรงหน้าคือสิ่งที่เขาเฝ้ารอมาโดยตลอดหลังพิธีสู่ขอและมอบสินสอดผ่านพ้นไป พิธีผูกข้อไม้ข้อมือแบบอีสานก็เริ่มขึ้น ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายผลัดกันผูกด้ายสีขาวลงบนข้อมือของชานนท์และกวาง พร้อมเอ่ยคำอวยพรให
“งานแต่งหรือครับคุณย่า” ชานนท์ทวนคำด้วยความแปลกใจคุณย่าพยักหน้ารับด้วยสีหน้าจริงจังและเปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู “ใช่สิ... ถึงแกกับหนูกวางจะจดทะเบียนสมรสกันแล้ว แต่หนูกวางยังสาว ยังสวย จะให้แค่จดทะเบียนเงียบๆ ได้ยังไง บ้านเราเป็นครอบครัวใหญ่ หน้าตาทางสังคมก็มี จะแต่งงานทั้งทีต้องจัดให้สมเกียรติ ออกหน้าออกตาให้ถูกต้องตามประเพณีสิ”คุณผกาเห็นด้วยทันที “นั่นสิ…งานแต่งของลูกก็เป็นเรื่องใหญ่ที่แม่ตั้งใจไว้เหมือนกัน” กวางที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ ถึงกับหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอาย เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่าชีวิตที่เคยเป็นแค่พี่เลี้ยงเด็ก จะมีวาสนาได้สวมชุดเจ้าสาวและจัดงานแต่งงานอย่างสมเกียรติท่ามกลางความยินดีของครอบครัวใหญ่ตระกูลดัง ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงเอื้อมมือไปกุมมือเรียวของภรรยาไว้ใต้โต๊ะ บีบเบาๆ เป็นการให้กำลังใจและส่งยิ้มหวานให้อย่างอบอุ่น คุณผกาจึงถามขึ้น “ว่าแต่ บ้านของหนูกวางอยู่ที่ไหนนะลูก แม่รู้แต่ว่าอยู่ต่างจังหวัด”“อยู่จังหวัดเลยค่ะคุณแม่”“จังหวัดเลยหรือ ใกล้แค่นี้เอง” คุณผกาทวนคำ ก่อนหันไปมองสามี“ถ้าอย่างนั้นเราก็ไปจัดงานที่บ้านหนูกวางกันดีไหมคะ ญาติทางนั้นจะได้มาร่วมงานด้วย” “ดีเหม







